ปลูกพืชเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

แตงโมปลูกเดือนไหนดี ระยะปลูกกี่เมตรถึงจะได้ผลใหญ่

แตงโมปลูกเดือนไหนดี รวมปฏิทินรายภาค ระยะปลูกแบบเลื้อยดินและแบบค้าง จำนวนต้นต่อไร่ เทคนิคไว้ผลให้ได้ผลใหญ่ และช่วงที่ควรเลี่ยงเพราะเสี่ยงเถาเหี่ยวกับราน้ำค้าง

แตงโมปลูกเดือนไหนดี ระยะปลูกกี่เมตรถึงจะได้ผลใหญ่

คำตอบสั้น ๆ

ปฏิทินปลูกแตงโมรายภาค พร้อมตัวเลขระยะปลูกแบบเลื้อยดินและแบบค้าง จำนวนต้นต่อไร่ และช่วงเดือนที่ควรเลี่ยงเพราะเสี่ยงโรคเถาเหี่ยวกับราน้ำค้าง

คำตอบเร็ว: แตงโมในไทยให้ผลดีที่สุดเมื่อหยอดเมล็ดช่วงปลายฝนต่อหนาวถึงต้นแล้ง คือราวเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม เพราะจะทำให้ช่วงติดผลและผลแก่ไปตรงกับอากาศแห้ง แดดจัด อุณหภูมิกลางวัน 28-33 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เนื้อหวานและโรคทางใบน้อย ส่วนระยะปลูกแบบปล่อยเลื้อยดินใช้ระยะระหว่างร่อง 3-4 เมตร ระยะระหว่างต้น 50-80 เซนติเมตร ได้ราว 600-900 ต้นต่อไร่ ถ้าขึ้นค้างใช้ระยะ 1-1.5 เมตร คูณ 40-50 เซนติเมตร ได้ราว 2,500-3,500 ต้นต่อไร่ แต่ต้องไว้ผลน้อยลงต่อต้น หัวใจของคำว่า "ผลใหญ่" ไม่ได้อยู่ที่ปลูกถี่ แต่อยู่ที่ปล่อยให้เถายาวได้ 2-3 เมตรและไว้ผลเพียง 1 ผลต่อเถา

คำถามที่เกษตรกรถามบ่อยที่สุดก่อนซื้อเมล็ดแตงโมคือ "ปลูกเดือนไหนถึงจะไม่เจอฝนตอนผลแก่" กับ "ต้องเว้นระยะเท่าไรผลถึงจะได้น้ำหนัก" สองคำถามนี้ความจริงเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะแตงโมเป็นพืชที่สะสมน้ำตาลในผลช่วง 20 วันสุดท้ายก่อนเก็บ ถ้าช่วงนั้นฝนตกหรือดินแฉะ เนื้อจะจืด ผลแตก และเชื้อราเข้าทางขั้ว ส่วนระยะปลูกคือการกำหนดว่าเถาหนึ่งเถาจะมีพื้นที่สร้างใบมากพอจะเลี้ยงผลใหญ่ได้หรือไม่ บทความนี้ลงรายละเอียดทั้งปฏิทินรายภาคและตัวเลขระยะปลูกที่ใช้ได้จริงในแปลง

ทำไมเดือนที่หยอดเมล็ดถึงกำหนดขนาดและความหวานของแตงโม

ภาพประกอบ ทำไมเดือนที่หยอดเมล็ดถึงกำหนดขนาดและความหวานของแตงโม

แตงโมเป็นพืชวันยาวที่ชอบแดดจัดและอากาศค่อนข้างแห้ง ต่างจากพืชตระกูลแตงอื่นตรงที่รากหาอาหารกว้างและไม่ทนน้ำขัง อายุเก็บเกี่ยวตามพันธุ์อยู่ราว 60-85 วันหลังหยอดเมล็ด พันธุ์ผลกลมเนื้อแดงทั่วไปมักเก็บที่ 65-75 วัน พันธุ์ผลยาวทรงตอร์ปิโดมักยาวกว่านั้นเล็กน้อย ส่วนพันธุ์ผลเล็กเนื้อเหลืองที่นิยมขึ้นค้างจะเก็บเร็วราว 60-68 วัน ตัวเลขนี้สำคัญเพราะเวลานับถอยหลังจากวันที่อยากขาย

ช่วงอุณหภูมิที่แตงโมสร้างน้ำตาลได้ดีคือกลางวัน 28-33 องศาเซลเซียส กลางคืนไม่ต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส ถ้ากลางคืนหนาวจัดต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียสติดต่อกันหลายคืนในช่วงผลกำลังขยาย ผลจะโตช้าและผิวด้าน ในทางกลับกันถ้าช่วงผสมเกสรเจออากาศร้อนจัดเกิน 35 องศาเซลเซียสพร้อมความชื้นต่ำ ละอองเกสรจะเสียคุณภาพ ติดผลไม่ติด ทำให้ได้ผลบิดเบี้ยวเพราะเมล็ดไม่เต็ม

ปัจจัยที่ตัดสินมากกว่าที่คนคิดคือความชื้นสัมพัทธ์ ไม่ใช่แค่ฝน แตงโมที่ใบเปียกน้ำค้างนานเกิน 4-6 ชั่วโมงทุกเช้าเป็นเงื่อนไขที่โรคราน้ำค้างชอบมาก เพราะฉะนั้นแปลงที่อยู่ริมน้ำหรือที่ลุ่มซึ่งมีหมอกลงจัดตอนเช้าในเดือนธันวาคมถึงมกราคม จะเสี่ยงกว่าแปลงกลางทุ่งโล่งที่ลมพัดผ่านแม้จะปลูกเดือนเดียวกัน

ปฏิทินปลูกแตงโมรายภาค ควรหยอดเมล็ดเดือนไหน

ตารางนี้อ้างอิงรูปแบบฤดูกาลหลักของแต่ละภาค ให้ใช้เป็นกรอบแล้วปรับตามสภาพแปลงจริงของตัวเอง

ภาคช่วงหยอดเมล็ดที่แนะนำช่วงเก็บเกี่ยวโดยประมาณช่วงที่ควรเลี่ยง
เหนือตอนบนธันวาคม - กุมภาพันธ์กุมภาพันธ์ - เมษายนตุลาคม - พฤศจิกายน เพราะน้ำค้างแรง หมอกลงจัด เสี่ยงราน้ำค้าง
อีสาน (ปลูกหลังนา)พฤศจิกายน - มกราคมมกราคม - มีนาคมมิถุนายน - กันยายน ฝนชุก ดินนาระบายน้ำช้า เสี่ยงเถาเหี่ยว
กลางและตะวันตกพฤศจิกายน - มกราคม และรอบสองราวมีนาคมมกราคม - มีนาคม และพฤษภาคมสิงหาคม - ตุลาคม ช่วงน้ำหลากในพื้นที่ลุ่ม
ตะวันออกพฤศจิกายน - ธันวาคมมกราคม - กุมภาพันธ์พฤษภาคม - ตุลาคม ฝนชุกยาว
ใต้ฝั่งอ่าวไทยมกราคม - มีนาคมมีนาคม - พฤษภาคมตุลาคม - ธันวาคม ฝนหนักที่สุดของปี
ใต้ฝั่งอันดามันธันวาคม - กุมภาพันธ์กุมภาพันธ์ - เมษายนพฤษภาคม - ตุลาคม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้

รอบยอดนิยมที่สุด คือหยอดเมล็ดหลังนาแล้วเก็บก่อนสงกรานต์

เกษตรกรจำนวนมากในภาคกลางและอีสานวางแผนให้แตงโมแก่ตรงเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน เพราะเป็นช่วงที่อากาศร้อนและความต้องการบริโภคสูง วิธีนับคือเอาวันที่ตั้งใจจะเก็บลบด้วยอายุพันธุ์ เช่น อยากเก็บ 5 เมษายน ใช้พันธุ์อายุ 70 วัน ต้องหยอดเมล็ดราว 25 มกราคม แล้วเผื่ออีก 5-7 วันสำหรับความล่าช้าจากอากาศเย็นตอนต้นฤดู

ปลูกหน้าฝนได้ไหม

ปลูกได้แต่ต้องยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้นและผลผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ ถ้าจำเป็นต้องปลูกในช่วงฝน ให้ยกร่องสูงกว่าปกติอย่างน้อย 30-40 เซนติเมตร คลุมแปลงด้วยพลาสติกคลุมดิน เว้นระยะให้โปร่งกว่าฤดูแล้งหนึ่งขั้น และเลือกพันธุ์ที่ระบุความทนทานต่อโรคทางใบบนซอง รวมทั้งวางแผนพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด การปลูกนอกฤดูเป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่การรับประกันราคาดี

ระยะปลูกแตงโม ตัวเลขจริงที่ใช้ได้ทั้งแบบเลื้อยดินและแบบค้าง

ภาพประกอบ ระยะปลูกแตงโม ตัวเลขจริงที่ใช้ได้ทั้งแบบเลื้อยดินและแบบค้าง

ระยะปลูกของแตงโมต่างจากแตงกวาหรือฟักทองชัดเจน เพราะแตงโมต้องการพื้นที่ให้เถาทอดยาวไปด้านเดียวโดยไม่ทับกัน ใบที่ทับกันคือใบที่ไม่ได้ทำงาน และยังเป็นจุดอับที่โรคเริ่มต้น

รูปแบบระยะระหว่างร่อง/แถวระยะระหว่างต้นต้นต่อไร่โดยประมาณจำนวนผลที่ไว้ต่อต้น
เลื้อยดิน ผลใหญ่ 4-8 กก.3.5-4 เมตร60-80 ซม.500-760 ต้น1 ผล
เลื้อยดิน ผลกลาง 3-5 กก.3 เมตร50-60 ซม.880-1,060 ต้น1-2 ผล
ขึ้นค้าง ผลเล็ก 1.5-3 กก.1-1.5 เมตร40-50 ซม.2,100-4,000 ต้น1-2 ผล ต้องใช้ตาข่ายรองผล

วิธีคิดง่าย ๆ คือ หนึ่งไร่เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร เอา 1,600 หารด้วยผลคูณของระยะระหว่างร่างกับระยะระหว่างต้น เช่น ร่อง 3.5 เมตร ต้น 0.6 เมตร จะได้ 1,600 หารด้วย 2.1 เท่ากับราว 760 ต้นต่อไร่ ตัวเลขนี้ยังไม่หักพื้นที่หัวแปลงและทางเดิน ในทางปฏิบัติจึงมักเหลือ 85-90 เปอร์เซ็นต์ของที่คำนวณได้

ทำไมปลูกถี่แล้วผลไม่ใหญ่

แตงโมหนึ่งผลน้ำหนัก 5 กิโลกรัมต้องการใบเลี้ยงราว 30-40 ใบที่ได้รับแสงเต็มที่ ถ้าย่นระยะระหว่างต้นเหลือ 40 เซนติเมตรในแบบเลื้อยดิน เถาจะทับกันตั้งแต่วันที่ 30 ใบล่างจะเหลืองและร่วงก่อนถึงวันที่ผลต้องการอาหารมากที่สุด ผลที่ได้จึงน้ำหนักลดลง 20-30 เปอร์เซ็นต์ และมักมีอาการไส้กลวงเพราะเนื้อขยายไม่ทัน การเพิ่มจำนวนต้นต่อไร่จึงได้น้ำหนักรวมใกล้เคียงเดิมแต่ขายได้ราคาต่อกิโลกรัมต่ำกว่า เพราะตลาดแตงโมผลใหญ่จ่ายแพงกว่าตามเกรด

เทคนิคไว้ผลเพื่อให้ได้ผลใหญ่จริง

  • เด็ดยอดหลักเมื่อเถายาวราว 1 เมตร ให้แตกเถาแขนง 2-3 เถา แล้วเลือกเถาที่แข็งแรงที่สุดไว้ 1-2 เถา
  • ไม่ไว้ผลที่ดอกตัวเมียข้อแรก ๆ ให้เลือกดอกที่ข้อ 14-20 ของเถา เพราะตอนนั้นใบมีจำนวนพอจะเลี้ยงผล
  • ช่วยผสมเกสรด้วยมือตอนเช้า 6-9 นาฬิกา เมื่อแปลงมีผึ้งน้อยหรืออยู่ใกล้แหล่งพ่นสาร โดยใช้ดอกตัวผู้ที่บานวันเดียวกัน
  • เมื่อผลโตเท่าผลส้มโอ ให้เลือกผลที่ทรงสวยและก้านใหญ่ไว้ผลเดียว ตัดผลที่เหลือทิ้ง อย่ารอจนผลโตแล้วค่อยตัด
  • กลับผลเบา ๆ หนึ่งครั้งเมื่อผลเริ่มมีนวล เพื่อไม่ให้ด้านที่ติดดินเป็นจุดเหลืองซีดจนเสียเกรด
  • งดน้ำหรือลดน้ำลงชัดเจน 7-10 วันก่อนเก็บ เพื่อให้เนื้อสะสมน้ำตาลและไม่แตก

ช่วงที่ควรเลี่ยงเพราะเสี่ยงโรคเถาเหี่ยวและราน้ำค้าง

เถาเหี่ยวจากเชื้อราในดิน

โรคเถาเหี่ยวของแตงโมเกิดจากเชื้อราในดินกลุ่มฟิวซาเรียมที่จำเพาะกับพืชตระกูลแตง อาการที่สังเกตได้จริงคือเถาเหี่ยวเฉพาะเวลาแดดจัดตอนบ่ายแล้วฟื้นตอนเย็นในช่วง 2-3 วันแรก หลังจากนั้นจะเหี่ยวถาวร เมื่อผ่าโคนเถาตามยาวจะเห็นท่อน้ำท่ออาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เชื้ออยู่ในดินได้หลายปีและระบาดแรงในดินที่ชื้นสลับแห้ง อุณหภูมิดินอุ่น ซึ่งตรงกับช่วงต้นฤดูฝนและช่วงปลายฝนที่ฝนทิ้งช่วง

  • อย่าปลูกแตงโมซ้ำที่เดิมติดกัน ควรเว้นอย่างน้อย 3 ปีและไม่ปลูกตามหลังแตงกวา ฟักทอง เมลอน หรือบวบ
  • ในดินนาที่ระบายน้ำช้า ให้ยกร่องและทำร่องระบายน้ำออกจากแปลงก่อนหยอดเมล็ด ไม่ใช่รอจนฝนตกแล้วค่อยขุด
  • พื้นที่ที่เคยเป็นโรคมาก่อน การใช้ต้นกล้าที่เสียบยอดบนต้นตอพืชตระกูลแตงที่ทนโรคเป็นทางเลือกที่เกษตรกรหลายรายใช้ แต่ต้นทุนกล้าสูงกว่า ควรคำนวณก่อน
  • ถอนต้นเป็นโรคออกจากแปลงพร้อมดินรอบโคน อย่าทิ้งไว้ในร่องน้ำเพราะเชื้อจะไหลไปทั้งแปลง

ราน้ำค้าง ศัตรูของแปลงที่ปลูกช่วงหมอกลงจัด

ราน้ำค้างในแตงโมแสดงอาการเป็นแผลเหลี่ยมสีเหลืองบนใบโดยขอบแผลถูกจำกัดด้วยเส้นใบ ต่างจากแผลกลมของโรคใบจุดอื่น เมื่อพลิกใต้ใบในตอนเช้าจะเห็นผงสีเทาอมม่วง เชื้อชอบอุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียสและความชื้นสูง จึงระบาดหนักในเดือนตุลาคมถึงธันวาคมของภาคเหนือและอีสานตอนบน และในแปลงภาคกลางที่อยู่ติดคลองซึ่งหมอกลงทุกเช้า ถ้าเถาสูญเสียใบในช่วงผลกำลังขยาย ความหวานจะตกทันทีเพราะไม่มีใบสร้างน้ำตาล

  • เลื่อนวันหยอดเมล็ดออกไปให้ช่วงใบมากที่สุดไม่ตรงกับเดือนที่หมอกลงจัดที่สุดในพื้นที่ของตัวเอง
  • จัดแถวปลูกให้ขนานกับทิศลมประจำถิ่นเพื่อให้ใบแห้งเร็วหลังพระอาทิตย์ขึ้น
  • ให้น้ำระบบน้ำหยดแทนการให้แบบสปริงเกลอร์ช่วงเย็น เพราะใบที่เปียกข้ามคืนคือจุดเริ่มของการระบาด
  • สำรวจใต้ใบล่างทุก 3 วันตั้งแต่ต้นอายุ 25 วัน อย่ารอให้เห็นอาการที่ใบบนเพราะตอนนั้นเชื้อกระจายแล้ว
  • การเลือกใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชให้ดูคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและฉลากผลิตภัณฑ์ พร้อมเว้นระยะปลอดภัยก่อนเก็บเกี่ยวตามที่ระบุ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องเดือนปลูกและระยะปลูก

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องเดือนปลูกและระยะปลูก
  • นับอายุเก็บจากวันย้ายกล้าแทนวันหยอดเมล็ด ทำให้เก็บช้าไป 7-10 วัน ผลเริ่มเสื่อมคุณภาพและเนื้อฉ่ำน้ำ
  • ปลูกตามเพื่อนบ้านโดยไม่ดูว่าแปลงตัวเองเป็นที่ลุ่มกว่า พอฝนหลงฤดูมาตอนผลแก่ก็แตกทั้งแปลง
  • ย่นระยะระหว่างร่องเหลือ 2 เมตรเพราะเสียดายพื้นที่ แล้วต้องมาเด็ดเถาทิ้งตอนอายุ 35 วัน ซึ่งทำให้ต้นชะงัก
  • ไว้ผล 2-3 ผลต่อเถาในแบบเลื้อยดินเพราะเสียดาย สุดท้ายได้ผลขนาดกลางทั้งหมดและขายได้ราคาต่อกิโลกรัมต่ำลง
  • ให้น้ำมากช่วง 10 วันสุดท้ายเพราะกลัวผลไม่โต ทำให้ความหวานลดและผลแตกกลางแปลง
  • ปลูกซ้ำแปลงเดิมสามปีติดเพราะเคยได้ผลดี แล้วเจอเถาเหี่ยวระบาดหนักในปีที่สาม
  • เลือกพันธุ์ตามราคาเมล็ดโดยไม่ดูอายุเก็บ ทำให้วันเก็บไม่ตรงกับช่วงตลาดที่วางแผนไว้

เช็กลิสต์ก่อนหยอดเมล็ดแตงโม

  1. กำหนดวันที่อยากขายก่อน แล้วนับถอยหลังตามอายุพันธุ์บวกเผื่อ 5-7 วัน
  2. เช็กประวัติแปลงว่าปลูกพืชตระกูลแตงมาในช่วงสามปีหลังหรือไม่
  3. เตรียมร่องระบายน้ำและยกร่องให้เสร็จก่อนหยอด ไม่ทำหลังฝนแรก
  4. วัดระยะจริงด้วยเชือกหมายระยะ อย่ากะด้วยสายตาเพราะระยะจะเพี้ยนสะสม
  5. เตรียมฟางหรือวัสดุคลุมสำหรับรองผลตั้งแต่ก่อนผลเริ่มขยาย
  6. วางแผนแหล่งน้ำให้พอถึงวันเก็บ โดยเฉพาะรอบที่เก็บช่วงมีนาคมถึงเมษายน
  7. ติดต่อผู้รับซื้อล่วงหน้าและถามเกรดขนาดที่ต้องการก่อนตัดสินใจเรื่องระยะปลูก

อ่านบทความเรื่องการจัดการแปลงพืชชนิดอื่นเพิ่มเติมได้ที่หมวด ปลูกพืช ซึ่งรวมเรื่องการเตรียมดิน การให้น้ำ และการวางปฏิทินเพาะปลูกไว้ให้เทียบเคียงกับแผนของตัวเอง

สรุป

ช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแตงโมในไทยคือหยอดเมล็ดเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมสำหรับภาคเหนือ อีสาน กลาง และตะวันออก ส่วนภาคใต้ต้องเลื่อนไปตามรูปแบบมรสุมของฝั่งทะเลที่ตัวเองอยู่ หลักการเดียวกันคืออย่าให้ช่วง 20 วันสุดท้ายก่อนเก็บไปตรงกับฝนหรือหมอกลงจัด ส่วนระยะปลูกให้ยึดที่ 3-4 เมตรระหว่างร่องและ 50-80 เซนติเมตรระหว่างต้นสำหรับแบบเลื้อยดิน และ 1-1.5 เมตรคูณ 40-50 เซนติเมตรสำหรับแบบค้าง ผลใหญ่มาจากการไว้ผลเดียวต่อเถาบนต้นที่มีใบสมบูรณ์ ไม่ได้มาจากการปลูกให้ถี่ขึ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — คำแนะนำพันธุ์แตงโม การจัดการโรคเถาเหี่ยวและราน้ำค้าง รวมถึงคำแนะนำการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชและระยะปลอดภัยก่อนเก็บเกี่ยว
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — ปฏิทินการเพาะปลูกพืชผักรายภาค การวางแผนการผลิตหลังนา และการติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะพื้นที่
  • 📄กรมพัฒนาที่ดิน — บริการตรวจวิเคราะห์ดินและคำแนะนำการปรับปรุงโครงสร้างดินนาก่อนปลูกพืชไร่และพืชผัก
  • 📄กรมอุตุนิยมวิทยา — ข้อมูลช่วงฤดูกาล ปริมาณฝน และการคาดหมายลักษณะอากาศรายภาคเพื่อวางวันหยอดเมล็ด
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาและสถานการณ์การผลิตพืชผักรายเดือนสำหรับประกอบการวางแผนช่วงขาย

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

แตงโมปลูกหน้าฝนได้ไหม ถ้าจำเป็นต้องปลูกต้องทำอะไรเพิ่ม

ปลูกได้แต่ความเสี่ยงสูงกว่าฤดูแล้งมาก เพราะแตงโมไม่ทนดินแฉะและโรคทางใบระบาดง่ายเมื่อใบเปียกนาน ถ้าจำเป็นต้องปลูกให้ยกร่องสูงกว่าปกติ 30-40 เซนติเมตร ใช้พลาสติกคลุมแปลง เว้นระยะให้โปร่งขึ้น และสำรวจโรคทุก 3 วัน ควรยอมรับว่าผลผลิตต่อไร่จะต่ำกว่ารอบฤดูแล้งและต้นทุนอารักขาพืชจะสูงขึ้น

ปลูกแตงโมแบบค้างกับแบบเลื้อยดิน แบบไหนคุ้มกว่า

ขึ้นอยู่กับพันธุ์และตลาด แบบค้างเหมาะกับแตงโมผลเล็กน้ำหนัก 1.5-3 กิโลกรัมที่ขายเป็นลูกในตลาดพรีเมียม เพราะปลูกได้ต้นต่อไร่มากกว่าและผิวสวยไม่มีรอยติดดิน แต่มีต้นทุนค้าง ตาข่ายรองผล และแรงงานจัดเถาเพิ่ม ส่วนเลื้อยดินเหมาะกับผลใหญ่ที่ขายส่งตามน้ำหนัก ต้นทุนต่อไร่ต่ำกว่าแต่ใช้พื้นที่มากกว่าหลายเท่า

ระยะปลูกแคบลงแล้วเพิ่มปุ๋ยชดเชยได้ไหม

ชดเชยไม่ได้ เพราะข้อจำกัดของแตงโมในระยะปลูกแคบคือแสงและการระบายอากาศ ไม่ใช่ธาตุอาหาร ใบที่ถูกบังแสงจะไม่สร้างน้ำตาลเพิ่มแม้ได้ปุ๋ยมากขึ้น การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเพิ่มในแปลงที่แน่นยังทำให้เถาอวบน้ำและอ่อนแอต่อโรคมากขึ้น ทางที่ถูกคือกลับไปแก้ที่ระยะปลูกในรอบถัดไป

รู้ได้อย่างไรว่าแตงโมแก่พอเก็บแล้ว

ใช้สามสัญญาณร่วมกัน คือหนวดหรือมือเกาะที่ข้อติดผลแห้งเป็นสีน้ำตาล จุดที่ผลสัมผัสดินเปลี่ยนจากขาวซีดเป็นเหลืองครีม และเสียงเคาะเปลี่ยนจากเสียงแน่นเป็นเสียงทึบต่ำ ควรใช้ร่วมกับการนับอายุตามพันธุ์เสมอ ถ้าไม่แน่ใจให้ผ่าทดสอบสัก 1-2 ผลต่อแปลงย่อยก่อนเก็บทั้งแปลง

ปลูกแตงโมในดินนาหลังเกี่ยวข้าวต้องปรับอะไรเป็นพิเศษ

ดินนามักแน่นและระบายน้ำช้า จึงต้องไถระเบิดดินดานและยกร่องให้สูงกว่าที่ทำในดินร่วนทราย ควรใส่อินทรียวัตถุเพื่อปรับโครงสร้างดินและตรวจวิเคราะห์ดินกับสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดก่อนวางแผนปุ๋ย ข้อดีคือดินนายังมีความชื้นเหลือหลังเกี่ยวทำให้ประหยัดน้ำช่วงแรก แต่ต้องระวังโรคเถาเหี่ยวมากกว่าปกติ

ควรหยอดเมล็ดแตงโมตรงแปลงหรือเพาะกล้าก่อน

หยอดตรงแปลงให้รากแก้วลงลึกและต้นไม่ชะงัก เหมาะกับแปลงที่ควบคุมความชื้นได้และปลูกจำนวนมาก ส่วนการเพาะกล้าในถาดแล้วย้ายเมื่ออายุ 10-12 วันช่วยประหยัดเมล็ดพันธุ์ราคาแพงและคัดต้นแข็งแรงได้ แต่ต้องย้ายตอนเย็นและให้น้ำทันที ถ้าย้ายกล้าอายุเกิน 15 วันรากจะขดและต้นโตช้ากว่ากลุ่มที่หยอดตรง