คำตอบสั้น ๆ
หลังน้ำลด คำถามแรกที่เกษตรกรหลายคนถามกันในหมู่บ้านคือ "ชื่อเราอยู่ในทะเบียนหรือยัง" เพราะเงินช่วยเหลือด้านพืชของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้จ่ายตามคำบอ
คำตอบเร็ว: เริ่มจากติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อเช็กว่าชื่อและแปลงของคุณอยู่ในทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตรหรือไม่ และข้อมูลที่แจ้งไว้ตรงกับที่ปลูกจริงหรือเปล่า เพราะหลักเกณฑ์ 2569 ให้สิทธิเฉพาะคนที่ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนไว้ "ก่อน" เกิดภัย ถ้าทะเบียนถูกต้องแล้วจึงยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงเสียหายตั้งอยู่ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
หลังน้ำลด คำถามแรกที่เกษตรกรหลายคนถามกันในหมู่บ้านคือ "ชื่อเราอยู่ในทะเบียนหรือยัง" เพราะเงินช่วยเหลือด้านพืชของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้จ่ายตามคำบอกเล่า แต่จ่ายตามข้อมูลในทะเบียนเกษตรกรที่มีอยู่ก่อนวันเกิดภัย บทความนี้ไล่ขั้นตอนการเช็กทะเบียนเกษตรกรและการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรตามลำดับเวลา บอกจุดที่ต้องตัดสินใจ และข้อผิดพลาดที่ทำให้หลายคนเสียสิทธิ โดยใช้เฉพาะข้อมูลที่หน่วยงานทางการและสื่อหลักรายงานไว้ ถ้าต้องการภาพรวมสิทธิทุกด้าน อ่านต่อได้ที่คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569
ทำไมทะเบียนเกษตรกรน้ำท่วมจึงชี้ขาดว่าจะได้เงินหรือไม่
กระทรวงเกษตรฯ ออกประกาศ "หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569" ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564 เงื่อนไขหลักที่ต้องผ่านพร้อมกันมี 3 ข้อ ตามที่ไทยรัฐรายงานไว้ ได้แก่
- ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้ถูกต้อง กับกรมส่งเสริมการเกษตร ก่อนเกิดภัย
- พื้นที่ต้องอยู่ในเขตประกาศให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประกาศ
- ต้องมีการสำรวจพบความเสียหายจริง
คู่มือช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรฯ เขียนไว้ชัดว่าต้อง "เป็นเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก.01) ไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย" และกรมส่งเสริมการเกษตรย้ำว่าถ้าไม่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ นี่คือเหตุผลที่การเช็กทะเบียนต้องมาก่อนการกรอกแบบใด ๆ ถ้าข้อ 1 ไม่ผ่าน ข้ออื่นผ่านหมดก็ยังไม่ได้สิทธิในรอบนี้ ใครที่สงสัยว่าตัวเองตกอยู่ในกรณีนี้ อ่านรายละเอียดต่อได้ที่กรณีไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือพื้นที่ยังไม่ประกาศภัยพิบัติ
ขั้นตอนเช็กและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร เรียงตามลำดับเวลา
ลำดับด้านล่างเรียงตามสิ่งที่ควรทำจริงหลังน้ำลด ไม่ใช่ลำดับตามแบบฟอร์ม เพราะจุดที่คนพลาดบ่อยคือรีบไปยื่น กษ.01 ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าทะเบียนของตัวเองมีปัญหาหรือไม่
- รวบรวมข้อมูลของตัวเองก่อนออกจากบ้าน จดว่าแปลงที่เสียหายอยู่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอไหน ปลูกอะไร ประมาณกี่ไร่ และปลูกตั้งแต่เมื่อไร ข้อมูลชุดนี้ใช้เทียบกับสิ่งที่อยู่ในทะเบียน
- ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อเช็กทะเบียนเกษตรกร ถามให้ชัดว่ามีชื่อในทะเบียนหรือไม่ แปลงไหนถูกบันทึกไว้ และชนิดพืชที่บันทึกตรงกับที่ปลูกในรอบที่ถูกน้ำท่วมหรือเปล่า
- ถามวันที่ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด เพราะเงื่อนไขคือขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงไว้ก่อนเกิดภัย คำถามที่ควรได้คำตอบคือ ข้อมูลรอบนี้ถูกบันทึกก่อนวันที่น้ำเข้าแปลงหรือไม่
- ถ้าข้อมูลไม่ตรง ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่ายังใช้ขอเยียวยารอบนี้ได้หรือไม่ ยังไม่พบประกาศทางการที่อธิบายกรณีข้อมูลคลาดเคลื่อนบางส่วนไว้ชัด จึงต้องให้สำนักงานเกษตรอำเภอเป็นผู้ตอบ และควรจดชื่อเจ้าหน้าที่กับวันที่สอบถามไว้
- ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้ตรงกับความจริง ต่อให้รอบนี้ใช้ไม่ทัน การแก้ข้อมูลให้ถูกจะเป็นฐานสิทธิในรอบถัดไป
- เมื่อทะเบียนผ่าน จึงยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่เกิดความเสียหาย ให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรอง แล้วเข้าร่วมประชาคมและติดตามประกาศผลการตรวจสอบ รายละเอียดขั้นนี้อยู่ในประชาคมเกษตรกรและการตรวจพื้นที่เสียหาย
เรื่องช่องทางออนไลน์ มีข่าวพูดถึงการขึ้นทะเบียนผ่านแอปและแบบฟอร์มออนไลน์อยู่บ้าง แต่ข้อมูลที่เรารวบรวมยังไม่มีเอกสารทางการยืนยัน จึงยังไม่แนะนำเป็นช่องทางหลักในบทความนี้ ให้ถามสำนักงานเกษตรอำเภอว่าช่องทางใดรับปรับปรุงข้อมูลได้ในปัจจุบัน ส่วนเรื่องว่าแต่ละจังหวัดใช้จุดรับเรื่องเดียวกันหรือไม่ ดูได้ที่ช่องทางลงทะเบียนเยียวยาแต่ละจังหวัด
จุดตัดสินใจ: ทะเบียนของคุณอยู่ในกรณีไหน
ตารางนี้ช่วยให้รู้ว่าหลังเช็กทะเบียนเกษตรกรแล้ว ควรเดินต่อทางไหน ช่องที่เขียนว่า "ให้สอบถาม" คือเรื่องที่ยังไม่มีประกาศทางการอธิบายไว้ชัด
| ผลการเช็กทะเบียน | ความหมายต่อสิทธิรอบนี้ | สิ่งที่ควรทำต่อ |
|---|---|---|
| มีชื่อ ข้อมูลแปลงและพืชบันทึกไว้ก่อนเกิดภัย | ผ่านเงื่อนไขข้อทะเบียน | ยื่น กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงเสียหายตั้งอยู่ |
| มีชื่อ แต่ข้อมูลพืชหรือแปลงไม่ตรงกับที่ปลูกจริง | ยังไม่มีประกาศชัดว่าผลเป็นอย่างไร | ให้สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอ และปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้อง |
| ไม่มีชื่อในทะเบียนก่อนเกิดภัย | กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ | ขึ้นทะเบียนเพื่อรอบถัดไป และดูทางเลือกอื่นที่ยังทำได้ |
| ขึ้นทะเบียนหลังน้ำเข้าแปลงแล้ว | ไม่ถือว่าขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย | เก็บหลักฐานไว้ และใช้เป็นฐานสิทธิครั้งต่อไป |
ประสบการณ์จากการคุยกับเกษตรกรที่ยื่นเรื่องไม่ผ่าน มักไม่ใช่เพราะไม่เคยขึ้นทะเบียน แต่เพราะขึ้นทะเบียนไว้นานแล้วไม่เคยกลับไปแก้ เช่น เคยแจ้งว่าปลูกข้าว แต่รอบนี้เปลี่ยนไปปลูกพืชไร่ หรือมีแปลงเช่าเพิ่มที่ไม่ได้แจ้ง สัญญาณเตือนง่าย ๆ คือ ถ้าจำไม่ได้ว่าแจ้งข้อมูลรอบล่าสุดเมื่อไร ให้ถือว่าต้องเช็กใหม่ทั้งหมด
อัตราเงินช่วยเหลือด้านพืชที่ผูกกับทะเบียน (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
เมื่อทะเบียนผ่าน ชนิดพืชที่บันทึกไว้จะเกี่ยวกับประเภทความเสียหายที่ใช้คำนวณ ตารางด้านล่างเป็นอัตราตามเอกสารหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569
| ประเภทความเสียหาย | อัตราตามหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 |
|---|---|
| ข้าว | ไร่ละ 2,240 บาท |
| พืชไร่และพืชผัก | ไร่ละ 3,180 บาท |
| ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ (ตายหรือเสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้) | ไร่ละ 6,800 บาท |
| ไม้ผล ไม้ยืนต้น ชะงักการเจริญเติบโตแต่ไม่ตาย/ผลผลิตเสียหาย | ไร่ละ 3,400 บาท |
| พื้นที่ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน ทับถมจนเพาะปลูกไม่ได้ (ค่าขุดลอก/ขนย้าย) | ไร่ละ 16,000 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ |
อัตราข้างต้นมาจากเอกสารหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ฉบับจริงที่ลงนามโดยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อ 21 ส.ค. 2569 (ข้อ 5.1) ซึ่งตรงกับข่าวของกรมส่งเสริมการเกษตร ทั้งนี้มีข่าวบางแหล่งลงตัวเลขไม่ตรงกับเอกสารฉบับจริง จึงควรยึดเอกสารฉบับจริงและยืนยันกับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนวางแผนการเงิน ความช่วยเหลือด้านพืชรวมกันไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
ตัวอย่างคำนวณ (สมมติ ไม่ใช่ยอดจริงของใคร): ถ้าทะเบียนบันทึกว่าปลูกข้าว และเจ้าหน้าที่ตรวจพบนาข้าวเสียหาย 10 ไร่ เมื่อคิดตามอัตราข้าวในหลักเกณฑ์ฯ ไร่ละ 2,240 บาท จะได้ 10 × 2,240 = 22,400 บาท แต่ถ้าทะเบียนบันทึกชนิดพืชไม่ตรง ตัวเลขนี้อาจไม่เกิดขึ้นเลย นี่คือเหตุผลที่ต้องปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้ตรงกับพืชที่ปลูกจริง
เงินที่อนุมัติแล้ว ข่าวกรุงเทพธุรกิจที่อ้างกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่ากรมบัญชีกลางโอนเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ของเกษตรกร ระหว่างเช็กทะเบียนจึงควรถามเจ้าหน้าที่ด้วยว่าบัญชีที่ผูกไว้ถูกต้องหรือไม่
เช็กลิสต์ก่อนออกไปสำนักงานเกษตรอำเภอ
- รู้ที่ตั้งแปลงที่เสียหาย ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เพราะต้องยื่นเรื่องตามอำเภอที่พื้นที่การเกษตรเสียหาย ไม่ใช่อำเภอที่อยู่อาศัย
- รู้ชนิดพืชและขนาดพื้นที่ที่ปลูกในรอบที่ถูกน้ำท่วม
- จำหรือจดได้ว่าน้ำเข้าแปลงวันไหน เพื่อเทียบกับวันที่ปรับปรุงทะเบียนครั้งล่าสุด
- ถ้าเป็นแปลงเช่าหรือทำแทนญาติ ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่าในทะเบียนบันทึกชื่อใครเป็นผู้ทำการเกษตร
- เตรียมคำถามเรื่องบัญชี ธ.ก.ส. ที่ใช้รับเงิน
- ถามว่าในพื้นที่ของคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตให้ความช่วยเหลือแล้วหรือยัง
รายการเอกสารที่ต้องนำไปแสดงในแต่ละสำนักงาน ข้อมูลทางการที่เรารวบรวมไม่ได้ระบุไว้ครบ จึงควรโทรถามสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนเดินทาง เพื่อไม่ต้องไปซ้ำหลายรอบในช่วงที่ถนนยังเสียหาย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ยื่น กษ.01 ก่อนเช็กทะเบียน แบบฟอร์มอาจรับไว้ แต่ถ้าทะเบียนไม่ผ่านเงื่อนไข เรื่องจะไม่ไปต่อ เสียเวลาทั้งสองฝ่าย
- คิดว่าเคยขึ้นทะเบียนเมื่อหลายปีก่อนก็พอ เงื่อนไขพูดถึงการขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนก่อนเกิดภัย ข้อมูลที่ค้างเก่าและไม่ตรงกับพืชรอบนี้อาจเป็นปัญหา
- ไปยื่นที่อำเภอที่อยู่อาศัย ทั้งที่แปลงอยู่อีกอำเภอ คู่มือ กษ. ระบุว่ารับแจ้งตามอำเภอที่พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย
- รีบขึ้นทะเบียนหลังน้ำท่วมแล้วคาดว่าจะได้เงินรอบนี้ ตามหลักเกณฑ์ ไม่ถือเป็นการขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย
- เชื่อตัวเลขต่อไร่จากโพสต์หรือข่าวโดยไม่เทียบเอกสารฉบับจริง ข่าวบางแหล่งลงตัวเลขไม่ตรงกับหลักเกณฑ์ฯ ฉบับจริง ต้องยืนยันกับสำนักงานเกษตรอำเภอ
- ไม่ติดตามประชาคมและประกาศผล ทะเบียนถูกต้องแล้วก็ยังต้องผ่านการตรวจสอบพื้นที่และประกาศผลก่อน
สรุป
ก่อนขอเยียวยาน้ำท่วมด้านพืช ให้เช็กทะเบียนเกษตรกรกับสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนทุกครั้ง เพราะหลักเกณฑ์ 2569 ให้สิทธิเฉพาะผู้ที่ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนไว้ก่อนเกิดภัย ในพื้นที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขต และมีความเสียหายจริง เมื่อทะเบียนผ่านจึงยื่น กษ.01 ที่อำเภอที่แปลงเสียหายตั้งอยู่ ส่วนอัตราต่อไร่ให้ยึดเอกสารหลักเกณฑ์ฯ ฉบับจริง เช่น ข้าวไร่ละ 2,240 บาท และยืนยันกับเจ้าหน้าที่ ดูข้อมูลด้านอื่นเพิ่มได้ที่ศูนย์รวมข้อมูลเกษตรกรน้ำท่วม 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- คู่มือช่วยเหลือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — เงื่อนไขขึ้นทะเบียน ทบก.01 ก่อนเกิดภัย รับแจ้งตามอำเภอที่เสียหาย และเพดาน 30 ไร่ (https://ebook.moac.go.th/help-guide/files/basic-html/page154.html)
- ไทยรัฐ — เงื่อนไขรับเงินช่วยเหลือ 3 ข้อ (30 เม.ย. 2569) (https://www.thairath.co.th/news/society/2929882)
- กรุงเทพธุรกิจ (อ้างกระทรวงเกษตรฯ) — ขั้นตอนปี 2569 และการโอนเงินเข้าบัญชี ธ.ก.ส. (6 ต.ค. 2569) (https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1248794)
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — เอกสารหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ฉบับจริง ข้อ 5.1 อัตราช่วยเหลือด้านพืช (https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf)
- กรมส่งเสริมการเกษตร — อัตราช่วยเหลือด้านพืชตามหลักเกณฑ์ 2569 (https://doaenews.doae.go.th/archives/34053)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ทุเรียนส่งจีนถูกตรวจแคดเมียมและสี BY2 ชาวสวนต้องเตรียมอะไร
จีนให้ทุเรียนไทยแนบผลตรวจแคดเมียมและสี BY2 ก่อนส่งออก บทความนี้สรุปสิ่งที่ชาวสวนควบคุมได้ตั้งแต่ในสวนจนถึงล้ง พร้อมบอกว่าเรื่องไหนยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานทางการ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
ปลูกกัญชาปี 2569 ต้องขออนุญาตอะไร และกฎหมายกำหนดไว้อย่างไร
ปี 2569 กฎหมายกัญชามีทั้งส่วนที่ใช้อยู่แล้วและร่างที่ ครม. เพิ่งเห็นชอบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรมีผลแล้ว อะไรยังเป็นร่าง และเรื่องไหนต้องถามหน่วยงานโดยตรงก่อนลงมือปลูกหรือขาย
เงินช่วยเหลือชาวนาปี 2569/70 ใครได้บ้าง และตรวจสอบสิทธิ์อย่างไร
ไร่ละ 2,000 บาทสำหรับชาวนาปี 2569/70 ยังเป็นข้อเสนอ ยังไม่ผ่านการอนุมัติครบทุกขั้น บทความนี้แยกสิ่งที่ยืนยันแล้วกับสิ่งที่ยังไม่ประกาศ และบอกวิธีเตรียมทะเบียนเกษตรกรและบัญชี ธ.ก.ส. ไว้ล่วงหน้า
โครงการบ่อจิ๋วในไร่นา ใครสมัครได้และมีขั้นตอนอย่างไร
โครงการบ่อจิ๋วของกรมพัฒนาที่ดินให้เกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์นอกเขตชลประทานสมัครผ่านสถานีพัฒนาที่ดิน ออกเงินสมทบ 2,500 บาทต่อบ่อ บทความนี้สรุปคุณสมบัติ ขั้นตอน และสิ่งที่ยังต้องถามหน่วยงาน
ปีเอลนีโญควรทำนาปรังรอบสองไหม หรือเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย
รัฐบาลเคยแจ้งให้งดทำนาปรังรอบสองเมื่อ 4 พ.ค. 2569 แต่แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ฉบับทางการยังไม่พบ ณ ต.ค. 2569 บทความนี้ช่วยตัดสินใจด้วยข้อมูลน้ำและคำถาม 5 ข้อก่อนลงทุน
สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง
ปี 2569/70 นบข. อนุมัติสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกวงเงิน 41,483.33 ล้านบาท และเงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท บทความนี้แยกให้เห็นว่าอะไรยืนยันแล้ว อะไรยังต้องถาม ธ.ก.ส. พร้อมตัวอย่างคิดต้นทุนเก็บข้าวในยุ้ง
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คู่มือ ยางพารา สอนการปลูก ยาง หนังสือ เกษตร การคัดเลือกพันธุ์ การขยายพันธุ์ การกรีดยาง การแปรรูป การทำยางแผ่น US.Station
ดูรายละเอียด
ยอดขาย TH อันดับ 1 มีดสไลด์ มีดสไลด์กล้วยฉาบ เผือก มัน กรอย หน่อไม้ มีดอเนกประสงค์ ผลไม้ผัก Peelers ดสไลด์กล้วยฉาบ
ดูรายละเอียด
ส่งด่วน Zebra ZD230 เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด พิมพ์ใบปะหน้า สติกเกอร์ พิมพ์ระบบ TT และ DT แถมฟรี สติกเกอร์ + หมึกริบบอน
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
เช็กทะเบียนเกษตรกรได้ที่ไหน ถ้าไม่แน่ใจว่าเคยขึ้นทะเบียนไว้หรือยัง
ช่องทางที่ยืนยันได้จากข้อมูลทางการคือสำนักงานเกษตรอำเภอ ซึ่งเป็นหน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ดูแลทะเบียนเกษตรกร ส่วนช่องทางออนไลน์ที่มีการพูดถึงในข่าว เรายังไม่พบเอกสารทางการยืนยัน จึงแนะนำให้สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอโดยตรงก่อน
ถ้าขึ้นทะเบียนเกษตรกรหลังน้ำท่วมแล้ว จะได้เงินเยียวยารอบนี้ไหม
ตามหลักเกณฑ์ที่กรมส่งเสริมการเกษตรและคู่มือของกระทรวงเกษตรฯ ระบุ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนไว้ก่อนเกิดภัย หากไม่ได้ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ การขึ้นทะเบียนหลังเกิดภัยจึงเป็นการเตรียมสิทธิสำหรับครั้งต่อไป
ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรต่างจากขึ้นทะเบียนใหม่อย่างไร
ขึ้นทะเบียนใหม่คือคนที่ยังไม่เคยมีชื่อในทะเบียนเลย ส่วนปรับปรุงทะเบียนคือคนที่มีชื่ออยู่แล้วแต่ต้องแก้หรือเพิ่มข้อมูลให้ตรงกับการเพาะปลูกจริงในรอบนั้น ทั้งสองแบบต้องทำให้เสร็จก่อนเกิดภัยจึงจะใช้เป็นฐานขอรับความช่วยเหลือได้
ทะเบียนถูกต้องแล้ว ต้องทำอะไรต่อเพื่อขอเยียวยาน้ำท่วม
ขั้นต่อไปคือยื่นแบบ กษ.01 ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงเสียหายตั้งอยู่ ให้ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเทศบาลรับรอง แล้วเข้าร่วมประชาคมและติดตามประกาศผลการตรวจสอบ พื้นที่ต้องอยู่ในเขตที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศให้ความช่วยเหลือ และต้องสำรวจพบความเสียหายจริง
เงินเยียวยาด้านพืชโอนเข้าบัญชีไหน
ข่าวที่อ้างกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่ากรมบัญชีกลางโอนเงินเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ของเกษตรกร หากไม่แน่ใจว่าบัญชีที่ผูกไว้ยังใช้งานได้ ให้สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอหรือสาขา ธ.ก.ส. ที่ใช้บริการ
พื้นที่เสียหายมากกว่า 30 ไร่ จะได้เงินช่วยทั้งหมดไหม
หลักเกณฑ์ 2569 ให้ความช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ส่วนที่เกินจึงไม่อยู่ในวงเงินนี้ ส่วนอัตราต่อไร่ให้ยึดเอกสารหลักเกณฑ์ฯ ฉบับจริงและยืนยันกับสำนักงานเกษตรอำเภอ เพราะข่าวบางแหล่งลงตัวเลขไม่ตรงกับเอกสาร
