ปลูกพืชเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

ตะไคร้มีกี่สายพันธุ์ ปลูกระยะเท่าไหร่ถึงตัดขายได้ตลอด

ตะไคร้บ้าน ตะไคร้หอม ตะไคร้ต้น ใช้ต่างกันอย่างไร พร้อมระยะปลูกและจำนวนกอต่อไร่ รอบตัดที่ทำให้มีของขายต่อเนื่อง และวิธีบำรุงกอไม่ให้ทรุดหลังตัดซ้ำหลายรอบ

ตะไคร้มีกี่สายพันธุ์ ปลูกระยะเท่าไหร่ถึงตัดขายได้ตลอด

คำตอบสั้น ๆ

แยกตะไคร้บ้าน ตะไคร้หอม และตะไคร้ต้นว่าใช้คนละทาง พร้อมระยะปลูกและจำนวนกอต่อไร่ รอบตัดแต่ละแบบ และวิธีบำรุงกอไม่ให้ทรุดหลังตัดซ้ำหลายรอบ

คำตอบเร็ว: คำว่าตะไคร้ในไทยครอบคลุมพืชคนละกลุ่มกันสามชนิดที่ใช้ต่างทางกันสิ้นเชิง ตะไคร้บ้านหรือตะไคร้แกงใช้ปรุงอาหารและขายสดตามตลาด ตะไคร้หอมใช้กลั่นน้ำมันหอมระเหยไล่ยุงและไม่ใช้กิน ส่วนตะไคร้ต้นเป็นไม้ยืนต้นบนพื้นที่สูงที่เก็บผลไปกลั่นน้ำมัน ระยะปลูกที่ใช้ได้จริงสำหรับตะไคร้บ้านเพื่อขายสดคือราว 50x75 ถึง 75x75 เซนติเมตร ได้ราว 2,800-4,200 กอต่อไร่ ส่วนตะไคร้หอมที่กอใหญ่กว่าให้เปิดเป็น 75x100 ถึง 100x100 เซนติเมตร ตัดรอบแรกได้เมื่ออายุราว 4-6 เดือน จากนั้นแยกหน่อรอบนอกขายทุก 1.5-3 เดือน โดยต้องใส่ปุ๋ยคอกและพรวนโคนหลังตัดทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นกอจะทรุดภายในปีที่สองถึงสาม

ตะไคร้ขึ้นชื่อว่าปลูกง่ายจนหลายคนเสียบท่อนพันธุ์ลงดินแล้วปล่อยทิ้ง พอตัดขายไปได้สองสามรอบก็เริ่มเจอปัญหาเดิม ๆ คือหน่อเล็กลง โคนไม่อวบ กอกลางแปลงกลายเป็นตอแข็งแตกหน่อไม่ออก และแม่ค้าเริ่มลดราคาเพราะโคนสั้นไม่ได้ขนาด อีกเรื่องที่ทำให้เสียเวลาทั้งรอบคือซื้อท่อนพันธุ์ผิดชนิดมาปลูกเพื่อขายเข้าครัว แต่ได้ตะไคร้หอมซึ่งขายเป็นตะไคร้แกงไม่ได้ บทความนี้แยกให้ชัดว่าตะไคร้แต่ละชนิดใช้ต่างกันอย่างไร ระยะปลูกเท่าไหร่ได้กี่กอต่อไร่ และต้องบำรุงยังไงให้ตัดขายได้ต่อเนื่องโดยกอไม่ทรุด

ตะไคร้บ้าน ตะไคร้หอม ตะไคร้ต้น ต่างกันตรงไหน

ภาพประกอบ ตะไคร้บ้าน ตะไคร้หอม ตะไคร้ต้น ต่างกันตรงไหน

สามชื่อนี้คนมักเหมารวมว่าเป็นพืชเดียวกันเพราะกลิ่นคล้ายกัน แต่ในทางพฤกษศาสตร์และการใช้งานคนละเรื่องกันมาก ถ้าเลือกผิดตั้งแต่ต้นพันธุ์จะเสียเวลาทั้งรอบการผลิต

ชนิดลักษณะที่สังเกตได้ใช้ทำอะไรตลาดปลายทาง
ตะไคร้บ้าน หรือตะไคร้แกงกอเตี้ยกว่า โคนอวบขาวอมเขียว ใบสั้นกว่า กลิ่นคล้ายมะนาวชัดปรุงอาหาร ต้มยำ แกง น้ำตะไคร้ตลาดสด ห้างค้าปลีก โรงงานเครื่องแกง
ตะไคร้หอมกอใหญ่และสูงกว่า ใบยาวเรียวห้อยปลาย โคนกาบมักมีสีแดงอมม่วงกลั่นน้ำมันหอมระเหย ทำสเปรย์ไล่ยุง เทียนหอมโรงกลั่นน้ำมันหอมระเหย กลุ่มวิสาหกิจแปรรูป
ตะไคร้ต้นเป็นไม้ยืนต้น ไม่ใช่กอหญ้า ปลูกบนพื้นที่สูงภาคเหนือ ออกผลเป็นช่อเม็ดเล็กกลั่นน้ำมันจากผล ใช้ในอุตสาหกรรมกลิ่นและเครื่องสำอางผู้รับซื้อเฉพาะทาง มักเป็นสัญญาล่วงหน้า

จุดที่ต้องระวังที่สุดคือตะไคร้หอมไม่ได้ใช้ปรุงอาหาร รสและกลิ่นต่างจากตะไคร้แกงชัดเจน และโคนไม่อวบพอจะมัดขายเป็นตะไคร้กินได้ ถ้าตั้งใจปลูกส่งตลาดสดแล้วได้ท่อนพันธุ์ตะไคร้หอมมาปลูก จะรู้ตัวอีกทีตอนตัดรอบแรกซึ่งเสียเวลาไปแล้วหลายเดือน วิธีเช็กง่าย ๆ ตอนรับท่อนพันธุ์คือขยี้ใบดมกลิ่น ตะไคร้แกงจะได้กลิ่นสดคล้ายมะนาว ส่วนตะไคร้หอมกลิ่นจะฉุนแบบน้ำมันไล่ยุงที่คุ้นกัน และให้ดูโคนกาบว่ามีสีแดงอมม่วงหรือไม่

เลือกชนิดไหนดีตามเป้าหมายของตัวเอง

  • ขายตลาดสดหรือส่งเครื่องแกง ต้องเป็นตะไคร้บ้าน เพราะตลาดวัดที่ความอวบของโคนและความสดของกาบ
  • มีเครื่องกลั่นหรือมีกลุ่มรับซื้อน้ำมันหอมระเหย ตะไคร้หอมเหมาะกว่า เพราะให้มวลใบต่อไร่สูงและปลูกในดินที่ด้อยกว่าได้
  • อยู่พื้นที่สูงและมองหาพืชยืนต้นเสริมรายได้ ตะไคร้ต้นเป็นทางเลือก แต่ควรมีผู้รับซื้อชัดเจนก่อนปลูก เพราะตลาดแคบและไม่ได้ซื้อขายทั่วไปแบบตลาดสด
  • ปลูกไว้ใช้ในครัวเรือนและไล่ยุงรอบบ้าน ปลูกทั้งตะไคร้บ้านและตะไคร้หอมอย่างละมุมได้ แต่ควรแยกแปลงและติดป้ายกันหยิบผิด

ระยะปลูกตะไคร้และจำนวนกอต่อไร่

หนึ่งไร่เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร จำนวนกอคำนวณจาก 1,600 หารด้วยพื้นที่ที่แต่ละกอกิน ซึ่งคือระยะระหว่างกอคูณระยะระหว่างแถว ตัวเลขในตารางเป็นค่าเต็มก่อนหักทางเดินและร่องระบายน้ำ ในแปลงจริงควรหักออกอีกราว 5-10 เปอร์เซ็นต์

ระยะปลูกกอต่อไร่ (โดยประมาณ)เหมาะกับข้อควรระวัง
50x50 เซนติเมตร6,400 กอตัดขายรอบเร็วในปีแรกแล้วรื้อปลูกใหม่กอเบียดกันเร็ว หน่อเล็กลงตั้งแต่รอบที่สาม
50x75 เซนติเมตรราว 4,200 กอตะไคร้บ้านส่งตลาดสด เก็บกอไว้ราว 2 ปีต้องแยกหน่อรอบนอกออกสม่ำเสมอ
75x75 เซนติเมตรราว 2,800 กอตะไคร้บ้านที่ต้องการโคนอวบใหญ่ได้ราคาช่วงแรกวัชพืชขึ้นระหว่างกอมาก ต้องคลุมดิน
75x100 เซนติเมตรราว 2,100 กอตะไคร้หอมที่กอกางกว้างกว่าใช้พื้นที่ไม่เต็มที่ในช่วง 3-4 เดือนแรก
100x100 เซนติเมตร1,600 กอตะไคร้หอมที่เลี้ยงกอยาวหลายปีเพื่อตัดใบกลั่นต้นทุนคุมวัชพืชสูงกว่าในปีแรก

คำแนะนำที่ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่คือ ถ้าปลูกตะไคร้บ้านเพื่อขายสด ให้เริ่มที่ 50x75 เซนติเมตร เพราะได้จำนวนกอพอสมควรแต่ยังเปิดช่องให้เดินเก็บและพรวนโคนได้ ส่วนคนที่เน้นโคนอวบใหญ่เพื่อขายเข้าห้างหรือส่งโรงงานเครื่องแกงที่คัดขนาด ควรใช้ 75x75 เซนติเมตร ยอมได้กอน้อยลงแต่ได้เกรดสูงขึ้น ที่ไม่แนะนำคือปลูกถี่ 50x50 เซนติเมตรแล้วหวังจะเลี้ยงกอยาวหลายปี เพราะกอจะเบียดจนหน่อใหม่เล็กและโคนสั้นภายในเวลาไม่นาน

วิธีลงท่อนพันธุ์ให้ตั้งตัวเร็ว

  1. เลือกหน่อแก่จากกอที่สมบูรณ์ อายุราว 5-8 เดือน ตัดใบเหลือความยาวราว 20-30 เซนติเมตรเพื่อลดการคายน้ำ
  2. ตัดรากเก่าที่ช้ำออก เหลือโคนที่มีตาและรากใหม่สีขาวติดอยู่
  3. ถ้าไม่แน่ใจว่ารากจะออกดี ให้แช่โคนในน้ำสะอาดสูงราว 5 เซนติเมตรสัก 5-7 วันจนเห็นรากขาวงอก แล้วค่อยนำไปปลูก วิธีนี้ช่วยให้อัตรารอดสูงขึ้นในฤดูที่ฝนไม่แน่นอน
  4. ปักเอียงราว 45 องศา ลึก 5-10 เซนติเมตร หลุมละ 1-2 ท่อน กดดินรอบโคนให้แน่นพอไม่ให้โยก
  5. ปลูกต้นฤดูฝนจะประหยัดน้ำที่สุด แต่ถ้ามีระบบน้ำก็ปลูกได้ตลอดปี โดยช่วง 2-3 สัปดาห์แรกต้องให้ดินชื้นสม่ำเสมอ
  6. คลุมระหว่างแถวด้วยฟางหรือเศษหญ้าแห้งเพื่อลดวัชพืชและรักษาความชื้น ซึ่งเป็นงานที่คนมักข้ามแล้วมาเสียแรงถอนหญ้าทีหลัง

รอบตัดขายที่ทำให้มีของต่อเนื่อง

ภาพประกอบ รอบตัดขายที่ทำให้มีของต่อเนื่อง

ตะไคร้ไม่ใช่พืชที่เก็บครั้งเดียวจบ แต่เป็นพืชกอที่แตกหน่อใหม่ไปเรื่อย ๆ การวางรอบตัดจึงเป็นตัวกำหนดว่าจะมีของส่งตลาดสม่ำเสมอหรือเป็นกอง ๆ แล้วขาดช่วง

ช่วงอายุงานที่ต้องทำสิ่งที่ได้
เดือนที่ 1ดูแลความชื้น กำจัดวัชพืชรอบโคน ปลูกซ่อมกอที่ไม่ติดอัตรารอดสูงและกอเริ่มแตกหน่อชุดแรก
เดือนที่ 2-3ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบกอ พรวนดินเบา ๆ กลบโคนกอขยายเป็น 5-10 หน่อ
เดือนที่ 4-6เริ่มตัดรอบแรกของตะไคร้บ้าน โดยแยกหน่อรอบนอกที่โคนอวบได้ขนาดของล็อตแรกส่งตลาด ขณะที่กอยังอยู่
เดือนที่ 6-8ตะไคร้หอมเริ่มตัดใบรอบแรกเพื่อส่งกลั่นมวลใบชุดแรกและกอที่ตั้งตัวแล้ว
หลังตัดทุกรอบใส่ปุ๋ยคอกทันที ตัดใบแก่ที่แห้งทิ้ง กลบโคนกอที่ลอยหน่อชุดใหม่ขึ้นเร็วและสม่ำเสมอ
ทุก 1.5-3 เดือนถัดไปเวียนตัดตะไคร้บ้านแปลงต่อแปลงตามคิวมีของส่งตลาดต่อเนื่องแทนที่จะออกพร้อมกันหมด
ปีที่ 2-3ประเมินกอ ถ้าหน่อเล็กลงชัดให้รื้อกอแยกหน่อปลูกใหม่คุณภาพโคนกลับมาได้ขนาดตลาด

หลักวางคิวที่ใช้ได้จริงคือแบ่งแปลงออกเป็นแปลงย่อยเท่ากับจำนวนเดือนในหนึ่งรอบตัด ถ้ารอบตัดอยู่ที่ราว 2 เดือน ก็แบ่งเป็นแปลงย่อยแล้วเหลื่อมการลงท่อนพันธุ์ห่างกันตามนั้น แทนที่จะลงทั้งแปลงพร้อมกัน ข้อดีคือแรงงานเก็บกระจายตัว และไม่ต้องเจอสถานการณ์ตัดออกมาทีเดียวแล้วราคาตลาดตกพอดี ขนาดของแต่ละแปลงย่อยให้ยึดจากยอดสั่งซื้อจริงต่อรอบ ไม่ใช่จากพื้นที่ที่มี

วิธีตัดที่ไม่ทำให้กอเสีย

  • แยกเฉพาะหน่อรอบนอกที่โคนได้ขนาด โดยใช้มือโยกหน่อออกจากกอพร้อมราก แล้วค่อยตัดแต่ง ไม่ใช่ฟันมีดเข้ากลางกอ
  • เหลือหน่อกลางกอไว้อย่างน้อยราว 3-5 หน่อทุกครั้ง เพื่อให้กอมีต้นทุนอาหารสร้างหน่อชุดใหม่
  • ตัดใบแก่ที่แห้งกรอบทิ้งหลังเก็บ เพื่อให้แสงลงถึงโคนและลดที่หลบของเพลี้ยแป้ง
  • ถ้าโคนกอเริ่มลอยพ้นดินเพราะแยกหน่อออกหลายรอบ ให้กลบดินผสมปุ๋ยคอกทับกลับเพื่อให้รากใหม่เกาะ
  • เก็บในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อให้โคนยังสดตอนถึงมือผู้ซื้อ ไม่วางกองตากแดดรอรถ

บำรุงอย่างไรไม่ให้กอทรุดหลังตัดหลายรอบ

อาการกอทรุดที่เจอบ่อยคือหน่อใหม่ผอมเรียว โคนไม่อวบ ใบซีดเหลืองจากปลายเข้ามา และกลางกอกลายเป็นตอแข็งที่ไม่แตกหน่ออีก สาเหตุหลักมาจากการเอาออกอย่างเดียวโดยไม่คืนอะไรกลับลงดิน เพราะทุกครั้งที่แยกหน่อออกไปขาย ธาตุอาหารก็ออกไปกับโคนและใบด้วย

  • ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหลังตัดทุกรอบ โรยรอบกอแล้วพรวนกลบเบา ๆ เป็นงานที่คืนอินทรียวัตถุกลับเข้าดินและช่วยให้ดินร่วนไม่แน่นจนรากเดินยาก
  • เสริมปุ๋ยเคมีสูตรเสมอเมื่อจำเป็น ในแปลงที่ตัดถี่มากอาจต้องเสริม โดยควรวิเคราะห์ดินก่อนและใช้อัตราตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรหรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ ไม่ควรกะเอาเอง
  • อย่าให้ดินแห้งยาวในช่วงหลังตัด ช่วงสองสัปดาห์หลังแยกหน่อเป็นระยะที่กอสร้างรากและหน่อใหม่ ถ้าขาดน้ำช่วงนี้หน่อชุดใหม่จะเล็กกว่าปกติทั้งรุ่น
  • ระบายน้ำให้ดีในหน้าฝน ตะไคร้ทนแล้งได้ดีกว่าทนน้ำขัง แปลงที่มีน้ำค้างข้ามวันจะเห็นโคนกอเน่าและมีกลิ่นเปรี้ยวเมื่อดึงหน่อออกมาดู
  • รื้อกอปลูกใหม่เมื่อถึงเวลา ส่วนใหญ่เมื่อเข้าปีที่ 2-3 กอจะแน่นจนหน่อใหม่เล็กลงชัด ให้ขุดกอขึ้นมาแยกหน่อที่สมบูรณ์ไปปลูกแปลงใหม่ แล้วพักดินหรือสลับปลูกพืชตระกูลถั่วก่อนกลับมาปลูกซ้ำ
  • เฝ้าระวังเพลี้ยแป้งและไรที่โคนกาบ สังเกตคราบขาวคล้ายผงแป้งตามซอกกาบและมดที่เดินขึ้นลงกอผิดปกติ ถ้าพบให้ตัดใบแก่ออกให้โปร่งและปรึกษาเจ้าหน้าที่เรื่องแนวทางจัดการที่ถูกต้อง

อยากเทียบว่าตะไคร้คุ้มกว่าพืชอายุสั้นอื่นในแปลงเดียวกันหรือไม่ สามารถดูแนวทางของพืชกลุ่มอื่นเพิ่มเติมได้ในหมวด ปลูกพืช แล้วเปรียบเทียบทั้งรอบเก็บ แรงงานที่ใช้ และความสม่ำเสมอของตลาดก่อนตัดสินใจลงพื้นที่ใหญ่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนปลูกตะไคร้ขาย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนปลูกตะไคร้ขาย
  • ซื้อท่อนพันธุ์โดยไม่ดมกลิ่นและดูโคนกาบ จนได้ตะไคร้หอมมาปลูกทั้งที่ตั้งใจขายเข้าครัว รู้ตัวตอนตัดรอบแรกซึ่งสายเกินแก้
  • ปลูกถี่เกินไปเพราะอยากได้กอเยอะ ผลคือหน่อเล็กและโคนสั้นตั้งแต่รอบที่สามเป็นต้นไป
  • ฟันมีดเข้ากลางกอเวลาเก็บ ทำให้ตากลางกอเสียหายและกอฟื้นช้ากว่าการโยกแยกหน่อรอบนอก
  • ไม่ใส่ปุ๋ยคอกหลังตัด เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของกอทรุดในปีที่สอง
  • ปล่อยให้น้ำขังในแปลงช่วงฝนหนัก โคนกอเน่าลามจนต้องรื้อทั้งแถว
  • ลงท่อนพันธุ์ทั้งแปลงพร้อมกัน ทำให้ของออกทีเดียวแล้วขาดช่วงยาว แทนที่จะเหลื่อมคิวให้มีของทุกเดือน
  • ไม่ตัดใบแก่ที่แห้งออก กอทึบจนแสงไม่ถึงโคน กลายเป็นที่หลบของเพลี้ยแป้งและทำให้โคนไม่ขาวอวบตามที่ตลาดต้องการ

สรุป

ตะไคร้ที่คนไทยเรียกรวมกันมีสามกลุ่มที่ใช้คนละทาง ตะไคร้บ้านสำหรับปรุงอาหารและตลาดสด ตะไคร้หอมสำหรับกลั่นน้ำมันไล่ยุง และตะไคร้ต้นซึ่งเป็นไม้ยืนต้นบนพื้นที่สูง การเลือกผิดตั้งแต่ท่อนพันธุ์ทำให้เสียทั้งรอบการผลิต ระยะปลูกที่ใช้ได้จริงสำหรับตะไคร้บ้านคือ 50x75 ถึง 75x75 เซนติเมตร ได้ราว 2,800-4,200 กอต่อไร่ ส่วนตะไคร้หอมควรเปิดกว้างกว่านั้น หัวใจของการมีของขายต่อเนื่องคือเหลื่อมคิวปลูกเป็นแปลงย่อย แยกหน่อรอบนอกแทนการฟันกลางกอ และใส่ปุ๋ยคอกพร้อมกลบโคนหลังตัดทุกครั้ง ส่วนราคาและอัตราปุ๋ยที่เหมาะกับพื้นที่ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากกรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนตัดสินใจขยายแปลง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลพืชสมุนไพรและพืชให้น้ำมันหอมระเหย คำแนะนำการจัดการศัตรูพืช และอัตราการใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ดิน
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — แนวทางการผลิตพืชผักและสมุนไพร การวางแผนรอบปลูก และการขอคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
  • 📄กรมพัฒนาที่ดิน — การวิเคราะห์ดินและการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุสำหรับแปลงที่ปลูกซ้ำต่อเนื่อง
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาสินค้าเกษตรและสถานการณ์การผลิตพืชผักสำหรับใช้ตรวจสอบราคาปัจจุบัน

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ตะไคร้บ้านกับตะไคร้หอมใช้แทนกันได้ไหม

ใช้แทนกันไม่ได้ ตะไคร้บ้านคือชนิดที่ใช้ปรุงอาหารและขายเป็นตะไคร้แกงตามตลาดสด ส่วนตะไคร้หอมปลูกเพื่อกลั่นน้ำมันหอมระเหยสำหรับไล่ยุงและงานแปรรูป ไม่ใช้ปรุงอาหาร ลักษณะที่แยกได้ชัดคือตะไคร้หอมกอใหญ่กว่า ใบยาวเรียวห้อยปลาย โคนกาบมักมีสีแดงอมม่วง และกลิ่นฉุนต่างจากกลิ่นสดคล้ายมะนาวของตะไคร้แกง

ปลูกตะไคร้ระยะ 50x75 เซนติเมตร ได้กี่กอต่อไร่

ได้ราว 4,200 กอต่อไร่ คำนวณจากพื้นที่หนึ่งไร่เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร หารด้วย 0.375 ตารางเมตรที่แต่ละกอกิน ในแปลงจริงจะได้น้อยกว่านี้ราว 5-10 เปอร์เซ็นต์เพราะต้องหักทางเดินและร่องระบายน้ำออก ถ้าต้องการโคนอวบใหญ่เกรดคัดควรเปิดเป็น 75x75 เซนติเมตร ซึ่งได้ราว 2,800 กอ

ปลูกตะไคร้กี่เดือนถึงตัดขายได้

ตะไคร้บ้านเริ่มแยกหน่อรอบนอกขายได้เมื่ออายุราว 4-6 เดือน ขึ้นกับความสมบูรณ์ของดินและความสม่ำเสมอของน้ำ ส่วนตะไคร้หอมที่ตัดใบไปกลั่นมักเริ่มรอบแรกที่อายุราว 6-8 เดือน หลังจากรอบแรกแล้วสามารถเวียนตัดได้ทุก 1.5-3 เดือนตราบที่ยังบำรุงกอสม่ำเสมอ

ทำไมตะไคร้ที่ปลูกไว้หน่อเล็กลงเรื่อย ๆ

สาเหตุหลักคือกอแน่นเกินไปจนหน่อใหม่แย่งอาหารกันเอง ร่วมกับการเก็บออกอย่างเดียวโดยไม่ใส่ปุ๋ยคอกคืนลงดินหลังตัด อีกสาเหตุที่พบคือโคนกอลอยพ้นดินเพราะแยกหน่อออกหลายรอบจนรากใหม่ไม่มีที่เกาะ ทางแก้คือใส่ปุ๋ยคอกและกลบโคนหลังตัดทุกครั้ง และเมื่อถึงปีที่ 2-3 ให้ขุดรื้อกอมาแยกหน่อปลูกใหม่

ตะไคร้ปลูกในดินแบบไหนได้ดีที่สุด

ชอบดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดีและได้แดดเต็มวัน ตะไคร้ทนแล้งได้พอสมควรแต่ไม่ทนน้ำขัง แปลงที่มีน้ำค้างข้ามวันจะเจอโคนกอเน่า ถ้าเป็นที่ลุ่มควรยกแปลงสูงขึ้นราว 20-30 เซนติเมตรและทำร่องระบายน้ำ ส่วนดินที่แน่นจัดควรใส่ปุ๋ยคอกและพรวนก่อนลงท่อนพันธุ์

ตะไคร้ต้นคือพืชชนิดเดียวกับตะไคร้ที่ใส่ต้มยำหรือไม่

ไม่ใช่ ตะไคร้ต้นเป็นไม้ยืนต้นคนละวงศ์กับตะไคร้ที่เป็นพืชกอ ปลูกมากบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ และเก็บผลไปกลั่นน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมกลิ่นและเครื่องสำอาง ไม่ได้ใช้โคนปรุงอาหารแบบตะไคร้แกง ผู้ที่สนใจปลูกควรมีผู้รับซื้อที่ชัดเจนก่อน เพราะตลาดเป็นแบบเฉพาะทาง

ตะไคร้ขายได้ราคาเท่าไหร่

ราคาตะไคร้สดแกว่งตามฤดูกาล ปริมาณของในตลาด และเกรดของโคน ช่วงที่ของขาดมักได้ราคาดีกว่าช่วงที่ทุกแปลงตัดพร้อมกัน จึงไม่ควรยึดตัวเลขที่เคยได้มาคำนวณต้นทุนแบบตายตัว ให้ตรวจสอบราคาปัจจุบันจากตลาดกลางสินค้าเกษตรในพื้นที่หรือข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรก่อนตกลงราคากับผู้รับซื้อทุกรอบ