ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

บริจาคเงินน้ำท่วมอย่างไรไม่โดนมิจฉาชีพ ตรวจสอบก่อนโอน

บริจาคเงินน้ำท่วม 2569 อย่างไรไม่โดนมิจฉาชีพ ตรวจชื่อบัญชีกับเว็บไซต์ทางการขององค์กรก่อนโอน ใช้ e-Donation ลดหย่อนภาษี และถ้าโดนหลอกแจ้ง 1441 หรือ 191 ได้ทันที

บริจาคเงินน้ำท่วมอย่างไรไม่โดนมิจฉาชีพ ตรวจสอบก่อนโอน

คำตอบสั้น ๆ

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 มีคนอยากช่วยมากเป็นพิเศษ และนี่คือช่วงเวลาที่มิจฉาชีพชอบที่สุด เพราะคนโอนเงินด้วยความรีบและความสงสาร ไม่ได้หยุดคิดว่าบัญชีที่เห็นใน

คำตอบเร็ว: ก่อนบริจาคเงินน้ำท่วมทุกครั้ง ให้หาเลขบัญชีจากเว็บไซต์หรือช่องทางทางการขององค์กรผู้รับด้วยตัวเอง แล้วเทียบให้ตรงทั้งชื่อบัญชี ชื่อธนาคาร และเลขบัญชี ห้ามโอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลที่ส่งต่อมาในแชต ถ้าต้องการลดหย่อนภาษีให้จ่ายผ่านเมนูจ่ายบิลหรือ e-Donation ของธนาคาร ถ้าสงสัยว่าเจอมิจฉาชีพรับบริจาคน้ำท่วม แจ้งได้ที่ 191 หรือ 1599 และสายด่วน AOC 1441 (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ช่วงน้ำท่วมปี 2569 มีคนอยากช่วยมากเป็นพิเศษ และนี่คือช่วงเวลาที่มิจฉาชีพชอบที่สุด เพราะคนโอนเงินด้วยความรีบและความสงสาร ไม่ได้หยุดคิดว่าบัญชีที่เห็นในโพสต์นั้นเป็นของใครกันแน่ หลายครอบครัวเกษตรกรที่ตัวเองไม่ได้ถูกน้ำท่วมก็อยากส่งเงินไปช่วยญาติหรือชาวนาในจังหวัดอื่น คำถามจริงที่ต้องตอบคือ "บริจาคเงินน้ำท่วม ตรวจสอบอย่างไร ให้เงินถึงมือผู้ประสบภัยจริง" บทความนี้เรียงขั้นตอนตามลำดับที่ควรทำก่อนกดโอน พร้อมจุดที่ต้องตัดสินใจ และช่องทางแจ้งเหตุที่ตรวจสอบได้

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากข่าวและประกาศที่ระบุแหล่งไว้ด้านล่าง ณ ต.ค. 2569 เลขบัญชีและเงื่อนไขภาษีอาจเปลี่ยนได้ ก่อนโอนจริงให้ตรวจกับองค์กรผู้รับอีกครั้งเสมอ

มิจฉาชีพรับบริจาคน้ำท่วมมักมาในรูปแบบไหน

ภาพประกอบ มิจฉาชีพรับบริจาคน้ำท่วมมักมาในรูปแบบไหน

ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ณ ตอนนี้คือ มีรายงานข่าวว่าตำรวจเตือนเรื่องการเปิดรับบริจาคปลอมและการชวนลงทะเบียนรับเงินช่วยน้ำท่วมปลอม (รายงานข่าว FM91 อ้างศูนย์ประชาสัมพันธ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 27 ก.ย. 2569) รายละเอียดเต็มของประกาศนี้เรายังไม่ได้ตรวจจากต้นฉบับ จึงขอสรุปเป็นสัญญาณที่ผู้บริจาคสังเกตเองได้ ซึ่งเป็นหลักการตรวจสอบทั่วไป ไม่ใช่รายการรูปแบบที่ตำรวจประกาศอย่างเป็นทางการ

  • บัญชีชื่อบุคคล แต่อ้างเป็นมูลนิธิหรือหน่วยงาน เช่น โพสต์ใช้โลโก้องค์กรการกุศล แต่ชื่อบัญชีปลายทางเป็นชื่อคนธรรมดา
  • เร่งให้โอนทันที ใช้ภาพผู้ประสบภัยที่น่าสงสาร บอกว่าเหลือเวลาไม่กี่ชั่วโมง หรือ "โอนก่อนแล้วจะส่งใบเสร็จให้ทีหลัง"
  • เพจหรือบัญชีโซเชียลเพิ่งสร้าง มีผู้ติดตามน้อย โพสต์ย้อนหลังน้อย หรือเปลี่ยนชื่อเพจมาจากเรื่องอื่น
  • ส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว อ้างว่าเป็นการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาหรือรับของบริจาค แล้วขอเลขบัญชี รหัส หรือให้ติดตั้งแอปจากลิงก์
  • เลขบัญชีในภาพไม่ตรงกับเลขในข้อความ หรือมีคนในคอมเมนต์ใส่เลขบัญชีใหม่ว่า "บัญชีเดิมเต็มแล้ว ให้โอนบัญชีนี้แทน"

สำหรับผู้ประสบภัยที่กำลังรอเงินเยียวยาเอง รูปแบบที่ต้องระวังคู่กันคือข้อความชวน "ลงทะเบียนรับเงินช่วยน้ำท่วม" ผ่านลิงก์แปลก ๆ ช่องทางที่รัฐบาลประกาศสำหรับเงินช่วยเหลือครัวเรือนคือแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ซึ่งเริ่มลงทะเบียน 2 ตุลาคม 2569 ส่วนเกษตรกรที่พืชผลเสียหายต้องยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ไม่มีขั้นตอนไหนที่ต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมให้ใครก่อน อ่านขั้นตอนรับสิทธิ์ที่ถูกต้องได้ใน คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569 เงินเยียวยา สิทธิ และขั้นตอน

ขั้นตอนตรวจสอบก่อนโอน เรียงตามลำดับจริง

ทำตามลำดับนี้ทุกครั้ง แม้จะเป็นโพสต์ที่เพื่อนสนิทแชร์มาก็ตาม เพราะเพื่อนอาจถูกหลอกต่อมาอีกทอดหนึ่ง

  1. หยุดก่อนกดโอน ถ้ารู้สึกว่าต้องรีบ ให้ถือว่านั่นคือสัญญาณแรกที่ต้องตรวจ เงินบริจาคที่โอนช้าลงเพื่อตรวจสอบ ยังมีประโยชน์มากกว่าเงินที่โอนเร็วแต่เข้ากระเป๋ามิจฉาชีพ
  2. ระบุให้ได้ว่าใครคือผู้รับ องค์กรการกุศล หน่วยงานรัฐ วัด โรงเรียน หรือกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ ถ้าตอบไม่ได้ว่าเป็นใคร ให้ข้ามโพสต์นั้นไป
  3. หาเลขบัญชีจากต้นทางเอง เปิดเว็บไซต์หรือบัญชีโซเชียลทางการขององค์กรนั้นด้วยการค้นหาเอง ไม่ใช่กดลิงก์จากโพสต์ที่ส่งต่อมา แล้วดูว่าเลขบัญชีที่ประกาศตรงกันหรือไม่
  4. เทียบชื่อบัญชีในแอปธนาคาร พิมพ์เลขบัญชีแล้วดูชื่อผู้รับที่ธนาคารแสดงก่อนยืนยัน ชื่อต้องเป็นชื่อองค์กร ถ้าเป็นชื่อบุคคลหรือชื่อร้านค้าที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้ยกเลิก
  5. เลือกช่องทางที่มีหลักฐาน ถ้าองค์กรมีระบบจ่ายบิลหรือ Biller ID ให้ใช้ช่องทางนั้น เพราะตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายกว่าและเกี่ยวกับสิทธิลดหย่อนภาษี (ดูหัวข้อถัดไป)
  6. เก็บสลิปและภาพหน้าจอโพสต์ เก็บไว้จนกว่าจะได้รับใบอนุโมทนาบัตรหรือเห็นยอดในระบบ ถ้าภายหลังพบว่าถูกหลอก หลักฐานชุดนี้คือสิ่งที่ต้องใช้แจ้งความ
  7. ถ้าผิดปกติ แจ้งทันที ยิ่งแจ้งเร็ว ยิ่งมีโอกาสติดตามเส้นทางเงินได้ ช่องทางแจ้งอยู่ในตารางด้านล่าง

ตัวอย่างบัญชีทางการ และวิธีเช็กซ้ำก่อนโอน

ตัวอย่างบัญชีรับบริจาคที่มีการเผยแพร่ในข่าว คือบัญชี "สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ" ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 045-3-04637-0 และ Biller ID (รหัสประจำตัวผู้ให้บริการ) 099400016012795 ตามข่าวไทยโพสต์ 26 ก.ย. 2569 ซึ่งระบุว่าทุกยอดบริจาคใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 2 เท่า

ข้อควรรู้: เลขบัญชีชุดนี้มาจากรายงานข่าว เรายังไม่ได้ยืนยันจากเว็บไซต์ของสภากาชาดไทยโดยตรง ก่อนโอนให้ตรวจเลขบัญชีกับเว็บไซต์ทางการหรือช่องทางทางการของสภากาชาดไทยด้วยตัวเองอีกครั้ง และใช้หลักเดียวกันกับทุกองค์กรที่คุณจะบริจาค ไม่ว่าจะเห็นเลขบัญชีจากข่าว ป้ายโฆษณา หรือแชตกลุ่มก็ตาม

วิธีเช็กซ้ำที่ทำได้ด้วยตัวเอง:

  • เปิดเว็บไซต์องค์กรโดยพิมพ์ชื่อค้นหาเอง แล้วดูหน้าประกาศรับบริจาคล่าสุด
  • ดูว่าบัญชีโซเชียลขององค์กรเป็นบัญชีทางการที่มีประวัติโพสต์ต่อเนื่อง ไม่ใช่บัญชีที่ตั้งชื่อคล้ายกัน
  • ถ้ามี Biller ID ให้ใช้เมนูจ่ายบิลในแอปธนาคาร แล้วตรวจว่าชื่อผู้รับที่แอปแสดงตรงกับองค์กร
  • ถ้าข้อมูลสองแหล่งไม่ตรงกัน ให้เชื่อแหล่งที่เป็นช่องทางทางการขององค์กรเอง และอย่าโอนจนกว่าจะชัดเจน

อยากลดหย่อนภาษี ต้องบริจาคผ่านช่องทางไหน

ประเด็นนี้คนพลาดบ่อยมาก ตามข่าว Sanook (ก.ย. 2569) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 การบริจาคที่จะนำมาลดหย่อนภาษีต้องทำผ่านระบบ e-Donation และควรชำระผ่านเมนูจ่ายบิลหรือ e-Donation ของธนาคาร ข่าวเดียวกันยังเตือนว่าการโอนเงินเข้าบัญชีทั่วไปหรือการมอบสิ่งของ ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิทางภาษีเสมอไป

แหล่งนี้เป็นเว็บข่าว ไม่ใช่ประกาศของกรมสรรพากรโดยตรง หากคุณจะใช้สิทธิลดหย่อนจริงจัง ให้ตรวจเงื่อนไขกับกรมสรรพากรอีกชั้นหนึ่ง แต่ในทางปฏิบัติ การเลือกจ่ายผ่านเมนูจ่ายบิลขององค์กรที่มี Biller ID มีข้อดีสองต่อ คือได้ชื่อผู้รับที่ระบบธนาคารยืนยัน และมีโอกาสเข้าระบบ e-Donation สำหรับภาษี

วิธีบริจาคตรวจชื่อผู้รับได้ไหมเรื่องลดหย่อนภาษีความเสี่ยงมิจฉาชีพ
จ่ายบิล / e-Donation ผ่านแอปธนาคาร โดยใช้ Biller ID ที่ตรวจจากช่องทางทางการแล้วได้ แอปแสดงชื่อผู้รับเป็นช่องทางที่ข่าวแนะนำสำหรับการลดหย่อนต่ำ ถ้าเลขมาจากต้นทางจริง
โอนเข้าบัญชีองค์กรที่ตรวจเลขบัญชีกับเว็บไซต์ทางการแล้วได้ ต้องเป็นชื่อองค์กรไม่ได้สิทธิเสมอไป ตรวจกับองค์กรและกรมสรรพากรต่ำถึงปานกลาง
โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลที่อ้างว่ารวบรวมไปช่วยได้แค่ชื่อคนโดยทั่วไปไม่เกี่ยวกับระบบ e-Donationสูง ถ้าไม่รู้จักตัวจริง
สแกน QR จากภาพที่ส่งต่อกันในแชตเห็นชื่อตอนสแกน แต่ภาพอาจถูกตัดต่อไม่ชัดเจนสูง

จุดตัดสินใจ: ช่วยคนรู้จักในพื้นที่ หรือบริจาคผ่านองค์กร

เกษตรกรหลายคนอยากช่วยญาติหรือเพื่อนบ้านเก่าในอำเภอที่ถูกน้ำท่วมโดยตรง ซึ่งทำได้ แต่ต้องแยกให้ชัดว่าเป็น "การช่วยคนที่รู้จัก" ไม่ใช่ "การบริจาคเข้ากองทุน"

  • ถ้าโอนให้ญาติหรือคนรู้จักโดยตรง โทรคุยด้วยเสียงกับเบอร์ที่คุณมีอยู่เดิมก่อนโอน อย่ายืนยันผ่านแชตอย่างเดียว เพราะบัญชีไลน์หรือเฟซบุ๊กอาจถูกแฮ็กแล้วมีคนส่งข้อความขอเงินแทน
  • ถ้ามีคนในพื้นที่รวบรวมเงินแทนหมู่บ้าน ถามว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ มีผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรู้หรือไม่ และจะประกาศยอดรับ-จ่ายที่ไหน ถ้าตอบไม่ได้ ให้เลือกบริจาคผ่านองค์กรที่ตรวจสอบได้แทน
  • ถ้าต้องการส่งของแทนเงิน ใช้หลักเดียวกัน คือรู้ว่าใครเป็นผู้รับของและจะกระจายต่ออย่างไร ดูรายละเอียดเรื่องจุดรับของและของที่ผู้ประสบภัยต้องการได้ที่ บริจาคน้ำท่วม 2569 ที่ไหนดี และของบริจาคที่ผู้ประสบภัยต้องการจริง

ประสบการณ์ที่พบบ่อยในช่วงภัยพิบัติคือ ข้อความขอความช่วยเหลือที่เป็นเรื่องจริงในวันแรก ถูกคนอื่นคัดลอกไปโพสต์ใหม่พร้อมเปลี่ยนเลขบัญชีในวันถัดมา ดังนั้นแม้เรื่องราวจะจริง เลขบัญชีก็อาจไม่จริง ต้องตรวจเลขบัญชีแยกจากเนื้อเรื่องเสมอ

ถ้าโอนไปแล้วและสงสัยว่าโดนหลอก ต้องทำอะไร

ทำทันทีตามลำดับนี้ ไม่ต้องรอให้แน่ใจทุกอย่างก่อน

  1. เก็บหลักฐานทั้งหมด ได้แก่ สลิปโอนเงิน ภาพหน้าจอโพสต์ ลิงก์เพจ ชื่อบัญชีและเลขบัญชีปลายทาง และแชตที่คุยกัน
  2. แจ้งธนาคารของคุณผ่านช่องทางทางการของธนาคาร เพื่อแจ้งว่าเป็นรายการที่สงสัยว่าถูกหลอก
  3. โทรสายด่วน AOC 1441 (24 ชั่วโมง) หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th
  4. ถ้าเป็นเหตุเร่งด่วนหรือต้องการแจ้งตำรวจ ใช้ 191 หรือ 1599
  5. เตือนคนที่แชร์โพสต์นั้นมาให้คุณ เพื่อไม่ให้คนอื่นโอนตาม
ช่องทางใช้เมื่อไร
สายด่วน AOC 1441 (24 ชม.)โอนเงินไปแล้วและสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพออนไลน์
www.thaipoliceonline.go.thแจ้งความออนไลน์ แนบสลิปและภาพหน้าจอ
191 หรือ 1599แจ้งเหตุกับตำรวจ

หมายเหตุ: ช่องทางทั้งสามนี้เป็นช่องทางทางการที่ใช้แจ้งเหตุทั่วไป ข้อมูลการเตือนภัยเฉพาะช่วงน้ำท่วม 2569 มาจากรายงานข่าวที่อ้างตำรวจ ซึ่งเรายังไม่ได้เปิดอ่านต้นฉบับครบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เชื่อเลขบัญชีเพราะคนแชร์เยอะ ยอดแชร์ไม่ได้ยืนยันว่าบัญชีเป็นของจริง ต้องเทียบกับช่องทางทางการเท่านั้น
  • ไม่ดูชื่อผู้รับก่อนกดยืนยัน แอปธนาคารแสดงชื่อผู้รับให้ทุกครั้ง แต่คนส่วนใหญ่กดผ่านไปเพราะรีบ
  • โอนเข้าบัญชีทั่วไปแล้วหวังลดหย่อนภาษี ตามข่าวที่อ้างข้างต้น การลดหย่อนตั้งแต่ปี 2569 ต้องผ่านระบบ e-Donation การโอนเข้าบัญชีทั่วไปไม่ได้สิทธิเสมอไป
  • กดลิงก์ "ลงทะเบียนรับเงินช่วยน้ำท่วม" ที่ส่งมาทางข้อความ ช่องทางลงทะเบียนเงินช่วยเหลือครัวเรือนที่รัฐบาลประกาศคือแอป "ทางรัฐ" ไม่ใช่ลิงก์ในแชต
  • ยืนยันตัวตนญาติผ่านแชตอย่างเดียว บัญชีที่ถูกแฮ็กส่งข้อความได้เหมือนเจ้าของจริง ต้องโทรคุยด้วยเสียง
  • ทิ้งสลิปหลังโอน ถ้าภายหลังพบว่าถูกหลอก จะไม่มีหลักฐานไปแจ้งความหรือแจ้งธนาคาร

Checklist สั้น ๆ ก่อนกดโอน

  • รู้ชื่อองค์กรหรือคนที่จะรับเงินชัดเจน
  • หาเลขบัญชีจากเว็บไซต์หรือช่องทางทางการขององค์กรเองแล้ว
  • ชื่อบัญชีที่แอปธนาคารแสดงตรงกับชื่อองค์กร
  • ถ้าต้องการลดหย่อนภาษี ใช้เมนูจ่ายบิลหรือ e-Donation
  • เก็บสลิปและภาพหน้าจอโพสต์ไว้แล้ว
  • จดเบอร์ AOC 1441 และ 191 ไว้ ถ้าพบความผิดปกติ

เรื่องที่ยังไม่มีข้อมูลทางการชัดเจน

ณ ต.ค. 2569 เรายังไม่ได้ตรวจพบประกาศทางการเรื่องระบบทะเบียนการเรี่ยไร หรือรายชื่อองค์กรที่ได้รับอนุญาตให้เปิดรับบริจาคช่วงน้ำท่วมนี้ และข่าวที่รัฐบาลเตือนเรื่อง "บริจาคทิพย์" เราก็ยังไม่ได้เปิดอ่านต้นฉบับ จึงไม่ขอสรุปเนื้อหาส่วนนั้น ถ้าคุณต้องการตรวจว่าองค์กรใดได้รับอนุญาตเรี่ยไรหรือไม่ ให้สอบถามจากหน่วยงานรัฐในพื้นที่ เช่น อบต. หรือเทศบาล หรือสอบถามกับองค์กรผู้รับโดยตรง

สำหรับเกษตรกรที่เป็นผู้ประสบภัยเอง สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าการรอเงินบริจาค คือการตรวจสิทธิ์ของตัวเองให้ครบ เช่น ทะเบียนเกษตรกรเป็นปัจจุบันหรือไม่ อ่านต่อที่ เช็กและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรอย่างไร ก่อนขอเยียวยาน้ำท่วม

สรุป

หลักสำคัญของการบริจาคเงินน้ำท่วมโดยไม่โดนมิจฉาชีพมีข้อเดียว คือเลขบัญชีต้องมาจากช่องทางทางการขององค์กรผู้รับ และชื่อในแอปธนาคารต้องตรงกับองค์กรนั้น ถ้าอยากลดหย่อนภาษีให้ใช้เมนูจ่ายบิลหรือ e-Donation เก็บสลิปทุกครั้ง และถ้าสงสัยว่าถูกหลอกให้แจ้ง AOC 1441 หรือ 191 ทันที ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄ไทยโพสต์ (26 ก.ย. 2569) — บัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ และ Biller ID https://www.thaipost.net/economy-news/1076973/
  • 📄Sanook (ก.ย. 2569) — การลดหย่อนภาษีเงินบริจาคผ่านระบบ e-Donation ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 https://www.sanook.com/money/958187/
  • 📄FM91 อ้างศูนย์ประชาสัมพันธ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (27 ก.ย. 2569) — เตือนมิจฉาชีพรับบริจาคปลอมและช่องทางแจ้งเหตุ 191, 1599, AOC 1441, thaipoliceonline.go.th
  • 📄สำนักนายกรัฐมนตรี (thaigov.go.th) — ช่องทางลงทะเบียนเงินช่วยเหลือครัวเรือนผ่านแอปทางรัฐ https://www.thaigov.go.th/th/news/169722

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

บริจาคเงินน้ำท่วม ตรวจสอบอย่างไรให้เร็วที่สุด

หาเลขบัญชีจากเว็บไซต์หรือช่องทางทางการขององค์กรผู้รับด้วยตัวเอง แล้วดูชื่อผู้รับที่แอปธนาคารแสดงก่อนยืนยัน ถ้าชื่อไม่ใช่ชื่อองค์กร ให้ยกเลิกทันที

เลขบัญชีสภากาชาดไทยเพื่อภัยพิบัติคืออะไร

ข่าวไทยโพสต์ 26 ก.ย. 2569 ระบุบัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 045-3-04637-0 และ Biller ID 099400016012795 แต่ก่อนโอนควรตรวจเลขนี้กับเว็บไซต์ทางการของสภากาชาดไทยอีกครั้ง

โอนเงินบริจาคเข้าบัญชีธรรมดา ลดหย่อนภาษีได้ไหม

ตามข่าว Sanook ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 การบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษีต้องผ่านระบบ e-Donation การโอนเข้าบัญชีทั่วไปไม่ได้สิทธิเสมอไป ควรตรวจเงื่อนไขกับองค์กรผู้รับและกรมสรรพากร

ถ้าโอนให้มิจฉาชีพรับบริจาคน้ำท่วมไปแล้ว ต้องแจ้งที่ไหน

เก็บสลิปและภาพหน้าจอ แจ้งธนาคารของคุณ แล้วโทรสายด่วน AOC 1441 ซึ่งให้บริการ 24 ชั่วโมง หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th และติดต่อตำรวจที่ 191 หรือ 1599

มีคนส่งลิงก์ให้ลงทะเบียนรับเงินน้ำท่วม เชื่อได้ไหม

ไม่ควรกดลิงก์ที่ส่งมาในแชต ช่องทางที่รัฐบาลประกาศสำหรับเงินช่วยเหลือครัวเรือนคือแอป "ทางรัฐ" ส่วนเกษตรกรยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ

อยากช่วยญาติที่บ้านถูกน้ำท่วมโดยตรง ต้องระวังอะไร

โทรคุยด้วยเสียงกับเบอร์ที่คุณมีอยู่เดิมก่อนโอน เพราะบัญชีแชตอาจถูกแฮ็ก และโอนเข้าบัญชีชื่อญาติคนนั้นโดยตรงเท่านั้น