ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

ท่อ PE ขนาด 4 หุน 6 หุน 1 นิ้ว ต่างกันอย่างไร ใช้ท่อเมนท่อย่อยขนาดไหน

ท่อ PE 4 หุน 6 หุน และ 1 นิ้ว ตรงกับกี่มิลลิเมตร เลือกท่อเมนท่อย่อยอย่างไรตามระยะทางและอัตราไหล พร้อมตารางความดันตกแบบ Hazen-Williams ที่เป็นตัวอย่างคำนวณ

ท่อ PE ขนาด 4 หุน 6 หุน 1 นิ้ว ต่างกันอย่างไร ใช้ท่อเมนท่อย่อยขนาดไหน

คำตอบสั้น ๆ

อธิบายหุน นิ้ว มิลลิเมตรของท่อ PE และวิธีเลือกขนาดเมนกับท่อย่อยจากอัตราไหลและระยะทาง พร้อมตารางความดันตกที่ระบุว่าเป็นตัวอย่างสมมติรูในท่อ

คำตอบเร็ว: "หุน" คือหน่วยเรียกแบบช่างที่ 1 หุน = 1/8 นิ้ว ท่อ PE 4 หุน (1/2 นิ้ว) ตรงกับท่อขนาด 20 มม. ส่วน 6 หุน (3/4 นิ้ว) ตรงกับ 25 มม. และ 1 นิ้วตรงกับ 32 มม. ตามตารางขนาดท่อ PE ของผู้ผลิตรายหนึ่งที่เปิดอ่าน ตัวเลขมิลลิเมตรคือเส้นผ่านศูนย์กลางนอกโดยประมาณ ส่วนความหนาผนังเปลี่ยนตามชั้นความดัน (PN) และเกรดวัสดุ ทำให้รูในท่อของขนาดเดียวกันไม่เท่ากัน การเลือกท่อเมนและท่อย่อยจึงไม่ควรดูแค่ชื่อขนาด ให้ดู "น้ำที่ต้องไหลผ่านท่อ" กับ "ระยะทาง" ผู้เขียนคำนวณด้วยสูตร Hazen-Williams (ตัวอย่างสมมติรูในท่อ) พบว่าแปลงน้ำหยด 1 ไร่ที่ต้องการราว 6.65 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามหลักของ มทส. ถ้าใช้ท่อรูใน 26 มม. ความดันตกราว 51 เมตรน้ำต่อท่อ 100 เมตร ซึ่งมากเกินใช้ ต้องแบ่งโซนหรือใช้ท่อเมนใหญ่ขึ้น (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

หน้าร้านวัสดุเกษตรมักได้ยินประโยคว่า "เอาท่อ PE สี่หุนมาร้อยเมตร" ซึ่งผู้ขายเข้าใจ แต่พอไปซื้อร้านอื่น ได้ท่อที่ข้อต่อใส่ไม่เข้า หรือต่อแล้วน้ำไม่ถึงปลายแปลง เพราะคำว่า หุน นิ้ว และมิลลิเมตร ถูกใช้ปนกัน บทความนี้แยกชื่อขนาดให้ชัดก่อน แล้วตอบคำถามที่คนซื้อท่อต้องตัดสินใจจริง คือท่อเมนกับท่อย่อยควรเป็นขนาดใดเมื่อเทียบกับระยะทางและปริมาณน้ำ เรื่องเกรดวัสดุและสิ่งที่ต้องตรวจก่อนจ่ายเงินอ่านที่ ท่อ PE ระบบน้ำเกษตร เลือกขนาดและเกรดยังไง สิ่งที่ต้องตรวจก่อนซื้อ บทความนี้ไม่ซ้ำกับเรื่องนั้น แต่เน้นการเทียบขนาดกับระยะทางและอัตราไหล

หุน นิ้ว มิลลิเมตร ต่างกันอย่างไร

ภาพประกอบ หุน นิ้ว มิลลิเมตร ต่างกันอย่างไร

บทความเรื่องการเรียกขนาดท่อของ twater ระบุว่าหุนเป็นหน่วยที่ 1 หุน เท่ากับ 1/8 นิ้ว ดังนั้น 4 หุนคือ 1/2 นิ้ว และท่อ HDPE ขนาด 1/2 นิ้วตรงกับ 20 มิลลิเมตร ตารางขนาดท่อ PE ของ Siam Conduit ที่เปิดอ่านจัดลำดับขนาดท่อ PE ไว้ดังนี้ ผู้เขียนเรียงชื่อเรียกแบบหุนเพิ่มเองจากการคำนวณ 1 หุน = 1/8 นิ้ว

ขนาดมิลลิเมตรขนาดนิ้ว (ตามตารางผู้ผลิต)เรียกแบบหุน (ผู้เขียนแปลงจาก 1 หุน = 1/8 นิ้ว)
163/8 นิ้ว3 หุน
201/2 นิ้ว4 หุน
253/4 นิ้ว6 หุน
321 นิ้ว8 หุน
401-1/4 นิ้ว10 หุน
501-1/2 นิ้ว12 หุน
632 นิ้ว16 หุน
752-1/2 นิ้ว20 หุน
903 นิ้ว24 หุน
1104 นิ้ว32 หุน

สามจุดที่ทำให้คนซื้อพลาด จุดแรก ตัวเลขนิ้วเป็นชื่อเรียก ไม่ใช่ขนาดจริงที่วัดได้ ท่อ 1 นิ้วของ PE (32 มม.) กับท่อ 1 นิ้วของงานประปาโลหะมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เท่ากัน จุดที่สอง ท่อ PVC ก็ขายเป็นนิ้วเหมือนกัน แต่ twater ระบุว่าท่อ PVC 1/2 นิ้วมีขนาดราว 18 มม. ไม่ใช่ 20 มม. แบบ PE ชื่อเดียวกัน คนละขนาดจริง จุดที่สาม ตัวเลขมิลลิเมตรของท่อ PE ที่ขายเป็นขนาดระบุ เป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางนอกโดยประมาณ ส่วนรูใน (ที่น้ำไหลผ่านจริง) ขึ้นกับความหนาผนัง ซึ่งผันตามชั้นความดันและเกรด PE80 หรือ PE100 ผู้เขียนไม่พบตารางความหนาผนังจากแหล่งทางการที่เปิดอ่านได้ในรอบนี้ จึงไม่ให้ตัวเลขรูในของท่อแต่ละรุ่นเป็นข้อเท็จจริง

ถ้าต้องไปซื้อท่อ ให้ถามอย่างไร

  • พูดทั้งหน่วยและตัวเลข เช่น "PE 25 มม. หรือ 6 หุน ชั้นความดันเท่าไหร่" และให้ผู้ขายยืนยันตัวพิมพ์บนเนื้อท่อ
  • อ่านตัวพิมพ์บนท่อ (ขนาด PN เกรดวัสดุ มาตรฐาน) เก็บภาพไว้ เวลาสั่งข้อต่อจะได้ตรงรุ่นเดียวกัน
  • เอาท่อตัวอย่างไปลองใส่ข้อต่อที่จะซื้อ ก่อนสั่งยกม้วน
  • อย่าซื้อท่อหลายร้านปนกันในระบบเดียว ถ้าไม่ได้ตรวจขนาดนอกและความหนา

ชั้นความดัน PN และเกรด PE80 PE100 ที่เห็นบนท่อ

ใบอนุญาตผลิตท่อ PE ตามมาตรฐาน มอก.982-2556 (เลขที่ใบอนุญาต 7702-392/982 ออกให้ผู้ผลิตรายหนึ่งในภาคใต้ เมื่อ 10 มิ.ย. 2567) ระบุประเภทท่อที่ครอบคลุมไว้ดังนี้ PE80 ชั้น PN6 ขนาด 40 ถึง 630 มม. PN8 ขนาด 32 ถึง 630 มม. PN10 ขนาด 25 ถึง 630 มม. PN12.5 ขนาด 20 ถึง 630 มม. และ PN16 ขนาด 16 ถึง 630 มม. ส่วน PE100 ชั้น PN6 ครอบคลุมขนาด 50 ถึง 630 มม. (ผู้เขียนไม่ได้อ่านรายการชั้นความดันสูงกว่านี้ของ PE100 ครบทุกแถว)

เรื่องที่ต้องรู้คือ มอก.982 เป็นมาตรฐานท่อ PE สำหรับน้ำดื่ม ท่อสีดำ ไม่มีแถบสี ตามที่ระบุในใบอนุญาต ไม่ได้บอกว่าท่อทุกม้วนที่ขายสำหรับงานเกษตรต้องผ่านมาตรฐานนี้ ท่อที่ใช้ในงานน้ำหยดแปลงผักหลายแบบไม่มีเครื่องหมาย มอก. ผู้เขียนไม่พบข้อกำหนดทางการที่เปิดอ่านได้ว่าท่อเกษตรของไทยต้องผ่านมาตรฐานใด ผู้ซื้อที่ต้องการความแน่ใจควรขอเอกสารจากผู้ขายและตรวจเครื่องหมายบนท่อ

ความหมายของ PN ที่เข้าใจกันทั่วไปคือรหัสชั้นความดันใช้งานของท่อ ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งรับความดันได้มากกว่า และผนังหนากว่าเมื่อขนาดนอกเท่ากัน ผู้เขียนไม่ได้เปิดข้อกำหนดที่นิยามความสัมพันธ์ระหว่าง PN กับความดันเป็นบาร์ หรืออุณหภูมิที่ลดค่าลง จึงขอให้อ่านตัวเลขบนท่อและตารางของผู้ผลิตรุ่นนั้น โดยเฉพาะถ้าท่อถูกแดดและร้อนจัด

เมน ท่อย่อย และสายน้ำหยด หน้าที่ต่างกัน

ระบบน้ำหยดแบ่งท่อเป็นสามระดับ ท่อเมน (main) พาน้ำจากปั๊มหรือถังไปยังแต่ละโซน ท่อเมนย่อย (sub-main) แจกน้ำเข้าแต่ละแปลง และท่อย่อยหรือสายน้ำหยด (lateral) วางตามแถวพืช ระดับที่อยู่ต้นทางรับน้ำจากทุกแถวรวมกัน จึงต้องใหญ่กว่าและเป็นจุดที่ความดันตกมากที่สุดถ้าเลือกเล็กเกินไป ส่วนสายน้ำหยดมีข้อจำกัดเรื่องความยาว หน่วยวิจัยของ มทส. (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี) ยกตัวอย่างการวางแผนที่ใช้สายเทปน้ำหยดยาวไม่เกิน 100 เมตร สำหรับโซน 5 ไร่ และ 50 เมตรสำหรับโซนที่แบ่งเล็กลง

ตัวเลขการแบ่งโซนจาก มทส.

เอกสารการวางแผนระบบน้ำหยดของ มทส. ยกตัวอย่างแปลง 10 ไร่ไว้สามทางเลือก ผู้เขียนสรุปและเรียงใหม่ ตัวเลขทั้งหมดนำมาจากเอกสาร ส่วนการหารต่อไร่เป็นของผู้เขียน

ทางเลือกอัตราไหลต่อโซนสายน้ำหยดยาวข้อสังเกตของผู้เขียน
แบ่ง 2 โซน โซนละ 5 ไร่33,250 ลิตร/ชม.ไม่เกิน 100 ม.เท่ากับ 6,650 ลิตร/ชม. ต่อไร่
แบ่ง 4 โซน โซนละ 2.5 ไร่ เปิดพร้อมกันครั้งละ 2 โซน16,625 ลิตร/ชม.50 ม.ท่อและปั๊มเล็กลงกว่าทางเลือกแรก
แบ่ง 4 โซน เปิดทีละโซนต่ำสุดในสามทาง50 ม.ลงทุนน้อยที่สุดตามเอกสาร แต่ใช้เวลารดนานที่สุด

แปลว่าถ้ารดแปลง 10 ไร่พร้อมกันทั้งแปลง ต้องมีอัตราไหลราว 66,500 ลิตรต่อชั่วโมง (6,650 x 10 ผู้เขียนคำนวณ) ซึ่งเป็นสองเท่าของทางเลือกแบ่งสองโซน การแบ่งโซนจึงเป็นเครื่องมือที่ทำให้ท่อเมนเล็กลงได้ ไม่ใช่เรื่องจุกจิก ราคาส่วนต่างระหว่างท่อ 32 มม. กับ 50 มม. ถ้าเทียบกับค่าท่อเมนทั้งเส้นหลายร้อยเมตรอาจมากกว่าราคาวาล์วสองตัวที่ใช้แบ่งโซน

เลือกขนาดท่อด้วยการคำนวณความดันตก

ท่อเล็กทำให้น้ำไหลเร็วและเสียความดันระหว่างทาง เอกสารของ Toro เสนอสูตร Hazen-Williams (หน่วย SI) hf = 10.67 x L x Q^1.852 / (C^1.852 x d^4.87) เมื่อ hf คือความดันตกเป็นเมตรน้ำ L คือความยาวท่อเป็นเมตร Q คืออัตราไหลเป็นลูกบาศก์เมตรต่อวินาที d คือรูในท่อเป็นเมตร และ C คือสัมประสิทธิ์ของท่อ Toro ระบุว่าท่อ PE ใช้ค่า C ออกแบบ 140 (ช่วง 150 ถึง 130) ผู้เขียนใช้ C = 140 ในการคำนวณทุกแถว

ข้อเสียของท่อเล็กเห็นได้จากตัวเลขชัด ถ้ารูในเล็กลงร้อยละ 10 ความดันตกเพิ่มขึ้นราว 1.67 เท่า (1 หารด้วย 0.9 ยกกำลัง 4.87 ผู้เขียนคำนวณ) ดังนั้นท่อ PN สูงที่ผนังหนา รูในเล็กกว่าท่อ PN ต่ำขนาดนอกเท่ากัน จะเสียความดันมากกว่า ซึ่งคนมักลืม

ตารางความดันตกต่อท่อ 100 เมตร (ตัวอย่างคำนวณ)

ตารางนี้เป็นการคำนวณของผู้เขียนเอง ไม่ใช่ข้อมูลของผู้ผลิตท่อรายใด คอลัมน์รูในท่อ (มม.) เป็นค่าสมมติสำหรับเปรียบเทียบ ไม่ใช่รูในจริงของท่อรุ่นใด เพราะไม่พบตารางความหนาผนังจากแหล่งทางการ ผู้ใช้ต้องอ่านรูในจริงจากตารางผู้ผลิตของท่อที่จะซื้อ แล้วแทนค่าในสูตรเดียวกัน แต่ละช่องคือ ความดันตกเป็นเมตรน้ำ / ความเร็วน้ำ เมตรต่อวินาที (1 บาร์ประมาณ 10.2 เมตรน้ำ)

อัตราไหล (ลบ.ม./ชม.)รูใน 16รูใน 20รูใน 26รูใน 32รูใน 40รูใน 50
0.54.53 / 0.691.53 / 0.440.43 / 0.260.15 / 0.170.05 / 0.110.02 / 0.07
116.34 / 1.385.51 / 0.881.54 / 0.520.56 / 0.350.19 / 0.220.06 / 0.14
258.98 / 2.7619.9 / 1.775.54 / 1.052.02 / 0.690.68 / 0.440.23 / 0.28
3124.98 / 4.1442.16 / 2.6511.75 / 1.574.27 / 1.041.44 / 0.660.49 / 0.42
4212.92 / 5.5371.82 / 3.5420.02 / 2.097.28 / 1.382.46 / 0.880.83 / 0.57
6.65 (1 ไร่ ตามหลัก 6,650 ลิตร/ชม./ไร่)545.84 / 9.19184.12 / 5.8851.31 / 3.4818.67 / 2.36.3 / 1.472.12 / 0.94

อ่านตารางนี้อย่างไร

ข้อแรก ที่อัตราไหลต่ำ (0.5 ถึง 1 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งพอสำหรับแปลงผักเล็กที่มีสายหยดไม่กี่เส้น) ท่อรูในราว 20 ถึง 26 มม. สูญเสียความดันต่อ 100 เมตรเพียง 0.4 ถึง 5.5 เมตรน้ำ ยังรับได้ ข้อสอง ที่ 2 ถึง 4 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ท่อรูใน 16 และ 20 มม. เสียความดันหลายสิบเมตรต่อ 100 เมตร ซึ่งเกินความดันที่ปั๊มเล็กจะให้ได้เกือบทั้งหมด ถ้าท่อเมนยาวถึง 100 เมตร น้ำจะไม่ไปถึงปลายแปลง ข้อสาม ที่ 6.65 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นอัตราไหลของแปลงน้ำหยด 1 ไร่ตามหลักของ มทส. รูในสมมติ 26 มม. สูญเสีย 51 เมตรน้ำ (ราว 5 บาร์) ต่อ 100 เมตร ซึ่งใช้ไม่ได้จริง ส่วนรูใน 40 มม. สูญเสีย 6.3 เมตรน้ำต่อ 100 เมตร และ 50 มม. เสียเพียง 2.1 เมตรน้ำ

เรื่องความเร็วน้ำ ผู้เขียนไม่พบเกณฑ์ความเร็วสูงสุดที่ยอมได้จากแหล่งทางการของไทยที่เปิดอ่านได้ จึงไม่อ้างตัวเลขจำกัดตายตัว ข้อสังเกตเชิงปฏิบัติคือ ถ้าความเร็วในตารางขึ้นไปหลายเมตรต่อวินาที (เช่น 5.88 ในช่อง 20 มม. ที่ 6.65) ความดันตกจะสูงจนใช้ไม่ได้อยู่แล้ว ให้ตัดสินจากงบความดันของปั๊มเป็นหลัก

ตัวอย่างงบความดัน (สมมติ)

สมมติปั๊มให้ความดันที่ปากท่อ 25 เมตรน้ำ (ตัวเลขสมมติ) หัวน้ำหยดต้องการความดันตามที่ผู้ผลิตระบุ สมมติ 10 เมตรน้ำ ยังเหลือให้ท่อเสียได้ไม่เกิน 15 เมตรน้ำในทุกส่วนรวมกัน ถ้าท่อเมนยาว 100 เมตรส่งน้ำ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ท่อรูใน 20 มม. เสีย 19.9 เมตรน้ำซึ่งเกินงบ ส่วนท่อรูใน 26 มม. เสีย 5.5 เมตรน้ำ ยังเหลือให้ท่อย่อยและข้อต่อ ลองเปลี่ยนสมมติฐานทั้งสามค่าด้วยข้อมูลปั๊มและหัวหยดที่ซื้อจริง ผลจะต่างจากตัวอย่างนี้ได้มาก

ตัวอย่างการเลือกขนาดตามสถานการณ์

ผู้เขียนไม่ให้คำตอบ "ใช้ 4 หุนสำหรับแปลงเล็ก 6 หุนสำหรับกลาง" แบบตายตัว เพราะคำตอบขึ้นกับอัตราไหลและระยะทาง สถานการณ์ต่อไปนี้เป็นวิธีคิด ใช้ตารางด้านบนเป็นหลักโดยแทนค่ารูในของท่อจริง

  • แปลงผักเล็กที่มีสายหยดไม่กี่เส้น อัตราไหลรวมไม่ถึง 1 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ท่อเมนยาวไม่เกินสิบเมตรจากถัง ท่อขนาด 20 มม. (4 หุน) ที่รูในใกล้ 16 ถึง 20 มม. ให้ความดันตกต่ำกว่าสองสามเมตรน้ำในระยะสั้นนี้ ตามแถวที่ 0.5 ถึง 1 ของตาราง
  • แปลงที่มีสายหยดหลายสิบเส้นรวมกัน หรืออัตราไหลรวม 2 ถึง 4 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ท่อเมนเกิน 50 เมตร ดูแถว 2 ถึง 4 ของตาราง ท่อรูในราว 32 มม. (ท่อ 1 นิ้วหรือใหญ่กว่า) จะเสียความดันต่ำกว่าท่อรูใน 20 มม. หลายเท่า
  • แปลงระดับไร่ขึ้นไป ท่อเมนที่รูในต่ำกว่า 40 มม. มีความดันตกมาก ควรใช้ท่อเมนใหญ่ขึ้น ร่วมกับการแบ่งโซนตามแนวทาง มทส. เพื่อให้อัตราไหลต่อท่อไม่สูงเกิน

ถ้าแปลงเป็นพื้นที่ลาดชัน หรือท่อต้องไล่ขึ้นเนิน ความต่างระดับกินความดันเพิ่มเอง 1 เมตรสูงเท่ากับความดัน 1 เมตรน้ำ ผู้เขียนไม่ได้แทรกในตาราง ให้บวกเข้าไปในงบความดันต่างหาก

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อท่อ

  1. หาอัตราไหลรวม จำนวนหัวหยดหรือความยาวสายหยดทั้งหมดที่เปิดพร้อมกันในหนึ่งโซน คูณอัตราไหลต่อหัวตามที่ผู้ผลิตหัวหยดระบุ แล้วแปลงเป็นลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  2. วัดระยะทาง จากปั๊มหรือถังถึงโซนไกลสุด และรวมเฉพาะส่วนที่น้ำไหลผ่านท่อเส้นเดียว
  3. ถามรูในท่อจริง ขอตารางขนาด ความหนาผนัง ชั้นความดัน ของรุ่นที่จะซื้อจากผู้ขาย
  4. แทนค่าในสูตรหรือตารางด้านบน หาความดันตกต่อ 100 เมตร แล้วคูณความยาวจริง
  5. ตรวจกับงบความดัน ความดันปั๊ม หักความดันที่หัวหยดต้องการ หักความต่างระดับ ส่วนที่เหลือคืองบให้ท่อ
  6. เลือกขนาดที่เหลืองบ ถ้าไม่พอ ให้เพิ่มขนาดท่อเมน หรือแบ่งโซนให้อัตราไหลต่อโซนลดลง
  7. สั่งข้อต่อให้ตรงขนาดนอก ท่อขนาดเดียวกันต่างยี่ห้ออาจหนาผนังไม่เท่ากัน ข้อต่อบางแบบแยกรุ่นตามชั้นความดัน

ตัวอย่างขั้นตอนติดตั้งทั้งระบบ รวมวางสายหยดและวาล์ว อ่านต่อที่ วางระบบน้ำหยดสำหรับแปลงผักขนาดเล็ก: อุปกรณ์และขั้นตอนติดตั้ง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เชื่อว่า "ท่อ 1 นิ้ว" ทุกยี่ห้อมีรูในเท่ากัน ทั้งที่ความหนาผนังต่างกัน และรูในที่เล็กลงร้อยละ 10 ทำให้ความดันตกเพิ่มราว 1.67 เท่า
  • ใช้ท่อเมน 4 หุนยาวร้อยเมตรกับแปลงที่อัตราไหลสูง แล้วโทษว่าปั๊มแรงไม่พอ ทั้งที่ปัญหาคือท่อเล็กเกินสำหรับอัตราไหล
  • ซื้อท่อ PVC กับท่อ PE ที่เรียกชื่อนิ้วเท่ากันมาต่อกัน โดยไม่รู้ว่าขนาดนอกต่างกัน (เช่น PVC 1/2 นิ้วราว 18 มม. เทียบกับ PE 20 มม.)
  • เลือกท่อตามชื่อขนาดอย่างเดียว ไม่อ่านชั้นความดันที่พิมพ์บนท่อ
  • ไม่แบ่งโซนทั้งที่แปลงใหญ่ ทำให้ต้องใช้ท่อเมนและปั๊มใหญ่กว่าที่จำเป็น
  • เอาตัวเลข "ท่อต้องไม่เกินความเร็วน้ำ x เมตรต่อวินาที" จากเว็บอื่นมาใช้โดยไม่ตรวจที่มาและเงื่อนไข

ปัญหาหลังติดตั้งที่เห็นบ่อย อ่านเพิ่มที่ ระบบน้ำหยดแล้วมีปัญหา? รวมสาเหตุ อาการ วิธีแก้ และวิธีป้องกัน และ 10 ข้อผิดพลาดเรื่องระบบน้ำหยดที่มือใหม่พบบ่อย

สรุป

4 หุนคือ 1/2 นิ้ว ตรงกับท่อ PE 20 มม. 6 หุนตรงกับ 25 มม. และ 1 นิ้วตรงกับ 32 มม. ตามตารางผู้ผลิตที่เปิดอ่าน แต่ขนาดที่สำคัญกว่าชื่อคือรูในจริง ซึ่งขึ้นกับความหนาผนัง ชั้นความดัน และเกรดของท่อ การเลือกท่อเมนกับท่อย่อยจึงเริ่มจากอัตราไหลและระยะทาง แล้วตรวจความดันตกด้วยสูตร Hazen-Williams ว่ายังอยู่ในงบความดันของปั๊มหรือไม่ ตัวอย่างในบทความนี้ใช้รูในสมมติ ผู้ซื้อต้องแทนค่าจากตารางของท่อที่ซื้อจริง ถ้าแปลงใหญ่ให้แบ่งโซนตามแนวทาง มทส. ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ราคาท่อและขนาดสินค้าตามร้านเปลี่ยนได้ ตรวจกับผู้ขายก่อนสั่ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄twater: เรียกขนาดท่อไม่สับสน (หุน นิ้ว มิลลิเมตร) — 1 หุน = 1/8 นิ้ว, 4 หุน = 1/2 นิ้ว, HDPE 1/2 นิ้ว = 20 มม., PVC 1/2 นิ้ว ราว 18 มม. https://www.twater.co.th/blog/10317/nomoreconfuse-aboutpipe
  • 📄Siam Conduit: ท่อ PE ท่อประปา — ตารางขนาดท่อ PE 16 ถึง 110 มม. เทียบนิ้ว (เปิดอ่าน 15 ต.ค. 2569) https://www.siamconduit.com/product/pe-%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B2/
  • 📄สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.): ใบอนุญาต 7702-392/982 มอก.982-2556 ท่อพอลิเอทิลีนสำหรับน้ำดื่ม — ชั้น PN6 ถึง PN16 ของ PE80 และ PE100 PN6 พร้อมช่วงขนาด https://appdb.tisi.go.th/tis_dev/p4_license_report/file/7702_392_982.pdf
  • 📄Toro Agriculture: Hazen-Williams Equation — สูตร hf และค่า C ของท่อ PE (140, ช่วง 150 ถึง 130) https://media.toro.com/Documents/Agriculture/HazenWilliamsEquation.pdf
  • 📄มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ศูนย์ชลประทานระบบน้ำแม่นยำ): การวางแผนระบบน้ำหยด — ตัวอย่างแปลง 10 ไร่ แบ่งโซน อัตราไหล 33,250 และ 16,625 ลิตร/ชม. สายหยดไม่เกิน 100 ม. และ 50 ม. https://precisionirrigation.sut.ac.th/udoc/การวางแผน.pdf

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ท่อ PE 4 หุน กับ 6 หุน กับ 1 นิ้ว ตรงกับกี่มิลลิเมตร

ตามตารางผู้ผลิตและบทความของ twater 4 หุน (1/2 นิ้ว) ตรงกับ 20 มม. 6 หุน (3/4 นิ้ว) ตรงกับ 25 มม. และ 1 นิ้วตรงกับ 32 มม. ตัวเลขเหล่านี้เป็นขนาดระบุโดยประมาณของเส้นผ่านศูนย์กลางนอก ให้ตรวจขนาดจริงบนตัวพิมพ์ของท่อ

หุนคืออะไร ทำไมช่างเรียกไม่ตรงกับร้านวัสดุ

หุนเป็นหน่วยเรียกขนาดท่อแบบไทยที่ 1 หุน เท่ากับ 1/8 นิ้ว ตามบทความของ twater ปัญหาคือร้านบางแห่งเรียกตามนิ้ว บางแห่งเรียกตามมิลลิเมตร และท่อ PVC กับ PE ที่ชื่อนิ้วเท่ากันมีขนาดนอกไม่เท่ากัน ควรยืนยันด้วยตัวเลขมิลลิเมตรและตัวพิมพ์บนท่อทุกครั้ง

ท่อเมนควรใช้ขนาดเท่าไหร่

ไม่มีขนาดเดียวสำหรับทุกแปลง ให้คำนวณจากอัตราไหลรวมและความยาวท่อ ตัวอย่างคำนวณในบทความ ที่ 6.65 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ท่อรูในสมมติ 26 มม. เสียความดันราว 51 เมตรน้ำต่อ 100 เมตร ส่วนรูใน 40 มม. เสียราว 6.3 เมตรน้ำ จึงต้องใช้ท่อเมนใหญ่ขึ้นหรือแบ่งโซน ตัวเลขนี้ใช้เป็นแนวคิด ไม่ใช่ค่ารับรองของผู้ผลิต

PN บนท่อ PE คืออะไร ต้องเลือกเท่าไหร่

PN คือรหัสชั้นความดันของท่อ ใบอนุญาต มอก.982-2556 ที่เปิดอ่านระบุชั้น PN6, PN8, PN10, PN12.5 และ PN16 สำหรับ PE80 ผู้เขียนไม่ได้เปิดข้อกำหนดที่แปลง PN เป็นความดันใช้งานตามอุณหภูมิ จึงขอให้ตรวจตัวพิมพ์บนท่อและเอกสารของผู้ผลิต และเลือกให้สูงกว่าความดันสูงสุดของปั๊มที่ใช้

ท่อเกษตรต้องมีเครื่องหมาย มอก. หรือไม่

ผู้เขียนไม่พบข้อกำหนดทางการที่เปิดอ่านได้ว่าท่อ PE สำหรับงานเกษตรต้องมี มอก. มาตรฐาน มอก.982-2556 ที่เปิดอ่านเป็นมาตรฐานท่อ PE สำหรับน้ำดื่ม ถ้าต้องการความแน่ใจ ให้ขอข้อมูลจากผู้ขายและตรวจเครื่องหมายบนท่อ