ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

พ่นปุ๋ยทางใบลำไยและมะม่วงช่วงออกดอก ได้ประโยชน์หรือเสี่ยงดอกร่วง

พ่นปุ๋ยทางใบลำไยและมะม่วงช่วงออกดอกได้ประโยชน์หรือเสี่ยงดอกร่วง อิงคู่มือกรมวิชาการเกษตร แยกระยะพ่น สาเหตุดอกร่วงจริง และข้อพลาดที่พบบ่อย ข้อมูล ต.ค. 2569

พ่นปุ๋ยทางใบลำไยและมะม่วงช่วงออกดอก ได้ประโยชน์หรือเสี่ยงดอกร่วง

คำตอบสั้น ๆ

คู่มือทางการให้พ่นปุ๋ยลำไยและมะม่วงเป็นช่วงตามระยะ ไม่ได้ให้พ่นเต็มช่วงดอกบาน บทความนี้แยกว่าแต่ละช่วงใช้อะไร และดอกร่วงมักมาจากราดำมากกว่าปุ๋ย

คำตอบสั้น: ไม่มีประกาศทางการที่สั่งให้พ่นปุ๋ยทางใบเต็มช่วงดอกบานของลำไยหรือมะม่วง คู่มือกรมวิชาการเกษตรให้พ่นเป็นช่วงตามระยะ เช่น มะม่วงพ่นโพแทสเซียมไนเตรตหลังตัดแต่ง 10-15 วัน และพ่นสูตรฟอสฟอรัสกับโพแทสเซียมสูงตอนช่อดอกโผล่ ส่วนลำไยพ่น MKP ก่อนสารเร่งดอกเมื่อใบชุดสุดท้ายอายุเกิน 60 วัน ความเสี่ยงดอกร่วงของจริงมักมาจากราดำ ฝนหลงฤดู และการพ่นทับดอกบาน ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

ช่วงออกดอกเป็นช่วงที่ชาวสวนลำไยและมะม่วงใจเต้นที่สุด ปีหนึ่งรอทั้งปีเพื่อดอกชุดเดียว ใครเดินเข้าสวนแล้วเห็นช่อดอกร่วงลงพื้นเป็นกอง ก็อดย้อนคิดไม่ได้ว่าเมื่อวานพ่นอะไรไป บทความนี้ไม่ตอบแทนสวนใดสวนหนึ่ง แต่แยกให้เห็นว่าเอกสารทางการเขียนอะไรไว้ในแต่ละระยะ จุดไหนไม่มีตัวเลข และสาเหตุดอกร่วงที่มีหลักฐานจริงคืออะไร

เริ่มจากความจริง: คำว่า "ช่วงออกดอก" ในคู่มือไม่ได้แปลว่าพ่นตอนดอกบาน

ภาพประกอบ เริ่มจากความจริง: คำว่า "ช่วงออกดอก" ในคู่มือไม่ได้แปลว่าพ่นตอนดอกบาน

คู่มือการใช้ปุ๋ยไม้ผลของกรมวิชาการเกษตร ฉบับเดือนกันยายน 2566 แบ่งการดูแลมะม่วงเป็นสี่ช่วง ไม่ได้เขียนว่าให้พ่นต่อเนื่องในช่วงดอกบาน ช่วง "ออกดอก" ในภาษาชาวสวนมักหมายถึงตั้งแต่เร่งใบให้แก่ ราดสารหรือกระตุ้นตา จนถึงช่อดอกโผล่และบาน แต่แต่ละขั้นตอนใช้ธาตุต่างกันและไม่ควรเหมารวม

ถ้าอยากเข้าใจภาพกว้างว่าเมื่อไหร่ปุ๋ยทางใบมีประโยชน์จริง อ่านประกอบกับบทความ พ่นปุ๋ยทางใบเมื่อไหร่ถึงได้ผล และ ปุ๋ยทางใบกับทางดิน ซึ่งเทียบจังหวะให้ปุ๋ยทั้งสองทางไว้

มะม่วง: สี่ช่วงตามคู่มือ กวก. กับข้อสังเกตภาคสนาม

คู่มือมะม่วงของกรมวิชาการเกษตรแบ่งดังนี้ ผมสรุปเฉพาะตัวเลขที่เปิดอ่านได้จริง

ระยะสิ่งที่คู่มือระบุหมายเหตุจากภาคสนาม
หลังตัดแต่ง 10-15 วันโพแทสเซียมไนเตรต 200-250 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรใบที่แตกใหม่ยังบาง ถ้าใช้เกินช่วงอัตราเสี่ยงใบไหม้
ช่อดอกโผล่สัดส่วนฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง คือ 1:2:1, 1:2:2, 1:3:2 หรือ MKPเอกสารไม่ได้ระบุกรัมต่อถังของสัดส่วนเหล่านี้ ให้ดูฉลากผลิตภัณฑ์
ติดผลสัดส่วน 1:1:1, 2:1:1, 3:1:1 (เช่น 21-21-21, 30-15-15, 30-10-10)ช่วงนี้ผลเล็ก ไนโตรเจนช่วยให้ผลโตตามช่อ
ก่อนเก็บเกี่ยวเพิ่มโพแทสเซียม เช่น 13-0-46 หรือ 0-0-60ไม่ได้ระบุกรัมต่อถังในเอกสารที่ผมเปิด

จุดที่ตรงกับหัวข้อมากที่สุดคือแถว "ช่อดอกโผล่" ซึ่งคู่มือแนะนำให้ใช้สัดส่วนที่ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง ไม่ได้แนะนำไนโตรเจนสูง ที่เป็นเช่นนี้เพราะไนโตรเจนมากในจังหวะที่ต้นควรทำดอก จะดึงต้นกลับไปแตกใบอ่อน ซึ่งชาวสวนมะม่วงรู้จักกันดีว่าเป็นตัวทำให้ดอกฝ่อ ผมสรุปเหตุผลนี้จากหลักสรีรวิทยาทั่วไปและจากที่คู่มือเลือกสัดส่วนไว้ ไม่ได้อ้างว่าคู่มือเขียนอธิบายเหตุผลนี้โดยตรง

ข้อมูลจากเกษตรกรที่เผยแพร่ในเว็บของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (หน้าเผยแพร่วันที่ 17 มกราคม 2568 เป็นประสบการณ์ของเจ้าของสวนมะม่วงน้ำดอกไม้ในพิจิตร ไม่ใช่มาตรฐานทางการ) แนะนำว่าหลังเปิดตาดอกแล้ว ห้ามใส่อาหารเสริมจำพวกสาหร่ายสกัดหรือจิบเบอเรลลินเพราะจะกระตุ้นให้มีใบอ่อนมากเกินไป ซึ่งสอดคล้องกับหลักข้างต้น ผมอ้างข้อนี้ในฐานะประสบการณ์ภาคสนาม ที่มาอยู่ที่ https://www.opsmoac.go.th/loei-local_wisdom-preview-471891791829

ลำไย: สองจุดที่คู่มือมีตัวเลข

ภาพประกอบ ลำไย: สองจุดที่คู่มือมีตัวเลข

สำหรับลำไย คู่มือฉบับเดียวกันมีตัวเลขสองจุด

  • ก่อนราดสารเร่งดอก เมื่อใบชุดสุดท้ายอายุเกิน 60 วัน ให้พ่นโมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต (MKP) สูตร 0-52-34 อัตรา 150 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ติดต่อกันอย่างน้อย 3 ครั้ง
  • เมื่อผลมีขนาดประมาณ 0.5 เซนติเมตร ให้พ่นยูเรีย 30 กรัม ร่วมกับ MKP 10 กรัม และโพแทสเซียมไนเตรต 60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 10 วัน จำนวน 3 ครั้ง

สังเกตว่าทั้งสองจุดไม่อยู่ในช่วงดอกบานเต็มที่ จุดแรกอยู่ก่อนกระตุ้นดอก จุดที่สองอยู่หลังติดผล ช่วงกลางตอนที่ดอกกำลังบานและแมลงเข้าผสม คู่มือไม่ได้ให้พ่นปุ๋ย นี่คือคำตอบตรง ๆ ต่อหัวข้อ "ช่วงออกดอก ได้ประโยชน์หรือเสี่ยง" คือเอกสารทางการไม่ได้ให้ตารางพ่นในช่วงนั้น

เรื่องสารเร่งดอกลำไย ผมไม่ให้อัตราโพแทสเซียมคลอเรตเพราะไม่ได้เปิดเอกสารทางการที่ให้ตัวเลขในรอบนี้ และเป็นสารที่ผิดอัตราแล้วสร้างความเสียหายได้ ให้ปฏิบัติตามหน่วยงานเกษตรจังหวัดและฉลากเท่านั้น อ่านเพิ่มเรื่องการปลูกและดูแลลำไยได้ที่ วิธีปลูกลำไย

งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและผมเปิดอ่านได้ คือการศึกษาพ่นสังกะสีกับโบรอนในลำไยที่ความเข้มข้น 0.2 เปอร์เซ็นต์ (วารสารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ส.ค. 2565) ซึ่งกล่าวถึงปัญหาผิวผลเป็นสีแดงหลังใช้คลอเรตซ้ำหลายครั้ง ผมไม่ยกผลผลิตหรือสรุปว่าพ่นแล้วดีขึ้นเพราะไม่ได้อ่านครบทุกตาราง ขอแค่ชี้ว่าการพ่นธาตุรองในลำไยเคยถูกศึกษา และปัญหาผิวแดงเป็นผลข้างเคียงที่ผู้ปลูกควรรู้ ต้นฉบับอยู่ที่ https://li01.tci-thaijo.org/index.php/MJUJN/article/view/245991

ดอกร่วง: สาเหตุที่มีหลักฐานคือราดำ ไม่ใช่ปุ๋ยโดยตรง

เอกสารเตือนภัยการเกษตรของกรมวิชาการเกษตร ช่วง 1-15 มกราคม 2569 กล่าวถึงราดำในมะม่วง ที่ทำให้ช่อดอกเหี่ยวและร่วงได้ และแนะนำให้ล้างด้วยน้ำเปล่า ข้อนี้บอกเราสองอย่าง อย่างแรก ช่อดอกร่วงมีสาเหตุจากโรคและแมลงที่ทิ้งน้ำหวาน ซึ่งไม่เกี่ยวกับปุ๋ย อย่างที่สอง ถ้าพ่นสารละลายหนืดหรือเกาะผิวช่อ จะเปียกค้างและเสี่ยงให้ราเจริญบนช่อได้มากขึ้น

ลองเดินดูช่อดอกที่ร่วง สังเกตสามอย่างก่อนโทษปุ๋ย

  • ผิวช่อมีคราบดำเหมือนเขม่าหรือมีน้ำหวานเหนียวเกาะ แสดงว่ามีแมลงปากดูดและราดำ ให้แก้ที่ต้นเหตุ เช่น ล้างด้วยน้ำเปล่าตามเอกสารเตือนภัย และปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องแมลง ไม่ใช้ชื่อการค้าใด ๆ
  • ก้านดอกเหี่ยวตั้งแต่ก้านโดยไม่มีคราบ อาจเกิดจากน้ำค้างหนัก ฝนหลงฤดู หรือต้นขาดน้ำก่อนออกดอก
  • ปลายใบหรือกลีบดอกไหม้เป็นแนวหลังพ่น แสดงว่าเข้มข้นเกินหรือพ่นกลางแดด ซึ่งเป็นเรื่องของการพ่นโดยตรง

ถ้าพื้นที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมปี 2569 การฟื้นต้นเป็นเรื่องแยกต่างหากและไม่ควรรีบกระตุ้นดอกในต้นที่รากยังไม่ฟื้น บทความ ฟื้นสวนหลังน้ำท่วม 2569 มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง เล่าเรื่องนี้ไว้

พ่นอย่างไรให้เสี่ยงน้อยที่สุด เมื่อจำเป็นต้องพ่น

สิ่งที่ชาวสวนเริ่มทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอตัวเลขใหม่คือเรื่องวิธีการ

  • เลือกเวลาเช้ามืดหรือเย็นหลังแดดอ่อน ละอองที่แห้งเร็วเกินไปจะตกผลึกบนใบ ที่แห้งช้าเกินไปจะค้างบนช่อ
  • ใช้ละอองละเอียดแต่ไม่พ่นแรงตรงใส่ช่อดอก แรงน้ำปะทะอาจทำให้เกสรหลุด
  • ทดลองก่อนในต้นเล็กหรือกิ่งหนึ่งกิ่ง รอ 2-3 วันดูอาการไหม้ แล้วค่อยพ่นทั้งสวน
  • จดวันที่ พ่นอะไร ผสมกี่กรัมต่อถัง สภาพอากาศก่อนและหลังพ่น เพื่อให้เทียบปีต่อปีได้
  • ไม่ผสมหลายอย่างในถังเดียวเพื่อประหยัดรอบ โดยไม่ทดลองผสมน้อย ๆ ก่อน เพราะตะกอนทำให้หัวพ่นอุดตันและเข้มข้นผิดจากที่คิด

คำนวณต้นทุนพ่น: ตัวอย่างสมมุติ ไม่ใช่ราคาตลาด

ภาพประกอบ คำนวณต้นทุนพ่น: ตัวอย่างสมมุติ ไม่ใช่ราคาตลาด

ผมไม่ใส่ราคาปุ๋ยเพราะไม่ได้เปิดหน้าร้านที่ระบุวันที่ แต่โครงสร้างการคิดใช้ได้กับทุกสวน ตัวอย่างข้างล่างเป็นสมมุติเพื่ออธิบายวิธีเท่านั้น

  • สูตรผลลำไยในคู่มือคือยูเรีย 30 กรัม + MKP 10 กรัม + โพแทสเซียมไนเตรต 60 กรัม ต่อ 20 ลิตร รวมน้ำหนักปุ๋ย 100 กรัมต่อถัง เป็นการบวกเลขธรรมดา
  • สามรอบ ถังละ 100 กรัม เท่ากับ 300 กรัมต่อถังต่อรอบสามรอบ ถ้าสวนใช้ 10 ถังต่อรอบ ปุ๋ยรวม 3 รอบ = 100 x 10 x 3 = 3,000 กรัม หรือ 3 กิโลกรัม ใส่ราคาจริงจากใบเสร็จร้านลงไปคูณ
  • บวกค่าแรง น้ำมัน และเวลาเดินเครื่อง แล้วเทียบกับผลผลิตที่หวังจะป้องกัน ถ้าทั้งสวนมีผลผลิตเดิมน้อย ต้นทุนพ่นอาจไม่คุ้ม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการพ่นปุ๋ยทางใบลำไยและมะม่วง

  • พ่นไนโตรเจนสูงตอนช่อดอกโผล่ ทั้งที่คู่มือให้สัดส่วนฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงในช่วงนี้
  • ใช้โพแทสเซียมไนเตรตเกินอัตราหลังตัดแต่ง ใบอ่อนไหม้และชะลอการสะสมอาหาร
  • พ่นทับช่อดอกบานตอนแมลงผสมเกสรเข้า ทั้งที่คู่มือไม่ได้ระบุให้พ่นในช่วงนั้น
  • เห็นช่อร่วงแล้วเดาว่าเป็นเพราะปุ๋ย โดยไม่ตรวจราดำหรือน้ำหวานบนช่อ
  • ใช้คลอเรตซ้ำหลายรอบกับลำไยโดยไม่ดูผิวผล รายงานวิชาการมีกล่าวถึงปัญหาผิวสีแดงหลังใช้ซ้ำ
  • ผสมปุ๋ยหลายชนิดในถังเดียวโดยไม่ทดลองก่อน จนตกตะกอนและพ่นไม่สม่ำเสมอ

ข้อผิดพลาดเรื่องจังหวะที่ใช้ได้กับหลายพืช รวมไว้ที่ ปุ๋ยน้ำปลาหมักพ่นทางใบ ถ้าสวนใช้น้ำหมัก ให้ระวังเรื่องกลิ่นดึงแมลงเข้ามาที่ช่อ

สรุป

ไม่มีประกาศทางการที่ให้พ่นปุ๋ยทางใบเต็มช่วงดอกบานของลำไยและมะม่วง คู่มือกรมวิชาการเกษตรให้ตัวเลขเป็นช่วง เช่น มะม่วงหลังตัดแต่ง 10-15 วัน ช่อดอกโผล่ และติดผล ลำไยพ่น MKP ก่อนกระตุ้นดอกและพ่นสูตรบำรุงผลเมื่อผลประมาณ 0.5 เซนติเมตร ดอกร่วงมีหลักฐานทางการว่ามาจากราดำในมะม่วง ก่อนโทษปุ๋ยให้ตรวจช่อและล้างด้วยน้ำเปล่า ทดลองพ่นกิ่งเดียวก่อน จดอัตราและวันที่ และถามเกษตรอำเภอเรื่องรอบพ่นที่เอกสารไม่ได้ระบุ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

มะม่วงควรพ่นปุ๋ยทางใบตอนไหน

คู่มือกรมวิชาการเกษตร (ก.ย. 2566) แบ่งสี่ช่วง คือหลังตัดแต่ง 10-15 วันใช้โพแทสเซียมไนเตรต 200-250 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ช่อดอกโผล่ใช้สัดส่วนฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง ติดผลใช้สัดส่วนไนโตรเจนสูงขึ้น และก่อนเก็บเกี่ยวเพิ่มโพแทสเซียม

ลำไยพ่น MKP ตอนไหน

คู่มือให้พ่น MKP 0-52-34 อัตรา 150 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ติดต่อกันอย่างน้อย 3 ครั้ง เมื่อใบชุดสุดท้ายอายุเกิน 60 วัน ก่อนกระตุ้นดอก

ช่วงดอกบานเต็มที่ควรพ่นปุ๋ยไหม

เอกสารทางการที่ผมเปิดอ่านไม่ได้ให้ตารางพ่นปุ๋ยในช่วงดอกบานเต็มที่ของลำไยหรือมะม่วง ถ้าจะพ่น ควรถามเกษตรอำเภอก่อน และหลีกเลี่ยงพ่นทับช่อดอกในช่วงแมลงผสมเกสร

ช่อดอกมะม่วงร่วงเพราะอะไร

เอกสารเตือนภัยการเกษตรของกรมวิชาการเกษตร (1-15 ม.ค. 2569) ระบุว่าราดำทำให้ช่อดอกเหี่ยวและร่วง ให้ล้างด้วยน้ำเปล่า ควรตรวจราดำและน้ำหวานบนช่อก่อนสรุปว่าเป็นเพราะปุ๋ย

ลำไยพ่นปุ๋ยบำรุงผลช่วงไหน

คู่มือให้พ่นเมื่อผลขนาดประมาณ 0.5 เซนติเมตร ด้วยยูเรีย 30 กรัม MKP 10 กรัม โพแทสเซียมไนเตรต 60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 10 วัน จำนวน 3 ครั้ง

ควรให้อัตราโพแทสเซียมคลอเรตเท่าไร

บทความนี้ไม่ให้อัตรา เพราะไม่ได้เปิดเอกสารทางการที่ให้ตัวเลขในรอบนี้ และการใช้ผิดอัตราเสี่ยงเสียหาย ให้ถามเกษตรจังหวัดและปฏิบัติตามฉลาก