ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง

สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก 2569/70 วงเงิน 41,483 ล้านบาท เงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท เก็บข้าวในยุ้งแล้วได้อะไร และเรื่องที่ต้องถาม ธ.ก.ส. ก่อน

สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง

คำตอบสั้น ๆ

ปี 2569/70 นบข. อนุมัติสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกวงเงิน 41,483.33 ล้านบาท และเงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท บทความนี้แยกให้เห็นว่าอะไรยืนยันแล้ว อะไรยังต้องถาม ธ.ก.ส. พร้อมตัวอย่างคิดต้นทุนเก็บข้าวในยุ้ง

คำตอบเร็ว: สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกคือเงินกู้ที่ช่วยให้ชาวนาเก็บข้าวไว้ก่อน ไม่ต้องเทขายตอนราคาตกช่วงเกี่ยวใหม่ ปีการผลิต 2569/70 คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติโครงการนี้แล้ว วงเงินสินเชื่อรวม 41,483.33 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตัน และมีเงินช่วยค่าฝากเก็บข้าวตันละ 1,500 บาท แต่รายละเอียดที่ชาวนาต้องใช้ตัดสินใจจริง เช่น วงเงินต่อตัน ดอกเบี้ย ระยะเวลา และเงื่อนไขความชื้น ผู้เขียนยังไม่พบประกาศที่ยืนยันได้ จึงต้องสอบถาม ธ.ก.ส. สาขาที่ท่านใช้บริการก่อนตัดสินใจ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

โครงการนี้คืออะไร และเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไร

ภาพประกอบ โครงการนี้คืออะไร และเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไร

ทุกปีช่วงที่ข้าวเปลือกออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ราคามักถูกกดลงในช่วงสั้น ๆ ชาวนาที่ต้องใช้เงินใช้หนี้และเตรียมทำนารอบใหม่จะขายทันทีเพราะไม่มีทางเลือก ส่วนโรงสีและพ่อค้าก็รู้ว่าช่วงนี้ต่อรองได้ง่าย สินเชื่อชะลอการขายจึงเกิดขึ้นเพื่อให้ชาวนามี "เงินสดมาถือไว้ก่อน" โดยเอาข้าวที่เก็บในยุ้งฉางของตัวเองหรือฝากไว้กับสถาบันเกษตรกรไปเป็นหลักประกัน แล้วค่อยขายตอนที่ราคาดีขึ้น

หลักคิดนี้ใช้มาหลายปีแล้ว ปีการผลิต 2569/70 นบข. ได้อนุมัติ 5 โครงการรวมวงเงิน 59,467.58 ล้านบาท ตั้งเป้าดูแลข้าวเปลือกประมาณ 11.5 ล้านตัน ตามที่ Thai PBS และ Infoquest รายงาน ในนั้นโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกใช้วงเงิน 41,483.33 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อ 34,275 ล้านบาท และส่วนที่รัฐรับภาระไม่ต้องใช้คืน 7,208.33 ล้านบาท เป้าหมายข้าวเปลือก 3 ล้านตัน และมีเงินสนับสนุนค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท

รายการข้อมูลที่ยืนยันได้ (ปี 2569/70)ข้อมูลที่ยังไม่พบประกาศชัดเจน
วงเงินรวม 5 โครงการ59,467.58 ล้านบาท เป้าหมายข้าวเปลือก 11.5 ล้านตัน-
วงเงินโครงการชะลอการขาย41,483.33 ล้านบาท (สินเชื่อ 34,275 ล้านบาท + ส่วนที่รัฐรับภาระ 7,208.33 ล้านบาท)-
เป้าหมายปริมาณข้าว3 ล้านตัน-
เงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาทใช้กับข้าวที่เก็บในยุ้งฉางตัวเอง หรือเฉพาะข้าวที่ฝากสถาบัน
วงเงินกู้ต่อตัน / ต่อราย-ยังไม่พบประกาศ
ดอกเบี้ยและระยะเวลา-ยังไม่พบประกาศ
เกณฑ์ความชื้น สิ่งเจือปน-ยังไม่พบประกาศ
วันเปิดรับสมัคร-ยังไม่พบประกาศ

ผู้เขียนขอบอกตรง ๆ ว่าคอลัมน์ขวาของตารางคือจุดที่ข่าวทั่วไปมักข้ามไป แต่เป็นจุดที่ชาวนาต้องรู้ก่อนเอาข้าวเข้าโครงการ ถ้ามีใครเล่าตัวเลขเหล่านี้ให้ฟังโดยไม่มีเอกสารจากธนาคารหรือกระทรวง ให้ถือว่ายังไม่ยืนยัน

ข้าวเก็บไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง

ตามชื่อคำถาม ท่านที่ตั้งใจเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางของตัวเองมักอยากรู้ว่า "เก็บเฉย ๆ" กับ "เข้าโครงการ" ต่างกันอย่างไร จากโครงการในอดีตและข่าวปีนี้ สรุปสิ่งที่ชาวนามักได้ 3 อย่าง

  • เงินสดหมุนเวียนระหว่างรอขาย เอาข้าวเป็นหลักประกันกู้เงิน ไม่ต้องขายทิ้งเพื่อจ่ายค่าปุ๋ยค่าแรงรอบต่อไป
  • เงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท ตามที่ นบข. อนุมัติปีนี้ แต่ต้องถามธนาคารว่าสิทธิ์นี้เป็นของข้าวในยุ้งตัวเอง หรือเป็นของข้าวที่ฝากโรงสี/สหกรณ์
  • อำนาจต่อรองตอนขาย ข้าวที่ไม่ต้องรีบขายทำให้เลือกจังหวะได้ ถึงจะไม่มีใครยืนยันได้ว่าราคาจะขึ้นก็ตาม

สิ่งที่ไม่ได้ คือราคาที่ดีขึ้นเสมอ การเก็บข้าวมีต้นทุนและความเสี่ยงของมันเอง โดยเฉพาะข้าวที่ความชื้นสูงเกินไป ซึ่งผู้เขียนจะอธิบายต่อในหัวข้อถัดไป

โครงการปีก่อน ๆ ทำงานอย่างไร (ใช้เทียบเท่านั้น ไม่ใช่เงื่อนไขปี 2569/70)

เพื่อให้เห็นภาพว่าเงื่อนไขหน้าตาประมาณไหน ลองดูสองปีที่มีข้อมูลเผยแพร่ แต่ขอย้ำว่าเป็นของอดีต ปีนี้อาจเปลี่ยนไปได้

ปีการผลิตสิ่งที่รายงานไว้แหล่ง
2564/65 (ประกาศ 29 พ.ย. 2564)ดอกเบี้ย 0% หากชำระภายใน 5 เดือน ความชื้นไม่เกิน 15% สิ่งเจือปนต่ำกว่า 2% เงินช่วย 1,500 บาท/ตัน เมื่อเก็บในยุ้งตัวเอง และ 500 บาท/ตัน เมื่อฝากสถาบันฐานเศรษฐกิจ
2567/68กู้ได้สูงสุด 300,000 บาทต่อราย รัฐรับภาระดอกเบี้ย และ 1,500 บาท/ตันPPTV

จะเห็นว่าเงื่อนไขความชื้นและสิ่งเจือปนเคยถูกกำหนดไว้ชัด และตัวเลข 1,500 บาทเคยผูกกับ "ยุ้งฉางตัวเอง" ในปี 2564/65 ส่วนข้าวฝากสถาบันได้น้อยกว่า ปี 2569/70 ใช้ตัวเลข 1,500 เหมือนกัน แต่ผู้เขียนยังไม่พบข้อความที่บอกว่าผูกกับการเก็บแบบไหน จึงไม่ควรสรุปแทนธนาคาร

ความชื้นคือด่านแรกที่ชาวนามักพลาด

ประสบการณ์จากการคุยกับชาวนาหลายพื้นที่ มีเรื่องที่ซ้ำกันทุกปี คือ ข้าวเกี่ยวสดลงยุ้งทั้งที่ความชื้นยังสูง แล้วพอไปเข้าโครงการก็ติดเกณฑ์ หรือเก็บไว้สองสามเดือนแล้วเกิดกลิ่นอับ เมล็ดเหลือง ราคาตกกว่าที่คิด ถ้ายึดเกณฑ์ปี 2564/65 ที่ความชื้นไม่เกิน 15% ข้าวเปลือกที่เพิ่งเกี่ยวสดจะชื้นกว่านั้นมาก ต้องตากหรืออบลดความชื้นก่อน (ตัวอย่างด้านล่างสมมติความชื้นสด 25% เพื่อคำนวณเท่านั้น)

ลองคิดเลขง่าย ๆ ว่าความชื้นมีผลต่อน้ำหนักอย่างไร สูตรคือ น้ำหนักหลังลดความชื้น = น้ำหนักเดิม x (100 - ความชื้นเดิม) / (100 - ความชื้นใหม่)

ตัวอย่างคำนวณ (สมมติ)ค่า
น้ำหนักข้าวเปลือกสด20 ตัน ที่ความชื้น 25% (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบาย)
ลดความชื้นเหลือ 15%20 x 75 / 85 = ประมาณ 17.65 ตัน
น้ำหนักที่หายไปจากการระเหยน้ำประมาณ 2.35 ตัน

ตัวอย่างนี้แค่ให้เห็นว่าข้าว 20 ตันตอนเกี่ยวไม่ใช่ 20 ตันตอนเข้ายุ้ง หากนำน้ำหนักสดไปคิดเงินช่วยหรือวงเงินกู้ จะคลาดเคลื่อนจากที่ได้จริง ควรถามธนาคารว่าชั่งน้ำหนักที่ความชื้นเท่าไร และใช้ฐานน้ำหนักแบบใดในการคิดวงเงิน

ตัวอย่างคิดต้นทุนก่อนตัดสินใจเก็บข้าว

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่อัตราของโครงการและไม่ใช่ราคาตลาด ท่านต้องแทนค่าจริงของตัวเองเสมอ

รายการวิธีคิด / ที่มาของตัวเลขตัวอย่าง
ปริมาณข้าวหลังลดความชื้นจากตารางข้างบน (สมมติ)17.65 ตัน
เงินช่วย ถ้าได้ตันละ 1,500 บาทใช้อัตราที่ นบข. อนุมัติปีนี้ แต่ต้องยืนยันว่าข้าวของท่านเข้าเงื่อนไข17.65 x 1,500 = ประมาณ 26,475 บาท
ดอกเบี้ย ถ้าไม่ได้รับการอุดหนุนสมมติกู้ 150,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี 3 เดือน (ตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ของโครงการ)150,000 x 5% x 3/12 = 1,875 บาท
ค่ากำจัดแมลง ค่ากระสอบ ค่าแรงเฝ้าระวังท่านต้องใส่ตามจริง-
ส่วนต่างราคาที่ต้องรอให้ได้เพื่อคุ้ม(ดอกเบี้ย + ค่าเก็บรักษา - เงินช่วย) / ปริมาณถ้าเงินช่วยมากกว่าต้นทุน ก็แทบไม่ต้องรอส่วนต่างราคา

จุดที่ผู้เขียนอยากให้สังเกตคือ ถ้าเงินช่วยตันละ 1,500 บาทใช้ได้จริงกับข้าวในยุ้งของท่าน ก้อนนี้อาจมีขนาดใกล้เคียงหรือมากกว่าดอกเบี้ยช่วงสั้น ๆ ทำให้การรอขายมีโอกาสคุ้มแม้ราคาไม่ขยับมาก แต่ถ้าสิทธิ์นี้เป็นของข้าวที่ฝากสถาบันเท่านั้น สมการจะเปลี่ยนทันที จึงต้องถามให้ชัดก่อน

ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนไปติดต่อ ธ.ก.ส.

เนื่องจากเงื่อนไขปี 2569/70 ที่ใช้ตัดสินใจยังไม่พบประกาศฉบับเต็ม ท่านควรเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า แล้วถามคำถามที่ถูก

  1. ตรวจว่าท่านขึ้นทะเบียนเกษตรกรและมีข้อมูลแปลงนาตรงกับที่ใช้เบิกสิทธิ์อื่นหรือไม่ ถ้าข้อมูลไม่ตรงให้แก้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอก่อน
  2. วัดความชื้นข้าวด้วยเครื่องวัดที่เชื่อถือได้ ไม่ใช้วิธีกัดเมล็ดเดา เพราะเกณฑ์อาจอ้างตัวเลข 15% หรือใกล้เคียง
  3. เตรียมยุ้งฉางหรือโกดัง ให้แห้ง ไม่รั่ว มีที่ระบายอากาศ และแยกข้าวจากปุ๋ย ยา หรือเชื้อเพลิง
  4. จดปริมาณข้าวที่คาดว่าจะเก็บเป็นตันที่ความชื้นปลายทาง ไม่ใช่น้ำหนักสดตอนเกี่ยว
  5. โทรหรือไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ท่านเป็นลูกค้า ถามตามรายการคำถามในตารางด้านล่าง แล้วจดชื่อเจ้าหน้าที่และวันที่ไว้
คำถามที่ควรถามเหตุผลที่ต้องถาม
วงเงินกู้ต่อตันและต่อรายเท่าไรปีก่อนเคยมีเพดานต่อราย ปีนี้ยังไม่พบประกาศ
ดอกเบี้ยเป็นของใคร ลูกค้าจ่ายหรือรัฐรับภาระกระทบต้นทุนรอขายโดยตรง
ต้องชำระภายในกี่เดือนปี 2564/65 เคยกำหนด 5 เดือน ปีนี้อาจต่างออกไป
เงินช่วยตันละ 1,500 บาท ใช้กับข้าวในยุ้งตัวเองหรือไม่ตัวเลขเดียวกันเคยแบ่งตามวิธีเก็บ
เกณฑ์ความชื้นและสิ่งเจือปนเท่าไร ตรวจที่ไหน ใครตรวจข้าวไม่ผ่านเกณฑ์ก็ไม่เข้าโครงการ
เปิดรับสมัครถึงวันไหนยังไม่พบประกาศวันที่

การเก็บข้าวในยุ้งให้ปลอดภัย ไม่เสียราคา

เงินกู้ต่อให้ดีแค่ไหน ถ้าข้าวเสียระหว่างเก็บก็ไม่มีประโยชน์ ข้อสังเกตจากภาคสนามที่ชาวนามักเจอมีดังนี้

สังเกตกลิ่นและความอุ่นของกองข้าว

เอามือล้วงลงไปกลางกองข้าวทุกสัปดาห์ ถ้าอุ่นกว่าผิวกองชัดเจน หรือมีกลิ่นอับ แปลว่าความชื้นสะสมหรือมีแมลงเริ่มทำงาน ให้รีบกลับกองและเปิดระบายอากาศ ไม่ต้องรอให้เห็นตัวมอดก่อน

กันความชื้นจากพื้นและผนัง

ยกกระสอบหรือกองข้าวให้พ้นพื้นด้วยไม้รอง ห่างผนังอย่างน้อยหนึ่งช่วงแขนเพื่อให้ลมผ่านได้ ช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เป็นช่วงเก็บข้าวมักมีความชื้นในอากาศสูง ยุ้งที่ปิดทึบจะอับกว่ายุ้งที่ระบายลมได้

อย่าเก็บข้าวไว้นานกว่าแผนที่ตั้งไว้

ถ้ากำหนดชำระเงินกู้สั้น แต่ราคาไม่ขยับ ท่านจะต้องขายตามกำหนด การตั้ง "ราคาที่ยอมขาย" และ "วันที่ต้องขายให้ได้" ไว้ล่วงหน้าในใจ จะช่วยไม่ให้ตัดสินใจด้วยอารมณ์ตอนเห็นราคาแกว่ง

เทียบกับทางเลือกอื่นของชาวนา

โครงการชะลอการขายไม่ใช่ทางเลือกเดียว ชาวนาบางรายที่เก็บยุ้งไม่ได้ หรือไม่มีเกณฑ์ผ่าน อาจต้องพิจารณาทางอื่นควบคู่กัน เช่น การรับเงินช่วยเหลือรายไร่ของรัฐ ซึ่งผู้เขียนสรุปไว้แล้วในบทความ เงินช่วยเหลือเกษตรกรต่อไร่ ได้เท่าไรและต้องทำอะไรบ้าง และบทความเปรียบเทียบ เงินอุดหนุน 1,000 บาทต่อไร่ กับประกันรายได้ ต่างกันอย่างไร ที่ช่วยให้เห็นภาพว่าแต่ละมาตรการเหมาะกับชาวนาแบบไหน

อีกเรื่องที่ควรตัดสินใจก่อนลงมือเก็บ คือจะขายข้าวสดหรือข้าวแห้ง เพราะต้นทุนตาก ต้นทุนอบ และน้ำหนักที่หายไปมีผลต่อกำไรไม่น้อยกว่าราคาต่อตัน ลองอ่าน ขายข้าวเปลือกเกี่ยวสดหรือตากแห้ง แบบไหนคุ้มกว่า ประกอบ และก่อนตั้งราคาเป้าหมายให้เช็กราคารับซื้อวันนั้นจาก วิธีเช็กราคาข้าวเปลือกวันนี้จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ผู้เขียนไม่ใส่ราคาตลาดในบทความนี้ เพราะราคาข้าวเปลือกเปลี่ยนรายวัน และไม่มีแหล่งที่ระบุวันที่ชัดเจนในตอนที่เขียน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนเก็บข้าวรอขาย

  • เอาข้าวเกี่ยวสดขึ้นยุ้งโดยไม่ตรวจความชื้น แล้วมาพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ตอนจะเข้าโครงการ
  • เชื่อข่าวลือเรื่องดอกเบี้ย 0% หรือวงเงินต่อตัน โดยไม่ถามธนาคารโดยตรง
  • คิดต้นทุนด้วยน้ำหนักข้าวสด ทำให้ประเมินเงินช่วยและกำไรสูงเกินจริง
  • กู้เต็มวงเงินทั้งที่ไม่ได้มีแผนใช้ หลังจากนั้นรู้สึกต้องรีบขายเมื่อใกล้ครบกำหนด
  • เก็บข้าวไว้ใกล้ปุ๋ย ยา หรือน้ำมัน ทำให้ข้าวมีกลิ่นและเสียคุณภาพ
  • ไม่จดวันที่และชื่อเจ้าหน้าที่ที่ให้ข้อมูล เมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าถามไปแล้วว่าอย่างไร

สรุป

ปี 2569/70 รัฐอนุมัติสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกวงเงิน 41,483.33 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตัน พร้อมเงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท แต่เงื่อนไขรายละเอียดยังต้องรอยืนยันจาก ธ.ก.ส. ก่อนเริ่มเก็บข้าว ให้วัดความชื้น คำนวณต้นทุนด้วยน้ำหนักข้าวแห้ง และตั้งวันที่ต้องขายไว้ล่วงหน้า การชะลอขายมีโอกาสช่วยได้ แต่ไม่ใช่วิธีที่ใช้ได้กับทุกแปลงและทุกฤดู

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄Thai PBS — ข่าวมติ นบข. ปีการผลิต 2569/70 วงเงินและเป้าหมายแต่ละโครงการ (https://www.thaipbs.or.th/news/content/509460 และ https://www.thaipbs.or.th/news/content/506981)
  • 📄Infoquest — รายงานการอนุมัติมาตรการข้าวเปลือก 5 โครงการ (https://www.infoquest.co.th/2026/600314)
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ — รายละเอียดโครงการสินเชื่อชะลอการขายและเงินช่วยค่าฝากเก็บ (https://www.bangkokbiznews.com/economics/1238189 และ https://www.bangkokbiznews.com/economics/1238091)
  • 📄สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท กระทรวงพาณิชย์ — เนื้อหามาตรการข้าวเปลือกที่เผยแพร่ในพื้นที่ (https://chainat.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/169637)
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ — เงื่อนไขโครงการชะลอการขายข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65 ประกาศ 29 พ.ย. 2564 ใช้เทียบเท่านั้น (https://www.thansettakij.com/finance/504929)
  • 📄PPTV HD 36 — โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ปีการผลิต 2567/68 ใช้เทียบเท่านั้น (https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/242984)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกปี 2569/70 กู้ได้ตันละเท่าไร

ณ ต.ค. 2569 ผู้เขียนยังไม่พบประกาศที่ระบุวงเงินกู้ต่อตันหรือต่อรายสำหรับปี 2569/70 อย่างชัดเจน สิ่งที่ยืนยันได้คือวงเงินรวมของโครงการ 41,483.33 ล้านบาท เป้าหมาย 3 ล้านตัน และเงินช่วยค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท ส่วนวงเงินต่อตันให้สอบถาม ธ.ก.ส. สาขาโดยตรง

เก็บข้าวไว้ในยุ้งของตัวเองเข้าโครงการได้ไหม

ในโครงการปี 2564/65 และ 2567/68 มีการระบุถึงการเก็บในยุ้งฉางของเกษตรกรเอง ส่วนปี 2569/70 ยังไม่พบประกาศที่ยืนยันเงื่อนไขนี้ จึงควรถาม ธ.ก.ส. ว่ารับข้าวในยุ้งตัวเองหรือไม่ และใครเป็นผู้ตรวจ

เงินช่วย 1,500 บาทต่อตันได้ทุกกรณีหรือเปล่า

ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าปีนี้ใช้กับข้าวในยุ้งตัวเองหรือข้าวที่ฝากสถาบัน ปี 2564/65 เคยแบ่งเป็น 1,500 บาทต่อตันสำหรับเก็บเอง และ 500 บาทต่อตันสำหรับฝากสถาบัน ปีนี้อาจต่างไป จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเก่าสรุปเอง

ข้าวความชื้นเท่าไรจึงเหมาะกับการเก็บในยุ้ง

โครงการปี 2564/65 กำหนดความชื้นไม่เกิน 15% และสิ่งเจือปนต่ำกว่า 2% ปี 2569/70 ยังไม่พบประกาศเกณฑ์ใหม่ แต่ในทางปฏิบัติ ข้าวที่ความชื้นสูงเก็บไม่ปลอดภัยอยู่แล้ว ควรลดความชื้นก่อนเข้ายุ้งและวัดด้วยเครื่องวัด

ถ้ารอแล้วราคาไม่ขึ้น จะเสียหายอย่างไร

ความเสี่ยงมี 3 ข้อ คือ ต้องจ่ายดอกเบี้ยส่วนที่ไม่ได้รับการอุดหนุน มีต้นทุนเก็บรักษา และข้าวเสื่อมคุณภาพถ้าเก็บไม่ดี ให้คำนวณตัวเลขตามตัวอย่างในบทความแล้วตั้งวันครบกำหนดที่ต้องขายไว้ล่วงหน้า

จะรู้ได้อย่างไรว่าเงื่อนไขเปลี่ยนไปแล้ว

ติดตามประกาศจาก ธ.ก.ส. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ หรือสอบถามเกษตรอำเภอ เพราะมติ นบข. ต้องมีหนังสือแจ้งแนวปฏิบัติตามมา