ปลูกพืชเผยแพร่ 21 ตุลาคม 2569

ปลูกแมงลักเก็บยอดและเมล็ด ต่างจากโหระพาและกะเพราอย่างไร

ปลูกแมงลักเอาเมล็ดต่างจากตัดยอดขายอย่างไร ปฏิทินเพาะกล้า ระยะปลูก ปุ๋ย การนวดแห้งกันอะฟลาทอกซิน และตารางเทียบกับกะเพราและโหระพา จากงานทดลองกรมวิชาการเกษตร

ปลูกแมงลักเก็บยอดและเมล็ด ต่างจากโหระพาและกะเพราอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

แมงลักขายยอดดูแลคล้ายโหระพาและกะเพรา แต่แมงลักขายเมล็ดเป็นพืชรอบเดียวราว 120 วันที่ต้องลดน้ำช่วงปลายและนวดแบบแห้ง บทความนี้เทียบสามพืชจากงานทดลองของกรมวิชาการเกษตร

คำตอบเร็ว: แมงลักปลูกได้สองแบบที่ต่างกันมาก ถ้าจะขายยอดให้ทำแบบผักกินใบ ตัดยอดอ่อนก่อนออกดอก แต่ถ้าจะขายเมล็ด ต้องปล่อยให้ออกดอกจนช่อดำเกือบทั้งต้น ใช้เวลาราว 120 วัน และต้องการช่วงปลายฝนต่อหน้าแล้งที่ไม่มีฝนตอนเก็บเกี่ยว ส่วนกะเพราและโหระพานิยมปลูกเพื่อตัดยอดขายต่อเนื่อง กะเพราตัดได้ทุก 15–20 วันนานหลายเดือน จุดที่แมงลักต่างจากอีกสองชนิดคือ "เมล็ด" เป็นสินค้าหลัก และเมล็ดที่ชื้นหรือโดนดินจะเสี่ยงสารอะฟลาทอกซิน ซึ่งตลาดตรวจเข้มมาก

เวลาเกษตรกรถามว่าแมงลักปลูกเหมือนกะเพราโหระพาไหม คำตอบสั้น ๆ คือ ช่วงต้นกล้าคล้ายกัน แต่พอถึงครึ่งหลังของฤดู ทางเดินแยกกันชัดเจน คนที่ปลูกแมงลักขายยอดจะตัดดอกทิ้งเพื่อให้แตกยอดใหม่ ส่วนคนที่ปลูกแมงลักเอาเมล็ดต้องการให้ต้นออกดอกเต็มที่ แล้วรอให้ช่อแห้งดำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีในการปลูกกะเพราขายใบเลย บทความนี้จะเทียบสามพืชในมุมที่คนปลูกต้องตัดสินใจจริง คือ ปลูกอย่างไร เก็บใบเมื่อไร เก็บเมล็ดอย่างไรให้สะอาด และตลาดเมล็ดแมงลักต้องการอะไร โดยอ้างอิงงานทดลองของกรมวิชาการเกษตรที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุโขทัย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเมล็ดแมงลักสำคัญของประเทศ

ถ้าต้องการวิธีปลูกกะเพราหรือโหระพาแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่ วิธีปลูกกะเพราสำหรับมือใหม่ และ วิธีปลูกโหระพาสำหรับมือใหม่ ในบทนี้จะเน้นเฉพาะจุดที่แมงลักต่างออกไป

สามพืชตระกูลเดียวกัน แต่ขายคนละส่วน

ภาพประกอบ สามพืชตระกูลเดียวกัน แต่ขายคนละส่วน

กะเพรา โหระพา และแมงลัก อยู่ในวงศ์เดียวกัน เอกสารของกรมวิชาการเกษตรที่ทดลองปลูกแบบอินทรีย์ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตรก็ปลูกทั้งสามชนิดร่วมกัน และพบศัตรูชุดเดียวกัน คือ เพลี้ยอ่อน หนอนม้วนใบ เพลี้ยไฟ และมดคันไฟที่ขึ้นไปกินยอด โดยแมลงจะเพิ่มสูงสุดในช่วงสัปดาห์ที่ 4–5 หลังปลูก ดังนั้นในแง่การดูแลแปลงช่วงแรก ใครเคยปลูกกะเพรามาแล้วก็ปรับมาปลูกแมงลักได้ไม่ยาก

ความต่างอยู่ที่ "ของที่ขาย" กะเพราตามงานทดลองของกรมวิชาการเกษตรตัดยอดได้ทุก 15–20 วันหลังปลูก ตัดได้ราว 10–15 ครั้งในช่วง 7–8 เดือน หลังจากนั้นลำต้นแข็ง ผลผลิตลดลง เกษตรกรจึงรื้อปลูกใหม่ ส่วนแมงลักที่ปลูกเอาเมล็ดเป็นพืชรอบเดียวที่ต้องรอจนถึงราว 120 วัน และเก็บครั้งเดียว ผลผลิตคิดเป็นกิโลกรัมเมล็ดต่อไร่ ไม่ใช่กิโลกรัมยอดสด

ประเด็นแมงลัก (ปลูกเอาเมล็ด)แมงลัก/โหระพา (ปลูกเอายอด)กะเพรา (ปลูกเอายอด)
สินค้าหลักเมล็ดแห้งสีดำยอดและใบสดยอดและใบสด
การขยายพันธุ์เพาะกล้าจากเมล็ด แล้วย้ายปลูกเพาะเมล็ดเพาะเมล็ด หรือปักชำกิ่งแก่ยาว 5–10 ซม.
ระยะปลูกที่มีงานทดลองรองรับ50x30 ซม. ย้ายกล้า 2 ต้นต่อหลุม (ศวพ.สุโขทัย) หรือ 75x30 ซม. 2–3 ต้นต่อหลุม (คู่มือ GAP)ไม่พบตัวเลขเฉพาะในเอกสารที่ค้น ให้ดูคำแนะนำบนซองเมล็ด30x40 ซม. ให้ผลผลิตสูงสุดในงานทดสอบ ศวพ.ปทุมธานี; GAP แนะนำต้นห่าง 20–25 ซม. แถวห่าง 50 ซม.
การจัดการดอกปล่อยให้ออกดอกเต็มที่เด็ดช่อดอกทิ้งให้แตกยอดใหม่เด็ดช่อดอกทิ้งให้แตกยอดใหม่
ช่วงเก็บเกี่ยวราว 120–129 วัน เมื่อช่อดำ 80–90%เริ่มตัดยอดตามอายุบนซองเมล็ดตัดทุก 15–20 วัน 10–15 ครั้งใน 7–8 เดือน
สภาพอากาศที่ต้องการมีฝนช่วงตั้งตัว แล้วไม่มีฝนจนเก็บเกี่ยวต้องมีน้ำสม่ำเสมอต้องมีน้ำสม่ำเสมอ
ความเสี่ยงหลักของสินค้าอะฟลาทอกซินในเมล็ด เมล็ดไม่ดำ มีเศษปนแมลงกัดยอด ใบช้ำแมลงกัดยอด ลำต้นแข็งเมื่ออายุมาก

หมายเหตุ: ตัวเลขในตารางมาจากงานทดลองและคู่มือในรายการอ้างอิงท้ายบทความ เป็นค่าจากพื้นที่ทดลองเฉพาะ ไม่ใช่ค่ามาตรฐานตายตัวของทุกพื้นที่

ปลูกแมงลักเอาเมล็ด ทำตามปฏิทินแบบไหน

รายงานโครงการวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดแมงลักของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งทดลองช่วงปี 2561–2563 ระบุปฏิทินของแหล่งปลูกสุโขทัยไว้ชัด คือ เพาะกล้าช่วงสิงหาคมถึงกันยายน ย้ายปลูกช่วงกันยายนถึงตุลาคม และเก็บเกี่ยวในเดือนมกราคม แปลงทดลองเป็นดินร่วนปนทราย ค่าความเป็นกรดด่างราว 5.5–6.5

คู่มือการจัดการคุณภาพแหล่งผลิตเมล็ดแมงลักตามมาตรฐาน GAP ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำร่วมกับกรมวิชาการเกษตร อธิบายเหตุผลไว้ว่า แมงลักต้องการฝนช่วงแรกจนต้นตั้งตัว แต่หลังจากนั้นไม่ควรมีฝนจนถึงเก็บเกี่ยว ต้องการแดดจัด และเจริญได้ดีที่อุณหภูมิราว 25–37 องศาเซลเซียส ควรเลือกที่ดอนหรือที่ราบที่น้ำไม่ท่วมขัง

ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 นี้ ถ้าใครกำลังคิดจะปลูกแมงลักเอาเมล็ด ควรรู้ว่าแปลงที่ย้ายกล้าตามปฏิทินนี้ควรลงแปลงไปแล้วในช่วงกันยายนถึงตุลาคม ถ้าเพิ่งเริ่มเพาะกล้าตอนนี้ ต้นจะออกดอกและติดเมล็ดช้าไปทางหน้าแล้งลึก ต้องเตรียมน้ำให้พอ และควรถามเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยในพื้นที่ก่อนว่าช่วงปลูกที่ช้าออกไปยังเหมาะกับอากาศบ้านเราไหม

เพาะกล้าและย้ายปลูก

คู่มือ GAP แนะนำให้ไถดินแปลงเพาะกล้าลึก 30–40 ซม. ตากดิน 7–15 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 10 กก./ไร่ ยกแปลงสูงราว 30 ซม. กล้าพร้อมย้ายเมื่ออายุ 15–20 วัน หรือสูงราว 15 ซม. ก่อนปลูกให้ตัดแต่งรากและตัดยอดออกราวครึ่งหนึ่ง แล้ว "ดำ" ลงแปลงหลุมละ 2–3 ต้น ที่ระยะ 75x30 ซม. ส่วนงานทดลองของ ศวพ.สุโขทัย ใช้กล้าอายุ 25 วัน ปลูกระยะ 50x30 ซม. หลุมละ 2 ต้น ทั้งสองแบบต่างกันตามพื้นที่และแรงงาน ใครเริ่มใหม่ควรทดลองแปลงเล็กก่อน

ปุ๋ยและน้ำ

ในงานทดลองของกรมวิชาการเกษตร ใส่ปุ๋ยครั้งเดียวหลังย้ายปลูก 1 เดือน โดยผสมแม่ปุ๋ย 46-0-0, 18-46-0 และ 0-0-60 โรยเป็นแถวแล้วกลบ อัตราที่ให้ผลผลิตเมล็ดดีสูงสุดคือ N-P2O5-K2O เท่ากับ 9-5-6 กก./ไร่ ได้เมล็ดดี 59.13 กก./ไร่ และมีสัดส่วนเมล็ดดีราว 78% ของน้ำหนัก เทียบกับวิธีเกษตรกรที่ใส่ราว 13-3-3 กก./ไร่ ส่วนคู่มือ GAP ใช้ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 15 กก./ไร่ ที่อายุ 30 วัน ใครจะใช้อัตราไหนควรวิเคราะห์ดินก่อน เพราะดินแต่ละที่ต่างกันมาก

การให้น้ำในงานทดลองให้ 5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4–7 วัน จนถึงช่วงที่ดอกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แล้วจึงหยุด จุดนี้คนที่ปลูกกะเพราขายใบมักทำพลาด เพราะเคยชินกับการรดน้ำทุกวัน แปลงแมงลักเอาเมล็ดที่ชื้นตลอดจะทำให้ช่อแห้งช้าและเชื้อราขึ้นง่าย

ตอซังรุ่นสองช่วยลดต้นทุน

รายงานเดียวกันพบว่าเก็บเกี่ยวรอบมกราคมแล้วเลี้ยงตอต่อได้อีกรุ่นในแปลงเดิม รุ่นตอที่ใส่ปุ๋ย 6-3-6 กก./ไร่ ให้เมล็ด 50.21 กก./ไร่ ต้นทุนต่อไร่ของแปลงย้ายกล้าในรายงานคือ 3,400 บาท (เตรียมดิน 550 ปลูก 800 ปุ๋ย 200 น้ำ 200 สารเคมี 100 กำจัดวัชพืช 50 เก็บเกี่ยว 800 นวด 700 บาท) ส่วนแปลงตอซังอยู่ที่ 2,150 บาท เพราะไม่มีค่าเตรียมดินและค่าปลูก แต่ค่าน้ำเพิ่มเป็น 300 บาท ตัวเลขเหล่านี้เป็นต้นทุนจากแปลงทดลองช่วงปี 2561–2563 ค่าแรงและค่าปุ๋ยปัจจุบันน่าจะสูงกว่า ใช้เป็นโครงคิดได้ แต่อย่าใช้เป็นราคาจริงของปีนี้

ปลูกเอายอดขาย ต่างจากเอาเมล็ดอย่างไร

ถ้าขายยอดแมงลักสำหรับใส่แกงเลียงหรือขนมจีน การจัดการจะเหมือนโหระพาและกะเพรามากกว่า คือรดน้ำสม่ำเสมอ ตัดยอดก่อนออกดอก และเด็ดช่อดอกทิ้ง งานทดลองระบบอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตรก็ใช้วิธีตัดช่อดอกออกเพื่อให้ต้นแตกยอดใหม่ ใช้พืชกับดักอย่างผักกวางตุ้งและดาวกระจาย ร่วมกับสารสกัดสะเดา และพบด้วงเต่าทั้งตัวเต็มวัยและตัวอ่อนในแปลงเมื่อมีเพลี้ยอ่อน

อายุตัดยอดครั้งแรกไม่มีตัวเลขกลางจากหน่วยงานรัฐในเอกสารที่ค้นได้ ซองเมล็ดพันธุ์ในท้องตลาดแต่ละยี่ห้อระบุไม่เท่ากัน จึงควรดูจากซองที่ซื้อ ข้อสำคัญคือเมื่อเห็นช่อดอกเริ่มโผล่ให้เด็ดทิ้งทันที เพราะเมื่อต้นเข้าระยะออกดอกเต็มที่แล้ว แรงของต้นจะไปลงที่ช่อและเมล็ด ยอดใหม่จะเล็กลง ถ้าจะซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกขายยอด ลองเทียบข้อมูลซองได้ที่ รีวิวเมล็ดพันธุ์ผักสลัดและสมุนไพรสวนครัว

เก็บเกี่ยวและทำความสะอาดเมล็ด จุดชี้ขาดว่าขายได้ไหม

ในงานทดลองของ ศวพ.สุโขทัย แมงลักออกดอก 50% ที่อายุราว 44 วัน และเก็บเกี่ยวที่ 123–129 วัน เมื่อช่อดอกเปลี่ยนเป็นสีดำราว 80% คู่มือ GAP ใช้เกณฑ์ราว 120 วัน เมื่อช่อดำราว 90% วิธีเก็บใช้เคียวเกี่ยวสูงจากดินราว 25 ซม. หรือราว 1 ฟุตใต้ช่อ วางช่อพาดบนตอ 2–3 วัน แล้วมัดเป็นฟ่อนขนาด 50–80 ซม. ตั้งช่อขึ้นบนผ้าพลาสติก ห้ามให้ช่อแตะดิน และห้ามกองสุมกันจนอับชื้น

การนวดแบบเดิมที่ใช้ไม้ฟาดบนลานดินหรือพรมน้ำให้ช่อนิ่ม คือต้นเหตุสำคัญของปัญหาอะฟลาทอกซิน คู่มือ GAP อธิบายระบบนวดแห้งที่ไม่ใช้น้ำเลยทุกขั้นตอน คือใช้เครื่องตีแบบค้อนแนวตั้งที่มีตะแกรง 6 มม. ร่อนผ่านตะแกรง 3 มม. และ 1.5 มม. แล้วทำความสะอาดด้วยไซโคลนแบบที่ใช้ในโรงสีข้าวกล้อง จากนั้นเก็บในกระสอบที่ระบายอากาศได้ ส่วนรายงานของกรมวิชาการเกษตรก็ใช้เครื่องนวดแห้งโดยไม่พ่นน้ำบนช่อเช่นกัน

เช็กลิสต์เมล็ดแมงลักก่อนขาย

  • เมล็ดดำทั้งเมล็ด ไม่มีเมล็ดไคล่ (เมล็ดลาย) เมล็ดแดง หรือเมล็ดลีบปน รายงานกรมวิชาการเกษตรระบุว่าเกรด A+ ต้องไม่มีเมล็ดแดงหรือลีบปน ส่วนเกรด A ยอมให้ปนได้ 1%
  • แห้งพอ คู่มือ GAP ใช้เกณฑ์ความชื้นสัมพัทธ์เหนือเมล็ดต่ำกว่า 60% หรือค่า water activity ต่ำกว่า 0.6
  • พองตัวได้อย่างน้อย 30 มล. ต่อเมล็ด 1 กรัม เมื่อแช่น้ำ
  • ไม่มีเศษดิน กรวด ก้านช่อ หรือเมล็ดวัชพืช
  • เก็บในกระสอบระบายอากาศ ยกพ้นพื้น ไม่วางชิดผนังที่ชื้น
  • ตรวจอะฟลาทอกซินเมื่อผู้ซื้อหรือผู้ส่งออกกำหนด ค่าที่รายงานวิจัยอ้างไว้คือไม่เกิน 10 ppb

ตลาดเมล็ดแมงลักต้องการอะไร

รายงานของกรมวิชาการเกษตรระบุว่าจังหวัดสุโขทัยเป็นแหล่งผลิตเมล็ดหลัก ราว 300 ตันต่อปี และอ้างข้อมูลกรมส่งเสริมการเกษตรว่าพื้นที่ปลูกเคยอยู่ที่ 1,457 ไร่ ในปี 2549 เพิ่มเป็น 2,485 ไร่ ในปี 2553 และ 2,785 ไร่ ในปี 2557 ช่วงปี 2560/2561 พื้นที่ปลูกอยู่ที่ 2,992 และ 2,035 ไร่ ราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้ 72 และ 41 บาท/กก. ตามลำดับ ตัวเลขชุดนี้เป็นข้อมูลย้อนหลังหลายปี ใช้ดูว่าราคาแกว่งแรงได้แค่ไหน ไม่ใช่ราคาวันนี้ ก่อนลงทุนควรถามราคารับซื้อจริงจากลานรับซื้อหรือกลุ่มผู้ปลูกในพื้นที่ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ยังไม่พบราคากลางรายวันจากหน่วยงานรัฐ)

บทเรียนสำคัญของตลาดนี้คือเรื่องคุณภาพ รายงานระบุว่าในปี 2548 ญี่ปุ่นตรวจพบอะฟลาทอกซินในเมล็ดแมงลักจากไทย จึงระงับการนำเข้าช่วงปี 2549–2551 และกลับมานำเข้าได้หลังกรมวิชาการเกษตรปรับปรุงการผลิตในปี 2552 ส่วนคู่มือ GAP เตือนว่าเมล็ดที่เก็บในถุงพลาสติกสานอาจมีอะฟลาทอกซินเพิ่มขึ้นระหว่างเก็บรักษาจนเกิน 100 ppb ได้ เชื้อราที่สร้างสารนี้คือ Aspergillus flavus และ A. parasiticus เมล็ดแมงลักมีเส้นใยราว 80% ผู้ซื้อจึงต้องการเมล็ดที่ดำเต็มและความชื้นต่ำ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปลูกแมงลักเอาเมล็ดแล้วรดน้ำถี่เหมือนแปลงกะเพรา ทำให้ช่อแห้งช้าและเชื้อราขึ้นช่อ
  • เกี่ยวเร็วเกินไปตอนช่อยังดำไม่ถึงเกณฑ์ ได้เมล็ดแดงเมล็ดลายปนมาก ขายได้ราคาต่ำ
  • ตากช่อบนลานดินหรือพรมน้ำก่อนฟาด เพิ่มความเสี่ยงอะฟลาทอกซินโดยไม่รู้ตัว
  • เก็บเมล็ดในถุงพลาสติกสานวางกับพื้นปูน ความชื้นจากพื้นขึ้นมาถึงเมล็ด
  • ปลูกขายยอดแต่ไม่เด็ดดอก ต้นเปลี่ยนไปสร้างเมล็ดแทนยอด ผลผลิตยอดหยุดเร็ว
  • เอาตัวเลขราคาเก่าในรายงานมาคิดกำไร โดยไม่ถามราคารับซื้อจริงของปีนี้ก่อน

สรุป

แมงลักขายยอดดูแลแบบโหระพาและกะเพรา คือให้น้ำสม่ำเสมอและเด็ดดอก แต่แมงลักขายเมล็ดเป็นพืชรอบเดียวราว 120 วัน ต้องปลูกให้ตรงฤดู ลดน้ำช่วงปลาย และเก็บเกี่ยวกับนวดแบบแห้ง ราคาและการรับซื้อขึ้นกับความดำ ความแห้ง และความสะอาดของเมล็ดมากกว่าปริมาณ ก่อนลงทุนให้ถามราคารับซื้อจริงในพื้นที่ และดูรายละเอียดช่วงปลูกกะเพราได้ที่ ปฏิทินปลูกกะเพรา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร: โครงการวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดแมงลัก — ปฏิทินปลูก ปุ๋ย ผลผลิต ต้นทุน ตอซัง พื้นที่ปลูก ราคาเกษตรกร และประวัติอะฟลาทอกซิน https://www.doa.go.th/plan/wp-content/uploads/2023/08/24โครงการวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดแมงลัก.pdf
  • 📄คู่มือการจัดการคุณภาพแหล่งผลิตเมล็ดแมงลักตามมาตรฐาน GAP พืช (2559) — สภาพอากาศ การเพาะกล้า ระยะปลูก การเก็บเกี่ยว การนวดแห้ง และเกณฑ์เมล็ดดี https://dkmmap.nrct.go.th/dkmmap-2021/dkm-dm/upload_manual/59-043.pdf
  • 📄กรมวิชาการเกษตร: การทดสอบระยะปลูกที่เหมาะสม กะเพรา — ระยะ 30x40 ซม. ผลผลิต 1.84 กก./ตร.ม. ระยะตาม GAP และการปักชำ https://www.doa.go.th/plan/wp-content/uploads/2021/05/การทดสอบระยะปลูกที่เหมาะสม-กะเพรา.pdf
  • 📄กรมวิชาการเกษตร: การทดสอบการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม กะเพรา — รอบตัดยอดทุก 15–20 วัน 10–15 ครั้งใน 7–8 เดือน https://www.doa.go.th/plan/wp-content/uploads/2021/05/41.1.2.1การทดสอบการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมและวิเคราะห์ธาตุอาหารพืชในดิน-กะเพรา.pdf
  • 📄กรมวิชาการเกษตร: การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานในระบบการผลิตกะเพรา โหระพา — ศัตรูพืชที่พบ ช่วงระบาด พืชกับดัก และการตัดช่อดอก https://www.doa.go.th/plan/wp-content/uploads/2021/04/2043.1.4ศึกษารูปแบบการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานในระบบการผลิตกะเพรา-โหระพา.pdf

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

เมล็ดโหระพา คัดพิเศษ Thai sweet basil เมล็ดพันธุ์โหระพา…

เมล็ดโหระพา คัดพิเศษ Thai sweet basil เมล็ดพันธุ์โหระพา…

เมล็ดพันธุ์/ต้นพันธุ์

เมล็ดหรือต้นพันธุ์ของพืชที่กำลังวางแผนปลูก ตรวจวันบรรจุและอัตรางอกบนซอง

เช็กก่อนซื้อ

  • ชื่อพันธุ์และฤดูปลูกที่เหมาะ
  • วันบรรจุหรือวันหมดอายุบนซอง
กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

อุปกรณ์เพาะกล้า

ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง

เช็กก่อนซื้อ

  • จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
  • เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

ดินปลูก/วัสดุปลูก

ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ

เช็กก่อนซื้อ

  • เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
  • น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง
100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

แมงลักปลูกเอาเมล็ดกี่วันเก็บได้

ในงานทดลองของกรมวิชาการเกษตรที่สุโขทัย เก็บเกี่ยวที่อายุ 123–129 วัน เมื่อช่อดำราว 80% คู่มือ GAP ใช้เกณฑ์ราว 120 วัน เมื่อช่อดำราว 90%

ปลูกแมงลักช่วงไหนถึงได้เมล็ดดี

แหล่งปลูกสุโขทัยเพาะกล้าช่วงสิงหาคมถึงกันยายน ย้ายปลูกกันยายนถึงตุลาคม และเก็บเกี่ยวเดือนมกราคม เพราะต้องการฝนช่วงตั้งตัว แล้วต้องการอากาศแห้งช่วงติดเมล็ดและเก็บเกี่ยว

เมล็ดแมงลักไม่ดำ ขายได้ไหม

ขายได้ยาก คู่มือ GAP กำหนดว่าเมล็ดดีต้องดำทั้งเมล็ด ไม่มีเมล็ดไคล่ ลาย หรือแดงปน ถ้ามีเมล็ดไม่ดำมาก ผู้ซื้อมักกดราคาหรือไม่รับ

ทำไมห้ามพรมน้ำตอนนวดเมล็ดแมงลัก

เพราะความชื้นทำให้เชื้อรา Aspergillus เจริญและสร้างอะฟลาทอกซิน วิธีที่คู่มือ GAP และรายงานกรมวิชาการเกษตรแนะนำคือนวดแห้งโดยไม่ใช้น้ำทุกขั้นตอน

ปลูกแมงลักรุ่นตอได้ไหม

ได้ในงานทดลอง หลังเก็บเกี่ยวรอบมกราคม เลี้ยงตอต่อในแปลงเดิม ใส่ปุ๋ย 6-3-6 กก./ไร่ ได้เมล็ด 50.21 กก./ไร่ และต้นทุนต่ำกว่าแปลงย้ายกล้าเพราะไม่มีค่าเตรียมดินและค่าปลูก แต่ต้องมีน้ำพอในหน้าแล้ง

แมงลักกับโหระพาปลูกแปลงเดียวกันได้ไหม

ปลูกได้ งานทดลองอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตรปลูกกะเพรา โหระพา และแมงลักร่วมกัน แต่ถ้าแปลงหนึ่งตั้งใจเอาเมล็ด อีกแปลงตั้งใจตัดยอด ควรแยกโซนให้ชัด เพราะการให้น้ำในช่วงปลายต่างกันมาก