ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ฝนทิ้งช่วงกลางนาปี ข้าวขาดน้ำต้องทำอะไรก่อน

ฝนทิ้งช่วงกลางนาปี ข้าวขาดน้ำ ให้ประเมินระยะข้าวก่อน ดูเกณฑ์วันขาดน้ำของกรมการข้าว จัดน้ำตามลำดับ ระวังแมลงศัตรู และเช็กสิทธิ์ช่วยเหลือกับเกษตรอำเภอทันที

ฝนทิ้งช่วงกลางนาปี ข้าวขาดน้ำต้องทำอะไรก่อน

คำตอบสั้น ๆ

ฝนทิ้งช่วงกลางนาปี สิ่งแรกที่ต้องทำคือดูว่าข้าวอยู่ระยะไหนและแปลงขาดน้ำมากี่วัน แล้วจัดน้ำให้แปลงที่ยังกู้ได้ก่อน บทความนี้เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำตามข้อมูลหน่วยงานรัฐ

คำตอบเร็ว: ฝนทิ้งช่วงกลางนาปีให้ทำสามอย่างตามลำดับ คือ 1) ดูว่าข้าวแต่ละแปลงอยู่ระยะไหนและขาดน้ำมากี่วัน 2) จัดน้ำให้แปลงที่ยังกู้ได้และอยู่ในระยะอ่อนไหวก่อน แล้วค่อยดูแปลงที่เหลือ 3) เข้าสำรวจศัตรูข้าวและแจ้งเกษตรอำเภอเพื่อบันทึกความเสียหายไว้ก่อนตัดสินใจหว่านซ่อมหรือปล่อยแปลง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) อย่าเพิ่งใส่ปุ๋ยหรือหว่านซ่อมขณะดินแห้งและยังไม่รู้สภาพต้น

กลางนาปีเป็นช่วงที่ชาวนาไม่อยากเจอฝนทิ้งช่วงที่สุด เพราะลงทุนไปแล้วทั้งค่าเตรียมดิน เมล็ดพันธุ์ และปุ๋ยรอบแรก แต่ยังไม่ถึงวันที่ข้าวให้เงินคืน กรมส่งเสริมการเกษตรออกคำเตือนเรื่องความเสี่ยงฝนทิ้งช่วงช่วงมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569 บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และกรมชลประทาน ตรงที่ไม่มีข้อมูลยืนยัน เช่น อัตราหว่านซ่อม จะบอกตรง ๆ และชี้ว่าต้องถามหน่วยงานไหน

ขั้นที่ 1 ประเมินระยะข้าวและจำนวนวันที่ขาดน้ำ

ภาพประกอบ ขั้นที่ 1 ประเมินระยะข้าวและจำนวนวันที่ขาดน้ำ

ก่อนจะรดน้ำหรือย้ายท่อ ต้องรู้ก่อนว่าแปลงไหนอยู่ในระยะไหน เพราะข้าวทนขาดน้ำไม่เท่ากันในแต่ละช่วงอายุ ตารางต่อไปนี้มาจากเกณฑ์ประเมินความเสียหายของกรมการข้าว (ปี 2564) ที่อยู่ในคู่มือช่วยเหลือภัยพิบัติของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้กับข้าวอายุสั้นที่ไม่ไวต่อช่วงแสง

ระยะข้าวขาดน้ำเกินกี่วันผลตามเกณฑ์ประเมิน
ระยะกล้าเกิน 20 วันต้นข้าวตายทั้งหมด
ระยะแตกกอเกิน 30 วันต้นข้าวตายทั้งหมด
ระยะตั้งท้องเกิน 30 วันผลผลิตเสียหายสิ้นเชิง
ระยะออกรวงเกิน 7 วันผลผลิตเสียหายสิ้นเชิง

อย่าอ่านตารางนี้เป็นตัวเลขที่ข้าวทนได้โดยไม่เสียผลผลิต เกณฑ์นี้ใช้ตัดสินว่าเสียหายหมดหรือไม่ในการประเมินช่วยเหลือ ผลผลิตเริ่มลดตั้งแต่ก่อนครบวันเหล่านี้มาก และตัวเลขวันก็ใช้กับข้าวอายุสั้นเท่านั้น ข้าวไวต่อช่วงแสงอย่างขาวดอกมะลิ 105 ที่ศูนย์ข้อมูลองค์ความรู้ข้าวระบุว่าเก็บเกี่ยวราว 25 พฤศจิกายน มีวิธีประเมินต่างออกไป ถ้าปลูกพันธุ์นี้ ควรถามศูนย์วิจัยข้าวในพื้นที่ว่าตอนนี้ต้นอยู่ช่วงไหน

วิธีจดข้อมูลแปลงที่ทำได้ภายในครึ่งวัน

  1. เดินแปลงตามคันนา ถ่ายภาพมีวันที่และจุดที่ถ่าย รวมถึงรอยแตกของดิน
  2. จดวันที่ปลูกหรือหว่าน และวันที่ฝนตกครั้งสุดท้ายที่น้ำขังได้จริง
  3. ดูใบ ถ้าใบม้วนตอนกลางวันแต่คลี่ตอนเช้า ต้นยังไม่ถึงขั้นตาย ถ้าใบแห้งสีฟางตั้งแต่ปลายใบ ต้องรีบจัดการ
  4. แบ่งแปลงเป็นกลุ่ม ก. ยังเขียวและกู้ได้ ข. เครียดหนักแต่มีโอกาสฟื้น ค. ตายเกินกว่าจะกู้ ใช้ผลนี้เลือกว่าจะส่งน้ำไปที่ใดก่อน

ข้อสังเกตที่หลายคนมองข้าม คือคันนาและท้องนาส่วนที่สูงจะแห้งก่อนส่วนต่ำ ถ้าเดินเฉพาะจุดที่ต่ำใกล้คลอง อาจประเมินเบาเกินจริง ควรเดินให้ครบทั้งส่วนสูงและส่วนต่ำ

ขั้นที่ 2 จัดน้ำตามลำดับความสำคัญ

ภาพประกอบ ขั้นที่ 2 จัดน้ำตามลำดับความสำคัญ

เมื่อน้ำมีน้อย ไม่ควรกระจายให้ทุกแปลงเท่ากัน ให้ส่งน้ำไปที่แปลงกลุ่ม ก. และ ข. ที่อยู่ในระยะอ่อนไหวก่อน (ตั้งท้องถึงออกรวงตามตารางข้างต้น) แปลงกลุ่ม ค. ที่ต้นตายไปแล้วไม่ควรเอาน้ำที่หายากไปใช้

ดูภาพรวมของน้ำในพื้นที่ก่อน

ในช่วงฝนทิ้งช่วงปี 2564 กรมชลประทานจัดสรรน้ำโดยรอบเวร ให้แปลงที่ปลูกแล้วก่อน และขอให้เกษตรกรที่ยังไม่ปลูกชะลอไว้จนกว่าฝนมา ตามที่ Thai PBS รายงานเมื่อ 8 มิถุนายน 2564 นั่นคือตัวอย่างของปีนั้น ปีนี้ให้สอบถามโครงการชลประทานหรือผู้ใหญ่บ้านว่าเวรน้ำเป็นอย่างไร ข้อมูลระดับอ่างเก็บน้ำก็ต้องดูของปีปัจจุบัน ไม่ใช่ตัวเลขเก่า

วิธีที่ช่วยให้น้ำที่เหลืออยู่ได้นานขึ้น

  • ไม่ปล่อยน้ำท่วมสูงโดยไม่จำเป็น น้ำที่ขังลึกระเหยและซึมออกมากกว่า
  • ซ่อมคันนาและรอยรั่ว อุดรอยรั่วและรอยแตกที่น้ำซึมออกก่อนสูบ
  • ใช้หลักนาเปียกสลับแห้งเมื่อมีน้ำกลับมา กรมการข้าวระบุว่าประหยัดน้ำได้ 30-50% เทียบฐานประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อฤดู และประหยัดน้ำมันสูบน้ำราว 30% ใช้ท่อวัดระดับน้ำ 1-2 จุดต่อแปลง ส่วนคู่มือกรมชลประทาน ปี 2558 รายงานผลประหยัดราว 28% (จาก 1,200 เหลือ 860 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่) ซึ่งเป็นผลจากการทดลอง ไม่ใช่ค่าตายตัวของทุกแปลง
  • ระวังข้อจำกัดของวิธีนี้ คู่มือกรมชลประทานระบุว่าไม่เหมาะกับดินทรายหรือดินเค็ม และช่วงตั้งท้องถึงออกดอกต้องรักษาระดับน้ำไว้ ไม่ปล่อยให้แห้ง

รายละเอียดวิธีทำ ดูใน นาเปียกสลับแห้งทำยังไง ลดน้ำได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ และถ้าอยากเห็นภาพต้นทุนน้ำเทียบนาปีกับนาปรัง อ่านต่อที่ ปฏิทินต้นทุนน้ำทำนาปรังเทียบนาปี

ขั้นที่ 3 สำรวจศัตรูข้าวและเฝ้าระวัง

ข้าวที่เครียดจากน้ำมักเจอศัตรูตามมา กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนในช่วงฝนทิ้งช่วงปี 2569 ถึงศัตรูข้าว 4 ชนิดคือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนม้วนใบ หนอนกอ และมวนข้าว พร้อมมาตรการป้องกัน ได้แก่

  • ใช้วิธีปักดำแทนหว่านน้ำตมในจุดที่ทำได้ รักษาระดับน้ำ 8 เซนติเมตรเป็นเวลา 5 วัน หรือใช้กับดักแสงไฟ (ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำ)
  • เลือกพันธุ์ต้านทานและไม่ปลูกพันธุ์เดิมซ้ำเกิน 4 ฤดู
  • หมุนเวียนด้วยพืชตระกูลถั่ว และไถตากดิน
  • สำรวจแปลงทุกสัปดาห์

กรมส่งเสริมการเกษตรผ่านไทยรัฐ (29 มิถุนายน 2569) แนะนำให้อนุรักษ์มวนเขียวดูดไข่ สำรวจแปลง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และถ้าแมลงที่เป็นประโยชน์มีมากกว่าศัตรูข้าว 2-3 เท่า ให้ปล่อยกลไกธรรมชาติควบคุมได้ สำหรับกรณีระบาดหนักที่ความเสียหายเกิน 20% เอกสารของกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวถึงสารไทอะโคลพริดและซัลฟอกซาฟลอร์ ตามฉลาก ผมไม่ระบุอัตราใช้ เพราะต้องดูฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนและให้เกษตรอำเภอยืนยันก่อน การพ่นยาตอนต้นข้าวขาดน้ำควรทำตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่ ไม่ควรพ่นตามเพื่อนบ้าน

โรคที่ตามมาตอนฝนกลับมาอย่างโรคไหม้คอรวงและโรคเมล็ดด่าง ควรวางแผนเฝ้าระวังไว้ด้วย อ่านแนวทางใน โรคไหม้คอรวงข้าว

ขั้นที่ 4 ตัดสินใจเรื่องหว่านซ่อม ปลูกใหม่ หรือปล่อยแปลง

ภาพประกอบ ขั้นที่ 4 ตัดสินใจเรื่องหว่านซ่อม ปลูกใหม่ หรือปล่อยแปลง

ผมไม่ระบุอัตราเมล็ดพันธุ์หรือเกณฑ์จำนวนกอที่ต้องซ่อมไว้ในบทความนี้ เพราะไม่พบเกณฑ์ที่ยืนยันได้จากหน่วยงานรัฐในแหล่งที่เปิดอ่าน ควรถามศูนย์วิจัยข้าวหรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ หรือเกษตรอำเภอ ส่วนอัตราหว่านทั่วไปดูได้ที่ ข้าวใช้เมล็ดพันธุ์กี่กิโลต่อไร่

หลักคิดที่ใช้ได้คือ

  • ถ้าต้นอยู่ในระยะแตกกอและขาดน้ำไม่นาน ให้รอจนเห็นยอดหรือใบใหม่แตกหลังได้น้ำจึงตัดสิน
  • ถ้าแปลงยังไม่มีแหล่งน้ำแน่นอน อย่าหว่านซ่อม เพราะเมล็ดที่ไม่งอกคือเงินจม และกรมส่งเสริมการเกษตรเคยเตือนในปี 2562 ว่าการหว่านแห้งช่วงภัยแล้งแล้วเมล็ดไม่งอกอาจกระทบสิทธิ์รับความช่วยเหลือ (ควรตรวจเงื่อนไขปัจจุบันกับเกษตรอำเภอ)
  • ถ้าฝนยังไม่มาและจะย้ายไปปลูกพืชอื่น ให้ถามเกษตรอำเภอก่อนว่ามีโครงการหรือเมล็ดพันธุ์สนับสนุนหรือไม่

เรื่องปุ๋ย ทำตอนไหนดี

ภาพประกอบ เรื่องปุ๋ย ทำตอนไหนดี

ดินที่แห้งแตกไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมี เพราะต้นข้าวดูดไม่ได้ และปุ๋ยบางส่วนอาจสูญเสียเมื่อน้ำมา ให้รอจนดินชื้นและต้นเริ่มแตกยอดใหม่ ส่วนอัตราปุ๋ยผมไม่ระบุตัวเลข ให้ตามผลตรวจดินและคำแนะนำของเกษตรอำเภอ

ขั้นที่ 5 แจ้งและเก็บหลักฐานเพื่อสิทธิ์ช่วยเหลือ

กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำ (ข่าวเมื่อ 9 สิงหาคม 2562) ให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือผ่านแอป Farmbook และเตรียมตรวจสภาพอากาศและแหล่งน้ำก่อนตัดสินใจปลูก นั่นเป็นกฎของปี 2562 ควรสอบถามเงื่อนไขล่าสุดก่อน หากทำประกันภัยข้าวนาปี ให้อ่าน ประกันภัยข้าวนาปีคุ้มครองอะไร เคลมยังไง และ ข้อผิดพลาดที่ทำให้พลาดสิทธิ์เงินช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้พลาดเงื่อนไขเอกสาร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • ปล่อยน้ำเข้าเต็มทุกแปลงพร้อมกัน น้ำหมดก่อนที่แปลงสำคัญจะได้ประโยชน์
  • ใส่ปุ๋ยตอนดินแห้ง เปลืองเงินและอาจทำให้ใบไหม้
  • หว่านซ่อมก่อนมีน้ำรองรับ เมล็ดไม่งอกซ้ำสอง
  • ไม่ถ่ายภาพและไม่แจ้งเกษตรอำเภอ พอจะขอความช่วยเหลือก็ไม่มีหลักฐาน
  • พ่นยาตามกัน ไม่ดูว่ามีศัตรูข้าวจริงหรือไม่ และไม่ดูฉลาก
  • เอาเกณฑ์ตัวเลขวันขาดน้ำไปใช้กับข้าวไวแสง เกณฑ์ที่อ้างด้านบนใช้กับข้าวอายุสั้นเท่านั้น

เช็กลิสต์ภายใน 3 วันแรก

ภาพประกอบ เช็กลิสต์ภายใน 3 วันแรก
  • เดินแปลงทั้งส่วนสูงและส่วนต่ำ ถ่ายภาพพร้อมวันที่
  • จดวันปลูก ระยะข้าว และวันที่ฝนตกครั้งสุดท้าย
  • แบ่งแปลงเป็นกลุ่มกู้ได้ ฟื้นได้ ตายแล้ว
  • ถามเวรน้ำและสถานะอ่างจากโครงการชลประทานหรือผู้นำชุมชน
  • ซ่อมคันนาและรอยรั่ว
  • สำรวจศัตรูข้าว 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • แจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอและตรวจว่าขึ้นทะเบียนเกษตรกรเรียบร้อย

สรุป

เมื่อฝนทิ้งช่วง สิ่งที่ควรทำก่อนคือรู้ระยะข้าวและจำนวนวันที่ขาดน้ำ แล้วจัดน้ำให้แปลงที่ยังกู้ได้และอยู่ในระยะอ่อนไหว จากนั้นสำรวจศัตรูข้าว เก็บหลักฐานและแจ้งเกษตรอำเภอ ก่อนตัดสินใจเรื่องหว่านซ่อมหรือใส่ปุ๋ย เรื่องที่ไม่มีข้อมูลยืนยัน เช่น อัตราเมล็ดพันธุ์และอัตราปุ๋ย ให้ถามศูนย์วิจัยข้าวหรือเกษตรอำเภอ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 เงื่อนไขช่วยเหลือและสถานะน้ำเปลี่ยนได้ตามปี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร (DOAE News) เตือนศัตรูข้าวช่วงฝนทิ้งช่วง ปี 2569 — ศัตรูข้าว 4 ชนิดและมาตรการป้องกัน https://doaenews.doae.go.th/archives/32482
  • 📄ไทยรัฐ 29 มิ.ย. 2569 (อ้างกรมส่งเสริมการเกษตร) — อนุรักษ์มวนเขียวดูดไข่ สำรวจแปลง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2942816
  • 📄กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คู่มือช่วยเหลือภัยพิบัติ หน้า 144 (เกณฑ์กรมการข้าว 2564) — เกณฑ์ประเมินความเสียหายตามจำนวนวันขาดน้ำ https://ebook.moac.go.th/help-guide/files/basic-html/page144.html
  • 📄ไทยรัฐ 8 ก.ค. 2562 (อ้างกรมการข้าว) — นาเปียกสลับแห้ง ประหยัดน้ำ 30-50% ฐาน 1,200 ลบ.ม./ไร่ https://www.thairath.co.th/news/society/1609855
  • 📄กรมชลประทาน คู่มือ AWD ก.ย. 2558 — ผลประหยัดน้ำราว 28% และข้อจำกัดดินทรายดินเค็ม https://water.rid.go.th/waterm/template/manager/FProjectMAC/INWEPF/2-Handbook%20AWD.pdf
  • 📄Thai PBS 8 มิ.ย. 2564 — ตัวอย่างการจัดสรรน้ำรอบเวรช่วงฝนทิ้งช่วงปี 2564 https://www.thaipbs.or.th/news/content/305032
  • 📄Thailand Plus 9 ส.ค. 2562 (อ้างกรมส่งเสริมการเกษตร) — คำเตือนเรื่องหว่านแห้งช่วงภัยแล้งและการขึ้นทะเบียนเกษตรกร https://www.thailandplus.tv/archives/79545
  • 📄ศูนย์ข้อมูลองค์ความรู้ข้าว (RKB) ขาวดอกมะลิ 105 — ข้าวไวต่อช่วงแสง เก็บเกี่ยวราว 25 พ.ย. https://rkb.ricethailand.go.th/web/content_page.php?code=IG2V6DR5CBCR067OJHESNEJGFLSH1

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ข้าวขาดน้ำกี่วันถึงเสียหายทั้งหมด

เกณฑ์ประเมินความเสียหายของกรมการข้าว ปี 2564 สำหรับข้าวอายุสั้นที่ไม่ไวต่อช่วงแสง ระบุว่าระยะกล้าขาดน้ำเกิน 20 วัน ต้นข้าวตายทั้งหมด ระยะแตกกอเกิน 30 วัน ตายทั้งหมด ระยะตั้งท้องเกิน 30 วัน ผลผลิตเสียหายสิ้นเชิง และระยะออกรวงเกิน 7 วัน ผลผลิตเสียหายสิ้นเชิง นี่คือเกณฑ์ประเมินความเสียหาย ไม่ใช่ระยะที่ข้าวทนได้โดยไม่เสียผลผลิต ความเสียหายเริ่มก่อนถึงวันเหล่านี้มาก

ฝนทิ้งช่วงแล้วควรหว่านซ่อมทันทีไหม

ไม่ควรรีบ ให้ดูก่อนว่าต้นเดิมยังมีชีวิตหรือไม่ และมีน้ำพอรองรับหรือเปล่า ถ้าหว่านซ่อมแล้วเมล็ดไม่งอก กรมส่งเสริมการเกษตรเคยเตือนในปี 2562 ว่าอาจเสี่ยงเสียสิทธิ์รับความช่วยเหลือ ควรโทรถามเกษตรอำเภอก่อนลงมือ เรื่องอัตราเมล็ดพันธุ์ให้สอบถามศูนย์วิจัยข้าวหรือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่

ข้าวขาดน้ำแล้วควรใส่ปุ๋ยเพิ่มไหม

ยังไม่ควรใส่ขณะดินแห้งและต้นข้าวเครียด เพราะปุ๋ยไม่ถูกดูดใช้และอาจทำให้เกิดอาการไหม้ ควรรอให้มีน้ำขังหรือดินชื้นพอก่อน แล้วสังเกตต้นข้าวฟื้นตัวหรือไม่ จึงค่อยปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องอัตราปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ดินและอายุข้าว

ช่วงแล้งฝนทิ้งช่วงมีศัตรูข้าวอะไรต้องระวัง

กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนศัตรูข้าว 4 ชนิดในช่วงฝนทิ้งช่วงปี 2569 คือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนม้วนใบ หนอนกอ และมวนข้าว ให้สำรวจแปลงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และถ้าต้องใช้สารเคมีให้ทำตามฉลากและคำแนะนำเจ้าหน้าที่

นาเปียกสลับแห้งช่วยได้ไหมเมื่อน้ำน้อย

ช่วยลดปริมาณน้ำได้ กรมการข้าวระบุว่าประหยัดน้ำได้ 30-50% เทียบฐานประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อฤดู ส่วนคู่มือกรมชลประทาน ปี 2558 รายงานประหยัดราว 28% แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับดินทรายหรือดินเค็ม และไม่ใช่การปล่อยให้แปลงแห้งจนต้นเหี่ยว

ใครตรวจสอบสิทธิ์ช่วยเหลือภัยแล้งของแปลงเรา

สำนักงานเกษตรอำเภอที่ดูแลพื้นที่ ควรตรวจสอบว่าขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงข้อมูลแล้วหรือยัง ทั้งผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอหรือแอป Farmbook และสอบถามเงื่อนไขล่าสุดก่อนทุกครั้ง เพราะกฎการช่วยเหลือเปลี่ยนได้ตามนโยบายแต่ละปี