คำตอบเร็ว: PGS คือระบบรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมที่ห้ามใช้สารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิดและใช้กลุ่มเกษตรกรตรวจเยี่ยมแปลงกันเอง ต่างจาก GAP ที่เน้นความปลอดภัยอาหารและยังอนุญาตให้ใช้สารเคมีตามปริมาณที่กำหนด ตรวจรับรองโดยหน่วยงานราชการรายแปลง ถ้าจะขอ PGS ต้องเริ่มจากปรับการจัดการดิน น้ำ และปุ๋ยในแปลงให้เป็นอินทรีย์เต็มรูปแบบ แล้วรวมกลุ่มกับเกษตรกรรายอื่นเพื่อตรวจเยี่ยมแปลงร่วมกัน
เกษตรกรที่ทำ GAP มาสักพักแล้วอยากขยับไปทำเกษตรอินทรีย์เพื่อขายราคาสูงขึ้น มักสับสนว่า PGS กับ GAP คือมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ และถ้าจะขอ PGS ต้องเปลี่ยนอะไรบ้างในแปลงที่ทำ GAP อยู่เดิม ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าแค่ลดปริมาณสารเคมีลงจาก GAP ก็เพียงพอสำหรับ PGS ทั้งที่จริงแล้วสองมาตรฐานนี้มีหลักการพื้นฐานต่างกันตั้งแต่ต้น
PGS ต่างจาก GAP อย่างไร
| ประเด็น | GAP | PGS |
|---|---|---|
| หลักการหลัก | ความปลอดภัยอาหาร ใช้สารเคมีได้ตามปริมาณที่กำหนด | เกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ ห้ามสารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิด |
| ผู้ตรวจรับรอง | หน่วยงานราชการตรวจรายแปลง | กลุ่มเกษตรกรตรวจเยี่ยมแปลงกันเอง (participatory) |
| ช่วงปรับเปลี่ยนแปลง | ไม่จำเป็นต้องมีช่วงปรับเปลี่ยนยาวนาน | ต้องผ่านช่วงปรับเปลี่ยนแปลง (transition period) หลายฤดูปลูก |
| ลักษณะการสมัคร | สมัครเป็นรายบุคคล | ต้องรวมกลุ่มกับเกษตรกรรายอื่นในเครือข่าย |
ปัจจัยด้านดิน น้ำ และปุ๋ยที่ต้องเตรียมก่อนขอ PGS
- แหล่งปุ๋ยและอินทรียวัตถุ — ต้องเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมีทั้งหมด และควรรู้แหล่งที่มาของปุ๋ยคอกว่าไม่ปนเปื้อนสารเคมีตกค้างจากฟาร์มต้นทาง
- แหล่งน้ำที่ใช้รดแปลง — ควรตรวจสอบว่าน้ำที่ใช้ไม่ปนเปื้อนจากแปลงข้างเคียงที่ยังใช้สารเคมี โดยเฉพาะถ้าใช้น้ำจากคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะร่วมกับแปลงอื่น
- แนวกันชน (buffer zone) — ต้องมีแนวกันชนระหว่างแปลงอินทรีย์กับแปลงข้างเคียงที่ยังใช้สารเคมี เพื่อลดความเสี่ยงการปนเปื้อนจากการพ่นยาข้ามแปลง
- ประวัติการใช้ที่ดินย้อนหลัง — กลุ่มตรวจเยี่ยมมักสอบถามว่าแปลงเคยใช้สารเคมีมาก่อนหรือไม่ และผ่านช่วงปรับเปลี่ยนมานานเท่าไหร่แล้ว
ขั้นตอนเตรียมแปลงและขอรับรอง PGS ทีละขั้น
- หยุดใช้สารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิดในแปลง — ทั้งปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง และสารกำจัดวัชพืช เริ่มนับช่วงปรับเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่หยุดใช้จริง
- ปรับระบบบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ — ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปลูกพืชคลุมดินอย่างต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินแทนปุ๋ยเคมี
- ทำแนวกันชนรอบแปลง — ปลูกแนวไม้พุ่มหรือเว้นระยะห่างจากแปลงข้างเคียงที่ยังใช้สารเคมี ตามเกณฑ์ที่กลุ่ม PGS ในพื้นที่กำหนด
- บันทึกข้อมูลการจัดการแปลงต่อเนื่อง — จดบันทึกวันที่ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ แหล่งที่มาของปุ๋ย และกิจกรรมในแปลงทั้งหมด เพื่อใช้เป็นหลักฐานเวลากลุ่มมาตรวจเยี่ยม
- สมัครเข้าร่วมกลุ่มเครือข่าย PGS ในพื้นที่ — ติดต่อกลุ่มเกษตรอินทรีย์หรือเครือข่าย PGS ที่มีอยู่แล้วในจังหวัด เพื่อเข้าร่วมกระบวนการตรวจเยี่ยมแปลงร่วมกัน
- รับการตรวจเยี่ยมแปลงจากสมาชิกกลุ่ม — เตรียมแปลงและเอกสารบันทึกให้พร้อมสำหรับวันตรวจเยี่ยมจริงตามที่กลุ่มนัดหมาย
ตารางเตรียมความพร้อมก่อนขอรับรอง PGS
| สิ่งที่ต้องเตรียม | รายละเอียด |
|---|---|
| ประวัติแปลง | บันทึกว่าหยุดใช้สารเคมีตั้งแต่วันไหน และผ่านช่วงปรับเปลี่ยนมากี่ฤดูปลูก |
| แหล่งปัจจัยการผลิต | รายชื่อและแหล่งที่มาของปุ๋ยอินทรีย์ เมล็ดพันธุ์ และวัสดุที่ใช้ในแปลง |
| แนวกันชน | ภาพถ่ายหรือแผนผังแนวกันชนรอบแปลงเทียบกับแปลงข้างเคียง |
| สมาชิกกลุ่ม | รายชื่อกลุ่มเกษตรกรที่จะร่วมตรวจเยี่ยมแปลงกันตามระบบ PGS |
การดูแลรักษาสถานะ PGS หลังได้รับการรับรอง
- รักษาการจัดการแปลงแบบอินทรีย์ต่อเนื่อง ไม่กลับไปใช้สารเคมีแม้ในช่วงที่พืชมีปัญหาโรคหรือแมลงระบาดหนัก เพราะจะทำให้เสียสถานะการรับรองทันที
- เข้าร่วมตรวจเยี่ยมแปลงของสมาชิกกลุ่มคนอื่นตามรอบที่กำหนด เพราะ PGS เป็นระบบพึ่งพากันของกลุ่ม ไม่ใช่แค่รอให้คนอื่นมาตรวจแปลงตัวเองฝ่ายเดียว
- ปรับปรุงบันทึกข้อมูลแปลงให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนแหล่งปุ๋ยหรือปัจจัยการผลิตใหม่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจว่าลดปริมาณสารเคมีจาก GAP ลงบางส่วนก็เพียงพอสำหรับ PGS ทั้งที่ PGS ต้องหยุดใช้สารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิด
- ไม่ทำแนวกันชนรอบแปลง ทำให้เสี่ยงปนเปื้อนจากแปลงข้างเคียงที่ยังใช้สารเคมีโดยไม่รู้ตัว
- ไม่บันทึกข้อมูลการจัดการแปลงระหว่างช่วงปรับเปลี่ยน ทำให้ไม่มีหลักฐานยืนยันตอนกลุ่มมาตรวจเยี่ยม
- สมัครขอรับรองคนเดียวโดยไม่รวมกลุ่มกับเกษตรกรรายอื่น ทั้งที่ PGS ต้องอาศัยระบบตรวจเยี่ยมร่วมกันของกลุ่ม
- กลับไปใช้สารเคมีชั่วคราวเมื่อเจอปัญหาโรคแมลงระบาดหนัก โดยไม่รู้ว่าจะทำให้เสียสถานะและต้องเริ่มนับช่วงปรับเปลี่ยนแปลงใหม่
- ไม่ตรวจแหล่งน้ำที่ใช้รดแปลงว่าปนเปื้อนจากแปลงข้างเคียงหรือไม่ก่อนสมัครขอรับรอง
สรุป
PGS กับ GAP เป็นมาตรฐานคนละแนวคิดตั้งแต่พื้นฐาน เกษตรกรที่จะเปลี่ยนจาก GAP มาขอ PGS ต้องเตรียมใจปรับการจัดการดิน น้ำ และปุ๋ยในแปลงใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ลดปริมาณสารเคมีลงบางส่วน หัวใจสำคัญคือหยุดใช้สารเคมีสังเคราะห์อย่างจริงจัง ทำแนวกันชนรอบแปลง บันทึกข้อมูลต่อเนื่อง และรวมกลุ่มกับเกษตรกรรายอื่นเพื่อเข้าสู่ระบบตรวจเยี่ยมแบบมีส่วนร่วม เกษตรกรที่เตรียมตัวตามขั้นตอนเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจะผ่านช่วงปรับเปลี่ยนแปลงได้ราบรื่นกว่าคนที่ลงมือแบบไม่มีแผน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมพัฒนาที่ดิน — แนวทางการจัดการดินและน้ำสำหรับแปลงเกษตรอินทรีย์ในช่วงปรับเปลี่ยน
- กรมชลประทาน — ข้อมูลแหล่งน้ำและคุณภาพน้ำที่เกี่ยวข้องกับการทำเกษตรอินทรีย์
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คู่มือ ยางพารา สอนการปลูก ยาง หนังสือ เกษตร การคัดเลือกพันธุ์ การขยายพันธุ์ การกรีดยาง การแปรรูป การทำยางแผ่น US.Station
ดูรายละเอียด
MBK เครื่องอบผลไม้แห้ง แบบ 5 ชั้น ใหญ่ เครื่องถนอมอาหาร ด้วยลมร้อน อบผลไม้แห้ง อบเนื้อแห้ง
ดูรายละเอียด
LENODI เครื่องอบผลไม้แห้ง แบบ 5 ชั้น ใหญ่ เครื่องถนอมอาหาร ด้วยลมร้อน ตั้งเวลาได้ อบผลไม้แห้ง อบเนื้อแห้ง-HM48
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
PGS กับ GAP ต่างกันตรงไหนหลัก ๆ
GAP เน้นความปลอดภัยอาหารและการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องตามฉลากภายใต้ปริมาณที่กำหนด ตรวจรับรองโดยหน่วยงานราชการเป็นรายแปลง ส่วน PGS เป็นระบบรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมที่ห้ามใช้สารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิด และใช้กลุ่มเกษตรกรตรวจเยี่ยมแปลงกันเองแทนหน่วยงานภายนอก
ทำ GAP อยู่แล้วต้องเริ่มใหม่หมดถ้าจะขอ PGS ไหม
ต้องปรับเปลี่ยนพื้นฐานการจัดการแปลงใหม่พอสมควร เพราะ PGS ห้ามสารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิดรวมถึงปุ๋ยเคมี ขณะที่ GAP ยังอนุญาตให้ใช้ตามปริมาณที่กำหนด ต้องผ่านช่วงปรับเปลี่ยนแปลง (transition period) ก่อนจึงจะขอรับรอง PGS ได้
ต้องรวมกลุ่มกับเกษตรกรคนอื่นก่อนขอ PGS หรือไม่
ใช่ PGS เป็นระบบที่ต้องมีกลุ่มเกษตรกรอย่างน้อยหลายรายร่วมกันตรวจเยี่ยมแปลงของกันและกัน ไม่ใช่ยื่นขอรับรองเป็นรายบุคคลแบบ GAP เกษตรกรที่สนใจควรติดต่อกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่หรือเครือข่าย PGS ที่มีอยู่แล้วก่อนเริ่ม
น้ำที่ใช้รดแปลง PGS ต้องตรวจคุณภาพก่อนไหม
ควรตรวจแหล่งน้ำที่ใช้ในแปลงว่าไม่ปนเปื้อนสารเคมีจากแปลงข้างเคียงหรือแหล่งน้ำเสีย เพราะเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่กลุ่มตรวจเยี่ยมมักสอบถามและอาจขอดูหลักฐานหรือผลตรวจน้ำประกอบการพิจารณา
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้รับรอง PGS
ระยะเวลาขึ้นกับช่วงปรับเปลี่ยนแปลงของแต่ละคน ซึ่งมักใช้เวลาหลายฤดูปลูกกว่าดินและระบบการจัดการจะเข้าเกณฑ์ที่กลุ่มยอมรับ ควรสอบถามระยะเวลาที่แน่นอนจากกลุ่ม PGS ในพื้นที่ที่ตนเองสมัครเข้าร่วมโดยตรง