คำตอบสั้น ๆ
ปฏิทินปลูกฟักทองรายภาค ช่วงที่เสี่ยงน้ำท่วมและราน้ำค้าง อายุเก็บเกี่ยวแยกตามกลุ่มพันธุ์ และวิธีดูผลแก่จริงจากขั้ว นวลบนผิว และเสียงเคาะ
คำตอบเร็ว: ฟักทองในไทยปลูกได้ผลดีที่สุดเมื่อหยอดเมล็ดช่วงปลายฝนต่อหนาว คือราวเดือนตุลาคมถึงธันวาคม เพื่อให้ช่วงผลแก่ไปตรงกับอากาศแห้งและแดดจัดในเดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่งได้เนื้อแน่นและเก็บรักษาได้นาน ส่วนอายุเก็บเกี่ยวขึ้นกับกลุ่มพันธุ์ ฟักทองไทยเนื้อเหลืองอมส้มเก็บผลแก่ราว 90-120 วันหลังหยอดเมล็ด ฟักทองญี่ปุ่นผลเล็กเปลือกเขียวเก็บราว 75-95 วัน ฟักทองบัตเตอร์นัทราว 90-110 วัน ส่วนฟักทองอ่อนสำหรับผัดหรือแกงเก็บได้ตั้งแต่ราว 45-60 วัน ให้ยืนยันความแก่ด้วยสามสัญญาณคือขั้วผลแข็งเป็นไม้และเริ่มแห้ง ผิวมีนวลแป้งเกาะทั่วผล และเคาะแล้วได้เสียงทึบก้อง
ฟักทองเป็นพืชที่ดูปลูกง่ายแต่พลาดเรื่องเวลาได้ง่ายที่สุดในบรรดาพืชตระกูลแตง เพราะสองอย่างที่ตัดสินราคาคือความแก่ของผลกับความสะอาดของผิว ทั้งสองอย่างนี้ถูกกำหนดโดยเดือนที่หยอดเมล็ดมากกว่าฝีมือการดูแลรายวัน ฟักทองที่เก็บตอนยังไม่แก่จะเนื้อฉ่ำน้ำ ไม่หวาน และเก็บได้ไม่กี่วันก่อนเน่าที่ขั้ว ส่วนฟักทองที่ผลแก่ไปตรงกับหน้าฝนจะมีรอยจุดจากเชื้อราบนผิวและขายได้ราคารองทันที
ฟักทองปลูกเดือนไหน แยกตามภาคและระบบปลูก
| พื้นที่และระบบปลูก | ช่วงหยอดเมล็ดที่แนะนำ | ช่วงเก็บผลแก่โดยประมาณ | ช่วงที่ควรเลี่ยง |
|---|---|---|---|
| เหนือตอนบน พื้นราบ | ตุลาคม - ธันวาคม | มกราคม - มีนาคม | มิถุนายน - กันยายน ฝนชุกและน้ำหลากตามลำน้ำ |
| เหนือบนที่สูง อากาศเย็น | กุมภาพันธ์ - เมษายน | พฤษภาคม - กรกฎาคม | ช่วงที่อุณหภูมิกลางคืนต่ำกว่า 12 องศาเซลเซียสต่อเนื่อง |
| อีสาน ปลูกหลังนา | พฤศจิกายน - มกราคม | กุมภาพันธ์ - เมษายน | กรกฎาคม - กันยายน ดินนาอุ้มน้ำ เสี่ยงโคนเน่า |
| กลางและตะวันตก | ตุลาคม - ธันวาคม | มกราคม - มีนาคม | สิงหาคม - ตุลาคม ช่วงน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำ |
| ตะวันออก | พฤศจิกายน - ธันวาคม | กุมภาพันธ์ - มีนาคม | พฤษภาคม - ตุลาคม ฝนชุกยาว |
| ใต้ฝั่งอ่าวไทย | มกราคม - มีนาคม | เมษายน - มิถุนายน | ตุลาคม - ธันวาคม ฝนหนักที่สุดของปี |
หลักการที่ใช้ได้ทุกภาคคือ นับถอยหลังจากเดือนที่อยากเก็บผลแก่ ลบด้วยอายุพันธุ์ แล้วตรวจว่า 30 วันสุดท้ายก่อนเก็บไม่ตกอยู่ในเดือนที่ฝนชุกที่สุดของพื้นที่ เพราะช่วงนั้นคือช่วงที่ผิวผลสร้างนวลและเปลือกแข็งตัว ถ้าฝนตกหนักในช่วงนั้น เปลือกจะบางและช้ำง่ายระหว่างขนส่ง
ทำไมปลายฝนต่อหนาวคือช่วงที่ดีที่สุด
ฟักทองใช้น้ำมากในช่วงเถายืดและติดผล แต่ต้องการอากาศแห้งในช่วงผลแก่ การหยอดเมล็ดปลายฝนจึงได้ทั้งสองอย่างพอดี คือใช้ความชื้นตกค้างในดินเลี้ยงต้นช่วงแรกโดยไม่ต้องรดน้ำมาก แล้วช่วงผลแก่ไปตรงกับอากาศเย็นแห้งของหน้าหนาวถึงต้นร้อน อีกเหตุผลที่คนมักมองข้ามคือแมลงศัตรูอย่างเพลี้ยไฟและแมลงหวี่ขาวระบาดน้อยกว่าในช่วงที่อากาศเย็น ทำให้ปัญหาไวรัสใบด่างน้อยตามไปด้วย
ช่วงเสี่ยงน้ำท่วมและโรคราน้ำค้าง
ฟักทองมีระบบรากตื้นกว่าที่หลายคนคิด รากส่วนใหญ่อยู่ในชั้นดิน 20-40 เซนติเมตร ถ้ามีน้ำขังในแปลงเพียง 1-2 วันในช่วงที่ต้นกำลังเลี้ยงผล ใบจะเหลืองทั้งเถาและผลจะหยุดโต ในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำของภาคกลางและอีสาน ช่วงสิงหาคมถึงตุลาคมจึงเป็นช่วงที่ควรเลี่ยงการมีผลอยู่ในแปลง
ส่วนราน้ำค้างในฟักทองแสดงอาการเป็นแผลเหลี่ยมสีเหลืองบนใบที่ถูกจำกัดด้วยเส้นใบ และมีผงสีเทาอมม่วงใต้ใบในตอนเช้า เชื้อชอบความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 85 เปอร์เซ็นต์และอุณหภูมิราว 15-25 องศาเซลเซียส ซึ่งตรงกับเช้าที่หมอกลงจัดในเดือนธันวาคมถึงมกราคมของภาคเหนือและอีสานตอนบน จุดที่ต่างจากแตงโมคือฟักทองมีใบใหญ่และหนาแน่น ทรงพุ่มจึงอับลมมากกว่า การเว้นระยะปลูกให้กว้างพอและจัดเถาไม่ให้ทับกันจึงสำคัญกว่าในแปลงฟักทอง
- ยกร่องและทำทางระบายน้ำออกจากแปลงให้เสร็จก่อนหยอดเมล็ด ไม่ใช่รอจนฝนแรกมาแล้วค่อยขุด
- สำรวจใต้ใบล่างทุก 3-5 วันตั้งแต่ต้นอายุ 25 วัน เพราะอาการเริ่มจากใบล่างที่อับลมเสมอ
- ให้น้ำที่โคนหรือใช้ระบบน้ำหยด เลี่ยงการให้น้ำแบบสปริงเกลอร์ในช่วงบ่ายแก่หรือเย็น
- คลุมแปลงด้วยฟางหรือพลาสติกคลุมดินเพื่อลดการกระเด็นของดินขึ้นใบล่างซึ่งเป็นทางเข้าของโรค
- การเลือกใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชให้อิงคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและฉลากผลิตภัณฑ์ พร้อมเว้นระยะปลอดภัยก่อนเก็บเกี่ยว
อายุเก็บเกี่ยวของฟักทองแต่ละกลุ่มพันธุ์
| กลุ่มพันธุ์ | ลักษณะผล | อายุเก็บผลแก่โดยประมาณ | ตลาดหลัก |
|---|---|---|---|
| ฟักทองไทยเนื้อเหลืองอมส้ม | ผลใหญ่ 2-5 กก. ผิวเป็นพูชัด เปลือกแข็ง มีนวล | 90-120 วันหลังหยอดเมล็ด | ตลาดสด ร้านอาหาร แกงเลียง แกงบวด |
| ฟักทองญี่ปุ่นผลเล็กเปลือกเขียว | ผลกลมแป้น 1-2 กก. เนื้อแน่นแห้ง เปลือกเขียวเข้ม | 75-95 วันหลังหยอดเมล็ด | ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารญี่ปุ่น ตลาดพรีเมียม |
| ฟักทองบัตเตอร์นัท | ทรงน้ำเต้า ผิวเรียบสีครีม เนื้อส้มละเอียด | 90-110 วันหลังหยอดเมล็ด | ร้านอาหารสุขภาพ ซุป อาหารเด็ก |
| ฟักทองอ่อนและยอดฟักทอง | เก็บผลอ่อนขนาดเล็กหรือเก็บยอดและดอก | 45-60 วัน สำหรับผลอ่อน ส่วนยอดเก็บได้จากราว 35 วัน | ตลาดสด แผงผักพื้นบ้าน |
ตัวเลขข้างต้นเป็นช่วงกว้างเพราะอายุเก็บจริงเลื่อนตามอุณหภูมิ ในช่วงอากาศเย็นกลางคืนต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส ผลจะสุกแก่ช้ากว่าปกติได้ 7-14 วัน ขณะที่ปลูกในช่วงร้อนจะเร็วขึ้น ให้นับวันเป็นแนวทางแล้วใช้สัญญาณทางกายภาพเป็นตัวตัดสินจริงเสมอ
นับอายุจากวันไหน
ความสับสนที่ทำให้เก็บผิดเวลาบ่อยที่สุดคือการนับอายุ บางซองเมล็ดระบุอายุเก็บจากวันหยอด บางแห่งนับจากวันที่ดอกบาน วิธีที่แม่นที่สุดในแปลงคือทำป้ายหรือผูกเชือกสีที่ขั้วผลในวันที่ผสมเกสรหรือวันที่เห็นผลติดขนาดเท่าไข่ไก่ แล้วนับจากวันนั้นไปอีกราว 40-55 วันสำหรับฟักทองไทย และราว 35-45 วันสำหรับฟักทองญี่ปุ่น วิธีนี้ช่วยให้จัดคิวเก็บเป็นรุ่นได้แม่นกว่าการนับจากวันหยอดทั้งแปลง เพราะในแปลงเดียวกันผลติดไม่พร้อมกัน
วิธีดูผลแก่จริง ขั้ว นวล และเสียงเคาะ
ทั้งสามสัญญาณต้องดูร่วมกัน ไม่ใช่ดูอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะแต่ละอย่างหลอกได้เมื่อดูเดี่ยว ๆ
- ขั้วผลและก้าน ขั้วที่แก่จะแข็งเป็นไม้ เป็นเหลี่ยมมีร่องชัด และเริ่มแห้งเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจากด้านที่ติดเถาเข้ามาหาผล ถ้าขั้วยังเขียวและนิ่มแสดงว่ายังไม่แก่ นอกจากนี้ให้ดูมือเกาะหรือหนวดที่ข้อเดียวกับผล ถ้าแห้งเป็นสีน้ำตาลทั้งเส้นคือสัญญาณที่ดี
- นวลบนผิว ฟักทองไทยที่แก่จะมีผงแป้งสีขาวเกาะทั่วผล ผิวด้านไม่เงา ถ้าใช้เล็บกดที่เปลือกแล้วไม่จมเป็นรอยคือเปลือกแข็งพอ ส่วนฟักทองญี่ปุ่นจะไม่มีนวลชัดเท่าฟักทองไทย ให้ดูที่ขั้วแทนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นเนื้อไม้แตกลายคล้ายไม้ก๊อก และสีผิวเปลี่ยนจากเขียวสดเป็นเขียวเข้มด้าน
- เสียงเคาะ ใช้ข้อนิ้วเคาะกลางผล ผลที่แก่จะได้เสียงทึบก้องคล้ายมีโพรงข้างใน ส่วนผลที่ยังอ่อนจะได้เสียงแน่นตันสูงกว่า ควรเคาะเทียบกับผลที่รู้อยู่แล้วว่าแก่สัก 1-2 ผลเพื่อปรับหูก่อนเดินเก็บทั้งแปลง
ข้อควรรู้จากแปลงจริง: ให้ตัดผลโดยเหลือขั้วติดผลยาว 3-5 เซนติเมตรเป็นรูปตัวที และใช้กรรไกรหรือมีดคม อย่าหักหรือบิดขั้วออกเพราะรอยฉีกที่ขั้วคือประตูที่เชื้อราเข้าทำให้เน่าระหว่างเก็บรักษา ผลที่ขั้วหลุดควรแยกขายก่อนเสมอ หลังเก็บให้ผึ่งผลในที่ร่ม อากาศถ่ายเท ไม่ซ้อนกันเป็นเวลาราว 7-14 วัน ขั้นตอนนี้ช่วยให้เปลือกแข็งขึ้นและแผลเล็ก ๆ สมานตัว ทำให้เก็บรักษาต่อได้อีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนขึ้นกับพันธุ์และสภาพโรงเก็บ ฟักทองญี่ปุ่นโดยเฉพาะจะรสชาติดีขึ้นหลังผึ่ง เพราะแป้งในเนื้อเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในช่วงนี้
เช็กลิสต์ก่อนและระหว่างรอบปลูกฟักทอง
- กำหนดเดือนที่อยากขายก่อน แล้วนับถอยหลังตามอายุกลุ่มพันธุ์และเผื่ออากาศเย็นอีก 7-14 วัน
- ตรวจว่าแปลงเคยปลูกพืชตระกูลแตงในสามปีหลังหรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงโรคในดิน
- ยกร่องและทำทางน้ำออกให้เสร็จก่อนหยอด โดยเฉพาะแปลงในที่ลุ่ม
- เตรียมฟางหรือแผ่นรองผลไว้ใช้ตั้งแต่ก่อนผลเริ่มขยาย เพื่อไม่ให้ด้านที่ติดดินช้ำและเป็นจุดเหลือง
- ผูกป้ายหรือเชือกสีที่ขั้วผลในวันที่ผลติด เพื่อคุมอายุเก็บเป็นรายผล
- ลดน้ำลงชัดเจนในช่วง 10-14 วันสุดท้ายก่อนเก็บ เพื่อให้เนื้อแน่นและเปลือกแข็ง
- เตรียมพื้นที่ร่มอากาศถ่ายเทสำหรับผึ่งผลหลังเก็บ อย่าวางกองบนพื้นดินเปียก
ดูเทคนิคการเตรียมแปลงและการจัดการพืชผักชนิดอื่นเพิ่มเติมได้ที่หมวด ปลูกพืช
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องเดือนปลูกและอายุเก็บฟักทอง
- เก็บผลเร็วเพราะเห็นผลใหญ่แล้ว ทั้งที่ขั้วยังเขียว ทำให้เนื้อฉ่ำน้ำ ไม่หวาน และเน่าเร็ว
- นับอายุเก็บจากวันหยอดทั้งแปลงโดยไม่แยกรุ่นผล ทำให้เก็บผลรุ่นหลังที่ยังอ่อนปนมาด้วย
- บิดหรือหักขั้วผลแทนการตัด ทำให้เน่าที่ขั้วระหว่างเก็บรักษา
- วางผลกองซ้อนกันบนพื้นดินหลังเก็บโดยไม่ผึ่ง ทำให้ความชื้นสะสมและเกิดราที่ผิว
- ปลูกให้ผลแก่ตรงเดือนฝนชุกเพราะอยากขายช่วงของแพง แต่ได้ผิวเป็นจุดและถูกตัดเกรด
- ปลูกถี่เกินเพราะเสียดายพื้นที่ ทำให้ทรงพุ่มอับลมและราน้ำค้างเข้าตั้งแต่ระยะเถายืด
- คาดหวังให้ฟักทองญี่ปุ่นมีนวลเหมือนฟักทองไทยแล้วรอเก็บจนเลยระยะ ทำให้เนื้อร่วนเกินและเสียคุณภาพ
สรุป
ช่วงที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับฟักทองในไทยคือหยอดเมล็ดปลายฝนต่อหนาวราวตุลาคมถึงธันวาคมในภาคเหนือ อีสาน กลาง และตะวันออก แล้วเก็บผลแก่ในเดือนมกราคมถึงมีนาคม ส่วนภาคใต้ต้องเลื่อนตามรูปแบบมรสุมของพื้นที่ อายุเก็บให้ยึดตามกลุ่มพันธุ์ คือฟักทองไทยราว 90-120 วัน ฟักทองญี่ปุ่นราว 75-95 วัน บัตเตอร์นัทราว 90-110 วัน และฟักทองอ่อนราว 45-60 วัน แต่ตัวตัดสินจริงคือสัญญาณทางกายภาพสามอย่างที่ต้องดูร่วมกัน ได้แก่ขั้วแข็งเป็นไม้และเริ่มแห้ง นวลแป้งเกาะทั่วผิว และเสียงเคาะทึบก้อง จากนั้นตัดให้เหลือขั้วรูปตัวทีและผึ่งบ่มก่อนขายเสมอ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลพันธุ์ฟักทอง การจัดการโรคสำคัญของพืชตระกูลแตงรวมถึงราน้ำค้าง และคำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชพร้อมระยะปลอดภัยก่อนเก็บเกี่ยว
- กรมส่งเสริมการเกษตร — ปฏิทินการเพาะปลูกพืชผักรายภาค คำแนะนำการปลูกพืชหลังนา และช่องทางปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอ
- กรมอุตุนิยมวิทยา — การคาดหมายลักษณะอากาศและช่วงฤดูกาลรายภาค สำหรับเลือกเดือนหยอดเมล็ดให้ผลแก่ไม่ตรงฝนชุก
- กรมพัฒนาที่ดิน — บริการวิเคราะห์ดินและคำแนะนำการปรับปรุงดินนาและดินร่วนทรายก่อนปลูกพืชผัก
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาที่เกษตรกรขายได้และสถานการณ์ผลผลิตพืชผักรายเดือน
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เพาะบอนสีขาย เริ่มต้นอย่างไรจากไม้ตลาดสู่ไม้ด่าง
เริ่มเพาะบอนสีขายจากไม้ตลาดต้นทุนต่ำ แล้วคัดต้นแปลกไว้ขยายซ้ำเพื่อลุ้นไม้ด่าง พร้อมขั้นตอนผ่าหัว ข้อมูลจากงานวิจัย และตัวอย่างคำนวณต้นทุน
ปลูกแคคตัสขายออนไลน์ เริ่มจากไม้ตลาดหรือไม้สะสมดี
มือใหม่ที่อยากขายแคคตัสออนไลน์ควรเริ่มจากไม้ตลาดหรือไม้สะสม บทความนี้ช่วยตัดสินใจตามทุนและเวลา พร้อมวิธีเพาะเมล็ดและขยายพันธุ์จากแหล่งที่ตรวจสอบได้
เพาะเห็ดแครงขาย ใช้ขี้เลื่อยยางพาราอย่างไรและเก็บได้เมื่อไหร่
สรุปวิธีเพาะเห็ดแครงในถุงขี้เลื่อยยางพาราตามสูตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลำดับเวลา นึ่ง บ่ม เปิดดอก เก็บเกี่ยว และข้อควรคิดเรื่องขายสดหรือแห้ง
ปลูกเบญจมาศตัดดอก เปิดไฟกลางคืนคุมการออกดอกอย่างไร
อธิบายหลักการวันสั้นของเบญจมาศและวิธีเปิดไฟกลางคืนเพื่อให้ต้นสูงพอก่อนออกดอก พร้อมตัวเลขจากหน่วยงานทางการและข้อควรระวังเรื่องต้นทุนและราคา
ข้าวพันธุ์ใหม่ปี 2569 มีพันธุ์อะไรบ้าง และเหมาะกับพื้นที่แบบไหน
กรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 7 พันธุ์ในเดือนตุลาคม 2569 บทความนี้สรุปแต่ละพันธุ์ ตัวเลขผลผลิตจากเอกสารที่เสนอรับรอง จุดอ่อน และพื้นที่ที่เหมาะ พร้อมบอกว่ายังมีอะไรที่ไม่ประกาศ
ปลูกวานิลลาในไทย ทำค้าง ผสมเกสรด้วยมือ และบ่มฝักอย่างไร
วานิลลาต้องมีค้างให้เลื้อย ต้องผสมเกสรด้วยมือเพราะดอกบานวันเดียว และต้องบ่มฝักอีกหลายเดือนกลิ่นจึงออก บทความนี้ไล่งานแต่ละขั้นตามเอกสารของโครงการหลวง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ UF/IFAS
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

【งอกเร็ว 3 วัน ปลอดเชื้อรา】กระถางปลูกต้นอ่อนแบบพิเศษ สำหรับครัวเรือน อุปกรณ์ปลูกผักสลัด/เครื่องปลูกเมล็ดพันธุ์/กระถางระบายน้ำดี/ปลูกพืชอินทรีย์
ดูรายละเอียด
เมล็ดพันธุ์ข้าว ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวเหนียวดำ ข้าวญี่ปุ่น เพื่อการทดลองปลูก เพื่อการขยายพันธุ์
ดูรายละเอียด
เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 สุรินทร์แท้ ข้าวนาปี รวงหนัก กอแน่น ทนแล้ง
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ฟักทองปลูกหน้าฝนได้ไหม
ปลูกได้แต่เสี่ยงสูงกว่ามาก เพราะรากฟักทองไม่ทนน้ำขังแม้เพียง 1-2 วัน และผิวผลที่โดนฝนสาดพร้อมดินกระเด็นมักเกิดจุดจากเชื้อรา ถ้าจำเป็นต้องปลูกให้ยกร่องสูง คลุมแปลง ใช้แผ่นรองผล และวางแผนเก็บผลเป็นรุ่นเพื่อไม่ให้ผลค้างแปลงนาน ควรยอมรับว่าสัดส่วนผลเกรดดีจะต่ำกว่ารอบปลายฝนต่อหนาว
ฟักทองญี่ปุ่นกับฟักทองไทย อายุเก็บต่างกันมากไหม
ต่างกันชัดเจน ฟักทองญี่ปุ่นผลเล็กมักเก็บผลแก่ได้ราว 75-95 วันหลังหยอดเมล็ด ขณะที่ฟักทองไทยผลใหญ่มักใช้เวลาราว 90-120 วัน สัญญาณความแก่ก็ต่างกัน ฟักทองไทยดูจากนวลแป้งบนผิวได้ชัด ส่วนฟักทองญี่ปุ่นต้องดูที่ขั้วซึ่งจะเปลี่ยนเป็นเนื้อไม้แตกลายและสีผิวเข้มด้าน การใช้เกณฑ์ของพันธุ์หนึ่งไปตัดสินอีกพันธุ์มักทำให้เก็บผิดเวลา
ทำไมฟักทองที่เก็บมาแล้วไม่หวาน
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือเก็บก่อนผลแก่จริงและไม่ได้ผึ่งผลหลังเก็บ ฟักทองสะสมแป้งในช่วงท้ายของการเจริญเติบโตแล้วแป้งจะค่อยเปลี่ยนเป็นน้ำตาลระหว่างการผึ่งบ่มในที่ร่มราว 7-14 วัน อีกสาเหตุคือให้น้ำมากเกินในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายซึ่งทำให้เนื้อฉ่ำน้ำ และการปลูกในช่วงที่ไม่มีอากาศเย็นตอนผลแก่ก็ทำให้สะสมน้ำตาลน้อยลง
ฟักทองเก็บรักษาได้นานแค่ไหน
ผลที่แก่เต็มที่ ขั้วสมบูรณ์ และผ่านการผึ่งบ่มแล้ว เก็บในที่ร่มแห้งอากาศถ่ายเทได้หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนขึ้นกับพันธุ์และสภาพโรงเก็บ โดยฟักทองไทยเปลือกหนามักเก็บได้นานกว่าฟักทองญี่ปุ่น ข้อสำคัญคือวางผลไม่ให้ซ้อนทับกันและไม่สัมผัสพื้นเปียก ตรวจทุกสัปดาห์แล้วคัดผลที่เริ่มนิ่มที่ขั้วออกทันทีเพื่อไม่ให้ลามไปผลอื่น
ฟักทองควรไว้ผลกี่ผลต่อเถา
สำหรับฟักทองไทยผลใหญ่ที่ขายตามน้ำหนัก มักไว้ 2-3 ผลต่อเถาหลักเพื่อให้ผลได้ขนาดสม่ำเสมอ ส่วนฟักทองญี่ปุ่นผลเล็กที่ตลาดต้องการขนาดใกล้เคียงกันมักไว้ 2-4 ผลต่อเถา การไว้ผลมากเกินทำให้ผลเล็กคละและอายุแก่ไม่พร้อมกัน ควรเลือกผลที่ทรงสวย ขั้วใหญ่ และอยู่ที่ข้อกลางเถาซึ่งมีใบเลี้ยงมากพอ แล้วปลิดผลที่เหลือตั้งแต่ยังเล็ก
จำเป็นต้องช่วยผสมเกสรฟักทองด้วยมือไหม
ในแปลงที่มีผึ้งและแมลงผสมเกสรเพียงพอมักไม่จำเป็น แต่ในช่วงที่ฝนตกต่อเนื่องตอนเช้าหรือแปลงที่อยู่ใกล้พื้นที่พ่นสารบ่อย การช่วยผสมเกสรด้วยมือช่วงเช้าราว 6-9 นาฬิกาจะช่วยให้ติดผลสม่ำเสมอขึ้น วิธีคือเด็ดดอกตัวผู้ที่บานวันเดียวกัน ลอกกลีบออก แล้วแตะละอองเกสรที่ยอดเกสรตัวเมียที่ข้อกลางเถา
