คำตอบสั้น ๆ
ส่งตรวจโลหะหนักให้ได้ผลที่ใช้ได้จริง ต้องเลือกช่องทาง เก็บดินหลายจุด ใช้ขวดที่ถูกต้อง และอ่านผลกับเกณฑ์ที่ตรงคำถาม
คำตอบเร็ว: ดินส่งได้ที่สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดินหรือสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1–12 ผ่านระบบ E-Service ของกรมพัฒนาที่ดิน ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการวิเคราะห์ดินของเกษตรกร แต่ควรถามสายด่วน 1760 ก่อนว่าตรวจโลหะหนักรายการใดได้ ส่วนน้ำและการตรวจที่ละเอียดกว่านั้นใช้ห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยหรือเอกชน เช่น อัตราตัวอย่างของศูนย์ทดสอบ ม.นเรศวร สารหนู 800 บาท แคดเมียมหรือตะกั่ว 300 บาทต่อรายการ ผลจะเชื่อถือได้ต้องเก็บดิน 15–20 จุดต่อแปลง ใช้ขวดที่ห้องปฏิบัติการให้ และส่งให้เร็ว
หลายคนตัดสินใจส่งตรวจหลังเห็นข่าวโลหะหนักในแม่น้ำใกล้บ้าน แต่สิ่งที่เจอบ่อยคือส่งไปแล้วได้ผลที่ใช้ไม่ได้ เพราะเก็บตัวอย่างผิดวิธี เลือกรายการตรวจไม่ตรงปัญหา หรือขวดน้ำไม่สะอาดพอ บทความนี้เรียงขั้นตอนตั้งแต่เลือกที่ส่ง เตรียมภาชนะ เก็บดินและน้ำ ไปจนถึงอ่านผล ส่วนกลไกการปนเปื้อนของแคดเมียมในดิน อ่านแยกได้ที่ บทความแคดเมียมปนเปื้อนในดิน
ส่งตรวจได้ที่ไหน เทียบช่องทางก่อนตัดสินใจ
| ช่องทาง | ตรวจอะไร | ค่าใช้จ่าย | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| กรมพัฒนาที่ดิน (สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน / สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1–12) | ดิน เน้นธาตุอาหาร ต้องถามว่ารับตรวจโลหะหนักรายการใด | ไม่มีค่าธรรมเนียม ตามบัญชี 2 ของกฎกระทรวงเรื่องการวิเคราะห์ดินเฉพาะราย พ.ศ. 2555 | รวมเวลาประมาณ 30 วันทำการ |
| ห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัย (ตัวอย่าง ม.นเรศวร) | น้ำ ดิน ปุ๋ย รายโลหะ | สารหนู/ปรอท 800 บาท อื่น ๆ 300 บาทต่อรายการ ออกเก็บนอกสถานที่ 500 บาทต่อคน | เอกสารไม่ระบุวันที่ ขอใบเสนอราคาก่อน |
| ห้องปฏิบัติการเอกชน | น้ำ ดิน พืช | แตกต่างกันตามแล็บ | ดูว่าได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการหรือไม่ |
| หน่วยงานที่ลงพื้นที่เมื่อมีเหตุ | ตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่เก็บ | ไม่เสียค่าใช้จ่าย | เกิดเมื่อมีการร้องเรียนหรือมีโครงการเฝ้าระวัง |
ถ้าแปลงอยู่ในพื้นที่ที่หน่วยงานกำลังเก็บตัวอย่างอยู่แล้ว เช่น ลุ่มน้ำที่มีประกาศเฝ้าระวัง ให้แจ้งเกษตรอำเภอก่อน อาจได้ตรวจในโครงการโดยไม่ต้องจ่ายเอง ตัวอย่างจากข่าวที่ปทุมธานีเมื่อ 6 ก.ค. 2569 หลังชาวบ้านร้องเรียนน้ำเสียไหลเข้านา เกษตรอำเภอขุดดินและเก็บน้ำส่งกรมวิชาการเกษตรตรวจ แสดงให้เห็นว่าเส้นทางผ่านหน่วยงานรัฐมีอยู่จริงเมื่อมีเรื่องร้องเรียน
ยื่นขอวิเคราะห์ดินกับกรมพัฒนาที่ดิน ทีละขั้น
- ยื่นคำขอ ผ่านระบบ E-Service ที่ osd101.ldd.go.th/osdlab ซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อสำนักงานพัฒนาที่ดินเขตใกล้บ้าน
- โทรถามรายการตรวจก่อน ที่สายด่วน 1760 หรือ 02-561-4179 ระบุให้ชัดว่าต้องการตรวจโลหะหนักตัวใด เช่น สารหนู แคดเมียม ตะกั่ว เพราะคู่มือประชาชนเน้นการวิเคราะห์ธาตุอาหาร
- ส่งตัวอย่าง ได้ทั้งนำส่งเอง ฝากผ่านเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน หรือส่งไปรษณีย์ไปที่สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน เลขที่ 2003/61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ หรือกลุ่มวิเคราะห์ดินของสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต
- รอผล คู่มือระบุระยะเวลารวมประมาณ 30 วันทำการ เป็นงานในห้องปฏิบัติการ 15–26 วัน
เวลารอผลเกือบหนึ่งเดือนหมายความว่าต้องส่งก่อนเตรียมดินรอบใหม่ ถ้าส่งตอนจะปลูกพรุ่งนี้ ผลจะมาไม่ทันใช้ตัดสินใจ ดูจังหวะงานดินและน้ำตลอดปีได้ที่ ปฏิทินดินและน้ำของไร่นาสวนผสม
เก็บตัวอย่างดินอย่างไรให้แทนทั้งแปลง
เอกสารของกรมพัฒนาที่ดินกำหนดวิธีเก็บแยกตามชนิดพืช สรุปได้ดังนี้
| ชนิดแปลง | จำนวนจุด | ความลึก | ช่วงเวลาที่เหมาะ |
|---|---|---|---|
| พืชไร่และนาข้าว | 15–20 จุด กระจายทั่วแปลง | 0–15 ซม. | หลังเก็บเกี่ยว หรือก่อนเตรียมดินและใส่ปุ๋ย |
| ไม้ผล | 4 จุดรอบทรงพุ่ม จาก 6–8 ต้น | 0–15 และ 15–30 ซม. | ก่อนใส่ปุ๋ย |
- เดินเก็บแบบซิกแซกให้ครอบคลุมทั้งแปลง แล้วคลุกดินจากทุกจุดรวมกันเป็นตัวอย่างเดียว
- ถ้าสงสัยว่าน้ำเสียไหลเข้าจากด้านหนึ่ง ให้แยกเก็บดินฝั่งที่น้ำเข้า กับฝั่งที่อยู่ไกลออกไป เป็นสองตัวอย่าง จะได้เห็นว่าค่าต่างกันหรือไม่
- หลีกเลี่ยงจุดที่เคยกองปุ๋ย เผาฟาง หรือกองขยะ เพราะทำให้ค่าเพี้ยน
- สำหรับการตรวจโลหะหนัก ใช้เสียมหรือช้อนพลาสติกหรือสเตนเลสที่สะอาด ไม่ใช้อุปกรณ์ที่เป็นสนิมหรือชุบโลหะ และใส่ถุงพลาสติกใหม่
- เขียนชื่อ ที่ตั้งแปลง วันที่ และความลึกบนถุงด้วยปากกากันน้ำ
เก็บตัวอย่างน้ำ ขวด กรด และเวลา
เอกสารของกรมพัฒนาที่ดินแบ่งการเก็บน้ำเป็นสามแบบ คือแบบจ้วงครั้งเดียว (grab) แบบรวมหลายครั้งในจุดเดียว (composite) และแบบรวมหลายจุด (integrated) สำหรับเกษตรกรที่อยากรู้ว่าน้ำที่สูบเข้าแปลงเป็นอย่างไร แบบจ้วงที่ปากท่อสูบในวันที่ใช้น้ำจริงตรงกับคำถามที่สุด ส่วนถ้าสงสัยการปล่อยน้ำเสียเป็นช่วง ๆ ควรเก็บหลายครั้งต่างเวลา
เรื่องภาชนะและการรักษาตัวอย่าง วิธีมาตรฐานของสหรัฐฯ (40 CFR 136.3 ตาราง II) กำหนดสำหรับโลหะส่วนใหญ่ดังนี้
| รายการ | ภาชนะ | การรักษาตัวอย่าง | เก็บได้นานสุด |
|---|---|---|---|
| โลหะทั่วไป (ยกเว้นโบรอน โครเมียมหกวาเลนต์ ปรอท) | พลาสติกโพลีเอทิลีน ฟลูออโรพอลิเมอร์ หรือแก้ว | เติมกรดไนตริกจน pH ต่ำกว่า 2 | 6 เดือน |
| ปรอท | ตามที่ห้องปฏิบัติการกำหนด | เติมกรดไนตริก | 28 วัน |
ในทางปฏิบัติ ให้ขอขวดที่ห้องปฏิบัติการเติมกรดไว้แล้ว เกษตรกรไม่ควรซื้อกรดมาเติมเอง เพราะอันตรายต่อมือและตา และเติมผิดสัดส่วนทำให้ผลเสีย ขณะเก็บให้ล้างขวดด้วยน้ำตัวอย่างก่อนถ้าห้องปฏิบัติการไม่ได้เติมกรดไว้ แต่ถ้าขวดมีกรดอยู่แล้ว ห้ามล้างหรือเทกรดทิ้ง ให้เติมน้ำตามขีดที่บอกไว้ ปิดฝาแน่น แช่เย็นระหว่างส่ง และส่งให้ถึงเร็วที่สุด ถ้าอยากตรวจความเค็มของน้ำร่วมด้วย ดูวิธีวัดเบื้องต้นได้ที่ การตรวจความเค็มน้ำชลประทาน
อ่านผลตรวจอย่างไรไม่ให้เข้าใจผิด
ผลตรวจดินมักออกมาเป็น มก./กก. ส่วนน้ำเป็น มก./ล. หรือ ไมโครกรัม/ลิตร ต้องดูหน่วยให้ดีก่อนเทียบ เกณฑ์ที่มักถูกยกมาเทียบมีหลายชุดและออกแบบมาต่างจุดประสงค์
- ร่างมาตรฐานคุณภาพดินของกรมควบคุมมลพิษ ที่จะใช้แทนประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 6 ม.ค. 2564 กำหนดดินที่อยู่อาศัย สารหนู 6 แคดเมียม 67 ตะกั่ว 400 มก./กก. และดินพาณิชย์ เกษตรกรรมและอื่น ๆ สารหนู 25 แคดเมียม 762 ตะกั่ว 800 มก./กก. เกณฑ์นี้คิดจากการที่คนสัมผัสดินโดยตรง ทั้งกลืน สัมผัสผิว และหายใจ ไม่ได้บอกว่าพืชที่ปลูกปลอดภัยหรือไม่ และยังเป็นร่าง
- เกณฑ์ตะกอนท้องน้ำ ที่สื่อรายงานจากผลตรวจลุ่มน้ำกก คือสารหนู 10 มก./กก. สำหรับสิ่งมีชีวิตหน้าดิน เป็นเกณฑ์นิเวศ ไม่ใช่เกณฑ์ดินปลูกพืช
- เกณฑ์อาหาร ถ้าอยากรู้ว่าผลผลิตกินได้หรือไม่ ต้องตรวจตัวพืชเองแล้วเทียบกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสารปนเปื้อนในอาหาร ผลดินอย่างเดียวตอบคำถามนี้ไม่ได้
เพราะเกณฑ์ดินแต่ละชุดไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของพืช ผู้เขียนแนะนำให้นำผลไปให้เจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินหรือเกษตรอำเภอช่วยอ่าน และถ้าดินมีค่าสูงกว่าบริเวณใกล้เคียงชัดเจน ให้ส่งตรวจพืชส่วนที่กินด้วย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เก็บดินจุดเดียวแล้วสรุปทั้งแปลง โลหะหนักกระจายไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะแปลงที่น้ำเข้าจากทางเดียว ต้องเก็บ 15–20 จุดตามคำแนะนำ
- ใช้ขวดน้ำดื่มหรือขวดน้ำปลาเก่า ภาชนะที่ไม่ได้ทำความสะอาดแบบห้องปฏิบัติการทำให้ค่าเพี้ยน
- เติมกรดเองหรือเทกรดในขวดทิ้ง ทั้งอันตรายและทำให้ตัวอย่างเสีย ให้ใช้ขวดตามที่ห้องปฏิบัติการจัดให้
- ไม่ระบุรายการตรวจ ส่งไปว่า "ตรวจโลหะหนัก" โดยไม่บอกว่าตัวใด ห้องปฏิบัติการอาจตรวจไม่ตรงกับปัญหาในพื้นที่ ถ้าข่าวในลุ่มน้ำพูดถึงสารหนูและตะกั่ว ให้ระบุสองตัวนี้
- เก็บน้ำวันที่น้ำใส แต่สูบเข้าแปลงวันที่น้ำขุ่น ผลที่ได้ไม่ตรงกับน้ำที่ใช้จริง ให้เก็บในวันที่สูบน้ำเข้าแปลงตามปกติ
- เอาผลดินไปเทียบเกณฑ์อาหาร หน่วยต่างกันและวัดคนละสิ่ง ผลดินบอกแค่ว่าดินมีเท่าไร ไม่ได้บอกว่าผักมีเท่าไร
สรุป
ดินส่งตรวจได้กับกรมพัฒนาที่ดินโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ต้องถามก่อนว่ารับตรวจโลหะหนักรายการใด ส่วนน้ำและการตรวจละเอียดใช้ห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัยหรือเอกชนซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อรายการ ผลจะใช้ได้จริงเมื่อเก็บดินหลายจุด ใช้ขวดที่ห้องปฏิบัติการจัดให้ ระบุรายการตรวจให้ตรงปัญหา และอ่านผลกับเจ้าหน้าที่โดยไม่เทียบผิดเกณฑ์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมพัฒนาที่ดิน: คู่มือสำหรับประชาชน การวิเคราะห์ดินสำหรับเกษตรกร — ช่องทางยื่นคำขอ E-Service สถานที่ส่งตัวอย่าง ระยะเวลา 30 วันทำการ และค่าธรรมเนียม https://orgweb.ldd.go.th/sources/img/part_km/FILES_9991_6643099ea98ee.pdf
- กรมพัฒนาที่ดิน: เอกสารการจัดการความรู้เรื่องการวิเคราะห์ดิน — วัตถุประสงค์การวิเคราะห์ดิน รวมถึงการศึกษาโลหะหนักในดิน https://orgweb.ldd.go.th/sources/img/part_km/FILES_9988_6642e12b190a9.pdf
- กรมพัฒนาที่ดิน: เอกสารการเก็บตัวอย่างดินและน้ำ — จำนวนจุด ความลึก ช่วงเวลาเก็บดิน และประเภทการเก็บตัวอย่างน้ำ https://orgweb.ldd.go.th/sources/img/part_lesson/FILES_2681_6674f6a9596c6.pdf
- ศูนย์ทดสอบภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยนเรศวร — อัตราค่าวิเคราะห์โลหะหนักในน้ำ ดิน ปุ๋ย และขยะ (เอกสารไม่ระบุวันที่) https://civil.eng.nu.ac.th/cecentre/doc/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%20%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%20%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0.pdf
- US eCFR 40 CFR 136.3 ตาราง II — ภาชนะ การรักษาตัวอย่าง และระยะเวลาเก็บตัวอย่างน้ำสำหรับตรวจโลหะ https://www.law.cornell.edu/cfr/text/40/136.3
- กรมควบคุมมลพิษ: ร่างมาตรฐานคุณภาพดิน — ค่าสารหนู แคดเมียม ตะกั่ว ตามประเภทการใช้ที่ดิน (ร่าง) https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2025/08/pcdnew-2025-08-22_08-01-26_396444.pdf
- ไทยพีบีเอส: ผลตรวจตะกอนท้องน้ำลุ่มน้ำกก รอบที่ 11 — เกณฑ์สารหนูในตะกอนสำหรับสิ่งมีชีวิตหน้าดิน https://www.thaipbs.or.th/news/content/507410
- Talknews Online: ปทุมธานี เก็บดินและน้ำส่งตรวจหลังร้องเรียนน้ำเสีย — รายงาน 6 ก.ค. 2569 เกษตรอำเภอเก็บตัวอย่างส่งกรมวิชาการเกษตร https://www.talknewsonline.com/News/37118/
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ข้าวและผักดูดสารหนูจากน้ำและดินได้แค่ไหน เกษตรกรลดความเสี่ยงในแปลงได้อย่างไร
ข้าวและผักสะสมสารหนูต่างกันตามการจัดการน้ำและชนิดพืช สรุปงานวิจัยที่วัดได้จริง เกณฑ์อาหารของไทย และสิ่งที่เกษตรกรทำได้เองในแปลง
น้ำบาดาลมีสนิมเหล็กหรือกลิ่นไข่เน่า ใช้รดผักได้ไหม แก้อย่างไร
สนิมเหล็ก กลิ่นไข่เน่า และน้ำกร่อยเป็นคนละปัญหา วิธีแก้คนละแบบ บทความนี้ช่วยแยกอาการ บอกระดับที่เริ่มกระทบผักและระบบน้ำหยด และขั้นตอนแก้ก่อนรดผัก
ล้างถังพ่นยาและทิ้งน้ำยาที่เหลือตรงไหน ไม่ให้ไหลลงบ่อปลาและแหล่งน้ำ
น้ำล้างถังพ่นยาคือน้ำยาเจือจาง ถ้าเทผิดที่ก็ไหลลงบ่อปลาและแหล่งน้ำ บทความนี้ไล่ขั้นตอนตั้งแต่ก่อนผสมจนถึงจัดการขวดเปล่า ให้ทุกหยดจบอยู่ในแปลง
ชุดตรวจคุณภาพน้ำแบบง่ายวัดอะไรได้บ้าง และค่าไหนต้องส่งห้องแล็บเท่านั้น
ชุดตรวจน้ำแต่ละแบบตอบคำถามได้ไม่เท่ากัน บทความนี้แยกค่าที่วัดเองได้ออกจากค่าที่ต้องส่งห้องปฏิบัติการ พร้อมวิธีสอบเทียบเครื่องวัดให้ตัวเลขเชื่อถือได้
น้ำท่วมพาน้ำมันและสารเคมีเข้าแปลงผัก ต้องฟื้นดินอย่างไรก่อนปลูกรอบใหม่
แปลงผักที่น้ำท่วมพาคราบน้ำมันหรือสารเคมีมาด้วยต้องจัดการต่างจากน้ำท่วมธรรมดา บทความนี้ไล่ขั้นตอนตั้งแต่ป้องกันตัว ตักดินที่เปื้อน ฟื้นดิน จนถึงการตรวจก่อนปลูกรอบใหม่
ใช้น้ำแม่น้ำกกและแม่น้ำสายรดผักหรือทำนาได้ไหม ในช่วงที่ยังพบสารหนูเกินมาตรฐาน
แม่น้ำกกเกินมาตรฐานสารหนูเล็กน้อย แต่แม่น้ำสายสูงหลายเท่าจนจังหวัดประกาศเฝ้าระวัง บทความนี้แยกให้เห็นว่าตัวเลขหมายถึงอะไร และแปลงริมน้ำควรทำอะไรระหว่างรอผลตรวจดินและพืช
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

4-20mA เอาต์พุต RS485 เซ็นเซอร์ความชื้นดินอิเล็กทรอนิกส์…
เครื่องวัดดิน
ใช้ตรวจความชื้นหรือค่า pH ดินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำ
เช็กก่อนซื้อ
- วัดค่าอะไรได้บ้าง (pH ความชื้น แสง) ตามที่ร้านระบุ
- ใช้ถ่านหรือไม่ต้องใช้ไฟ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…
เครื่องมือทำสวน
เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว
เช็กก่อนซื้อ
- วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
- ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ชุดหมุดปักดิน แผ่นยึดหมุดปักดินสีดำ + หมุดปักดินตัวU 2.5mm…
วัสดุคลุมดิน
คลุมหน้าดินลดวัชพืชและการระเหยของน้ำ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
กรมพัฒนาที่ดินตรวจโลหะหนักในดินให้เกษตรกรไหม
คู่มือประชาชนของกรมพัฒนาที่ดินระบุว่าเกษตรกรยื่นขอวิเคราะห์ดินได้ทางระบบ E-Service และส่งตัวอย่างได้ที่สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดินหรือสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1–12 โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่คู่มือนี้เน้นการวิเคราะห์ธาตุอาหาร ไม่ได้ระบุชัดว่ารวมโลหะหนัก ควรโทรถามสายด่วน 1760 ก่อนส่งว่าตรวจรายการใดได้บ้าง
ตรวจโลหะหนักที่ห้องปฏิบัติการเอกชนหรือมหาวิทยาลัยราคาเท่าไร
ตัวอย่างอัตราจากศูนย์ทดสอบของภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยนเรศวร คือ แคดเมียม ตะกั่ว ทองแดง โครเมียม แมงกานีส และอื่น ๆ รายการละ 300 บาท สารหนูและปรอทรายการละ 800 บาท เอกสารไม่ระบุวันที่ อัตราอาจเปลี่ยนแล้ว ควรขอใบเสนอราคาก่อนส่ง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
เก็บน้ำใส่ขวดน้ำดื่มเก่าส่งตรวจได้ไหม
ไม่ควร ขวดต้องสะอาดและไม่ปนเปื้อนโลหะ วิธีมาตรฐานของสหรัฐฯ (40 CFR 136.3) ใช้ขวดพลาสติกโพลีเอทิลีน ฟลูออโรพอลิเมอร์ หรือแก้ว และเติมกรดไนตริกจน pH ต่ำกว่า 2 ทางที่ปลอดภัยคือขอขวดที่เติมกรดไว้แล้วจากห้องปฏิบัติการ เกษตรกรไม่ควรผสมกรดเอง
ตัวอย่างน้ำเก็บไว้ได้นานแค่ไหนก่อนส่งตรวจ
ตามวิธีมาตรฐานของสหรัฐฯ ตัวอย่างน้ำที่เติมกรดแล้วเก็บไว้ตรวจโลหะส่วนใหญ่ได้ถึง 6 เดือน ปรอทได้ 28 วัน แต่ห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจกำหนดสั้นกว่านี้ ควรถามก่อนเก็บและส่งให้เร็วที่สุด
เก็บดินกี่จุดต่อแปลง
เอกสารของกรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้พืชไร่และนาข้าวเก็บ 15–20 จุดกระจายทั่วแปลง ลึก 0–15 ซม. ไม้ผลให้เก็บ 4 จุดรอบทรงพุ่ม จาก 6–8 ต้น ที่ความลึก 0–15 และ 15–30 ซม. แล้วคลุกรวมเป็นตัวอย่างเดียว
ได้ผลตรวจดินมาแล้ว จะเทียบกับเกณฑ์อะไร
กรมควบคุมมลพิษเผยแพร่ร่างมาตรฐานคุณภาพดินที่จะใช้แทนประกาศ 6 ม.ค. 2564 กำหนดดินเพื่อเกษตรกรรมและพาณิชย์ สารหนู 25 แคดเมียม 762 ตะกั่ว 800 มก./กก. แต่เกณฑ์นี้คิดจากการสัมผัสของคนโดยตรง ไม่ใช่ความปลอดภัยของพืช และยังเป็นร่าง ควรให้เจ้าหน้าที่ช่วยอ่านผลร่วมกับผลตรวจพืช
