คำตอบสั้น ๆ
ใบไหม้หลังพ่นปุ๋ยมักมาจากความเข้มข้น แดด หรือการผสมสาร ส่วนใบด่างอาจไม่เกี่ยวกับปุ๋ย บทความนี้ไล่อาการ สาเหตุ และวิธีแก้ตามลำดับ
คำตอบเร็ว: ใบไหม้หลังพ่นปุ๋ยทางใบส่วนใหญ่มาจากเกลือปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไปค้างบนผิวใบเมื่อน้ำระเหย โดยเฉพาะเมื่อพ่นตอนแดดจัดหรืออากาศร้อน ส่วนอาการ "ใบด่าง" ไม่ได้เกิดจากปุ๋ยเสมอไป อาจเป็นโรค ไวรัส หรือการขาดธาตุอาหาร ลำดับการแก้คือ หยุดพ่นสูตรเดิม ดูว่าอาการไหม้เกิดตรงขอบหรือปลายใบ ตรวจว่าผสมเข้มกว่าฉลากหรือผสมสารอื่นหรือไม่ ดูแลน้ำให้พอ และปรึกษาเกษตรอำเภอถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นโรค (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
เช้าวันหนึ่งเดินเข้าแปลงแล้วเห็นใบที่เมื่อวานพ่นปุ๋ยไว้เป็นรอยน้ำตาลตามขอบ บางใบม้วน บางแปลงมีใบเหลืองเป็นด่างสลับเขียว คำถามแรกที่เกษตรกรมักถามคือ "ปุ๋ยปลอมหรือเปล่า" ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่ ปุ๋ยทางใบทุกยี่ห้อเป็นเกลือที่ละลายน้ำ ถ้าสารละลายเข้มไป ร้อนไป หรือพ่นแล้วแห้งเร็วเกินไป ใบก็ไหม้ได้ทั้งนั้น บทความนี้เรียงตามลำดับที่ผมใช้ไล่หาสาเหตุ คือดูอาการ ไล่เช็กสาเหตุ แล้วแก้ พร้อมบอกชัดว่าส่วนไหนมาจากแหล่งอ้างอิง ส่วนไหนเป็นหลักคิดจากประสบการณ์
ใบไหม้จากปุ๋ยเกิดขึ้นได้อย่างไร
Linda Chalker-Scott จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวอชิงตัน อธิบายว่า เมื่อพ่นสารละลายเข้มข้นลงบนใบ น้ำระเหยไปแต่เกลือค้างอยู่ที่ผิวใบ ทำให้ใบไหม้ ขณะที่ Extension ของมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ระบุว่าเกลือที่ละลายน้ำได้ดึงน้ำออกจากใบและราก อาการจึงเป็นขอบใบเกรียม ใบเหลืองที่ขอบ เหี่ยว และต้นแคระ อากาศร้อนและแห้งทำให้แย่ลง กรมส่งเสริมการเกษตรเองก็ระบุในแผ่นพับ "การให้ปุ๋ยทางใบ" (แผ่นพับที่ 3/2567) ว่า ข้อควรระวังข้อแรกคืออย่าผสมให้เข้มข้นเกินไป เพราะทำให้ใบไหม้
นอกจากเกลือในปุ๋ยแล้ว ถ้ามีการผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือสารจับใบลงถังเดียวกัน อาการไหม้อาจมาจากสารเหล่านั้น Extension ของมหาวิทยาลัยแมริแลนด์แยกอาการจากสารกำจัดศัตรูพืชว่าเป็นจุด ด่าง รอยไหม้ และปลายใบไหม้ โดยความร้อนและความชื้นสูงเพิ่มความเสี่ยง และแนะนำให้พ่นในช่วงสงบ แห้ง เย็น อุณหภูมิต่ำกว่า 85 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 29 องศาเซลเซียส)
ตารางไล่อาการ สาเหตุที่น่าจะเป็น และสิ่งที่ต้องเช็ก
ตารางนี้เป็นหลักคิดที่ผมสรุปจากแหล่งที่เปิดอ่านร่วมกับการสังเกตภาคสนาม ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยตายตัวของหน่วยงานใด อาการของหลายสาเหตุคล้ายกันมาก ดังนั้นประวัติการพ่นและสภาพอากาศสำคัญกว่ารูปร่างรอยไหม้
| อาการที่เห็น | สาเหตุที่น่าจะเป็น | สิ่งที่ต้องเช็ก | สิ่งที่ทำ |
|---|---|---|---|
| ขอบใบหรือปลายใบแห้งเป็นสีน้ำตาล พบหลังพ่น 1-3 วัน | เกลือปุ๋ยเข้มข้นเกินไป หรือแห้งเร็วเพราะแดดร้อน | กรัมที่ผสมต่อลิตรเทียบฉลาก ขนาดถังจริง เวลาที่พ่น | หยุดพ่นสูตรเดิม ลดความเข้มข้นรอบหน้า ทดสอบกับต้นจำนวนน้อยก่อน |
| จุดไหม้กระจายทั่วใบ ใบอ่อนเสียหายมากกว่าใบแก่ | ความเข้มข้นสูง หรือพืชช่วงนั้นไวต่อสาร (ยอดอ่อน ออกดอก) | ระยะของพืชขณะพ่น | ลดความเข้มข้นหรือเลื่อนช่วงพ่น |
| ใบเป็นด่างเหลืองสลับเขียว ไม่จำกัดที่ขอบใบ ไม่เกี่ยวกับวันพ่น | อาจเป็นโรค ไวรัส หรือขาดธาตุ (ไม่จำเป็นต้องเกิดจากปุ๋ย) | เกิดก่อนพ่นไหม พบแมลงพาหะไหม ต้นข้างเคียงเป็นไหม | ถ่ายรูปและปรึกษาเกษตรอำเภอ อย่าพ่นปุ๋ยซ้ำเพื่อ "แก้" |
| ใบไหม้หลังผสมปุ๋ยกับสารอื่นในถังเดียวกัน | การผสมเข้ากันไม่ได้ หรือสารจับใบ/สารอื่นมากเกิน | ฉลากสารที่ผสม ลำดับการเทใส่ถัง | เลิกผสมถังนั้น พ่นแยกกัน (ดูบทความเรื่องผสมปุ๋ยกับยา) |
| ใบเหี่ยวและเกรียมร่วมกับดินแห้ง หลังพ่นช่วงแล้ง | พืชเครียดน้ำร่วมกับเกลือปุ๋ย | ความชื้นดิน ฝนที่ผ่านมา | ให้น้ำที่ดิน ใช้ความเข้มข้นต่ำลง |
| ใบเป็นรอยเป็นแถบตามแนวละอองจากเครื่องพ่น | ละอองหนักเกินในบางจุด หรือพ่นซ้ำจุดเดิม | วิธีเดินพ่น ความสม่ำเสมอ | ปรับหัวฉีดและระยะเดิน |
สาเหตุที่ 1: ความเข้มข้นเกินจริงที่ไม่รู้ตัว
คนส่วนใหญ่คิดว่าตวงตามฉลาก แต่ความเข้มข้นจริงคลาดเคลื่อนได้จากหลายจุด
- ใช้ฉลาก "ต่อน้ำ 20 ลิตร" กับถังที่เติมน้ำได้จริงแค่ 16 ลิตร ความเข้มข้นจะสูงกว่าที่ตั้งใจ 25 เปอร์เซ็นต์ (ตัวอย่างคำนวณ: ปุ๋ย 100 กรัมในน้ำ 16 ลิตรคือ 0.625 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 0.5 เปอร์เซ็นต์ในน้ำ 20 ลิตร)
- ตวงด้วยช้อนหรือฝา ปุ๋ยเกล็ดแต่ละยี่ห้อหนักไม่เท่ากันต่อช้อน
- เติมปุ๋ยเพิ่มเมื่อน้ำเหลือน้อย โดยไม่คิดสัดส่วนใหม่
- ผสมหลายซองในถังเดียว ทำให้ปริมาณเกลือรวมสูงโดยไม่รู้
วิธีคำนวณอย่างเป็นขั้นตอนอยู่ในบทความเรื่องอัตราผสมต่อน้ำ 20 ลิตรของเว็บนี้ สูตรสั้นคือ กรัมปุ๋ย = ความเข้มข้น (เปอร์เซ็นต์) × ลิตร × 10 และความเข้มข้น 0.25-0.30 เปอร์เซ็นต์ (50-60 กรัมต่อ 20 ลิตร) ที่กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ตรวจ pH เป็นความเข้มข้นอ้างอิง ไม่ใช่อัตราแนะนำให้พ่น
สาเหตุที่ 2: แดดและความร้อน
UC Statewide IPM (มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย) ระบุปัจจัยเสี่ยงของอาการไหม้จากสารเคมีรวมถึงอากาศร้อน (ประมาณ 90 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 32 องศาเซลเซียส) พืชที่เครียดน้ำ การใช้เกินอัตรา การแห้งช้า และระยะที่ไวของพืช เช่น ต้นอ่อนและช่วงออกดอก Missouri Extension แนะนำให้พ่นช่วงอุณหภูมิประมาณ 22 องศาเซลเซียส ตอนเช้าตรู่หรือเย็น
แหล่งที่เปิดอ่านยังเห็นต่างกันเรื่องเช้าหรือเย็น เอกสารปี 2541 ของ NECTEC แนะนำเย็น ส่วนฐานข้อมูลถาม-ตอบของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (กรณีปุ๋ยคีเลต) แนะนำเช้าตรู่ และเลี่ยงแดดจัดหรือเย็น จุดร่วมเดียวที่ไม่ขัดกันคือ อย่าพ่นตอนแดดแรงหรือร้อนจัด ในแปลงจริงผมมักดูว่าใบแห้งเร็วเกินไปหรือไม่ ถ้ามองด้วยตาเห็นละอองแห้งภายในไม่กี่นาที แสดงว่าสภาพไม่เหมาะ
สาเหตุที่ 3: ชนิดพืชและระยะของพืช
WSU Extension ชี้ว่าพืชต่างชนิดมีความหนาของเยื่อหุ้มผิวใบ (cuticle) และความต้านทานปากใบต่างกัน และพืชในโรงเรือนมีเยื่อหุ้มบางกว่า ผักใบอ่อน ยอดอ่อน ต้นกล้า และช่วงออกดอกจึงไหม้ง่ายกว่าไม้ผลใบแก่ ถ้าฉลากเขียนอัตราสำหรับ "ทุกพืช" ให้ถือว่าเป็นอัตราเฉลี่ย ผักบอบบางควรเริ่มต่ำกว่า
สาเหตุที่ 4: ผสมกับสารอื่นหรือสารจับใบมากเกิน
เอกสารของศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า อาการเป็นพิษต่อพืช (ใบไหม้ ดอกร่วง ผลร่วง) เกิดได้จากการผสมสาร โดยสูตรชนิด EC เสี่ยงที่สุด รองลงมาคือ WP และการใช้สารจับใบมากเกินกับ EC รวมทั้งการผสมน้ำมันกับกำมะถัน ขึ้นกับสูตรสาร ความเครียดของพืช แสงแดดและอุณหภูมิสูง ผมไม่ได้ระบุชื่อสารหรือชื่อการค้าที่นี่ ให้ดูฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์ และถ้าเพิ่งผสมสารใหม่เข้าถังในรอบที่ใบไหม้ ให้สงสัยการผสมก่อนสงสัยปุ๋ย
แล้ว "ใบด่าง" ล่ะ ใช่ปุ๋ยหรือไม่
คำว่าใบด่างครอบคลุมหลายอาการ UC Statewide IPM เตือนว่า อาการจากสารเคมีคล้ายกับภัยแล้ง ความเป็นพิษจากเกลือ และโรคใบจุด ประวัติการใช้สารจึงเป็นเบาะแสสำคัญ เกณฑ์เบื้องต้นที่ผมใช้คือ ดูว่าอาการเริ่มหลังพ่นหรือเปล่า
- เริ่มภายใน 1-3 วันหลังพ่น เฉพาะใบที่โดนละออง: น่าจะเกี่ยวกับสารที่พ่น
- มีอยู่ก่อนพ่น หรือเกิดกับใบใหม่ที่ไม่ได้โดนละออง: ไม่น่าเกี่ยวกับการพ่นรอบนี้ อาจเป็นโรค ไวรัส หรือการขาดธาตุ
- ต้นข้างเคียงที่ไม่ได้พ่นเป็นด้วย: สาเหตุอื่น
ข้อนี้เป็นตรรกะการวินิจฉัยทั่วไปที่ผมสรุปเอง ไม่ใช่เกณฑ์ที่หน่วยงานใดกำหนด ถ้าสงสัยโรคหรือไวรัส ให้ถ่ายรูปใบ ต้น และทั้งแปลง แล้วนำไปปรึกษาเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัด ไม่ควรสั่งซื้อสารเพิ่มเองโดยไม่รู้สาเหตุ
วิธีแก้เมื่อใบไหม้แล้ว
- หยุดพ่นสูตรเดิมก่อน อย่าเร่งพ่นปุ๋ยหรือสารอื่นซ้ำเพื่อ "ฟื้นต้น" เพราะเกลือจะสะสมเพิ่ม
- ให้น้ำที่ดินตามปกติ: UC Statewide IPM แนะนำการดูแลที่ดีและให้น้ำเหมาะสม พืชฟื้นได้เมื่อมีการแตกใบใหม่ที่แข็งแรง ใบที่ไหม้แล้วจะไม่กลับเขียว
- ตัดส่วนที่เสียหายหนักออก (ถ้าจำเป็น): Extension ของมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ให้พิจารณาตัดส่วนที่เสียหาย โดยเฉพาะส่วนที่ทำให้ต้นดูแย่หรือเสี่ยงมีโรคตามมา
- ล้างด้วยน้ำเปล่า (เมื่อเพิ่งพ่น): เอกสารศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีกล่าวถึงแนวปฏิบัติให้น้ำตามหลังเมื่อพ่นปุ๋ยเพื่อลดอาการไหม้ เหมาะกับกรณีที่เห็นว่าผสมเข้มเกินไปทันที ข้อนี้ต้องดูพืชแต่ละชนิดและไม่ใช่สิ่งที่ทำได้เสมอ
- จดข้อมูล: อัตราที่ผสม ถังที่ใช้ เวลา อากาศ แล้วใช้เป็นฐานปรับรอบต่อไป
- รอบถัดไป: ลดความเข้มข้น พ่นช่วงอากาศเย็น ทดสอบกับต้นจำนวนน้อยก่อน
ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
- ชั่งปุ๋ยด้วยเครื่องชั่ง ใช้ปริมาตรน้ำจริงของถัง
- ละลายปุ๋ยในถังย่อยจนหมดก่อนเทลงถังพ่น
- ใช้น้ำสะอาด Missouri Extension และเอกสาร NECTEC แนะนำให้พ่นเจือจางและถี่กว่าความเข้มข้นสูงห่าง ๆ
- เลี่ยงพ่นตอนแดดจัด อากาศร้อนจัด หรือพืชเครียดน้ำ
- ทดสอบกับต้นจำนวนน้อยแล้วรอ 2-3 วัน (แนวปฏิบัติภาคสนาม)
- ถ้าฉลากไม่ระบุพืชของคุณ ถามร้านหรือเกษตรอำเภอก่อน
- ถือว่าปุ๋ยทางใบเป็นตัวเสริม ไม่ใช่ปุ๋ยหลัก ถ้าดินสมบูรณ์ก็ไม่จำเป็นต้องพ่นตามแผ่นพับของกรมส่งเสริมการเกษตร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดว่าใบไหม้แปลว่าปุ๋ยขาดธาตุ แล้วพ่นเพิ่ม ทำให้ไหม้หนักกว่าเดิม
- เปลี่ยนยี่ห้อทันทีโดยไม่เช็กความเข้มข้นที่ผสมจริง ปัญหาเดิมกลับมาซ้ำ
- ใส่สารหลายอย่างลงถังเดียวกัน โดยไม่รู้ว่าตัวไหนทำให้ไหม้
- พ่นรอบกลางวันเพราะรีบงาน ทั้งที่ใบแห้งเร็ว
- เหมารวมใบด่างทุกชนิดว่าเป็นอาการจากปุ๋ย ทั้งที่อาจเป็นโรคหรือไวรัสที่ต้องจัดการต่างกัน
สรุป
ใบไหม้หลังพ่นปุ๋ยทางใบมักมาจากความเข้มข้นที่สูงกว่าที่คิด แดดและความร้อน ใบที่ไวต่อสาร หรือการผสมหลายสารรวมกัน ส่วนใบด่างต้องแยกออกก่อนว่าเกี่ยวกับการพ่นหรือไม่ ลำดับการแก้คือหยุดพ่นสูตรเดิม ตรวจความเข้มข้นและการผสม ให้น้ำที่ดิน ตัดส่วนที่เสียหายหนักถ้าจำเป็น แล้วรอบหน้าลดความเข้มข้นและทดสอบกับต้นจำนวนน้อย ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นโรค ให้ถามเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัด
อ่านต่อ: ข้อผิดพลาดเรื่องฉีดปุ๋ยทางใบตอนแดดจัด | ปุ๋ยทางใบกับทางดิน ช่วงไหนควรใช้แบบไหน | ธาตุอาหารที่ให้ทางใบได้ผลจริงและที่แทบไม่ช่วย | น้ำหมักปลาทะเลเป็นปุ๋ยทางใบ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย — แผ่นพับที่ 3/2567 "การให้ปุ๋ยทางใบ" ข้อควรระวังเรื่องความเข้มข้นและการใช้เป็นตัวเสริม (https://esc.doae.go.th/การให้ปุ๋ยทางใบ/)
- Washington State University Extension (Linda Chalker-Scott) — The Myth of Foliar Feeding: เกลือค้างบนผิวใบ ความหนาเยื่อหุ้มผิวใบต่างกันตามพืช (https://wpcdn.web.wsu.edu/wp-puyallup/uploads/sites/403/2015/03/foliar-feeding.pdf)
- University of Maryland Extension — Fertilizer or pesticide burn on vegetable leaves: อาการ ปัจจัยเสี่ยง และเกณฑ์อุณหภูมิ (https://extension.umd.edu/resource/fertilizer-or-pesticide-burn-vegetable-leaves)
- UC Statewide IPM, University of California — Other chemical phytotoxicity: อาการ ปัจจัยเสี่ยง และการฟื้นตัว (https://ipm.ucanr.edu/home-and-landscape/other-chemical-phytotoxicity/)
- University of Missouri, Integrated Pest Management (David Trinklein) — Foliar Feeding Revisited: ช่วงอุณหภูมิ เวลาพ่น และการพ่นเจือจางถี่ (https://ipm.missouri.edu/MPG/2019/4/foliarFeeding/)
- ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร (ปิยะมาศ โสมภีร์) — บทความการผสมสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชกับปุ๋ยทางใบ ความเป็นพิษต่อพืชและการให้น้ำตามหลัง (https://www.opsmoac.go.th/chanthaburi-article_prov-files-441591791801)
- บทความ "การใช้ปุ๋ยทางใบ" เผยแพร่ซ้ำโดยเครือข่ายโรงเรียน NECTEC (ต้นฉบับ ต.ค. 2541) — ช่วงเวลาพ่นและการลดอัตราเมื่อร้อนหรือแล้ง (https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/technology/10000-4116.html)
- ฐานข้อมูลถาม-ตอบ Thaifarmer มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — ช่วงเวลาฉีดพ่นอาหารทางใบ กรณีปุ๋ยคีเลต (https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/question/5a09758b00215f7b382920b9)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
พ่นปุ๋ยและยาในแปลงต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไร ทำอย่างไรไม่ให้ลมพัดกลับมาโดนตัว
ชุดป้องกันขั้นต่ำตามกรมควบคุมโรคคือหมวก แว่นครอบตา หน้ากากไส้กรอง เสื้อผ้ามิดชิด ถุงมือและบูทยาง และต้องยืนเหนือลมตามกรมส่งเสริมการเกษตร
ทำปุ๋ยน้ำพ่นทางใบเองจากเศษพืชหรือปลา ใช้ได้จริงไหม และข้อควรระวัง
น้ำหมักชีวภาพที่ทำเองเป็นสารกระตุ้นเจือจาง ไม่ใช่ปุ๋ยแทนเคมี บทความสรุปสูตร อัตราเจือจาง ตัวอย่างคำนวณธาตุอาหาร และข้อควรระวังตามเอกสารกรมพัฒนาที่ดินและ สวพส.
วิธีผสมสารจับใบกับปุ๋ยทางใบให้ถูกลำดับ และสัญญาณว่าผสมผิด
ลำดับผสมที่เอกสารรองรับคือยึดฉลากก่อน แล้วน้ำ ผงที่ทำสลัวร์รี ของเหลว และสารจับใบเป็นลำดับท้ายสุด พร้อมวิธี jar test และสัญญาณว่าผสมผิด
สารจับใบคืออะไร ใช้เมื่อไหร่ และไม่จำเป็นเมื่อไหร่
สารจับใบคือสารลดแรงตึงผิวหรือสารเสริมประสิทธิภาพที่ช่วยให้น้ำพ่นแผ่และเกาะใบได้ดีขึ้น ใช้เมื่อฉลากกำหนดหรือใบเปียกยาก และไม่จำเป็นเมื่อสูตรมีผสมมาแล้ว
ผสมปุ๋ยทางใบกับยาหรือสารอื่นถังเดียวกันได้ไหม ความเสี่ยงและข้อควรรู้
หน่วยงานรัฐให้ภาพเรื่องผสมปุ๋ยกับยาไม่เหมือนกัน บทความนี้สรุปความเสี่ยง วิธีทดสอบ jar test และเงื่อนไขตัดสินใจ โดยให้ฉลากเป็นตัวตัดสิน
อัตราผสมปุ๋ยทางใบต่อน้ำ 20 ลิตร อ่านฉลากและคำนวณอย่างไรไม่ให้ใบไหม
คำนวณกรัมปุ๋ยจากความเข้มข้นและขนาดถังได้ด้วยสูตรเดียว บทความนี้มีตารางแปลง ตัวอย่างต้นทุนสมมติ และขั้นตอนทดสอบเพื่อไม่ให้ใบไหม้
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

หนังสือ คู่มือ การผลิต และ ซื้อขาย ไม้ล้อม พันล้าน : เกษตร พันธุ์ไม้ การซื้อไม้ การปลูกไม้ การขายไม้ วิธีขุดไม้ใหญ่
ดูรายละเอียด
ส่งด่วน Zebra ZD230 เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด พิมพ์ใบปะหน้า สติกเกอร์ พิมพ์ระบบ TT และ DT แถมฟรี สติกเกอร์ + หมึกริบบอน
ดูรายละเอียด
ชุดอุปกรณ์นำต้นกล้า (สำหรับรถปลูกข้าว 4 และ 6 แถว) คุณภาพ สำหรับรถปลูกข้าวเดินตาม Yanmar
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ใบไหม้แล้วจะกลับเขียวไหม
ส่วนที่ไหม้แล้วไม่กลับมาเขียว สิ่งที่ฟื้นได้คือต้น ตามที่ UC Statewide IPM ระบุว่าพืชสามารถฟื้นเมื่อแตกใบใหม่ที่แข็งแรง ถ้าอาการหนักและต้นอ่อนแอ ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอ
ควรรดน้ำล้างหลังพ่นปุ๋ยไหม้ไหม
เอกสารของศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีกล่าวถึงการให้น้ำตามหลังเพื่อลดอาการไหม้ในบริบทการพ่นปุ๋ยร่วมกับสารอื่น การทำกับพืชชนิดอื่นต้องพิจารณาเอง ถ้าทำให้ดินแฉะหรือเสี่ยงโรค ก็ไม่ควรทำ
ปุ๋ยยี่ห้อนี้ทำให้ไหม้ ควรเลิกใช้ไหม
ก่อนตัดสินใจ ตรวจความเข้มข้นที่ผสมจริง ขนาดถัง เวลาและอากาศตอนพ่น และสิ่งที่ผสมร่วมกัน ส่วนใหญ่ปัญหาอยู่ที่วิธีใช้มากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ ถ้าใช้ถูกแล้วยังไหม้ ให้แจ้งร้านหรือผู้ผลิตพร้อมรูปและข้อมูลการผสม
ใบด่างหลังพ่นปุ๋ยเป็นไวรัสไหม
บอกจากรูปไม่ได้ ใบด่างเกิดได้จากหลายสาเหตุ ให้ดูว่าเกิดก่อนหรือหลังพ่น เกิดกับใบใหม่หรือไม่ และต้นที่ไม่ได้พ่นเป็นด้วยไหม แล้วส่งรูปให้เกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดวินิจฉัย
พ่นเช้าหรือเย็นดีกว่ากัน
แหล่งที่ผมเปิดเห็นต่างกัน NECTEC (เอกสาร 2541) แนะนำเย็น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (กรณีปุ๋ยคีเลต) แนะนำเช้าตรู่ จุดร่วมคืออย่าพ่นตอนแดดจัด ให้ลองในแปลงตัวเองแล้วดูอาการใบ
