ปลูกพืชเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

ลำไยราดสารทำยังไง ใช้โพแทสเซียมคลอเรตเท่าไหร่ถึงปลอดภัยกับต้น

ลำไยราดสารทำยังไงให้ออกดอก เช็กความพร้อมใบ 2 ชุดก่อนราด วิธีราดรอบชายพุ่มและให้น้ำตาม ไทม์ไลน์จนถึงวันเก็บเกี่ยว พร้อมการพักต้นและความปลอดภัยในการใช้สาร

ลำไยราดสารทำยังไง ใช้โพแทสเซียมคลอเรตเท่าไหร่ถึงปลอดภัยกับต้น

คำตอบสั้น ๆ

ขั้นตอนราดสารลำไยเรียงตามเวลาจริง ตั้งแต่ฟื้นต้น นับชุดใบ วันราด การให้น้ำตาม ไปจนถึงไทม์ไลน์ 7-8 เดือนถึงเก็บเกี่ยว พร้อมแนวทางพักต้นและความปลอดภัยในการใช้สาร

คำตอบเร็ว: การราดสารลำไยคือการใช้โพแทสเซียมคลอเรตละลายน้ำราดลงดินรอบทรงพุ่มเพื่อชักนำให้ลำไยออกดอกนอกฤดู เงื่อนไขที่ชี้ขาดความสำเร็จไม่ใช่ปริมาณสาร แต่คือความพร้อมของใบ ต้นต้องมีใบแก่เต็มที่อย่างน้อย 2 ชุด ใบชุดสุดท้ายอายุประมาณ 45 วันขึ้นไปและยอดนิ่งแล้ว อัตราการใช้คิดตามขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่มเป็นเมตร ไม่ใช่ราดตามความรู้สึก และต้องให้น้ำตามต่อเนื่อง 7–10 วันหลังราด สำคัญที่สุดคือโพแทสเซียมคลอเรตเป็นวัตถุอันตรายที่ควบคุมตามกฎหมาย ต้องซื้อจากผู้ได้รับอนุญาตและใช้ตามอัตราที่หน่วยงานวิชาการแนะนำเท่านั้น

ลำไยนอกฤดูคือเหตุผลเดียวที่ทำให้สวนลำไยขนาดกลางยังอยู่ได้ เพราะลำไยในฤดูออกพร้อมกันทั้งภาคเหนือ ราคาจึงตกทุกปีอย่างคาดเดาได้ แต่ราดสารก็เป็นดาบสองคม สวนที่ราดทุกปีติดต่อกันโดยไม่ฟื้นต้น มักเริ่มเห็นอาการต้นโทรมภายใน 3–5 ปี ใบเหลืองซีด ช่อดอกสั้น ติดผลน้อย และสุดท้ายต้องตัดแต่งหนักหรือรื้อปลูกใหม่

บทความนี้เรียงขั้นตอนตามลำดับเวลาจริง ตั้งแต่วันเก็บเกี่ยวรอบก่อน การฟื้นต้น การนับชุดใบ วันราด การให้น้ำตาม ไปจนถึงการดูแลหลังออกดอกและการวางแผนพักต้นในปีถัดไป พร้อมจุดตัดสินใจที่คนทำสวนต้องเลือกเองหน้างาน

ก่อนราดสาร ต้นต้องพร้อมแค่ไหน

ภาพประกอบ ก่อนราดสาร ต้นต้องพร้อมแค่ไหน

หัวใจของการราดสารลำไยคือการทำให้ต้นอยู่ในสภาพ "ใบแก่ ยอดนิ่ง อาหารสะสมเต็ม" ในวันที่ราด ถ้าราดตอนต้นกำลังแตกใบอ่อน สารจะไปเร่งใบแทนดอก ได้ผลคือเปลืองสารเปล่าและต้นยิ่งโทรม

  • อายุต้น ควรเป็นต้นที่ให้ผลแล้วอย่างน้อย 4–5 ปีขึ้นไป ทรงพุ่มตั้งตัวดี ต้นเล็กกว่านี้ยังสะสมอาหารไม่พอและจะทรุดหนัก
  • จำนวนชุดใบ หลังเก็บเกี่ยวหรือหลังตัดแต่งกิ่ง ต้องปล่อยให้แตกใบอย่างน้อย 2 ชุด บางสวนรอถึง 3 ชุดในต้นที่โทรม
  • ความแก่ของใบชุดสุดท้าย ใบต้องเปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนเป็นเขียวเข้ม แผ่นใบหนา ขอบใบแข็ง จับแล้วกรอบ ไม่อ่อนพับ โดยทั่วไปอายุตั้งแต่ราว 45 วันหลังใบชุดนั้นแตกออกมา
  • ยอดนิ่ง มองที่ปลายยอดต้องไม่มีตายอดกำลังจะผลิ ถ้าเห็นยอดเริ่มบวมเขียวอ่อนให้เลื่อนวันราดออกไป
  • ความสมบูรณ์ของต้น ไม่มีอาการขาดธาตุอาหารรุนแรง ไม่มีโรครากเน่าโคนเน่า และไม่เพิ่งผ่านการแบกผลหนักโดยไม่ได้ฟื้นต้น
  • ความชื้นดิน ดินควรชื้นพอสมควรก่อนราด ถ้าดินแห้งสนิทให้รดน้ำล่วงหน้า 1–2 วัน เพื่อให้สารซึมลงถึงรากฝอยได้

งานฟื้นต้นที่ต้องทำก่อน ห้ามข้าม

หลังเก็บผลรอบก่อนหน้า ให้ตัดแต่งกิ่งทันทีภายใน 2 สัปดาห์ เอากิ่งที่ให้ผลไปแล้ว กิ่งกระโดง กิ่งไขว้ และกิ่งในทรงพุ่มที่แสงเข้าไม่ถึงออก เปิดกลางทรงพุ่มให้โปร่งจนมองเห็นแสงลอดลงพื้นได้เป็นจุด ๆ จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์รอบชายพุ่มร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตรที่มีไนโตรเจนช่วยกระตุ้นการแตกใบ ตามอัตราที่เหมาะกับขนาดทรงพุ่มและค่าวิเคราะห์ดินของแปลง ระยะนี้คือช่วงเดียวที่ต้นจะเติมอาหารสะสมกลับเข้าไปได้ ถ้าประหยัดตรงนี้ ผลจะไปโผล่ที่ช่อดอกสั้นและผลเล็กในอีกแปดเดือนข้างหน้า

อัตราใช้และวิธีราดสารลำไย

อัตราการใช้โพแทสเซียมคลอเรตคิดจากขนาดทรงพุ่ม เพราะทรงพุ่มสะท้อนปริมาณรากที่จะดูดสารและปริมาณใบที่ต้องกระตุ้น วิธีคิดคือวัดเส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่มเป็นเมตร แล้วคูณด้วยอัตราต่อเมตรที่หน่วยงานวิชาการแนะนำสำหรับพันธุ์และสภาพดินของคุณ

คำเตือนที่ต้องอ่านก่อนซื้อสาร โพแทสเซียมคลอเรตเป็นสารออกซิไดซ์อย่างแรงและจัดเป็นวัตถุที่ควบคุมตามกฎหมายของไทย การซื้อ ครอบครอง และขนย้ายต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด ให้ซื้อจากร้านที่ได้รับอนุญาตและมีเอกสารกำกับเท่านั้น ส่วนอัตราการใช้ที่เผยแพร่กันในกลุ่มชาวสวนมีช่วงกว้างมากและต่างกันตามความบริสุทธิ์ของสาร พันธุ์ ขนาดต้น และเนื้อดิน จึงไม่ควรลอกตัวเลขจากคลิปหรือจากสวนอื่นมาใช้ตรง ๆ ให้ยืนยันอัตราที่เหมาะสมกับแปลงของคุณกับศูนย์วิจัยพืชสวนหรือสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนลงมือทุกครั้ง และเริ่มจากอัตราต่ำก่อนในปีแรกที่ทดลองกับต้นกลุ่มเล็ก

ขั้นตอนสิ่งที่ทำจุดที่พลาดบ่อย
1. เตรียมพื้นที่ใต้ทรงพุ่มกวาดใบแห้งและถากวัชพืชออกจากบริเวณชายพุ่มเข้ามาถึงราวครึ่งรัศมีราดทับใบแห้งหนา สารค้างอยู่บนใบไม่ลงดิน
2. รดน้ำให้ดินชื้นรดล่วงหน้า 1–2 วันถ้าดินแห้งราดลงดินแห้งสนิท สารตกค้างบนผิวดินและถูกลมพัดกระจาย
3. ผสมสารกับน้ำละลายในถังน้ำสะอาด คนให้ละลายหมดก่อนราด สวมถุงมือยาง แว่นตา และหน้ากากผสมในภาชนะที่เคยใส่น้ำมันหรือสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรง
4. ราดลงดินราดเป็นวงรอบทรงพุ่ม เน้นแนวชายพุ่มซึ่งเป็นที่อยู่ของรากฝอย ให้กระจายทั่วไม่กองที่เดียวราดกระจุกที่โคนต้น รากใหญ่ดูดไม่ได้และเสี่ยงทำลายราก
5. ให้น้ำตามให้น้ำทันทีหลังราด แล้วให้ต่อเนื่องทุกวันหรือวันเว้นวันประมาณ 7–10 วัน ให้ดินชื้นสม่ำเสมอราดแล้วปล่อยแห้ง สารไม่ละลายลงถึงราก ตอบสนองไม่สม่ำเสมอ
6. เฝ้าดูการตอบสนองสังเกตตาดอกที่ปลายกิ่งช่วง 21–35 วันหลังราดใจร้อนราดซ้ำก่อนครบกำหนด ทำให้ต้นได้รับสารเกินและรากเสียหาย

ช่วงเวลาที่ราดก็สำคัญ ควรเลี่ยงช่วงฝนชุกต่อเนื่องเพราะน้ำฝนจะชะสารออกจากเขตรากจนตอบสนองไม่สม่ำเสมอ และเลี่ยงช่วงที่อากาศร้อนจัดจนต้นเครียดน้ำ สวนลำไยภาคเหนือจำนวนมากจึงนิยมราดในช่วงปลายฝนต้นหนาวและช่วงหลังหนาว เพื่อให้ไปเก็บเกี่ยวนอกช่วงที่ลำไยในฤดูออกพร้อมกัน แต่ช่วงที่เหมาะสมของแต่ละสวนต่างกันตามระดับความสูง แหล่งน้ำ และตลาดที่ส่ง จึงควรวางแผนร่วมกับผู้รับซื้อก่อนกำหนดวันราด

ไทม์ไลน์หลังราดสารจนถึงเก็บเกี่ยว

ภาพประกอบ ไทม์ไลน์หลังราดสารจนถึงเก็บเกี่ยว
ช่วงเวลาสิ่งที่เกิดขึ้นงานที่ต้องทำ
วันที่ 0ราดสารลงดินรอบทรงพุ่มให้น้ำตามทันที เก็บภาชนะและสารที่เหลือให้มิดชิด
วันที่ 1–10สารซึมลงเขตรากให้น้ำสม่ำเสมอ ห้ามปล่อยดินแห้ง งดปุ๋ยไนโตรเจนสูง
วันที่ 21–35ตาดอกเริ่มแทงที่ปลายกิ่งประเมินเปอร์เซ็นต์กิ่งที่ออกดอก ถ้าต่ำมากให้หาสาเหตุก่อนตัดสินใจทำอะไรต่อ
ราว 45–60 วันช่อดอกยืดและเริ่มบานดูแลแมลงศัตรูช่อดอก ให้น้ำสม่ำเสมอ ระวังการพ่นสารช่วงดอกบานเพราะกระทบแมลงผสมเกสร
ราว 2–3 เดือนติดผลอ่อนและเริ่มสลัดผลซอยช่อและตัดแต่งผลให้เหลือจำนวนที่ต้นรับไหว บำรุงด้วยปุ๋ยตามระยะ
ราว 5–6 เดือนหลังดอกบานผลแก่พร้อมเก็บเกี่ยวรวมแล้วนับจากวันราดสารประมาณ 7–8 เดือน วางแผนแรงงานและตลาดล่วงหน้า

ตัวเลขนี้คือเครื่องมือวางแผนที่ใช้ได้จริง ถ้าคุณอยากขายลำไยในเดือนไหน ให้นับถอยหลังราว 7–8 เดือนก็จะได้เดือนที่ต้องราดสาร แล้วถอยกลับไปอีกราว 3–4 เดือนจะได้เดือนที่ต้องเริ่มตัดแต่งกิ่งและฟื้นต้น ซึ่งแปลว่าการตัดสินใจเรื่องตลาดต้องเกิดก่อนการตัดแต่งกิ่ง ไม่ใช่เกิดตอนผลใกล้แก่

ผลสะสมต่อต้นและการพักต้นในปีถัดไป

เรื่องที่คนขายสารไม่ค่อยพูดถึงคือโพแทสเซียมคลอเรตมีผลกระทบต่อระบบรากฝอย สวนที่ราดต่อเนื่องหลายปีมักสังเกตเห็นว่าต้นฟื้นช้าลงเรื่อย ๆ แตกใบชุดใหม่ช้ากว่าเดิม ใบมีขนาดเล็กลงและสีจางลง ช่อดอกสั้นลง และอัตราการติดผลลดลงแม้จะใช้สารเท่าเดิม นี่คือสัญญาณว่าต้นกำลังถูกใช้งานเกินกำลังสะสม

  • แบ่งสวนเป็นสองส่วน ราดสลับปีละครึ่งสวน ส่วนที่ไม่ราดให้ทำลำไยในฤดูหรือพักต้นเต็มปี วิธีนี้ทำให้มีรายได้ทุกปีโดยที่ต้นทุกต้นได้พักสลับกัน
  • เว้นปีในต้นที่โทรม ต้นที่ปีก่อนติดผลดกมากหรือใบเหลืองซีด ควรข้ามรอบราดและใช้เวลาหนึ่งปีเต็มไปกับการตัดแต่งและบำรุงดิน
  • เพิ่มอินทรียวัตถุให้ดิน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรอบชายพุ่มทุกปี เพราะดินที่มีอินทรียวัตถุสูงจะช่วยให้รากฝอยฟื้นตัวได้เร็วกว่าดินแน่นที่ขาดอินทรียวัตถุ
  • ไม่ไว้ผลดกเกินกำลังต้น การซอยช่อและตัดแต่งผลอ่อนเป็นการลดภาระต้นโดยตรง และยังทำให้ผลมีขนาดสม่ำเสมอขึ้นซึ่งขายได้ราคาดีกว่า
  • จดบันทึกทุกปี จดวันราด อัตราที่ใช้ เปอร์เซ็นต์การออกดอก และสภาพต้นหลังเก็บเกี่ยว สามปีผ่านไปคุณจะเห็นแนวโน้มของสวนตัวเองชัดกว่าคำแนะนำทั่วไปใด ๆ

ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่ห้ามมองข้าม

โพแทสเซียมคลอเรตติดไฟรุนแรงเมื่อสัมผัสกับสารอินทรีย์ น้ำมัน กำมะถัน หรือน้ำตาล ห้ามเก็บรวมกับปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง หรือวัสดุติดไฟในโรงเก็บเดียวกัน ห้ามสูบบุหรี่ขณะทำงานกับสาร และต้องเก็บในภาชนะเดิมที่ปิดสนิท วางในที่แห้ง เย็น ห่างจากมือเด็ก ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ควรราดใกล้บ่อน้ำตื้น บ่อบาดาล หรือลำห้วยที่ชุมชนใช้ เพราะสารกลุ่มคลอเรตละลายน้ำได้ดีและเคลื่อนย้ายไปกับน้ำใต้ดิน ห้ามล้างภาชนะลงแหล่งน้ำสาธารณะโดยเด็ดขาด และหากสวนของคุณอยู่ในระบบมาตรฐาน GAP ควรตรวจสอบข้อกำหนดการบันทึกการใช้สารกับหน่วยงานผู้ให้การรับรองด้วย อ่านเรื่องการจัดการสวนไม้ผลอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่หมวด ปลูกพืช

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • ราดตอนใบยังไม่แก่ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการราดแล้วไม่ออกดอก ต้องรอให้ใบชุดสุดท้ายแก่เต็มที่และยอดนิ่งก่อนเสมอ
  • เพิ่มอัตราสารเพราะปีที่แล้วออกดอกน้อย ทั้งที่สาเหตุจริงมักเป็นเรื่องความพร้อมของใบหรือการให้น้ำ การเพิ่มอัตราซ้ำ ๆ คือการเร่งให้ต้นโทรมเร็วขึ้น
  • ราดแล้วไม่ให้น้ำตาม สารจะไม่ละลายลงถึงรากฝอย ผลคือออกดอกไม่สม่ำเสมอทั้งต้นและทั้งสวน
  • ราดกระจุกที่โคนต้น รากที่ดูดสารคือรากฝอยแถบชายพุ่ม ไม่ใช่รากใหญ่ที่โคน การราดผิดตำแหน่งทำให้เปลืองสารและเสี่ยงต่อราก
  • ราดทุกต้นทุกปีโดยไม่พักต้น เป็นแนวทางที่ทำให้สวนอายุสั้นลง ควรวางระบบสลับหรือเว้นปีตั้งแต่แรก
  • ไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันและเก็บสารไม่ถูกวิธี เป็นความเสี่ยงต่อตัวผู้ทำงานและต่อทรัพย์สิน เพราะสารกลุ่มนี้ไวไฟเมื่อเจอสารอินทรีย์
  • ไม่วางแผนตลาดก่อนราด พอผลแก่พร้อมกับสวนอื่นที่ราดเดือนเดียวกันก็เจอราคาตกเหมือนลำไยในฤดู

สรุป

การราดสารลำไยด้วยโพแทสเซียมคลอเรตให้ผลดีเมื่อใบแก่ครบอย่างน้อย 2 ชุด ใบชุดสุดท้ายอายุประมาณ 45 วันขึ้นไปและยอดนิ่งแล้ว ราดเป็นวงรอบชายพุ่มในอัตราที่คิดตามขนาดทรงพุ่มและยืนยันกับหน่วยงานวิชาการ จากนั้นให้น้ำตามต่อเนื่อง 7–10 วัน ตาดอกจะแทงในราว 21–35 วัน และเก็บเกี่ยวได้ในราว 7–8 เดือนหลังวันราด สิ่งที่ตัดสินอนาคตของสวนไม่ใช่ปริมาณสารที่ใช้ แต่คือวินัยในการฟื้นต้นและการพักต้นสลับรอบ พร้อมกับการจัดการสารอย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยต่อคนทำงานและแหล่งน้ำในชุมชน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — คำแนะนำการผลิตลำไยนอกฤดูและการใช้สารชักนำการออกดอกอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — การขอคำแนะนำอัตราการใช้สารและการจัดการสวนลำไยจากสำนักงานเกษตรอำเภอ
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับลำไยและข้อกำหนดการบันทึกการใช้สาร
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลปริมาณผลผลิตและราคาลำไยรายเดือนสำหรับวางแผนช่วงเก็บเกี่ยว
  • 📄กรมพัฒนาที่ดิน — บริการวิเคราะห์ดินและคำแนะนำการเพิ่มอินทรียวัตถุเพื่อฟื้นรากฝอยในสวนลำไย

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ราดสารลำไยแล้วไม่ออกดอกเลย เกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือใบยังไม่แก่พอหรือต้นกำลังจะแตกใบอ่อนในวันที่ราด รองลงมาคือให้น้ำตามไม่พอจนสารไม่ลงถึงราก ต้นโทรมจากการไว้ผลดกในรอบก่อน และการราดช่วงฝนชุกที่สารถูกชะล้าง ทางแก้คือไม่รีบราดซ้ำ ให้ฟื้นต้น ปล่อยแตกใบให้ครบชุดและรอให้ใบแก่เต็มที่ก่อนเริ่มรอบใหม่

ใช้โพแทสเซียมคลอเรตอัตราเท่าไรถึงจะปลอดภัยกับต้น

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกสวน เพราะขึ้นกับขนาดทรงพุ่ม พันธุ์ เนื้อดิน ความบริสุทธิ์ของสาร และความสมบูรณ์ของต้น หลักที่ปลอดภัยคือคิดตามเส้นผ่านศูนย์กลางทรงพุ่มเป็นเมตร เริ่มจากอัตราต่ำในกลุ่มต้นทดลองก่อน และยืนยันอัตราที่เหมาะสมกับศูนย์วิจัยพืชสวนหรือเกษตรอำเภอ การใช้เกินไม่ได้เพิ่มการออกดอกตามสัดส่วนแต่ทำลายรากชัดเจน

ราดสารลำไยได้ทุกฤดูหรือไม่

ในทางเทคนิคทำได้เกือบทั้งปีถ้าต้นพร้อม แต่ช่วงฝนชุกต่อเนื่องเสี่ยงที่สารถูกชะล้างออกจากเขตราก และช่วงแล้งจัดจนให้น้ำตามไม่ได้ก็ไม่เหมาะ สิ่งที่ควรพิจารณาคู่กันคือช่วงที่ผลจะออกสู่ตลาด ถ้าราดพร้อมกับสวนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ผลจะออกชนกันและราคาจะไม่ต่างจากลำไยในฤดูมากนัก

ต้นลำไยอายุน้อยราดสารได้ไหม

ไม่ควรราดในต้นที่ยังไม่เคยให้ผลหรือต้นที่ยังเล็ก เพราะต้นยังสะสมอาหารไม่พอและระบบรากยังไม่แข็งแรง ผลที่ตามมาคือต้นชะงักการเติบโตและอาจโทรมถาวร โดยทั่วไปควรรอให้ต้นให้ผลตามฤดูปกติมาแล้วหลายรอบและทรงพุ่มตั้งตัวดีก่อน จึงเริ่มพิจารณาทำนอกฤดู

หลังราดสารต้องใส่ปุ๋ยอะไรเพิ่มไหม

ช่วง 10 วันแรกหลังราดควรงดปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เพราะจะกระตุ้นการแตกใบแข่งกับการสร้างตาดอก เมื่อเห็นช่อดอกยืดแล้วจึงเริ่มบำรุงตามระยะพัฒนาของช่อและผล โดยอัตราและสูตรควรอิงค่าวิเคราะห์ดินของแปลงและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ส่งเสริม แทนการใช้สูตรสำเร็จที่บอกต่อกันมา

ลำไยนอกฤดูขายได้ราคาดีกว่าจริงไหม

โดยทั่วไปช่วงที่ผลผลิตในตลาดน้อยมักได้ราคาดีกว่าช่วงที่ลำไยในฤดูออกพร้อมกัน แต่ระดับราคาขึ้นกับปริมาณผลผลิตรวม คำสั่งซื้อส่งออก และคุณภาพผลของแต่ละสวน จึงไม่ควรคาดหวังตัวเลขตายตัว ควรตรวจสอบสถานการณ์ราคาล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและสอบถามผู้รับซื้อในพื้นที่ก่อนตัดสินใจราดทั้งสวน