คำตอบสั้น ๆ
กฤษณาเป็นไม้หอมที่ต้องรอหลายปีและต้องชักนำให้เกิดแก่น ผลวิจัยในไทยยังแกว่งมาก ก่อนลงทุนต้องเข้าใจข้อจำกัดเรื่องอายุต้น วิธีทำแผล กฎไซเตส และช่องทางขายที่ถูกกฎหมาย
คำตอบเร็ว: ไม่มีตัวเลขปีมาตรฐานที่หน่วยงานรัฐประกาศ งานวิจัยในไทยทำแผลชักนำให้เกิดแก่นกับต้นอายุ 12-20 ปี แล้วรออีก 8-16 เดือนจึงได้เนื้อไม้ที่มีแก่นราว 10-32% ของน้ำหนัก ต้นอายุน้อยเกินไปเสี่ยงตาย และผลสำเร็จไม่สม่ำเสมอ เรื่องการขาย กฤษณาอยู่ในบัญชีที่ 2 ของไซเตส การส่งออกต้องมีใบอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร ส่วนการขายในประเทศส่วนใหญ่ขายให้พ่อค้าไม้หอมและโรงกลั่นน้ำมัน (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
กฤษณาเป็นไม้หอมที่ได้ยินชื่อบ่อยในวงสวนป่า เพราะมีคนเล่าว่าแก่นกฤษณาราคาสูงมาก แต่สิ่งที่เล่ากันมักขาดสองเรื่อง เรื่องแรกคือต้นกฤษณาไม่ได้สร้างแก่นหอมเองทุกต้น แก่นเกิดจากต้นตอบสนองต่อบาดแผล เรื่องที่สองคือการขายเนื้อไม้และน้ำมันมีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวข้อง บทความนี้จะตอบสามคำถามตามลำดับ คือต้องรอกี่ปี ทำให้เกิดแก่นได้อย่างไร และขายกับใคร โดยใช้ข้อมูลจากกรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร และงานวิจัยที่ตีพิมพ์เท่านั้น
รู้จักกฤษณาในไทยก่อนปลูก

เอกสารเผยแพร่ของกรมป่าไม้ระบุว่าไทยมีกฤษณา 5 ชนิด ได้แก่ Aquilaria crassna, A. malaccensis, A. subintegra, A. hirta และ A. rugosa แต่ชนิดที่ให้แก่นหอมมีเพียงสองชนิดแรก ถ้าซื้อกล้ามาปลูกโดยไม่รู้ชนิด อาจได้ต้นที่โตได้แต่ไม่ให้แก่นเลย ควรซื้อจากแหล่งที่บอกชื่อวิทยาศาสตร์ได้ชัด
ข้อแนะนำการปลูกจากเอกสารเดียวกัน
- ขยายพันธุ์ส่วนใหญ่ด้วยเมล็ด ผลแก่ราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และเมล็ดเสื่อมความงอกเร็ว ต้องเพาะทันที
- ใช้กล้าอายุ 10-12 เดือน สูงไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร
- พื้นที่ควรมีฝนตกไม่น้อยกว่า 5 เดือนต่อปี หลีกเลี่ยงดินทรายจัด ดินลูกรัง และที่แห้งแล้ง
- ระยะปลูกแบบแปลงเดี่ยว 2x4 เมตร หรือปลูกแซมในสวนยางและสวนผลไม้
คนที่มีสวนผลไม้อยู่แล้วมักเลือกปลูกแซม เพราะระหว่างรอหลายปีจะยังมีรายได้จากพืชหลัก ถ้ากำลังวางแผนแบบนี้ อ่านการจัดชั้นเรือนยอดได้ที่ วนเกษตร 5 ชั้นเรือนยอด และ จัดสวนป่า 5 ระดับแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ส่วนการวางปฏิทินงานไม้ยืนต้นกับพืชแซม ดูได้ที่ ปฏิทินปลูกไม้ยืนต้นแซมพืชอื่น
ต้องรอกี่ปี: สิ่งที่งานวิจัยในไทยพบ
คำถามนี้ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกต้อง เพราะเวลาที่ใช้แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกคือรอให้ต้นโตพอจะทำแผลได้ ช่วงที่สองคือรอให้แก่นสะสมหลังทำแผล งานวิจัยที่เปิดอ่านได้ให้ข้อมูลดังตาราง
| งานวิจัย | อายุต้นตอนทำแผล | ผลที่ได้ |
|---|---|---|
| แปลงเกษตรกรจังหวัดตราด (วารสารวนศาสตร์ ปีที่ 35 ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2559) | 12-14 ปี ชนิด A. crassna | ได้เนื้อไม้ที่มีแก่น 10-32% ของน้ำหนักหลังทำแผล 8-16 เดือน วิธีที่ดีที่สุดได้ 32.21% ใช้เวลารวม 16 เดือน |
| กรมป่าไม้ แปลงจังหวัดเลย | 16 ปี | สำเร็จราว 30% แต่หลัง 3 ปี เนื้อไม้บางส่วนกลับเป็นเนื้อไม้ปกติ |
| กรมป่าไม้ แปลงเขาสอยดาว | 20 ปี | เกิดแก่นน้อยกว่า และลำต้นผุเป็นโพรงหลัง 3 ปี |
| กรมป่าไม้ แปลงสะแกราช | 5 ปี | ต้นที่ทำแผลตายทั้งหมด |
| กรมป่าไม้ แปลงสุราษฎร์ธานี | 15 ปี ชนิด A. malaccensis | ไม่เกิดแก่น |
อ่านจากตารางแล้วสรุปได้ว่า ต้นอายุน้อยมากเสี่ยงตาย ต้นอายุมากก็ไม่ได้แปลว่าได้แก่นมากขึ้น และชนิดของต้นมีผล ข้อสังเกตจากงานที่ตราดอีกข้อคือ วิธีที่ทิ้งไว้นานถึง 43 เดือนได้แก่นเพียงประมาณ 12% น้อยกว่าวิธีที่ใช้ 16 เดือน การปล่อยต้นไว้นานหลังทำแผลจึงไม่ได้ช่วยเสมอไป
ถ้าต้องตอบคนที่ถามว่าปลูกวันนี้อีกกี่ปีได้เงิน คำตอบที่ตรงที่สุดตามข้อมูลคือ ควรวางแผนแบบไม้ยืนต้นระยะยาวเกิน 10 ปี และต้องยอมรับว่าบางต้นอาจไม่ให้แก่นที่ขายได้เลย
ทำให้เกิดแก่นได้อย่างไร
เอกสารกรมป่าไม้อธิบายว่าแก่นกฤษณาเกิดจากการที่ต้นสร้างสารมาสมานแผล วิธีชักนำที่เคยใช้กันมีหลายแบบ เช่น เจาะรู ตอกตะปู ใส่สารเคมี อาศัยหนอนเจาะลำต้น หรือใส่เชื้อรา ผลสำเร็จขึ้นกับอายุต้น สายพันธุ์ และขนาดต้น
วิธีที่ให้ผลดีที่สุดในงานวิจัยที่ตราด มีลักษณะดังนี้
- ใช้ไม้ไผ่เหลาขนาดประมาณ 0.8-1 เซนติเมตร ยาวราว 20 เซนติเมตร เคลือบสารกระตุ้น
- เจาะลำต้นแล้วเสียบไม้ไผ่เข้าไป ทิ้งไว้ประมาณ 1 ปี
- ทำการกระตุ้นซ้ำ แล้วทิ้งไว้อีกราว 4 เดือน รวมประมาณ 16 เดือน
- ตัดและคัดแยกเนื้อไม้ที่มีแก่นออกจากเนื้อไม้ขาว
ข้อสำคัญที่ต้องรู้คือ สารกระตุ้นที่เกษตรกรใช้ในงานวิจัยนี้เป็นสูตรลับทั้งหมด ผู้วิจัยไม่ได้เปิดเผยส่วนผสม และเขียนไว้ว่าข้อมูลเรื่องการชักนำที่เชื่อถือได้ยังมีน้อย ส่วนงานของกรมป่าไม้ใช้วิธีเจาะรูราว 20 รูต่อต้นแล้วใส่สารเคมี ซึ่งได้ผลบางแปลงและล้มเหลวในหลายแปลงตามตารางข้างบน บทความนี้จึงไม่ระบุชื่อหรือสูตรสารใด ๆ ถ้าจะทดลอง ให้ปรึกษาสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ ก่อน
เรื่องที่เกษตรกรเจอจริงในแปลงคือ ต้นที่เจาะหลายรูจะอ่อนแอ ลมแรงหักง่าย และแผลเป็นทางให้ปลวกหรือเชื้อผุเข้า งานที่เขาสอยดาวเห็นชัดว่าลำต้นผุเป็นโพรงหลัง 3 ปี การทำแผลจึงควรเริ่มกับต้นจำนวนน้อยก่อน แล้วดูผลก่อนทำทั้งแปลง
ระวังการถูกหลอกขายหัวเชื้อ
ยังไม่พบหน่วยงานรัฐที่ออกประกาศเรื่องการหลอกขายหัวเชื้อกฤษณาโดยตรง แต่ข้อมูลที่มีพอให้ระวังได้ ข้อแรก งานวิจัยระบุว่าสูตรสารกระตุ้นเป็นสูตรลับและข้อมูลที่เชื่อถือได้มีน้อย ข้อสอง ผลจากแปลงของกรมป่าไม้แกว่งมาก ตั้งแต่ได้แก่นบางส่วนจนถึงต้นตาย ข้อสาม ข่าวไทยพีบีเอสปี 2564 อ้างคำของประธานชมรมวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกฤษณาว่า ผู้ปลูกรุ่นแรกหลายรายทำแผลแล้วไม่ได้แก่น และผู้ปลูกควรผ่านการอบรมก่อน
ก่อนจ่ายเงินซื้อหัวเชื้อหรือจ้างทีมมาเจาะต้น ให้ถามคำถามเหล่านี้
- มีผลทดลองที่ตีพิมพ์หรือรายงานจากหน่วยงานรัฐหรือมหาวิทยาลัยหรือไม่ ขอชื่อเอกสารมาตรวจ
- มีแปลงจริงที่ทำแล้วให้ไปดู พร้อมบอกอายุต้นและเวลาที่ทำแผลได้หรือไม่
- ถ้าต้นตายหรือไม่เกิดแก่น ผู้ขายรับผิดชอบอย่างไร เขียนเป็นสัญญาได้ไหม
- สารที่ใช้คืออะไร มีทะเบียนหรือข้อมูลความปลอดภัยหรือไม่
ถ้าคำตอบส่วนใหญ่คือไม่มี ให้ชะลอไว้ก่อน ต้นที่รอมาสิบปีเสียได้ในครั้งเดียว
ขายกับใคร และกฎหมายที่ต้องรู้
ขายในประเทศ: ผู้ซื้อหลักคือพ่อค้าไม้หอมและผู้กลั่นน้ำมัน งานวิจัยที่ตราดบันทึกว่าการกลั่นได้น้ำมันประมาณ 0.062 โตลา หรือราว 0.7 กรัมต่อไม้ 1 กิโลกรัม และพ่อค้ารับซื้อน้ำมันโตลาละ 4,200-4,500 บาท ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลช่วงปี 2558 ที่ใช้ในงานวิจัย ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน ส่วนราคาเกรดเนื้อไม้ในเอกสารกรมป่าไม้ไม่ได้ระบุปี บทความนี้จึงไม่นำมาใช้ ณ ต.ค. 2569 ยังไม่พบราคากลางที่หน่วยงานรัฐประกาศ ให้ถามผู้ซื้อหลายรายและขอใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร
สถานะตาม พ.ร.บ.ป่าไม้: เอกสารกรมป่าไม้ระบุว่ากฤษณาไม่ใช่ไม้หวงห้าม แต่เนื้อไม้และแก่นกฤษณาเป็นของป่าหวงห้ามเมื่ออยู่ในเขตป่า การเก็บหาในป่าต้องได้รับอนุญาต สำหรับที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 16 เมษายน 2562 กำหนดให้ไม้ที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองไม่เป็นไม้หวงห้าม และเจ้าของสามารถขอหนังสือรับรองไม้จากกรมป่าไม้ได้ตามความสมัครใจ ถ้าจะนำไปค้าหรือส่งออกอาจมีค่าธรรมเนียม เอกสารกรมป่าไม้ยังเตือนว่าไม้อาจถูกตรวจยึดเพื่อพิสูจน์ที่มา จึงควรติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ก่อนตัดและขนย้าย เรื่องการขึ้นทะเบียนไม้เศรษฐกิจอ่านเพิ่มได้ที่ ขึ้นทะเบียนสวนป่าไม้สักและไม้เศรษฐกิจ
ส่งออก: กฤษณาทุกชนิดในสกุล Aquilaria อยู่ในบัญชีที่ 2 ของอนุสัญญาไซเตส คู่มือไซเตสของกรมวิชาการเกษตรอธิบายตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ดังนี้
- การนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ตามมาตรา 29 ตรี
- ผู้ที่ขยายพันธุ์เทียมเพื่อการค้าต้องขึ้นทะเบียนสถานที่ ตามมาตรา 29 จัตวา
- สิ่งที่ควบคุม เช่น น้ำมัน ท่อนไม้ เนื้อไม้ ชิ้นไม้ งานแกะสลัก ลูกประคำ ราก กล้าและต้น และขี้เลื่อยที่ยังไม่ผ่านการสกัด
- สิ่งที่ได้รับยกเว้น เช่น เมล็ด เรณู ต้นอ่อนจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในภาชนะปลอดเชื้อ ผล ใบ ขี้เลื่อยที่สกัดแล้วและสิ่งที่อัดขึ้นรูปจากขี้เลื่อยนั้น และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่บรรจุหีบห่อพร้อมขายปลีก
บทลงโทษอยู่ในมาตรา 61 ทวิ ของกฎหมายเดียวกัน ผู้เขียนไม่ได้ตรวจตัวเลขโทษล่าสุด จึงไม่ระบุในที่นี้ ให้สอบถามกลุ่มวิจัยอนุสัญญาไซเตสด้านพืช สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร โทร 0-2940-5687 ข่าวไทยพีบีเอสปี 2564 อ้างผู้ประกอบการว่าตลาดส่งออกหลักอยู่ที่ยุโรปและตะวันออกกลาง และสวนที่จะส่งออกต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร ข้อมูลส่วนนี้เป็นคำบอกเล่าของผู้ประกอบการ ควรตรวจกับกรมวิชาการเกษตรอีกครั้ง
ถ้าจะขายผลผลิตที่หน้าสวนหรือขายตรงให้ผู้บริโภค เช่น น้ำมันบรรจุขวดเล็ก ให้ศึกษาวิธีตั้งราคาและเก็บหลักฐานการขายเหมือนสินค้าเกษตรทั่วไป ตัวอย่างคำถามที่คนขายหน้าสวนเจอบ่อยอยู่ที่ ขายผลไม้หน้าสวน FAQ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ซื้อกล้าโดยไม่รู้ชนิด ไทยมี 5 ชนิด แต่ให้แก่นหอมเพียง A. crassna และ A. malaccensis
- เจาะต้นอายุน้อยเกินไป แปลงสะแกราชที่ทำแผลต้นอายุ 5 ปี ต้นตายทั้งหมด
- คิดว่ายิ่งทิ้งไว้นานยิ่งได้แก่นมาก งานที่ตราดพบว่าวิธีที่ทิ้งไว้ 43 เดือนได้แก่นน้อยกว่าวิธี 16 เดือน
- เชื่อหัวเชื้อสูตรลับโดยไม่มีผลทดลอง ข้อมูลที่เชื่อถือได้ยังมีน้อย ต้องขอหลักฐานก่อนจ่ายเงิน
- ตัดและขนย้ายไม้โดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ แม้ปลูกในที่ดินโฉนด ไม้ก็อาจถูกตรวจยึดเพื่อพิสูจน์ที่มา ควรขอหนังสือรับรองไม้
- ส่งออกเองโดยไม่มีใบอนุญาตไซเตส เนื้อไม้ ชิ้นไม้ และน้ำมันอยู่ในการควบคุม ต้องขออนุญาตกรมวิชาการเกษตร
- ใช้ราคาจากโพสต์ออนไลน์ที่ไม่มีวันที่ ราคาที่อ้างในงานวิจัยก็เป็นข้อมูลปี 2558 ต้องถามราคาปัจจุบันจากผู้ซื้อจริง
สรุป
กฤษณาเป็นไม้หอมที่ต้องปลูกยาวเกิน 10 ปี งานวิจัยในไทยทำแผลกับต้นอายุ 12-20 ปีและได้แก่นไม่สม่ำเสมอ ตั้งแต่ไม่ได้เลยจนถึงราว 32% ของน้ำหนักไม้ เลือกชนิดที่ให้แก่น ทดลองทำแผลกับต้นจำนวนน้อยก่อน และอย่าซื้อหัวเชื้อที่ไม่มีหลักฐาน เรื่องการขาย ให้ขอหนังสือรับรองไม้จากกรมป่าไม้ และขอใบอนุญาตไซเตสจากกรมวิชาการเกษตรก่อนส่งออก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมป่าไม้: เอกสารเผยแพร่เรื่องไม้กฤษณา — ชนิดกฤษณาในไทย การปลูก ระยะปลูก วิธีชักนำ และสถานะตามกฎหมายป่าไม้ https://forprod.forest.go.th/forprod/nana/PDF/8.pdf
- วารสารวนศาสตร์ ปีที่ 35 ฉบับที่ 1 (2559): การชักนำให้เกิดกฤษณาในแปลงเกษตรกร จังหวัดตราด — อายุต้น วิธีทำแผล สัดส่วนแก่นที่ได้ ปริมาณน้ำมัน และราคารับซื้อปี 2558 https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/view/248142
- กรมป่าไม้: รายงานวิจัยและพัฒนาการเกิดกฤษณา — ผลการเจาะใส่สารในแปลงเลย เขาสอยดาว สะแกราช และสุราษฎร์ธานี https://forprod.forest.go.th/forprod/forprod2017/research_forest/data/กฤษณา/วิจัยและพัฒนาการเกิดกฤษณา/วิจัยและพัฒนาการเกิดกฤษณา(เรื่องเต็ม).pdf
- กรมวิชาการเกษตร: คู่มือไซเตสด้านพืช — สถานะบัญชีที่ 2 ของกฤษณา รายการที่ควบคุมและยกเว้น มาตรา 29 ตรี 29 จัตวา และช่องทางติดต่อ https://www.doa.go.th/pvp/wp-content/uploads/2021/01/cites64.pdf
- ไทยพีบีเอส: ข่าวผู้ปลูกกฤษณาและการส่งออก (30 ก.ค. 2564) — คำบอกเล่าของผู้ประกอบการเรื่องการขึ้นทะเบียนสวน ตลาดส่งออก และปัญหาผู้ปลูกรุ่นแรก https://www.thaipbs.or.th/news/content/306546
- ไทยพีบีเอส: พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 — ไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ไม่เป็นไม้หวงห้าม และการขอหนังสือรับรองไม้ https://www.thaipbs.or.th/news/content/279318
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ละมุดผลร่วงและผลเล็ก ต้องปรับการให้น้ำและตัดแต่งอย่างไร
แยกสาเหตุละมุดผลร่วงและผลเล็กจากงานวิจัยกรมวิชาการเกษตรที่สุโขทัย ทั้งการให้น้ำช่วงแล้ง การตัดแต่งทรงพุ่ม และแมลงวันผลไม้ที่เริ่มทำลายราว 190 วัน
ปลูกจำปาดะต่างจากขนุนอย่างไร พื้นที่ไหนปลูกแล้วติดผลดี
เทียบจำปาดะกับขนุนจากงานวิจัยกรมวิชาการเกษตร ทั้งขนาดผล สภาพพื้นที่ที่ชอบ ระยะปลูก และปัญหาต้นพันธุ์ที่ยังไม่มีพันธุ์แนะนำทางการ
ปลูกข้าวฟ่างหลังนาเป็นอาหารสัตว์ ใช้น้ำน้อยกว่าข้าวโพดจริงไหม
ข้าวฟ่างไม่ได้ใช้น้ำทั้งฤดูน้อยกว่าข้าวโพดชัดเจนตามตัวเลขของกรมวิชาการเกษตร แต่ทนการขาดน้ำช่วงสั้นและดินเค็มได้ดีกว่า บทความนี้เทียบสองพืชแบบตารางและบอกวิธีปลูกหลังนาช่วงพฤศจิกายน
ปลูกมันเทศเนื้อสีม่วงขาย พันธุ์ไหนมีในไทย และกี่เดือนขุดได้
สายพันธุ์มันเทศเนื้อสีม่วงที่มีข้อมูลทางราชการคือ พจ.1-9 และ พจ.10-6 ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ซึ่งในแปลงเกษตรกรขุดได้ที่ 96–102 วันหลังปลูก
เพาะเห็ดนางรมหน้าหนาว ต่างจากเห็ดนางฟ้าอย่างไร และต้องคุมโรงเรือนแบบไหน
เห็ดนางรมและนางฟ้าอยู่สกุลเดียวกันและชื่อในไทยใช้ปนกัน งานของกรมวิชาการเกษตรชี้ว่าหน้าร้อนคือช่วงผลผลิตตก หน้าหนาวจึงเป็นโอกาสถ้าคุมความชื้นในโรงเรือนได้
ปลูกพลับในไทยต้องอยู่สูงเท่าไร และพันธุ์ไหนที่โครงการหลวงใช้
ข้อมูลพลับบนพื้นที่สูงจากเอกสารโครงการหลวงและ สวพส. ทั้งพันธุ์ฝาด ไม่ฝาด และพันธุ์ทำแห้ง วิธีขจัดความฝาด และสิ่งที่ยังไม่มีตัวเลขทางการ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…
อุปกรณ์เพาะกล้า
ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง
เช็กก่อนซื้อ
- จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
- เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…
ดินปลูก/วัสดุปลูก
ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ
เช็กก่อนซื้อ
- เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
- น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…
เครื่องมือทำสวน
เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว
เช็กก่อนซื้อ
- วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
- ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ปลูกกฤษณากี่ปีถึงเริ่มทำแผลชักนำให้เกิดแก่นได้
ยังไม่มีอายุมาตรฐานที่หน่วยงานรัฐประกาศ งานวิจัยที่ตราดใช้ต้นอายุ 12-14 ปี งานของกรมป่าไม้ใช้ต้น 15-20 ปี ส่วนต้นอายุ 5 ปีที่ถูกเจาะใส่สารตายทั้งหมด จึงควรรอให้ต้นโตพอก่อนและปรึกษากรมป่าไม้
ชักนำให้เกิดแก่นแล้วต้องรออีกนานเท่าไร
ในงานวิจัยที่ตราด แปลงที่ได้ผลดีที่สุดใช้เวลารวม 16 เดือน ได้เนื้อไม้ที่มีแก่นราว 32% ของน้ำหนัก ส่วนวิธีอื่นได้ 10-32% ในช่วง 8-16 เดือน และการทิ้งไว้นานถึง 43 เดือนไม่ได้ทำให้ได้แก่นมากขึ้น
ปลูกกฤษณาในที่ดินโฉนดของตัวเอง ต้องขออนุญาตตัดไหม
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 กำหนดว่าไม้ที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่เป็นไม้หวงห้าม แต่เจ้าของขอหนังสือรับรองไม้จากกรมป่าไม้ได้ และควรติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเคลื่อนย้าย เพราะไม้อาจถูกตรวจยึดเพื่อพิสูจน์ที่มา
จะส่งออกเนื้อไม้หรือน้ำมันกฤษณาต้องทำอย่างไร
กฤษณาทุกชนิดในสกุล Aquilaria อยู่ในบัญชีที่ 2 ของไซเตส การส่งออกต้องมีใบอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร และถ้าขยายพันธุ์เพื่อการค้าต้องขึ้นทะเบียนสถานที่ ติดต่อกลุ่มวิจัยอนุสัญญาไซเตสด้านพืช โทร 0-2940-5687
ซื้อหัวเชื้อหรือสารกระตุ้นแก่นกฤษณามาใช้เองดีไหม
ระวังมาก งานวิจัยที่ตราดพบว่าสูตรของเกษตรกรเป็นสูตรลับทั้งหมด และผู้วิจัยระบุว่าข้อมูลที่เชื่อถือได้ยังมีน้อย ก่อนซื้อให้ขอดูผลทดลองที่ตรวจสอบได้ และถามว่ามีแปลงจริงให้ดูหรือไม่
ไทยมีกฤษณากี่ชนิด ชนิดไหนให้แก่น
เอกสารกรมป่าไม้ระบุว่าไทยมี 5 ชนิด คือ Aquilaria crassna, A. malaccensis, A. subintegra, A. hirta และ A. rugosa โดยมีสองชนิดแรกที่ให้แก่นหอม
