คำตอบสั้น ๆ
แหนแดงสดหนึ่งตันให้ไนโตรเจน 2.5-3 กิโลกรัม เทียบเท่ายูเรียราว 5-6.5 กิโลกรัม คำนวณให้เห็นต่อไร่ พร้อมวิธีเริ่มเลี้ยงในนา ทำบ่อแม่พันธุ์ และจุดขอแม่พันธุ์ฟรี
คำตอบเร็ว: แหนแดงเป็นเฟิร์นน้ำที่อยู่ร่วมกับสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินซึ่งตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ เอกสารส่งเสริมของหน่วยงานวิจัยระบุว่าแหนแดงสดหนึ่งตันให้ไนโตรเจนราว 2.5-3 กิโลกรัม ซึ่งเทียบเท่าปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ประมาณ 5-6.5 กิโลกรัม ถ้านาหนึ่งไร่ผลิตแหนแดงสดได้ 2-3 ตันต่อรอบ จะเท่ากับยูเรียราว 11-19 กิโลกรัมต่อไร่ ขอแม่พันธุ์ได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัด สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรประจำอำเภอ
เวลาราคายูเรียขยับขึ้น คำถามแรกของชาวนาคือจะลดปุ๋ยได้ตรงไหนโดยไม่เสียผลผลิต แหนแดงเป็นคำตอบหนึ่งที่หน่วยงานรัฐส่งเสริมมานาน แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่ามันแทนยูเรียได้กี่กิโลกรัมจริง ๆ ต่อไร่ และต้องลงแรงแค่ไหนถึงจะได้ตัวเลขนั้น
บทความนี้ตั้งใจตอบเป็นตัวเลขที่เอาไปคำนวณต่อได้ ทั้งไนโตรเจนที่ได้ต่อไร่ การแปลงเป็นกิโลกรัมยูเรีย วิธีเริ่มเลี้ยงในนาและในบ่อพักแม่พันธุ์ พร้อมระดับน้ำและช่วงเวลาที่ต้องทำให้ถูก และช่องทางขอแม่พันธุ์ อ่านเรื่องการจัดการปุ๋ยอื่น ๆ เพิ่มได้ในหมวด ดิน น้ำ ปุ๋ย
แหนแดงคืออะไร และตรึงไนโตรเจนได้อย่างไร
แหนแดงเป็นเฟิร์นน้ำขนาดเล็กที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ จุดที่ทำให้มันต่างจากพืชน้ำทั่วไปคือในโพรงใบของมันมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินสกุล Anabaena อาศัยอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพา สาหร่ายตัวนี้ตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาเปลี่ยนเป็นรูปที่พืชใช้ได้ แลกกับที่พักและอาหารจากแหนแดง
ผลคือแหนแดงเจริญเติบโตได้โดยแทบไม่ต้องพึ่งไนโตรเจนในน้ำ และเมื่อมันตายหรือถูกไถกลบ ไนโตรเจนที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อจะปลดปล่อยออกมาให้ข้าวใช้ นี่คือเหตุผลที่มันถูกเรียกว่าโรงงานผลิตปุ๋ยไนโตรเจนที่ลอยอยู่บนผิวนา
สายพันธุ์ที่หน่วยงานวิจัยของไทยคัดเลือกและส่งเสริมให้ใช้ ให้ผลผลิตน้ำหนักสดสูงกว่าแหนแดงพื้นเมืองที่พบตามหนองน้ำทั่วไปอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรขอแม่พันธุ์จากหน่วยงานแทนการไปตักจากหนองน้ำข้างทางมาเลี้ยงเอง
คิดเป็นยูเรียกี่กิโลกรัมต่อไร่
ตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจได้จริงต้องแปลงจากน้ำหนักแหนแดงไปเป็นกิโลกรัมยูเรีย ซึ่งทำได้ด้วยสองขั้นตอน คือหาไนโตรเจนที่มีอยู่ก่อน แล้วหารด้วยสัดส่วนไนโตรเจนในยูเรีย
ขั้นตอนการแปลงตัวเลข
- เอกสารเผยแพร่ของหน่วยงานวิจัยด้านดินและปุ๋ยระบุว่าแหนแดงสดมีไนโตรเจนประมาณ 0.25-0.3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักสด แปลว่าแหนแดงสด 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม มีไนโตรเจนราว 2.5-3 กิโลกรัม
- ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 มีไนโตรเจน 46 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นไนโตรเจน 1 กิโลกรัม เทียบเท่ายูเรีย 1 หารด้วย 0.46 เท่ากับประมาณ 2.17 กิโลกรัม
- แหนแดงสด 1 ตัน จึงเทียบเท่ายูเรียประมาณ 2.5 คูณ 2.17 ถึง 3 คูณ 2.17 หรือราว 5.4-6.5 กิโลกรัม
- การเลี้ยงแหนแดงในนาข้าวหนึ่งไร่โดยทั่วไปให้ผลผลิตแหนแดงสดราว 2-3 ตันต่อรอบ จึงเทียบเท่ายูเรียประมาณ 11-19 กิโลกรัมต่อไร่ต่อรอบ
| ผลผลิตแหนแดงสดต่อไร่ | ไนโตรเจนที่ได้ (กก.) | เทียบเท่ายูเรีย 46-0-0 (กก.) | คิดเป็นกระสอบ 50 กก. |
|---|---|---|---|
| 1 ตัน | 2.5-3.0 | 5.4-6.5 | ราว 0.11-0.13 กระสอบ |
| 2 ตัน | 5.0-6.0 | 10.9-13.0 | ราว 0.22-0.26 กระสอบ |
| 3 ตัน | 7.5-9.0 | 16.3-19.6 | ราว 0.33-0.39 กระสอบ |
| 4 ตัน | 10.0-12.0 | 21.7-26.1 | ราว 0.43-0.52 กระสอบ |
ตัวเลขข้างต้นเป็นการคำนวณจากค่าเปอร์เซ็นต์ไนโตรเจนที่อ้างในเอกสารเผยแพร่ของหน่วยงานวิจัย ไม่ใช่ค่าที่วัดจากแปลงของคุณเอง ปริมาณไนโตรเจนจริงแปรผันตามสายพันธุ์แหนแดง อุณหภูมิ ระดับฟอสฟอรัสในน้ำ และความสมบูรณ์ของแหนแดงในรอบนั้น ให้ขอเอกสารคำแนะนำฉบับปัจจุบันจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดหรือสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดเพื่อใช้ค่าที่ตรงกับพื้นที่
ลองคิดเป็นเงินอย่างไร
สมมติเพื่อให้เห็นภาพว่าถ้าราคายูเรียอยู่ที่ 900 บาทต่อกระสอบ 50 กิโลกรัม เท่ากับ 18 บาทต่อกิโลกรัม การได้ยูเรียเทียบเท่า 11-19 กิโลกรัมต่อไร่ จะมีมูลค่าราว 200-340 บาทต่อไร่ต่อรอบ ตัวเลขนี้ยังไม่หักค่าแรงและค่าน้ำที่ใช้เลี้ยงแหนแดง แต่ในแปลงที่เลี้ยงต่อเนื่องและมีแม่พันธุ์อยู่ในระบบแล้ว ต้นทุนส่วนเพิ่มต่อรอบจะต่ำมากเพราะแม่พันธุ์ขยายตัวเองได้
ย้ำว่าราคายูเรียผันผวนตามตลาดโลกและเปลี่ยนได้หลายร้อยบาทต่อกระสอบภายในปีเดียว ให้ตรวจสอบราคาปัจจุบันจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมการค้าภายใน หรือร้านค้าในพื้นที่ก่อนนำไปคำนวณจริง เปรียบเทียบต้นทุนธาตุอาหารระหว่างปุ๋ยแต่ละสูตรได้ที่ เครื่องเปรียบเทียบต้นทุนปุ๋ย และคำนวณปริมาณปุ๋ยที่ต้องใช้จริงได้ที่ เครื่องคำนวณปุ๋ย
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนวางแผนลดปุ๋ย
- แหนแดงให้เฉพาะไนโตรเจน ไม่ได้ทดแทนฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ถ้าดินขาดสองตัวนี้ ยังต้องใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินอยู่ดี
- ไนโตรเจนปลดปล่อยช้ากว่ายูเรีย เพราะต้องรอการย่อยสลาย จึงไม่ควรคาดหวังการตอบสนองแบบทันทีเหมือนหว่านยูเรีย แต่ข้อดีคือสูญเสียจากการระเหยน้อยกว่า
- ต้องมีน้ำขังต่อเนื่อง จึงไม่เข้ากับระบบที่ปล่อยนาแห้งสลับเปียกบ่อย ๆ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือวางจังหวะให้ดี
- ลดปุ๋ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรตัดยูเรียทิ้งทั้งหมดในฤดูแรก ควรลดลงตามปริมาณที่คำนวณได้แล้วสังเกตสีใบข้าวเทียบกับแปลงที่ใส่ปกติ
เริ่มเลี้ยงในนาข้าวอย่างไร ระดับน้ำและช่วงเวลา
สองตัวแปรที่ตัดสินความสำเร็จคือระดับน้ำและจังหวะเวลาที่ปล่อยแม่พันธุ์ ปล่อยเร็วเกินไปแหนแดงจะคลุมต้นกล้าที่ยังเตี้ย ปล่อยช้าเกินไปข้าวจะบังแสงจนแหนแดงขยายไม่ทันก่อนถึงวันไถกลบ
ในนาดำ
- รอให้ต้นกล้าตั้งตัวหลังปักดำประมาณ 7-15 วัน ต้นข้าวต้องสูงพ้นน้ำชัดเจนแล้ว
- ปรับระดับน้ำในนาให้อยู่ราว 5-10 เซนติเมตร และรักษาระดับนี้ไว้ ถ้าน้ำตื้นกว่านี้แหนแดงจะเกยดินและแห้ง ถ้าลึกกว่านี้มากแหนแดงจะถูกลมพัดกองรวมมุมเดียว
- ปล่อยแม่พันธุ์แหนแดงสดกระจายให้ทั่วแปลง ปริมาณที่ใช้กันทั่วไปอยู่ในช่วงราว 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ ยิ่งปล่อยมากยิ่งคลุมเต็มเร็ว
- ปล่อยในวันที่ลมสงบ ถ้าลมแรงให้ปล่อยด้านต้นลมแล้วปล่อยให้ลมช่วยกระจาย หรือทำคันกั้นชั่วคราวด้วยทางมะพร้าวเพื่อไม่ให้กองมุมเดียว
- ในสภาพที่เหมาะสม แหนแดงจะเพิ่มน้ำหนักเป็นเท่าตัวทุกราวสามถึงห้าวัน และคลุมผิวน้ำเต็มแปลงในราวสองถึงสามสัปดาห์
- เมื่อคลุมเต็มผิวน้ำแล้ว สามารถไถกลบพร้อมการจัดการนา หรือปล่อยให้แห้งตายทับลงดินตามจังหวะการระบายน้ำก่อนเก็บเกี่ยว
ในนาหว่านน้ำตม
ต้องรอนานกว่านาดำ คือให้ข้าวอายุประมาณ 20-25 วันจนตั้งตัวและสูงพ้นน้ำแน่นอนก่อน เพราะถ้าปล่อยแหนแดงตอนต้นข้าวยังเตี้ย แหนแดงจะคลุมทับต้นกล้าและบังแสงจนข้าวชะงัก หลังจากนั้นขั้นตอนเหมือนกับนาดำ
ทางเลือกการเลี้ยงก่อนปักดำ
อีกวิธีที่ใช้กันคือเลี้ยงแหนแดงในแปลงตั้งแต่ช่วงเตรียมดิน คือหลังทำเทือกและขังน้ำไว้ ปล่อยแม่พันธุ์ลงไปให้ขยายเต็มผิวน้ำ แล้วไถกลบพร้อมการเตรียมแปลงครั้งสุดท้ายก่อนปักดำหรือหว่าน วิธีนี้ได้ปริมาณมวลชีวภาพมากเพราะไม่มีต้นข้าวบังแสง แต่ต้องมีน้ำและเวลาว่างในช่วงเตรียมแปลงราวสามถึงสี่สัปดาห์
เงื่อนไขสภาพแวดล้อมที่ควรรักษา
- อุณหภูมิ แหนแดงเจริญได้ดีในช่วงอากาศไม่ร้อนจัด ฤดูหนาวถึงต้นฤดูฝนจึงเป็นช่วงที่โตดี ส่วนช่วงเดือนเมษายนที่น้ำในนาร้อนจัดกลางวัน การขยายตัวจะช้าลงชัดเจน
- แสง ต้องการแสงแต่ไม่ใช่แดดเผาตรงทั้งวันในน้ำตื้น สภาพในนาข้าวที่มีต้นข้าวพรางแสงบางส่วนถือว่าเหมาะ
- ฟอสฟอรัส แหนแดงต้องการฟอสฟอรัสเพื่อการเจริญเติบโตแม้จะตรึงไนโตรเจนเองได้ ในแปลงหรือบ่อที่แหนแดงโตช้า มักเกี่ยวกับฟอสฟอรัสต่ำ ให้สอบถามคำแนะนำการเติมฟอสฟอรัสที่เหมาะสมจากสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด
- สัตว์ที่กินแหนแดง หอยเชอรี่ เป็ด และปลากินพืชบางชนิดกินแหนแดงได้เร็วมาก ถ้าแปลงมีหอยเชอรี่ชุกต้องจัดการหอยก่อน ไม่อย่างนั้นแม่พันธุ์ที่ปล่อยไปจะหายภายในไม่กี่วัน
บ่อพักแม่พันธุ์ หัวใจของการทำต่อเนื่องหลายฤดู
เหตุผลที่ต้องมีบ่อพักแม่พันธุ์คือหลังเก็บเกี่ยวข้าวและปล่อยนาแห้ง แหนแดงในนาจะตายหมด ถ้าไม่มีแม่พันธุ์เก็บไว้ ฤดูหน้าต้องไปขอใหม่ทุกครั้ง บ่อพักขนาดเล็กหลังบ้านจึงเป็นตัวที่ทำให้ระบบนี้หมุนต่อเองได้
ขั้นตอนทำบ่อพักแม่พันธุ์
- เลือกภาชนะ ใช้บ่อซีเมนต์ บ่อพลาสติกปูผ้าใบ หรือขุดบ่อดินขนาดเล็ก ขนาดที่ใช้งานสะดวกคือราว 2 x 4 เมตร ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับผลิตแม่พันธุ์ให้นาหลายไร่
- ใส่ดินก้นบ่อ ใช้ดินนาเกลี่ยก้นบ่อหนาราวหนึ่งถึงสองนิ้ว เพื่อเป็นแหล่งธาตุอาหาร
- เติมปุ๋ยคอกแห้ง ใส่ปุ๋ยคอกแห้งที่ย่อยสลายแล้วคลุกกับดินก้นบ่อ แล้วเติมน้ำหมักทิ้งไว้ประมาณ 3-5 วันก่อนปล่อยแม่พันธุ์ อย่าใช้มูลสดเพราะจะทำให้น้ำเน่าและออกซิเจนต่ำ
- ปรับระดับน้ำ ให้อยู่ราว 10-15 เซนติเมตร ระดับนี้อุ่นเร็วในตอนเช้าและไม่ร้อนเกินตอนบ่าย
- พรางแสง ขึงตาข่ายพรางแสงประมาณครึ่งหนึ่งเหนือบ่อ โดยเฉพาะในฤดูร้อน เพื่อไม่ให้น้ำในบ่อร้อนจัดกลางวัน
- ปล่อยแม่พันธุ์ กระจายให้ทั่วผิวน้ำ ไม่ต้องหนาแน่นตั้งแต่แรก เพราะแหนแดงต้องการพื้นที่ว่างเพื่อขยาย
- เก็บออกเมื่อคลุมเต็ม เมื่อแหนแดงคลุมเต็มผิวน้ำแล้ว ให้ช้อนออกประมาณครึ่งหนึ่งทุก 7-10 วัน อย่าปล่อยให้แน่นซ้อนกันหลายชั้น เพราะชั้นล่างจะไม่ได้แสงและเน่าจนน้ำเสียทั้งบ่อ
- เปลี่ยนถ่ายน้ำบางส่วน เมื่อน้ำเริ่มขุ่นจัดหรือมีกลิ่น ให้ถ่ายน้ำออกบางส่วนแล้วเติมน้ำสะอาด พร้อมเติมปุ๋ยคอกแห้งเล็กน้อยตามรอบ
แหนแดงที่ช้อนออกมาใช้ทำอะไรได้บ้าง
- เป็นแม่พันธุ์สำหรับปล่อยลงนาในรอบถัดไป
- เป็นวัสดุคลุมโคนและวัสดุร่วมในการทำปุ๋ยหมัก ช่วยเพิ่มไนโตรเจนในกองหมักซึ่งมักขาดเพราะเศษพืชแห้งมีคาร์บอนสูง
- ใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเป็ด ไก่ และปลากินพืช เพราะแหนแดงมีโปรตีนสูงเมื่อคิดจากน้ำหนักแห้ง ควรให้เป็นอาหารเสริมควบคู่อาหารหลัก ไม่ใช่ทดแทนทั้งหมด และล้างให้สะอาดก่อนให้
- ใช้รองพื้นแปลงผักหรือผสมวัสดุปลูก โดยตากให้แห้งก่อนเพื่อสะดวกในการเก็บ
ขอแม่พันธุ์ฟรีได้ที่ไหน
หน่วยงานที่มีการผลิตและแจกจ่ายแม่พันธุ์แหนแดงให้เกษตรกร รวมถึงจัดอบรมวิธีเลี้ยง มีดังนี้
- ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัด ในสังกัดกรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานที่ทำงานวิจัยและขยายแม่พันธุ์แหนแดงสายพันธุ์ที่คัดเลือกแล้ว รวมถึงให้คำแนะนำเชิงวิชาการ
- สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด ในสังกัดกรมพัฒนาที่ดิน มีการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยพืชสดและจุลินทรีย์ดิน หลายแห่งมีบ่อขยายแม่พันธุ์แหนแดงให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนมารับ พร้อมคำแนะนำเรื่องการวิเคราะห์ดิน
- หมอดินอาสาประจำตำบลและหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเครือข่ายของกรมพัฒนาที่ดิน มักมีบ่อแม่พันธุ์ในพื้นที่และเป็นช่องทางที่เข้าถึงง่ายที่สุด สอบถามได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่มีอยู่ประจำทุกอำเภอทั่วประเทศ หลายแห่งมีฐานเรียนรู้เรื่องการลดต้นทุนปุ๋ยและมีบ่อแหนแดงสาธิตให้ดูของจริง
- สำนักงานเกษตรอำเภอ เป็นจุดเริ่มต้นที่ใกล้ที่สุด เจ้าหน้าที่จะแนะนำต่อไปยังหน่วยที่มีแม่พันธุ์ในช่วงนั้น
- ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบางแห่ง ที่มีแปลงสาธิตการลดต้นทุนการผลิตข้าว
เงื่อนไขการรับ ปริมาณที่แจก และช่วงเวลาที่มีแม่พันธุ์พร้อมจ่าย ต่างกันตามหน่วยงานและปีงบประมาณ ให้โทรสอบถามล่วงหน้าก่อนเดินทางทุกครั้ง และเตรียมภาชนะที่มีน้ำไปรับ เพราะแหนแดงที่ใส่ถุงแห้งไว้ในรถกลางแดดจะตายภายในไม่กี่ชั่วโมง จุดนี้เป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของคนที่ไปรับแม่พันธุ์ครั้งแรกแล้วแวะทำธุระต่อ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนวางระบบแหนแดง
- ปล่อยลงนาเร็วเกินไปตั้งแต่ต้นกล้ายังเตี้ย แหนแดงจะคลุมทับต้นข้าวและบังแสงจนข้าวชะงัก ต้องรอให้ข้าวสูงพ้นน้ำก่อนเสมอ
- ไม่มีบ่อพักแม่พันธุ์ ทำให้ต้องเริ่มขอใหม่ทุกฤดู และเสียเวลารอคิวจากหน่วยงาน ระบบจะยั่งยืนได้ต้องมีบ่อพักของตัวเอง
- ปล่อยแม่พันธุ์ในนาที่มีหอยเชอรี่ชุกโดยไม่จัดการหอยก่อน แม่พันธุ์จะถูกกินหมดภายในไม่กี่วัน เท่ากับเสียทั้งเวลาและแม่พันธุ์
- คำนวณลดยูเรียเกินกว่าที่แหนแดงให้จริง ตัดยูเรียทิ้งทั้งหมดในฤดูแรกโดยไม่เผื่อ ทำให้ข้าวขาดไนโตรเจนในช่วงแตกกอ ควรลดตามตัวเลขที่คำนวณได้และเทียบกับแปลงควบคุม
- ใช้มูลสัตว์สดในบ่อพักแม่พันธุ์ ทำให้น้ำเน่าและออกซิเจนต่ำ ต้องใช้ปุ๋ยคอกแห้งที่ย่อยสลายแล้วเท่านั้น
- ปล่อยให้แหนแดงแน่นซ้อนกันหลายชั้นในบ่อ เพราะเสียดายไม่ยอมช้อนออก ผลคือชั้นล่างไม่ได้แสงและเน่าจนเสียทั้งบ่อ ต้องช้อนออกตามรอบทุก 7-10 วัน
- ขนแม่พันธุ์กลับบ้านโดยใส่ถุงแห้งไว้ในรถตากแดด ต้องใส่ภาชนะที่มีน้ำและอยู่ในร่มตลอดทาง
- ใช้ระบบเปียกสลับแห้งพร้อมกับเลี้ยงแหนแดงโดยไม่วางจังหวะ เมื่อปล่อยนาแห้ง แหนแดงจะตายทันที ต้องเลือกช่วงที่ขังน้ำต่อเนื่องให้แหนแดงทำงานก่อน
สรุป
แหนแดงเปลี่ยนไนโตรเจนในอากาศเป็นปุ๋ยให้นาได้จริง โดยแหนแดงสดหนึ่งตันคิดเป็นยูเรียราว 5.4-6.5 กิโลกรัม และการเลี้ยงในนาหนึ่งไร่ที่ได้ผลผลิต 2-3 ตันต่อรอบ จะเทียบเท่ายูเรียราว 11-19 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นจำนวนที่นำไปหักออกจากแผนการใส่ปุ๋ยได้อย่างมีเหตุผล
สิ่งที่ทำให้ระบบนี้เดินต่อได้เองคือบ่อพักแม่พันธุ์ขนาดเล็กหลังบ้าน บวกกับการรักษาระดับน้ำในนาที่ราว 5-10 เซนติเมตรและปล่อยแม่พันธุ์หลังข้าวตั้งตัวแล้ว ขอแม่พันธุ์และคำแนะนำที่ตรงกับพื้นที่ได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัด สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ และให้ตรวจสอบค่าไนโตรเจนอ้างอิงกับราคายูเรียปัจจุบันก่อนคำนวณผลตอบแทนทุกครั้ง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลสายพันธุ์แหนแดงที่คัดเลือก ปริมาณไนโตรเจนที่ตรึงได้ และการขอรับแม่พันธุ์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัด
- กรมพัฒนาที่ดิน — แนวทางการใช้ปุ๋ยพืชสดและจุลินทรีย์ดิน บริการวิเคราะห์ดิน และการขอรับแม่พันธุ์ผ่านสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดและหมอดินอาสา
- กรมการข้าว — คำแนะนำการจัดการน้ำและการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในนาข้าวตามระยะการเจริญเติบโต
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและกรมการค้าภายใน — ราคาปุ๋ยเคมีและข้อมูลต้นทุนการผลิตข้าวที่ใช้อ้างอิงในการคำนวณความคุ้มค่า
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ปลายฝนต้องเก็บน้ำเข้าสระเท่าไหร่ถึงพอใช้ทั้งหน้าแล้ง
ปลายฝนคือจังหวะสุดท้ายที่จะเก็บน้ำก่อนหน้าแล้ง บทความนี้ให้สูตรคำนวณ ตัวอย่างผักคะน้า 1 ไร่ และสถานการณ์น้ำและเอลนีโญ ณ ต.ค. 2569
ฝนทิ้งช่วงกลางนาปี ข้าวขาดน้ำต้องทำอะไรก่อน
ฝนทิ้งช่วงกลางนาปี สิ่งแรกที่ต้องทำคือดูว่าข้าวอยู่ระยะไหนและแปลงขาดน้ำมากี่วัน แล้วจัดน้ำให้แปลงที่ยังกู้ได้ก่อน บทความนี้เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำตามข้อมูลหน่วยงานรัฐ
ฝุ่น PM2.5 และหมอกควันกระทบพืชผักอย่างไร เกษตรกรควรดูแลแปลงแบบไหน
ฝุ่นที่เกาะใบบังแสงและทำให้ปากใบปิดบางส่วน บทความนี้แยกสิ่งที่งานวิจัยยืนยันแล้วออกจากตัวเลขที่ยังไม่มีใครวัด และบอกวิธีดูแลแปลงกับคนทำงานช่วงฝุ่นสูง
ดินเป็นกรดหลังน้ำท่วม ตรวจดินที่ไหน และปรับสภาพอย่างไร
หลังน้ำลด เกษตรกรหลายรายสังเกตว่าผักที่ปลูกซ่อมรอบแรกโตช้า ใบเหลือง หรือรากไม่เดิน แล้วได้ยินต่อกันมาว่า "น้ำท่วมดินเป็นกรด ต้องใส่ปูนเยอะ ๆ" ความจริง
ดินโคลนทับสวนหลังน้ำท่วม ต้องขุดออกไหม และทำอย่างไร
น้ำลดแล้วเจ้าของสวนหลายคนเดินเข้าไปเจอภาพเดียวกัน คือชั้นดินโคลนสีน้ำตาลเทาเคลือบทั่วแปลง บางจุดทับโคนต้นจนมองไม่เห็นดินเดิม บางจุดมีเศษไม้และทรายพัดม
ฟื้นฟูดินหลังน้ำท่วม ตรวจอะไรก่อนปลูกใหม่ และตะกอนทับหน้าดินทำอย่างไร
น้ำลดแล้วแต่แปลงยังเป็นโคลน บางแปลงมีทรายทับหน้าดินเป็นแผ่น บางแปลงดินเละจนเดินแล้วรองเท้าจม คำถามที่เกษตรกรถามกันมากที่สุดคือ "ต้องรอนานแค่ไหน" และ "
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
คำถามที่พบบ่อย
เลี้ยงแหนแดงแล้วเลิกใส่ยูเรียได้เลยไหม
ไม่แนะนำให้ตัดทั้งหมดในฤดูแรก เพราะปริมาณไนโตรเจนที่ได้ขึ้นกับว่าแหนแดงคลุมเต็มผิวน้ำได้จริงแค่ไหนในรอบนั้น วิธีที่ปลอดภัยคือลดยูเรียลงตามปริมาณที่คำนวณได้จากน้ำหนักแหนแดงที่ได้จริง แล้วเทียบสีใบข้าวกับแปลงข้างเคียงที่ใส่ปกติ เมื่อทำต่อเนื่องสองถึงสามฤดูจนรู้ค่าของแปลงตัวเองแล้ว จึงปรับสัดส่วนให้เหมาะสม
แหนแดงกับแหนเป็ดต่างกันอย่างไร
เป็นพืชคนละกลุ่มกัน แหนเป็ดเป็นพืชดอกขนาดเล็กที่ไม่มีสาหร่ายตรึงไนโตรเจนอาศัยอยู่ จึงไม่ได้เพิ่มไนโตรเจนให้นาเหมือนแหนแดง ถ้าไปตักพืชลอยน้ำจากหนองน้ำมาเลี้ยงเองโดยไม่แน่ใจชนิด อาจได้พืชที่กลายเป็นวัชพืชน้ำแทน จึงควรขอแม่พันธุ์จากหน่วยงานที่ระบุสายพันธุ์ชัดเจน
ต้องมีนาเท่าไหร่ถึงคุ้มที่จะทำบ่อพักแม่พันธุ์
บ่อขนาดราว 2 x 4 เมตรใช้พื้นที่หลังบ้านเพียงเล็กน้อยและใช้เงินลงทุนไม่มากหากใช้บ่อพลาสติกปูผ้าใบ จึงคุ้มแม้กับนาไม่กี่ไร่ เพราะช่วยให้ไม่ต้องขอแม่พันธุ์ใหม่ทุกฤดู และแหนแดงส่วนเกินยังใช้เป็นอาหารเสริมสัตว์และวัสดุทำปุ๋ยหมักได้ ถ้ามีนาหลายสิบไร่ ควรทำหลายบ่อหรือใช้แปลงนาหนึ่งกระทงเป็นบ่อขยายแทน
เลี้ยงแหนแดงในนาปรังกับนาปี ช่วงไหนได้ผลดีกว่า
โดยทั่วไปช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัดจะได้มวลชีวภาพมากกว่า ส่วนช่วงที่น้ำในนาร้อนจัดตอนกลางวันในฤดูร้อน การขยายตัวจะช้าลง อีกปัจจัยคือความต่อเนื่องของน้ำ นาที่ควบคุมระดับน้ำได้ตลอดจะได้ผลดีกว่านาน้ำฝนที่ระดับน้ำขึ้นลงตามฝน ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เรื่องช่วงเวลาที่เหมาะกับสภาพอากาศของจังหวัดคุณ
ใส่แหนแดงแล้วมีผลต่อวัชพืชในนาหรือไม่
แหนแดงที่คลุมเต็มผิวน้ำช่วยลดแสงที่ส่องถึงพื้นนา จึงลดการงอกของวัชพืชน้ำบางชนิดได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่วิธีกำจัดวัชพืชและไม่ทดแทนการจัดการวัชพืชตามปกติ โดยเฉพาะข้าววัชพืชที่งอกจากเมล็ดในดินซึ่งต้องจัดการด้วยวิธีอื่น

![Zagro พริมโซ่ [ขนาด 1 ลิตร ] อะซีโทคลอร์ 50% EC คุมหญ้าก่อนปลูก ใน อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง พริก](/_next/image?url=%2Fimages%2Fproducts%2F27424125085.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_F2oBEV47oB6RoBVzqn188zWoDYP2)