คำตอบสั้น ๆ
ตัวกรองระบบน้ำหยดมี 3 แบบหลัก คือตะแกรง จาน และทราย เลือกตามแหล่งน้ำและขนาดรูหัวน้ำหยด บทความนี้อธิบายหลักเลือก การล้างกรอง และจุดที่คนมักพลาด
คำตอบเร็ว: น้ำจากบ่อบาดาลที่มีแต่ทรายและตะกอนแร่ มักเริ่มที่ตัวกรองตะแกรง (screen) ก็พอ ส่วนน้ำจากสระ บ่อดิน หรือคลองที่มีสาหร่ายและเศษอินทรีย์ ตัวกรองตะแกรงอย่างเดียวจะอุดตันเร็วจนต้องล้างทั้งวัน ควรมีกรองทรายหรือกรองจาน (disc) ขึ้นมาก่อนหรือแทน เกณฑ์ละเอียดที่ใช้กันทั่วไปในงานน้ำหยดคือราว 200 เมช (ช่องเปิดประมาณ 74 ไมครอน) แต่ตัวเลขที่ถูกต้องที่สุดคือค่าที่ผู้ผลิตหัวน้ำหยดของคุณระบุไว้ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
คนที่เพิ่งต่อระบบน้ำหยดครั้งแรกมักเจอเหตุการณ์เดียวกัน เดือนแรกน้ำออกสม่ำเสมอดี พอเข้าเดือนที่สองหัวหยดปลายสายเริ่มแห้งไปทีละหัว ไล่ดูแล้วพบว่าไม่ใช่หัวเสีย แต่ตัวกรองที่ซื้อมาเลือกผิดชนิดกับน้ำที่ใช้อยู่ ระบบน้ำหยดไม่ได้พังที่ปั๊มหรือท่อ แต่พังที่ช่องน้ำเล็ก ๆ ในหัวหยดซึ่งเล็กเกินกว่าจะมองเห็นเศษที่ทำให้อุดตัน บทความนี้ช่วยให้คุณเลือกระหว่างกรองตะแกรง กรองจาน และกรองทราย โดยดูจากแหล่งน้ำที่มีอยู่จริงในแปลงของคุณ ไม่ใช่ดูจากราคาหรือคำโฆษณา
ตัวกรองทำหน้าที่อะไรในระบบน้ำหยด
เอกสารแนะนำระบบน้ำหยดภาษาไทยของ Siam Kubota ระบุว่าเครื่องกรองตะกอนในน้ำมีหน้าที่กรองตะกอนที่ติดมากับน้ำ เพื่อป้องกันการอุดตันของหัวหยด ท่อแขนง และอุปกรณ์อื่น และเรียกว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในระบบ เพราะประสิทธิภาพของระบบทั้งชุดขึ้นอยู่กับมัน ชนิดที่นิยมใช้คือกรองทราย (sand filter) กรองแผ่นดิสก์ (disc filter) และกรองตะแกรง (screen หรือ surface filter)
ฝั่งมหาวิทยาลัยฟลอริดา (UF/IFAS) แบ่งสิ่งที่ทำให้หัวน้ำหยดอุดตันเป็น 3 กลุ่ม คือสิ่งปนเปื้อนทางกายภาพ (ทราย ตะกอนดิน เศษพืช) ทางเคมี (ตะกอนที่จับตัวเป็นผลึกหรือคราบในท่อ) และทางชีวภาพ (สาหร่าย แบคทีเรีย เมือก) ตัวกรองทำหน้าที่ดักกลุ่มแรกและบางส่วนของกลุ่มที่สามเท่านั้น กลุ่มเคมีและเมือกแบคทีเรียบางชนิดผ่านตัวกรองไปได้ ต้องแก้ด้วยวิธีอื่นตามผลตรวจน้ำ ซึ่งแยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ตารางเปรียบเทียบ กรองตะแกรง กรองจาน กรองทราย
ตารางนี้สรุปจากเอกสารส่งเสริมของ UF/IFAS (Haman และ Zazueta) เรื่อง screen filter และ media filter ส่วนข้อสังเกตภาคสนามเป็นประสบการณ์ที่เจ้าหน้าที่และเกษตรกรพบบ่อย ไม่ใช่ตัวเลขจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง
| ชนิด | เหมาะกับน้ำแบบไหน | จุดอ่อน | การล้าง |
|---|---|---|---|
| กรองตะแกรง (screen) | น้ำบาดาลหรือน้ำที่มีแต่ทราย ตะกอนแร่ เศษอนินทรีย์ละเอียด | ไม่เหมาะกับน้ำที่มีสาหร่ายหรือสารอินทรีย์มาก เพราะอุดตันเร็วจนต้องล้างถี่เกินไป | ถอดไส้ล้างด้วยน้ำสะอาด หรือแบบมีวาล์วระบายท้าย (blowdown) |
| กรองจาน (disc) | น้ำที่มีตะกอนละเอียดปนเศษอินทรีย์บ้าง ต้องการกรองละเอียดกว่าตะแกรงธรรมดา | ร่องระหว่างแผ่นจานอุดได้ถ้าสาหร่ายมาก และอะไหล่ต้องตรงรุ่น | คลายชุดจานออกล้าง หรือติดตั้งระบบล้างย้อนอัตโนมัติตามความดันต่าง |
| กรองทราย (media/sand) | น้ำผิวดินจากสระ คลอง บ่อดิน ที่มีสาหร่ายหรือเศษอินทรีย์ปริมาณมาก | ราคาและขนาดใหญ่ ต้องมีท่อและวาล์วสำหรับล้างย้อน ต้องใช้น้ำล้างจำนวนหนึ่ง | ล้างย้อน (backwash) เมื่อความดันต่างขึ้นถึงค่าที่กำหนด |
| กรองตะแกรงแบบ Y หรือตะแกรงดักหยาบ | ดักเศษชิ้นใหญ่ก่อนเข้าปั๊มหรือก่อนเข้าชุดกรองหลัก | ไม่ใช่ตัวกรองละเอียดสำหรับหัวหยด | ถอดล้างตามรอบ |
เริ่มจากแหล่งน้ำ ไม่ใช่เริ่มจากรุ่นกรอง
UF/IFAS ระบุไว้ตรง ๆ ว่ากรองตะแกรงควรเป็นตัวเลือกหลักเมื่อสูบน้ำจากบ่อบาดาลซึ่งต้องการกรองเพียงอนุภาคแร่ และกรองทรายเหมาะเมื่อน้ำมีสาหร่ายหรือสารอินทรีย์ปริมาณมาก โดยคุณภาพน้ำผิวดินเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เมื่อแปลงเป็นเงื่อนไขของเกษตรกรไทยจะเป็นดังนี้
น้ำบาดาลหรือบ่อบาดาลในแปลง
ปัญหาหลักคือเม็ดทรายและตะกอนดินเหนียวที่หลุดมากับน้ำตอนบ่อใหม่หรือท่อกรองเก่า ตัวกรองตะแกรงสแตนเลสหรือพลาสติกขนาดที่รองรับอัตราไหลของปั๊มก็เพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่ ถ้าทรายมากจนตะแกรงตันทุกไม่กี่ชั่วโมง UF/IFAS แนะนำให้ติดตัวแยกทรายแบบไซโคลน (vortex sand separator) ไว้ก่อนตัวกรองตะแกรง ซึ่งเป็นแนวทางที่เกษตรกรใช้กับบ่อบาดาลที่เพิ่งเจาะใหม่ได้จริง เพราะบ่อใหม่มักมีทรายหลุดมาช่วงแรกก่อนจะนิ่ง ในทางปฏิบัติควรปล่อยน้ำทิ้งจนใสแล้วค่อยต่อเข้าระบบ และอย่าลืมว่าน้ำบาดาลบางพื้นที่มีธาตุเหล็กสูง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ตัวกรองแก้ได้ ควรส่งตัวอย่างน้ำตรวจตามหน่วยงานในพื้นที่
น้ำจากสระ บ่อดิน หรือคลองส่งน้ำ
น้ำกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ทำให้ระบบน้ำหยดพังบ่อยที่สุด เพราะมีทั้งตะกอนดิน เศษใบไม้ และสาหร่ายที่โตเร็วช่วงอากาศร้อนและน้ำนิ่ง ตัวกรองตะแกรงอย่างเดียวจะอุดตันจากชั้นสาหร่ายที่เหนียว ตามที่ UF/IFAS ระบุว่าไม่ควรใช้ตะแกรงกับสารอินทรีย์หนัก ทางเลือกคือกรองทรายเป็นด่านแรก แล้วตามด้วยกรองตะแกรงหรือกรองจานเป็นด่านกันทราย ที่หลุดออกมาจากตัวกรองทราย (secondary filter) เพื่อกันเม็ดทรายที่อาจหลุดไปถึงหัวหยดเวลาล้างย้อนไม่สนิท
ถ้างบไม่ถึงกรองทราย มีทางลดภาระได้ เช่น วางท่อดูดให้ลอยสูงจากก้นบ่อและห่างจากผิวน้ำที่สาหร่ายลอยอยู่ ใช้ตะแกรงหยาบหุ้มปลายท่อดูด และพักน้ำในบ่อตกตะกอนก่อนสูบ แต่ต้องรับว่าข้อจำกัดคือสาหร่ายในหน้าร้อนจะยังมาอยู่ดี คุณต้องตั้งใจล้างตัวกรองถี่ขึ้นในช่วงนั้น
น้ำประปาหรือน้ำจากถังรองน้ำฝน
น้ำสะอาดกว่ามาก ตัวกรองตะแกรงหรือกรองจานขนาดเล็กก็พอ ข้อควรระวังคือถังที่ตั้งไว้กลางแดดแล้วน้ำนิ่งหลายวัน เอกสารของ University of Kentucky ที่ศึกษาน้ำหยดจากถังรับน้ำฝนระบุว่าน้ำที่ค้างในถังนานกว่าไม่กี่วันมีสาหร่ายโต และสาหร่ายนี้ทำให้สายน้ำหยดอุดตันได้ จึงควรมีตะแกรงดักที่ปากถังและล้างถังเป็นรอบ
เมชคืออะไร และจะเลือกกี่เมชดี
เมช (mesh) คือจำนวนช่องตะแกรงต่อความยาวหนึ่งนิ้ว เลขยิ่งมากช่องยิ่งเล็ก กรองได้ละเอียดขึ้นแต่ตันเร็วขึ้นด้วย ตารางจาก UF/IFAS แสดงความสัมพันธ์ของเมชกับขนาดช่องเปิดดังนี้
| เมช | ขนาดช่องเปิด (ไมครอน) |
|---|---|
| 120 | 125 |
| 150 | 105 |
| 180 | 89 |
| 200 | 74 |
หลักคิดที่ UF/IFAS ให้ไว้คือ ควรกรองอนุภาคให้เหลือขนาดเล็กกว่าช่องทางน้ำภายในหัวหยดประมาณ 4 เท่า เพื่อไม่ให้อนุภาคหลายเม็ดมาเกาะกันเป็นสะพานแล้วปิดช่อง ส่วนในงานน้ำหยดทั่วไป เอกสารเรื่อง media filter ระบุเกณฑ์ที่ใช้กันคือกรองให้ได้เทียบเท่า 74 ไมครอนหรือ 200 เมช
ตัวอย่างคำนวณ (สมมติฐานเพื่อสาธิตวิธี ไม่ใช่ค่าของยี่ห้อใด)
สมมติว่าคู่มือหัวหยดรุ่นหนึ่งระบุว่าช่องทางน้ำภายในกว้างราว 500 ไมครอน (0.5 มม.) ตัวเลข 500 ไมครอนนี้สมมติขึ้นเพื่อใช้ในตัวอย่างเท่านั้น หาร 4 จะได้ 125 ไมครอน เมื่อเทียบตารางข้างต้นตรงกับตะแกรงราว 120 เมช ซึ่งหมายความว่าตะแกรง 120 เมชเพียงพอสำหรับหัวหยดรุ่นนี้ในเชิงทฤษฎี แต่ถ้าคุณใช้ 200 เมชก็ปลอดภัยกว่า แลกกับต้องล้างถี่ขึ้น ขั้นตอนที่ใช้ได้จริงคือ เปิดคู่มือหัวหยดหรือโทรถามผู้ผลิตว่ากำหนดการกรองขั้นต่ำกี่เมช แล้วเลือกตัวกรองให้ไม่หยาบกว่าค่านั้น
ขนาดของตัวกรองต้องรองรับอัตราไหลของปั๊ม
ตัวกรองที่เล็กกว่าท่อทำให้น้ำเสียความดันและตันเร็ว UF/IFAS ระบุไว้ว่าควรให้พื้นที่เปิดของตะแกรงเทียบกับพื้นที่หน้าตัดท่ออย่างน้อย 2 เท่า เอกสารของ University of Kentucky เพิ่มว่าขนาดตัวกรองไม่ควรเล็กกว่าท่อส่งน้ำมากนัก และตัวกรองเป็นจุดที่ทำให้ความดันตก ระบบที่ใช้แรงดันต่ำมากต้องคำนึงถึงข้อนี้เป็นพิเศษ
ลำดับการเลือกที่ใช้ได้ในการวางแผนคือ 1) หาอัตราไหลรวมของโซนที่ใช้พร้อมกัน (ลิตรต่อชั่วโมงของหัวหยดคูณจำนวนหัว) 2) ดูแคตตาล็อกตัวกรองว่ารองรับอัตราไหลช่วงนั้นที่ความดันตกเท่าไร 3) เลือกขนาดที่อัตราไหลของคุณอยู่ไม่ชิดขีดสูงสุดของรุ่น เพราะตะแกรงที่เริ่มเต็มจะลดช่องไหลและความดันตกเพิ่มขึ้นเอง
ลำดับการติดตั้งที่เกษตรกรใช้ได้จริง
- ปั๊มและวาล์วหลัก แล้วต่อตัวกรองหยาบหรือตัวแยกทรายถ้าน้ำมีทรายมาก
- ตัวกรองหลัก (ทราย จาน หรือตะแกรงตามผลที่เลือก) ติดตั้งให้ลูกศรบนตัวเรือนตรงกับทิศน้ำไหล
- จุดฉีดปุ๋ยหรือเวนจูรีถ้ามี ควรให้อยู่หลังกรองหลัก แล้วตามด้วยกรองตะแกรงอีกตัวเป็นด่านกันตะกอนปุ๋ยที่ละลายไม่หมด
- มาตรวัดความดันก่อนและหลังตัวกรอง เป็นอุปกรณ์ที่ถูกแต่มีประโยชน์มาก เพราะส่วนต่างความดันบอกว่าตัวกรองเริ่มตันแล้วหรือยัง
- ตัวควบคุมความดัน แล้วจึงเข้าท่อแขนง
เอกสาร Siam Kubota แสดงอุปกรณ์ปรับแรงดัน วาล์วไล่ลม และวาล์วกันน้ำไหลกลับเป็นส่วนประกอบของระบบ แนวคิดคือตัวกรองไม่ได้ทำงานตัวเดียว ต้องดูภาพรวมทั้งแนวท่อ
การดูแล วิธีรู้ว่าถึงเวลาล้าง
ตัวกรองทุกชนิดมีขีดที่ต้องล้าง วิธีที่ง่ายที่สุดคือบันทึกความดันก่อนและหลังตัวกรองในวันแรกที่ตัวกรองสะอาด ตัวเลขนี้คือค่าฐาน เอกสารของ UF/IFAS ระบุว่าตัวกรองทรายที่สะอาดมีความดันตกในช่วงประมาณ 3 ถึง 8 psi ตามขนาดเม็ดทรายและอัตราไหล ระบบที่ล้างย้อนอัตโนมัติจะสั่งล้างเมื่อส่วนต่างความดันขึ้นถึงค่าที่ตั้งไว้ ผู้ผลิตแต่ละรุ่นกำหนดค่านี้ไว้ไม่เหมือนกัน ให้ยึดตามคู่มือของรุ่นที่คุณซื้อ ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกยี่ห้อ
ถ้าไม่มีมาตรวัดความดัน ใช้สัญญาณสังเกตแทน ได้แก่ หัวหยดปลายสายน้ำออกน้อยลงทั้งที่ปั๊มเสียงปกติ อัตราไหลที่มาตรน้ำลดลง หรือเปิดตัวเรือนดูแล้วเห็นชั้นตะกอนเกาะแน่น UF/IFAS ยังแนะนำให้ใช้น้ำที่กรองแล้วในการล้างและล้างย้อน ไม่ใช่น้ำดิบ เพราะน้ำดิบจะพาตะกอนเข้าไปใหม่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ซื้อกรองตะแกรงอย่างเดียวมาใช้กับน้ำสระที่เขียว แล้วต้องล้างวันละหลายรอบ จนคนล้างเลิกล้างและตัวกรองกลายเป็นคอขวดของระบบ
- เลือกจากราคาโดยไม่เทียบอัตราไหล ตัวกรองเล็กเกินท่อทำให้ความดันตกและตันเร็ว
- ถอดไส้กรองทิ้งเพราะน้ำออกน้อย ทำให้ตะกอนไหลเข้าท่อแขนง ซึ่งแก้ยากกว่าการล้างตัวกรองมาก
- ล้างตัวกรองด้วยน้ำดิบแล้วต่อกลับเลย ตะกอนที่ค้างในตัวเรือนกลับเข้าระบบ
- ลืมว่าตัวกรองไม่แก้ปัญหาเคมีและเมือก ถ้าหัวหยดตันทั้งที่กรองสะอาด ให้ไปไล่ที่แหล่งน้ำและคุณภาพน้ำ ดูบทความเรื่อง หัวน้ำหยดอุดตันซ้ำทั้งที่เปลี่ยนกรองแล้ว
- ติดตั้งผิดทิศทางน้ำไหล ทำให้ไส้กรองเสียหายหรือกรองไม่เต็มประสิทธิภาพ
ต่อยอดเมื่อวางระบบทั้งชุด
ถ้าคุณยังอยู่ขั้นวางแผน การเลือกตัวกรองควรไปพร้อมกับการเลือกหัวหยดและท่อ ดู ระบบน้ำหยดสำหรับสวนผัก อุปกรณ์ ต้นทุน และการติดตั้งเบื้องต้น เพื่อเห็นภาพทั้งชุด และ ปฏิทินระบบน้ำหยด งานที่ต้องทำรายเดือน เพื่อวางรอบล้างกรองไว้ในปฏิทินงานประจำ ส่วนท่อ PE ที่ใช้ต่อจากตัวกรองดู ท่อ PE ระบบน้ำเกษตร เลือกขนาดและเกรดยังไง
สรุป
การเลือกกรองน้ำระบบน้ำหยดเริ่มที่แหล่งน้ำ น้ำบาดาลที่มีแต่ตะกอนแร่ใช้กรองตะแกรงได้ น้ำผิวดินที่มีสาหร่ายต้องมีกรองทรายหรือกรองจานช่วย เลือกความละเอียดตามที่ผู้ผลิตหัวหยดระบุ โดยมีเกณฑ์อ้างอิงราว 200 เมช และเลือกขนาดให้รองรับอัตราไหลของปั๊ม สิ่งที่ทำให้ตัวกรองได้ผลจริงคือการติดมาตรวัดความดันและล้างตามส่วนต่างความดัน ไม่ใช่ตามความรู้สึก ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- UF/IFAS Extension — Screen Filters in Drip Irrigation Systems (AE61/WI009, Haman และ Zazueta) — ตารางเมชกับไมครอน หลักกรองให้เล็กกว่าช่องทางน้ำประมาณ 4 เท่า กรองตะแกรงไม่เหมาะกับสารอินทรีย์หนัก ตัวแยกทรายก่อนกรองตะแกรง https://ask.ifas.ufl.edu/publication/WI009
- UF/IFAS Extension — Media Filters for Trickle Irrigation in Florida (WI008, Haman และ Zazueta) — กรองตะแกรงสำหรับน้ำบ่อ กรองทรายสำหรับน้ำผิวดินที่มีสาหร่าย เกณฑ์ 74 ไมครอน ความดันตกของกรองที่สะอาด 3 ถึง 8 psi https://ask.ifas.ufl.edu/publication/WI008
- Siam Kubota — ระบบการให้น้ำแบบหยด ตัวช่วยในการเกษตร — หน้าที่ของเครื่องกรองและชนิดที่นิยม (ทราย ดิสก์ ตะแกรง) ส่วนประกอบของระบบน้ำหยด kas.siamkubota.co.th (PDF)
- University of Kentucky Cooperative Extension — Off the Grid: Ultra-low Pressure Drip Irrigation and Rainwater Catchment (HO-120, Rowell และ Jacobsen) — ตัวกรองทำให้ความดันตก ขนาดกรองไม่ควรเล็กกว่าท่อมาก สาหร่ายในถังที่น้ำค้าง https://publications.ca.uky.edu/sites/publications.ca.uky.edu/files/HO120.pdf
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
พ่นปุ๋ยและยาในแปลงต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไร ทำอย่างไรไม่ให้ลมพัดกลับมาโดนตัว
ชุดป้องกันขั้นต่ำตามกรมควบคุมโรคคือหมวก แว่นครอบตา หน้ากากไส้กรอง เสื้อผ้ามิดชิด ถุงมือและบูทยาง และต้องยืนเหนือลมตามกรมส่งเสริมการเกษตร
ทำปุ๋ยน้ำพ่นทางใบเองจากเศษพืชหรือปลา ใช้ได้จริงไหม และข้อควรระวัง
น้ำหมักชีวภาพที่ทำเองเป็นสารกระตุ้นเจือจาง ไม่ใช่ปุ๋ยแทนเคมี บทความสรุปสูตร อัตราเจือจาง ตัวอย่างคำนวณธาตุอาหาร และข้อควรระวังตามเอกสารกรมพัฒนาที่ดินและ สวพส.
วิธีผสมสารจับใบกับปุ๋ยทางใบให้ถูกลำดับ และสัญญาณว่าผสมผิด
ลำดับผสมที่เอกสารรองรับคือยึดฉลากก่อน แล้วน้ำ ผงที่ทำสลัวร์รี ของเหลว และสารจับใบเป็นลำดับท้ายสุด พร้อมวิธี jar test และสัญญาณว่าผสมผิด
สารจับใบคืออะไร ใช้เมื่อไหร่ และไม่จำเป็นเมื่อไหร่
สารจับใบคือสารลดแรงตึงผิวหรือสารเสริมประสิทธิภาพที่ช่วยให้น้ำพ่นแผ่และเกาะใบได้ดีขึ้น ใช้เมื่อฉลากกำหนดหรือใบเปียกยาก และไม่จำเป็นเมื่อสูตรมีผสมมาแล้ว
ผสมปุ๋ยทางใบกับยาหรือสารอื่นถังเดียวกันได้ไหม ความเสี่ยงและข้อควรรู้
หน่วยงานรัฐให้ภาพเรื่องผสมปุ๋ยกับยาไม่เหมือนกัน บทความนี้สรุปความเสี่ยง วิธีทดสอบ jar test และเงื่อนไขตัดสินใจ โดยให้ฉลากเป็นตัวตัดสิน
พ่นปุ๋ยทางใบแล้วใบไหม ใบด่าง สาเหตุและวิธีแก้
ใบไหม้หลังพ่นปุ๋ยมักมาจากความเข้มข้น แดด หรือการผสมสาร ส่วนใบด่างอาจไม่เกี่ยวกับปุ๋ย บทความนี้ไล่อาการ สาเหตุ และวิธีแก้ตามลำดับ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

อัตโนมัติ20หัวหยดพืชหัวหยดปรับความเร็วหยดเหมาะสําหรับบดขวดน้ําหรือขวดชาเขียวหยดอุปกรณ์หยดหยดหยดสามารถปรั
ดูรายละเอียด
10 ชิ้นหยดลูกศรสวนเรือนกระจกหยดชลประทาน Emitters Micro หยดชลประทาน Dripper พืชผักรดน้ําเครื่องมือ
ดูรายละเอียด
100ชิ้นหัวหยดระดับน้ําปรับไมโครโฟลว์สเปรย์ชลประทานกระเป๋า1/4-นิ้วปรับไมโครโฟลว์หยดสวนหยดความชื้น-เก็บไมโครโฟลว์ยางหัวหยด
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
กรองน้ำระบบน้ำหยดควรใช้กี่เมช
เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปคือประมาณ 200 เมช หรือราว 74 ไมครอน แต่ค่าที่ถูกต้องที่สุดคือที่ผู้ผลิตหัวหยดของคุณกำหนด หลักคิดของ UF/IFAS คือกรองให้เล็กกว่าช่องทางน้ำในหัวหยดประมาณ 4 เท่า
น้ำบาดาลต้องใช้กรองทรายไหม
ส่วนใหญ่ไม่จำเป็น UF/IFAS ระบุว่ากรองตะแกรงเป็นตัวเลือกหลักสำหรับน้ำบ่อที่มีแต่อนุภาคแร่ ถ้าทรายมากให้เพิ่มตัวแยกทรายก่อน แต่ถ้าน้ำบาดาลถูกเก็บไว้ในบ่อเปิดแล้วเริ่มมีสาหร่าย สภาพน้ำจะกลายเป็นน้ำผิวดิน ต้องกลับไปพิจารณากรองทราย
กรองจานกับกรองตะแกรง ต่างกันตรงไหน
กรองตะแกรงดักด้วยผิวตะแกรง ส่วนกรองจานใช้แผ่นจานซ้อนกันที่มีร่องละเอียดดักอนุภาคในร่อง ล้างได้ทั้งด้วยมือและระบบล้างย้อนอัตโนมัติ เหมาะเมื่อต้องการกรองละเอียดขึ้นหรือมีเศษอินทรีย์ปนบ้าง ไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป ถ้าน้ำสะอาดอยู่แล้ว ตะแกรงที่ล้างง่ายก็คุ้มกว่า
ต้องล้างตัวกรองบ่อยแค่ไหน
ไม่มีรอบตายตัวที่ใช้ได้ทุกแปลง ขึ้นกับคุณภาพน้ำในช่วงนั้น วิธีที่แนะนำคือติดมาตรวัดความดันก่อนและหลังตัวกรอง ล้างเมื่อส่วนต่างขึ้นถึงค่าที่ผู้ผลิตกำหนด และในช่วงน้ำเขียวหรือน้ำขุ่นหลังฝนควรตรวจถี่ขึ้น
ติดกรองแล้วหัวหยดยังตัน เกิดจากอะไร
มีได้หลายสาเหตุ ตะกอนเคมีหรือเมือกแบคทีเรียที่ตัวกรองดักไม่ได้ ตัวกรองหยาบเกินไปสำหรับหัวหยดรุ่นนั้น หรือตัวกรองรั่วลัดวงจร ให้ตรวจทีละจุดตามบทความวินิจฉัยหัวน้ำหยดอุดตัน
ใช้ตัวกรองเดียวกันกับน้ำหยดและมินิสปริงเกลอร์ได้ไหม
ตัวกรองเดียวกันได้ถ้าอัตราไหลรวมไม่เกินขีดของรุ่น แต่ต้องดูเกณฑ์เมชของอุปกรณ์ปลายทางที่ละเอียดที่สุดในระบบเป็นหลัก ซึ่งมักเป็นหัวน้ำหยดมากกว่ามินิสปริงเกลอร์
