ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

พื้นที่ไหนห้ามหรือควบคุมการขุดบ่อบาดาล เกษตรกรเช็กได้ที่ไหนก่อนจ้างเจาะ

กฎหมายน้ำบาดาลแบ่งเขตน้ำบาดาล เขตวิกฤตการณ์ และเขตห้ามสูบอย่างไร เกษตรกรเช็กพื้นที่ตัวเองที่ไหนก่อนจ้างเจาะ พร้อมคำถามต้องถามกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ต.ค. 2569

พื้นที่ไหนห้ามหรือควบคุมการขุดบ่อบาดาล เกษตรกรเช็กได้ที่ไหนก่อนจ้างเจาะ

คำตอบสั้น ๆ

การจะเจาะบ่อบาดาลได้หรือไม่ขึ้นกับว่าที่ดินอยู่ในเขตแบบไหน บทความนี้แยกให้เห็นเขตน้ำบาดาล เขตวิกฤตการณ์ และเขตห้ามสูบตามกฎหมาย แล้วบอกว่าต้องเช็กรายแปลงที่หน่วยงานใดก่อนจ้างเจาะ

คำตอบเร็ว: ทั้งกรุงเทพมหานครและทุกจังหวัดเป็นเขตน้ำบาดาลตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นเขตที่ต้องมีใบอนุญาตก่อนประกอบกิจการน้ำบาดาล ส่วนเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลและเขตห้ามสูบน้ำบาดาลเป็นเขตเข้มกว่าที่ประกาศเป็นพื้นที่ ผู้เขียนไม่ได้ยืนยันรายชื่อพื้นที่ที่ประกาศอยู่ ณ ปัจจุบัน จึงไม่ระบุว่าตำบลใดอยู่ในเขตใด ให้เช็กแปลงที่ดินของท่านกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (โทร 02 666 7000) หรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ก่อนจ่ายเงินให้ผู้รับเหมา (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

คำถามที่เจ้าหน้าที่ถูกถามบ่อยคือ "ที่ผมเจาะได้ไหม" ซึ่งตอบจากโต๊ะไม่ได้ เพราะคำตอบผูกกับพิกัดแปลงที่ดินและประกาศที่มีผลอยู่ ณ วันที่ยื่นเรื่อง บทความนี้จึงไม่ทำเป็นรายชื่อพื้นที่ แต่อธิบายว่ากฎหมายแบ่งเขตกี่ชั้น แต่ละชั้นหมายถึงอะไร แล้วเกษตรกรไปเช็กแปลงของตัวเองที่ไหน เรื่องเอกสารและขั้นตอนขอใบอนุญาตทั้งชุดอยู่ใน ขุดบ่อบาดาลเพื่อการเกษตร ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง บทความนี้ตอบมุมเดียว คือ พื้นที่ของท่านถูกควบคุมระดับไหน

กฎหมายแบ่งเขตไว้สามชั้น

ภาพประกอบ กฎหมายแบ่งเขตไว้สามชั้น

ข้อมูลในหัวข้อนี้มาจากหน้ากฎหมายและประกาศของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งเผยแพร่พระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และประกาศกระทรวงฯ ที่เกี่ยวข้อง

  • เขตน้ำบาดาล มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีประกาศกำหนดเขตน้ำบาดาลได้ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตน้ำบาดาลและความลึกของน้ำบาดาล พ.ศ. 2554 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 21 ง ลงวันที่ 23 มกราคม 2555) กำหนดให้กรุงเทพมหานครและทุกจังหวัดเป็นเขตน้ำบาดาล และกำหนดว่าน้ำที่อยู่ลึกกว่า 15 เมตรจากผิวดินเป็นน้ำบาดาล ประกาศนี้ยกเลิกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2537)
  • เขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล มาตรา 4 อธิบายว่าเป็นพื้นที่ที่มีการสูบน้ำบาดาลมากกว่าปริมาณน้ำที่เติมกลับ และอาจทำให้แผ่นดินทรุด น้ำเค็มรุก ระดับน้ำลด หรือกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง เขตนี้ยังเป็นเขตที่หน่วยงานรัฐที่จัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคหรือการเกษตรก็ไม่พ้นจากการใช้กฎหมายนี้ และมาตรา 7 (2/1) ให้เก็บค่าบำรุงรักษาน้ำบาดาลในเขตวิกฤตการณ์
  • เขตห้ามสูบน้ำบาดาล มาตรา 5 ให้ประกาศเขตห้ามสูบน้ำบาดาลได้ในพื้นที่ที่การสูบอาจทำให้ชั้นน้ำเสียหาย แผ่นดินทรุด และผลกระทบทำนองเดียวกัน

ประกาศปี 2554 ตั้งเขตน้ำบาดาลครอบทั้งประเทศ ผลคือเกษตรกรทุกจังหวัดอยู่ในเขตที่ต้องมีใบอนุญาตตามมาตรา 16 ซึ่งห้ามประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี ประกาศมีผลทันทีที่ประกาศในราชกิจจาฯ สำหรับกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ส่วนจังหวัดอื่นมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2555 (ผู้เขียนอ่านจากภาพสแกนของประกาศในหน้ากรมทรัพยากรน้ำบาดาล)

การฝ่าฝืนมีโทษ มาตรา 36 ทวิ ระบุว่าผู้สูบน้ำบาดาลในเขตห้ามสูบ หรือฝ่าฝืนมาตรา 16 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่น บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่ไม่ได้ยืนยัน: รายชื่อพื้นที่วิกฤตและเขตห้ามสูบ ณ ตอนนี้

ผู้เขียนไม่ได้ยืนยันว่าขณะนี้มีตำบล อำเภอ หรือจังหวัดใดประกาศเป็นเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลหรือเขตห้ามสูบน้ำบาดาลบ้าง และไม่ได้ยืนยันว่าเขตเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงหรือถูกยกเลิกไปแล้วหรือไม่ บทความจึงไม่บอกว่าพื้นที่ใดอยู่ในเขตใด เพราะการเดาจากข่าวเก่าหรือความจำของคนในพื้นที่ทำให้ตัดสินผิดได้ ถ้าท่านเห็นบทความหรือโพสต์ที่ระบุรายชื่อพื้นที่โดยไม่บอกฉบับและวันที่ประกาศ อย่านำมาตัดสินใจ

สิ่งที่ยืนยันได้จากคู่มือประชาชนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลคือ ในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลที่มีระบบประปานครหลวงหรือประปาส่วนภูมิภาคเข้าถึง จะไม่อนุญาตให้เจาะหรือใช้น้ำบาดาล ยกเว้นโรงงานอุตสาหกรรม และในเขตวิกฤตการณ์ บ่อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 100 มิลลิเมตรขึ้นไปหรือใช้น้ำเกิน 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ต้องผ่านคณะอนุกรรมการส่วนกลาง ซึ่งมีขั้นตอนพิจารณาราว 15 วันทำการ ข้อนี้สำคัญกับเกษตรกรที่คิดจะเจาะบ่อ 6 หรือ 8 นิ้ว เพราะ 6 นิ้วเท่ากับราว 152 มิลลิเมตร เกินเกณฑ์ 100 มิลลิเมตรแล้ว

ถ้าอย่างนี้ ให้ทำอย่างนี้

ถ้าสถานการณ์ของท่านเป็นแบบนี้ให้ทำหมายเหตุ
ยังไม่รู้ว่าแปลงอยู่ในเขตวิกฤตหรือเขตห้ามสูบหรือไม่โทรกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 02 666 7000 หรือถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด พร้อมเลขโฉนดและตำบลขอให้ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรหรือจดชื่อเจ้าหน้าที่และวันที่ที่ตอบ
ผู้รับเหมาบอกว่า "ที่นี่เจาะได้ ไม่ต้องขอ"ขอดูหลักฐานหรือเลขที่ใบอนุญาต แล้วเช็กเองกับหน่วยงานทั้งประเทศเป็นเขตน้ำบาดาลที่ต้องมีใบอนุญาตตามมาตรา 16
แปลงอยู่ในพื้นที่ที่ประปาเข้าถึงและเป็นเขตวิกฤตเตรียมรับว่าอาจไม่ได้รับอนุญาต วางแผนใช้น้ำประปาหรือแหล่งน้ำผิวดินตามคู่มือประชาชน ยกเว้นโรงงาน
จะเจาะบ่อ 6 นิ้วขึ้นไปในเขตวิกฤตเผื่อเวลาเรื่องพิจารณาส่วนกลางราว 15 วันทำการเกณฑ์ 100 มิลลิเมตรหรือ 100 ลบ.ม./วัน ตามคู่มือ
ใกล้ชายฝั่งและเคยได้ยินว่าน้ำเค็มถามกรมฯ เรื่องคุณภาพน้ำบาดาลของพื้นที่ และดู น้ำบาดาลเค็มกับผักชายฝั่งน้ำเค็มเป็นเรื่องคุณภาพน้ำ ต่างจากเรื่องเขตควบคุม
ต้องการสิทธิใช้น้ำบาดาลในที่ดินของตนดู สิทธิใช้น้ำบาดาลของเกษตรกร แล้วถามกรมฯ ว่าการใช้ขนาดของท่านเข้าข่ายต้องขอหรือไม่ผู้เขียนไม่ได้ยืนยันเกณฑ์ใช้น้ำขนาดเล็กเป็นรายกรณี

ขั้นตอนเช็กพื้นที่ก่อนจ้างเจาะ

  1. เตรียมเลขโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ ตำบล อำเภอ จังหวัด และพิกัดโดยประมาณของจุดที่จะเจาะ
  2. เปิดบริการแผนที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล https://www.dgr.go.th/th/public-service/36 ผู้เขียนยืนยันว่ามีหน้านี้ แต่ไม่ได้ทดสอบว่าแสดงเขตวิกฤตหรือเขตห้ามสูบรายแปลงได้ครบหรือไม่ จึงอย่าใช้แทนการสอบถามเจ้าหน้าที่
  3. โทรกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 02 666 7000 หรือสำนักงานควบคุมใบอนุญาต 02 666 7329 หรือสอบถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ถามสามข้อ แปลงอยู่ในเขตวิกฤตการณ์หรือเขตห้ามสูบหรือไม่ ประปาเข้าถึงแปลงหรือไม่ และบ่อขนาดที่จะเจาะต้องผ่านส่วนกลางหรือไม่
  4. ถ้าอยู่ในเชียงใหม่ ขอนแก่น หรือนครราชสีมา คู่มือระบุว่ายื่นที่เทศบาลหรือ อบต. ตามที่ภารกิจถ่ายโอน ให้ถามที่ท้องถิ่นนั้นก่อน
  5. จดคำตอบ วันที่ และชื่อผู้ตอบ แล้วจึงขอใบเสนอราคา
  6. ยื่นคำขอใบอนุญาตก่อนเริ่มเจาะ และเก็บใบอนุญาตไว้กับผู้ว่าจ้าง เรื่องเอกสารดูบทความขออนุญาตที่ลิงก์ด้านบน

ผู้รับเหมาบางรายรับดำเนินการยื่นเรื่องให้ ซึ่งสะดวก แต่ผู้ถือที่ดินยังควรรู้ผลเช็กเขตด้วยตัวเอง เพราะถ้าเรื่องไม่ผ่าน ค่าเสียหายตกอยู่ที่เจ้าของที่ นอกจากนี้ หลังเจาะควรตรวจติดตั้งปั๊มให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้ต้องรื้อซ้ำ ดู ข้อผิดพลาดการติดตั้งปั๊มบาดาลโซลาร์เซลล์

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. เชื่อรายชื่อพื้นที่จากโพสต์หรือข่าวเก่าโดยไม่ดูฉบับและวันที่ประกาศ ประกาศเรื่องเขตเปลี่ยนได้
  2. คิดว่าไม่ใช่เขตห้ามสูบแปลว่าเจาะได้เลย ทั้งที่ทุกจังหวัดเป็นเขตน้ำบาดาลที่ต้องมีใบอนุญาต
  3. จ่ายมัดจำผู้รับเหมาก่อนเช็กเขตและก่อนมีใบอนุญาต ถ้าเรื่องไม่ผ่านจะไม่มีใบอนุญาตมารองรับ
  4. ใช้ขนาดบ่อเป็นข้อต่อรองโดยไม่ดูเกณฑ์ ในเขตวิกฤตบ่อตั้งแต่ 100 มิลลิเมตรขึ้นไปต้องผ่านส่วนกลาง การเปลี่ยนขนาดเพื่อเลี่ยงอาจไม่ตอบความต้องการน้ำของสวน
  5. ปล่อยให้ผู้รับเหมาตอบแทนหน่วยงานโดยไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร

ตัวเลขโทษและค่าธรรมเนียมในบทความนี้มาจากฉบับกฎหมายและคู่มือที่ผู้เขียนเปิดอ่านเมื่อ ต.ค. 2569 ถ้ามีการแก้ไขภายหลังให้ถือฉบับล่าสุดของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

สรุป

ทั้งประเทศเป็นเขตน้ำบาดาลที่ต้องมีใบอนุญาต ส่วนเขตวิกฤตการณ์และเขตห้ามสูบเป็นชั้นที่เข้มกว่า ซึ่งผู้เขียนไม่ได้ยืนยันรายชื่อพื้นที่ที่ประกาศอยู่ ณ ต.ค. 2569 จึงไม่ระบุตำบลใด ก่อนจ้างเจาะให้โทร 02 666 7000 หรือถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดด้วยเลขโฉนด จดคำตอบไว้ แล้วค่อยจ่ายเงินให้ผู้รับเหมา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมทรัพยากรน้ำบาดาล: คู่มือสำหรับประชาชน และประกาศ กำหนดเขตน้ำบาดาลและความลึกของน้ำบาดาล พ.ศ. 2554 — ขั้นตอนขอใบอนุญาต เกณฑ์เขตวิกฤต และเอกสารประกาศ https://www.dgr.go.th/th/public-service/38
  • 📄กรมทรัพยากรน้ำบาดาล: พระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม — มาตรา 4 5 7 16 และ 36 ทวิ https://www.dgr.go.th/th/download/707
  • 📄กรมทรัพยากรน้ำบาดาล: บริการแผนที่น้ำบาดาล — เครื่องมือค้นข้อมูลแผนที่ https://www.dgr.go.th/th/public-service/36

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ทุกจังหวัดเป็นเขตน้ำบาดาลจริงหรือไม่?

จริง ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตน้ำบาดาลและความลึกของน้ำบาดาล พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดให้กรุงเทพมหานครและทุกจังหวัดเป็นเขตน้ำบาดาล และน้ำลึกกว่า 15 เมตรเป็นน้ำบาดาล เขตน้ำบาดาลหมายถึงต้องมีใบอนุญาตก่อนประกอบกิจการ ไม่ได้หมายความว่าห้ามเจาะ

เขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลกับเขตห้ามสูบน้ำบาดาลต่างกันอย่างไร?

เขตวิกฤตการณ์ตามมาตรา 4 คือพื้นที่ที่สูบเกินปริมาณน้ำที่เติมกลับและอาจเกิดแผ่นดินทรุดหรือน้ำเค็มรุก ส่วนเขตห้ามสูบตามมาตรา 5 คือพื้นที่ที่ประกาศห้ามสูบเพราะการสูบอาจทำให้ชั้นน้ำเสียหายและแผ่นดินทรุด ทั้งสองเป็นเขตเข้มกว่าเขตน้ำบาดาลทั่วไป

ผู้เขียนมีรายชื่อพื้นที่วิกฤตหรือเขตห้ามสูบให้ดูไหม?

ไม่มี เพราะไม่ได้ยืนยันรายชื่อที่ประกาศอยู่ ณ ต.ค. 2569 ให้สอบถามกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 02 666 7000 หรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด พร้อมเลขโฉนดและตำบล

เจาะบ่อในเขตห้ามสูบมีโทษอย่างไร?

มาตรา 36 ทวิ ระบุว่าผู้สูบน้ำบาดาลในเขตห้ามสูบหรือฝ่าฝืนมาตรา 16 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามฉบับกฎหมายที่เผยแพร่โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ถ้าแปลงอยู่ในเขตวิกฤตและมีน้ำประปาเข้าถึง เจาะได้ไหม?

คู่มือประชาชนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลระบุว่าในเขตวิกฤตการณ์ที่ประปานครหลวงหรือประปาส่วนภูมิภาคเข้าถึงได้ จะไม่อนุญาตให้เจาะหรือใช้น้ำบาดาล ยกเว้นโรงงานอุตสาหกรรม ให้สอบถามหน่วยงานว่าแปลงของท่านเข้าข่ายหรือไม่

บ่อ 6 นิ้วต้องผ่านส่วนกลางหรือไม่?

ในเขตวิกฤต คู่มือระบุว่าบ่อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 100 มิลลิเมตรขึ้นไปหรือใช้น้ำเกิน 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวันต้องผ่านคณะอนุกรรมการส่วนกลาง บ่อ 6 นิ้วราว 152 มิลลิเมตรจึงเข้าเกณฑ์ ถ้าไม่ได้อยู่ในเขตวิกฤต ให้ถามหน่วยงานว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร