ปลูกพืชเผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569

ปลูกซูกินีช่วงหน้าหนาว ดอกเยอะแต่ไม่ติดลูก ต้องช่วยผสมเกสรอย่างไร

ซูกินีหน้าหนาวดอกเยอะไม่ติดลูก ดูดอกตัวผู้ตัวเมีย ผสมเกสรด้วยมือตอนเช้าก่อนดอกหุบ เลี่ยงสปริงเกลอร์เช้า แยกอาการก้นเน่า ราแป้ง ราน้ำค้าง เก็บผล 5–7 วันหลังบาน

ปลูกซูกินีช่วงหน้าหนาว ดอกเยอะแต่ไม่ติดลูก ต้องช่วยผสมเกสรอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

ซูกินีที่ดอกเยอะแต่ไม่ติดลูกส่วนใหญ่ขาดการผสมเกสรในช่วงเช้าที่ดอกบาน การช่วยผสมด้วยมือแก้ได้ แต่ต้องแยกให้ออกจากอาการก้นเน่าและโรคราที่มากับอากาศเย็นชื้นด้วย

คำตอบเร็ว: ซูกินีมีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันบนต้นเดียว ถ้าดอกเยอะแต่ลูกฝ่อ ให้เช็กก่อนว่ามีดอกตัวเมีย (ดอกที่มีลูกจิ๋วรองใต้กลีบ) บานหรือยัง ถ้ามีแล้วแต่ไม่ติด ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่มีแมลงช่วยผสม ให้ช่วยผสมด้วยมือตอนเช้าที่ดอกเพิ่งบาน เด็ดดอกตัวผู้มาลอกกลีบแล้วแตะเกสรลงยอดเกสรของดอกตัวเมีย ต้องทำให้เสร็จก่อนสาย เพราะดอกบานไม่ถึงวันและมักหุบก่อนเที่ยง และอย่ารดน้ำแบบสปริงเกลอร์ช่วงเช้า เพราะทำให้ผึ้งไม่ออกหาอาหาร (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ทำไมหน้าหนาวในไทยซูกินีถึงดอกบานแต่ไม่ติดลูก

ภาพประกอบ ทำไมหน้าหนาวในไทยซูกินีถึงดอกบานแต่ไม่ติดลูก

ซูกินีเป็นพืชวงศ์แตง ใกล้ชิดกับฟักทอง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ระบุว่าซูกินีมีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันบนต้นเดียวกัน และผสมเกสรโดยแมลง โดยเฉพาะผึ้ง ซูกินีจะติดลูกได้ก็ต่อเมื่อละอองเกสรจากดอกตัวผู้ไปถึงดอกตัวเมียในวันที่ดอกบาน พลาดวันนั้นไปดอกตัวเมียดอกนั้นก็เสีย

หน้าหนาวทำให้เรื่องนี้ยากขึ้นสามทาง ทางแรกคือเช้าที่หมอกหนาและเย็น ผึ้งออกหากินช้า ขณะที่ดอกซูกินีบานแต่เช้าและหุบเร็ว ทางที่สองคือคนปลูกซูกินีในไทยจำนวนมากใช้โรงเรือนหรือมุ้งกันแมลง ซึ่งกันผึ้งไปด้วย ทางที่สามคือความชื้นสูงช่วงเช้าทำให้ดอกและลูกอ่อนเน่าง่าย

เรื่องอุณหภูมิ สวพส. ระบุว่าซูกินีเจริญได้ดีในพื้นที่สูงตั้งแต่ 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะคือ 18–30 องศาเซลเซียส ถ้าต่ำหรือสูงกว่านี้ต้นจะชะงัก ปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฤดูหนาวของประเทศไทยตอนบนจะเริ่มราวสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม 2569 ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ต่ำสุดเฉลี่ยราว 22–23 องศา แต่ภาคเหนือตอนบนและอีสานตอนบนอาจลงถึง 10–12 องศาในช่วงปลายธันวาคมถึงต้นกุมภาพันธ์ ในที่ราบหน้าหนาวจึงยังอยู่ในช่วงที่ซูกินีโตได้ แต่บนดอยกลางคืนที่ต่ำกว่า 18 องศาจะทำให้ต้นโตช้าและดอกออกน้อยลงช่วงหนาวจัด

ขั้นที่ 1: เช็กก่อนว่าปัญหาคือ "ยังไม่มีดอกตัวเมีย" หรือ "มีแต่ไม่ติด"

หลายครั้งที่คนปลูกบ่นว่าดอกเยอะไม่ติดลูก พอเดินดูจริงกลับเป็นดอกตัวผู้ทั้งแถว ดอกตัวผู้ร่วงทิ้งทุกวันเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่าต้นมีปัญหา ให้เดินดูตอนเช้าแล้วนับแยกสองแบบ

ลักษณะดอกตัวผู้ดอกตัวเมีย
ใต้กลีบดอกก้านดอกเรียวยาว ไม่มีลูกมีลูกอ่อนรูปร่างเหมือนซูกินีจิ๋วต่อกับดอก
กลางดอกแท่งเกสรตัวผู้แท่งเดียว มีผงละอองสีเหลืองยอดเกสรตัวเมียแยกเป็นแฉก
ถ้าไม่ได้ผสมร่วงทั้งก้านเป็นเรื่องปกติลูกอ่อนเหลือง ฝ่อ แล้วเน่าจากปลาย

ถ้าแปลงยังมีแต่ดอกตัวผู้ ให้รอและดูแลต้นต่อ อย่าเพิ่งเร่งปุ๋ยหรือฉีดฮอร์โมน แต่ถ้ามีดอกตัวเมียบานแล้วลูกฝ่อติดกันหลายวัน ให้ไปขั้นต่อไป

ขั้นที่ 2: ช่วยผสมเกสรด้วยมือ ทำอย่างไรให้ติด

ข้อมูลส่งเสริมการเกษตรของมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ (University of Maryland Extension) ระบุว่าดอกสควอช ซึ่งรวมถึงซูกินี บานแต่เช้าและบานไม่ถึงวัน มักหุบก่อนเที่ยงโดยเฉพาะวันที่ร้อน งานผสมเกสรจึงต้องทำช่วงเช้า

  1. ออกแปลงตอนเช้าหลังดอกบานเต็มที่ ก่อนแดดแรงและก่อนสาย
  2. เลือกดอกตัวผู้ที่บานวันนี้ เกสรมีผงสีเหลืองติดนิ้วได้ เด็ดมาทั้งก้านแล้วลอกกลีบออก
  3. แตะหรือป้ายแท่งเกสรตัวผู้ให้ทั่วยอดเกสรของดอกตัวเมียที่บานวันเดียวกัน ดอกตัวผู้หนึ่งดอกใช้ได้กับดอกตัวเมียมากกว่าหนึ่งดอกถ้าเกสรยังเหลือ
  4. ถ้าดอกตัวผู้น้อย ใช้พู่กันขนนุ่มแตะเกสรแล้วนำไปป้ายแทน
  5. ผูกเชือกหรือติดป้ายเล็ก ๆ ที่ดอกที่ผสมแล้ว จะได้รู้ว่าวิธีนี้ได้ผลแค่ไหน และนับวันเก็บได้ถูก
  6. สังเกตลูกในช่วงไม่กี่วันหลังผสม ถ้าลูกยังเขียวและยืดยาวขึ้นแปลว่าติดแล้ว ถ้าเหลืองและหยุดโตแปลว่าไม่ติด

ปัญหาที่เจอในแปลงจริงคือวันที่มีดอกตัวเมียบานกลับไม่มีดอกตัวผู้บาน คนที่ปลูกหลายต้นจะเจอปัญหานี้น้อยกว่า เพราะต้นแต่ละต้นออกดอกไม่พร้อมกัน แปลงเล็กที่ปลูกแค่ไม่กี่ต้นจึงควรปลูกเผื่อ หรือปลูกเป็นสองรุ่นห่างกันเล็กน้อย

ถ้าจะให้แมลงช่วย การเลี้ยงผึ้งโพรงไทยใกล้แปลงเป็นทางหนึ่ง ดูวิธีเลี้ยงผึ้งคู่กับสวนได้ที่ การเลี้ยงผึ้งโพรงไทยในสวน ส่วนคนที่ปลูกในมุ้งให้วางแผนผสมด้วยมือไว้ตั้งแต่แรก

ขั้นที่ 3: รดน้ำผิดเวลา ผึ้งก็ไม่มา

มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ระบุอีกข้อหนึ่งว่าการเปิดสปริงเกลอร์ช่วงเช้าทำให้ผึ้งไม่ออกบินหาอาหาร ช่วงเช้าเป็นเวลาเดียวที่ดอกซูกินีบาน ถ้ารดน้ำทับดอกตอนนั้นเท่ากับตัดโอกาสผสมของวันนั้นไป ถ้าใช้สปริงเกลอร์ ให้ย้ายเวลารดไปหลังสาย หรือเปลี่ยนเป็นน้ำหยดที่โคน วิธีนี้ยังช่วยให้ใบและดอกแห้ง ลดโรคไปด้วย

สวพส. ระบุว่าซูกินีต้องการน้ำสม่ำเสมอ และต้องได้แดดเต็มวัน ดิน pH ที่เหมาะคือ 6.0–6.5 หน้าหนาวน้ำระเหยช้า ให้ดูความชื้นดินก่อนรดทุกครั้ง แปลงที่แห้งสลับแฉะจะเจอปัญหาก้นเน่าในขั้นต่อไป

ขั้นที่ 4: ถ้าติดลูกแล้วแต่ลูกเน่า แยกอาการให้ถูกก่อนแก้

อาการที่เห็นสาเหตุที่เป็นไปได้สิ่งที่ควรทำ
ลูกอ่อนยาวไม่กี่เซนติเมตร เหลืองแล้วฝ่อดอกตัวเมียไม่ได้รับการผสมช่วยผสมด้วยมือในเช้าวันที่ดอกบาน
ดอกและลูกอ่อนเน่า มีราขึ้นช่วงอากาศชื้นราที่เข้าทำลายดอกและลูกอ่อนในอากาศอุ่นชื้น (มหาวิทยาลัยแมริแลนด์)เด็ดดอกที่ไม่ติดทิ้ง ทำให้ดอกแห้ง คลุมดิน
ลูกโตแล้ว ปลายด้านดอกเป็นแผลแบนคล้ายหนังอาการก้นเน่า ส่วนใหญ่มาจากความชื้นดินไม่สม่ำเสมอหรืออากาศเปลี่ยนกะทันหัน (มหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต)ให้น้ำสม่ำเสมอ ใส่ปูนตามผลวิเคราะห์ดิน การพ่นแคลเซียมช่วยได้น้อย

เรื่องก้นเน่า คนจำนวนมากรีบซื้อแคลเซียมมาพ่น แต่ข้อมูลส่งเสริมการเกษตรของมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตระบุว่าอาการนี้มาจากความชื้นดินที่ขึ้นลงมากกว่าดินขาดแคลเซียม และการพ่นแคลเซียมให้ผลน้อย หน้าหนาวที่เช้าเย็นกลางวันร้อน แล้วรดน้ำวันเว้นวันแบบไม่ดูดิน คือสภาพที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้ ส่วนการใส่ปุ๋ยแคลเซียมไนเตรตทางดิน สวพส. กำหนดไว้ในสูตรปุ๋ยหลังย้ายปลูกอยู่แล้ว (ดูหัวข้อถัดไป)

โรคใบที่มากับอากาศเย็นชื้น ทำให้ต้นติดลูกน้อย

ต้นที่ใบเสียจะไม่มีแรงเลี้ยงลูก กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนว่าโรคราน้ำค้างระบาดในช่วงอากาศเย็น ความชื้นสูง และมีฝน พืชวงศ์แตงรวมถึงซูกินีจะเกิดแผลสีเหลืองเป็นเหลี่ยมตามเส้นใบ ช่วงเช้าพลิกใต้ใบจะเห็นขุยสีเทาขาว ต้นที่เป็นโรคจะติดผลน้อย การป้องกันที่แนะนำคือแช่เมล็ดในน้ำอุ่นราว 50 องศาเซลเซียสนาน 20–30 นาทีก่อนปลูก ไม่ปลูกแน่นเกินไป กำจัดวัชพืช เก็บเศษซากพืช และปลูกพืชหมุนเวียน อ่านเพิ่มได้ที่ การดูแลโรคราน้ำค้าง

อีกโรคคือราแป้ง สำนักงานเกษตรอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น อธิบายว่าเห็นเป็นผงสีขาวบนใบ ใบเหลือง บิดเบี้ยว และแห้ง ระบาดรุนแรงเมื่ออากาศเย็นและความชื้นตอนเช้าสูง ให้ตัดแต่งให้ทรงพุ่มโปร่ง และเริ่มจัดการตั้งแต่เห็นอาการ ส่วนการใช้สารให้ปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอและทำตามฉลาก ข้อผิดพลาดที่ทำให้ราแป้งคุมไม่อยู่สรุปไว้ที่ ข้อผิดพลาดในการจัดการโรคราแป้ง

ปลูกให้ต้นพร้อมติดลูกตั้งแต่ต้น ตามคำแนะนำ สวพส.

ขั้นตอนคำแนะนำของ สวพส.
เตรียมดินไถลึก 15–20 ซม. ตากดิน 7–10 วัน ใส่ปุ๋ยคอก 1.5–3 ตัน/ไร่ และปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 50 กก./ไร่
กล้าเพาะในถาด ย้ายปลูกเมื่ออายุ 6–8 วัน
ระยะปลูกแถวเดี่ยว ระยะต้น 0.7–1 ม. ระยะแถว 1 ม.
ปุ๋ยหลังย้ายปลูกปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 100 กก./ไร่ ร่วมกับแคลเซียมไนเตรต 50 กก./ไร่
เก็บเกี่ยว5–7 วันหลังดอกบาน เกรดหนึ่งเส้นผ่านศูนย์กลาง 3–4 ซม. ยาว 12–20 ซม.
เก็บรักษา7°C ความชื้นสัมพัทธ์ 95% ได้ 1–2 สัปดาห์ ห่อฟิล์ม PVC หรือใส่ถุงเจาะรู

ระยะปลูกที่ห่างพอสมควรมีผลกับโรคโดยตรง ใบซูกินีใหญ่ ถ้าปลูกชิดกว่านี้ใบจะซ้อน ความชื้นค้าง และเข้าไปผสมเกสรได้ลำบาก คนที่เคยปลูกฟักทองจะคุ้นกับการจัดการแบบนี้ เทียบได้ที่ การดูแลฟักทอง

เรื่องเก็บเกี่ยว อย่าปล่อยลูกให้ใหญ่เกินเกรด ลูกที่ค้างต้นนานจะดึงอาหาร ทำให้ดอกตัวเมียรุ่นถัดไปติดยากขึ้น เก็บตอนเช้า วางในตะกร้ากันกระแทก ผิวซูกินีเป็นรอยง่าย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เห็นดอกตัวผู้ร่วงแล้วคิดว่าต้นมีปัญหา จึงเร่งปุ๋ยหรือพ่นฮอร์โมน ทั้งที่ยังไม่ถึงช่วงดอกตัวเมีย
  • ไปผสมเกสรตอนบ่ายหลังเลิกงาน ซึ่งดอกหุบไปแล้ว
  • เปิดสปริงเกลอร์ตอนเช้าทับช่วงดอกบาน ผึ้งไม่มาและดอกเปียก
  • พ่นแคลเซียมแก้ก้นเน่าซ้ำ ๆ แต่ไม่แก้การให้น้ำที่แห้งสลับแฉะ
  • ปลูกชิดเกินระยะที่แนะนำ ใบซ้อน ราแป้งและราน้ำค้างระบาด ลูกติดน้อย
  • ปล่อยลูกโตเกินเกรดเพราะเสียดาย ต้นติดลูกใหม่ช้าลง

สรุป

ซูกินีดอกเยอะแต่ไม่ติดลูกช่วงหน้าหนาว ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการแยกดอกตัวผู้กับดอกตัวเมียให้ออก แล้วช่วยผสมเกสรด้วยมือในเช้าวันที่ดอกบาน ก่อนดอกหุบช่วงสาย ควบคู่กับรดน้ำให้ถูกเวลาและสม่ำเสมอ ถ้าติดแล้วยังเน่า ให้แยกว่าเป็นก้นเน่าจากน้ำหรือเป็นราจากความชื้น แล้วแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่พ่นแคลเซียมหรือสารซ้ำ ๆ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) องค์ความรู้ “ซูกินี” (8 พ.ย. 2558) — ลักษณะดอกแยกเพศ การผสมโดยแมลง ความสูงพื้นที่และอุณหภูมิ 18–30°C pH ดิน การเตรียมดิน ระยะปลูก ปุ๋ย อายุเก็บเกี่ยว เกรด และการเก็บรักษา https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/35
  • 📄University of Maryland Extension ผ่าน Ask Extension (ก.ค. 2567) — ดอกสควอชบานเช้าและบานไม่ถึงวัน สปริงเกลอร์ตอนเช้าทำให้ผึ้งไม่บิน และการจัดการราที่ทำลายดอกและลูกอ่อน https://ask.extension.org/kb/faq.php?id=879000
  • 📄Ohio State University Extension, Buckeye Hills ANR (10 ก.ค. 2558) — อาการก้นเน่าส่วนใหญ่มาจากความชื้นดินไม่สม่ำเสมอ และการพ่นแคลเซียมให้ผลน้อย https://u.osu.edu/bhanr/tag/calcium
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืช (20 พ.ย. 2567) — การระบาดของโรคราน้ำค้างในพืชวงศ์แตงช่วงอากาศเย็นชื้น อาการ และวิธีป้องกัน https://www.doae.go.th/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A/
  • 📄สำนักงานเกษตรอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น — อาการและการจัดการโรคราแป้งช่วงอากาศเย็น ความชื้นตอนเช้าสูง https://khonkaen.doae.go.th/nongnakum/?p=4692
  • 📄ไทยโพสต์ รายงานประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องฤดูหนาว 2569 (14 ต.ค. 2569) — ช่วงเวลาฤดูหนาวและอุณหภูมิต่ำสุดที่คาดการณ์ ตรวจสอบประกาศต้นฉบับได้ที่ https://www.tmd.go.th https://thaipost.net/hi-light/1088666

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

อุปกรณ์เพาะกล้า

ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง

เช็กก่อนซื้อ

  • จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
  • เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

ดินปลูก/วัสดุปลูก

ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ

เช็กก่อนซื้อ

  • เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
  • น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง
100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

เครื่องมือทำสวน

เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว

เช็กก่อนซื้อ

  • วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
  • ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ดูอย่างไรว่าดอกซูกินีดอกไหนเป็นดอกตัวเมีย

ดอกตัวเมียจะมีลูกเล็ก ๆ รูปร่างเหมือนซูกินีจิ๋วติดอยู่ใต้กลีบดอก ส่วนดอกตัวผู้มีแค่ก้านดอกเรียวยาว ไม่มีลูกอ่อนรองอยู่ ซูกินีมีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันบนต้นเดียวกัน ตามข้อมูลของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง

ควรผสมเกสรซูกินีตอนกี่โมง

ทำตอนเช้าหลังดอกบาน ข้อมูลส่งเสริมการเกษตรของมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ระบุว่าดอกสควอชบานแต่เช้าและบานไม่ถึงวัน มักหุบก่อนเที่ยงโดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน ถ้าไปแปลงตอนบ่ายดอกจะหุบแล้ว ต้องรอดอกใหม่วันถัดไป

ลูกซูกินีเล็ก ๆ เหลืองแล้วเน่าตั้งแต่ปลาย เป็นเพราะอะไร

มีได้สองสาเหตุหลัก สาเหตุแรกคือดอกตัวเมียไม่ได้รับการผสม ลูกอ่อนจึงฝ่อ อีกสาเหตุคือราที่เข้าทำลายดอกและลูกอ่อนในช่วงอากาศชื้น ซึ่งมหาวิทยาลัยแมริแลนด์แนะนำให้เด็ดดอกที่ไม่ติดทิ้ง รักษาดอกให้แห้ง และคลุมดิน ถ้าลูกโตแล้วแต่ปลายเป็นแผลแบนคล้ายหนัง ให้นึกถึงอาการก้นเน่าที่มาจากความชื้นดินไม่สม่ำเสมอ

พ่นแคลเซียมแก้ซูกินีก้นเน่าได้ไหม

ข้อมูลส่งเสริมการเกษตรของมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตตระบุว่าการพ่นแคลเซียมให้ผลน้อย เพราะอาการก้นเน่าส่วนใหญ่มาจากความชื้นดินขึ้นลงหรืออากาศเปลี่ยนกะทันหัน มากกว่าดินขาดแคลเซียม สิ่งที่ช่วยได้คือให้น้ำสม่ำเสมอ และใส่ปูนตามผลวิเคราะห์ดิน

ซูกินีเก็บได้กี่วันหลังดอกบาน

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงแนะนำให้เก็บเมื่อผลอายุ 5–7 วันหลังดอกบาน เกรดหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3–4 ซม. ยาว 12–20 ซม. ถ้าปล่อยนานเกินผลจะใหญ่เกินเกรดและต้นจะติดลูกใหม่ช้าลง

หน้าหนาวมีใบเป็นผงขาวและใบเป็นเหลี่ยมเหลือง ต่างกันอย่างไร

ผงสีขาวบนหน้าใบเป็นอาการของโรคราแป้ง ส่วนแผลเหลืองเป็นเหลี่ยมตามเส้นใบ และเช้า ๆ มีขุยสีเทาขาวใต้ใบเป็นอาการของโรคราน้ำค้าง ทั้งสองโรคพบมากในช่วงอากาศเย็นและความชื้นสูง ตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตร ต้นที่เป็นราน้ำค้างหนักจะติดผลน้อย