คำตอบสั้น ๆ
แยกตะไคร้บ้าน ตะไคร้หอม และตะไคร้ต้นว่าใช้คนละทาง พร้อมระยะปลูกและจำนวนกอต่อไร่ รอบตัดแต่ละแบบ และวิธีบำรุงกอไม่ให้ทรุดหลังตัดซ้ำหลายรอบ
คำตอบเร็ว: คำว่าตะไคร้ในไทยครอบคลุมพืชคนละกลุ่มกันสามชนิดที่ใช้ต่างทางกันสิ้นเชิง ตะไคร้บ้านหรือตะไคร้แกงใช้ปรุงอาหารและขายสดตามตลาด ตะไคร้หอมใช้กลั่นน้ำมันหอมระเหยไล่ยุงและไม่ใช้กิน ส่วนตะไคร้ต้นเป็นไม้ยืนต้นบนพื้นที่สูงที่เก็บผลไปกลั่นน้ำมัน ระยะปลูกที่ใช้ได้จริงสำหรับตะไคร้บ้านเพื่อขายสดคือราว 50x75 ถึง 75x75 เซนติเมตร ได้ราว 2,800-4,200 กอต่อไร่ ส่วนตะไคร้หอมที่กอใหญ่กว่าให้เปิดเป็น 75x100 ถึง 100x100 เซนติเมตร ตัดรอบแรกได้เมื่ออายุราว 4-6 เดือน จากนั้นแยกหน่อรอบนอกขายทุก 1.5-3 เดือน โดยต้องใส่ปุ๋ยคอกและพรวนโคนหลังตัดทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นกอจะทรุดภายในปีที่สองถึงสาม
ตะไคร้ขึ้นชื่อว่าปลูกง่ายจนหลายคนเสียบท่อนพันธุ์ลงดินแล้วปล่อยทิ้ง พอตัดขายไปได้สองสามรอบก็เริ่มเจอปัญหาเดิม ๆ คือหน่อเล็กลง โคนไม่อวบ กอกลางแปลงกลายเป็นตอแข็งแตกหน่อไม่ออก และแม่ค้าเริ่มลดราคาเพราะโคนสั้นไม่ได้ขนาด อีกเรื่องที่ทำให้เสียเวลาทั้งรอบคือซื้อท่อนพันธุ์ผิดชนิดมาปลูกเพื่อขายเข้าครัว แต่ได้ตะไคร้หอมซึ่งขายเป็นตะไคร้แกงไม่ได้ บทความนี้แยกให้ชัดว่าตะไคร้แต่ละชนิดใช้ต่างกันอย่างไร ระยะปลูกเท่าไหร่ได้กี่กอต่อไร่ และต้องบำรุงยังไงให้ตัดขายได้ต่อเนื่องโดยกอไม่ทรุด
ตะไคร้บ้าน ตะไคร้หอม ตะไคร้ต้น ต่างกันตรงไหน

สามชื่อนี้คนมักเหมารวมว่าเป็นพืชเดียวกันเพราะกลิ่นคล้ายกัน แต่ในทางพฤกษศาสตร์และการใช้งานคนละเรื่องกันมาก ถ้าเลือกผิดตั้งแต่ต้นพันธุ์จะเสียเวลาทั้งรอบการผลิต
| ชนิด | ลักษณะที่สังเกตได้ | ใช้ทำอะไร | ตลาดปลายทาง |
|---|---|---|---|
| ตะไคร้บ้าน หรือตะไคร้แกง | กอเตี้ยกว่า โคนอวบขาวอมเขียว ใบสั้นกว่า กลิ่นคล้ายมะนาวชัด | ปรุงอาหาร ต้มยำ แกง น้ำตะไคร้ | ตลาดสด ห้างค้าปลีก โรงงานเครื่องแกง |
| ตะไคร้หอม | กอใหญ่และสูงกว่า ใบยาวเรียวห้อยปลาย โคนกาบมักมีสีแดงอมม่วง | กลั่นน้ำมันหอมระเหย ทำสเปรย์ไล่ยุง เทียนหอม | โรงกลั่นน้ำมันหอมระเหย กลุ่มวิสาหกิจแปรรูป |
| ตะไคร้ต้น | เป็นไม้ยืนต้น ไม่ใช่กอหญ้า ปลูกบนพื้นที่สูงภาคเหนือ ออกผลเป็นช่อเม็ดเล็ก | กลั่นน้ำมันจากผล ใช้ในอุตสาหกรรมกลิ่นและเครื่องสำอาง | ผู้รับซื้อเฉพาะทาง มักเป็นสัญญาล่วงหน้า |
จุดที่ต้องระวังที่สุดคือตะไคร้หอมไม่ได้ใช้ปรุงอาหาร รสและกลิ่นต่างจากตะไคร้แกงชัดเจน และโคนไม่อวบพอจะมัดขายเป็นตะไคร้กินได้ ถ้าตั้งใจปลูกส่งตลาดสดแล้วได้ท่อนพันธุ์ตะไคร้หอมมาปลูก จะรู้ตัวอีกทีตอนตัดรอบแรกซึ่งเสียเวลาไปแล้วหลายเดือน วิธีเช็กง่าย ๆ ตอนรับท่อนพันธุ์คือขยี้ใบดมกลิ่น ตะไคร้แกงจะได้กลิ่นสดคล้ายมะนาว ส่วนตะไคร้หอมกลิ่นจะฉุนแบบน้ำมันไล่ยุงที่คุ้นกัน และให้ดูโคนกาบว่ามีสีแดงอมม่วงหรือไม่
เลือกชนิดไหนดีตามเป้าหมายของตัวเอง
- ขายตลาดสดหรือส่งเครื่องแกง ต้องเป็นตะไคร้บ้าน เพราะตลาดวัดที่ความอวบของโคนและความสดของกาบ
- มีเครื่องกลั่นหรือมีกลุ่มรับซื้อน้ำมันหอมระเหย ตะไคร้หอมเหมาะกว่า เพราะให้มวลใบต่อไร่สูงและปลูกในดินที่ด้อยกว่าได้
- อยู่พื้นที่สูงและมองหาพืชยืนต้นเสริมรายได้ ตะไคร้ต้นเป็นทางเลือก แต่ควรมีผู้รับซื้อชัดเจนก่อนปลูก เพราะตลาดแคบและไม่ได้ซื้อขายทั่วไปแบบตลาดสด
- ปลูกไว้ใช้ในครัวเรือนและไล่ยุงรอบบ้าน ปลูกทั้งตะไคร้บ้านและตะไคร้หอมอย่างละมุมได้ แต่ควรแยกแปลงและติดป้ายกันหยิบผิด
ระยะปลูกตะไคร้และจำนวนกอต่อไร่
หนึ่งไร่เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร จำนวนกอคำนวณจาก 1,600 หารด้วยพื้นที่ที่แต่ละกอกิน ซึ่งคือระยะระหว่างกอคูณระยะระหว่างแถว ตัวเลขในตารางเป็นค่าเต็มก่อนหักทางเดินและร่องระบายน้ำ ในแปลงจริงควรหักออกอีกราว 5-10 เปอร์เซ็นต์
| ระยะปลูก | กอต่อไร่ (โดยประมาณ) | เหมาะกับ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| 50x50 เซนติเมตร | 6,400 กอ | ตัดขายรอบเร็วในปีแรกแล้วรื้อปลูกใหม่ | กอเบียดกันเร็ว หน่อเล็กลงตั้งแต่รอบที่สาม |
| 50x75 เซนติเมตร | ราว 4,200 กอ | ตะไคร้บ้านส่งตลาดสด เก็บกอไว้ราว 2 ปี | ต้องแยกหน่อรอบนอกออกสม่ำเสมอ |
| 75x75 เซนติเมตร | ราว 2,800 กอ | ตะไคร้บ้านที่ต้องการโคนอวบใหญ่ได้ราคา | ช่วงแรกวัชพืชขึ้นระหว่างกอมาก ต้องคลุมดิน |
| 75x100 เซนติเมตร | ราว 2,100 กอ | ตะไคร้หอมที่กอกางกว้างกว่า | ใช้พื้นที่ไม่เต็มที่ในช่วง 3-4 เดือนแรก |
| 100x100 เซนติเมตร | 1,600 กอ | ตะไคร้หอมที่เลี้ยงกอยาวหลายปีเพื่อตัดใบกลั่น | ต้นทุนคุมวัชพืชสูงกว่าในปีแรก |
คำแนะนำที่ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่คือ ถ้าปลูกตะไคร้บ้านเพื่อขายสด ให้เริ่มที่ 50x75 เซนติเมตร เพราะได้จำนวนกอพอสมควรแต่ยังเปิดช่องให้เดินเก็บและพรวนโคนได้ ส่วนคนที่เน้นโคนอวบใหญ่เพื่อขายเข้าห้างหรือส่งโรงงานเครื่องแกงที่คัดขนาด ควรใช้ 75x75 เซนติเมตร ยอมได้กอน้อยลงแต่ได้เกรดสูงขึ้น ที่ไม่แนะนำคือปลูกถี่ 50x50 เซนติเมตรแล้วหวังจะเลี้ยงกอยาวหลายปี เพราะกอจะเบียดจนหน่อใหม่เล็กและโคนสั้นภายในเวลาไม่นาน
วิธีลงท่อนพันธุ์ให้ตั้งตัวเร็ว
- เลือกหน่อแก่จากกอที่สมบูรณ์ อายุราว 5-8 เดือน ตัดใบเหลือความยาวราว 20-30 เซนติเมตรเพื่อลดการคายน้ำ
- ตัดรากเก่าที่ช้ำออก เหลือโคนที่มีตาและรากใหม่สีขาวติดอยู่
- ถ้าไม่แน่ใจว่ารากจะออกดี ให้แช่โคนในน้ำสะอาดสูงราว 5 เซนติเมตรสัก 5-7 วันจนเห็นรากขาวงอก แล้วค่อยนำไปปลูก วิธีนี้ช่วยให้อัตรารอดสูงขึ้นในฤดูที่ฝนไม่แน่นอน
- ปักเอียงราว 45 องศา ลึก 5-10 เซนติเมตร หลุมละ 1-2 ท่อน กดดินรอบโคนให้แน่นพอไม่ให้โยก
- ปลูกต้นฤดูฝนจะประหยัดน้ำที่สุด แต่ถ้ามีระบบน้ำก็ปลูกได้ตลอดปี โดยช่วง 2-3 สัปดาห์แรกต้องให้ดินชื้นสม่ำเสมอ
- คลุมระหว่างแถวด้วยฟางหรือเศษหญ้าแห้งเพื่อลดวัชพืชและรักษาความชื้น ซึ่งเป็นงานที่คนมักข้ามแล้วมาเสียแรงถอนหญ้าทีหลัง
รอบตัดขายที่ทำให้มีของต่อเนื่อง

ตะไคร้ไม่ใช่พืชที่เก็บครั้งเดียวจบ แต่เป็นพืชกอที่แตกหน่อใหม่ไปเรื่อย ๆ การวางรอบตัดจึงเป็นตัวกำหนดว่าจะมีของส่งตลาดสม่ำเสมอหรือเป็นกอง ๆ แล้วขาดช่วง
| ช่วงอายุ | งานที่ต้องทำ | สิ่งที่ได้ |
|---|---|---|
| เดือนที่ 1 | ดูแลความชื้น กำจัดวัชพืชรอบโคน ปลูกซ่อมกอที่ไม่ติด | อัตรารอดสูงและกอเริ่มแตกหน่อชุดแรก |
| เดือนที่ 2-3 | ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบกอ พรวนดินเบา ๆ กลบโคน | กอขยายเป็น 5-10 หน่อ |
| เดือนที่ 4-6 | เริ่มตัดรอบแรกของตะไคร้บ้าน โดยแยกหน่อรอบนอกที่โคนอวบได้ขนาด | ของล็อตแรกส่งตลาด ขณะที่กอยังอยู่ |
| เดือนที่ 6-8 | ตะไคร้หอมเริ่มตัดใบรอบแรกเพื่อส่งกลั่น | มวลใบชุดแรกและกอที่ตั้งตัวแล้ว |
| หลังตัดทุกรอบ | ใส่ปุ๋ยคอกทันที ตัดใบแก่ที่แห้งทิ้ง กลบโคนกอที่ลอย | หน่อชุดใหม่ขึ้นเร็วและสม่ำเสมอ |
| ทุก 1.5-3 เดือนถัดไป | เวียนตัดตะไคร้บ้านแปลงต่อแปลงตามคิว | มีของส่งตลาดต่อเนื่องแทนที่จะออกพร้อมกันหมด |
| ปีที่ 2-3 | ประเมินกอ ถ้าหน่อเล็กลงชัดให้รื้อกอแยกหน่อปลูกใหม่ | คุณภาพโคนกลับมาได้ขนาดตลาด |
หลักวางคิวที่ใช้ได้จริงคือแบ่งแปลงออกเป็นแปลงย่อยเท่ากับจำนวนเดือนในหนึ่งรอบตัด ถ้ารอบตัดอยู่ที่ราว 2 เดือน ก็แบ่งเป็นแปลงย่อยแล้วเหลื่อมการลงท่อนพันธุ์ห่างกันตามนั้น แทนที่จะลงทั้งแปลงพร้อมกัน ข้อดีคือแรงงานเก็บกระจายตัว และไม่ต้องเจอสถานการณ์ตัดออกมาทีเดียวแล้วราคาตลาดตกพอดี ขนาดของแต่ละแปลงย่อยให้ยึดจากยอดสั่งซื้อจริงต่อรอบ ไม่ใช่จากพื้นที่ที่มี
วิธีตัดที่ไม่ทำให้กอเสีย
- แยกเฉพาะหน่อรอบนอกที่โคนได้ขนาด โดยใช้มือโยกหน่อออกจากกอพร้อมราก แล้วค่อยตัดแต่ง ไม่ใช่ฟันมีดเข้ากลางกอ
- เหลือหน่อกลางกอไว้อย่างน้อยราว 3-5 หน่อทุกครั้ง เพื่อให้กอมีต้นทุนอาหารสร้างหน่อชุดใหม่
- ตัดใบแก่ที่แห้งกรอบทิ้งหลังเก็บ เพื่อให้แสงลงถึงโคนและลดที่หลบของเพลี้ยแป้ง
- ถ้าโคนกอเริ่มลอยพ้นดินเพราะแยกหน่อออกหลายรอบ ให้กลบดินผสมปุ๋ยคอกทับกลับเพื่อให้รากใหม่เกาะ
- เก็บในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อให้โคนยังสดตอนถึงมือผู้ซื้อ ไม่วางกองตากแดดรอรถ
บำรุงอย่างไรไม่ให้กอทรุดหลังตัดหลายรอบ
อาการกอทรุดที่เจอบ่อยคือหน่อใหม่ผอมเรียว โคนไม่อวบ ใบซีดเหลืองจากปลายเข้ามา และกลางกอกลายเป็นตอแข็งที่ไม่แตกหน่ออีก สาเหตุหลักมาจากการเอาออกอย่างเดียวโดยไม่คืนอะไรกลับลงดิน เพราะทุกครั้งที่แยกหน่อออกไปขาย ธาตุอาหารก็ออกไปกับโคนและใบด้วย
- ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหลังตัดทุกรอบ โรยรอบกอแล้วพรวนกลบเบา ๆ เป็นงานที่คืนอินทรียวัตถุกลับเข้าดินและช่วยให้ดินร่วนไม่แน่นจนรากเดินยาก
- เสริมปุ๋ยเคมีสูตรเสมอเมื่อจำเป็น ในแปลงที่ตัดถี่มากอาจต้องเสริม โดยควรวิเคราะห์ดินก่อนและใช้อัตราตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ ไม่ควรกะเอาเอง
- อย่าให้ดินแห้งยาวในช่วงหลังตัด ช่วงสองสัปดาห์หลังแยกหน่อเป็นระยะที่กอสร้างรากและหน่อใหม่ ถ้าขาดน้ำช่วงนี้หน่อชุดใหม่จะเล็กกว่าปกติทั้งรุ่น
- ระบายน้ำให้ดีในหน้าฝน ตะไคร้ทนแล้งได้ดีกว่าทนน้ำขัง แปลงที่มีน้ำค้างข้ามวันจะเห็นโคนกอเน่าและมีกลิ่นเปรี้ยวเมื่อดึงหน่อออกมาดู
- รื้อกอปลูกใหม่เมื่อถึงเวลา ส่วนใหญ่เมื่อเข้าปีที่ 2-3 กอจะแน่นจนหน่อใหม่เล็กลงชัด ให้ขุดกอขึ้นมาแยกหน่อที่สมบูรณ์ไปปลูกแปลงใหม่ แล้วพักดินหรือสลับปลูกพืชตระกูลถั่วก่อนกลับมาปลูกซ้ำ
- เฝ้าระวังเพลี้ยแป้งและไรที่โคนกาบ สังเกตคราบขาวคล้ายผงแป้งตามซอกกาบและมดที่เดินขึ้นลงกอผิดปกติ ถ้าพบให้ตัดใบแก่ออกให้โปร่งและปรึกษาเจ้าหน้าที่เรื่องแนวทางจัดการที่ถูกต้อง
อยากเทียบว่าตะไคร้คุ้มกว่าพืชอายุสั้นอื่นในแปลงเดียวกันหรือไม่ สามารถดูแนวทางของพืชกลุ่มอื่นเพิ่มเติมได้ในหมวด ปลูกพืช แล้วเปรียบเทียบทั้งรอบเก็บ แรงงานที่ใช้ และความสม่ำเสมอของตลาดก่อนตัดสินใจลงพื้นที่ใหญ่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนปลูกตะไคร้ขาย

- ซื้อท่อนพันธุ์โดยไม่ดมกลิ่นและดูโคนกาบ จนได้ตะไคร้หอมมาปลูกทั้งที่ตั้งใจขายเข้าครัว รู้ตัวตอนตัดรอบแรกซึ่งสายเกินแก้
- ปลูกถี่เกินไปเพราะอยากได้กอเยอะ ผลคือหน่อเล็กและโคนสั้นตั้งแต่รอบที่สามเป็นต้นไป
- ฟันมีดเข้ากลางกอเวลาเก็บ ทำให้ตากลางกอเสียหายและกอฟื้นช้ากว่าการโยกแยกหน่อรอบนอก
- ไม่ใส่ปุ๋ยคอกหลังตัด เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของกอทรุดในปีที่สอง
- ปล่อยให้น้ำขังในแปลงช่วงฝนหนัก โคนกอเน่าลามจนต้องรื้อทั้งแถว
- ลงท่อนพันธุ์ทั้งแปลงพร้อมกัน ทำให้ของออกทีเดียวแล้วขาดช่วงยาว แทนที่จะเหลื่อมคิวให้มีของทุกเดือน
- ไม่ตัดใบแก่ที่แห้งออก กอทึบจนแสงไม่ถึงโคน กลายเป็นที่หลบของเพลี้ยแป้งและทำให้โคนไม่ขาวอวบตามที่ตลาดต้องการ
สรุป
ตะไคร้ที่คนไทยเรียกรวมกันมีสามกลุ่มที่ใช้คนละทาง ตะไคร้บ้านสำหรับปรุงอาหารและตลาดสด ตะไคร้หอมสำหรับกลั่นน้ำมันไล่ยุง และตะไคร้ต้นซึ่งเป็นไม้ยืนต้นบนพื้นที่สูง การเลือกผิดตั้งแต่ท่อนพันธุ์ทำให้เสียทั้งรอบการผลิต ระยะปลูกที่ใช้ได้จริงสำหรับตะไคร้บ้านคือ 50x75 ถึง 75x75 เซนติเมตร ได้ราว 2,800-4,200 กอต่อไร่ ส่วนตะไคร้หอมควรเปิดกว้างกว่านั้น หัวใจของการมีของขายต่อเนื่องคือเหลื่อมคิวปลูกเป็นแปลงย่อย แยกหน่อรอบนอกแทนการฟันกลางกอ และใส่ปุ๋ยคอกพร้อมกลบโคนหลังตัดทุกครั้ง ส่วนราคาและอัตราปุ๋ยที่เหมาะกับพื้นที่ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากกรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนตัดสินใจขยายแปลง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลพืชสมุนไพรและพืชให้น้ำมันหอมระเหย คำแนะนำการจัดการศัตรูพืช และอัตราการใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ดิน
- กรมส่งเสริมการเกษตร — แนวทางการผลิตพืชผักและสมุนไพร การวางแผนรอบปลูก และการขอคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
- กรมพัฒนาที่ดิน — การวิเคราะห์ดินและการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุสำหรับแปลงที่ปลูกซ้ำต่อเนื่อง
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาสินค้าเกษตรและสถานการณ์การผลิตพืชผักสำหรับใช้ตรวจสอบราคาปัจจุบัน
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เพาะบอนสีขาย เริ่มต้นอย่างไรจากไม้ตลาดสู่ไม้ด่าง
เริ่มเพาะบอนสีขายจากไม้ตลาดต้นทุนต่ำ แล้วคัดต้นแปลกไว้ขยายซ้ำเพื่อลุ้นไม้ด่าง พร้อมขั้นตอนผ่าหัว ข้อมูลจากงานวิจัย และตัวอย่างคำนวณต้นทุน
ปลูกแคคตัสขายออนไลน์ เริ่มจากไม้ตลาดหรือไม้สะสมดี
มือใหม่ที่อยากขายแคคตัสออนไลน์ควรเริ่มจากไม้ตลาดหรือไม้สะสม บทความนี้ช่วยตัดสินใจตามทุนและเวลา พร้อมวิธีเพาะเมล็ดและขยายพันธุ์จากแหล่งที่ตรวจสอบได้
เพาะเห็ดแครงขาย ใช้ขี้เลื่อยยางพาราอย่างไรและเก็บได้เมื่อไหร่
สรุปวิธีเพาะเห็ดแครงในถุงขี้เลื่อยยางพาราตามสูตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลำดับเวลา นึ่ง บ่ม เปิดดอก เก็บเกี่ยว และข้อควรคิดเรื่องขายสดหรือแห้ง
ปลูกเบญจมาศตัดดอก เปิดไฟกลางคืนคุมการออกดอกอย่างไร
อธิบายหลักการวันสั้นของเบญจมาศและวิธีเปิดไฟกลางคืนเพื่อให้ต้นสูงพอก่อนออกดอก พร้อมตัวเลขจากหน่วยงานทางการและข้อควรระวังเรื่องต้นทุนและราคา
ข้าวพันธุ์ใหม่ปี 2569 มีพันธุ์อะไรบ้าง และเหมาะกับพื้นที่แบบไหน
กรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 7 พันธุ์ในเดือนตุลาคม 2569 บทความนี้สรุปแต่ละพันธุ์ ตัวเลขผลผลิตจากเอกสารที่เสนอรับรอง จุดอ่อน และพื้นที่ที่เหมาะ พร้อมบอกว่ายังมีอะไรที่ไม่ประกาศ
ปลูกวานิลลาในไทย ทำค้าง ผสมเกสรด้วยมือ และบ่มฝักอย่างไร
วานิลลาต้องมีค้างให้เลื้อย ต้องผสมเกสรด้วยมือเพราะดอกบานวันเดียว และต้องบ่มฝักอีกหลายเดือนกลิ่นจึงออก บทความนี้ไล่งานแต่ละขั้นตามเอกสารของโครงการหลวง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ UF/IFAS
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
คำถามที่พบบ่อย
ตะไคร้บ้านกับตะไคร้หอมใช้แทนกันได้ไหม
ใช้แทนกันไม่ได้ ตะไคร้บ้านคือชนิดที่ใช้ปรุงอาหารและขายเป็นตะไคร้แกงตามตลาดสด ส่วนตะไคร้หอมปลูกเพื่อกลั่นน้ำมันหอมระเหยสำหรับไล่ยุงและงานแปรรูป ไม่ใช้ปรุงอาหาร ลักษณะที่แยกได้ชัดคือตะไคร้หอมกอใหญ่กว่า ใบยาวเรียวห้อยปลาย โคนกาบมักมีสีแดงอมม่วง และกลิ่นฉุนต่างจากกลิ่นสดคล้ายมะนาวของตะไคร้แกง
ปลูกตะไคร้ระยะ 50x75 เซนติเมตร ได้กี่กอต่อไร่
ได้ราว 4,200 กอต่อไร่ คำนวณจากพื้นที่หนึ่งไร่เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร หารด้วย 0.375 ตารางเมตรที่แต่ละกอกิน ในแปลงจริงจะได้น้อยกว่านี้ราว 5-10 เปอร์เซ็นต์เพราะต้องหักทางเดินและร่องระบายน้ำออก ถ้าต้องการโคนอวบใหญ่เกรดคัดควรเปิดเป็น 75x75 เซนติเมตร ซึ่งได้ราว 2,800 กอ
ปลูกตะไคร้กี่เดือนถึงตัดขายได้
ตะไคร้บ้านเริ่มแยกหน่อรอบนอกขายได้เมื่ออายุราว 4-6 เดือน ขึ้นกับความสมบูรณ์ของดินและความสม่ำเสมอของน้ำ ส่วนตะไคร้หอมที่ตัดใบไปกลั่นมักเริ่มรอบแรกที่อายุราว 6-8 เดือน หลังจากรอบแรกแล้วสามารถเวียนตัดได้ทุก 1.5-3 เดือนตราบที่ยังบำรุงกอสม่ำเสมอ
ทำไมตะไคร้ที่ปลูกไว้หน่อเล็กลงเรื่อย ๆ
สาเหตุหลักคือกอแน่นเกินไปจนหน่อใหม่แย่งอาหารกันเอง ร่วมกับการเก็บออกอย่างเดียวโดยไม่ใส่ปุ๋ยคอกคืนลงดินหลังตัด อีกสาเหตุที่พบคือโคนกอลอยพ้นดินเพราะแยกหน่อออกหลายรอบจนรากใหม่ไม่มีที่เกาะ ทางแก้คือใส่ปุ๋ยคอกและกลบโคนหลังตัดทุกครั้ง และเมื่อถึงปีที่ 2-3 ให้ขุดรื้อกอมาแยกหน่อปลูกใหม่
ตะไคร้ปลูกในดินแบบไหนได้ดีที่สุด
ชอบดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดีและได้แดดเต็มวัน ตะไคร้ทนแล้งได้พอสมควรแต่ไม่ทนน้ำขัง แปลงที่มีน้ำค้างข้ามวันจะเจอโคนกอเน่า ถ้าเป็นที่ลุ่มควรยกแปลงสูงขึ้นราว 20-30 เซนติเมตรและทำร่องระบายน้ำ ส่วนดินที่แน่นจัดควรใส่ปุ๋ยคอกและพรวนก่อนลงท่อนพันธุ์
ตะไคร้ต้นคือพืชชนิดเดียวกับตะไคร้ที่ใส่ต้มยำหรือไม่
ไม่ใช่ ตะไคร้ต้นเป็นไม้ยืนต้นคนละวงศ์กับตะไคร้ที่เป็นพืชกอ ปลูกมากบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ และเก็บผลไปกลั่นน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมกลิ่นและเครื่องสำอาง ไม่ได้ใช้โคนปรุงอาหารแบบตะไคร้แกง ผู้ที่สนใจปลูกควรมีผู้รับซื้อที่ชัดเจนก่อน เพราะตลาดเป็นแบบเฉพาะทาง
ตะไคร้ขายได้ราคาเท่าไหร่
ราคาตะไคร้สดแกว่งตามฤดูกาล ปริมาณของในตลาด และเกรดของโคน ช่วงที่ของขาดมักได้ราคาดีกว่าช่วงที่ทุกแปลงตัดพร้อมกัน จึงไม่ควรยึดตัวเลขที่เคยได้มาคำนวณต้นทุนแบบตายตัว ให้ตรวจสอบราคาปัจจุบันจากตลาดกลางสินค้าเกษตรในพื้นที่หรือข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนตกลงราคากับผู้รับซื้อทุกรอบ



