คำตอบสั้น ๆ
อายุเก็บเกี่ยวมะเขือเทศแยกตามผลใหญ่ ผลเล็ก และพันธุ์โรงงาน พร้อมฤดูที่เหมาะกับแต่ละภาค ปัญหาที่มากับฤดูฝน และระยะสีผลที่เก็บแล้วไม่เสียราคา
คำตอบเร็ว: มะเขือเทศเริ่มเก็บผลแรกได้ต่างกันตามกลุ่มพันธุ์ คือมะเขือเทศผลใหญ่และมะเขือเทศสีดาเก็บราว 65-80 วันหลังย้ายกล้า หรือราว 85-105 วันนับจากวันเพาะเมล็ด มะเขือเทศผลเล็กและเชอร์รี่เก็บเร็วกว่าที่ราว 55-70 วันหลังย้ายกล้าและเก็บต่อเนื่องได้ 2-3 เดือน ส่วนมะเขือเทศพันธุ์โรงงานสำหรับส่งแปรรูปมักเก็บที่ราว 100-120 วันนับจากเพาะเมล็ดและเก็บรวบเป็นรุ่น ฤดูที่เสี่ยงน้อยที่สุดคือปลายฝนต่อหนาว ย้ายกล้าเดือนตุลาคมถึงธันวาคมแล้วเก็บช่วงธันวาคมถึงมีนาคม เพราะกลางคืนเย็น 15-20 องศาเซลเซียสทำให้ติดผลดีและโรคทางใบน้อยกว่าฤดูฝนมาก
คนที่เคยปลูกมะเขือเทศแล้วเจ็บตัวส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้เพราะดูแลไม่ดี แต่แพ้เพราะเลือกฤดูผิด มะเขือเทศเป็นพืชที่อ่อนไหวกับอุณหภูมิกลางคืนและความชื้นมากกว่าพืชผักทั่วไป ถ้ากลางคืนร้อนเกินไปดอกจะร่วงทั้งที่ต้นสวย และถ้าฝนตกต่อเนื่องช่วงติดผล โรคใบไหม้กับโรคเหี่ยวจะเข้าจนเก็บไม่ทัน บทความนี้ตอบทั้งเรื่องจำนวนวันและเรื่องฤดูที่ปลอดภัย พร้อมบอกวิธีดูว่าผลระยะไหนที่เก็บแล้วไม่เสียราคา
มะเขือเทศปลูกกี่วันเก็บได้ แยกตามกลุ่มพันธุ์
| กลุ่ม | อายุเก็บผลแรกหลังย้ายกล้า | อายุนับจากวันเพาะเมล็ด | ลักษณะการเก็บ | ตลาดหลัก |
|---|---|---|---|---|
| ผลใหญ่และสีดา | 65-80 วัน | ราว 85-105 วัน | ทยอยเก็บทุก 3-5 วัน ต่อเนื่อง 6-10 สัปดาห์ | ตลาดสด ร้านอาหาร ส้มตำ |
| ผลเล็กและเชอร์รี่ | 55-70 วัน | ราว 75-95 วัน | เก็บถี่ทุก 2-3 วัน ต่อเนื่องนานหลายเดือนถ้าต้นสมบูรณ์ | ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสลัด ตลาดสดพรีเมียม |
| พันธุ์โรงงานสำหรับแปรรูป | ราว 70-90 วัน | ราว 100-120 วัน | ติดผลรวบรุ่นและเก็บรวมไม่กี่ครั้ง | โรงงานแปรรูปตามสัญญา |
เหตุผลที่ต้องแยกอายุตามกลุ่มไม่ใช่แค่เรื่องพันธุ์ แต่เป็นเรื่องนิสัยการเจริญเติบโต มะเขือเทศผลเล็กและผลใหญ่หลายพันธุ์เป็นแบบเลื้อยยอดไม่หยุด จึงออกดอกและติดผลเป็นช่อต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ต้องค้างและแขวนเชือก ส่วนพันธุ์โรงงานส่วนใหญ่เป็นแบบยอดหยุด ทรงพุ่มเตี้ย ติดผลรวบแล้วสุกใกล้เคียงกัน ออกแบบมาให้เก็บรวบรุ่นเพื่อส่งโรงงาน ถ้าเอาพันธุ์โรงงานมาปลูกหวังเก็บขายตลาดสดยาวหลายเดือน จะพบว่าเก็บได้ไม่กี่ครั้งแล้วต้นก็โทรม
ข้อควรรู้ในการนับวัน: กล้ามะเขือเทศย้ายปลูกเมื่ออายุราว 20-25 วันหรือมีใบจริง 3-4 ใบ ถ้าปล่อยกล้าแก่เกิน 30 วันในถาดเพาะ รากจะขดและต้นชะงักหลังย้าย ทำให้เก็บช้ากว่ากำหนด 7-10 วัน นอกจากนี้อากาศเย็นจัดในช่วงต้นหนาวทำให้ผลสุกช้าลงได้อีก 5-10 วัน จึงควรเผื่อเวลาเสมอเวลาวางแผนวันขาย
ฤดูไหนปลูกแล้วเสี่ยงน้อยที่สุด แยกตามภาค
| พื้นที่ | ช่วงย้ายกล้าที่แนะนำ | ช่วงเก็บเกี่ยว | เหตุผลและข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| อีสานตอนบน เขตปลูกมะเขือเทศโรงงาน | พฤศจิกายน - ธันวาคม | กุมภาพันธ์ - เมษายน | ปลูกหลังนา ใช้ความชื้นดินที่เหลือ กลางคืนเย็นทำให้ติดผลดี ต้องเฝ้าโรคเหี่ยวเขียวในแปลงที่เคยปลูกพืชตระกูลมะเขือ |
| เหนือ พื้นราบ | ตุลาคม - ธันวาคม | มกราคม - มีนาคม | อากาศเย็นเหมาะกับการติดผล แต่เช้าหมอกลงจัดเสี่ยงโรคใบไหม้ ต้องจัดการระบายอากาศในทรงพุ่ม |
| เหนือ บนที่สูง | ปลูกได้เกือบทั้งปี เว้นช่วงฝนหนัก | ตามรอบที่วางไว้ | อุณหภูมิเหมาะตลอดปี แต่ช่วงฝนยังต้องใช้โรงเรือนพลาสติกคลุมเพื่อกันน้ำกระเด็นและใบเปียก |
| กลางและตะวันตก | ตุลาคม - ธันวาคม | มกราคม - มีนาคม | ต้องเลี่ยงช่วงน้ำหลากในพื้นที่ลุ่ม และเฝ้าแมลงหวี่ขาวซึ่งเป็นพาหะของโรคใบหงิกเหลือง |
| ใต้ | ทำได้ยากในแปลงเปิด ควรใช้โรงเรือน | ตามรอบโรงเรือน | ฝนชุกยาวและความชื้นสูงทำให้โรคทางใบและผลเน่ารุนแรง |
ทำไมอุณหภูมิกลางคืนถึงสำคัญกว่ากลางวัน
มะเขือเทศติดผลได้ดีเมื่ออุณหภูมิกลางคืนอยู่ราว 15-20 องศาเซลเซียส ถ้ากลางคืนสูงกว่าราว 24 องศาเซลเซียสต่อเนื่องหลายคืน ละอองเกสรจะมีชีวิตรอดน้อยลงและเกิดอาการดอกร่วงโดยที่ต้นยังเขียวสวย นี่คือเหตุผลที่ปลูกช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมในที่ราบแล้วได้ต้นใหญ่แต่ผลน้อย เกษตรกรหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะปุ๋ยไม่พอแล้วใส่ไนโตรเจนเพิ่ม ซึ่งยิ่งทำให้ต้นเฝือใบและติดผลน้อยลงไปอีก
ปัญหาที่มากับฤดูฝนโดยเฉพาะ
- โรคใบไหม้ ระบาดเร็วมากในสภาพเย็นชื้นและใบเปียกนาน แผลสีน้ำตาลเขียวฉ่ำน้ำลามจากขอบใบเข้าหากลางใบ และลามลงก้านกับผลได้ภายในไม่กี่วัน
- โรคใบจุดวง แผลสีน้ำตาลมีวงซ้อนคล้ายเป้ายิงธนูบนใบล่าง ทำให้ใบร่วงจากล่างขึ้นบนและผลถูกแดดเผา
- โรคเหี่ยวเขียวจากเชื้อแบคทีเรีย ต้นเหี่ยวทั้งที่ใบยังเขียว เกิดในดินชื้นและอุ่น ตัดโคนต้นแช่น้ำใสจะเห็นของเหลวขุ่นไหลออกมา โรคนี้ไม่มีสารเคมีที่ใช้รักษาได้ จึงต้องป้องกันด้วยการหมุนเวียนพืชและเลี่ยงแปลงที่มีประวัติ
- ผลแตกและผลเน่า เกิดเมื่อดินแห้งสลับเปียกจัด โดยเฉพาะฝนตกหนักหลังแล้งหลายวันในช่วงผลกำลังสุก
- แมลงหวี่ขาวและโรคใบหงิกเหลือง ต้นที่ติดไวรัสตั้งแต่ระยะเล็กมักไม่ให้ผลที่ขายได้ ต้องถอนทิ้งและคุมพาหะตั้งแต่ระยะกล้า
- หนอนเจาะผล เจาะเข้าผลอ่อนทำให้ผลเน่าคาต้น สำรวจช่อผลทุก 3-5 วันช่วงเริ่มติดผล
แนวทางลดความเสี่ยงที่ใช้ได้จริงคือ ยกร่องสูงและคลุมแปลงเพื่อไม่ให้ดินกระเด็นขึ้นใบล่าง ทำค้างและตัดแต่งใบล่างที่ติดดินออก ให้น้ำที่โคนด้วยระบบน้ำหยดแทนการรดบนทรงพุ่มตอนเย็น และเว้นระยะปลูกให้ลมผ่านได้ ส่วนการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชให้อิงคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและฉลากผลิตภัณฑ์ พร้อมเว้นระยะปลอดภัยก่อนเก็บเกี่ยวตามที่ระบุ
สัญญาณผลสุกที่เก็บได้โดยไม่เสียราคา
มะเขือเทศต่างจากผลไม้หลายชนิดตรงที่ผลจะสุกต่อได้หลังเก็บ ถ้าเก็บในระยะที่ถูกต้อง การเลือกระยะเก็บจึงขึ้นกับว่าจะส่งไปไกลแค่ไหนและลูกค้าปลายทางเป็นใคร
| ระยะ | ลักษณะที่เห็น | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| ระยะเริ่มเปลี่ยนสี | ปลายผลเริ่มมีสีชมพูหรือส้มจาง ไม่เกินราวหนึ่งในสิบของผิวผล ผลแน่นมาก | ขนส่งทางไกลข้ามภาค ส่งผู้รวบรวมที่ต้องเก็บสต๊อก |
| ระยะเปลี่ยนสีชัด | สีชมพูหรือส้มกระจายราวหนึ่งในสามถึงครึ่งผล | ส่งตลาดกลางและตลาดสดที่ขายภายใน 2-4 วัน |
| ระยะแดงอ่อน | ผิวแดงเกือบทั้งผล เนื้อยังแน่น กดแล้วยืดหยุ่นเล็กน้อย | ขายปลีกในตลาดใกล้ ร้านอาหารในพื้นที่ |
| ระยะแดงจัด | แดงสม่ำเสมอทั้งผล เนื้อเริ่มนิ่ม | ส่งโรงงานแปรรูปหรือแปรรูปเอง ไม่เหมาะกับการขนส่งไกล |
- เก็บตอนเช้าตรู่ขณะที่ผลยังเย็น ผลที่เก็บตอนบ่ายซึ่งร้อนจัดจะช้ำและเน่าเร็วกว่ามาก
- สำหรับตลาดสด ให้เก็บโดยเหลือขั้วสีเขียวติดผลเพราะผู้ซื้อใช้ขั้วเป็นเครื่องบอกความสดของสินค้า
- อย่าดึงผลออกจากช่อด้วยการบิด ให้ใช้กรรไกรตัดหรือดันขึ้นที่ข้อต่อจนหลุด เพื่อไม่ให้ขั้วฉีกและเป็นแผล
- คัดแยกผลแตกและผลมีรอยหนอนออกทันทีในแปลง อย่าใส่รวมตะกร้าเพราะน้ำจากผลเสียจะทำให้ผลอื่นเน่าตาม
- วางผลในตะกร้าไม่เกิน 3-4 ชั้นและไม่กดทับ ผลที่ถูกกดจะช้ำเป็นจุดและตกเกรดหลังผ่านไปหนึ่งวัน
- เก็บผลในที่ร่มอากาศถ่ายเท ไม่วางในรถกระบะกลางแดดเพราะความร้อนสะสมทำให้สีผลเพี้ยนและนิ่มเร็ว
สัญญาณที่บอกว่าเก็บช้าเกินไปคือผิวเริ่มมีรอยยับเล็ก ๆ ที่ขั้ว หรือกดแล้วบุ๋มค้างไม่คืนตัว ผลแบบนี้ควรแยกขายในวันเดียวกันหรือนำไปแปรรูป ไม่ควรรวมกับล็อตที่จะส่งต่อ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องเวลาและฤดูปลูกมะเขือเทศ
- นับอายุเก็บจากวันเพาะเมล็ดโดยใช้ตัวเลขที่ซองระบุเป็นวันหลังย้ายกล้า ทำให้วางแผนวันขายคลาดเคลื่อนเกือบเดือน
- ปล่อยกล้าอยู่ในถาดเพาะนานเกิน 30 วัน ทำให้รากขดและต้นชะงักหลังย้าย
- ปลูกช่วงกลางคืนร้อนแล้วแก้ปัญหาดอกร่วงด้วยการเพิ่มปุ๋ยไนโตรเจน ทำให้เฝือใบยิ่งกว่าเดิม
- ปลูกมะเขือเทศตามหลังพริกหรือมะเขือในแปลงเดิมโดยไม่เว้นรอบ ทำให้โรคเหี่ยวเขียวและโรคในดินสะสม
- เก็บผลที่ระยะแดงจัดเพื่อส่งตลาดไกล ทำให้ผลนิ่มช้ำระหว่างทางและถูกตัดราคา
- เก็บผลตอนบ่ายที่แดดจัดเพราะสะดวกกับตารางแรงงาน ทำให้อายุการวางขายสั้นลง
- ปลูกพันธุ์โรงงานเพื่อหวังขายตลาดสดยาวทั้งฤดู แล้วพบว่าเก็บได้เพียงไม่กี่รุ่น
- ไม่ทำค้างในพันธุ์ที่ยอดไม่หยุด ทำให้ผลสัมผัสดินและเน่าเสียหายมากในช่วงที่มีฝน
เช็กลิสต์วางแผนรอบปลูกมะเขือเทศ
- เลือกกลุ่มพันธุ์ตามตลาดก่อน แล้วจึงดูอายุเก็บว่าตรงกับช่วงที่อยากขายหรือไม่
- กำหนดวันย้ายกล้าย้อนกลับจากวันขาย โดยเผื่ออากาศเย็นอีก 5-10 วัน
- เช็กประวัติแปลงว่าปลูกมะเขือเทศ พริก มะเขือ หรือมันฝรั่งมาในสามปีหลังหรือไม่
- เตรียมค้างและเชือกแขวนให้พร้อมก่อนย้ายกล้า ไม่ใช่ตามทีหลังตอนต้นล้ม
- วางระบบน้ำหยดและวัสดุคลุมแปลงก่อนปลูก เพื่อคุมความชื้นและลดโรคทางใบ
- วางแผนแรงงานเก็บเกี่ยว เพราะผลเล็กต้องเก็บทุก 2-3 วันซึ่งใช้แรงงานมากกว่าผลใหญ่
- คุยกับผู้รับซื้อล่วงหน้าเรื่องระยะสีที่ต้องการ เพื่อกำหนดระยะเก็บให้ตรงตั้งแต่แรก
ดูแนวทางการจัดการพืชผักชนิดอื่นและเทคนิคเตรียมแปลงเพิ่มเติมได้ที่หมวด ปลูกพืช
สรุป
ถ้าถามเป็นตัวเลข มะเขือเทศผลใหญ่และสีดาเก็บผลแรกราว 65-80 วันหลังย้ายกล้า ผลเล็กและเชอร์รี่ราว 55-70 วัน ส่วนพันธุ์โรงงานราว 100-120 วันนับจากเพาะเมล็ด และถ้าถามเรื่องฤดู คำตอบคือปลายฝนต่อหนาว ย้ายกล้าราวตุลาคมถึงธันวาคมแล้วเก็บในเดือนธันวาคมถึงมีนาคม เพราะกลางคืนเย็นทำให้ติดผลดีและโรคทางใบน้อย ส่วนการเก็บให้ไม่เสียราคาต้องเลือกระยะสีตามระยะทางขนส่ง เก็บตอนเช้าที่ผลยังเย็น เหลือขั้วติดผล และคัดผลแตกออกตั้งแต่ในแปลง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลพันธุ์มะเขือเทศ คำแนะนำการจัดการโรคใบไหม้ โรคเหี่ยวเขียว และโรคไวรัสใบหงิกเหลือง รวมถึงการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและระยะปลอดภัยก่อนเก็บเกี่ยว
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการผลิตมะเขือเทศเพื่อการค้า การวางรอบปลูกหลังนา และช่องทางปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
- กรมพัฒนาที่ดิน — บริการวิเคราะห์ดินและคำแนะนำการปรับปรุงดินก่อนปลูกพืชตระกูลมะเขือ
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับผักผลสดและแนวปฏิบัติที่ดีทางการเกษตรสำหรับการขอการรับรอง
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาที่เกษตรกรขายได้และสถานการณ์การผลิตมะเขือเทศรายฤดูกาล
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เพาะบอนสีขาย เริ่มต้นอย่างไรจากไม้ตลาดสู่ไม้ด่าง
เริ่มเพาะบอนสีขายจากไม้ตลาดต้นทุนต่ำ แล้วคัดต้นแปลกไว้ขยายซ้ำเพื่อลุ้นไม้ด่าง พร้อมขั้นตอนผ่าหัว ข้อมูลจากงานวิจัย และตัวอย่างคำนวณต้นทุน
ปลูกแคคตัสขายออนไลน์ เริ่มจากไม้ตลาดหรือไม้สะสมดี
มือใหม่ที่อยากขายแคคตัสออนไลน์ควรเริ่มจากไม้ตลาดหรือไม้สะสม บทความนี้ช่วยตัดสินใจตามทุนและเวลา พร้อมวิธีเพาะเมล็ดและขยายพันธุ์จากแหล่งที่ตรวจสอบได้
เพาะเห็ดแครงขาย ใช้ขี้เลื่อยยางพาราอย่างไรและเก็บได้เมื่อไหร่
สรุปวิธีเพาะเห็ดแครงในถุงขี้เลื่อยยางพาราตามสูตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลำดับเวลา นึ่ง บ่ม เปิดดอก เก็บเกี่ยว และข้อควรคิดเรื่องขายสดหรือแห้ง
ปลูกเบญจมาศตัดดอก เปิดไฟกลางคืนคุมการออกดอกอย่างไร
อธิบายหลักการวันสั้นของเบญจมาศและวิธีเปิดไฟกลางคืนเพื่อให้ต้นสูงพอก่อนออกดอก พร้อมตัวเลขจากหน่วยงานทางการและข้อควรระวังเรื่องต้นทุนและราคา
ข้าวพันธุ์ใหม่ปี 2569 มีพันธุ์อะไรบ้าง และเหมาะกับพื้นที่แบบไหน
กรมการข้าวประกาศรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 7 พันธุ์ในเดือนตุลาคม 2569 บทความนี้สรุปแต่ละพันธุ์ ตัวเลขผลผลิตจากเอกสารที่เสนอรับรอง จุดอ่อน และพื้นที่ที่เหมาะ พร้อมบอกว่ายังมีอะไรที่ไม่ประกาศ
ปลูกวานิลลาในไทย ทำค้าง ผสมเกสรด้วยมือ และบ่มฝักอย่างไร
วานิลลาต้องมีค้างให้เลื้อย ต้องผสมเกสรด้วยมือเพราะดอกบานวันเดียว และต้องบ่มฝักอีกหลายเดือนกลิ่นจึงออก บทความนี้ไล่งานแต่ละขั้นตามเอกสารของโครงการหลวง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ UF/IFAS
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

เครื่องปลูกต้นกล้าแตงโมรุ่นใหม่ อุปกรณ์ปลูกย้ายกล้าพริก มะเขือเทศ มันฝรั่ง เครื่องมือเกษตรฤดูใบไม้ผลิ
ดูรายละเอียด
อุปกรณ์ปลูกต้นกล้า ไม่ต้องก้ม เครื่องมือการเกษตร เจาะรูบนแผ่นพลาสติกคลุมดิน ปลูกแตงโม มะเขือเทศ พริก
ดูรายละเอียด
หนังสือ แนวทาง...และแบบอย่างการเพาะปลูกสารพัด มะเขือ ทำเงิน : การปลูกผัก คู่มือการเพาะปลูก การปลูกมะเขือ พืชเศรษฐกิจ
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
มะเขือเทศเก็บได้นานกี่เดือนหลังเริ่มเก็บผลแรก
ขึ้นกับนิสัยการเจริญเติบโตของพันธุ์ พันธุ์ยอดไม่หยุดที่ทำค้างและดูแลดีเก็บต่อเนื่องได้ราว 2-3 เดือน โดยผลผลิตสูงสุดช่วงกลางรอบแล้วค่อยลดลงเมื่อต้นเริ่มโทรม ส่วนพันธุ์ยอดหยุดอย่างพันธุ์โรงงานจะติดผลรวบรุ่นและเก็บได้เพียงไม่กี่ครั้ง การเลือกพันธุ์จึงต้องดูว่าต้องการรายได้แบบทยอยหรือแบบรวบครั้งเดียว
ปลูกมะเขือเทศหน้าฝนได้ไหม
ในแปลงเปิดถือว่าเสี่ยงสูงเพราะโรคใบไหม้ โรคเหี่ยวเขียว และผลแตกจะรุนแรงกว่าฤดูอื่นมาก ถ้าจำเป็นต้องปลูกควรใช้โรงเรือนพลาสติกคลุมกันฝน ทำค้างและตัดแต่งใบล่าง ให้น้ำเฉพาะที่โคน และเลือกพันธุ์ที่ระบุความทนโรคบนซอง ต้นทุนต่อรอบจะสูงกว่าการปลูกฤดูหนาวและควรมีตลาดที่ยอมรับราคาสูงกว่ารองรับ
ทำไมต้นมะเขือเทศสวยแต่ดอกร่วงไม่ติดผล
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคืออุณหภูมิกลางคืนสูงเกินไปในช่วงออกดอกซึ่งทำให้ละอองเกสรเสียคุณภาพ อีกสาเหตุคือได้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินจนต้นเฝือใบ และการขาดน้ำสลับให้น้ำมากจนรากทำงานไม่สม่ำเสมอ วิธีแก้คือเลื่อนรอบปลูกให้ช่วงออกดอกตรงกับอากาศเย็น ลดไนโตรเจนลงเมื่อเริ่มออกดอก และให้น้ำสม่ำเสมอแทนการให้ทีละมาก
ผลมะเขือเทศแตกเป็นวงรอบขั้วเกิดจากอะไร
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงความชื้นในดินอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะฝนตกหนักหรือให้น้ำมากหลังจากดินแห้งหลายวันในช่วงที่ผลกำลังสุก เนื้อผลขยายเร็วกว่าที่ผิวจะยืดตามจึงแตก วิธีลดปัญหาคือให้น้ำสม่ำเสมอด้วยระบบน้ำหยด คลุมแปลงเพื่อรักษาความชื้น และเก็บผลที่ใกล้สุกออกก่อนช่วงที่คาดว่าจะมีฝนหนัก
มะเขือเทศสีดากับผลใหญ่ต่างกันอย่างไรในการวางแผนเก็บ
มะเขือเทศสีดาผลเล็กกว่าและมักติดผลเป็นช่อถี่กว่า จึงต้องเก็บบ่อยกว่าและใช้แรงงานต่อกิโลกรัมมากกว่า ส่วนผลใหญ่ให้น้ำหนักต่อผลมากกว่าแต่ช้ำง่ายกว่าเมื่อขนส่ง ในแง่เวลาเก็บผลแรกทั้งสองกลุ่มใกล้เคียงกันที่ราว 65-80 วันหลังย้ายกล้า แต่การจัดตารางเก็บและการบรรจุต่างกัน ควรวางแผนแรงงานและภาชนะให้เหมาะกับกลุ่มที่เลือก
ปลูกมะเขือเทศซ้ำแปลงเดิมได้ไหมถ้าฤดูที่แล้วผลผลิตดี
ไม่แนะนำให้ปลูกมะเขือเทศหรือพืชตระกูลมะเขืออย่างพริก มะเขือ และมันฝรั่งซ้ำแปลงเดิมติดต่อกัน เพราะเชื้อสาเหตุโรคเหี่ยวและไส้เดือนฝอยรากปมจะสะสมในดินและระบาดหนักในรอบที่สองหรือสาม แนวทางที่ปลอดภัยคือสลับกับพืชต่างตระกูลอย่างน้อย 2-3 ฤดู และตรวจวิเคราะห์ดินกับสถานีพัฒนาที่ดินก่อนวางแผนปุ๋ยรอบใหม่
