คำตอบสั้น ๆ
จากเอกสารกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรที่เปิดอ่าน ปุ๋ยยางพาราใส่ลงดินตามอายุต้นและค่าวิเคราะห์ดิน ส่วนการพ่นทางใบผมไม่พบคำแนะนำทางการ บทความนี้อธิบายเหตุผลจากการกระจายของราก และบอกว่าควรตรวจกับหน่วยงานไหน
คำตอบสั้น ๆ: ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ผมค้นเอกสารกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรที่เปิดอ่านได้ ไม่พบคำแนะนำทางการให้พ่นปุ๋ยทางใบยางพาราเป็นประจำ เอกสารทางการเน้นใส่ปุ๋ยลงดิน โดยยางอ่อนกับยางกรีดต่างกันที่อัตราตามอายุต้น แนวใส่ปุ๋ย และเป้าหมาย ถ้าคิดจะพ่นทางใบ ควรสอบถามการยางแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยยาง หรือเกษตรอำเภอก่อนลงทุน และเก็บเงินไว้ใส่ปุ๋ยดินให้ถูกช่วงก่อน
เริ่มด้วยความจริงที่ต้องยอมรับ: ผมไม่พบแหล่งที่แนะนำให้พ่นทางใบยางพารา
ผมค้นทั้งไทยและอังกฤษหลายรอบ เปิดเอกสารกรมวิชาการเกษตร (ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา) และเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ ทั้งสองฉบับพูดถึงปุ๋ยยางพาราที่ใส่ลงดินเท่านั้น ไม่มีหัวข้อพ่นทางใบ ผมจึงไม่ขอเขียนว่า "ต้องพ่นช่วงนั้นเท่านี้" เพราะจะเป็นการเดา
บทความนี้จึงทำสองอย่าง อย่างแรกอธิบายว่าเอกสารทางการจัดการปุ๋ยยางอ่อนกับยางกรีดอย่างไร อย่างที่สองให้เหตุผลว่าทำไมชาวสวนควรใส่ปุ๋ยดินให้ครบก่อนคิดเรื่องปุ๋ยน้ำ
ทำไมปุ๋ยดินยังเป็นพระเอกของสวนยาง
เอกสารกระบี่ (ที่มาจากกรมส่งเสริมการเกษตร) อธิบายเรื่องราก ซึ่งช่วยตอบคำถามว่าทำไมต้องเลือกวิธีใส่ตามอายุ
- ยางอายุน้อย รากแผ่เป็นวงรอบโคนต้น และไปถึงกลางแถวเมื่ออายุราว 4 ปี
- หลัง 5 ปี รากหนาแน่นในระยะประมาณ 60 เซนติเมตรถึง 3 เมตรจากโคนต้น
- ยางอายุ 17 เดือนขึ้นไป หว่านปุ๋ยข้างแถวละ 1 เมตร
- ยางอายุ 5 ปีขึ้นไป หว่านจากระยะ 50 เซนติเมตรออกไปถึง 3 เมตร
- ยางที่กรีดแล้ว หว่านทั่วแปลง โดยเว้นห่างจากโคนต้นข้างละ 1 เมตร
แปลว่าธาตุอาหารที่ใส่ต้องไปอยู่ตรงโซนรากดูดอาหาร ไม่ใช่ใกล้โคนต้นจนเกินไป ความรู้แบบนี้ชาวสวนที่ใส่ปุ๋ยมานานรู้ดี แต่มือใหม่มักกองปุ๋ยชิดโคนต้น ซึ่งเสียทั้งปุ๋ยและเสี่ยงรากไหม้
ยางอ่อนกับยางกรีด ต่างกันตรงไหนตามเอกสาร
| ประเด็น | ยางอ่อน (ก่อนกรีด) | ยางกรีด |
|---|---|---|
| หลักการให้อัตรา | แบ่งตามช่วงอายุ 1-3 เดือน, 6 เดือน, 12-18 เดือน, 24-42 เดือน, 60-72 เดือน | ปรับตามค่าวิเคราะห์ดิน (เอกสารสงขลาเน้นแนวทางนี้กับยางกรีด) |
| ความถี่ | ก่อน 17 เดือน ใส่ถี่กว่า หลัง 17 เดือนปีละ 2 ครั้ง | ปีละ 2 ครั้ง ก่อนและหลังฤดูฝน |
| วิธีใส่ | หว่านข้างแถว หรือขุดหลุม 2-4 หลุมต่อต้นในพื้นที่ลาด | หว่านทั่วแปลง เว้นข้างโคนต้นละ 1 เมตร |
| เป้าหมาย | ให้ต้นโตเร็วและเปิดกรีดตามเกณฑ์ | รักษาผลผลิตน้ำยางและต้นทุนปุ๋ย |
เรื่องตารางตามอายุ เอกสารสงขลาให้ตัวอย่างสำหรับดินที่มีระดับธาตุหลักต่ำทั้งสามตัว (ผมอ้างเป็นตัวอย่างเท่านั้น) ได้แก่ ที่อายุ 1-3 เดือน ใช้ 46-0-0 จำนวน 4.0 กิโลกรัม, 18-46-0 จำนวน 1.5 กิโลกรัม, 0-0-60 จำนวน 2.5 กิโลกรัม คิดเป็น 105 กรัมต่อต้น ที่ 24-42 เดือน ใช้ 12.0, 4.0 และ 7.2 กิโลกรัม คิดเป็น 305 กรัมต่อต้น ที่ 60-72 เดือน ใช้ 15.0, 5.4 และ 9.4 กิโลกรัม คิดเป็น 400 กรัมต่อต้น
หมายเหตุจากผมเอง: ผมตีความว่ากิโลกรัมในตารางต้นฉบับเป็นปริมาณต่อไร่ เพราะเมื่อหารผลรวมด้วยกรัมต่อต้นจะได้ราว 76 ต้นต่อไร่ ซึ่งสอดคล้องกับระยะปลูกทั่วไป แต่ผมไม่ได้เห็นคำอธิบายหน่วยตรง ๆ ในข้อความที่ดึงมา ให้เปิดเอกสารต้นฉบับยืนยันก่อนนำตัวเลขไปใช้จริง และอัตราที่ต่ำหรือสูงขึ้นกับระดับธาตุในดินของแต่ละแปลง ไม่ใช่ตัวเลขกลางที่ใช้ได้ทุกสวน
ผลที่ได้จากการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
เอกสารศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลารายงานผลเทียบกับวิธีของเกษตรกร ดังนี้
| พื้นที่ทดลอง | ผลผลิตน้ำยาง | รายได้ | ต้นทุนปุ๋ย |
|---|---|---|---|
| สงขลา | เพิ่ม 2.45% | เพิ่ม 4.43% | ลด 13.37% |
| สตูล | เพิ่ม 6.42% | เพิ่ม 8.63% | ลด 17.73% |
เอกสารบอกด้วยว่าปีที่ 3 ที่สงขลาผลผลิตลดลง 5.31% จึงเห็นว่าผลแปรผันตามปี ผลผลิตเฉลี่ยในเอกสารคือสงขลา 236 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี และสตูล 241 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี (อ้างสถาบันวิจัยยาง 2561) เอกสารยังเตือนว่าไม่ควรกรีดติดต่อกันเกิน 3 วัน
ข้อสรุปแบบชาวสวนคือ ความคุ้มค่าที่พิสูจน์แล้วมาจากการ "ลดต้นทุนปุ๋ยโดยใส่ตามค่าดิน" ไม่ใช่การเพิ่มของพ่นทางใบ ตัวเลขข้างต้นก็เป็นผลในสองจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ไม่ควรเอาไปคาดว่าภาคอื่นจะได้เหมือนกัน
ขั้นตอนเก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ (ตามเอกสารสงขลา)
- แบ่งแปลงตามลักษณะดินและอายุต้นยาง
- เก็บดิน 2 ระดับ คือ 0-15 เซนติเมตร และ 15-30 เซนติเมตร
- เก็บแปลงละ 9-12 จุด กระจายทั่วแปลง
- เก็บตัวอย่างประมาณ 1 กิโลกรัม
- ส่งวิเคราะห์ตามหน่วยงานที่เกษตรอำเภอหรือสำนักงานการยางแนะนำ
- นำผลมาเลือกอัตราปุ๋ยจากตารางตามอายุและระดับธาตุ
- กำจัดวัชพืชก่อนใส่ แล้วใส่เมื่อดินมีความชื้น ปีละ 2 ครั้ง ก่อนและหลังฤดูฝน
ข้อสังเกตเรื่องฤดู ปลายตุลาคมแบบนี้หลายพื้นที่ภาคใต้ยังมีฝน เป็นช่วงที่ชาวสวนต้องวางแผนใส่ปุ๋ยรอบหลังฝน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือฝนเริ่มจาง ตรวจพยากรณ์ฝนกับกรมอุตุนิยมวิทยาก่อนกำหนดวันใส่ ผมไม่ได้ระบุเดือนใส่เฉพาะเพราะเอกสารระบุแค่ก่อนและหลังฤดูฝน
แล้วถ้าอยากทดลองพ่นทางใบ ควรทำอย่างไรให้ไม่เสียหาย
ผมไม่ห้าม แต่ขอให้ทำแบบที่ตรวจสอบได้ เพราะไม่มีแหล่งที่ผมเปิดอ่านรองรับ ผมจึงขอเสนอวิธีทดลองที่ไม่เสี่ยง
- ถามสำนักงานการยางแห่งประเทศไทยสาขาในพื้นที่ หรือสถาบันวิจัยยาง ว่ามีผลทดลองหรือคำแนะนำล่าสุดหรือไม่
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนถูกต้อง อ่านฉลากเรื่องอัตราผสมและพืชที่ใช้ได้ ผมไม่ระบุชื่อการค้าและไม่ให้อัตรา
- เลือกยางอ่อนที่ต้นยังไม่สูง เพราะพ่นถึงยอดได้ง่ายกว่ายางใหญ่ และทดลองเป็นแถวสั้น ๆ
- เว้นแถวเทียบที่ไม่พ่น จดอายุต้น ขนาดลำต้น และวันที่พ่น
- ใส่ปุ๋ยดินตามโปรแกรมตามปกติทั้งสองแถว เพื่อไม่ให้ผลทดลองเพี้ยน
- วัดผลด้วยเส้นรอบวงลำต้นในยางอ่อน หรือน้ำหนักน้ำยางต่อวันในยางกรีด ไม่ใช่ดูแค่สีใบ
ตัวอย่างวิธีคิดต้นทุน (ตัวเลขสมมติ)
ผมไม่ใส่ราคาปุ๋ย ราคายางแผ่น หรือค่าเช่าอุปกรณ์ เพราะไม่ได้เปิดแหล่งราคาที่ลงวันที่ไว้ ตารางด้านล่างเป็นเพียงโครงสำหรับคำนวณ
| รายการ | วิธีคิด | ตัวอย่างสมมติ |
|---|---|---|
| จำนวนต้นต่อไร่ | นับจากระยะปลูกจริงของสวนคุณ | สมมติ 76 ต้น (ตัวเลขที่ผมคำนวณย้อนจากเอกสาร ให้ใช้จำนวนจริงของคุณ) |
| ปุ๋ยดินต่อไร่ต่อปี | กิโลกรัมต่อไร่จากตารางตามอายุ x ราคาต่อกิโลกรัมจากร้านที่ซื้อจริง | ตัวแปร |
| ปุ๋ยน้ำที่อยากลอง | ราคาต่อขวด ÷ พื้นที่ที่พ่นได้ตามฉลาก + ค่าแรงหรือค่าเครื่อง | ตัวแปร |
| น้ำยางที่ต้องเพิ่มเพื่อคุ้ม | ต้นทุนปุ๋ยน้ำต่อไร่ ÷ ราคาน้ำยางหรือยางแผ่นต่อกิโลกรัม | ใช้ราคาล่าสุดที่ลงวันที่จากจุดรับซื้อ |
ถ้าคุณใช้ค่าเฉลี่ยที่เอกสารรายงาน (236-241 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี) ต้องเพิ่มกี่กิโลกรัมถึงคุ้ม ให้ลองหาเป็นเปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทั้งปี แล้วถามตัวเองว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ในเมื่อวิธีที่มีหลักฐานอย่างการใส่ตามค่าดินยังเพิ่มได้เพียง 2.45-6.42 เปอร์เซ็นต์ตามเอกสารสงขลา
เชื่อมกับเรื่องน้ำและการลงทุนในสวนยางอ่อน
ยางอ่อนที่เพิ่งปลูกมักตายเพราะแล้งมากกว่าขาดปุ๋ยน้ำ ถ้าอยากดูแนวทางรดน้ำช่วงแล้ง อ่าน ยางพาราขาดน้ำช่วงแล้ง และถ้าอยากประเมินต้นทุนระบบน้ำหยดสำหรับยางอ่อน ดู ต้นทุนระบบน้ำหยดยางอ่อน ส่วนภาพรวมการปลูกและดูแลดูที่ วิธีปลูกยางพารา และ การดูแลยางพารา เกณฑ์เปรียบเทียบพ่นทางใบกับใส่ดินของพืชทั่วไปอยู่ที่ พ่นปุ๋ยทางใบกับใส่ลงดิน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- กองปุ๋ยชิดโคนต้น ทั้งที่รากดูดอาหารอยู่ห่างออกไป (ยางใหญ่อยู่ราว 60 เซนติเมตรถึง 3 เมตร)
- ใส่ปุ๋ยตอนดินแห้ง ธาตุอาหารไม่ละลายและสูญเปล่า เอกสารให้ใส่ตอนดินมีความชื้น
- ไม่กำจัดวัชพืชก่อนใส่ ปุ๋ยไปเลี้ยงหญ้า
- ใช้ตารางปุ๋ยของอายุอื่นหรือของภาคอื่นโดยไม่ดูค่าดินของสวนตัวเอง
- เห็นใบยางซีดแล้วรีบพ่นปุ๋ยน้ำ โดยไม่ดูโรคใบและสภาพน้ำ
- กรีดหนักต่อเนื่องเกิน 3 วัน ทำให้ต้นโทรม แล้วเข้าใจว่าขาดธาตุอาหาร
สิ่งที่ผมยืนยันไม่ได้ และจะถามใคร
- คำแนะนำพ่นปุ๋ยทางใบยางพาราอย่างเป็นทางการ: ไม่พบ ให้สอบถามการยางแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยยาง และเกษตรอำเภอ
- อัตราและสูตรปุ๋ยน้ำสำหรับยาง: ไม่ระบุ ให้ยึดฉลากของผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียน
- หน่วยของตัวเลขกิโลกรัมในตารางอายุยาง: ผมตีความเป็นต่อไร่ ให้ตรวจต้นฉบับ
- ราคาปุ๋ยและราคายาง: ไม่ระบุตัวเลข ให้ใช้ราคาที่ลงวันที่ล่าสุด
คำเตือนความปลอดภัย: ถ้าจะใช้ปุ๋ยน้ำหรือสารใด ๆ พ่นขึ้นที่สูง ต้องสวมแว่น หน้ากาก ถุงมือ และไม่พ่นสวนทางลม ผมไม่แนะนำให้ปีนต้นหรือพ่นเองบนที่สูงโดยไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม
สรุป
ปุ๋ยยางพาราที่มีหลักฐานทางการคือปุ๋ยดิน ใส่ตามอายุต้นและค่าวิเคราะห์ดิน ปีละ 2 ครั้ง ก่อนและหลังฤดูฝน หว่านในโซนรากที่เปลี่ยนไปตามอายุ ผลทดลองในสงขลาและสตูลให้ต้นทุนปุ๋ยลด 13.37% และ 17.73% ส่วนการพ่นปุ๋ยทางใบ ผมไม่พบคำแนะนำทางการ จึงไม่ให้สูตรหรืออัตรา หากจะลอง ให้ถามการยางแห่งประเทศไทยหรือสถาบันวิจัยยางก่อน ใช้ผลิตภัณฑ์ตามฉลาก ทดลองแถวสั้นพร้อมแถวเทียบ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา — การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินสำหรับยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง https://www.doa.go.th/oard8/wp-content/uploads/2023/04/6604%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2.pdf
- กรมส่งเสริมการเกษตร (เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่) — ปุ๋ยยางพารา ใส่อย่างไรให้ได้น้ำยางเยอะ https://kas.siamkubota.co.th/wp-content/uploads/2022/09/ปุ๋ยยางพารา_ใส่อย่างไรให้ได้น้ำยางเยอะ.pdf
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
พ่นปุ๋ยและยาในแปลงต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไร ทำอย่างไรไม่ให้ลมพัดกลับมาโดนตัว
ชุดป้องกันขั้นต่ำตามกรมควบคุมโรคคือหมวก แว่นครอบตา หน้ากากไส้กรอง เสื้อผ้ามิดชิด ถุงมือและบูทยาง และต้องยืนเหนือลมตามกรมส่งเสริมการเกษตร
ทำปุ๋ยน้ำพ่นทางใบเองจากเศษพืชหรือปลา ใช้ได้จริงไหม และข้อควรระวัง
น้ำหมักชีวภาพที่ทำเองเป็นสารกระตุ้นเจือจาง ไม่ใช่ปุ๋ยแทนเคมี บทความสรุปสูตร อัตราเจือจาง ตัวอย่างคำนวณธาตุอาหาร และข้อควรระวังตามเอกสารกรมพัฒนาที่ดินและ สวพส.
วิธีผสมสารจับใบกับปุ๋ยทางใบให้ถูกลำดับ และสัญญาณว่าผสมผิด
ลำดับผสมที่เอกสารรองรับคือยึดฉลากก่อน แล้วน้ำ ผงที่ทำสลัวร์รี ของเหลว และสารจับใบเป็นลำดับท้ายสุด พร้อมวิธี jar test และสัญญาณว่าผสมผิด
สารจับใบคืออะไร ใช้เมื่อไหร่ และไม่จำเป็นเมื่อไหร่
สารจับใบคือสารลดแรงตึงผิวหรือสารเสริมประสิทธิภาพที่ช่วยให้น้ำพ่นแผ่และเกาะใบได้ดีขึ้น ใช้เมื่อฉลากกำหนดหรือใบเปียกยาก และไม่จำเป็นเมื่อสูตรมีผสมมาแล้ว
ผสมปุ๋ยทางใบกับยาหรือสารอื่นถังเดียวกันได้ไหม ความเสี่ยงและข้อควรรู้
หน่วยงานรัฐให้ภาพเรื่องผสมปุ๋ยกับยาไม่เหมือนกัน บทความนี้สรุปความเสี่ยง วิธีทดสอบ jar test และเงื่อนไขตัดสินใจ โดยให้ฉลากเป็นตัวตัดสิน
พ่นปุ๋ยทางใบแล้วใบไหม ใบด่าง สาเหตุและวิธีแก้
ใบไหม้หลังพ่นปุ๋ยมักมาจากความเข้มข้น แดด หรือการผสมสาร ส่วนใบด่างอาจไม่เกี่ยวกับปุ๋ย บทความนี้ไล่อาการ สาเหตุ และวิธีแก้ตามลำดับ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คู่มือ ยางพารา สอนการปลูก ยาง หนังสือ เกษตร การคัดเลือกพันธุ์ การขยายพันธุ์ การกรีดยาง การแปรรูป การทำยางแผ่น US.Station
ดูรายละเอียด
ถุงแสนดี ถุงปลูกมะนาว ขนาด 50x40 cm 1 ใบ 120บาท
ดูรายละเอียด
อุปกรณ์เลี้ยงนก ไฟส่องไข่นก ไฟนก ไฟฉายส่องไข่นก อุปกรณ์สำหรับ นก นกแก้ว นกหงส์หยก ไก่ ไฟส่องไข่ ฟักไข่
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ยางพาราพ่นปุ๋ยทางใบได้ไหม มีคำแนะนำทางการหรือเปล่า
ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ผมค้นเอกสารกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรที่เปิดอ่านได้ ไม่พบคำแนะนำทางการให้พ่นปุ๋ยทางใบยางพาราเป็นประจำ เอกสารทั้งหมดเน้นใส่ปุ๋ยลงดินตามอายุและค่าวิเคราะห์ดิน ถ้าสงสัย ให้สอบถามการยางแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยยาง หรือเกษตรอำเภอ
ยางอ่อนกับยางกรีดใส่ปุ๋ยต่างกันอย่างไร
ตามเอกสารกรมวิชาการเกษตร ยางก่อนกรีดแบ่งอัตราปุ๋ยตามช่วงอายุ เช่น 1-3 เดือน 6 เดือน 12-18 เดือน 24-42 เดือน 60-72 เดือน ยางที่ 17 เดือนขึ้นไปใส่ปีละ 2 ครั้ง ก่อนกรีดจะหว่านเป็นแนวสองข้างแถว ยางกรีดหว่านทั่วแปลงโดยเว้นห่างโคนต้นข้างละ 1 เมตร
ใส่ปุ๋ยยางพาราปีละกี่ครั้ง ช่วงไหน
เอกสารศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลาแนะนำปีละ 2 ครั้ง ก่อนและหลังฤดูฝน ตอนดินมีความชื้น และกำจัดวัชพืชก่อนใส่
การวิเคราะห์ดินสำหรับยางพาราเก็บตัวอย่างอย่างไร
เอกสารระบุเก็บดินที่ความลึก 0-15 และ 15-30 เซนติเมตร แปลงละ 9-12 จุด จุดละประมาณ 1 กิโลกรัมต่อตัวอย่าง แล้วส่งวิเคราะห์ตามคำแนะนำของหน่วยงาน
ทำไมการพ่นทางใบจึงเข้าใจยากในยางพารา
ยางพาราเป็นไม้ยืนต้นสูง ทรงพุ่มใหญ่ การพ่นถึงยอดต้องใช้เครื่องพ่นแรงดันสูงหรือเครื่องบินไร้คนขับ ซึ่งผมไม่ได้เปิดข้อมูลต้นทุนหรือผลทดลองที่ลงวันที่ จึงขอไม่ตัดสินใจแทน ให้สอบถามหน่วยงานก่อนลงทุน
ยางอ่อนขาดน้ำช่วงแล้ง ควรแก้ด้วยปุ๋ยหรือไม่
ปัญหาแล้งในยางอ่อนควรแก้ที่น้ำและการดูแลก่อน ดูแนวทางจัดการน้ำในบทความเรื่องน้ำยางอ่อนช่วงแล้งของเว็บเรา เพราะใส่ปุ๋ยตอนดินแห้งไม่ละลายและพืชไม่ดูดซึม
