คำตอบสั้น ๆ
ราคาข้าวเปลือกดูได้จากกรมการค้าภายใน พาณิชย์จังหวัด และตลาดกลาง ส่วนความชื้นถูกหักตามสูตรน้ำหนักที่ 15% รวมแหล่งราคาอ้างอิง ตารางหักความชื้น และวิธีตรวจสอบการชั่ง
คำตอบเร็ว: ราคาข้าวเปลือกอ้างอิงดูได้จากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเผยแพร่ราคารับซื้อรายวัน จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จากตลาดกลางข้าวและพืชไร่ และจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่รายงานราคาที่เกษตรกรขายได้ ส่วนราคาหน้าโรงสีจริงต้องโทรถามโรงสีในพื้นที่เองเพราะเปลี่ยนทุกวัน เรื่องความชื้น มาตรฐานซื้อขายข้าวเปลือกอยู่ที่ 15% ถ้าสูงกว่านั้นโรงสีจะหักน้ำหนักตามสูตร น้ำหนักสุทธิ เท่ากับ น้ำหนักชั่งได้ คูณ (100 ลบความชื้นจริง) หารด้วย 85 เช่น ข้าวความชื้น 25% จะถูกหักน้ำหนักราว 11.8% และถ้าราคาอยู่ที่ 10,000 บาทต่อตัน จะเท่ากับหายไปราว 1,176 บาทต่อตัน
ชาวนาหลายคนเจอเหตุการณ์เดียวกัน คือโทรถามโรงสีได้ราคาหนึ่ง พอขนข้าวไปถึงแล้วกลับได้เงินน้อยกว่าที่คิดไว้หลายพันบาทต่อคันรถ ทั้งที่ราคาต่อตันที่โรงสีบอกไม่ได้เปลี่ยน ส่วนต่างนั้นหายไปกับการหักความชื้น สิ่งเจือปน และเกณฑ์คุณภาพที่ไม่ได้ถามกันให้ชัดตั้งแต่ตอนโทร
บทความนี้เจาะเฉพาะเรื่องการดูราคาข้าวเปลือกให้เป็นและการอ่านการหักน้ำหนักให้ออก ไม่ใช่บทความแนะนำว่าควรปลูกข้าวพันธุ์ไหน เนื้อหาเรื่องช่องทางขายผลผลิตอื่นอ่านเพิ่มได้ที่หมวด ตลาดและการขาย
แหล่งราคาข้าวเปลือกอ้างอิงและช่วงเวลาที่อัปเดต
ราคาข้าวเปลือกไม่มีราคากลางเดียวที่ใช้ได้ทั้งประเทศ เพราะแต่ละชนิดข้าว แต่ละพื้นที่ และแต่ละโรงสีมีเงื่อนไขต่างกัน สิ่งที่ทำได้คือใช้ราคาอ้างอิงจากแหล่งทางการเป็นกรอบ แล้วเทียบกับราคาที่โรงสีเสนอจริง
| แหล่งข้อมูล | ให้ราคาแบบไหน | รอบการอัปเดต | ใช้ทำอะไรได้ |
|---|---|---|---|
| กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ | ราคารับซื้อข้าวเปลือกและราคาข้าวสารในตลาดสำคัญ | รายวันในวันทำการ | ใช้เป็นกรอบราคาของวันนั้นก่อนโทรถามโรงสี |
| สำนักงานพาณิชย์จังหวัด | ราคารับซื้อของโรงสีและจุดรับซื้อในจังหวัดนั้น | รายวันถึงรายสัปดาห์ตามพื้นที่ | ใกล้เคียงกับราคาที่คุณจะได้จริงที่สุด |
| ตลาดกลางข้าวและพืชไร่ | ราคาซื้อขายจริงที่เกิดในตลาดกลาง | ตามวันที่มีการซื้อขาย | ใช้ตรวจว่าโรงสีเสนอต่ำผิดปกติหรือไม่ |
| สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) | ราคาที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยรายสัปดาห์และรายเดือน | ย้อนหลัง ไม่ใช่ราคาวันนี้ | ใช้ดูแนวโน้มและวางแผนว่าจะขายช่วงไหน |
| สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย | ราคาข้าวสารส่งออก | รายสัปดาห์ | ใช้ดูทิศทางตลาดปลายทางที่จะส่งผลถึงราคาข้าวเปลือกในอีก 1-2 สัปดาห์ |
จุดที่ต้องระวังคือราคาที่ประกาศตามสื่อมักเป็นราคาข้าวเปลือกที่ความชื้น 15% คุณภาพตามเกณฑ์ ซึ่งแทบไม่ใช่สภาพข้าวที่เกี่ยวด้วยรถเกี่ยวนวดแล้วขนไปขายสดในวันเดียวกัน ถ้าเอาราคานั้นคูณน้ำหนักข้าวสดตรง ๆ จะได้ตัวเลขที่สูงกว่าเงินที่จะได้รับจริงเสมอ
อีกเรื่องคือช่วงเวลาในวัน โรงสีหลายแห่งปรับราคาระหว่างวันตามปริมาณคิวรถที่เข้ามาและพื้นที่ลานตากที่เหลือ ราคาที่ถามไว้ตอนเย็นวานนี้จึงอาจไม่ใช่ราคาของเช้าวันนี้ ควรโทรยืนยันซ้ำในเช้าวันที่จะขนจริง และถามให้ครบว่าราคานั้นอยู่ที่ความชื้นเท่าไร
ความชื้นทำให้ถูกหักกี่บาท คำนวณเองได้
มาตรฐานการซื้อขายข้าวเปลือกอยู่ที่ความชื้น 15% ข้าวที่ชื้นกว่านั้นมีน้ำหนักส่วนเกินเป็นน้ำ ซึ่งจะระเหยไปหลังอบหรือตาก โรงสีจึงหักออกด้วยสูตรมาตรฐานนี้
น้ำหนักที่ความชื้น 15% = น้ำหนักที่ชั่งได้ × (100 − ความชื้นจริง) ÷ 85
ตารางข้างล่างคำนวณไว้ให้แล้ว โดยคอลัมน์สุดท้ายใช้ราคาสมมติ 10,000 บาทต่อตันเพื่อให้เห็นกลไก ไม่ใช่ราคาตลาดจริงของวันนี้ ให้แทนราคาที่โรงสีเสนอจริงลงไปแล้วคิดตามสัดส่วนเดียวกัน
| ความชื้น | น้ำหนักที่เหลือหลังปรับ | น้ำหนักที่หายไป | ข้าว 1 ตัน เหลือกี่กิโลกรัม | มูลค่าที่หายไปที่ราคาสมมติ 10,000 บาทต่อตัน |
|---|---|---|---|---|
| 15% | 100.0% | 0% | 1,000 | 0 บาท |
| 17% | 97.6% | 2.4% | 976 | ราว 235 บาท |
| 18% | 96.5% | 3.5% | 965 | ราว 353 บาท |
| 20% | 94.1% | 5.9% | 941 | ราว 588 บาท |
| 22% | 91.8% | 8.2% | 918 | ราว 824 บาท |
| 25% | 88.2% | 11.8% | 882 | ราว 1,176 บาท |
| 28% | 84.7% | 15.3% | 847 | ราว 1,529 บาท |
| 30% | 82.4% | 17.6% | 824 | ราว 1,765 บาท |
ตัวอย่างการใช้งานจริง ขนข้าวไปขาย 5 ตัน วัดความชื้นได้ 26% โรงสีเสนอราคาที่ความชื้น 15% เท่ากับ X บาทต่อตัน น้ำหนักที่ใช้คิดเงินจะเหลือประมาณ 5 × (100 − 26) ÷ 85 ซึ่งเท่ากับ 4.35 ตัน ไม่ใช่ 5 ตัน ส่วนต่าง 0.65 ตันคือสิ่งที่หายไปจากใบชั่ง
บางโรงสีหักมากกว่าสูตร และเหตุผลที่ควรถามให้ชัด
ในทางปฏิบัติ โรงสีจำนวนไม่น้อยไม่ได้ใช้สูตรตรง ๆ แต่ใช้ตารางหักของตัวเองซึ่งมักหักมากกว่าสูตรเล็กน้อย เหตุผลที่โรงสีอ้างคือค่าเชื้อเพลิงในการอบลดความชื้น ค่าแรงเข้าเตาอบ และความเสี่ยงที่ข้าวชื้นจะเสื่อมคุณภาพระหว่างรอคิวอบ บางแห่งแยกออกมาเป็นค่าอบต่อตันต่างหากแทนการหักน้ำหนักเพิ่ม
สิ่งที่ควรทำคือถามให้ได้คำตอบสามข้อนี้ทางโทรศัพท์ก่อนขน หนึ่ง ราคาที่บอกเป็นราคาที่ความชื้นเท่าไร สอง หักความชื้นด้วยสูตรมาตรฐานหรือใช้ตารางของโรงสี ถ้าเป็นตารางขอให้ส่งรูปมาดู และสาม มีค่าอบหรือค่าลงแยกต่างหากอีกไหม การถามสามข้อนี้ใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่ป้องกันความประหลาดใจที่ปลายทางได้เกือบทั้งหมด
ตากเองก่อนขายคุ้มหรือไม่
จากตาราง การลดความชื้นจาก 25% เหลือ 18% ช่วยรักษาน้ำหนักไว้ได้ราว 8% ของมูลค่า ซึ่งที่ข้าว 5 ตันคิดเป็นเงินหลักพันบาท แต่ต้องหักต้นทุนอีกฝั่งคือค่าแรงตากและกลับข้าว พื้นที่ลานตากที่สะอาดและไม่ปนดิน ความเสี่ยงฝนตกระหว่างตากซึ่งทำให้ข้าวชื้นซ้ำและเกิดข้าวหักตอนสี และการสูญเสียจากนกและการขนย้าย
หลักตัดสินใจที่ใช้ได้จริงคือ ถ้ามีลานตากพร้อม แรงงานในครัวเรือน และพยากรณ์อากาศบอกว่ามีแดดต่อเนื่อง 2-3 วัน การตากมักคุ้ม แต่ถ้าต้องเช่าลานหรือจ้างแรงงาน และอยู่ในช่วงปลายฝนที่ฝนตกไม่เป็นเวลา การขายสดแล้วยอมโดนหักมักปลอดภัยกว่า เพราะข้าวที่โดนฝนระหว่างตากจะเสียทั้งน้ำหนักและถูกตัดราคาคุณภาพซ้ำ ลองเทียบกับหน้าต่างเวลาฝนล่วงหน้าได้ที่ ตัววางแผนสภาพอากาศช่วงเก็บเกี่ยว
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนขนข้าวขึ้นรถ
1. วัดความชื้นเองก่อน อย่ารู้ครั้งแรกที่หน้าโรงสี
เครื่องวัดความชื้นข้าวแบบพกพาเป็นอุปกรณ์ที่คืนทุนเร็วที่สุดชิ้นหนึ่งสำหรับชาวนา เพราะการรู้ล่วงหน้าว่าข้าวอยู่ที่ 26% ไม่ใช่ 20% เปลี่ยนการตัดสินใจทั้งหมด ทั้งเรื่องจะตากก่อนไหมและจะไปโรงสีไหน วิธีวัดที่ให้ค่าน่าเชื่อถือคือสุ่มตัวอย่างจากหลายจุดในกองหรือหลายกระสอบ ไม่ใช่วัดจากผิวบนกองอย่างเดียว เพราะผิวกองสัมผัสอากาศจะแห้งกว่าข้างใน 2-4% เป็นเรื่องปกติ
ถ้าไม่มีเครื่อง ให้ขอวัดที่จุดรับซื้อในหมู่บ้านหรือสหกรณ์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
2. สิ่งเจือปนและข้าวปนพันธุ์
นอกจากความชื้น โรงสียังตัดราคาจากสิ่งเจือปนและคุณภาพเมล็ด รายการที่พบบ่อยได้แก่
- สิ่งแปลกปลอม เช่น เศษฟาง ดิน หิน เมล็ดวัชพืช ซึ่งเกิดจากการตั้งพัดลมรถเกี่ยวไม่เหมาะหรือลานตากไม่สะอาด
- เมล็ดลีบและเมล็ดไม่สมบูรณ์ ซึ่งลดอัตราการสีเป็นข้าวเต็มเมล็ด
- ข้าวปนพันธุ์ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่มีข้าวพันธุ์อื่นปน จะถูกตัดราคาแรงเพราะกระทบคุณภาพข้าวสารที่สีออกมา
- ข้าวดีดข้าวเด้ง เมล็ดสีแดงที่ปนมาทำให้ข้าวสารมีเมล็ดแดงปน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ผู้ซื้อปลายทางเข้มงวด
- เมล็ดงอกหรือมีกลิ่นอับ เกิดจากข้าวกองชื้นทิ้งไว้ข้ามคืนโดยไม่เกลี่ย ซึ่งความร้อนสะสมในกองทำให้ข้าวเสียได้ภายในวันเดียว
สัญญาณที่สังเกตได้ที่หน้างานคือถ้าเอามือล้วงเข้าไปกลางกองข้าวสดแล้วรู้สึกอุ่นผิดปกติ แปลว่าในกองกำลังเกิดความร้อนจากการหายใจของเมล็ด ต้องเกลี่ยกระจายออกทันทีและเร่งขายหรือเร่งตาก อย่าปล่อยข้ามคืน
3. การชั่งหน้าโรงสี
การชั่งเป็นจุดที่ข้อพิพาทเกิดบ่อยที่สุด แนวปฏิบัติที่ควรทำทุกครั้ง
- ให้ชั่งรถพร้อมข้าวก่อน แล้วชั่งรถเปล่าหลังลงข้าวเสร็จในวันเดียวกัน ด้วยเครื่องชั่งตัวเดียวกัน
- อยู่ดูตอนชั่งและตอนวัดความชื้นด้วยตัวเอง อย่าฝากคนขับรถทั้งหมด
- ขอใบชั่งที่ระบุน้ำหนักรถพร้อมข้าว น้ำหนักรถเปล่า น้ำหนักสุทธิ ความชื้นที่วัดได้ และราคาต่อตัน แล้วถ่ายรูปเก็บไว้
- ถ้าวัดความชื้นได้ต่างจากที่คุณวัดเองมากกว่า 2-3% ขอให้วัดซ้ำจากตัวอย่างจุดอื่น และขอดูว่าเครื่องวัดสอบเทียบล่าสุดเมื่อไร
- เครื่องชั่งที่ใช้ในการซื้อขายต้องผ่านการตรวจรับรองตามกฎหมายชั่งตวงวัด ซึ่งจะมีเครื่องหมายคำรับรองติดอยู่ ถ้าสงสัยว่าเครื่องชั่งหรือการหักไม่เป็นธรรม ร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน หมายเลข 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด
4. เช็กลิสต์ก่อนออกจากบ้าน
- โทรถามราคา 3 โรงสีในเช้าวันที่จะขน พร้อมถามความชื้นอ้างอิงและวิธีหักของแต่ละแห่ง
- วัดความชื้นข้าวเองจากหลายจุด บันทึกค่าไว้
- คำนวณล่วงหน้าว่าจะได้เงินประมาณเท่าไรด้วยสูตรปรับความชื้น เพื่อมีตัวเลขไว้เทียบกับใบชั่ง
- เก็บตัวอย่างข้าวจากกองไว้ประมาณครึ่งกิโลกรัมใส่ถุงปิดปาก เผื่อต้องใช้เป็นหลักฐานถ้ามีข้อโต้แย้งเรื่องคุณภาพ
- ถามคิวรถของโรงสีก่อนออก เพราะการจอดรอคิวข้ามคืนพร้อมข้าวสดบนรถทำให้ข้าวร้อนและเสียคุณภาพ
- ตรวจว่าผ้าใบคลุมรถมิดชิด ข้าวที่โดนฝนระหว่างทางเปลี่ยนผลการวัดความชื้นทั้งคันได้
สำหรับผู้ที่ต้องการรู้ว่าต้องขายให้ได้กี่บาทต่อตันจึงจะไม่ขาดทุนเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตของตัวเอง ลองคำนวณด้วย เครื่องคำนวณราคาขายขั้นต่ำ และดูเครื่องมือเกษตรอื่นได้ที่หน้า เครื่องมือเกษตร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เอาราคาที่ประกาศตามข่าวมาคูณน้ำหนักข้าวสดตรง ๆ แล้ววางแผนการเงินจากตัวเลขนั้น ทั้งที่ราคาประกาศอิงความชื้น 15%
- ถามแค่ราคาต่อตัน ไม่ถามว่าหักความชื้นอย่างไร ซึ่งเป็นตัวแปรที่ทำให้เงินต่างกันได้เป็นพันบาทต่อตัน
- ไม่วัดความชื้นเองก่อนขน ทำให้ไม่มีข้อมูลไปเทียบและต่อรองอะไรไม่ได้เลยที่หน้าโรงสี
- วัดความชื้นจากผิวกองอย่างเดียว ได้ค่าต่ำกว่าความจริง 2-4% แล้วตกใจตอนโรงสีวัดได้สูงกว่า
- กองข้าวสดไว้ข้ามคืนโดยไม่เกลี่ย ความร้อนสะสมในกองทำให้เมล็ดเหลือง มีกลิ่นอับ และถูกตัดราคาคุณภาพเพิ่มจากการหักความชื้น
- ไม่เก็บใบชั่งหรือไม่อยู่ดูตอนชั่ง ทำให้โต้แย้งภายหลังไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน
- ขายทั้งหมดในวันเดียวที่ผลผลิตออกพร้อมกันทั้งตำบล ซึ่งเป็นช่วงที่โรงสีมีอำนาจต่อรองสูงสุดและคิวยาวที่สุด
- เชื่อราคาที่ส่งต่อกันในกลุ่มแชท โดยไม่ตรวจกับแหล่งทางการหรือโทรยืนยันกับโรงสี ราคาในข้อความส่งต่อมักเป็นของสัปดาห์ก่อนหรือของคนละชนิดข้าว
สรุป
การดูราคาข้าวเปลือกให้เป็นมีสองชั้น ชั้นแรกคือใช้ราคาอ้างอิงจากกรมการค้าภายใน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ตลาดกลาง และ สศก. เป็นกรอบ แล้วโทรยืนยันราคาจริงกับโรงสีอย่างน้อยสามแห่งในเช้าวันที่จะขน ชั้นที่สองซึ่งสำคัญกว่าคือรู้ว่าราคานั้นอิงความชื้น 15% และคำนวณการหักด้วยสูตรน้ำหนักคูณ (100 ลบความชื้น) หารด้วย 85 ได้ด้วยตัวเอง
สิ่งที่ควรลงมือทำก่อนขายรอบหน้าคือวัดความชื้นข้าวเองจากหลายจุด คำนวณเงินที่ควรได้ล่วงหน้าเพื่อเอาไปเทียบกับใบชั่ง และถามโรงสีให้ครบสามข้อ คือราคาที่ความชื้นเท่าไร หักด้วยสูตรหรือตาราง และมีค่าอบแยกอีกหรือไม่ เท่านี้ก็ตัดความประหลาดใจที่ปลายทางออกไปได้เกือบทั้งหมด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ — ราคารับซื้อข้าวเปลือกและข้าวสารรายวัน ข้อกำหนดด้านการชั่งตวงวัดในการรับซื้อผลผลิตเกษตร และช่องทางร้องเรียนสายด่วน 1569
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายได้รายสัปดาห์และรายเดือน ใช้ดูแนวโน้มราคาย้อนหลังเพื่อวางแผนช่วงขาย
- กรมการข้าว — คำแนะนำด้านการเก็บเกี่ยว การลดความชื้น และการเก็บรักษาข้าวเปลือกเพื่อรักษาคุณภาพก่อนจำหน่าย
- สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและตลาดกลางข้าวและพืชไร่ — ราคารับซื้อในพื้นที่ซึ่งใกล้เคียงกับราคาที่เกษตรกรได้รับจริงมากที่สุด ตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนขนข้าวทุกครั้ง
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ราคาโคเนื้อตกต่ำเพราะอะไร และผู้เลี้ยงรายย่อยจะรับมืออย่างไร
สรุปสิ่งที่แหล่งข้อมูลทางการยืนยันได้เรื่องราคาโคเนื้อตกต่ำ สาเหตุ และแนวทางตัดสินใจของผู้เลี้ยงรายย่อย โดยไม่ใส่ราคาตลาดที่ไม่มีแหล่งลงวันที่
ขายใบตองช่วงลอยกระทง ปลูกกล้วยตานีตัดใบอย่างไรให้ใบสวย
ใบตองกล้วยตานีให้ใบสวยได้ด้วยแนวกันลม ความชื้นดิน และการตัดที่ถูกเวลา บทความนี้รวมราคาปีที่ผ่านมาจากแหล่งที่ระบุวันที่ และบอกสิ่งที่ยังตรวจไม่ได้
ช่วงกินเจผักชนิดไหนขายดี และเกษตรกรรายย่อยจะขายตรงอย่างไร
ช่วงกินเจ 10-18 ต.ค. 2569 ผักใบหอมราคายังสูงจากฝนและน้ำท่วม ขณะที่กะหล่ำปลีเริ่มถูกลง บทความนี้บอกว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังไม่มีข้อมูล และรายย่อยควรขายตรงอย่างไร
ส้มโอช่วงไหว้พระจันทร์ คัดผลและแพ็กอย่างไรให้ขายได้ราคาเทศกาล
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2569 ผ่านไปแล้ว บทความนี้จึงวางแผนสำหรับปีหน้า ตั้งแต่คัดผล แพ็ก ไปจนถึงไทม์ไลน์และตัวอย่างต้นทุนที่ระบุเป็นสมมติฐาน
ทำข้าวเม่าขาย เกี่ยวข้าวระยะไหน คั่วอย่างไร และส่งร้านกระยาสารท
เกษตรกรที่อยากทำข้าวเม่าขายช่วงกระยาสารทต้องรู้ระยะเกี่ยวข้าว วิธีคั่วตำ และการแพ็กส่งร้าน บทความนี้สรุปขั้นตอนพร้อมตัวอย่างต้นทุนที่บอกฐานตัวเลขชัดเจน
ลองกองออกพร้อมกันจนราคาร่วง ชาวสวนจะคัดเกรด ขายตรง หรือแปรรูปอย่างไร
ลองกองกระจุกออกเดือนกันยายนถึงตุลาคมจนราคาตกเกือบทุกปี บทความนี้เปรียบเทียบการคัดเกรด ขายตรง และแปรรูป พร้อมข่าวราคาอุตรดิตถ์ปี 2569 และข้อมูลหลังการเก็บเกี่ยวจากมหาวิทยาลัย
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

แผงไข่พลาสติก 6 ฟอง อย่างหนา พร้อมฝาล็อค (ราคา ต่อ1กล่อง)
ดูรายละเอียด
หนังสือ ราคา 150 บาท คู่มือการเลี้ยงสัตว์น้ำและปลากระชัง...เงินล้าน : สัตว์น้ำ ปลากระชัง สัตว์และการเกษตร การเลี้ยงปลา
ดูรายละเอียด
หนังสือราคา 150 บาท คู่มือเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ : การขยายพันธุ์สัตว์ สัตว์และการเกษตร การเลี้ยงสัตว์น้ำ
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ทำไมโรงสีสองแห่งในอำเภอเดียวกันให้ราคาต่างกัน
สาเหตุหลักคือกำลังการอบและพื้นที่เก็บของแต่ละโรงสีไม่เท่ากัน โรงสีที่เตาอบเต็มและลานเต็มจะลดราคารับซื้อข้าวชื้นลงเพื่อชะลอปริมาณ ขณะที่โรงสีที่ยังมีที่ว่างจะเสนอราคาดีกว่า นอกจากนี้แต่ละแห่งยังมีคำสั่งซื้อจากผู้ส่งออกหรือผู้ค้าปลายทางต่างกัน จึงต้องการข้าวชนิดและคุณภาพต่างกันในแต่ละช่วง
ขายผ่านสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกร ได้ราคาดีกว่าไหม
ข้อดีของการรวมกลุ่มไม่ได้อยู่ที่ราคาต่อตันสูงกว่าเสมอไป แต่อยู่ที่อำนาจต่อรองเรื่องเงื่อนไขการหักและความโปร่งใสของการชั่ง รวมทั้งประหยัดค่าขนส่งเมื่อรวมรถกันไป บางกลุ่มยังเข้าถึงมาตรการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกรได้ ทำให้ชะลอการขายในช่วงราคาตกได้ ควรสอบถามสหกรณ์การเกษตรในอำเภอว่าปีนี้มีโครงการรับซื้อหรือไม่
ข้าวหอมมะลิกับข้าวเจ้าทั่วไปใช้เกณฑ์หักความชื้นเดียวกันหรือไม่
สูตรปรับน้ำหนักตามความชื้นใช้หลักเดียวกันเพราะเป็นเรื่องของน้ำในเมล็ด แต่เกณฑ์คุณภาพอื่นเข้มกว่ากันมาก ข้าวหอมมะลิถูกตรวจเรื่องข้าวปนพันธุ์และเมล็ดแดงอย่างละเอียดกว่า และส่วนต่างราคาที่ถูกตัดเมื่อไม่ผ่านเกณฑ์ก็สูงกว่า เพราะราคาฐานสูงกว่า ผู้ปลูกข้าวหอมมะลิจึงได้ประโยชน์จากการคัดแยกและทำความสะอาดก่อนขายมากกว่าผู้ปลูกข้าวเจ้าทั่วไป
ถ้าไม่พอใจการหักน้ำหนักที่หน้าโรงสี ทำอะไรได้บ้างตอนนั้น
สิ่งที่ทำได้ทันทีคือขอให้วัดความชื้นซ้ำจากตัวอย่างจุดอื่น ขอดูตารางการหักที่โรงสีใช้ และขอดูเครื่องหมายคำรับรองของเครื่องชั่ง ถ้ายังไม่ได้ข้อยุติและข้าวยังไม่ลงจากรถ คุณมีสิทธิ์ไม่ขายและขับไปโรงสีอื่น แต่ต้องชั่งน้ำหนักและถ่ายรูปใบชั่งไว้ก่อน หากเห็นว่าไม่เป็นธรรม ให้แจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 พร้อมหลักฐาน
ควรขายทันทีหลังเกี่ยว หรือเก็บไว้รอราคา
การเก็บรอราคามีต้นทุนที่มองไม่เห็นสามอย่าง คือดอกเบี้ยหรือค่าเสียโอกาสของเงิน การสูญเสียน้ำหนักและคุณภาพจากมอดและความชื้นระหว่างเก็บ และความเสี่ยงที่ราคาจะไม่ขึ้นตามที่คาด การเก็บจะคุ้มก็ต่อเมื่อมียุ้งฉางที่แห้งและป้องกันแมลงได้จริง และข้าวถูกลดความชื้นลงถึงระดับที่เก็บได้ปลอดภัย ถ้าไม่มีเงื่อนไขเหล่านี้ครบ การขายสดแล้วนำเงินไปหมุนมักให้ผลดีกว่า
