คำตอบสั้น ๆ
กะหล่ำปลีหัวแตกเกิดจากน้ำที่เข้าเร็วหลังช่วงแห้ง ซ้ำด้วยหัวที่แน่นเต็มที่แต่ยังไม่ตัด ต้องคุมน้ำช่วงห่อหัวให้สม่ำเสมอ ลดน้ำเมื่อหัวแน่น และตัดให้ทันอายุ
คำตอบเร็ว: ส่วนใหญ่เป็นทั้งสองอย่างร่วมกัน หัวกะหล่ำปลีแตกเมื่อต้นได้น้ำเข้ามาเร็วและมาก เช่น ดินแห้งไปช่วงหนึ่งแล้วรดหนักหรือฝนตกนาน เนื้อในขยายตัวเร็วจนดันใบห่อให้ปริ และหัวที่แน่นเต็มที่แล้วแต่ยังไม่ตัดคือหัวที่แตกง่ายที่สุด สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก. แนะนำให้ลดน้ำเมื่อห่อหัวเต็มที่แล้ว และไม่ปล่อยไว้จนเกินอายุเก็บเกี่ยว ส่วน สวพส. ระบุให้ตัดเมื่อหัวเริ่มแน่น ราว 60–70 วันหลังย้ายปลูก (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
หัวแตกเกิดขึ้นได้อย่างไร
มหาวิทยาลัยซัสแคตเชวัน (University of Saskatchewan) อธิบายอาการผักและผลไม้แตกไว้ว่า โดยทั่วไปเกิดจากช่วงแห้งแล้วตามด้วยการให้น้ำมากเกินหรือฝนตกนาน พืชเติบโตแบบกระชากและดูดน้ำเข้ามากจนเนื้อปริ หัวกะหล่ำปลีเป็นพืชที่แตกได้ง่าย โดยเฉพาะพันธุ์ที่แก่เร็ว
นึกภาพหัวกะหล่ำปลีเป็นใบที่ห่อซ้อนกันแน่น ใบนอกหยุดขยายแล้ว แต่ใบในยังโตต่อ ถ้าน้ำเข้ามาทีละน้อย ใบในจะค่อย ๆ ขยายตามได้ แต่ถ้าน้ำเข้ามาทีเดียวมาก ใบในพองเร็วกว่าที่ใบนอกจะยืดรับ ใบนอกจึงปริออกเป็นแนว มักเห็นเป็นรอยแตกตรงยอดหัวหรือด้านข้าง บางครั้งแตกลึกจนเห็นแกนใน
สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้คำแนะนำในบทวิทยุเกษตรไว้ตรงกันว่า เมื่อกะหล่ำปลีเข้าปลีเต็มที่แล้วควรลดปริมาณน้ำให้น้อยลง เพราะหากได้รับน้ำมากเกินไปจะทำให้ปลีแตกเสียหาย และไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเกินอายุเก็บเกี่ยว เพราะหัวจะหลวมและคุณภาพลดลง
แยกให้ออกว่าแปลงของคุณแตกเพราะอะไร
| สิ่งที่เกิดก่อนหัวแตก | สาเหตุที่น่าจะเป็น | สิ่งที่ควรแก้รอบหน้า |
|---|---|---|
| ไม่ได้รดน้ำหลายวัน แล้วเปิดน้ำท่วมร่องหรือรดหนักทีเดียว | ต้นดูดน้ำเข้าเร็วหลังช่วงแห้ง | ให้น้ำสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ดินแห้งสลับแฉะ |
| มีฝนหลงฤดูตกหนักหรือตกต่อเนื่องหลายวัน | น้ำเข้าดินมากเกินในช่วงที่หัวแน่นแล้ว | ยกแปลงให้ระบายน้ำดี ตัดหัวที่แน่นแล้วก่อนฝนมาถ้าทำได้ |
| หัวแน่นตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่รอราคาหรือรอแรงงาน | หัวแก่เกินอายุเก็บเกี่ยว | วางแผนแรงงานและตลาดล่วงหน้า ปลูกเป็นรุ่น |
| แตกเฉพาะบางหัวที่ใหญ่สุดในแปลง | หัวที่แก่ก่อนเพื่อน | เดินกดหัวบ่อย ๆ ในช่วงใกล้เก็บ แล้วทยอยตัดหัวที่แน่นก่อน |
ในแปลงจริงสาเหตุมักซ้อนกัน เช่น หัวแน่นแล้วแต่แม่ค้ายังไม่มารับ พอดีมีฝนลงสองวัน หัวที่ใหญ่สุดก็แตกก่อน คนที่ปลูกแบบปล่อยน้ำเข้าร่องมักเจอปัญหานี้มากกว่าระบบน้ำหยด เพราะน้ำเข้าดินทีละมาก ๆ
น้ำ: ช่วงไหนต้องให้มาก ช่วงไหนต้องลด
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ระบุว่ากะหล่ำปลีต้องการความชื้นในดินสูง ถ้าความชื้นดินต่ำกว่า 50% ผลผลิตจะลดลง 20–30% และช่วงที่ต้องการน้ำมากที่สุดคือช่วงเจริญเติบโตเต็มที่และช่วงเริ่มห่อหัว ส่วนสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก. แนะนำให้น้ำสม่ำเสมอ ถ้าปล่อยน้ำตามร่องจะให้ราว 7–10 วันต่อครั้ง พื้นที่ร้อนและแห้งต้องให้มากขึ้น และเมื่อเข้าปลีเต็มที่แล้วให้ลดน้ำลง
สรุปเป็นภาษาแปลงได้ว่า ช่วงหัวกำลังห่อ อย่าให้ขาดน้ำ เพราะหัวจะเล็กและผลผลิตหาย พอหัวเริ่มแน่น ให้ลดน้ำลงแต่อย่าหยุดจนดินแห้งผาก เพราะถ้าดินแห้งแล้วเจอฝนหรือรดหนักอีกครั้ง หัวจะแตก สิ่งที่ทำให้หัวแตกจึงไม่ใช่ปริมาณน้ำอย่างเดียว แต่เป็นการที่ความชื้นขึ้นลงแรง
เรื่องฤดูกาล ปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฤดูหนาวของประเทศไทยตอนบนเริ่มราวสัปดาห์ที่สามของตุลาคม 2569 ช้ากว่าปกติราว 1 สัปดาห์ และสิ้นสุดราวกลางกุมภาพันธ์ 2570 อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยราว 22–23 องศา สูงกว่าปกติราว 2 องศา สวพส. ระบุว่ากะหล่ำปลีชอบอุณหภูมิ 15–20 องศา ถ้าเกิน 25 องศาการเจริญเติบโตและผลผลิตจะลดลง หน้าหนาวที่อุ่นกว่าปกติในที่ราบจึงทำให้หัวห่อช้าลงได้ และหากมีฝนหลงฤดูช่วงที่หัวแน่น ให้รีบดูแปลง ตรวจประกาศอากาศล่าสุดได้ที่ tmd.go.th
เก็บให้ทันอายุ: ตัวกันหัวแตกที่ได้ผลที่สุด
สวพส. ระบุว่ากะหล่ำปลีเก็บได้ราว 60–70 วันหลังย้ายปลูก เมื่อหัวเริ่มแน่น ส่วนสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก. ระบุว่าพันธุ์เบาที่นิยมปลูกมีอายุราว 50–60 วัน และพันธุ์หนักราว 120 วัน ดังนั้นอย่าใช้ตัวเลขเดียวกับทุกพันธุ์ ให้ดูอายุบนซองแล้วเริ่มกดหัวทดสอบเมื่อใกล้ถึงวัน
- ใช้ฝ่ามือกดลงบนหัว ถ้าแน่นและไม่ยุบตามแรงกด แปลว่าพร้อมตัด
- ตัดหัวที่แน่นก่อนเสมอ แม้ราคาจะยังไม่ถูกใจ หัวที่แตกขายได้ราคาต่ำกว่ามาก
- ตัดด้วยมีดคม เหลือใบห่อหุ้มไม่เกิน 3 ใบตามคำแนะนำของ สวพส. หรือ 2–3 ใบตามคำแนะนำของ มก. เพื่อกันช้ำระหว่างขนส่ง
- สวพส. แนะนำให้ทาปูนแดงที่รอยตัด
- เกรดหนึ่งตาม สวพส. คือหัวหนัก 700–1,500 กรัม แน่น และไม่แทงช่อดอก
- เก็บรักษาที่ 0°C ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 98–100 ได้ 3–6 สัปดาห์ (สวพส.) ถ้าไม่มีห้องเย็น ให้เก็บในที่ร่มเย็นและส่งขายเร็ว
คนปลูกจำนวนมากรอให้หัวโตขึ้นอีกนิดเพื่อน้ำหนัก แต่หลังหัวแน่นแล้ว น้ำหนักที่เพิ่มมีไม่มาก ขณะที่ความเสี่ยงแตกและหัวหลวมเพิ่มขึ้นทุกวัน
หัวแน่นแล้วแต่ยังตัดไม่ได้ ทำอะไรได้บ้าง
มหาวิทยาลัยซัสแคตเชวันแนะนำวิธีซื้อเวลาไว้สองวิธี วิธีแรกคือใช้พลั่วแทงตัดรากด้านใดด้านหนึ่งของต้น วิธีที่สองคือจับหัวบิดไปประมาณหนึ่งในสี่รอบเพื่อให้รากบางส่วนขาด ทั้งสองวิธีทำให้ต้นดูดน้ำช้าลงและลดการแตกในหัวที่เหลือ แต่ต้องใช้วิจารณญาณตามชนิดและสภาพของกะหล่ำ
ข้อควรระวังคือวิธีนี้ทำให้รากเป็นแผล ในแปลงที่มีประวัติโรคเน่าเละหรือดินแฉะ ให้ระวังเป็นพิเศษ และหลังตัดรากแล้วควรทยอยตัดขายให้เร็ว ไม่ใช่ปล่อยไว้อีกนาน ส่วนหัวที่แตกแล้ว ให้ตัด ตัดแต่ง และใช้หรือขายทันทีก่อนเชื้อราและแบคทีเรียเข้า ถ้ามีเมือก สีผิดปกติ หรือรา ให้ทิ้งเป็นปุ๋ยหมัก
รอยแตกคือประตูของโรคเน่าเละ
สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก. อธิบายว่าโรคเน่าเละของกะหล่ำปลีเริ่มจากจุดฉ่ำน้ำคล้ายรอยช้ำ แล้วลุกลามเป็นเน่าเละมีเมือกและกลิ่นเหม็นจัด เมื่อรุนแรงหัวจะเน่าทั้งหัวและพับลง การป้องกันคือระวังไม่ให้เกิดแผลและรอยช้ำทั้งตอนเก็บเกี่ยวและขนส่ง กำจัดหนอนที่เป็นพาหะ กำจัดต้นเป็นโรค และจัดการระบายน้ำในแปลงให้ดี หัวที่แตกก็คือหัวที่มีแผลเปิดอยู่แล้ว ถ้าทิ้งไว้ในแปลง หัวข้าง ๆ ก็มีโอกาสติดโรคไปด้วย อ่านเพิ่มที่ โรคเน่าเละในกะหล่ำปลี
หนอนที่เจาะหัวก็สร้างแผลได้เหมือนกัน หนอนใยผักเข้าทำลายกะหล่ำปลีได้ทุกระยะตามประกาศที่คลังความรู้เกษตรกรไทยรวบรวมจากสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ดูวิธีจัดการได้ที่ ปัญหาหนอนใยผักในกะหล่ำ
ปุ๋ยกับหัวแตก: สิ่งที่เอกสารบอกและไม่ได้บอก
มีความเชื่อในหมู่คนปลูกว่าใส่ปุ๋ยยูเรียมากทำให้หัวแตก เอกสารของหน่วยงานไทยที่เปิดอ่านสำหรับบทความนี้ไม่ได้ระบุเรื่องนี้ตรง ๆ จึงไม่ขอยืนยันเป็นข้อเท็จจริง สิ่งที่ สวพส. ระบุคือแผนปุ๋ยสามครั้ง ครั้งแรกอายุ 7–10 วันใส่ 15-15-15 กับ 21-0-0 อย่างละ 20–25 กรัมต่อตารางเมตร ครั้งที่สองอายุ 25–30 วัน และครั้งที่สามช่วงเริ่มห่อหัวอายุ 45–50 วัน กะหล่ำปลีต้องการปุ๋ยสูง ถ้าปุ๋ยไม่พอจะทำให้อายุการปลูกยาวขึ้น
แผนนี้ไม่มีการใส่ปุ๋ยตอนหัวแน่นแล้ว การเร่งปุ๋ยพร้อมเปิดน้ำหนัก ๆ ช่วงท้ายเพื่อหวังน้ำหนักหัว จึงเป็นการทำนอกแผนที่แนะนำ และเพิ่มการเติบโตแบบกระชาก ซึ่งตรงกับกลไกหัวแตกที่อธิบายไว้ข้างต้น ถ้าไม่แน่ใจเรื่องปุ๋ยในแปลง ให้ส่งดินวิเคราะห์หรือปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอ การเตรียมแปลงตั้งแต่ต้นดูได้ที่ ปลูกกะหล่ำปลีสำหรับมือใหม่
เตรียมแปลงรอบหน้าให้หัวแตกน้อยลง
| รายการ | คำแนะนำของ สวพส. |
|---|---|
| ดิน | pH 6–6.5 ตากดินอย่างน้อย 14 วัน ใส่ปูน 0–100 กรัม/ตร.ม. ตามสภาพดิน |
| แปลง | กว้าง 1–1.5 ม. ฤดูฝนยกสูง 30–50 ซม. หลีกเลี่ยงที่แฉะ น้ำขัง และร่มเงา |
| ปุ๋ยรองพื้น | 12-24-12 อัตรา 30 กรัม/ตร.ม. ร่วมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 2–4 กก./ตร.ม. และใส่บอแรกซ์รองพื้น |
| กล้า | อายุไม่เกิน 25 วัน ผสมไตรโคเดอร์มาในวัสดุเพาะ |
| ระยะปลูก | ฤดูฝนและฤดูหนาว 40x40 ซม. ฤดูแล้ง 40x30 ซม. |
| การให้น้ำ | ระบบสปริงเกลอร์ ช่วยให้น้ำเข้าดินสม่ำเสมอกว่าการปล่อยท่วมร่อง |
อีกข้อที่ช่วยมากคือปลูกเป็นรุ่น ถ้าปลูกทั้งแปลงพร้อมกัน หัวจะแน่นพร้อมกันหมดในสัปดาห์เดียว แรงงานตัดไม่ทัน และต้องรอรถรับ หัวที่รอนานก็แตก การปลูกรุ่นละส่วนห่างกันเป็นสัปดาห์ช่วยให้ตัดทันอายุทุกหัว คนที่ปลูกกะหล่ำดอกคู่ไปด้วยจะเจอโจทย์คล้ายกันเรื่องเก็บให้ทันก่อนดอกบาน ดูได้ที่ วิธีปลูกกะหล่ำดอก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปล่อยดินแห้งหลายวันเพราะคิดว่าหัวแน่นแล้วไม่ต้องรด แล้วเปิดน้ำท่วมร่องทีเดียว หัวแตกทั้งแถว
- รอราคาหรือรอแม่ค้าจนหัวแก่เกินอายุ หัวแตกและหลวม
- ปลูกทั้งแปลงพร้อมกัน หัวแน่นพร้อมกันจนตัดไม่ทัน
- เร่งปุ๋ยพร้อมน้ำหนัก ๆ ช่วงท้ายเพื่อหวังน้ำหนักหัว
- ทิ้งหัวที่แตกไว้ในแปลง จนกลายเป็นแหล่งโรคเน่าเละ
- ใช้อายุเก็บเกี่ยวเดียวกับทุกพันธุ์ ไม่ดูซองและไม่กดหัวทดสอบ
สรุป
กะหล่ำปลีหัวแตกก่อนเก็บเกิดจากน้ำและการเก็บช้าร่วมกัน น้ำที่เข้าเร็วหลังช่วงแห้งทำให้เนื้อในขยายจนใบห่อปริ และหัวที่แน่นเต็มที่แล้วแต่ยังไม่ตัดคือหัวที่แตกง่ายที่สุด ให้น้ำสม่ำเสมอช่วงห่อหัว ลดน้ำเมื่อหัวแน่น และตัดให้ทันอายุตามพันธุ์ ถ้ายังตัดไม่ได้ การตัดรากด้านหนึ่งหรือบิดหัวช่วยซื้อเวลาได้ไม่กี่วัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) องค์ความรู้ “กะหล่ำปลี” — อุณหภูมิที่เหมาะ ความชื้นดินและผลต่อผลผลิต ช่วงที่ต้องการน้ำมาก การเตรียมดิน ระยะปลูก แผนปุ๋ย อายุเก็บเกี่ยว เกรด และการเก็บรักษา https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/11
- สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บทวิทยุเรื่องกะหล่ำปลี — การลดน้ำเมื่อห่อหัวเต็มที่เพื่อกันปลีแตก อายุพันธุ์เบาและพันธุ์หนัก การไม่ปล่อยเกินอายุ การตัดแต่งใบ และโรคเน่าเละ https://www3.rdi.ku.ac.th/?p=14676
- University of Saskatchewan, Gardening at USask: Splits or cracks in vegetable fruits and roots — กลไกการแตกจากช่วงแห้งตามด้วยน้ำมาก พันธุ์ที่แก่เร็วแตกง่าย การจัดการหัวที่แตก และการตัดรากหรือบิดหัวเพื่อลดการแตก https://gardening.usask.ca/articles-and-lists/articles-disorders/disorder-split-fruits-and-vegetables.php
- คลังความรู้เกษตรกรไทย ประกาศเตือนหนอนใยผัก (16 ม.ค. 2569) อ้างอิงสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร — หนอนใยผักเข้าทำลายกะหล่ำปลีได้ทุกระยะ https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/announcement/6969b9bbab3df666ce1239c2
- ไทยโพสต์ รายงานประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องฤดูหนาว 2569 (14 ต.ค. 2569) — ช่วงเวลาฤดูหนาวและอุณหภูมิที่คาดการณ์ ตรวจสอบประกาศต้นฉบับได้ที่ https://www.tmd.go.th https://thaipost.net/hi-light/1088666
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ปลูกผักสลัดลงแปลงดินกลางแจ้งช่วงหน้าหนาว ต่างจากปลูกไฮโดรอย่างไร
หน้าหนาวเป็นช่วงที่ผักสลัดปลูกลงดินกลางแจ้งได้ดี เพราะผักชอบอากาศ 10–24 องศาเซลเซียส บทความนี้เทียบงานในแปลงดินกับระบบไฮโดรโปนิกส์แบบข้อต่อข้อ
เพาะเห็ดฟางหน้าหนาวแล้วดอกไม่ออก ต้องรักษาอุณหภูมิกองเห็ดอย่างไร
เห็ดฟางไม่ออกดอกในหน้าหนาวส่วนใหญ่เกิดจากอุณหภูมิในกองต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส บทความนี้รวมวิธีเก็บความอุ่นของกองและตัวเลขจากงานวิจัยกรมวิชาการเกษตร
ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา ต้องมีน้ำเท่าไรถึงไม่เสี่ยงขาดทุน
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาใช้น้ำราว 1,198 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ถ้าน้ำสำรองไม่พอช่วงสัปดาห์ที่ 7–10 ให้ลดพื้นที่หรือเปลี่ยนพืชตั้งแต่ก่อนปลูก
ปลูกถั่วเขียวหลังเกี่ยวข้าว ใช้น้ำแค่ไหนและเก็บฝักกี่วัน
ถั่วเขียวหลังนาใช้น้ำราว 592 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ช่วงสำคัญคือสัปดาห์ที่ 4–6 และเก็บฝักได้ที่ 60–75 วัน เก็บมือ 2 ครั้งห่างกันราว 14 วัน
ปลูกไม้ดอกกระถางขายช่วงปีใหม่ เลือกชนิดไหนและต้องเพาะกล้าเมื่อไร
ถ้าเริ่มปลายตุลาคม แพงพวยยังทันขายปีใหม่ที่สุด ดาวเรืองกระถางต้องเพาะภายในตุลาคมและไม่เด็ดยอด ส่วนพิทูเนียควรซื้อกล้า
ปลูกทานตะวันเป็นทุ่งให้คนมาชมหน้าหนาว ต้องหว่านเมล็ดช่วงไหนดอกถึงบานทัน
ทานตะวันเริ่มบานราว 50–55 วันหลังปลูก ทุ่งที่อยากให้บานช่วงปีใหม่จึงต้องหยอดเมล็ดราวต้นถึงกลางพฤศจิกายน แบ่งเป็นรุ่น และต้องมีน้ำให้ตลอด
คำถามที่พบบ่อย
กะหล่ำปลีหัวแตกเกิดจากน้ำหรือจากปล่อยไว้นานเกินไป
ส่วนใหญ่เป็นทั้งสองอย่างร่วมกัน มหาวิทยาลัยซัสแคตเชวันอธิบายว่าหัวแตกเกิดเมื่อช่วงแห้งตามด้วยการให้น้ำมากหรือฝนตกนาน ต้นดูดน้ำเข้าเร็วจนเนื้อในขยายแล้วดันใบห่อให้ปริ ส่วนสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก. ระบุว่าเมื่อกะหล่ำปลีห่อหัวเต็มที่แล้วควรลดน้ำลง เพราะน้ำมากเกินไปทำให้ปลีแตก หัวที่แน่นเต็มที่แล้วแต่ยังไม่ตัดจึงเสี่ยงแตกที่สุด
หัวแตกแล้วยังขายได้ไหม
ถ้ารอยแตกเพิ่งเกิดและยังไม่เน่า ให้รีบตัด ตัดแต่ง และขายหรือใช้ทันที ก่อนเชื้อราและแบคทีเรียเข้า ตามคำแนะนำของมหาวิทยาลัยซัสแคตเชวัน แต่ราคามักต่ำกว่าหัวสมบูรณ์ เพราะไม่ผ่านเกรด และรอยแตกเป็นทางเข้าของโรคเน่าเละ ถ้ามีเมือกหรือกลิ่นเหม็นแล้วให้ทิ้ง
กะหล่ำปลีเก็บได้กี่วันหลังปลูก
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงระบุว่าเก็บได้ราว 60–70 วันหลังย้ายปลูก เมื่อหัวเริ่มแน่น ส่วนสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก. ระบุว่าพันธุ์เบาอายุราว 50–60 วัน และพันธุ์หนักราว 120 วัน ให้ยึดอายุบนซองพันธุ์ที่ใช้ และกดหัวทดสอบความแน่นประกอบ
ถ้าหัวเริ่มแน่นแล้วแต่ยังขายไม่ได้ ชะลอการแตกได้อย่างไร
มหาวิทยาลัยซัสแคตเชวันแนะนำให้ใช้พลั่วตัดรากด้านหนึ่งของต้น หรือบิดหัวไปประมาณหนึ่งในสี่รอบเพื่อให้รากบางส่วนขาด ต้นจะดูดน้ำช้าลงและช่วยลดการแตกได้ แต่เป็นวิธีซื้อเวลาเท่านั้น ควรทยอยตัดขายให้เร็วที่สุด และงดน้ำที่ไม่จำเป็นในแปลงนั้น
ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากทำให้กะหล่ำปลีหัวแตกหรือไม่
เอกสารของหน่วยงานไทยที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุตรง ๆ ว่าไนโตรเจนมากทำให้หัวแตก สิ่งที่ สวพส. ระบุคือกะหล่ำปลีต้องการปุ๋ยสูง ถ้าปุ๋ยไม่พอจะยืดอายุการปลูก และกำหนดใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้ายช่วงเริ่มห่อหัวที่อายุ 45–50 วัน ไม่ได้ให้ใส่ตอนหัวแน่นแล้ว ถ้าสงสัยเรื่องปุ๋ยในแปลงตัวเอง ให้ปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอหรือส่งดินวิเคราะห์
พันธุ์ไหนแตกง่ายกว่ากัน
มหาวิทยาลัยซัสแคตเชวันระบุว่าพันธุ์ที่แก่เร็วมีแนวโน้มหัวแตกมากกว่า ในไทยยังไม่พบข้อมูลทางการที่จัดอันดับพันธุ์การค้าตามความเสี่ยงหัวแตก ให้ถามบริษัทเมล็ดพันธุ์หรือดูข้อมูลบนซอง และสังเกตจากแปลงตัวเองในรอบที่ผ่านมา
