ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

ตั้งเวลารดน้ำอัตโนมัติแบ่งโซนอย่างไร ตัวอย่างตารางรดน้ำผัก สวนผลไม้ และไม้กระถาง

วิธีตั้งเวลารดน้ำอัตโนมัติแบ่งโซน สูตรคำนวณเวลาเปิดน้ำจากอัตราไหลของหัวน้ำ ตัวอย่างตารางรดผัก สวนผลไม้ และไม้กระถาง พร้อมวิธีปรับตามฝนและฤดูกาลในแต่ละช่วงปี

ตั้งเวลารดน้ำอัตโนมัติแบ่งโซนอย่างไร ตัวอย่างตารางรดน้ำผัก สวนผลไม้ และไม้กระถาง

คำตอบสั้น ๆ

ตั้งเวลารดน้ำให้ตรงกับพืชแต่ละโซน ใช้สูตรเวลาเปิดน้ำจากอัตราไหลของหัวน้ำ บทความนี้มีตัวอย่างตารางผัก สวนผลไม้ และไม้กระถาง พร้อมวิธีปรับหน้าฝน

คำตอบเร็ว: แบ่งโซนตามกลุ่มพืชที่ต้องการน้ำเหมือนกัน แล้วตรวจว่าอัตราไหลรวมของหัวจ่ายในแต่ละโซนไม่เกินที่ปั๊มส่งได้ จากนั้นตั้งไทม์เมอร์ให้โซนทำงานต่อกันทีละโซน คำนวณเวลาด้วยสูตร เวลา (นาที) = 60 × ปริมาณน้ำที่ต้องการต่อต้น (ลิตร) ÷ อัตราไหลของหัวจ่าย (ลิตรต่อชั่วโมง) แล้วปรับตามดินในแปลงจริง ตัวอย่างตารางในบทความเป็นตัวอย่างสมมติสำหรับฝึกคำนวณ ไม่ใช่ตารางมาตรฐานของพืชชนิดใด ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

บทความเรื่องเลือกซื้อไทม์เมอร์มีอยู่แล้วในเว็บ (ดู ไทม์เมอร์รดน้ำอัตโนมัติ เลือกยังไง ต่อกับระบบเดิมได้ไหม) บทความนี้ข้ามเรื่องเลือกเครื่อง แล้วไปตอบคำถามที่คนซื้อมาแล้วติดอยู่จริง คือ ได้ไทม์เมอร์มาแล้ว จะแบ่งโซนยังไง ตั้งกี่นาที ตั้งกี่รอบ ผัก ผลไม้ และไม้กระถางต้องตั้งต่างกันตรงไหน หลายคนเปิดเครื่องใหม่มา ตั้งทุกช่องเป็น 30 นาทีวันละครั้งเหมือนกันหมด แล้วไปพบว่าแปลงผักแฉะ ต้นไม้ผลยังแห้งลึก ส่วนกระถางแห้งตั้งแต่เที่ยง

ทำไมต้องแบ่งโซน ไม่ใช่แค่เพราะปั๊มไม่พอ

ภาพประกอบ ทำไมต้องแบ่งโซน ไม่ใช่แค่เพราะปั๊มไม่พอ

เหตุผลแรกเป็นเรื่องแรงดันและปริมาณน้ำ ปั๊มหนึ่งตัวส่งน้ำได้จำนวนจำกัดที่ความดันใช้งานหนึ่ง ถ้าเปิดทุกหัวพร้อมกันเกินที่ปั๊มรับได้ ความดันตกและหัวปลายสายจะออกน้อย เหตุผลที่สองเป็นเรื่องพืช พืชต่างชนิดต้องการน้ำต่างปริมาณและต่างความถี่ เอกสารของ UF/IFAS เรื่องการใช้ไทม์เมอร์ระบุว่าไทม์เมอร์ทั่วไปมีค่าพื้นฐานร่วมกัน ได้แก่ วันที่อนุญาตให้รดน้ำ เวลาเริ่ม โซน (หรือสถานี) ที่รดต่อเนื่องกันทีละโซน และเวลารดต่อโซน แปลว่าไทม์เมอร์สั่งทีละโซนอยู่แล้ว สิ่งที่คุณต้องตัดสินใจคือจะวางใครไว้โซนเดียวกัน

ขั้นตอนแบ่งโซน

  1. แยกตามวิธีให้น้ำก่อน หัวน้ำหยดแบบเทป หัวน้ำหยดแบบจุด และมินิสปริงเกลอร์ปล่อยน้ำในอัตราต่างกันมาก อย่ารวมไว้โซนเดียว เพราะเวลาที่เหมาะกับอย่างหนึ่งจะท่วมอีกอย่างหนึ่ง
  2. แยกตามกลุ่มพืช ผักอายุสั้นที่รากตื้น ไม้ผลต้นโตที่รากลึก ไม้กระถางที่ดินน้อย เป็นสามกลุ่มที่ควรแยกโซนกัน
  3. แยกตามช่วงอายุถ้าปลูกไม่พร้อมกัน แปลงผักที่ลงต้นกล้าสัปดาห์นี้กับแปลงที่ใกล้เก็บไม่ควรอยู่โซนเดียว
  4. รวมอัตราไหลของแต่ละโซนแล้วเทียบกับปั๊ม (ดูตัวอย่างคำนวณด้านล่าง) ถ้าเกินให้ซอยโซนเพิ่ม
  5. ติดวาล์วแยกต้นท่อแต่ละโซน จะเป็นโซลินอยด์หรือบอลวาล์วที่หมุนมือก็ได้ แล้วค่อยเชื่อมกับไทม์เมอร์

ตัวอย่างคำนวณแบ่งโซนตามกำลังปั๊ม (ตัวเลขสมมติเพื่อสาธิต)

สมมติฟาร์มเล็กมีสามส่วน และปั๊มส่งน้ำได้ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมงที่ความดันใช้งาน (ตัวเลขปั๊มสมมติ ของจริงดูจากกราฟปั๊มและมาตรวัด) เอกสารระบบน้ำหยดของ Siam Kubota ระบุว่าอัตราไหลของหัวจ่ายอยู่ที่ 1 ถึง 12 ลิตรต่อชั่วโมง โดยที่นิยมใช้คือ 2, 4 และ 8 ลิตรต่อชั่วโมง ตัวอย่างนี้ใช้ค่าในช่วงนั้น ส่วนอัตราไหลของเทปน้ำหยดใช้ค่าตัวอย่างจากเอกสาร UF/IFAS (Haman และคณะ) ที่ระบุเทปทั่วไปในงานผักปล่อย 0.5 แกลลอนต่อนาทีต่อแถวยาว 100 ฟุต ซึ่งแปลงเป็นหน่วยเมตริกได้ราว 113.6 ลิตรต่อชั่วโมงต่อ 30.5 เมตร หรือประมาณ 3.7 ลิตรต่อชั่วโมงต่อเมตรแถว

ส่วนของฟาร์มหัวจ่ายและจำนวนอัตราไหลรวมโดยประมาณ
แปลงผักเทปน้ำหยด แถวรวม 400 เมตร × 3.7 ลิตร/ชม./เมตรราว 1,480 ลิตร/ชม.
ไม้ผล 50 ต้นต้นละ 4 หัว × 4 ลิตร/ชม. = 16 ลิตร/ชม./ต้น800 ลิตร/ชม.
ไม้กระถาง 100 ใบกระถางละ 1 หัว × 2 ลิตร/ชม.200 ลิตร/ชม.
รวมทั้งหมดราว 2,480 ลิตร/ชม.

รวมได้ราว 2,480 ลิตรต่อชั่วโมง มากกว่าปั๊มสมมติ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง เปิดพร้อมกันไม่ได้ จึงแบ่งเป็นอย่างน้อยสามโซนตามกลุ่มพืช ซึ่งแต่ละโซนต่ำกว่า 2,000 อยู่แล้ว ข้อสังเกตจากประสบการณ์ควรเผื่อไว้อีกส่วน ไม่ใช้อัตราไหลโซนใหญ่ชิดขีดปั๊ม เพราะตัวกรองที่ตันครึ่งหนึ่งก็ลดน้ำได้ ถ้าโซนผักใกล้ 1,480 ลิตรต่อชั่วโมงและปั๊มมีทางเหลือไม่มาก ให้ซอยแปลงผักเป็นสองโซนแล้วสลับกันรด

สูตรคำนวณเวลาตั้งไทม์เมอร์

สูตรสำหรับหัวน้ำหยดจาก UF/IFAS (Equation 6) คือ เวลา (นาที) = 60 × ปริมาณน้ำที่พืชต้องการ ÷ อัตราไหลของหัวจ่าย โดยใช้หน่วยเดียวกัน (ลิตรกับลิตรต่อชั่วโมง) และสมมติว่าหนึ่งหัวต่อหนึ่งต้น ถ้ามีหลายหัวต่อต้น ให้รวมอัตราไหลของทุกหัวที่ต้นนั้นก่อน เอกสารเดียวกันอธิบายว่าการให้น้ำแบบหยดไม่ได้ทำให้เปียกทั้งเขตราก ดังนั้นแนวคิดเรื่องความหนาน้ำต่อชั่วโมงแบบสปริงเกลอร์จึงใช้ไม่ได้ ให้คิดเป็นปริมาณน้ำต่อต้นแทน

ปัญหาคือ ปริมาณน้ำที่พืชแต่ละชนิดต้องการต่อต้นต่อวัน แต่ละพืช แต่ละอายุ แต่ละฤดูไม่เท่ากัน และไม่พบตัวเลขกลางจากหน่วยงานที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ จึงไม่ขอระบุตัวเลขของพืชชนิดใด ถ้าต้องการค่าสำหรับพืชของคุณ ให้สอบถามเกษตรอำเภอหรือสถานีวิจัยของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ แล้วนำค่านั้นมาแทนในสูตร

ตัวอย่างตารางรดน้ำ (สมมติเพื่อฝึกคำนวณ ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของพืชชนิดใด)

ตารางนี้ใช้ปริมาณน้ำเป้าหมายที่สมมติขึ้น แล้วแปลงเป็นนาทีด้วยสูตรข้างต้น เพื่อให้เห็นว่าผัก ผลไม้ และกระถางต่างกันที่ไหน

โซนเป้าหมายสมมติต่อครั้งอัตราไหลเวลา (นาที)ความถี่ตัวอย่าง
แปลงผัก (เทปน้ำหยด)1.85 ลิตรต่อเมตรแถว3.7 ลิตร/ชม./เมตร60 × 1.85 ÷ 3.7 = 30วันละ 1 ถึง 2 ครั้งสั้น ๆ
ไม้ผล (4 หัวต่อต้น)40 ลิตรต่อต้น4 หัว × 8 ลิตร/ชม. = 32 ลิตร/ชม.60 × 40 ÷ 32 = 75ทุก 2 ถึง 3 วัน
ไม้กระถาง (1 หัว)0.5 ลิตรต่อกระถาง2 ลิตร/ชม.60 × 0.5 ÷ 2 = 15วันละ 1 ถึง 2 ครั้ง

ถ้าเริ่มรดตอน 05:30 โดยรดทีละโซน ผัก 30 นาทีเสร็จ 06:00 ตามด้วยกระถาง 15 นาที แล้วค่อยเป็นไม้ผล 75 นาทีเฉพาะวันที่ถึงรอบ ผลรวมประมาณสองชั่วโมง ซึ่งจบก่อนแดดจัด

ทำไมผักต้องถี่แต่สั้น

เอกสาร UF/IFAS Scheduling Tips for Drip Irrigation of Vegetables (Haman, Bayabil, Guzmán) ระบุว่าการให้น้ำสั้น ๆ ถี่ ๆ (วันละครั้งขึ้นไป) ดีกว่าให้นาน ๆ ครั้ง และควรให้ก่อนที่น้ำที่พืชใช้ได้จะหมดครึ่งหนึ่ง โดยถ้าทำได้ให้ใช้เกณฑ์ที่ 33 เปอร์เซ็นต์ เหตุผลคือดินทรายของฟลอริดากักน้ำที่พืชใช้ได้เพียงราว 6 เปอร์เซ็นต์ การเลี้ยงแปลงผักในดินร่วนทรายของไทยให้ผลคล้ายกัน แต่ดินเหนียวหรือร่วนเหนียวกักน้ำได้มากกว่า จึงรดห่างได้กว่า ให้คุณเดินดูแปลงเป็นตัวตัดสิน

ทำไมไม้ผลรดห่างแต่นาน

รากไม้ผลต้นโตอยู่ลึกและแผ่กว้าง การรดสั้น ๆ ทำให้น้ำเปียกแค่ผิวดิน ตัวอย่างในตารางจึงใช้เวลานานขึ้นและเว้นหลายวัน อย่างไรก็ตาม เอกสาร UF/IFAS เรื่องไทม์เมอร์ตั้งข้อสังเกตว่าการรดนานเกินไปทำให้น้ำไหลลงต่ำกว่าเขตรากและสูญเปล่า แนวทางคือขุดดูความชื้นลึก 20 ถึง 30 เซนติเมตรหลังรดสักชั่วโมง ถ้าเปียกถึงชั้นนั้นแต่ไม่แฉะถึงก้นหลุม แสดงว่าเวลาประมาณนี้พอ

ทำไมกระถางต้องดูแลต่างออกไป

ดินในกระถางน้อยและแห้งเร็ว โดยเฉพาะกระถางที่ตั้งกลางแดด ควรแยกโซนจากไม้ที่ปลูกลงดิน และใช้หัวจ่ายอัตราไหลต่ำ (เช่น 2 ลิตรต่อชั่วโมง) ให้น้ำซึมลงช้า ๆ ถ้ารดเร็วเกินน้ำจะวิ่งออกก้นกระถางโดยไม่ซึมเข้าเนื้อวัสดุ

ฟีเจอร์ของไทม์เมอร์ที่ควรรู้

  • ตั้งวันรด เช่น ทุกวัน วันเว้นวัน หรือเลือกวันเอง เหมาะกับไม้ผลที่รดห่าง
  • ตั้งเวลารดต่อโซน ตั้งทีละโซน ไทม์เมอร์จะเริ่มโซนถัดไปเมื่อโซนก่อนหน้าจบ
  • เปอร์เซ็นต์ปรับ (percentage adjustment) เครื่องส่วนมากมีปุ่มเพิ่มลดเวลาทุกโซนเป็นสัดส่วน เช่น ตั้ง 60 นาทีแล้วปรับเป็น 75 เปอร์เซ็นต์จะเหลือ 45 นาที ตามตัวอย่างใน UF/IFAS ใช้สะดวกเมื่อเข้าฤดูฝนหรือหน้าหนาว ไม่ต้องไล่แก้ทุกโซน
  • หลายโปรแกรม ใช้โปรแกรม A สำหรับโซนปกติ และโปรแกรม B สำหรับโซนที่เพิ่งปลูกและต้องรดถี่ชั่วคราวจนตั้งตัว ตามตัวอย่างใน UF/IFAS
  • เซนเซอร์ฝน ถ้าเครื่องรองรับ ช่วยตัดรอบเมื่อฝนตก ข้อนี้สำคัญในหน้าฝน

ถ้าเลือกระบบที่ควบคุมผ่านมือถือแทนไทม์เมอร์ธรรมดา ดู ระบบรดน้ำอัตโนมัติควบคุมผ่านมือถือ ติดตั้งเองได้ไหม ราคาเท่าไร และ วาล์วรดน้ำอัตโนมัติควบคุมผ่านแอปมือถือ

ปรับตารางหลังเริ่มใช้

ตารางแรกที่คำนวณเป็นแค่จุดเริ่ม UF/IFAS แนะนำสำหรับพืชสวนตกแต่งว่าถ้าไม่ทราบปริมาณน้ำที่ต้องการ ให้เริ่มโซนไมโครที่ 1 ชั่วโมงสองครั้งต่อสัปดาห์ แล้วลดลง 15 นาทีทุกสัปดาห์จนกว่าพืชแสดงอาการเครียด จึงถอยกลับ วิธีนี้ใช้ได้กับไม้ประดับที่รับความเครียดได้บ้าง แต่ไม่ควรลอกไปใช้กับพืชเศรษฐกิจที่กำลังออกดอกติดผล ให้เปลี่ยนเป็นลดทีละน้อยและตรวจดินทุกครั้ง

จดบันทึกสั้น ๆ ในสมุดแปลง วันที่ โซน เวลาที่ตั้ง อากาศ สภาพดินที่ขุดดู และท่าทีพืช ภายในสามถึงสี่สัปดาห์จะมีข้อมูลพอให้ปรับเวลาได้เองอย่างมีเหตุผล

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ตั้งทุกโซนเวลาเท่ากันเพราะง่าย ทั้งที่หัวจ่ายและพืชต่างกัน
  • รวมหัวน้ำหยดกับมินิสปริงเกลอร์ไว้โซนเดียว
  • ลืมเทียบอัตราไหลรวมของโซนกับปั๊ม ทำให้หัวปลายสายออกน้อยแล้วเข้าใจผิดว่าท่อตัน
  • ตั้งเวลารดตอนเที่ยงเพราะสะดวก น้ำระเหยและพืชที่ใบร้อนอาจเสียหาย ควรรดเช้าหรือเย็น
  • ไม่ปรับเวลาตามฤดู หน้าฝนยังตั้งเท่าหน้าแล้ง
  • เชื่อค่าตั้งเริ่มต้นของเครื่องโดยไม่ลองตวงน้ำจริงที่หัวจ่าย
  • ไม่ตรวจหลังฝนตกหนัก ปล่อยให้ไทม์เมอร์รดซ้ำลงบนดินแฉะ

สรุป

การแบ่งโซนที่ดีเริ่มจากแยกวิธีให้น้ำและกลุ่มพืช แล้วตรวจว่าอัตราไหลรวมในโซนไม่เกินกำลังปั๊ม จากนั้นคำนวณเวลาด้วยสูตร 60 × ลิตรต่อต้น ÷ ลิตรต่อชั่วโมง ใช้ตารางตัวอย่างเป็นจุดเริ่มต้น ผักรดสั้นถี่ ไม้ผลรดห่างแต่นานกว่า กระถางรดน้อยแต่บ่อย แล้วปรับตามดินจริงและบันทึกผลทุกสัปดาห์ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄UF/IFAS Extension — Operation of Residential Irrigation Timers (CIR1421, Dukes, Cardenas และ Haman) — การตั้งวัน เวลาเริ่ม โซนที่รดทีละโซน การปรับเปอร์เซ็นต์ หลายโปรแกรม สูตรเวลารดของโซนไมโคร (Equation 6) และข้อแนะนำการลดเวลาทีละ 15 นาที https://ask.ifas.ufl.edu/publication/AE220
  • 📄UF/IFAS Extension — Scheduling Tips for Drip Irrigation of Vegetables (AE259/AE092, Haman, Bayabil และ Guzmán) — เกณฑ์ 50 และ 33 เปอร์เซ็นต์ การให้น้ำสั้นถี่ ตัวอย่างเทปปล่อย 0.5 แกลลอนต่อนาทีต่อ 100 ฟุต https://ask.ifas.ufl.edu/publication/AE092
  • 📄Siam Kubota — ระบบการให้น้ำแบบหยด ตัวช่วยในการเกษตร — อัตราไหลของหัวจ่าย 1 ถึง 12 ลิตรต่อชั่วโมง ที่นิยม 2, 4 และ 8 ลิตรต่อชั่วโมง kas.siamkubota.co.th (PDF)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ตั้งเวลารดน้ำผักกี่นาทีดี

ไม่มีตัวเลขเดียวใช้ได้ทุกแปลง ให้คำนวณจากปริมาณน้ำที่พืชของคุณต้องการและอัตราไหลของหัวจ่ายด้วยสูตร เวลา = 60 × ลิตรต่อต้น ÷ ลิตรต่อชั่วโมง แล้วปรับตามดินและอากาศ ผักมักรดสั้นแต่ถี่ ตามแนวทางของ UF/IFAS

แบ่งกี่โซนถึงพอ

ดูจากกลุ่มพืชที่ต้องการน้ำต่างกัน และอัตราไหลรวมต่อโซนต้องไม่เกินที่ปั๊มส่งได้ที่ความดันใช้งาน ถ้าเกินให้ซอยโซนเพิ่ม

โซนทำงานพร้อมกันได้ไหม

ได้ถ้าอัตราไหลรวมไม่เกินปั๊ม แต่ไทม์เมอร์ส่วนใหญ่สั่งทีละโซนต่อเนื่องกัน ตามที่ UF/IFAS อธิบาย การรันพร้อมกันต้องใช้เครื่องที่รองรับหรือแยกวงจร

รดน้ำเช้าหรือเย็นดีกว่า

ทั้งสองช่วงมีข้อดี เช้าให้ใบแห้งทันก่อนแดดจัดและลดเวลาที่ใบเปียกค้างคืน เย็นรดตอนอากาศเย็นลง แต่ใบเปียกข้ามคืนอาจเอื้อโรคบางชนิด เลือกตามชนิดพืชและเครื่องที่มี

ฝนตกต้องปิดไทม์เมอร์ไหม

ถ้ามีเซนเซอร์ฝนก็ให้เครื่องตัดเอง ถ้าไม่มี ให้ใช้ปุ่มข้ามรอบหรือปรับเปอร์เซ็นต์ลง และตรวจดินก่อนรอบถัดไป

ไม้กระถางควรรวมโซนกับแปลงผักไหม

ไม่ควร เพราะกระถางแห้งเร็ว ต้องรดถี่และน้ำน้อยต่อครั้ง ต่างจากแปลงผักที่ให้ปริมาณมากกว่าต่อรอบ