คำตอบสั้น ๆ
เทียบกระชังบกผ้ายางและผ้าใบ 9 รายการจากชื่อสินค้า พร้อมแนวทางวางกระชังและอัตราปล่อยกบจากกรมประมง และบอกตรง ๆ ว่าอะไรต้องไปเช็กหน้าร้านเอง
คำตอบเร็ว: ทั้ง 9 รายการนี้เป็นกระชังบกผ้ายางหรือผ้าใบสำหรับเลี้ยงกบ ต่างกันที่ขนาด (1.20x2 เมตร กับ 2x3 เมตร) ความหนาที่ผู้ขายระบุ (120 ถึง 500 ไมครอน) และบางรายการมีโครงสังกะสี ทีมงานยังไม่ได้ทดลองใช้สินค้าเหล่านี้ จึงไม่ขอบอกว่าตัวไหนทนกว่า สิ่งที่ตรวจได้จริงคือขนาด ความหนา และรายละเอียดบนหน้าร้าน เลือกขนาดตามจำนวนกบที่จะเลี้ยง แล้วเช็กวัสดุ ตะเข็บ และเงื่อนไขคืนสินค้าก่อนสั่ง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
หน้านี้มีลิงก์พันธมิตร (affiliate) เว็บไซต์อาจได้ค่าคอมมิชชันเมื่อมีการสั่งซื้อผ่านลิงก์ โดยราคาที่ผู้อ่านจ่ายไม่เพิ่มขึ้น เนื้อหาเรียงตามความเหมาะกับผู้ใช้แต่ละแบบ ไม่ใช่อันดับยอดขาย และไม่มีการใส่ราคา คะแนนรีวิว หรือยอดขาย เพราะตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนตลอด
คนที่เพิ่งคิดจะเลี้ยงกบมักติดที่คำถามเดียวกัน ว่าจะขุดบ่อดินหรือซื้อกระชังบกมาวางเลย ถ้าที่ดินเป็นพื้นราบอยู่แล้วและยังไม่แน่ใจว่าจะเลี้ยงต่อไปหรือเปล่า กระชังบกเป็นทางเลือกที่ลงมือได้เร็ว เพราะไม่ต้องขุดดิน แต่พอเปิดดูสินค้าก็เจอรายการที่หน้าตาคล้ายกันเป็นสิบ บางอันเขียนว่าผ้ายาง บางอันเขียนผ้าใบ ตัวเลขไมครอนก็ต่างกันไปหมด บทความนี้จึงแยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากหน่วยงานรัฐและงานวิจัยว่ากบในกระชังบกต้องการอะไร ส่วนที่สองคือไล่ดูสินค้าทีละรายการว่าชื่อรายการบอกอะไร และอะไรที่ต้องไปอ่านเองที่หน้าร้าน
กระชังบกคือการเลี้ยงแบบไหน และแหล่งข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสุรินทร์ สำนักงานประมงจังหวัดสุรินทร์ มีเอกสาร "การเลี้ยงกบในกระชังบก" ระบุข้อดีไว้ว่าใช้พื้นที่เลี้ยงน้อย สร้างบ่อได้ง่ายและเร็ว และแต่ละรุ่นใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 90 ถึง 120 วัน เอกสารฉบับนี้ไม่ระบุปีที่จัดทำ จึงควรถือเป็นแนวทางทั่วไปและโทรถามสำนักงานประมงจังหวัดใกล้บ้านอีกครั้ง ส่วนบทความ "เทคนิคการเลี้ยงกบ" ของกรมประมง เผยแพร่เมื่อ 4 กรกฎาคม 2559 พูดถึงกระชังที่แขวนในบ่อดินหรือแหล่งน้ำ ซึ่งไม่ใช่กระชังบกโดยตรง แต่ให้ตัวเลขอัตราปล่อยที่ใช้อ้างอิงได้ ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้มาจากสองแหล่งนี้และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามที่อ้างท้ายบทความ
ข้อควรรู้อีกข้อคือ ทุกแหล่งข้างต้นเขียนถึงกบนา ส่วนปลาดุก ปลาหมอ ปูนา กุ้ง หรือแหนแดงที่ผู้ขายบางรายใส่ไว้ในชื่อสินค้า เราไม่ได้เปิดเอกสารทางการของสัตว์ชนิดเหล่านั้นสำหรับบทความนี้ จึงไม่ให้ตัวเลขการเลี้ยงของสัตว์เหล่านั้น หากสนใจเลี้ยงปลาดุกในภาชนะผ้าใบ ลองอ่านเพิ่มที่ เลี้ยงปลาดุกในกระชังผ้าใบร่วมกับปลูกผักบุ้งลอยน้ำ ประหยัดพื้นที่ได้จริงไหม
เอกสารกรมประมงบอกอะไรเกี่ยวกับการวางและใช้กระชังบก
เอกสารของศูนย์วิจัยฯ สุรินทร์ให้ขั้นตอนที่เชื่อมกับสินค้าโดยตรงหลายข้อ ซึ่งช่วยให้รู้ว่าควรมองหาอะไรในรายการสินค้า
- เมื่อได้รับกระชังแล้ว ให้ล้างด้วยน้ำประมาณ 1 ถึง 2 รอบเพื่อทำความสะอาดและลดกลิ่นพลาสติก แปลว่าของใหม่มีกลิ่นพลาสติกเป็นเรื่องที่เอกสารคาดไว้อยู่แล้ว ไม่ควรเอากบลงทันที
- วางกระชังบนพื้นราบและขึงมุมทั้งสี่ของกระชังให้ตึง ดังนั้นกระชังที่มีตาไก่หรือโครงที่ใช้ขึงมุมได้สะดวกจะใช้งานตรงกับขั้นตอนนี้มากกว่า
- เติมน้ำสะอาดให้สูงประมาณ 5 เซนติเมตร หรือระดับคอของกบ และใส่วัสดุลอยน้ำ เช่น โฟม หรือพืชน้ำอย่างผักตบชวา ให้กบยึดเกาะและหลบซ่อน ข้อนี้บอกว่าน้ำในกระชังบกตื้นมาก ความสูงของผนังกระชังจึงเป็นเรื่องของการกันกบกระโดดออกและรองรับพืชน้ำมากกว่าการกักน้ำลึก (ข้อสังเกตนี้เป็นการตีความของเรา ไม่ได้เขียนไว้ในเอกสาร)
- ปล่อยกบช่วงเช้าตรู่หรือเย็นที่อากาศไม่ร้อนเกินไป
- ให้อาหารกบสำเร็จรูปวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ในปริมาณที่กบกินหมดภายใน 20 นาที และวันแรกที่ปล่อยไม่ต้องให้อาหาร
- เปลี่ยนถ่ายน้ำเมื่อน้ำขุ่น มีกลิ่นเหม็น หรือเน่าเสีย หรือเปลี่ยนทุก 10 วัน
- เอกสารแนะนำให้เลือกที่สูง ใกล้แหล่งน้ำ อยู่ใกล้บ้าน และห่างจากถนนเพื่อลดเสียงรบกวน
ลองคิดย้อนกลับจากข้อเหล่านี้ กระชังที่ดีสำหรับงานนี้ต้องล้างง่าย ขึงมุมได้ตึง ไม่รั่วซึมจนน้ำ 5 เซนติเมตรแห้งไปเร็ว และมีขนาดพอให้ใส่โฟมหรือพืชลอยน้ำได้ ส่วนความหนาของผ้าเป็นตัวแปรที่เอกสารไม่ได้พูดถึง เราจึงไม่มีเกณฑ์ทางการว่าต้องกี่ไมครอนจึงจะพอ
ตัวเลข "ไมครอน" ในชื่อสินค้าอ่านอย่างไร
1 ไมครอนเท่ากับ 1 ในพันของมิลลิเมตร ดังนั้น 120 ไมครอนคือ 0.12 มิลลิเมตร 150 ไมครอนคือ 0.15 มิลลิเมตร 250 ไมครอนคือ 0.25 มิลลิเมตร 300 ไมครอนคือ 0.30 มิลลิเมตร และ 500 ไมครอนคือ 0.50 มิลลิเมตร นี่เป็นการแปลงหน่วยทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ ตัวเลขในวงเล็บท้ายชื่อบางรายการ เช่น (0.12) และ (0.20) ดูเหมือนบอกความหนาเป็นมิลลิเมตร แต่ชื่อรายการไม่ได้ใส่หน่วย ต้องอ่านหน้าร้านเพื่อยืนยัน
เราไม่พบประกาศของกรมประมงหรือหน่วยงานรัฐที่กำหนดความหนาขั้นต่ำของผ้ากระชังบกเลี้ยงกบ และไม่พบเกณฑ์กลางที่ใช้เปรียบเทียบผ้ายางกับผ้าใบ ดังนั้นคำว่า "หนาพิเศษ" หรือ "หนา" ในชื่อสินค้าเป็นถ้อยคำของผู้ขาย จุดที่ควรถามร้านคือความหนานั้นวัดที่ผ้าเปล่าหรือรวมการเคลือบ ตะเข็บเย็บหรือเชื่อมความร้อน และผ้าหนาขึ้นแล้วน้ำหนักพัสดุกับค่าขนส่งต่างกันแค่ไหน
ขนาดกระชังกับจำนวนกบ ตัวอย่างคำนวณจากตัวเลขกรมประมง
บทความของกรมประมง (4 ก.ค. 2559) ระบุอัตราปล่อยกบในกระชังที่ 50 ถึง 100 ตัวต่อตารางเมตร ตัวเลขนี้เป็นของกระชังที่แขวนในบ่อหรือแหล่งน้ำ จึงเป็นเพียงจุดอ้างอิง ไม่ใช่ค่าที่กำหนดไว้สำหรับกระชังบกโดยตรง ตารางข้างล่างเป็นตัวอย่างคำนวณพื้นที่ก้นกระชังคูณ 50 และ 100 ตัวต่อตารางเมตร เพื่อให้เห็นลำดับขนาด ไม่ใช่คำแนะนำให้ปล่อยเท่านี้
| ขนาดตามชื่อรายการ | พื้นที่ก้นกระชัง (คำนวณ) | 50 ตัวต่อตร.ม. | 100 ตัวต่อตร.ม. |
|---|---|---|---|
| 1.20 x 2 เมตร | 2.4 ตารางเมตร | 120 ตัว | 240 ตัว |
| 2 x 3 เมตร | 6 ตารางเมตร | 300 ตัว | 600 ตัว |
ข้อควรระวังคือ งานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามที่เลี้ยงลูกกบนาอายุ 1 เดือนในกระชัง 1x1 เมตร ช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2563 เปรียบเทียบความหนาแน่น 100, 200, 300 และ 400 ตัวต่อตารางเมตร พบว่าที่ 100 ตัวต่อตารางเมตรได้น้ำหนักเฉลี่ยสูงสุด 68.29 กรัมต่อตัว และอัตรารอด 64.00 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ 400 ตัวต่อตารางเมตรรอดเพียง 31.16 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือปล่อยหนาขึ้นไม่ได้แปลว่าได้กบมากขึ้น และงานวิจัยนี้ทำในฤดูหนาวที่อุณหภูมิน้ำเฉลี่ย 23.71 องศาเซลเซียส ผลช่วงอื่นอาจต่างออกไป
ตัวอย่างอีกชิ้นในเอกสารศูนย์วิจัยฯ สุรินทร์ คือปล่อยลูกกบอายุ 45 วัน จำนวน 700 ตัว เลี้ยงประมาณ 2 ถึง 3 เดือน จะได้กบขนาด 5 ถึง 6 ตัวต่อกิโลกรัม อัตรารอดร้อยละ 70 หรือราว 490 ตัว ได้ผลผลิตประมาณ 80 กิโลกรัม เอกสารไม่ได้ระบุขนาดกระชังที่ใช้ในตัวอย่างนี้ จึงห้ามเอาไปหารเป็นต่อตารางเมตร และเป็นตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่ผลที่ผู้ซื้อกระชังจะได้เหมือนกัน
ตารางเทียบ 9 รายการ ใช้เฉพาะข้อมูลที่อยู่ในชื่อรายการ
| รายการ | ขนาดตามชื่อ | ความหนา/วัสดุตามชื่อ | ข้อสังเกตจากชื่อรายการ |
|---|---|---|---|
| กระชังบกสูง 1.2 เมตร ยกขอบ 30 ซม. หนา 250 ไมครอน | สูง 1.2 เมตร ยกขอบ 30 ซม. (ไม่ระบุกว้างยาวในชื่อ) | หนา 250 ไมครอน | ระบุเลี้ยงกบและเลี้ยงปลา |
| กระชังบกผ้ายาง 120 ไมครอน 1.20x2x1.20 ม. (0.12) รายการแรก | 1.20 x 2 x 1.20 ม. | ผ้ายาง 120 ไมครอน (0.12) | ชื่อรายการเดียวกับอีกหนึ่งรายการในหน้านี้ |
| กระชังบกผ้ายาง 120 ไมครอน 1.20x2x1.20 ม. (0.12) รายการที่สอง | 1.20 x 2 x 1.20 ม. | ผ้ายาง 120 ไมครอน (0.12) | ชื่อรายการเดียวกับรายการก่อนหน้า |
| กระชังบก 1.20x2x1.20 ม. ผ้ายางหนาพิเศษ (0.20) | 1.20 x 2 x 1.20 ม. (0.20) | ผ้ายางหนาพิเศษ | ตัวเลข (0.20) ไม่มีหน่วยกำกับ |
| กระชังบก 2x3x1.20 ผ้ายางหนา 150 ไมครอน | 2 x 3 x 1.20 | ผ้ายางหนา 150 ไมครอน | ระบุกบ ปลาดุก ปูนา |
| กระชังบกผ้ายางหนา 150 ไมครอน หลายขนาดให้เลือก | มีหลายขนาดให้เลือก | ผ้ายางหนา 150 ไมครอน | ต้องเลือกขนาดเองในหน้าร้าน |
| กระชังบก 2x3 เมตร แบบหนา | 2 x 3 เมตร | แบบหนา (ไม่ระบุไมครอน) | ระบุกบ ปลาดุก ปลาหมอ ปลาน้ำตื้น |
| บ่อผ้าใบ กระชังบกผ้าใบหนา 300 ไมครอน | ไม่ระบุขนาดในชื่อ | ผ้าใบหนา 300 ไมครอน | ระบุบ่อเลี้ยงแหนแดง กุ้ง ปลา |
| กระชังบกโครงสังกะสี ตอกตาไก่ ผ้าหนา 500 ไมครอน | ไม่ระบุขนาดในส่วนที่เห็น | ผ้า 500 ไมครอน โครงสังกะสี ตอกตาไก่ | ชื่อรายการเขียนว่าเป็นบ่อเลี้ยงชั่วคราว และชื่อถูกตัดท้าย |
รีวิวทีละรายการ เรียงตามความเหมาะกับผู้ใช้

ลำดับต่อไปนี้เรียงจากกระชังขนาดกลางที่เหมาะกับมือใหม่ ไปจนถึงรายการที่ต้องอ่านหน้าร้านมากเป็นพิเศษ ทีมงานไม่ได้ทดลองใช้สินค้า จึงไม่มีผลทดสอบความทน ความรั่ว หรือผลผลิต ทุกอย่างในกรอบ "ชื่อรายการระบุว่า" มาจากชื่อสินค้าบนหน้าขายเท่านั้น
กระชังบกผ้ายาง 120 ไมครอน 1.20x2x1.20 ม. (0.12) รายการแรก
ชื่อรายการระบุว่า: กระชังบกผ้ายาง ความหนา 120 ไมครอน ขนาด 1.20 x 2 x 1.20 เมตร มีตัวเลข (0.12) ต่อท้าย ใช้เลี้ยงกบและปลาดุก
อาจเหมาะกับ: คนเริ่มต้นที่อยากลองเลี้ยงกบจำนวนน้อยก่อนในพื้นที่แคบ ขนาดนี้มีพื้นก้นราว 2.4 ตารางเมตรเมื่อคำนวณจากชื่อ
ที่ควรเช็กในหน้าร้านก่อนสั่ง:
- ตะเข็บเย็บหรือเชื่อม และมุมมีตาไก่หรือเชือกสำหรับขึงให้ตึงหรือไม่
- ความหนา 120 ไมครอนหมายถึงผ้าเปล่าหรือรวมชั้นเคลือบ
- ขนาดจริงหลังเย็บตรงกับ 1.20 x 2 x 1.20 เมตรหรือไม่ และวัดแบบไหน
- นโยบายคืนสินค้าหากได้ของชำรุดหรือกลิ่นพลาสติกแรงผิดปกติ
กระชังบกผ้ายาง 120 ไมครอน 1.20x2x1.20 ม. (0.12) รายการที่สอง
ชื่อรายการระบุว่า: ข้อความเกือบเหมือนรายการก่อนหน้าทุกตัวอักษร คือผ้ายาง 120 ไมครอน ขนาด 1.20 x 2 x 1.20 เมตร (0.12)
อาจเหมาะกับ: คนที่ต้องการขนาดเดียวกับรายการก่อนหน้าและอยากเทียบเงื่อนไขของสองร้าน ชื่อที่เหมือนกันไม่ได้แปลว่าสินค้าเหมือนกัน ต้องเทียบรูปและคำอธิบายเอง
ที่ควรเช็กในหน้าร้านก่อนสั่ง:
- รูปสินค้าและคำอธิบายตรงกับรายการก่อนหน้าหรือไม่ เช่น ชนิดผ้า สีผ้า การเย็บ
- ค่าจัดส่งและวันที่จัดส่งจริง
- มีรูปรีวิวจากผู้ซื้อที่เห็นตะเข็บใกล้ ๆ หรือไม่ (ดูได้ แต่ไม่ถือเป็นผลทดสอบของเรา)
- เงื่อนไขเปลี่ยนหรือคืนสินค้า
กระชังบก 1.20x2x1.20 ม. ผ้ายางหนาพิเศษ (0.20)
ชื่อรายการระบุว่า: กระชังบกเลี้ยงกบ เลี้ยงปลาดุก ขนาด 1.20 x 2 x 1.20 เมตร มี (0.20) ต่อท้าย และเขียนว่าผ้ายางหนาพิเศษ
อาจเหมาะกับ: คนที่อยากได้ขนาดเดียวกับสองรายการข้างบนแต่เลือกผ้าที่ผู้ขายบอกว่าหนากว่า ชื่อรายการเทียบ (0.20) กับ (0.12) ของอีกรายการ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นหน่วยอะไร
ที่ควรเช็กในหน้าร้านก่อนสั่ง:
- ตัวเลข (0.20) หมายถึงอะไร เช่น ความหนาเป็นมิลลิเมตร หรือหมายถึงส่วนอื่นของกระชัง
- ถ้าหนากว่าจริง น้ำหนักพัสดุและค่าส่งต่างกันเท่าไร
- ผ้าหนาขึ้นแล้วพับเก็บหรือขึงมุมยากขึ้นหรือไม่ ลองถามร้านหรืออ่านคำอธิบาย
- สีและการเคลือบผ้า เพราะกบอยู่กลางแจ้งต้องมีร่มบังด้วย
กระชังบก 2x3x1.20 ผ้ายางหนา 150 ไมครอน
ชื่อรายการระบุว่า: กระชังบก เลี้ยงกบ ปลาดุก ปูนา ขนาด 2 x 3 x 1.20 ผ้ายางหนา 150 ไมครอน
อาจเหมาะกับ: คนที่มีพื้นที่ราบพอและวางแผนเลี้ยงหลายร้อยตัว พื้นก้นราว 6 ตารางเมตรเมื่อคำนวณจากชื่อ ตามตารางด้านบนเป็นกรอบ 300 ถึง 600 ตัวที่อัตรา 50 ถึง 100 ตัวต่อตารางเมตร แต่ตัวเลขจริงควรตั้งต่ำกว่าเพดานนี้เมื่อเริ่มเลี้ยงครั้งแรก
ที่ควรเช็กในหน้าร้านก่อนสั่ง:
- ขอบบนมีที่ร้อยเชือกหรือเสาค้ำหรือไม่ เพราะกระชังยาว 3 เมตรจะหย่อนตรงกลางถ้าขึงไม่ตึง
- ผ้า 150 ไมครอนเท่ากันทั้งผืนหรือเสริมเฉพาะก้น
- ขนาดพัสดุและวิธีส่ง เพราะผืนใหญ่ขึ้น
- ถ้าจะเลี้ยงปูนา ควรหาข้อมูลจากสำนักงานประมงเพิ่ม เพราะเอกสารที่เราอ่านเป็นของกบ
กระชังบกผ้ายางหนา 150 ไมครอน หลายขนาดให้เลือก
ชื่อรายการระบุว่า: กระชังบก เลี้ยงกบ ปลาดุก ปูนา ผ้ายางหนา 150 ไมครอน มีหลายขนาดให้เลือก
อาจเหมาะกับ: คนที่ยังไม่ตัดสินใจขนาดและอยากดูตัวเลือกทั้งหมดของร้านเดียว
ที่ควรเช็กในหน้าร้านก่อนสั่ง:
- รายการขนาดที่มีให้เลือกจริงและความหนาของแต่ละขนาดเท่ากันหรือไม่
- ตารางขนาดในหน้าร้านเขียนเป็นหน่วยเมตรหรือเซนติเมตร และรวมความสูงหรือไม่
- ข้อมูลถูกต้องตรงกับขนาดที่กดเลือกก่อนชำระเงินทุกครั้ง
- เงื่อนไขคืนสินค้าเมื่อสั่งผิดขนาด
กระชังบก 2x3 เมตร แบบหนา
ชื่อรายการระบุว่า: กระชังบก ขนาด 2 x 3 เมตร แบบหนา สำหรับเลี้ยงกบ ปลาดุก ปลาหมอ ปลาน้ำตื้นทุกชนิด
อาจเหมาะกับ: คนที่ต้องการขนาด 2 x 3 เมตรและพอใจกับคำอธิบายของร้าน แต่ชื่อรายการไม่ได้บอกความหนาเป็นตัวเลข จึงเทียบกับรายการที่ระบุไมครอนไม่ได้ตรง ๆ
ที่ควรเช็กในหน้าร้านก่อนสั่ง:
- ความหนาเป็นไมครอนหรือมิลลิเมตร ถ้าร้านไม่บอกให้ถามก่อนสั่ง
- ความสูงของผนัง
- ข้อความ "ปลาน้ำตื้นทุกชนิด" เป็นคำของผู้ขาย ไม่ใช่ข้อมูลจากหน่วยงานประมง ควรตรวจกับสำนักงานประมงก่อนนำไปเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น
- วัสดุและการเย็บตะเข็บ
กระชังบกสูง 1.2 เมตร ยกขอบ 30 ซม. หนา 250 ไมครอน
ชื่อรายการระบุว่า: กระชังบก กระชังเลี้ยงกบ เลี้ยงปลา สูง 1.2 เมตร ยกขอบ 30 ซม. หนา 250 ไมครอน
อาจเหมาะกับ: คนที่ต้องการผ้าหนาขึ้นกว่ากลุ่ม 120 และ 150 ไมครอน และสนใจแบบมีขอบยกสูง 30 เซนติเมตร ชื่อรายการไม่ได้ระบุความกว้างและความยาว
ที่ควรเช็กในหน้าร้านก่อนสั่ง:
- ความกว้าง ความยาวของแต่ละตัวเลือก เพราะชื่อรายการไม่บอก
- "ยกขอบ 30 ซม." หมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ ถามร้านหรือดูรูป
- ผ้า 250 ไมครอนยังพับเก็บได้ง่ายแค่ไหน
- ค่าส่งเมื่อผืนหนักขึ้น
บ่อผ้าใบ กระชังบกผ้าใบหนา 300 ไมครอน
ชื่อรายการระบุว่า: กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา ผ้าใบหนา 300 ไมครอน ใช้ได้กับบ่อเลี้ยงแหนแดง เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา
อาจเหมาะกับ: คนที่มองกระชังเป็นบ่อผ้าใบอเนกประสงค์ ใช้เลี้ยงกบหรือสัตว์น้ำอื่น หรือใช้เพาะแหนแดงข้างฟาร์ม แต่หน้านี้และเอกสารทางการที่เรายกมาพูดถึงกบเป็นหลัก
ที่ควรเช็กในหน้าร้านก่อนสั่ง:
- ขนาด ความสูง และรูปทรง เพราะชื่อรายการไม่ระบุ
- ผ้าใบนี้ทำเป็นกระชังที่ขึงมุมได้หรือเป็นผืนปูบ่อ
- ถ้าจะเลี้ยงกุ้งหรือปลา ต้องดูข้อกำหนดการเลี้ยงของกรมประมงเพิ่ม
- การระบายอากาศและร่มเงา เพราะผ้าหนาอาจเก็บความร้อน (ข้อสังเกตทั่วไป ควรถามร้าน)
กระชังบกโครงสังกะสี ตอกตาไก่ ผ้าหนา 500 ไมครอน
ชื่อรายการระบุว่า: โครงสังกะสี กระชังบก ตอกตาไก่ บ่อเลี้ยงชั่วคราว บ่อผ้าใบ ความหนาของผ้า 500 ไมครอน (ชื่อรายการถูกตัดท้ายบนหน้าที่เราเห็น)
อาจเหมาะกับ: คนที่ต้องการบ่อที่มีโครงตั้งเอง ผ้าหนา 500 ไมครอน และยอมรับว่าเป็นบ่อชั่วคราวตามที่ชื่อรายการเขียน อาจเหมาะกับการทดลองเลี้ยงก่อนลงทุนบ่อถาวร
ที่ควรเช็กในหน้าร้านก่อนสั่ง:
- ชื่อรายการเต็มและตัวเลขที่ถูกตัดท้าย เช่น ความสูงหรือขนาด ต้องอ่านจากหน้าร้านเอง
- ชุดนี้รวมโครงสังกะสีหรือขายเฉพาะผ้า ถ้ามีโครง ต้องประกอบอย่างไร
- โครงสังกะสีสัมผัสน้ำและความชื้น ถามร้านเรื่องการเคลือบกันสนิม
- เมื่อประกอบแล้วพื้นยังราบเสมอและขึงมุมตึงตามแนวทางของกรมประมงได้หรือไม่
ถ้ากำลังคำนวณว่าเลี้ยงกบคุ้มหรือไม่ก่อนซื้อกระชัง ลองอ่านเทียบกับ ต้นทุนเลี้ยงกบนา 1 บ่อ ลงทุนเท่าไหร่กว่าจะคืนทุน และ เลี้ยงกบคอนโดขายลงทุนเท่าไร ต่างจากเลี้ยงในบ่อดินอย่างไร เพื่อดูว่าค่ากระชังเป็นสัดส่วนเท่าไรของต้นทุนทั้งหมด
เช็กลิสต์ก่อนกดสั่ง
- ตัดสินใจจำนวนกบก่อน แล้วค่อยเลือกขนาดกระชัง ไม่ใช่ซื้อขนาดใหญ่ไว้ก่อนแล้วหาจำนวนกบมาเติม
- เปิดหน้าร้านอ่านขนาดจริง ความสูง ความหนา วัสดุ และรูปภาพของตะเข็บ
- ถามว่าตัวเลขไมครอนและตัวเลขในวงเล็บหมายถึงอะไร
- ดูเงื่อนไขคืนสินค้า ความเสียหายระหว่างขนส่ง
- เตรียมพื้นราบ ที่ร่ม และแหล่งน้ำสะอาดไว้ก่อนของมาถึง
- เตรียมโฟมหรือพืชลอยน้ำสำหรับให้กบเกาะ
- สำรองเวลาล้างกระชัง 1 ถึง 2 รอบก่อนปล่อยกบ ตามเอกสารของศูนย์วิจัยฯ สุรินทร์
- เบอร์ติดต่อสำนักงานประมงจังหวัดไว้ถามเรื่องโรคหรืออาการผิดปกติ
หลังได้กระชังแล้ว ตัวเลขที่ต้องจำสำหรับสัปดาห์แรก
จากเอกสารของศูนย์วิจัยฯ สุรินทร์ ลำดับงานสัปดาห์แรกคือ ล้างกระชัง วางบนพื้นราบ ขึงมุม เติมน้ำให้สูงประมาณ 5 เซนติเมตร ใส่ที่ให้กบเกาะ แล้วปล่อยกบในตอนเช้าตรู่หรือเย็น วันแรกไม่ให้อาหาร วันถัดไปให้วันละ 2 ครั้ง ดูว่ากบกินหมดใน 20 นาทีหรือไม่ แล้วปรับปริมาณทุกสัปดาห์ ถ้ากบเลือกกินเหลือให้ลดลง ถ้าหมดเร็วให้เพิ่ม
สิ่งที่คนเลี้ยงกบจำนวนมากพลาดคือคัดขนาด บทความของกรมประมงเตือนว่าต้องคัดกบให้ขนาดเท่ากัน เพราะตัวใหญ่จะกินตัวเล็ก และเมื่อฝนตกให้เปลี่ยนน้ำทันที เพราะน้ำฝนเป็นกรดและทำให้กบเป็นแผลได้ ตามที่บทความระบุ กระชังบกที่เปิดโล่งรับฝนเต็ม ๆ จึงควรมีหลังคาหรือร่มคลุม ร้านอาจขายเฉพาะผ้ากระชัง ส่วนหลังคาต้องจัดหาเอง
โรคที่เอกสารศูนย์วิจัยฯ สุรินทร์ระบุว่าพบบ่อยมี 2 อย่าง คือโรคท้องบวม ซึ่งมีสาเหตุจากการปล่อยหนาแน่นเกินไปและให้อาหารมาก ทำให้น้ำเสีย และโรคแผลที่หัวและลำตัว จากสภาพบ่อสกปรกมาก วิธีที่เอกสารแนะนำคือเปลี่ยนถ่ายน้ำ ไม่เลี้ยงหนาแน่นเกินไป จับกบที่ผิดปกติแยกออก และเมื่อกบเป็นแผล ท้องบวม เบื่ออาหาร ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่กรมประมง บทความนี้ไม่แนะนำยาหรือสารใด ๆ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่โดยตรง อ่านต่อได้ที่ กบป่วยในบ่อเลี้ยง อาการที่ควรแยกบ่อและวิธีลดความเสี่ยง
ช่วงเวลาที่เลี้ยง ฤดูหนาวต้องคิดเพิ่ม
งานวิจัยจากราชภัฏมหาสารคามระบุว่า ในฤดูหนาวกบนาจะจำศีลไม่กินอาหารและไม่ผสมพันธุ์ เกษตรกรหลายรายจึงหยุดเลี้ยงและรอรอบใหม่ในฤดูฝนปีถัดไป เพราะเลี้ยงช่วงหนาวอัตรารอดต่ำและมีเชื้อโรคระบาดมากขึ้น ผู้ที่ซื้อกระชังช่วงปลายปี (ต.ค. 2569 เป็นช่วงปลายฤดูฝนต่อฤดูหนาว) ควรวางแผนว่าจะเริ่มปล่อยกบเมื่อใด และถามสำนักงานประมงจังหวัดเรื่องช่วงเวลาที่เหมาะกับพื้นที่ของตน เพราะอุณหภูมิแต่ละภาคต่างกัน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนซื้อและใช้กระชังบก
- เลือกจากตัวเลขไมครอนอย่างเดียว โดยไม่ดูตะเข็บ มุม และตาไก่ ซึ่งเป็นจุดที่ต้องรับแรงตอนขึงกระชัง
- เทียบสองรายการที่ชื่อเหมือนกันแล้วสรุปว่าเป็นสินค้าเดียวกัน
- สั่งขนาดใหญ่เพราะเชื่อว่าปล่อยกบได้มากขึ้นแล้วรายได้มากขึ้น ทั้งที่งานวิจัยแสดงว่าอัตรารอดลดลงเมื่อหนาแน่น
- ไม่ล้างกระชังและเอากบลงทันที ซึ่งขัดกับขั้นตอนในเอกสารของศูนย์วิจัยฯ สุรินทร์
- วางกระชังบนพื้นไม่เรียบ ทำให้น้ำตื้น 5 เซนติเมตรกองไปด้านเดียว
- ไม่คัดขนาดกบ ทำให้ตัวใหญ่กินตัวเล็ก
- ไม่มีร่มเงาและหลังคากันฝน ทั้งที่ฝนทำให้น้ำเป็นกรดตามที่กรมประมงระบุ
- เชื่อข้อความ "เลี้ยงปลาได้ทุกชนิด" ในชื่อสินค้าโดยไม่ตรวจข้อกำหนดของสัตว์น้ำชนิดนั้น
สรุป
กระชังบกผ้ายางทั้ง 9 รายการนี้ต่างกันที่ขนาด ความหนาที่ผู้ขายระบุ และรูปแบบ เช่น โครงสังกะสี แต่ไม่มีข้อมูลทดสอบจากทีมงาน ผู้ซื้อควรเริ่มจากจำนวนกบที่ตั้งใจเลี้ยง แล้วเลือกขนาด 1.20 x 2 เมตรสำหรับเริ่มเล็ก หรือ 2 x 3 เมตรเมื่อมีพื้นที่ราบพอ และอย่าใช้ตัวเลขไมครอนเป็นเกณฑ์เดียว สิ่งที่เอกสารกรมประมงเน้นคือพื้นราบ ขึงมุมตึง น้ำสะอาดตื้น ๆ ที่เปลี่ยนเมื่อขุ่น ไม่ปล่อยหนาเกินไป และคัดขนาดกบ ก่อนสั่งให้อ่านรายละเอียดหน้าร้านเอง และโทรถามสำนักงานประมงจังหวัดเมื่อไม่แน่ใจ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสุรินทร์ สำนักงานประมงจังหวัดสุรินทร์ (กรมประมง) — เอกสาร "การเลี้ยงกบในกระชังบก" ใช้อ้างอิงวิธีวางกระชัง ระดับน้ำประมาณ 5 เซนติเมตร การให้อาหาร การเปลี่ยนน้ำ ตัวอย่างผลผลิต และโรคที่พบบ่อย (เอกสารไม่ระบุปีที่จัดทำ) https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-files-422891791793
- กรมประมง — บทความ "เทคนิคการเลี้ยงกบ" เผยแพร่ 4 ก.ค. 2559 ใช้อ้างอิงอัตราปล่อยกบในกระชัง 50-100 ตัวต่อตารางเมตร การคัดขนาดกบ และการเปลี่ยนน้ำหลังฝนตก https://www4.fisheries.go.th/index.php/dof/activity_item/408
- วารสารเกษตรพระวรุณ ปีที่ 18 ฉบับที่ 1 (2564) คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม — งานวิจัย "อัตราความหนาแน่นที่เหมาะสมในการเลี้ยงกบนาในกระชังในช่วงฤดูหนาว" ใช้อ้างอิงผลทดลองความหนาแน่น 100-400 ตัวต่อตารางเมตรในกระชังขนาด 1x1 เมตร https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pajrmu/article/download/249516/172077
รายการสินค้าทั้งหมดอ้างจากชื่อรายการบนหน้าขายและหน้าสินค้าของเว็บไซต์ ณ ต.ค. 2569 ทีมงานไม่ได้ทดลองใช้สินค้า ตัวเลขความหนาและขนาดเป็นของผู้ขาย ส่วนการแปลงไมครอนเป็นมิลลิเมตรและตารางความจุเป็นการคำนวณของเรา
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
รีวิว 12 หนังสือคู่มือเพาะเลี้ยงปลา
สรุป 12 หนังสือเพาะเลี้ยงปลา หอย และปลากระชังจากชื่อรายการสินค้า พร้อมเกณฑ์ตรวจปีพิมพ์ ISBN และข้อห้ามเลี้ยงสัตว์น้ำก่อนซื้อ
รีวิว 11 อาหารกบ กุ้ง และหอยขม
รวม 11 รายการอาหารสัตว์น้ำสำหรับกบ กุ้ง และหอยขม พร้อมเกณฑ์ตรวจฉลากและเลขทะเบียนก่อนสั่ง โดยสรุปเฉพาะข้อมูลจากชื่อรายการสินค้า
รีวิว 12 อาหารปลาเม็ด ปลาดุก ปลานิล ปลาช่อน
อ่านชื่อรายการอาหารปลา 12 ชิ้น แยกกลุ่มปลาดุก ปลานิล ผงละเอียด และปลาสวยงาม เทียบโปรตีนกับเอกสารกรมประมง ทีมงานยังไม่ได้ทดสอบสินค้า
รีวิว 12 บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา
บ่อผ้าใบ 12 รายการมีทั้งบ่อเล็ก 1 x 2 เมตร บ่อ PVC ผนังสูง บ่อกลม และอุปกรณ์เสริม ทีมงานยังไม่ได้ทดลองใช้ บทความนี้สรุปเกณฑ์เลือกซื้อและสิ่งที่ต้องเช็กที่หน้าร้านก่อนสั่ง
รีวิว 12 กระชังบกเลี้ยงกบ ขนาดเล็ก 1x1 ถึง 1x2 เมตร
เทียบกระชังบกเลี้ยงกบ 12 รายการจากชื่อสินค้า ตั้งแต่ 1x1 ถึง 3x4 เมตร พร้อมตัวเลขอ้างอิงอัตราปล่อยจากกรมประมง และบอกตรง ๆ ว่ารายการไหนต้องไปเช็กหน้าร้านเอง
เลี้ยงไข่ผำขาย เริ่มจากบ่อเล็กและดูแลน้ำอย่างไร
เทียบตัวเลขการเลี้ยงไข่ผำจากหลายแหล่ง ทั้งบ่อปูน บ่อดิน และระบบปิด พร้อมขั้นตอนเตรียมบ่อ ใส่ปุ๋ย ปล่อยพันธุ์ และเก็บผลผลิต โดยบอกชัดว่าตัวเลขไหนมาจากระบบไหน
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
คำถามที่พบบ่อย
กระชังบกผ้ายางกับผ้าใบต่างกันอย่างไร
ชื่อรายการในหน้านี้ใช้ทั้งสองคำ แต่เราไม่พบเกณฑ์ทางการจากกรมประมงที่นิยามความต่างของสองคำนี้ จึงให้ถามร้านว่าวัสดุเป็นอะไร เคลือบอย่างไร และหนาเท่าไร ก่อนสั่ง
120 ไมครอนกับ 500 ไมครอน แบบไหนดีกว่า
เราไม่มีผลทดสอบความทนของสินค้าเหล่านี้ และไม่พบเกณฑ์ขั้นต่ำจากหน่วยงานรัฐ ตัวเลขที่ต่างกันบอกได้แค่ความหนาตามที่ผู้ขายระบุ 120 ไมครอนเท่ากับ 0.12 มิลลิเมตร และ 500 ไมครอนเท่ากับ 0.50 มิลลิเมตร ให้พิจารณาร่วมกับตะเข็บ ราคา น้ำหนัก และงบประมาณของคุณเอง
กระชังบก 2x3 เมตรปล่อยกบได้กี่ตัว
พื้น 6 ตารางเมตร คูณอัตราอ้างอิง 50 ถึง 100 ตัวต่อตารางเมตรของกรมประมง ได้กรอบ 300 ถึง 600 ตัว แต่เป็นตัวเลขของกระชังในบ่อ และงานวิจัยในกระชัง 1x1 เมตรพบว่าที่ 100 ตัวต่อตารางเมตรอัตรารอดเพียง 64 เปอร์เซ็นต์ในฤดูหนาว มือใหม่ควรเริ่มน้อยกว่าเพดานและปรึกษาสำนักงานประมงจังหวัด
ต้องใส่น้ำลึกเท่าไรในกระชังบก
เอกสารของศูนย์วิจัยฯ สุรินทร์ระบุระดับน้ำประมาณ 5 เซนติเมตร หรือระดับคอของกบ พร้อมวัสดุลอยน้ำให้กบเกาะ เอกสารไม่ได้ระบุปีที่จัดทำ จึงควรถามสำนักงานประมงอีกครั้ง
เลี้ยงปลาดุกหรือปูนาในกระชังเดียวกับกบได้ไหม
เราไม่ได้เปิดเอกสารทางการของปลาดุกหรือปูนาสำหรับบทความนี้ จึงไม่ยืนยัน ชื่อสินค้าที่เขียนว่าใช้เลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นเป็นถ้อยคำของผู้ขาย ควรสอบถามสำนักงานประมงจังหวัด และไม่ควรเลี้ยงสัตว์หลายชนิดรวมกันโดยไม่ได้รับคำแนะนำ
ซื้อกระชังบกแล้วต้องจดทะเบียนฟาร์มหรือไม่
เราไม่ได้เปิดประกาศทางการเรื่องการขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงกบสำหรับบทความนี้ จึงไม่ยืนยัน ให้สอบถามสำนักงานประมงจังหวัดหรือประมงอำเภอ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569



