คำตอบสั้น ๆ
คำนวณกรัมปุ๋ยจากความเข้มข้นและขนาดถังได้ด้วยสูตรเดียว บทความนี้มีตารางแปลง ตัวอย่างต้นทุนสมมติ และขั้นตอนทดสอบเพื่อไม่ให้ใบไหม้
คำตอบเร็ว: อัตราผสมปุ๋ยทางใบคำนวณได้จากสูตรเดียว คือ กรัมที่ต้องใช้ = ความเข้มข้น (%) × ปริมาตรน้ำ (ลิตร) × 10 เช่น น้ำ 20 ลิตร ใช้ปุ๋ย 100 กรัมจะได้ความเข้มข้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขที่ควรยึดคืออัตราบนฉลากของผลิตภัณฑ์ที่คุณซื้อ ไม่ใช่ตัวเลขจากบทความ ถ้าฉลากไม่ระบุพืชของคุณหรือกำลังเจออากาศร้อนจัด ให้เริ่มต่ำกว่าฉลากและทดลองกับต้นจำนวนน้อยก่อน แล้วรอดูอาการใบ 2-3 วัน (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
คนที่เคยพ่นปุ๋ยทางใบแล้วใบไหม้ มักบอกว่า "ตวงตามซองแล้วนะ" แต่พอไล่ดูจริง ๆ ก็พบว่าซองเขียนอัตราต่อน้ำ 20 ลิตร ส่วนถังที่ใช้เป็นถังสะพายหลัง 16 ลิตร หรือถังเครื่องยนต์ 25 ลิตร หรือบางทีใส่น้ำไม่เต็มถัง ตัวเลขบนฉลากจึงถูกแต่เอาไปใช้ผิดขนาดถัง บทความนี้เป็นวิธีคิดเลขแบบที่ใช้ได้กับทุกซองทุกขนาดถัง พร้อมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนผสมและตัวอย่างที่ติดป้ายว่าเป็นตัวอย่างชัดเจน ไม่ใช่ตัวเลขแนะนำ
ขั้นที่ 1 อ่านฉลากให้ครบก่อนตวง
ก่อนหยิบเครื่องชั่ง ให้หาข้อมูลห้าอย่างบนซองหรือขวด ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งให้ถามร้านหรือบริษัทผู้ผลิต อย่าเดา
- ชนิดผลิตภัณฑ์: ปุ๋ยเกล็ดละลายน้ำ หรือปุ๋ยน้ำ ถ้าเป็นปุ๋ยเม็ดสำหรับใส่ดิน อย่านำมาผสมน้ำพ่น
- หน่วยของอัตรา: ฉลากเขียนเป็น กรัมหรือ ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร หรือเป็นช้อนโต๊ะ หรือเป็นกรัมต่อลิตร ตรวจให้ชัดว่าต่อปริมาตรเท่าไร
- พืชที่ระบุ: ฉลากเขียนสำหรับผัก ไม้ผล ไม้ดอก หรือทุกพืช ถ้าพืชของคุณไม่อยู่ในรายการ อัตราอาจไม่เหมาะ
- ช่วงเวลาและความถี่: ถ้าฉลากระบุไว้ ให้ยึดตามนั้น
- คำเตือน: เรื่องการผสมกับสารอื่น ความร้อน และพืชที่ไวต่อสารละลาย
ฉลากผลิตภัณฑ์ปุ๋ยทางใบของผู้ผลิตไทยรายหนึ่งที่ผมเปิดอ่านสำหรับสูตร 10-52-17 และ 0-52-34 ระบุอัตรา 100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ตัวเลขนี้ใช้เป็นตัวอย่างในบทความ เพื่อให้เห็นวิธีคำนวณ ไม่ได้หมายความว่าทุกผลิตภัณฑ์หรือทุกพืชควรใช้อัตรานี้
ขั้นที่ 2 แปลงอัตราเป็นเปอร์เซ็นต์ให้เปรียบเทียบกันได้
น้ำ 1 ลิตรหนักประมาณ 1,000 กรัม ดังนั้นปุ๋ย 1 กรัมในน้ำ 1 ลิตรคือความเข้มข้นประมาณ 0.1 เปอร์เซ็นต์ (1 ÷ 1,000 × 100) จึงได้สูตรลัดที่ผมใช้ตอนสอนเกษตรกร
กรัมปุ๋ย = ความเข้มข้น (เปอร์เซ็นต์) × ลิตรน้ำ × 10
| ปริมาตรน้ำในถัง | 0.25 เปอร์เซ็นต์ (กรัม) | 0.5 เปอร์เซ็นต์ (กรัม) | 1 เปอร์เซ็นต์ (กรัม) |
|---|---|---|---|
| 16 ลิตร | 40 | 80 | 160 |
| 20 ลิตร | 50 | 100 | 200 |
| 25 ลิตร | 62.5 | 125 | 250 |
| 200 ลิตร (ถังใหญ่) | 500 | 1,000 | 2,000 |
ตารางนี้เป็นผลคำนวณจากสูตรข้างต้น ไม่ใช่อัตราแนะนำ ความเข้มข้นสามระดับเลือกมาเพราะแต่ละระดับมีที่มาในแหล่งที่ผมเปิดอ่าน ได้แก่ 0.25-0.30 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 50-60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร) คือความเข้มข้นอ้างอิงที่กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ตรวจ pH ของปุ๋ยทางใบ ซึ่งควรอยู่ที่ 4.5-6.0 ส่วน 0.5 เปอร์เซ็นต์ คือตัวเลขของฉลากผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่กล่าวไป และ 1 เปอร์เซ็นต์ คือความเข้มข้นที่งานวิจัยลำไยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใช้ในการทดลองสูตร 0-52-34 ซึ่งเป็นสภาพทดลองกับพืชเฉพาะชนิด
ข้อควรระวังเรื่องแปลงหน่วย: ถ้าฉลากให้เป็น "ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร" ของปุ๋ยน้ำ ตัวเลขเปอร์เซ็นต์เชิงน้ำหนักจะคลาดเคลื่อนเพราะปุ๋ยน้ำแต่ละสูตรมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน ในกรณีนี้อย่าแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ ให้ใช้ซีซีตามฉลากโดยตรง
ขั้นที่ 3 ตวงจริงให้ตรงกับขนาดถังที่ใช้
ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดไม่ใช่การอ่านฉลากผิด แต่เป็นการเอาอัตรา "ต่อน้ำ 20 ลิตร" ไปใช้กับถังที่ไม่ใช่ 20 ลิตร ขั้นตอนที่ผมแนะนำมีดังนี้
- วัดน้ำจริงของถัง: เติมน้ำจากภาชนะที่รู้ปริมาตร เช่น ถังตวงหรือขวดน้ำ 1.5 ลิตรนับจำนวน เติมจนถึงระดับที่คุณใช้งานจริง แล้วทำขีดไว้ที่ข้างถัง ถังสะพายหลังที่ระบุ 20 ลิตร บางรุ่นเติมได้เต็มจริงน้อยกว่านั้นเพราะต้องเหลือที่ว่างให้ปั๊ม
- คำนวณกรัม: ใช้สูตรกรัม = % × ลิตร × 10 หรือสัดส่วนจากฉลาก (เช่น ฉลากให้ 100 กรัมต่อ 20 ลิตร ถังจริง 16 ลิตร ใช้ 100 × 16 ÷ 20 = 80 กรัม)
- ชั่งด้วยเครื่องชั่ง: เครื่องชั่งดิจิทัลแบบครัวเรือนที่อ่านค่าได้ละเอียดระดับกรัมเพียงพอ การตวงด้วยช้อนมีความคลาดเคลื่อนสูง เพราะปุ๋ยเกล็ดแต่ละยี่ห้ออัดแน่นไม่เท่ากัน ถ้าต้องใช้ช้อน ให้ชั่งน้ำหนักปุ๋ยหนึ่งช้อนโต๊ะเทียบก่อน แล้วจดไว้
- ละลายในถังเล็กก่อน: เทปุ๋ยลงในกระป๋องหรือถังพลาสติกที่มีน้ำสะอาดบางส่วน คนจนละลายหมด แล้วค่อยเทลงถังพ่นผ่านตะแกรงกรอง เพื่อให้เศษที่ไม่ละลายไม่อุดหัวฉีด แผ่นพับกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าปุ๋ยเกล็ดที่ดีควรละลายได้เร็วและหมด ถ้าละลายยากหรือมีตะกอนมาก แปลว่าคุณภาพหรือน้ำที่ใช้มีปัญหา
- เติมน้ำถึงขีดและคนอีกครั้ง ก่อนสะพายขึ้นหลัง
เรื่องน้ำที่ใช้ เอกสาร "การใช้ปุ๋ยทางใบ" ที่ตีพิมพ์เมื่อ ต.ค. 2541 และเผยแพร่ซ้ำโดยเครือข่ายโรงเรียน NECTEC แนะนำให้ใช้น้ำสะอาด เป็นกลางหรือกรดอ่อน ๆ น้ำบ่อที่มีตะกอนเหล็กหรือน้ำกระด้างมาก ไม่ควรใช้ละลายทันที ให้ทดลองก่อนหรือใช้น้ำที่ใสกว่า
ขั้นที่ 4 คำนวณว่าต้องผสมกี่ถังต่อไร่ (วิธีหาตัวเลขของแปลงคุณเอง)
ปริมาณน้ำพ่นต่อไร่ขึ้นกับพืช ขนาดทรงพุ่ม และเครื่องพ่น ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกแปลง วิธีที่เชื่อถือได้คือวัดเอง
- เลือกแปลงทดลองขนาดที่วัดได้ เช่น 100 ตารางเมตร (1 ไร่ เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร)
- เติมน้ำเปล่าเต็มขีดในถัง แล้วพ่นให้ใบเปียกทั่วแบบที่ตั้งใจจะพ่นจริง คือเปียกพอ ไม่ถึงขั้นหยดไหลลงดิน (Missouri Extension แนะนำไม่ให้พ่นจนเป็นหยดเกาะ)
- วัดน้ำที่เหลือในถัง ส่วนต่างคือน้ำที่ใช้ต่อ 100 ตารางเมตร
- คูณขึ้นเป็นต่อไร่ ในตัวอย่างสมมติถ้าใช้น้ำ 12 ลิตรต่อ 100 ตารางเมตร ต่อไร่จะใช้ 12 × 16 = 192 ลิตร หรือราว 9.6 ถังขนาด 20 ลิตร (ตัวเลข 12 ลิตรเป็นสมมติเพื่อสาธิตวิธีคิด)
เมื่อรู้ลิตรน้ำต่อไร่ แล้วคูณด้วยความเข้มข้นที่ใช้ ก็จะรู้ปริมาณปุ๋ยต่อไร่ต่อรอบ การรู้ตัวเลขนี้ทำให้ซื้อปุ๋ยพอดีและคิดต้นทุนได้ ไม่ต้องเดา
ตัวอย่างคำนวณต้นทุน (ตัวเลขสมมติเพื่อสอนวิธีคิด)
| รายการ | ตัวเลขตัวอย่าง | ฐานของตัวเลข |
|---|---|---|
| อัตราปุ๋ย | 100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (0.5 เปอร์เซ็นต์) | อัตราบนฉลากผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่ผมเปิดอ่าน |
| น้ำพ่นต่อไร่ | 192 ลิตร (9.6 ถัง) | สมมติจากการวัด 12 ลิตรต่อ 100 ตร.ม. ตามขั้นที่ 4 |
| ปุ๋ยต่อไร่ต่อรอบ | 192 × 5 = 960 กรัม | คำนวณ: 0.5 เปอร์เซ็นต์ คือ 5 กรัมต่อลิตร |
| ราคาปุ๋ย | 400 บาทต่อกิโลกรัม | ตัวเลขสมมติ ราคาจริงผันผวนตามร้านและฤดูกาล ให้ใส่ราคาที่ซื้อจริง |
| ต้นทุนปุ๋ยต่อไร่ต่อรอบ | 0.96 × 400 = 384 บาท | คำนวณจากสองแถวบน ยังไม่รวมค่าแรง น้ำมัน หรือไฟฟ้า |
ถ้าตามตัวอย่างนี้พ่นเดือนละสองรอบ ต้นทุนปุ๋ยต่อไร่ต่อเดือนก็คือ 768 บาท (ตัวเลขทั้งหมดสมมติ) ส่วนที่คนมักลืมคือค่าแรงคนพ่นกับเวลา ซึ่งหลายครั้งสูงกว่าค่าปุ๋ยเอง ก่อนตัดสินใจพ่นบ่อยขึ้น ควรเทียบกับค่าวิเคราะห์ดินและปุ๋ยทางดินด้วย เพราะ Missouri Extension สรุปว่าใบดูดซึมธาตุที่พ่นได้ราว 15-20 เปอร์เซ็นต์ และกรมส่งเสริมการเกษตรถือว่าปุ๋ยทางใบเป็นการเสริม ไม่ใช่ปุ๋ยหลัก
ขั้นที่ 5 ทดสอบก่อนพ่นทั้งแปลง
ข้อนี้เป็นแนวปฏิบัติจากประสบการณ์ภาคสนาม ไม่ใช่ข้อบังคับจากแหล่งที่อ้างอิง แต่ถูกพิสูจน์ซ้ำในหลายสวนว่าช่วยลดความเสียหาย
- เลือกต้นหรือแถวที่เป็นตัวแทน 3-5 ต้น พ่นด้วยสารละลายที่ผสมแล้ว
- เก็บอีกแถวไว้เป็นตัวเทียบที่ไม่ได้พ่น และติดป้ายหรือถ่ายรูป
- รอ 2-3 วัน ดูใบอ่อนก่อน เพราะใบอ่อนแสดงอาการเร็ว ถ้าขอบใบเกรียม จุดน้ำตาล หรือใบม้วน ให้ลดความเข้มข้นลงหรือเลื่อนการพ่น
- บันทึกวันที่ อัตรา สภาพอากาศ และอาการ จะช่วยให้รอบถัดไปไม่ต้องลองใหม่
เมื่อไรควรใช้อัตราต่ำกว่าฉลาก
เอกสาร 2541 ที่เผยแพร่ซ้ำโดย NECTEC ระบุว่าอย่าผสมเข้มข้นเกินไป และให้ใช้อัตราต่ำลงในอากาศร้อนหรือแล้ง Missouri Extension แนะนำให้พ่นเข้มข้นต่ำแต่ถี่ขึ้น WSU Extension (Linda Chalker-Scott) เตือนว่าความเข้มข้นสูงทำให้ใบไหม้เมื่อน้ำระเหยทิ้งเกลือไว้ และพืชต่างชนิดมีความหนาของเยื่อหุ้มผิวใบต่างกัน พืชที่ปลูกในโรงเรือนมักมีเยื่อบางกว่า ซึ่งแปลว่าไวกว่า สถานการณ์ที่ควรลดอัตราหรือทดสอบก่อนเป็นพิเศษคือ
- ผักใบอ่อน ต้นกล้า และยอดอ่อน
- พืชในโรงเรือนหรือโรงเพาะ ที่อากาศร้อนอับ
- วันที่ร้อนจัดหรือแดดแรง ใบแห้ง ดินแห้ง ต้นเครียดน้ำ
- ช่วงออกดอกหรือติดผลอ่อน
- ผลิตภัณฑ์ที่ฉลากไม่ระบุพืชของคุณ
เช็กลิสต์ก่อนเริ่มพ่น
- รู้ปริมาตรน้ำจริงในถัง ไม่ใช่ตัวเลขที่เขียนข้างถัง
- คำนวณกรัมแล้ว ชั่งด้วยเครื่องชั่ง ไม่ใช่ตวงด้วยตา
- ละลายในถังย่อยจนหมด กรองก่อนเทลงถังพ่น
- น้ำใสสะอาด ไม่มีตะกอน
- ทดสอบกับต้นจำนวนน้อยแล้วรอ 2-3 วัน
- เลือกช่วงที่แดดไม่จัด และสวมอุปกรณ์ป้องกัน (หน้ากาก ถุงมือ แว่นตา)
- จดอัตรา วันที่ และผลที่เห็น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้อัตรา "ต่อน้ำ 20 ลิตร" กับถัง 16 หรือ 25 ลิตรโดยไม่ปรับสัดส่วน
- ตวงปุ๋ยด้วยช้อนหรือฝาขวดโดยไม่เคยชั่งเทียบ ทำให้ความเข้มข้นคลาดเคลื่อนทีละนิดจนใบไหม้
- เทปุ๋ยเกล็ดลงถังพ่นโดยตรงโดยไม่ละลายก่อน เศษที่ไม่ละลายอุดหัวฉีดและพ่นไม่สม่ำเสมอ
- เพิ่มความเข้มข้นเพราะคิดว่ายิ่งเข้มข้นยิ่งไว ทั้งที่งานของ WSU และ Missouri ชี้ว่าธาตุหลักทางใบมีข้อจำกัดและเข้มข้นเกินก็ไหม้
- พ่นตอนแดดจัดหรือพ่นจนน้ำหยดไหลเต็มใบ
- ลอกอัตราจากงานวิจัยหรือจากเพื่อนบ้านที่ปลูกพืชอื่น แล้วใช้กับพืชตัวเอง
สรุป
อัตราผสมปุ๋ยทางใบไม่ต้องจำตัวเลข จำสูตรเดียวพอ คือ กรัม = เปอร์เซ็นต์ × ลิตร × 10 แล้วเริ่มจากฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ซื้อ วัดปริมาตรน้ำจริงในถัง ชั่งปุ๋ยด้วยเครื่องชั่ง ละลายในถังย่อยก่อน ทดสอบกับต้นจำนวนน้อย และลดอัตราเมื่อร้อนจัดหรือพืชบอบบาง ตัวเลขต้นทุนในบทความเป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ถ้าฉลากไม่ระบุพืชของคุณ ให้สอบถามเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัด
อ่านต่อ: ข้อผิดพลาดเรื่องฉีดปุ๋ยทางใบตอนแดดจัด | ธาตุอาหารที่ให้ทางใบได้ผลจริงและที่แทบไม่ช่วย | ปุ๋ยทางใบกับทางดิน ช่วงไหนควรใช้แบบไหน | น้ำหมักปลาทะเลเป็นปุ๋ยทางใบ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมส่งเสริมการเกษตร กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย — แผ่นพับที่ 3/2567 "การให้ปุ๋ยทางใบ" ความเข้มข้นอ้างอิง 0.25-0.30 เปอร์เซ็นต์ pH 4.5-6.0 และคุณสมบัติปุ๋ยเกล็ดที่ดี (https://esc.doae.go.th/การให้ปุ๋ยทางใบ/)
- ข้อมูลผลิตภัณฑ์ปุ๋ยทางใบของผู้ผลิตไทยรายหนึ่ง — อัตรา 100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ของสูตร 10-52-17 (https://www.chiataigroup.com/business/plant-protection/FoliarFertilizerAndHormone/MAMIGRO-10-52-17) และ 0-52-34 (https://www.chiataigroup.com/business/plant-protection/FoliarFertilizerAndHormone/MAMIGRO-0-52-34)
- วารสารเกษตร 29(1): 13-18 (2556) คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ — ความเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ของ 0-52-34 ในงานทดลองลำไย (https://li01.tci-thaijo.org/index.php/joacmu/article/download/245916/168110)
- วารสารวิจัยและสื่อสารการเกษตร 11(3) (2538) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ — โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต 1.25 และ 5 เปอร์เซ็นต์ในมะม่วง (https://li01.tci-thaijo.org/index.php/joacmu/article/view/247546)
- University of Missouri, Integrated Pest Management (David Trinklein) — Foliar Feeding Revisited: การดูดซึม 15-20 เปอร์เซ็นต์ พ่นเข้มข้นต่ำแต่ถี่ ไม่พ่นจนเป็นหยด (https://ipm.missouri.edu/MPG/2019/4/foliarFeeding/)
- Washington State University Extension (Linda Chalker-Scott) — The Myth of Foliar Feeding: ความเข้มข้นสูงทำให้ใบไหม้ ความหนาเยื่อหุ้มผิวใบต่างกันตามพืช (https://wpcdn.web.wsu.edu/wp-puyallup/uploads/sites/403/2015/03/foliar-feeding.pdf)
- บทความ "การใช้ปุ๋ยทางใบ" เผยแพร่ซ้ำโดยเครือข่ายโรงเรียน NECTEC (ต้นฉบับ ต.ค. 2541) — น้ำที่ใช้ละลายและการลดอัตราเมื่อร้อนหรือแล้ง (https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/technology/10000-4116.html)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
พ่นปุ๋ยและยาในแปลงต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไร ทำอย่างไรไม่ให้ลมพัดกลับมาโดนตัว
ชุดป้องกันขั้นต่ำตามกรมควบคุมโรคคือหมวก แว่นครอบตา หน้ากากไส้กรอง เสื้อผ้ามิดชิด ถุงมือและบูทยาง และต้องยืนเหนือลมตามกรมส่งเสริมการเกษตร
ทำปุ๋ยน้ำพ่นทางใบเองจากเศษพืชหรือปลา ใช้ได้จริงไหม และข้อควรระวัง
น้ำหมักชีวภาพที่ทำเองเป็นสารกระตุ้นเจือจาง ไม่ใช่ปุ๋ยแทนเคมี บทความสรุปสูตร อัตราเจือจาง ตัวอย่างคำนวณธาตุอาหาร และข้อควรระวังตามเอกสารกรมพัฒนาที่ดินและ สวพส.
วิธีผสมสารจับใบกับปุ๋ยทางใบให้ถูกลำดับ และสัญญาณว่าผสมผิด
ลำดับผสมที่เอกสารรองรับคือยึดฉลากก่อน แล้วน้ำ ผงที่ทำสลัวร์รี ของเหลว และสารจับใบเป็นลำดับท้ายสุด พร้อมวิธี jar test และสัญญาณว่าผสมผิด
สารจับใบคืออะไร ใช้เมื่อไหร่ และไม่จำเป็นเมื่อไหร่
สารจับใบคือสารลดแรงตึงผิวหรือสารเสริมประสิทธิภาพที่ช่วยให้น้ำพ่นแผ่และเกาะใบได้ดีขึ้น ใช้เมื่อฉลากกำหนดหรือใบเปียกยาก และไม่จำเป็นเมื่อสูตรมีผสมมาแล้ว
ผสมปุ๋ยทางใบกับยาหรือสารอื่นถังเดียวกันได้ไหม ความเสี่ยงและข้อควรรู้
หน่วยงานรัฐให้ภาพเรื่องผสมปุ๋ยกับยาไม่เหมือนกัน บทความนี้สรุปความเสี่ยง วิธีทดสอบ jar test และเงื่อนไขตัดสินใจ โดยให้ฉลากเป็นตัวตัดสิน
พ่นปุ๋ยทางใบแล้วใบไหม ใบด่าง สาเหตุและวิธีแก้
ใบไหม้หลังพ่นปุ๋ยมักมาจากความเข้มข้น แดด หรือการผสมสาร ส่วนใบด่างอาจไม่เกี่ยวกับปุ๋ย บทความนี้ไล่อาการ สาเหตุ และวิธีแก้ตามลำดับ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ฉลาก ฉลากสินค้า ฉลากโลโก้ สติ๊กเกอร์ สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า วุ้นมะพร้าว เต้าฮวย ติดแก้ว ฉลากติดแก้ว ฉลากเต้าฮวย วุ้น label
ดูรายละเอียด
ซื้อ 1 แถม 10 เครื่องปริ้นสติ๊กเกอร์ พกพา พิมพ์ที่อยู่ ใบปะหน้า ใบเสร็จ ไฟล์ บาร์โค้ด ฉลาก
ดูรายละเอียด![Zagro พริมโซ่ [ขนาด 1 ลิตร ] อะซีโทคลอร์ 50% EC คุมหญ้าก่อนปลูก ใน อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง พริก](/_next/image?url=%2Fimages%2Fproducts%2F27424125085.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_q94GABuxdisDW9SD6myzNLEbekfu)
Zagro พริมโซ่ [ขนาด 1 ลิตร ] อะซีโทคลอร์ 50% EC คุมหญ้าก่อนปลูก ใน อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง พริก
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
น้ำ 20 ลิตร ใช้ปุ๋ยทางใบกี่กรัม
ตอบตรง ๆ ไม่ได้ ต้องดูฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ตัวอย่างฉลากของผู้ผลิตรายหนึ่งสำหรับสูตร 10-52-17 และ 0-52-34 ระบุ 100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ 0.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนความเข้มข้น 0.25-0.30 เปอร์เซ็นต์ (50-60 กรัมต่อ 20 ลิตร) ที่กรมส่งเสริมการเกษตรเอ่ยถึงนั้นเป็นความเข้มข้นอ้างอิงสำหรับตรวจ pH ไม่ใช่อัตราพ่น
ถ้าฉลากไม่บอกอัตรา ควรทำอย่างไร
ติดต่อร้านหรือบริษัทผู้ผลิตตามเบอร์บนฉลาก หรือสอบถามเกษตรอำเภอ อย่าเดาจากผลิตภัณฑ์อื่น และถ้าจำเป็นต้องทดลองเอง ให้เริ่มจากความเข้มข้นต่ำและทดสอบกับต้นจำนวนน้อย
ใช้อัตราจากงานวิจัยได้ไหม
ไม่ควรลอกตรง งานวิจัยลำไยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใช้ 0-52-34 ความเข้มข้น 1 เปอร์เซ็นต์ และงานมะม่วงใช้โมโนโพแทสเซียมฟอสเฟต 1.25 และ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการทดลองกับพันธุ์เฉพาะภายใต้เงื่อนไขควบคุม ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับผักหรือพืชอื่น
ปุ๋ยน้ำกับปุ๋ยเกล็ดคิดเปอร์เซ็นต์เหมือนกันไหม
สูตรกรัม = % × ลิตร × 10 ใช้กับของแข็ง (ปุ๋ยเกล็ด) ส่วนปุ๋ยน้ำให้ใช้ซีซีตามฉลาก เพราะความหนาแน่นของแต่ละผลิตภัณฑ์ไม่เท่ากัน
เห็นใบไหม้หลังพ่นแล้วควรทำอย่างไร
หยุดพ่นสูตรนั้นก่อน ตรวจว่าอัตราที่ผสมจริงตรงกับที่คำนวณหรือไม่ ลองดูอากาศและเวลาที่พ่น แล้วลดความเข้มข้นหรือเลื่อนช่วงพ่นในรอบถัดไป อ่านเพิ่มเรื่องสาเหตุใบไหม้ในบทความที่เกี่ยวข้อง
ต้องพ่นบ่อยแค่ไหน
ดูฉลากเป็นหลัก ฉลากตัวอย่างที่ผมเปิดไม่ระบุช่วงห่าง Missouri Extension แนะนำให้พ่นเข้มข้นต่ำแต่ถี่ขึ้น ส่วนความถี่ที่เหมาะกับพืชของคุณให้ถามเกษตรอำเภอ
