คำตอบสั้น ๆ
ตั้งเวลารดน้ำให้ตรงกับพืชแต่ละโซน ใช้สูตรเวลาเปิดน้ำจากอัตราไหลของหัวน้ำ บทความนี้มีตัวอย่างตารางผัก สวนผลไม้ และไม้กระถาง พร้อมวิธีปรับหน้าฝน
คำตอบเร็ว: แบ่งโซนตามกลุ่มพืชที่ต้องการน้ำเหมือนกัน แล้วตรวจว่าอัตราไหลรวมของหัวจ่ายในแต่ละโซนไม่เกินที่ปั๊มส่งได้ จากนั้นตั้งไทม์เมอร์ให้โซนทำงานต่อกันทีละโซน คำนวณเวลาด้วยสูตร เวลา (นาที) = 60 × ปริมาณน้ำที่ต้องการต่อต้น (ลิตร) ÷ อัตราไหลของหัวจ่าย (ลิตรต่อชั่วโมง) แล้วปรับตามดินในแปลงจริง ตัวอย่างตารางในบทความเป็นตัวอย่างสมมติสำหรับฝึกคำนวณ ไม่ใช่ตารางมาตรฐานของพืชชนิดใด ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
บทความเรื่องเลือกซื้อไทม์เมอร์มีอยู่แล้วในเว็บ (ดู ไทม์เมอร์รดน้ำอัตโนมัติ เลือกยังไง ต่อกับระบบเดิมได้ไหม) บทความนี้ข้ามเรื่องเลือกเครื่อง แล้วไปตอบคำถามที่คนซื้อมาแล้วติดอยู่จริง คือ ได้ไทม์เมอร์มาแล้ว จะแบ่งโซนยังไง ตั้งกี่นาที ตั้งกี่รอบ ผัก ผลไม้ และไม้กระถางต้องตั้งต่างกันตรงไหน หลายคนเปิดเครื่องใหม่มา ตั้งทุกช่องเป็น 30 นาทีวันละครั้งเหมือนกันหมด แล้วไปพบว่าแปลงผักแฉะ ต้นไม้ผลยังแห้งลึก ส่วนกระถางแห้งตั้งแต่เที่ยง
ทำไมต้องแบ่งโซน ไม่ใช่แค่เพราะปั๊มไม่พอ
เหตุผลแรกเป็นเรื่องแรงดันและปริมาณน้ำ ปั๊มหนึ่งตัวส่งน้ำได้จำนวนจำกัดที่ความดันใช้งานหนึ่ง ถ้าเปิดทุกหัวพร้อมกันเกินที่ปั๊มรับได้ ความดันตกและหัวปลายสายจะออกน้อย เหตุผลที่สองเป็นเรื่องพืช พืชต่างชนิดต้องการน้ำต่างปริมาณและต่างความถี่ เอกสารของ UF/IFAS เรื่องการใช้ไทม์เมอร์ระบุว่าไทม์เมอร์ทั่วไปมีค่าพื้นฐานร่วมกัน ได้แก่ วันที่อนุญาตให้รดน้ำ เวลาเริ่ม โซน (หรือสถานี) ที่รดต่อเนื่องกันทีละโซน และเวลารดต่อโซน แปลว่าไทม์เมอร์สั่งทีละโซนอยู่แล้ว สิ่งที่คุณต้องตัดสินใจคือจะวางใครไว้โซนเดียวกัน
ขั้นตอนแบ่งโซน
- แยกตามวิธีให้น้ำก่อน หัวน้ำหยดแบบเทป หัวน้ำหยดแบบจุด และมินิสปริงเกลอร์ปล่อยน้ำในอัตราต่างกันมาก อย่ารวมไว้โซนเดียว เพราะเวลาที่เหมาะกับอย่างหนึ่งจะท่วมอีกอย่างหนึ่ง
- แยกตามกลุ่มพืช ผักอายุสั้นที่รากตื้น ไม้ผลต้นโตที่รากลึก ไม้กระถางที่ดินน้อย เป็นสามกลุ่มที่ควรแยกโซนกัน
- แยกตามช่วงอายุถ้าปลูกไม่พร้อมกัน แปลงผักที่ลงต้นกล้าสัปดาห์นี้กับแปลงที่ใกล้เก็บไม่ควรอยู่โซนเดียว
- รวมอัตราไหลของแต่ละโซนแล้วเทียบกับปั๊ม (ดูตัวอย่างคำนวณด้านล่าง) ถ้าเกินให้ซอยโซนเพิ่ม
- ติดวาล์วแยกต้นท่อแต่ละโซน จะเป็นโซลินอยด์หรือบอลวาล์วที่หมุนมือก็ได้ แล้วค่อยเชื่อมกับไทม์เมอร์
ตัวอย่างคำนวณแบ่งโซนตามกำลังปั๊ม (ตัวเลขสมมติเพื่อสาธิต)
สมมติฟาร์มเล็กมีสามส่วน และปั๊มส่งน้ำได้ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมงที่ความดันใช้งาน (ตัวเลขปั๊มสมมติ ของจริงดูจากกราฟปั๊มและมาตรวัด) เอกสารระบบน้ำหยดของ Siam Kubota ระบุว่าอัตราไหลของหัวจ่ายอยู่ที่ 1 ถึง 12 ลิตรต่อชั่วโมง โดยที่นิยมใช้คือ 2, 4 และ 8 ลิตรต่อชั่วโมง ตัวอย่างนี้ใช้ค่าในช่วงนั้น ส่วนอัตราไหลของเทปน้ำหยดใช้ค่าตัวอย่างจากเอกสาร UF/IFAS (Haman และคณะ) ที่ระบุเทปทั่วไปในงานผักปล่อย 0.5 แกลลอนต่อนาทีต่อแถวยาว 100 ฟุต ซึ่งแปลงเป็นหน่วยเมตริกได้ราว 113.6 ลิตรต่อชั่วโมงต่อ 30.5 เมตร หรือประมาณ 3.7 ลิตรต่อชั่วโมงต่อเมตรแถว
| ส่วนของฟาร์ม | หัวจ่ายและจำนวน | อัตราไหลรวมโดยประมาณ |
|---|---|---|
| แปลงผัก | เทปน้ำหยด แถวรวม 400 เมตร × 3.7 ลิตร/ชม./เมตร | ราว 1,480 ลิตร/ชม. |
| ไม้ผล 50 ต้น | ต้นละ 4 หัว × 4 ลิตร/ชม. = 16 ลิตร/ชม./ต้น | 800 ลิตร/ชม. |
| ไม้กระถาง 100 ใบ | กระถางละ 1 หัว × 2 ลิตร/ชม. | 200 ลิตร/ชม. |
| รวมทั้งหมด | ราว 2,480 ลิตร/ชม. |
รวมได้ราว 2,480 ลิตรต่อชั่วโมง มากกว่าปั๊มสมมติ 2,000 ลิตรต่อชั่วโมง เปิดพร้อมกันไม่ได้ จึงแบ่งเป็นอย่างน้อยสามโซนตามกลุ่มพืช ซึ่งแต่ละโซนต่ำกว่า 2,000 อยู่แล้ว ข้อสังเกตจากประสบการณ์ควรเผื่อไว้อีกส่วน ไม่ใช้อัตราไหลโซนใหญ่ชิดขีดปั๊ม เพราะตัวกรองที่ตันครึ่งหนึ่งก็ลดน้ำได้ ถ้าโซนผักใกล้ 1,480 ลิตรต่อชั่วโมงและปั๊มมีทางเหลือไม่มาก ให้ซอยแปลงผักเป็นสองโซนแล้วสลับกันรด
สูตรคำนวณเวลาตั้งไทม์เมอร์
สูตรสำหรับหัวน้ำหยดจาก UF/IFAS (Equation 6) คือ เวลา (นาที) = 60 × ปริมาณน้ำที่พืชต้องการ ÷ อัตราไหลของหัวจ่าย โดยใช้หน่วยเดียวกัน (ลิตรกับลิตรต่อชั่วโมง) และสมมติว่าหนึ่งหัวต่อหนึ่งต้น ถ้ามีหลายหัวต่อต้น ให้รวมอัตราไหลของทุกหัวที่ต้นนั้นก่อน เอกสารเดียวกันอธิบายว่าการให้น้ำแบบหยดไม่ได้ทำให้เปียกทั้งเขตราก ดังนั้นแนวคิดเรื่องความหนาน้ำต่อชั่วโมงแบบสปริงเกลอร์จึงใช้ไม่ได้ ให้คิดเป็นปริมาณน้ำต่อต้นแทน
ปัญหาคือ ปริมาณน้ำที่พืชแต่ละชนิดต้องการต่อต้นต่อวัน แต่ละพืช แต่ละอายุ แต่ละฤดูไม่เท่ากัน และไม่พบตัวเลขกลางจากหน่วยงานที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ จึงไม่ขอระบุตัวเลขของพืชชนิดใด ถ้าต้องการค่าสำหรับพืชของคุณ ให้สอบถามเกษตรอำเภอหรือสถานีวิจัยของกรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ แล้วนำค่านั้นมาแทนในสูตร
ตัวอย่างตารางรดน้ำ (สมมติเพื่อฝึกคำนวณ ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของพืชชนิดใด)
ตารางนี้ใช้ปริมาณน้ำเป้าหมายที่สมมติขึ้น แล้วแปลงเป็นนาทีด้วยสูตรข้างต้น เพื่อให้เห็นว่าผัก ผลไม้ และกระถางต่างกันที่ไหน
| โซน | เป้าหมายสมมติต่อครั้ง | อัตราไหล | เวลา (นาที) | ความถี่ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|---|
| แปลงผัก (เทปน้ำหยด) | 1.85 ลิตรต่อเมตรแถว | 3.7 ลิตร/ชม./เมตร | 60 × 1.85 ÷ 3.7 = 30 | วันละ 1 ถึง 2 ครั้งสั้น ๆ |
| ไม้ผล (4 หัวต่อต้น) | 40 ลิตรต่อต้น | 4 หัว × 8 ลิตร/ชม. = 32 ลิตร/ชม. | 60 × 40 ÷ 32 = 75 | ทุก 2 ถึง 3 วัน |
| ไม้กระถาง (1 หัว) | 0.5 ลิตรต่อกระถาง | 2 ลิตร/ชม. | 60 × 0.5 ÷ 2 = 15 | วันละ 1 ถึง 2 ครั้ง |
ถ้าเริ่มรดตอน 05:30 โดยรดทีละโซน ผัก 30 นาทีเสร็จ 06:00 ตามด้วยกระถาง 15 นาที แล้วค่อยเป็นไม้ผล 75 นาทีเฉพาะวันที่ถึงรอบ ผลรวมประมาณสองชั่วโมง ซึ่งจบก่อนแดดจัด
ทำไมผักต้องถี่แต่สั้น
เอกสาร UF/IFAS Scheduling Tips for Drip Irrigation of Vegetables (Haman, Bayabil, Guzmán) ระบุว่าการให้น้ำสั้น ๆ ถี่ ๆ (วันละครั้งขึ้นไป) ดีกว่าให้นาน ๆ ครั้ง และควรให้ก่อนที่น้ำที่พืชใช้ได้จะหมดครึ่งหนึ่ง โดยถ้าทำได้ให้ใช้เกณฑ์ที่ 33 เปอร์เซ็นต์ เหตุผลคือดินทรายของฟลอริดากักน้ำที่พืชใช้ได้เพียงราว 6 เปอร์เซ็นต์ การเลี้ยงแปลงผักในดินร่วนทรายของไทยให้ผลคล้ายกัน แต่ดินเหนียวหรือร่วนเหนียวกักน้ำได้มากกว่า จึงรดห่างได้กว่า ให้คุณเดินดูแปลงเป็นตัวตัดสิน
ทำไมไม้ผลรดห่างแต่นาน
รากไม้ผลต้นโตอยู่ลึกและแผ่กว้าง การรดสั้น ๆ ทำให้น้ำเปียกแค่ผิวดิน ตัวอย่างในตารางจึงใช้เวลานานขึ้นและเว้นหลายวัน อย่างไรก็ตาม เอกสาร UF/IFAS เรื่องไทม์เมอร์ตั้งข้อสังเกตว่าการรดนานเกินไปทำให้น้ำไหลลงต่ำกว่าเขตรากและสูญเปล่า แนวทางคือขุดดูความชื้นลึก 20 ถึง 30 เซนติเมตรหลังรดสักชั่วโมง ถ้าเปียกถึงชั้นนั้นแต่ไม่แฉะถึงก้นหลุม แสดงว่าเวลาประมาณนี้พอ
ทำไมกระถางต้องดูแลต่างออกไป
ดินในกระถางน้อยและแห้งเร็ว โดยเฉพาะกระถางที่ตั้งกลางแดด ควรแยกโซนจากไม้ที่ปลูกลงดิน และใช้หัวจ่ายอัตราไหลต่ำ (เช่น 2 ลิตรต่อชั่วโมง) ให้น้ำซึมลงช้า ๆ ถ้ารดเร็วเกินน้ำจะวิ่งออกก้นกระถางโดยไม่ซึมเข้าเนื้อวัสดุ
ฟีเจอร์ของไทม์เมอร์ที่ควรรู้
- ตั้งวันรด เช่น ทุกวัน วันเว้นวัน หรือเลือกวันเอง เหมาะกับไม้ผลที่รดห่าง
- ตั้งเวลารดต่อโซน ตั้งทีละโซน ไทม์เมอร์จะเริ่มโซนถัดไปเมื่อโซนก่อนหน้าจบ
- เปอร์เซ็นต์ปรับ (percentage adjustment) เครื่องส่วนมากมีปุ่มเพิ่มลดเวลาทุกโซนเป็นสัดส่วน เช่น ตั้ง 60 นาทีแล้วปรับเป็น 75 เปอร์เซ็นต์จะเหลือ 45 นาที ตามตัวอย่างใน UF/IFAS ใช้สะดวกเมื่อเข้าฤดูฝนหรือหน้าหนาว ไม่ต้องไล่แก้ทุกโซน
- หลายโปรแกรม ใช้โปรแกรม A สำหรับโซนปกติ และโปรแกรม B สำหรับโซนที่เพิ่งปลูกและต้องรดถี่ชั่วคราวจนตั้งตัว ตามตัวอย่างใน UF/IFAS
- เซนเซอร์ฝน ถ้าเครื่องรองรับ ช่วยตัดรอบเมื่อฝนตก ข้อนี้สำคัญในหน้าฝน
ถ้าเลือกระบบที่ควบคุมผ่านมือถือแทนไทม์เมอร์ธรรมดา ดู ระบบรดน้ำอัตโนมัติควบคุมผ่านมือถือ ติดตั้งเองได้ไหม ราคาเท่าไร และ วาล์วรดน้ำอัตโนมัติควบคุมผ่านแอปมือถือ
ปรับตารางหลังเริ่มใช้
ตารางแรกที่คำนวณเป็นแค่จุดเริ่ม UF/IFAS แนะนำสำหรับพืชสวนตกแต่งว่าถ้าไม่ทราบปริมาณน้ำที่ต้องการ ให้เริ่มโซนไมโครที่ 1 ชั่วโมงสองครั้งต่อสัปดาห์ แล้วลดลง 15 นาทีทุกสัปดาห์จนกว่าพืชแสดงอาการเครียด จึงถอยกลับ วิธีนี้ใช้ได้กับไม้ประดับที่รับความเครียดได้บ้าง แต่ไม่ควรลอกไปใช้กับพืชเศรษฐกิจที่กำลังออกดอกติดผล ให้เปลี่ยนเป็นลดทีละน้อยและตรวจดินทุกครั้ง
จดบันทึกสั้น ๆ ในสมุดแปลง วันที่ โซน เวลาที่ตั้ง อากาศ สภาพดินที่ขุดดู และท่าทีพืช ภายในสามถึงสี่สัปดาห์จะมีข้อมูลพอให้ปรับเวลาได้เองอย่างมีเหตุผล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ตั้งทุกโซนเวลาเท่ากันเพราะง่าย ทั้งที่หัวจ่ายและพืชต่างกัน
- รวมหัวน้ำหยดกับมินิสปริงเกลอร์ไว้โซนเดียว
- ลืมเทียบอัตราไหลรวมของโซนกับปั๊ม ทำให้หัวปลายสายออกน้อยแล้วเข้าใจผิดว่าท่อตัน
- ตั้งเวลารดตอนเที่ยงเพราะสะดวก น้ำระเหยและพืชที่ใบร้อนอาจเสียหาย ควรรดเช้าหรือเย็น
- ไม่ปรับเวลาตามฤดู หน้าฝนยังตั้งเท่าหน้าแล้ง
- เชื่อค่าตั้งเริ่มต้นของเครื่องโดยไม่ลองตวงน้ำจริงที่หัวจ่าย
- ไม่ตรวจหลังฝนตกหนัก ปล่อยให้ไทม์เมอร์รดซ้ำลงบนดินแฉะ
สรุป
การแบ่งโซนที่ดีเริ่มจากแยกวิธีให้น้ำและกลุ่มพืช แล้วตรวจว่าอัตราไหลรวมในโซนไม่เกินกำลังปั๊ม จากนั้นคำนวณเวลาด้วยสูตร 60 × ลิตรต่อต้น ÷ ลิตรต่อชั่วโมง ใช้ตารางตัวอย่างเป็นจุดเริ่มต้น ผักรดสั้นถี่ ไม้ผลรดห่างแต่นานกว่า กระถางรดน้อยแต่บ่อย แล้วปรับตามดินจริงและบันทึกผลทุกสัปดาห์ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- UF/IFAS Extension — Operation of Residential Irrigation Timers (CIR1421, Dukes, Cardenas และ Haman) — การตั้งวัน เวลาเริ่ม โซนที่รดทีละโซน การปรับเปอร์เซ็นต์ หลายโปรแกรม สูตรเวลารดของโซนไมโคร (Equation 6) และข้อแนะนำการลดเวลาทีละ 15 นาที https://ask.ifas.ufl.edu/publication/AE220
- UF/IFAS Extension — Scheduling Tips for Drip Irrigation of Vegetables (AE259/AE092, Haman, Bayabil และ Guzmán) — เกณฑ์ 50 และ 33 เปอร์เซ็นต์ การให้น้ำสั้นถี่ ตัวอย่างเทปปล่อย 0.5 แกลลอนต่อนาทีต่อ 100 ฟุต https://ask.ifas.ufl.edu/publication/AE092
- Siam Kubota — ระบบการให้น้ำแบบหยด ตัวช่วยในการเกษตร — อัตราไหลของหัวจ่าย 1 ถึง 12 ลิตรต่อชั่วโมง ที่นิยม 2, 4 และ 8 ลิตรต่อชั่วโมง kas.siamkubota.co.th (PDF)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
พ่นปุ๋ยและยาในแปลงต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไร ทำอย่างไรไม่ให้ลมพัดกลับมาโดนตัว
ชุดป้องกันขั้นต่ำตามกรมควบคุมโรคคือหมวก แว่นครอบตา หน้ากากไส้กรอง เสื้อผ้ามิดชิด ถุงมือและบูทยาง และต้องยืนเหนือลมตามกรมส่งเสริมการเกษตร
ทำปุ๋ยน้ำพ่นทางใบเองจากเศษพืชหรือปลา ใช้ได้จริงไหม และข้อควรระวัง
น้ำหมักชีวภาพที่ทำเองเป็นสารกระตุ้นเจือจาง ไม่ใช่ปุ๋ยแทนเคมี บทความสรุปสูตร อัตราเจือจาง ตัวอย่างคำนวณธาตุอาหาร และข้อควรระวังตามเอกสารกรมพัฒนาที่ดินและ สวพส.
วิธีผสมสารจับใบกับปุ๋ยทางใบให้ถูกลำดับ และสัญญาณว่าผสมผิด
ลำดับผสมที่เอกสารรองรับคือยึดฉลากก่อน แล้วน้ำ ผงที่ทำสลัวร์รี ของเหลว และสารจับใบเป็นลำดับท้ายสุด พร้อมวิธี jar test และสัญญาณว่าผสมผิด
สารจับใบคืออะไร ใช้เมื่อไหร่ และไม่จำเป็นเมื่อไหร่
สารจับใบคือสารลดแรงตึงผิวหรือสารเสริมประสิทธิภาพที่ช่วยให้น้ำพ่นแผ่และเกาะใบได้ดีขึ้น ใช้เมื่อฉลากกำหนดหรือใบเปียกยาก และไม่จำเป็นเมื่อสูตรมีผสมมาแล้ว
ผสมปุ๋ยทางใบกับยาหรือสารอื่นถังเดียวกันได้ไหม ความเสี่ยงและข้อควรรู้
หน่วยงานรัฐให้ภาพเรื่องผสมปุ๋ยกับยาไม่เหมือนกัน บทความนี้สรุปความเสี่ยง วิธีทดสอบ jar test และเงื่อนไขตัดสินใจ โดยให้ฉลากเป็นตัวตัดสิน
พ่นปุ๋ยทางใบแล้วใบไหม ใบด่าง สาเหตุและวิธีแก้
ใบไหม้หลังพ่นปุ๋ยมักมาจากความเข้มข้น แดด หรือการผสมสาร ส่วนใบด่างอาจไม่เกี่ยวกับปุ๋ย บทความนี้ไล่อาการ สาเหตุ และวิธีแก้ตามลำดับ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

เครื่องตั้งเวลารดน้ำ ระบบดิจิตอล อัตโนมัติ ตัวตั้งเวลารดน้ำต้นไม้ ที่รดน้ำ ตั้งเวลารดน้ำอัตโนมัติ
ดูรายละเอียด
เครื่องตั้งเวลารดน้ำดิจิตอลอัตโนมัติ ระบบรดน้ํารดน้ำต้นไม้ timer รดน้ํา ที่รดน้ํา water timer
ดูรายละเอียด
เครื่องตั้งเวลารดน้ำอัตโนมัติ อุปกรณ์ควบคุมตั้งเวลารดน้ำต้นไม้ อัตโนมัติ water timer สำหรับบ้านเรือน ชุดรดน้ำอัตโนมัติ
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ตั้งเวลารดน้ำผักกี่นาทีดี
ไม่มีตัวเลขเดียวใช้ได้ทุกแปลง ให้คำนวณจากปริมาณน้ำที่พืชของคุณต้องการและอัตราไหลของหัวจ่ายด้วยสูตร เวลา = 60 × ลิตรต่อต้น ÷ ลิตรต่อชั่วโมง แล้วปรับตามดินและอากาศ ผักมักรดสั้นแต่ถี่ ตามแนวทางของ UF/IFAS
แบ่งกี่โซนถึงพอ
ดูจากกลุ่มพืชที่ต้องการน้ำต่างกัน และอัตราไหลรวมต่อโซนต้องไม่เกินที่ปั๊มส่งได้ที่ความดันใช้งาน ถ้าเกินให้ซอยโซนเพิ่ม
โซนทำงานพร้อมกันได้ไหม
ได้ถ้าอัตราไหลรวมไม่เกินปั๊ม แต่ไทม์เมอร์ส่วนใหญ่สั่งทีละโซนต่อเนื่องกัน ตามที่ UF/IFAS อธิบาย การรันพร้อมกันต้องใช้เครื่องที่รองรับหรือแยกวงจร
รดน้ำเช้าหรือเย็นดีกว่า
ทั้งสองช่วงมีข้อดี เช้าให้ใบแห้งทันก่อนแดดจัดและลดเวลาที่ใบเปียกค้างคืน เย็นรดตอนอากาศเย็นลง แต่ใบเปียกข้ามคืนอาจเอื้อโรคบางชนิด เลือกตามชนิดพืชและเครื่องที่มี
ฝนตกต้องปิดไทม์เมอร์ไหม
ถ้ามีเซนเซอร์ฝนก็ให้เครื่องตัดเอง ถ้าไม่มี ให้ใช้ปุ่มข้ามรอบหรือปรับเปอร์เซ็นต์ลง และตรวจดินก่อนรอบถัดไป
ไม้กระถางควรรวมโซนกับแปลงผักไหม
ไม่ควร เพราะกระถางแห้งเร็ว ต้องรดถี่และน้ำน้อยต่อครั้ง ต่างจากแปลงผักที่ให้ปริมาณมากกว่าต่อรอบ
