ปลูกพืชเผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569

เตรียมต้นมะม่วงให้ออกดอกตามฤดูหน้าหนาว ช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนต้องทำอะไร

เตรียมต้นมะม่วงให้ออกดอกตามฤดู ช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนต้องทำให้ใบแก่จัดและเริ่มช่วงแล้ง 45-60 วัน งดน้ำ ใส่ปุ๋ยตามระยะ และเตรียมรับเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ ราแป้ง

เตรียมต้นมะม่วงให้ออกดอกตามฤดูหน้าหนาว ช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนต้องทำอะไร

คำตอบสั้น ๆ

ปฏิทินงานสวนมะม่วงในฤดูช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน ตั้งแต่การดูใบแก่ การงดน้ำ ปุ๋ยตามระยะ ไปจนถึงการเตรียมรับเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ และราแป้ง อิงงานวิจัยและเอกสารของกรมวิชาการเกษตร

คำตอบเร็ว: ตุลาคมถึงพฤศจิกายนคือช่วงทำให้ใบชุดสุดท้ายแก่จัดและเริ่มช่วงแล้ง เอกสารของกรมวิชาการเกษตรระบุว่ามะม่วงในฤดูต้องผ่านช่วงแล้ง 45-60 วัน และแทงช่อจากยอดที่ใบแก่จัดเมื่อได้อุณหภูมิ 15-20 องศาเซลเซียสสะสม 5 วัน งานหลักจึงเป็นการดูแลใบไม่ให้แตกยอดใหม่ งดน้ำ ระบายน้ำ ใส่ปุ๋ยตามระยะ และเตรียมสำรวจเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ และราแป้งตั้งแต่ช่อดอกเริ่มแทง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ชาวสวนมะม่วงที่ทำมะม่วงตามฤดูมักบอกว่าปีไหนหนาวดี ปีนั้นดอกดก ซึ่งถูกเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งคือสภาพของต้นก่อนที่อากาศเย็นจะมา ตุลาคมและพฤศจิกายนจึงเป็นสองเดือนที่ตัดสินผลผลิตของฤดูหน้ามากกว่าที่หลายคนคิด บทความนี้เรียงงานตามช่วงเวลา โดยอิงรายงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรที่ติดตามการออกดอกของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเบอร์ 4 โชคอนันต์ และช้างตกตึก ในแปลงเกษตรกรจังหวัดขอนแก่น ปี 2557-2559 ร่วมกับเอกสารการจัดการสวนและเอกสารเตือนภัยศัตรูพืชของกรมวิชาการเกษตร

มะม่วงในฤดูต้องการอะไรเพื่อออกดอก

ภาพประกอบ มะม่วงในฤดูต้องการอะไรเพื่อออกดอก

รายงานจากขอนแก่นอ้างข้อมูลที่ใช้กันในวงการไม้ผลว่า มะม่วงในฤดูกาลปกติต้องผ่านช่วงแล้ง 45-60 วัน และแทงช่อดอกจากยอดที่มีใบแก่จัดเมื่อได้รับอุณหภูมิต่ำ 15-20 องศาเซลเซียสสะสม 5 วัน ถ้ายอดยังเป็นใบอ่อน ต้นต้องการอุณหภูมิต่ำถึง 5-10 องศาเซลเซียส ซึ่งในพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่ของไทยแทบไม่เกิด ตัวเลขชุดนี้อธิบายได้ว่าทำไมใบที่แก่ทันหน้าหนาวถึงสำคัญกว่าการพ่นอะไรเพิ่ม

ข้อมูลจากแปลงขอนแก่นยังแสดงให้เห็นว่าเดือนที่ดอกออกมากขยับตามอากาศเย็นของแต่ละปี

ฤดูกาลช่วงอากาศเย็นที่บันทึกช่วงออกดอกสูงสุด
2557/2558พฤศจิกายน-ธันวาคมธันวาคม-มกราคม ทั้งสามพันธุ์
2558/2559ธันวาคม-มกราคมมกราคม-กุมภาพันธ์ สำหรับน้ำดอกไม้สีทองและช้างตกตึก

รายงานระบุว่าในปี 2557/2558 อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสที่ชักนำการออกดอกเกิดช่วง 15-25 พฤศจิกายน 2557 และ 6 ธันวาคม 2557 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2558 ส่วนดอกที่ออกช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมได้รับผลจากอากาศร้อนและฝน ทำให้ดอกร่วง ช่อดอกร่วง และพบช่อดอกพัฒนาเป็นใบ 1-5 เปอร์เซ็นต์ ข้อนี้บอกว่าการเตรียมต้นให้พร้อมออกดอกในช่วงที่อากาศเย็นจริงช่วยลดความเสี่ยงช่วงปลายฤดูได้

ฤดูหนาว 2569 หมายความว่าอะไรต่อสวนมะม่วง

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฤดูหนาวของประเทศไทยตอนบนจะเริ่มราวสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม 2569 ช้ากว่าค่าเฉลี่ยราว 1 สัปดาห์ หนาวที่สุดช่วงปลายธันวาคม 2569 ถึงต้นกุมภาพันธ์ 2570 และสิ้นสุดราวกลางกุมภาพันธ์ 2570 อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยคาดว่าราว 22-23 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติราว 2 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือตอนบนและภาคอีสานตอนบนอาจลงถึง 10-12 องศาเซลเซียส

เมื่ออุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปกติ วันที่อากาศต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสอาจมีน้อยลงในบางพื้นที่ ต้นที่ใบชุดสุดท้ายแก่จัดตั้งแต่ต้นฤดูจะใช้ช่วงเย็นที่มีได้เต็มที่ ส่วนต้นที่ยังแตกยอดตอนหนาวมาจะเสียโอกาสไป ข้อมูลนี้เป็นคาดการณ์ ให้ติดตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและจดอุณหภูมิต่ำสุดในสวนตัวเองประกอบ

ปฏิทินงานตุลาคมถึงพฤศจิกายน

ช่วงเวลาสภาพต้นที่ควรเป็นงานหลัก
ต้นตุลาคมใบชุดสุดท้ายกำลังเปลี่ยนจากใบเพสลาดเป็นใบแก่ป้องกันแมลงกัดกินใบอ่อน ไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเพิ่ม
กลาง-ปลายตุลาคมใบแก่ทั่วทรงพุ่ม ฝนเริ่มลดหยุดให้น้ำ เปิดทางระบายน้ำ เริ่มนับช่วงแล้งเมื่อดินแห้งจริง
พฤศจิกายนต้นพักตัว ใบเขียวเข้ม ตายอดเริ่มบวมสำรวจแมลงศัตรูทุกสัปดาห์ เตรียมอุปกรณ์พ่น ตรวจต้นที่มีอาการผิดปกติ
ปลายพฤศจิกายน-ธันวาคมเริ่มแทงช่อดอกในพื้นที่ที่เย็นเร็วสำรวจเพลี้ยจักจั่นและเพลี้ยไฟบนช่อดอก เฝ้าดูราแป้งและโรคช่อดอกดำ

ช่วงเวลาในตารางเป็นแนวทางสำหรับสวนที่เก็บเกี่ยวและตัดแต่งตามรอบปกติ ถ้าสวนเก็บเกี่ยวช้าหรือตัดแต่งช้า ให้เลื่อนตามสภาพใบ ไม่ใช่ตามปฏิทินอย่างเดียว ดูปฏิทินทั้งปีได้ที่ ปฏิทินดูแลมะม่วง

ใบแก่จัดดูอย่างไร

ภาพประกอบ ใบแก่จัดดูอย่างไร

เอกสารการจัดการมะม่วงของกรมวิชาการเกษตรอธิบายลักษณะใบที่พร้อมไว้ว่า ใบกรอบ ใบลู่ ก้านใบแผ่กว้างไม่ตั้ง และตายอดบวมเต่ง เอกสารเดียวกันระบุว่าหลังตัดแต่งกิ่งราว 30-45 วัน ใบอ่อนจะเข้าสู่ระยะใบเพสลาด และเน้นว่าการรักษาใบอ่อนชุดแรกหลังเก็บเกี่ยวสำคัญต่อการสะสมอาหาร ซึ่งส่งผลต่อการออกดอกในรุ่นต่อไป ในเดือนตุลาคมให้เดินดูยอดรอบทรงพุ่ม ถ้ายังมีหลายยอดที่แตกใบใหม่สีแดงอมน้ำตาล ให้ลดปัจจัยที่กระตุ้นการแตกยอด คือน้ำและปุ๋ยไนโตรเจน

น้ำและปุ๋ยช่วงก่อนออกดอก

สำหรับมะม่วงในฤดู ช่วงแล้ง 45-60 วันคือตัวกระตุ้นหลัก การงดน้ำจึงเริ่มเมื่อใบแก่แล้ว ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น ถ้าสวนอยู่ในที่ลุ่มหรือมีฝนช่วงปลายตุลาคม ให้เปิดทางระบายน้ำ ไม่ให้น้ำขังโคน เพราะดินที่ชื้นนานทำให้ช่วงแล้งไม่เกิดจริง

เรื่องปุ๋ย เอกสารของกรมวิชาการเกษตรวางลำดับไว้ดังนี้

  1. หลังเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งกระโดง กิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค และกิ่งซ้อนทับ แล้วใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 5-10 กิโลกรัมต่อต้น
  2. ระยะแตกใบอ่อนหลังเก็บเกี่ยว ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น
  3. ระยะสะสมอาหาร พ่นปุ๋ยเกร็ดฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง 3 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน เอกสารพิมพ์สูตรในตารางว่า 0-52-42 ขณะที่ส่วนอื่นของเอกสารใช้สูตร 0-52-34 จึงควรตรวจฉลากปุ๋ยและสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนซื้อ

เอกสารฉบับเดียวกันยังมีขั้นตอนพ่นโพแทสเซียมไนเตรทและราดสารพาโคลบิวทราโซล แต่ระบุชัดว่าเป็นการผลิตมะม่วงนอกฤดูเพื่อการส่งออก ซึ่งต้องบังคับให้ออกดอกตามเวลาที่ต้องการ สวนที่ทำมะม่วงตามฤดูไม่จำเป็นต้องยกขั้นตอนนี้มาใช้ ถ้าคิดจะใช้ ให้ปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอและปฏิบัติตามฉลาก ความรู้การปลูกและดูแลพื้นฐานอ่านได้ที่ วิธีดูแลมะม่วง

เตรียมรับเพลี้ยจักจั่นตั้งแต่ก่อนช่อดอกแทง

เอกสารเตือนภัยศัตรูพืชของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 กรมวิชาการเกษตร ระบุว่าเพลี้ยจักจั่นมะม่วงทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทำลายใบอ่อน ช่อดอก ก้านดอก และยอดอ่อน ระยะที่เสียหายมากที่สุดคือระยะที่มะม่วงกำลังออกดอก โดยดูดน้ำเลี้ยงจากช่อดอกจนแห้ง ดอกร่วง ติดผลน้อยหรือไม่ติดเลย มูลที่ถ่ายออกมาเป็นน้ำหวานเหนียวทำให้เกิดราดำคลุมใบและช่อดอก

  • การตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยวช่วยลดที่หลบซ่อนของเพลี้ยจักจั่น และทำให้การพ่นสารได้ผลดีขึ้น
  • สำรวจช่อดอก ถ้าพบเพลี้ยจักจั่นมากกว่า 4 ตัวต่อช่อดอก จึงพ่นสารตามคำแนะนำ และพ่นซ้ำเมื่อจำเป็น
  • พ่นให้ทั่วถึงลำต้น ปรับหัวฉีดให้เป็นละอองฝอย มิฉะนั้นตัวเต็มวัยจะย้ายไปหลบในจุดที่สารไม่ถึง
  • ใช้น้ำฉีดล้างช่อดอกและใบช่วยลดคราบราดำ และช่วยให้ตัวอ่อนหลุดจากช่อ แต่อย่าฉีดแรงจนดอกหรือผลร่วง
  • ใช้กับดักแสงไฟดักตัวเต็มวัยที่บินมาเล่นไฟ

เอกสารฉบับนี้ระบุรายชื่อสารฆ่าแมลงที่แนะนำพร้อมอัตราไว้หลายชนิด บทความนี้ไม่ยกชื่อการค้า ให้เปิดเอกสารต้นฉบับหรือสอบถามเจ้าหน้าที่ และใช้ตามฉลากเท่านั้น

เพลี้ยไฟ ราแป้ง และโรคช่อดอกดำ

ภาพประกอบ เพลี้ยไฟ ราแป้ง และโรคช่อดอกดำ

เอกสารเตือนภัยฉบับเดียวกันแนะนำให้พ่นป้องกันเพลี้ยไฟในระยะติดดอกอย่างน้อย 2 ครั้ง คือระยะเริ่มแทงช่อดอก และระยะเริ่มติดผลขนาดราวมะเขือพวง 0.5-1.0 เซนติเมตร ถ้าปีไหนระบาดรุนแรงอาจต้องพ่นซ้ำก่อนดอกบาน ส่วนโรคช่อดอกดำมักระบาดช่วงออกดอกและดอกบานเมื่อมีฝนตกชุก และในแปลงที่มีเพลี้ยไฟมาก การกำจัดเพลี้ยไฟก่อนดอกบานและเก็บเศษพืชที่เป็นโรคไปทำลายจึงช่วยลดโรคไปด้วย

สำหรับราแป้ง ยังไม่พบเอกสารเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรที่ระบุช่วงเสี่ยงเป็นตัวเลขในชุดที่ค้นได้ ข้อมูลที่มีคืองานวิจัยในเม็กซิโกที่ตีพิมพ์ในวารสาร Pesquisa Agropecuária Brasileira ปี 2017 พบว่าอาการเริ่มปรากฏราว 30 วันหลังแทงยอด และระยะที่อ่อนแอที่สุดคือดอกบานเต็มที่จนผลยาวราว 8-15 มิลลิเมตร และการควบคุมได้ผลดีเมื่อใช้สารแบบดูดซึมตามด้วยสารแบบสัมผัส ข้อมูลนี้มาจากต่างประเทศ ให้ใช้เป็นแนวทางเฝ้าระวัง และยืนยันกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ วิธีสังเกตอาการและการจัดการอยู่ในบทความ ราแป้งในมะม่วง

เช็กลิสต์สวนมะม่วงช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน

  1. ใบชุดสุดท้ายแก่จัดทั่วทรงพุ่ม ใบกรอบ ก้านใบแผ่ ตายอดบวม
  2. หยุดปุ๋ยไนโตรเจนและหยุดให้น้ำเมื่อใบแก่แล้ว
  3. เปิดทางระบายน้ำ ไม่ให้น้ำขังโคนหลังฝนปลายฤดู
  4. จดวันที่ดินเริ่มแห้ง เพื่อนับช่วงแล้ง 45-60 วัน
  5. ติดเทอร์โมมิเตอร์บันทึกอุณหภูมิต่ำสุดในสวน
  6. ตรวจอุปกรณ์พ่นและหัวฉีดให้พร้อมก่อนช่อดอกแทง
  7. นัดวันสำรวจช่อดอกสัปดาห์ละครั้งเมื่อเริ่มแทงช่อ

ความผิดพลาดที่ทำให้มะม่วงในฤดูออกดอกน้อย

  • ใส่ปุ๋ยยูเรียหรือรดน้ำต่อในเดือนตุลาคม ทำให้แตกยอดใหม่ตอนหนาวมา
  • เริ่มงดน้ำทั้งที่ใบยังเป็นใบเพสลาด ต้นเครียดแต่ไม่ได้ดอก
  • ยกขั้นตอนบังคับดอกของมะม่วงนอกฤดูมาใช้ในสวนในฤดูโดยไม่จำเป็น
  • พ่นสารฆ่าแมลงตามรอบปฏิทินโดยไม่สำรวจจำนวนเพลี้ยจักจั่นบนช่อดอกก่อน
  • ปล่อยทรงพุ่มทึบหลังเก็บเกี่ยว ทำให้แมลงหลบซ่อนและพ่นสารไม่ทั่ว
  • ไม่ดูราแป้งและโรคช่อดอกดำช่วงดอกบาน จนเห็นอีกทีเมื่อดอกร่วงแล้ว

ถ้าตั้งใจขายผลคุณภาพ การจัดการช่อดอกที่ดีส่งผลต่อผิวผลในตอนท้าย อ่านเรื่องเหตุที่ผลถูกตีกลับได้ที่ มะม่วงตกเกรดส่งออก

สรุป

ตุลาคมถึงพฤศจิกายนคือช่วงทำให้ใบชุดสุดท้ายแก่จัดและเริ่มช่วงแล้ง เพราะมะม่วงในฤดูต้องการช่วงแล้ง 45-60 วัน และแทงช่อจากยอดใบแก่เมื่อได้อากาศเย็น 15-20 องศาเซลเซียสสะสม 5 วัน งานหลักคือหยุดน้ำและปุ๋ยไนโตรเจน ระบายน้ำ และเตรียมสำรวจเพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ และราแป้งตั้งแต่ช่อดอกแทง ปีนี้อากาศคาดว่าอุ่นกว่าปกติ ต้นที่พร้อมเร็วจึงได้เปรียบ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

มะม่วงในฤดูต้องการอากาศเย็นแค่ไหนถึงจะออกดอก

รายงานของกรมวิชาการเกษตรที่ขอนแก่นอ้างข้อมูลว่า มะม่วงในฤดูกาลปกติต้องผ่านช่วงแล้ง 45-60 วัน และแทงช่อดอกจากยอดที่ใบแก่จัดเมื่อได้อุณหภูมิต่ำ 15-20 องศาเซลเซียสสะสม 5 วัน ถ้ายอดยังเป็นใบอ่อน ต้องได้อุณหภูมิต่ำถึง 5-10 องศาเซลเซียส ซึ่งในไทยเกิดได้ยาก ใบที่แก่ทันหน้าหนาวจึงสำคัญมาก

ถ้าตุลาคมยังมีฝนตก ควรทำอย่างไร

ให้ระบายน้ำในสวนให้ดีและหยุดให้น้ำเพิ่ม ช่วงแล้งจะเริ่มนับได้จริงเมื่อดินเริ่มแห้ง ปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฤดูหนาวของประเทศไทยตอนบนเริ่มราวสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม 2569 ช้ากว่าค่าเฉลี่ยราว 1 สัปดาห์ การออกดอกจึงอาจช้ากว่าที่คุ้นเคยเล็กน้อย

ต้องพ่นยาป้องกันเพลี้ยจักจั่นตั้งแต่ก่อนออกดอกไหม

เอกสารเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรแนะนำให้สำรวจก่อน และพ่นสารเมื่อพบเพลี้ยจักจั่นมะม่วงมากกว่า 4 ตัวต่อช่อดอก การตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยวช่วยลดที่หลบซ่อนของแมลงและทำให้การพ่นได้ผลดีขึ้น ส่วนชนิดและอัตราสาร ให้ใช้ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและฉลาก

ราแป้งในมะม่วงควรเฝ้าระวังช่วงไหน

ช่วงที่ต้องระวังคือตั้งแต่แทงช่อดอกจนติดผลเล็ก งานวิจัยในเม็กซิโกพบว่าอาการเริ่มปรากฏราว 30 วันหลังแทงยอด และระยะที่อ่อนแอที่สุดคือดอกบานเต็มที่จนผลยาวราว 8-15 มิลลิเมตร ถ้าเห็นผงสีขาวบนก้านช่อหรือดอกให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และใช้สารตามคำแนะนำ

จำเป็นต้องใช้โพแทสเซียมไนเตรทหรือสารราดโคนสำหรับมะม่วงในฤดูไหม

สารเหล่านี้ปรากฏในเอกสารของกรมวิชาการเกษตรในบริบทการผลิตมะม่วงนอกฤดูเพื่อการส่งออก ซึ่งต้องบังคับให้ออกดอกตามเวลาที่ผู้ซื้อกำหนด มะม่วงในฤดูอาศัยช่วงแล้งและอากาศเย็นตามธรรมชาติเป็นหลัก ถ้าคิดจะใช้ ควรปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอก่อน และปฏิบัติตามฉลาก

ใส่ปุ๋ยอะไรก่อนมะม่วงออกดอกตามฤดู

เอกสารของกรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น ช่วงแตกใบอ่อนหลังเก็บเกี่ยว และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 5-10 กิโลกรัมต่อต้นหลังตัดแต่ง ในระยะสะสมอาหารมีการพ่นปุ๋ยเกร็ดฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง 3 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน ส่วนการเลือกสูตรให้ตรงกับดินและอายุต้น ควรวิเคราะห์ดินหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่