ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

ใบอนุญาตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุมต้องขอตอนไหน มีขั้นตอนอย่างไร

สัตว์น้ำควบคุมคืออะไร ชนิดไหนบ้างที่ต้องขอใบอนุญาตจากกรมประมงก่อนเพาะเลี้ยง ขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และบทลงโทษถ้าเลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาต

ใบอนุญาตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุมต้องขอตอนไหน มีขั้นตอนอย่างไร
คำตอบเร็ว: "สัตว์น้ำควบคุม" คือชนิดพันธุ์ที่กรมประมงประกาศกำหนดเป็นการเฉพาะภายใต้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ เป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่อาจรุกรานแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือมีความเสี่ยงด้านอื่นตามที่ทางราชการเห็นสมควรควบคุม เกษตรกรที่ต้องการเพาะเลี้ยงชนิดเหล่านี้ต้องยื่นขอใบอนุญาตจากกรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัด/อำเภอในพื้นที่ก่อนเริ่มเพาะเลี้ยงเสมอ ห้ามเริ่มเลี้ยงก่อนได้รับใบอนุญาต เพราะรายชื่อสัตว์น้ำควบคุมมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดกับกรมประมงก่อนตัดสินใจเพาะเลี้ยงชนิดใดก็ตามที่ไม่ใช่สัตว์น้ำเศรษฐกิจทั่วไป

เกษตรกรและผู้เลี้ยงปลาสวยงามหลายรายไม่ทราบว่าสัตว์น้ำบางชนิดที่ซื้อขายกันในตลาดออนไลน์หรือร้านขายปลาทั่วไป จัดอยู่ในกลุ่ม "สัตว์น้ำควบคุม" ที่ต้องขอใบอนุญาตก่อนเพาะเลี้ยง บางคนซื้อมาเลี้ยงเล่นหรือเพาะขยายพันธุ์เพื่อขายโดยไม่รู้ตัวว่าผิดกฎหมาย จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบภายหลัง บทความนี้จะอธิบายว่าสัตว์น้ำควบคุมคืออะไร ทำไมต้องควบคุม ตัวอย่างชนิดที่มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ขั้นตอนขอใบอนุญาตจากกรมประมง เอกสารที่ต้องเตรียม และบทลงโทษหากเพาะเลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาต

สัตว์น้ำควบคุมคืออะไร ทำไมต้องควบคุม

ภาพประกอบ สัตว์น้ำควบคุมคืออะไร ทำไมต้องควบคุม

พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ให้อำนาจกรมประมงออกประกาศกำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ต้องควบคุมการเพาะเลี้ยง เหตุผลหลักคือป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (alien species) ที่หากหลุดรอดลงแหล่งน้ำสาธารณะอาจแพร่พันธุ์รวดเร็ว แย่งอาหารและถิ่นที่อยู่ของสัตว์น้ำพื้นถิ่น หรือเป็นพาหะนำโรคที่กระทบสัตว์น้ำเศรษฐกิจของเกษตรกรรายอื่น การกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตก่อนเพาะเลี้ยงจึงเป็นกลไกให้ภาครัฐทราบและควบคุมแหล่งเพาะเลี้ยง กำหนดมาตรการป้องกันการหลุดรอด เช่น ระบบบ่อที่ปิดมิดชิด ก่อนอนุญาตให้เพาะเลี้ยงได้ ไม่ใช่การห้ามเลี้ยงทุกกรณี แต่เป็นการควบคุมให้เพาะเลี้ยงอย่างมีมาตรการรองรับความเสี่ยง

ตัวอย่างชนิดที่มักถูกจัดเป็นสัตว์น้ำควบคุม

ภาพประกอบ ตัวอย่างชนิดที่มักถูกจัดเป็นสัตว์น้ำควบคุม

ชนิดสัตว์น้ำที่ถูกกล่าวถึงบ่อยในฐานะสัตว์น้ำต่างถิ่นที่มีความเสี่ยงและมักอยู่ภายใต้การควบคุม ได้แก่ปลาบางชนิดที่ไม่ใช่พันธุ์พื้นเมืองและมีศักยภาพแพร่พันธุ์รวดเร็วหรือเป็นนักล่าในระบบนิเวศ เช่น ปลาซักเกอร์บางชนิด ปลาการ์ (alligator gar) และปลาปิรันย่า ซึ่งเป็นตัวอย่างที่สื่อและหน่วยงานราชการมักหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาเรื่องผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม รายชื่อสัตว์น้ำควบคุมที่แท้จริงตามประกาศกรมประมงมีการทบทวนและปรับปรุงเป็นระยะ อาจมีการเพิ่มหรือถอดชนิดออกตามสถานการณ์ ผู้ที่สนใจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดใดก็ตามที่ไม่ใช่สัตว์น้ำเศรษฐกิจทั่วไป เช่น ปลานิล ปลาดุก กุ้งขาว จึงควรตรวจสอบประกาศกรมประมงฉบับล่าสุดหรือสอบถามสำนักงานประมงในพื้นที่ก่อนเริ่มเพาะเลี้ยงทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ผิดพลาดจากการอ้างอิงรายชื่อเก่าที่อาจไม่ตรงกับปัจจุบัน

ขั้นตอนขอใบอนุญาตจากกรมประมง

ภาพประกอบ ขั้นตอนขอใบอนุญาตจากกรมประมง
  1. ตรวจสอบก่อนว่าชนิดที่ต้องการเพาะเลี้ยงอยู่ในบัญชีสัตว์น้ำควบคุมหรือไม่ โดยสอบถามหรือตรวจประกาศล่าสุดจากกรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัด
  2. ยื่นคำขอรับใบอนุญาตที่สำนักงานประมงจังหวัดหรืออำเภอในพื้นที่ พร้อมข้อมูลสถานที่เพาะเลี้ยงและวัตถุประสงค์การเลี้ยง
  3. เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เพาะเลี้ยง ประเมินมาตรการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น ระบบบ่อ ตาข่ายกั้น หรือระบบระบายน้ำที่ปลอดภัย
  4. รอผลการพิจารณาและรับใบอนุญาต หากสถานที่และมาตรการผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะสามารถเริ่มเพาะเลี้ยงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  5. ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุในใบอนุญาตต่อเนื่อง เช่น การรายงานปริมาณสัตว์น้ำ หรือการรักษามาตรการป้องกันการหลุดรอดตลอดระยะเวลาที่เพาะเลี้ยง

เอกสารที่ต้องเตรียม

ภาพประกอบ เอกสารที่ต้องเตรียม
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ยื่นขอใบอนุญาต
  • เอกสารสิทธิ์การใช้ที่ดินหรือสถานที่ที่จะใช้เพาะเลี้ยง เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน
  • แผนผังหรือรายละเอียดสถานที่เพาะเลี้ยง แสดงระบบบ่อและมาตรการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำ
  • ข้อมูลชนิดและจำนวนสัตว์น้ำที่ต้องการเพาะเลี้ยง พร้อมวัตถุประสงค์ (เพื่อจำหน่าย ขยายพันธุ์ หรือวิจัย)
  • เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ตามที่สำนักงานประมงในพื้นที่กำหนด ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามชนิดสัตว์น้ำและพื้นที่
ขั้นตอนสถานที่ติดต่อสิ่งที่ต้องเตรียม
ตรวจสอบสถานะสัตว์น้ำสำนักงานประมงจังหวัด/กรมประมงชื่อชนิดสัตว์น้ำที่ต้องการเพาะเลี้ยง
ยื่นคำขอใบอนุญาตสำนักงานประมงจังหวัด/อำเภอเอกสารสิทธิ์ที่ดิน แผนผังสถานที่เลี้ยง
ตรวจสถานที่จริงเจ้าหน้าที่ประมงลงพื้นที่ระบบบ่อและมาตรการป้องกันการหลุดรอด
รับใบอนุญาตสำนักงานประมงที่ยื่นคำขอปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุต่อเนื่อง

บทลงโทษถ้าเพาะเลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาต

ภาพประกอบ บทลงโทษถ้าเพาะเลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาต

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 มีทั้งโทษปรับและอาจรวมถึงมาตรการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การสั่งให้ทำลายหรือควบคุมสัตว์น้ำที่เพาะเลี้ยงโดยไม่ถูกต้อง เนื่องจากอัตราโทษที่แน่นอนขึ้นอยู่กับชนิดสัตว์น้ำและระดับความเสี่ยงที่กฎหมายกำหนดไว้ในแต่ละกรณี และอาจมีการปรับปรุงแก้ไขได้ ผู้ที่กำลังพิจารณาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดที่ไม่แน่ใจสถานะควรสอบถามอัตราโทษและความเสี่ยงทางกฎหมายกับกรมประมงหรือสำนักงานประมงในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ ไม่ควรเริ่มเพาะเลี้ยงไปก่อนแล้วค่อยขอใบอนุญาตย้อนหลัง เพราะถือว่าความผิดเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่เริ่มเพาะเลี้ยง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • ซื้อสัตว์น้ำแปลกจากตลาดออนไลน์มาเลี้ยงโดยไม่ตรวจสอบสถานะก่อน ไม่รู้ว่าชนิดนั้นจัดเป็นสัตว์น้ำควบคุมที่ต้องขอใบอนุญาต
  • เข้าใจว่าเลี้ยงจำนวนน้อยหรือเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินส่วนตัวไม่ต้องขอใบอนุญาต ซึ่งไม่ถูกต้องเสมอไป กฎหมายไม่ได้ยกเว้นตามปริมาณหรือวัตถุประสงค์การเลี้ยง
  • เริ่มเพาะเลี้ยงก่อนแล้วค่อยไปยื่นขอใบอนุญาตทีหลัง ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่เริ่มเพาะเลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาต
  • ไม่มีมาตรการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น บ่อไม่มีตาข่ายกั้นหรือระบบระบายน้ำที่ปลอดภัย ทำให้ตรวจสถานที่ไม่ผ่าน
  • อ้างอิงรายชื่อสัตว์น้ำควบคุมเก่าที่ไม่ทันปัจจุบัน เพราะประกาศกรมประมงมีการปรับปรุงรายชื่อเป็นระยะ

สรุป

สัตว์น้ำควบคุมคือชนิดพันธุ์ที่กรมประมงประกาศกำหนดเป็นการเฉพาะเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ เกษตรกรที่ต้องการเพาะเลี้ยงชนิดเหล่านี้ต้องยื่นขอใบอนุญาตจากสำนักงานประมงในพื้นที่ก่อนเริ่มเลี้ยงเสมอ เตรียมเอกสารสิทธิ์ที่ดินและมาตรการป้องกันการหลุดรอดของสัตว์น้ำให้พร้อมก่อนยื่นคำขอ และควรตรวจสอบประกาศรายชื่อสัตว์น้ำควบคุมล่าสุดกับกรมประมงทุกครั้งก่อนตัดสินใจเพาะเลี้ยงชนิดที่ไม่ใช่สัตว์น้ำเศรษฐกิจทั่วไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจตามมา ดูข้อมูลกฎหมายและมาตรฐานเกษตรอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ในหมวด ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง — ประกาศกรมประมงเรื่องชนิดสัตว์น้ำควบคุมและขั้นตอนขอใบอนุญาตเพาะเลี้ยงตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลภาพรวมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและระเบียบที่เกี่ยวข้องสำหรับเกษตรกร

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

สัตว์น้ำควบคุมต่างจากสัตว์น้ำเศรษฐกิจทั่วไปอย่างไร

สัตว์น้ำเศรษฐกิจทั่วไป เช่น ปลานิล ปลาดุก กุ้งขาว ไม่จัดเป็นสัตว์น้ำควบคุมและเพาะเลี้ยงได้ตามปกติโดยยังต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามระเบียบทั่วไป ส่วนสัตว์น้ำควบคุมคือชนิดที่กรมประมงประกาศกำหนดเป็นการเฉพาะเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ ต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติมก่อนเพาะเลี้ยง

เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินส่วนตัวไม่ได้ขายต้องขอใบอนุญาตไหม

โดยหลักการแล้วหากชนิดนั้นถูกประกาศเป็นสัตว์น้ำควบคุม กฎหมายไม่ได้ยกเว้นตามวัตถุประสงค์การเลี้ยงหรือปริมาณ ควรสอบถามกับสำนักงานประมงในพื้นที่ให้ชัดเจนก่อนเริ่มเลี้ยงเสมอ

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ใบอนุญาต

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับการตรวจสถานที่และความครบถ้วนของเอกสารที่ยื่น ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้ทุกกรณี ควรสอบถามระยะเวลาดำเนินการโดยประมาณกับสำนักงานประมงจังหวัดที่ยื่นคำขอโดยตรง

ถ้าซื้อสัตว์น้ำมาแล้วพบภายหลังว่าเป็นชนิดควบคุม ควรทำอย่างไร

ควรติดต่อสำนักงานประมงในพื้นที่ทันทีเพื่อสอบถามแนวทางแก้ไข ไม่ควรปล่อยสัตว์น้ำลงแหล่งน้ำธรรมชาติเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจก่อผลกระทบต่อระบบนิเวศและเป็นความผิดเพิ่มเติมได้

รายชื่อสัตว์น้ำควบคุมเปลี่ยนแปลงบ่อยแค่ไหน

กรมประมงมีการทบทวนและปรับปรุงประกาศรายชื่อสัตว์น้ำควบคุมเป็นระยะตามสถานการณ์ความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ จึงควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดทุกครั้งก่อนตัดสินใจเพาะเลี้ยงชนิดใดก็ตามที่ไม่ใช่สัตว์น้ำเศรษฐกิจทั่วไป