ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 21 ตุลาคม 2569

ส่งตัวอย่างดินและน้ำตรวจโลหะหนักได้ที่ไหน เก็บตัวอย่างอย่างไรให้ผลเชื่อถือได้

ส่งดินและน้ำตรวจโลหะหนักได้ที่กรมพัฒนาที่ดินและห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัย พร้อมวิธีเก็บดิน 15–20 จุด เลือกขวดเก็บน้ำ ระยะเวลาเก็บตัวอย่าง และการอ่านผลเทียบเกณฑ์

ส่งตัวอย่างดินและน้ำตรวจโลหะหนักได้ที่ไหน เก็บตัวอย่างอย่างไรให้ผลเชื่อถือได้

คำตอบสั้น ๆ

ส่งตรวจโลหะหนักให้ได้ผลที่ใช้ได้จริง ต้องเลือกช่องทาง เก็บดินหลายจุด ใช้ขวดที่ถูกต้อง และอ่านผลกับเกณฑ์ที่ตรงคำถาม

คำตอบเร็ว: ดินส่งได้ที่สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดินหรือสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1–12 ผ่านระบบ E-Service ของกรมพัฒนาที่ดิน ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการวิเคราะห์ดินของเกษตรกร แต่ควรถามสายด่วน 1760 ก่อนว่าตรวจโลหะหนักรายการใดได้ ส่วนน้ำและการตรวจที่ละเอียดกว่านั้นใช้ห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยหรือเอกชน เช่น อัตราตัวอย่างของศูนย์ทดสอบ ม.นเรศวร สารหนู 800 บาท แคดเมียมหรือตะกั่ว 300 บาทต่อรายการ ผลจะเชื่อถือได้ต้องเก็บดิน 15–20 จุดต่อแปลง ใช้ขวดที่ห้องปฏิบัติการให้ และส่งให้เร็ว

หลายคนตัดสินใจส่งตรวจหลังเห็นข่าวโลหะหนักในแม่น้ำใกล้บ้าน แต่สิ่งที่เจอบ่อยคือส่งไปแล้วได้ผลที่ใช้ไม่ได้ เพราะเก็บตัวอย่างผิดวิธี เลือกรายการตรวจไม่ตรงปัญหา หรือขวดน้ำไม่สะอาดพอ บทความนี้เรียงขั้นตอนตั้งแต่เลือกที่ส่ง เตรียมภาชนะ เก็บดินและน้ำ ไปจนถึงอ่านผล ส่วนกลไกการปนเปื้อนของแคดเมียมในดิน อ่านแยกได้ที่ บทความแคดเมียมปนเปื้อนในดิน

ส่งตรวจได้ที่ไหน เทียบช่องทางก่อนตัดสินใจ

ภาพประกอบ ส่งตรวจได้ที่ไหน เทียบช่องทางก่อนตัดสินใจ
ช่องทางตรวจอะไรค่าใช้จ่ายข้อควรรู้
กรมพัฒนาที่ดิน (สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน / สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1–12)ดิน เน้นธาตุอาหาร ต้องถามว่ารับตรวจโลหะหนักรายการใดไม่มีค่าธรรมเนียม ตามบัญชี 2 ของกฎกระทรวงเรื่องการวิเคราะห์ดินเฉพาะราย พ.ศ. 2555รวมเวลาประมาณ 30 วันทำการ
ห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัย (ตัวอย่าง ม.นเรศวร)น้ำ ดิน ปุ๋ย รายโลหะสารหนู/ปรอท 800 บาท อื่น ๆ 300 บาทต่อรายการ ออกเก็บนอกสถานที่ 500 บาทต่อคนเอกสารไม่ระบุวันที่ ขอใบเสนอราคาก่อน
ห้องปฏิบัติการเอกชนน้ำ ดิน พืชแตกต่างกันตามแล็บดูว่าได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการหรือไม่
หน่วยงานที่ลงพื้นที่เมื่อมีเหตุตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่เก็บไม่เสียค่าใช้จ่ายเกิดเมื่อมีการร้องเรียนหรือมีโครงการเฝ้าระวัง

ถ้าแปลงอยู่ในพื้นที่ที่หน่วยงานกำลังเก็บตัวอย่างอยู่แล้ว เช่น ลุ่มน้ำที่มีประกาศเฝ้าระวัง ให้แจ้งเกษตรอำเภอก่อน อาจได้ตรวจในโครงการโดยไม่ต้องจ่ายเอง ตัวอย่างจากข่าวที่ปทุมธานีเมื่อ 6 ก.ค. 2569 หลังชาวบ้านร้องเรียนน้ำเสียไหลเข้านา เกษตรอำเภอขุดดินและเก็บน้ำส่งกรมวิชาการเกษตรตรวจ แสดงให้เห็นว่าเส้นทางผ่านหน่วยงานรัฐมีอยู่จริงเมื่อมีเรื่องร้องเรียน

ยื่นขอวิเคราะห์ดินกับกรมพัฒนาที่ดิน ทีละขั้น

  1. ยื่นคำขอ ผ่านระบบ E-Service ที่ osd101.ldd.go.th/osdlab ซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อสำนักงานพัฒนาที่ดินเขตใกล้บ้าน
  2. โทรถามรายการตรวจก่อน ที่สายด่วน 1760 หรือ 02-561-4179 ระบุให้ชัดว่าต้องการตรวจโลหะหนักตัวใด เช่น สารหนู แคดเมียม ตะกั่ว เพราะคู่มือประชาชนเน้นการวิเคราะห์ธาตุอาหาร
  3. ส่งตัวอย่าง ได้ทั้งนำส่งเอง ฝากผ่านเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน หรือส่งไปรษณีย์ไปที่สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน เลขที่ 2003/61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ หรือกลุ่มวิเคราะห์ดินของสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต
  4. รอผล คู่มือระบุระยะเวลารวมประมาณ 30 วันทำการ เป็นงานในห้องปฏิบัติการ 15–26 วัน

เวลารอผลเกือบหนึ่งเดือนหมายความว่าต้องส่งก่อนเตรียมดินรอบใหม่ ถ้าส่งตอนจะปลูกพรุ่งนี้ ผลจะมาไม่ทันใช้ตัดสินใจ ดูจังหวะงานดินและน้ำตลอดปีได้ที่ ปฏิทินดินและน้ำของไร่นาสวนผสม

เก็บตัวอย่างดินอย่างไรให้แทนทั้งแปลง

เอกสารของกรมพัฒนาที่ดินกำหนดวิธีเก็บแยกตามชนิดพืช สรุปได้ดังนี้

ชนิดแปลงจำนวนจุดความลึกช่วงเวลาที่เหมาะ
พืชไร่และนาข้าว15–20 จุด กระจายทั่วแปลง0–15 ซม.หลังเก็บเกี่ยว หรือก่อนเตรียมดินและใส่ปุ๋ย
ไม้ผล4 จุดรอบทรงพุ่ม จาก 6–8 ต้น0–15 และ 15–30 ซม.ก่อนใส่ปุ๋ย
  • เดินเก็บแบบซิกแซกให้ครอบคลุมทั้งแปลง แล้วคลุกดินจากทุกจุดรวมกันเป็นตัวอย่างเดียว
  • ถ้าสงสัยว่าน้ำเสียไหลเข้าจากด้านหนึ่ง ให้แยกเก็บดินฝั่งที่น้ำเข้า กับฝั่งที่อยู่ไกลออกไป เป็นสองตัวอย่าง จะได้เห็นว่าค่าต่างกันหรือไม่
  • หลีกเลี่ยงจุดที่เคยกองปุ๋ย เผาฟาง หรือกองขยะ เพราะทำให้ค่าเพี้ยน
  • สำหรับการตรวจโลหะหนัก ใช้เสียมหรือช้อนพลาสติกหรือสเตนเลสที่สะอาด ไม่ใช้อุปกรณ์ที่เป็นสนิมหรือชุบโลหะ และใส่ถุงพลาสติกใหม่
  • เขียนชื่อ ที่ตั้งแปลง วันที่ และความลึกบนถุงด้วยปากกากันน้ำ

เก็บตัวอย่างน้ำ ขวด กรด และเวลา

เอกสารของกรมพัฒนาที่ดินแบ่งการเก็บน้ำเป็นสามแบบ คือแบบจ้วงครั้งเดียว (grab) แบบรวมหลายครั้งในจุดเดียว (composite) และแบบรวมหลายจุด (integrated) สำหรับเกษตรกรที่อยากรู้ว่าน้ำที่สูบเข้าแปลงเป็นอย่างไร แบบจ้วงที่ปากท่อสูบในวันที่ใช้น้ำจริงตรงกับคำถามที่สุด ส่วนถ้าสงสัยการปล่อยน้ำเสียเป็นช่วง ๆ ควรเก็บหลายครั้งต่างเวลา

เรื่องภาชนะและการรักษาตัวอย่าง วิธีมาตรฐานของสหรัฐฯ (40 CFR 136.3 ตาราง II) กำหนดสำหรับโลหะส่วนใหญ่ดังนี้

รายการภาชนะการรักษาตัวอย่างเก็บได้นานสุด
โลหะทั่วไป (ยกเว้นโบรอน โครเมียมหกวาเลนต์ ปรอท)พลาสติกโพลีเอทิลีน ฟลูออโรพอลิเมอร์ หรือแก้วเติมกรดไนตริกจน pH ต่ำกว่า 26 เดือน
ปรอทตามที่ห้องปฏิบัติการกำหนดเติมกรดไนตริก28 วัน

ในทางปฏิบัติ ให้ขอขวดที่ห้องปฏิบัติการเติมกรดไว้แล้ว เกษตรกรไม่ควรซื้อกรดมาเติมเอง เพราะอันตรายต่อมือและตา และเติมผิดสัดส่วนทำให้ผลเสีย ขณะเก็บให้ล้างขวดด้วยน้ำตัวอย่างก่อนถ้าห้องปฏิบัติการไม่ได้เติมกรดไว้ แต่ถ้าขวดมีกรดอยู่แล้ว ห้ามล้างหรือเทกรดทิ้ง ให้เติมน้ำตามขีดที่บอกไว้ ปิดฝาแน่น แช่เย็นระหว่างส่ง และส่งให้ถึงเร็วที่สุด ถ้าอยากตรวจความเค็มของน้ำร่วมด้วย ดูวิธีวัดเบื้องต้นได้ที่ การตรวจความเค็มน้ำชลประทาน

อ่านผลตรวจอย่างไรไม่ให้เข้าใจผิด

ผลตรวจดินมักออกมาเป็น มก./กก. ส่วนน้ำเป็น มก./ล. หรือ ไมโครกรัม/ลิตร ต้องดูหน่วยให้ดีก่อนเทียบ เกณฑ์ที่มักถูกยกมาเทียบมีหลายชุดและออกแบบมาต่างจุดประสงค์

  • ร่างมาตรฐานคุณภาพดินของกรมควบคุมมลพิษ ที่จะใช้แทนประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 6 ม.ค. 2564 กำหนดดินที่อยู่อาศัย สารหนู 6 แคดเมียม 67 ตะกั่ว 400 มก./กก. และดินพาณิชย์ เกษตรกรรมและอื่น ๆ สารหนู 25 แคดเมียม 762 ตะกั่ว 800 มก./กก. เกณฑ์นี้คิดจากการที่คนสัมผัสดินโดยตรง ทั้งกลืน สัมผัสผิว และหายใจ ไม่ได้บอกว่าพืชที่ปลูกปลอดภัยหรือไม่ และยังเป็นร่าง
  • เกณฑ์ตะกอนท้องน้ำ ที่สื่อรายงานจากผลตรวจลุ่มน้ำกก คือสารหนู 10 มก./กก. สำหรับสิ่งมีชีวิตหน้าดิน เป็นเกณฑ์นิเวศ ไม่ใช่เกณฑ์ดินปลูกพืช
  • เกณฑ์อาหาร ถ้าอยากรู้ว่าผลผลิตกินได้หรือไม่ ต้องตรวจตัวพืชเองแล้วเทียบกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสารปนเปื้อนในอาหาร ผลดินอย่างเดียวตอบคำถามนี้ไม่ได้

เพราะเกณฑ์ดินแต่ละชุดไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของพืช ผู้เขียนแนะนำให้นำผลไปให้เจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินหรือเกษตรอำเภอช่วยอ่าน และถ้าดินมีค่าสูงกว่าบริเวณใกล้เคียงชัดเจน ให้ส่งตรวจพืชส่วนที่กินด้วย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เก็บดินจุดเดียวแล้วสรุปทั้งแปลง โลหะหนักกระจายไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะแปลงที่น้ำเข้าจากทางเดียว ต้องเก็บ 15–20 จุดตามคำแนะนำ
  • ใช้ขวดน้ำดื่มหรือขวดน้ำปลาเก่า ภาชนะที่ไม่ได้ทำความสะอาดแบบห้องปฏิบัติการทำให้ค่าเพี้ยน
  • เติมกรดเองหรือเทกรดในขวดทิ้ง ทั้งอันตรายและทำให้ตัวอย่างเสีย ให้ใช้ขวดตามที่ห้องปฏิบัติการจัดให้
  • ไม่ระบุรายการตรวจ ส่งไปว่า "ตรวจโลหะหนัก" โดยไม่บอกว่าตัวใด ห้องปฏิบัติการอาจตรวจไม่ตรงกับปัญหาในพื้นที่ ถ้าข่าวในลุ่มน้ำพูดถึงสารหนูและตะกั่ว ให้ระบุสองตัวนี้
  • เก็บน้ำวันที่น้ำใส แต่สูบเข้าแปลงวันที่น้ำขุ่น ผลที่ได้ไม่ตรงกับน้ำที่ใช้จริง ให้เก็บในวันที่สูบน้ำเข้าแปลงตามปกติ
  • เอาผลดินไปเทียบเกณฑ์อาหาร หน่วยต่างกันและวัดคนละสิ่ง ผลดินบอกแค่ว่าดินมีเท่าไร ไม่ได้บอกว่าผักมีเท่าไร

สรุป

ดินส่งตรวจได้กับกรมพัฒนาที่ดินโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ต้องถามก่อนว่ารับตรวจโลหะหนักรายการใด ส่วนน้ำและการตรวจละเอียดใช้ห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัยหรือเอกชนซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อรายการ ผลจะใช้ได้จริงเมื่อเก็บดินหลายจุด ใช้ขวดที่ห้องปฏิบัติการจัดให้ ระบุรายการตรวจให้ตรงปัญหา และอ่านผลกับเจ้าหน้าที่โดยไม่เทียบผิดเกณฑ์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

4-20mA เอาต์พุต RS485 เซ็นเซอร์ความชื้นดินอิเล็กทรอนิกส์…

4-20mA เอาต์พุต RS485 เซ็นเซอร์ความชื้นดินอิเล็กทรอนิกส์…

เครื่องวัดดิน

ใช้ตรวจความชื้นหรือค่า pH ดินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำ

เช็กก่อนซื้อ

  • วัดค่าอะไรได้บ้าง (pH ความชื้น แสง) ตามที่ร้านระบุ
  • ใช้ถ่านหรือไม่ต้องใช้ไฟ
ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

เครื่องมือทำสวน

เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว

เช็กก่อนซื้อ

  • วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
  • ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ
ชุดหมุดปักดิน แผ่นยึดหมุดปักดินสีดำ + หมุดปักดินตัวU 2.5mm…

ชุดหมุดปักดิน แผ่นยึดหมุดปักดินสีดำ + หมุดปักดินตัวU 2.5mm…

วัสดุคลุมดิน

คลุมหน้าดินลดวัชพืชและการระเหยของน้ำ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

กรมพัฒนาที่ดินตรวจโลหะหนักในดินให้เกษตรกรไหม

คู่มือประชาชนของกรมพัฒนาที่ดินระบุว่าเกษตรกรยื่นขอวิเคราะห์ดินได้ทางระบบ E-Service และส่งตัวอย่างได้ที่สำนักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดินหรือสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1–12 โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่คู่มือนี้เน้นการวิเคราะห์ธาตุอาหาร ไม่ได้ระบุชัดว่ารวมโลหะหนัก ควรโทรถามสายด่วน 1760 ก่อนส่งว่าตรวจรายการใดได้บ้าง

ตรวจโลหะหนักที่ห้องปฏิบัติการเอกชนหรือมหาวิทยาลัยราคาเท่าไร

ตัวอย่างอัตราจากศูนย์ทดสอบของภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยนเรศวร คือ แคดเมียม ตะกั่ว ทองแดง โครเมียม แมงกานีส และอื่น ๆ รายการละ 300 บาท สารหนูและปรอทรายการละ 800 บาท เอกสารไม่ระบุวันที่ อัตราอาจเปลี่ยนแล้ว ควรขอใบเสนอราคาก่อนส่ง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

เก็บน้ำใส่ขวดน้ำดื่มเก่าส่งตรวจได้ไหม

ไม่ควร ขวดต้องสะอาดและไม่ปนเปื้อนโลหะ วิธีมาตรฐานของสหรัฐฯ (40 CFR 136.3) ใช้ขวดพลาสติกโพลีเอทิลีน ฟลูออโรพอลิเมอร์ หรือแก้ว และเติมกรดไนตริกจน pH ต่ำกว่า 2 ทางที่ปลอดภัยคือขอขวดที่เติมกรดไว้แล้วจากห้องปฏิบัติการ เกษตรกรไม่ควรผสมกรดเอง

ตัวอย่างน้ำเก็บไว้ได้นานแค่ไหนก่อนส่งตรวจ

ตามวิธีมาตรฐานของสหรัฐฯ ตัวอย่างน้ำที่เติมกรดแล้วเก็บไว้ตรวจโลหะส่วนใหญ่ได้ถึง 6 เดือน ปรอทได้ 28 วัน แต่ห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจกำหนดสั้นกว่านี้ ควรถามก่อนเก็บและส่งให้เร็วที่สุด

เก็บดินกี่จุดต่อแปลง

เอกสารของกรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้พืชไร่และนาข้าวเก็บ 15–20 จุดกระจายทั่วแปลง ลึก 0–15 ซม. ไม้ผลให้เก็บ 4 จุดรอบทรงพุ่ม จาก 6–8 ต้น ที่ความลึก 0–15 และ 15–30 ซม. แล้วคลุกรวมเป็นตัวอย่างเดียว

ได้ผลตรวจดินมาแล้ว จะเทียบกับเกณฑ์อะไร

กรมควบคุมมลพิษเผยแพร่ร่างมาตรฐานคุณภาพดินที่จะใช้แทนประกาศ 6 ม.ค. 2564 กำหนดดินเพื่อเกษตรกรรมและพาณิชย์ สารหนู 25 แคดเมียม 762 ตะกั่ว 800 มก./กก. แต่เกณฑ์นี้คิดจากการสัมผัสของคนโดยตรง ไม่ใช่ความปลอดภัยของพืช และยังเป็นร่าง ควรให้เจ้าหน้าที่ช่วยอ่านผลร่วมกับผลตรวจพืช