ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569

ย่อยฟางข้าวด้วยสารเร่ง พด. แทนการเผา ใช้อย่างไรให้ฟางเปื่อยทันปลูก

วิธีใช้สารเร่ง พด.2 ทำน้ำหมักย่อยฟางข้าวและตอซังแทนการเผา ขั้นตอนหมักขยาย อัตราใช้ ระยะเวลาให้ฟางเปื่อยทันปลูก รวมจุดพลาดที่พบบ่อยในหน้าหนาว ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

ย่อยฟางข้าวด้วยสารเร่ง พด. แทนการเผา ใช้อย่างไรให้ฟางเปื่อยทันปลูก

คำตอบสั้น ๆ

วิธีใช้น้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ย่อยฟางและตอซังหลังเกี่ยวนาปี ทั้งนาที่มีน้ำและนาที่ไม่มีน้ำ พร้อมไทม์ไลน์ย้อนหลังจากวันเกี่ยวว่าต้องเริ่มหมักเมื่อไรให้ทันปลูกรอบต่อไป

คำตอบเร็ว: กรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้ใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 อัตรา 5 ลิตรต่อไร่ ผสมน้ำ 100 ลิตร ปล่อยไปกับน้ำที่ไหลเข้านา หรือสาดและหยดลงบนฟางขณะใช้รถตีฟาง แล้วไถกลบ หมักไว้ 10-15 วันจึงทำเทือกหรือเตรียมดินปลูกพืชถัดไป ตัวน้ำหมักเองต้องหมัก 7-10 วัน จึงควรเริ่มทำก่อนวันเกี่ยวอย่างน้อยสองสัปดาห์ ถ้ารอให้เกี่ยวเสร็จแล้วค่อยหมัก มักไม่ทันปลูกและจบที่การจุดไฟอีกรอบ

ช่วงปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายน นาปีหลายพื้นที่เริ่มเกี่ยว และคนที่จะทำนาปรังหรือปลูกข้าวโพดหลังนามีเวลาเตรียมแปลงไม่มาก เหตุผลที่หลายคนยังเผาฟางก็เพราะเร็วและไม่ต้องคิดมาก บทความนี้ไม่ได้มาเถียงว่าเผาดีหรือไม่ดี เรื่องผลเสียของการเผาและความผิดพลาดตอนไถกลบมีอยู่ใน บทความเรื่องเผาตอซังทำลายอินทรียวัตถุในดิน แล้ว ที่นี่จะเน้นอีกเรื่องหนึ่ง คือถ้าตัดสินใจใช้สารเร่ง พด. ย่อยฟาง ตอซัง จะวางลำดับงานอย่างไรให้ฟางเปื่อยทันวันปลูกจริง

สารเร่ง พด. ตัวไหนใช้กับฟาง และมันทำงานอย่างไร

ภาพประกอบ สารเร่ง พด. ตัวไหนใช้กับฟาง และมันทำงานอย่างไร

กรมพัฒนาที่ดินมีสารเร่งหลายเบอร์ ที่เกษตรกรเจอบ่อยคือ พด.1 ใช้ทำปุ๋ยหมัก และ พด.2 ใช้ทำน้ำหมักชีวภาพ งานย่อยฟางในแปลงตามแผ่นพับของกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดินใช้ "น้ำหมักชีวภาพที่ทำจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2" ไม่ได้เอาผงในซองไปโรยลงนาตรง ๆ จุดนี้หลายคนเข้าใจผิด ซื้อซองมาแล้วฉีกโรย แล้วบอกว่าไม่ได้ผล

ตามเอกสารของกรมพัฒนาที่ดิน สารเร่ง พด.2 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ย่อยโปรตีนและไขมัน ลดกลิ่นเหม็น และเติบโตได้ในสภาพเป็นกรด น้ำหมักที่ได้มีฮอร์โมนพืชกลุ่มออกซิน จิบเบอเรลลิน ไซโตไคนิน และกรดอินทรีย์ ซึ่งช่วยส่งเสริมกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน ทำให้ตอซังอ่อนนุ่มและไถกลบง่าย พูดง่าย ๆ คือน้ำหมักเป็นตัวช่วยให้ฟางนิ่มลงเร็วขึ้นเมื่ออยู่ในดินที่มีความชื้น ไม่ใช่ยาที่ทำให้ฟางละลายหายไปเองบนผิวดินแห้ง ๆ

ข้อมูลที่ไทยรัฐอ้างจากกรมพัฒนาที่ดิน (16 ก.พ. 2567) ระบุว่าไทยมีวัสดุเหลือใช้จากตอซังและฟางข้าวราว 26.81 ล้านตันต่อปี และการเผาเศษวัสดุจากนาข้าวทำให้สูญเสียไนโตรเจนประมาณ 90 ล้านกิโลกรัม ฟอสฟอรัส 20 ล้านกิโลกรัม โพแทสเซียม 260 ล้านกิโลกรัม และธาตุอาหารรองกว่า 150 ล้านกิโลกรัมต่อปี คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ตัวเลขระดับประเทศนี้อาจฟังไกลตัว แต่ถ้าเทียบเป็นแปลงของเรา ก็คือปุ๋ยส่วนหนึ่งที่ต้องซื้อกลับมาใส่ใหม่ทุกรอบ

ไทม์ไลน์ย้อนหลังจากวันเกี่ยว: เริ่มอะไรเมื่อไร

ปัญหาหลักของคนที่ลองแล้วไม่ทันคือคิดเวลาจากวันเกี่ยวไปข้างหน้า ทั้งที่ตัวน้ำหมักต้องทำล่วงหน้า วิธีที่ใช้ได้จริงคือนับย้อนจากวันที่อยากปลูกรอบต่อไป

ช่วงเวลา (นับจากวันเกี่ยว)งานที่ต้องทำที่มาของตัวเลข
ก่อนเกี่ยวประมาณ 2-3 สัปดาห์ติดต่อสถานีพัฒนาที่ดินหรือหมอดินอาสาเพื่อขอสารเร่ง พด.2 เตรียมผักผลไม้ กากน้ำตาล ถังหมักเผื่อเวลาเดินทางและการรอคิว (คำแนะนำเชิงปฏิบัติ)
ก่อนเกี่ยวอย่างน้อย 10-14 วันเริ่มหมักน้ำหมักชีวภาพ คนวันละ 1-2 ครั้งโปสเตอร์กรมพัฒนาที่ดิน: หมัก 7-10 วัน
วันเกี่ยวถึง 2-3 วันหลังเกี่ยวปล่อยน้ำเข้านาพร้อมน้ำหมัก หรือหยดน้ำหมักขณะตีฟาง แล้วไถกลบแผ่นพับกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน
10-15 วันหลังราดและไถกลบตรวจฟาง ถ้านิ่มหักง่าย ทำเทือกหว่านหรือปักดำ หรือเตรียมดินปลูกข้าวโพดหลังนาแผ่นพับกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน

รวมแล้วจากวันเกี่ยวถึงวันพร้อมปลูกอยู่ราวสองสัปดาห์ครึ่งถึงสามสัปดาห์ ถ้าวางแผนจะหว่านนาปรังเร็ว ต้องคุยกับรถเกี่ยวและรถตีฟางให้ลงแปลงต่อกันได้ เพราะช่วงพฤศจิกายนรถคิวยาว หลายรายเสียเวลาไปกับการรอรถมากกว่ารอฟางเปื่อย

ทำน้ำหมักชีวภาพสูตร 1 ด้วย พด.2 ให้ทันใช้

สูตรตามโปสเตอร์ "น้ำหมักชีวภาพสูตร 1" ของกรมพัฒนาที่ดิน ใช้วัตถุดิบดังนี้

  • ผักหรือผลไม้ที่ฉ่ำน้ำ เช่น คะน้า กะหล่ำปลี ผักบุ้ง สับปะรด กล้วย ส้ม 40 กิโลกรัม
  • กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม หรือน้ำตาลทรายแดง 5 กิโลกรัม
  • สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 จำนวน 1 ซอง
  • น้ำ 10 ลิตร

วิธีทำคือหั่นผักผลไม้ให้เป็นชิ้นเล็ก ละลายกากน้ำตาลในน้ำ ใส่สารเร่ง พด.2 แล้วคน 5-10 นาทีเพื่อปลุกเชื้อ จากนั้นใส่ผักผลไม้ลงไปคลุกให้เข้ากัน ปิดฝาไม่ต้องสนิท ตั้งไว้ในที่ร่ม คนวันละ 1-2 ครั้ง หมัก 7-10 วัน สังเกตว่าหมักเสร็จเมื่อกลิ่นแอลกอฮอล์ลดลงหรือหายไป ฝ้าบนผิวน้ำลดลงหรือหายไป และฟองก๊าซลดลง กรองแยกกากออกแล้วเอากากไปใส่กองปุ๋ยหมักได้ น้ำหมักที่ได้เก็บในที่ร่มอุณหภูมิห้องได้ประมาณ 3 เดือน

เรื่องที่คนทำบ่อยแต่ไม่ค่อยพูดกันคือ ปริมาณน้ำหมักที่กรองได้จริงจากสูตรหนึ่งขึ้นกับว่าผักผลไม้ฉ่ำน้ำแค่ไหน โปสเตอร์ไม่ได้ระบุปริมาณที่ได้ไว้ ทางที่ดีคือทำรอบแรกแล้วตวงจริง แล้วค่อยคำนวณว่าแปลงทั้งหมดต้องทำกี่ถัง ตัวอย่างเช่น นา 10 ไร่ ใช้ 5 ลิตรต่อไร่ ต้องมีน้ำหมักอย่างน้อย 50 ลิตร ถ้ารอบแรกได้ไม่ถึง ต้องเพิ่มถังหมักตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มารู้ตัวตอนรถตีฟางมาถึงแล้ว

ช่วงต้นฤดูหนาวปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฤดูหนาวเริ่มราวสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม 2569 ช้ากว่าปกติประมาณหนึ่งสัปดาห์ และจะหนาวน้อยกว่าปกติ อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยภาคเหนือตอนบนและอีสานตอนบนอยู่ราว 10-12 องศาเซลเซียส (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) ไม่มีตัวเลขทางการว่าอากาศเย็นทำให้การหมักช้าลงกี่วัน จึงควรยึดอาการของน้ำหมักตามที่กรมพัฒนาที่ดินบอก คือกลิ่น ฝ้า และฟอง มากกว่ายึดจำนวนวันอย่างเดียว ถ้ายังมีฟองมากและกลิ่นแอลกอฮอล์แรง ก็ยังไม่ควรเอาไปใช้

ขั้นตอนใช้ในแปลง แยกตามสภาพนา

นาที่มีน้ำ (นาชลประทาน)

  1. ผสมน้ำหมักชีวภาพ 5 ลิตรกับน้ำ 100 ลิตรต่อไร่
  2. เทผสมไปกับน้ำที่ไหลเข้านา หรือใช้รถบรรทุกถังสาดให้ทั่วแปลงขณะที่รถตีฟางย่ำตอซังลงไป
  3. หมักไว้ 10-15 วัน แล้วทำเทือกเพื่อหว่านหรือปักดำ ถ้าจะปลูกพืชตระกูลถั่วหรือข้าวโพดต่อก็ทำได้

เคล็ดลับจากหน้างานคือเทน้ำหมักตรงปากทางน้ำเข้า ให้น้ำพาไปเอง ดีกว่าเดินสาดทีละจุด แต่ต้องดูว่าน้ำเข้าแปลงทั่วจริง ไม่ใช่ขังอยู่มุมเดียว แปลงที่ระดับไม่เรียบจะเห็นชัดว่าฟางฝั่งที่น้ำไม่ถึงยังแข็งอยู่

นาที่ไม่มีน้ำ (นานอกเขตชลประทาน)

  1. ผสมอัตราเดียวกัน คือน้ำหมัก 5 ลิตรกับน้ำ 100 ลิตรต่อไร่
  2. ใส่ถังที่ติดกับรถตีฟางให้หยดลงบนฟางระหว่างตี หรือใช้รถบรรทุกถังสาด
  3. ไถกลบตอซัง หมักไว้ 10-15 วัน แล้วเตรียมดินปลูกข้าวโพดหลังนา

นาที่ไม่มีน้ำเสี่ยงกว่าเพราะดินแห้งเร็ว ถ้าตีฟางแล้วทิ้งไว้บนผิวดินโดยไม่ไถกลบ ฟางจะแห้งกรอบและจุลินทรีย์แทบไม่ได้ทำงาน ควรไถกลบตามเลยในวันเดียวกันหรือวันถัดไป ขณะที่ดินยังมีความชื้นจากหลังเกี่ยว

ตอซังข้าวโพด ข้าวฟ่าง และพืชตระกูลถั่ว

แผ่นพับเดียวกันแนะนำน้ำหมัก 1 ลิตรผสมน้ำ 40 ลิตรต่อไร่ ฉีดพ่นแล้วไถกลบ หมักไว้ประมาณ 10 วัน ส่วนพืชตระกูลถั่วใช้อัตราเดียวกันและหมักประมาณ 10 วัน คนที่ปลูกข้าวโพดหลังนาแล้วจะปลูกข้าวต่อ ใช้วิธีนี้กับตอซังข้าวโพดได้ เรื่องข้อห้ามเผาตอซังข้าวโพดดูเพิ่มได้ที่ กฎหมายห้ามเผาตอซังข้าวโพด

เช็กลิสต์ก่อนลงมือ

  • ได้สารเร่ง พด.2 มาแล้ว และเริ่มหมักก่อนวันเกี่ยวอย่างน้อย 10-14 วัน
  • คำนวณน้ำหมักที่ต้องใช้ทั้งแปลง (5 ลิตรต่อไร่สำหรับตอซังข้าว) และตวงปริมาณที่หมักได้จริงแล้ว
  • น้ำหมักผ่านการสังเกตแล้วว่ากลิ่นแอลกอฮอล์ ฝ้า และฟองลดลง กรองกากออกแล้ว
  • นัดรถตีฟางและรถไถให้ลงแปลงต่อจากรถเกี่ยวได้ภายในไม่กี่วัน
  • นาที่มีน้ำ: เช็กว่าน้ำเข้าแปลงได้ทั่ว นาที่ไม่มีน้ำ: เตรียมถังหยดติดรถหรือรถบรรทุกถังสาด
  • จดวันที่ราดและไถกลบไว้ เพื่อนับ 10-15 วันและตรวจสภาพฟางก่อนเตรียมดินรอบต่อไป

ฟางเปื่อยพอหรือยัง ดูอย่างไร

เอกสารของกรมพัฒนาที่ดินบอกผลที่ต้องการว่า "ตอซังอ่อนนุ่มและไถกลบง่าย" ไม่มีเกณฑ์ตัวเลขให้วัด ในทางปฏิบัติให้สุ่มดึงฟางจากหลายจุดในแปลง ถ้าบีบแล้วนิ่ม หักหรือขาดง่าย สีคล้ำลง แปลว่าพร้อมทำเทือก ถ้ายังเหนียวและเป็นเส้นยาวอยู่มาก อาจต้องรอเพิ่มอีกสองสามวัน หรือดูว่าจุดนั้นน้ำไม่ถึงหรือเปล่า

ข้อดีที่เอกสารระบุไว้เมื่อไถกลบตอซังแทนการเผา คือโครงสร้างดินร่วนซุย ระบายอากาศดีขึ้น อุ้มน้ำได้ดี เก็บธาตุอาหารได้มากขึ้น ช่วยรักษาความเป็นกรดด่างของดิน และลดความเป็นพิษของเหล็ก แมงกานีส และความเค็มในดิน ส่วนการเผาทำลายโครงสร้างดิน จุลินทรีย์ และแมลงที่มีประโยชน์ และสร้างฝุ่นควันและ PM ใครอยากรู้เพิ่มว่าการไถกลบให้ผลกับดินจริงแค่ไหน อ่านต่อได้ที่ ไถกลบตอซังข้าวช่วยดินได้จริงไหม

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เอาผง พด.2 โรยลงนาตรง ๆ คำแนะนำของกรมพัฒนาที่ดินคือทำเป็นน้ำหมักชีวภาพก่อน แล้วค่อยผสมน้ำราด
  • เริ่มหมักหลังเกี่ยว น้ำหมักต้องใช้เวลา 7-10 วัน บวกเวลาหมักฟางอีก 10-15 วัน ถ้าเริ่มช้าจะไม่ทันปลูก แล้วสุดท้ายก็เผา
  • ราดลงฟางที่ตีแล้วทิ้งไว้บนดินแห้ง ฟางไม่สัมผัสดินและความชื้น การย่อยจะช้ามาก ต้องไถกลบหรือมีน้ำในแปลง
  • ใช้อัตราสูงเกินเพราะคิดว่ายิ่งมากยิ่งเร็ว คำแนะนำคือ 5 ลิตรต่อไร่สำหรับตอซังข้าว ใช้มากกว่านั้นเปลืองแรงหมักโดยไม่มีข้อมูลรองรับว่าเร็วขึ้น
  • ไม่ดูน้ำหมักก่อนใช้ ถ้ากลิ่นแอลกอฮอล์ยังแรงและฟองยังมาก แปลว่าการหมักยังไม่จบ
  • น้ำเข้าแปลงไม่ทั่ว แปลงที่ระดับไม่เรียบ ฟางฝั่งสูงจะแข็งอยู่ ต้องเกลี่ยน้ำหรือสาดเสริม

ถ้าฟางเยอะเกินกว่าจะไถกลบหมด

บางแปลงฟางหนาจนรถไถลากไม่ไหว หรือเจ้าของอยากเก็บฟางส่วนหนึ่งไว้ใช้ทางอื่น เช่น อัดฟางขาย ใช้คลุมแปลงผัก หรือเพาะเห็ด ถ้าสนใจทางเห็ด ดูวิธีเตรียมได้ที่ วิธีปลูกเห็ดฟางสำหรับมือใหม่ แต่ฟางที่ขนออกไปแล้วก็ไม่ได้กลับลงดินแปลงนั้น จึงควรชั่งน้ำหนักว่าอยากได้อะไรมากกว่ากัน

เรื่องสุดท้ายที่ต้องรู้คือหลายจังหวัดมีมาตรการห้ามเผาในช่วงฤดูหมอกควัน ถ้าจำเป็นต้องจัดการเศษฟางด้วยไฟ ให้เช็กประกาศของจังหวัดและอำเภอก่อน รายละเอียดเรื่องโทษดูได้ที่ มาตรการห้ามเผาตอซังข้าว

สรุป

การใช้สารเร่ง พด. ย่อยฟาง ตอซัง ให้ทันปลูก ขึ้นอยู่กับการเริ่มหมักน้ำหมักชีวภาพจาก พด.2 ก่อนวันเกี่ยว แล้วใช้อัตรา 5 ลิตรผสมน้ำ 100 ลิตรต่อไร่ ไถกลบขณะดินยังชื้น และรอ 10-15 วันก่อนเตรียมดินรอบต่อไป ข้อมูลอัตราและระยะเวลาทั้งหมดในบทความมาจากเอกสารของกรมพัฒนาที่ดิน ถ้าสภาพแปลงต่างไปจากนี้ ให้ปรึกษาสถานีพัฒนาที่ดินหรือหมอดินอาสาในพื้นที่ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน แผ่นพับ "ไถกลบตอซัง ปรับโครงสร้างดินลดหมอกควัน" — อัตราน้ำหมักชีวภาพจาก พด.2 สำหรับนาที่มีน้ำ นาที่ไม่มีน้ำ ตอซังข้าวโพด ข้าวฟ่าง พืชตระกูลถั่ว ระยะเวลาหมัก และประโยชน์ต่อดิน (https://www.opsmoac.go.th/nakhonsawan-article_prov-files-462991791793)
  • 📄กรมพัฒนาที่ดิน โปสเตอร์ "น้ำหมักชีวภาพสูตร 1" — ส่วนผสม วิธีหมัก ระยะเวลา 7-10 วัน อาการหมักเสร็จ และการเก็บรักษา (https://www.ldd.go.th/WEB_Download/Data/Poster/Info_2.pdf)
  • 📄ไทยรัฐออนไลน์ (16 ก.พ. 2567) อ้างข้อมูลกรมพัฒนาที่ดิน — ความต่างของ พด.1 และ พด.2 ปริมาณเศษวัสดุทางการเกษตร ธาตุอาหารที่สูญเสียจากการเผา จุดรับสารเร่งและสายด่วน 1760 (https://www.thairath.co.th/agriculture/agricultural-technology/2763707)
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ รายงานคาดการณ์ฤดูหนาว 2569 ของกรมอุตุนิยมวิทยา — ช่วงเริ่มและสิ้นสุดฤดูหนาว อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยที่คาดการณ์ (https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1256451)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

เมล็ดพันธุ์ข้าว ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวเหนียวดำ ข้าวญี่ปุ่น…

เมล็ดพันธุ์ข้าว ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวเหนียวดำ ข้าวญี่ปุ่น…

เมล็ดพันธุ์/ต้นพันธุ์

เมล็ดหรือต้นพันธุ์ของพืชที่กำลังวางแผนปลูก ตรวจวันบรรจุและอัตรางอกบนซอง

เช็กก่อนซื้อ

  • ชื่อพันธุ์และฤดูปลูกที่เหมาะ
  • วันบรรจุหรือวันหมดอายุบนซอง
แกลบข้าว แกลบข้าวเปลือก แกลบดิบ กระสอบละ 99 บาท ขนาด 7-9…

แกลบข้าว แกลบข้าวเปลือก แกลบดิบ กระสอบละ 99 บาท ขนาด 7-9…

อุปกรณ์เพาะกล้า

ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง

เช็กก่อนซื้อ

  • จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
  • เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

ดินปลูก/วัสดุปลูก

ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ

เช็กก่อนซื้อ

  • เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
  • น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง
10ชิ้นพืชป้ายต้นไม้ป้ายที-รูปป้ายพลาสติกหน้าแผ่นพื้นดินนา…

10ชิ้นพืชป้ายต้นไม้ป้ายที-รูปป้ายพลาสติกหน้าแผ่นพื้นดินนา…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

สารเร่ง พด.1 กับ พด.2 ต่างกันอย่างไร ใช้ย่อยฟางตัวไหน

พด.1 ใช้ทำปุ๋ยหมัก ส่วน พด.2 ใช้ทำน้ำหมักชีวภาพ งานย่อยฟางในแปลงตามคำแนะนำของกรมพัฒนาที่ดินใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ราดหรือปล่อยไปกับน้ำแล้วไถกลบ

ใช้น้ำหมักชีวภาพกี่ลิตรต่อไร่

เอกสารของกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน แนะนำน้ำหมักชีวภาพ 5 ลิตรต่อไร่ ผสมน้ำ 100 ลิตร สำหรับตอซังข้าว ส่วนตอซังข้าวโพดหรือข้าวฟ่างใช้ 1 ลิตรผสมน้ำ 40 ลิตรต่อไร่

ราดแล้วต้องรอกี่วันถึงจะปลูกได้

ตามคำแนะนำคือหมักไว้ 10-15 วันสำหรับตอซังข้าว แล้วจึงทำเทือกหรือเตรียมดินปลูกพืชถัดไป ส่วนตอซังข้าวโพด ข้าวฟ่าง และพืชตระกูลถั่วประมาณ 10 วัน ควรดูสภาพฟางจริงด้วยว่านิ่มและหักง่ายหรือยัง

ทำน้ำหมักชีวภาพเองใช้เวลากี่วัน

ตามโปสเตอร์ของกรมพัฒนาที่ดิน หมักประมาณ 7-10 วัน จนกลิ่นแอลกอฮอล์และฝ้าลดลงหรือหายไป และฟองก๊าซลดลง ดังนั้นควรเริ่มหมักก่อนวันเกี่ยวอย่างน้อยสองสัปดาห์

หาสารเร่ง พด.2 ได้ที่ไหน

ติดต่อสถานีพัฒนาที่ดินในจังหวัดหรือหมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมพัฒนาที่ดิน 1760 เงื่อนไขการแจกหรือจำหน่ายแต่ละพื้นที่อาจต่างกัน ควรสอบถามก่อนไปรับ

นาไม่มีน้ำขังหลังเกี่ยว ใช้ได้ไหม

ใช้ได้ โดยใส่น้ำหมักผสมน้ำลงถังติดรถตีฟางให้หยดลงบนฟางขณะตี หรือใช้รถบรรทุกถังสาดให้ทั่ว แล้วไถกลบ หมักไว้ 10-15 วัน ข้อสำคัญคือดินและฟางต้องยังมีความชื้นอยู่