คำตอบเร็ว: ถ้ามีนาข้าว 20 ไร่ การจ้างรถอัดฟางมาอัดยังคุ้มกว่าซื้อเครื่องเองชัดเจน เพราะค่าจ้างอัดฟางทั้งหมดในรอบเดียวตกราว 6,000-12,000 บาท ขณะที่เครื่องอัดฟางก้อนเล็กราคาเริ่มต้น 150,000 บาทขึ้นไป (ยังไม่รวมรถแทรกเตอร์ลาก) ต้องมีพื้นที่ทำนาฟางอย่างน้อย 100-200 ไร่ขึ้นไป (รวมรับจ้างอัดให้คนอื่นด้วย) ถึงจะคุ้มทุนซื้อเครื่องเอง สำหรับ 20 ไร่ควรจ้างรถอัดฟางต่อไปและอาจมีรายได้เสริมจากขายฟางอัดก้อนช่วยลดต้นทุนการทำนาลงได้อีกทาง
ทุกปีหลังเก็บเกี่ยวข้าว ชาวนาหลายคนต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับฟางที่เหลือในนา บางคนเผาทิ้ง บางคนไถกลบ แต่ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือการอัดฟางเป็นก้อนขายให้ฟาร์มปศุสัตว์ที่ต้องการอาหารหยาบสำหรับโคเนื้อโคนม คำถามที่ตามมาคือ ควรจ้างรถอัดฟางมาทำหรือซื้อเครื่องมาทำเอง บทความนี้คำนวณให้เห็นตัวเลขจริงสำหรับกรณีมีนา 20 ไร่
ค่าจ้างรถอัดฟางต่อไร่เท่าไหร่ในปัจจุบัน
ค่าจ้างรถอัดฟางในพื้นที่ส่วนใหญ่คิดราคาเป็นสองแบบ คือคิดต่อก้อนหรือคิดต่อไร่ ราคาต่อก้อนสำหรับฟางก้อนเล็กทรงสี่เหลี่ยม (แบบดั้งเดิม) อยู่ที่ประมาณ 30-60 บาทต่อก้อน ขึ้นกับปริมาณฟางในแปลงและระยะทางที่รถต้องเดินทางมาให้บริการ ถ้าคิดเป็นราคาต่อไร่ โดยเฉลี่ยนาข้าว 1 ไร่จะอัดฟางได้ประมาณ 8-15 ก้อนแล้วแต่ผลผลิตข้าวและความหนาแน่นของฟาง เท่ากับค่าจ้างอัดฟางต่อไร่ตกอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทต่อไร่ สำหรับนา 20 ไร่ ค่าจ้างอัดฟางทั้งหมดจึงตกอยู่ที่ประมาณ 6,000-12,000 บาทต่อฤดูกาลเก็บเกี่ยว
| รายการ | ประมาณการ |
|---|---|
| ค่าจ้างอัดฟางต่อก้อน | 30-60 บาท |
| จำนวนก้อนฟางเฉลี่ยต่อไร่ | 8-15 ก้อน |
| ค่าจ้างอัดฟางต่อไร่ | 300-600 บาท |
| ค่าจ้างอัดฟางรวม 20 ไร่ | 6,000-12,000 บาท |
ราคาเครื่องอัดฟางและต้นทุนบำรุงรักษาถ้าซื้อเอง
เครื่องอัดฟางมีหลายประเภทราคาต่างกันมาก เครื่องอัดก้อนเล็กทรงสี่เหลี่ยมแบบลากพ่วงรถแทรกเตอร์ราคาเริ่มต้นประมาณ 150,000-350,000 บาท เครื่องอัดก้อนกลมขนาดกลางราคาประมาณ 300,000-600,000 บาท และเครื่องอัดก้อนใหญ่สี่เหลี่ยม (big square baler) ที่ใช้ในฟาร์มขนาดใหญ่ราคาอาจสูงถึงหลักล้านบาท นอกจากราคาเครื่องแล้วยังต้องมีรถแทรกเตอร์กำลังแรงม้าเพียงพอมาลากเครื่องซึ่งถ้ายังไม่มีต้องซื้อเพิ่มอีกหลักแสนบาท ต้นทุนบำรุงรักษาต่อปีที่ต้องคิดรวมได้แก่ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถแทรกเตอร์และเครื่องอัด ค่าเชือกหรือตาข่ายพันก้อนฟาง (twine/net wrap) ที่ใช้แล้วหมดไปทุกรอบ ค่าซ่อมบำรุงชิ้นส่วนที่สึกหรอ เช่น ใบมีด สายพาน และค่าเสื่อมราคาเครื่องที่ต้องคิดเป็นต้นทุนแฝงทุกปีแม้ไม่ได้ใช้งาน
| ประเภทเครื่องอัดฟาง | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|
| เครื่องอัดก้อนเล็กสี่เหลี่ยม (ลากพ่วง) | 150,000-350,000 บาท |
| เครื่องอัดก้อนกลมขนาดกลาง | 300,000-600,000 บาท |
| เครื่องอัดก้อนใหญ่สี่เหลี่ยม | 1,000,000 บาทขึ้นไป |
| ค่าบำรุงรักษาต่อปี (น้ำมัน เชือก/ตาข่าย ซ่อมบำรุง) | 15,000-40,000 บาท แล้วแต่ปริมาณการใช้งาน |
จำนวนไร่ขั้นต่ำที่ซื้อเองคุ้มกว่าจ้าง
การคำนวณจุดคุ้มทุนต้องเทียบต้นทุนรวมของการซื้อเครื่อง (ราคาเครื่อง + ค่าเสื่อม + ค่าบำรุงรักษาต่อปี) กับค่าจ้างที่ประหยัดได้จากการไม่ต้องจ้างรถอัดฟางอีกต่อไป สมมติเครื่องอัดก้อนเล็กราคา 200,000 บาท คิดค่าเสื่อมและบำรุงรักษารวมปีละประมาณ 40,000-60,000 บาท ถ้าค่าจ้างอัดฟางอยู่ที่ 400-500 บาทต่อไร่ ต้องมีพื้นที่นาอย่างน้อย 80-150 ไร่ต่อปีถึงจะประหยัดค่าใช้จ่ายเทียบเท่าต้นทุนที่ลงทุนไป และนี่ยังไม่รวมกรณีที่เกษตรกรมีนาของตัวเองไม่ถึงขนาดนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องพึ่งรายได้เสริมจากการรับจ้างอัดฟางให้เกษตรกรรายอื่นในพื้นที่ด้วยจึงจะทำให้เครื่องคุ้มทุนเร็วขึ้น โดยทั่วไปแนะนำว่าเกษตรกรที่มีนาของตัวเองต่ำกว่า 100 ไร่และไม่มีแผนรับจ้างอัดฟางให้คนอื่น ควรใช้บริการจ้างรถอัดฟางต่อไปมากกว่าลงทุนซื้อเครื่องเอง
| พื้นที่นา | ทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า |
|---|---|
| ต่ำกว่า 50 ไร่ | จ้างรถอัดฟาง คุ้มกว่าชัดเจน |
| 50-100 ไร่ | จ้างรถอัดฟาง ยังคุ้มกว่า เว้นแต่มีแผนรับจ้างอัดให้คนอื่นด้วย |
| 100-200 ไร่ (รวมรับจ้างอัดให้คนอื่น) | เริ่มคุ้มค่าซื้อเครื่องเอง |
| มากกว่า 200 ไร่ หรือมีธุรกิจรับจ้างอัดฟาง | ซื้อเครื่องเองคุ้มค่าชัดเจน |
รายได้เสริมจากขายฟางอัดก้อน
สำหรับชาวนา 20 ไร่ที่จ้างรถอัดฟาง นอกจากไม่ต้องเผาฟางแล้วยังสามารถขายฟางอัดก้อนเป็นรายได้เสริมได้อีกทาง ราคาขายฟางอัดก้อนให้ฟาร์มโคเนื้อโคนมหรือฟาร์มปศุสัตว์อื่นอยู่ที่ประมาณ 40-80 บาทต่อก้อน แล้วแต่คุณภาพฟางและความต้องการในพื้นที่ ถ้านา 20 ไร่ได้ฟางประมาณ 160-300 ก้อน หลังหักค่าจ้างอัดฟาง 6,000-12,000 บาทแล้ว อาจมีรายได้สุทธิเพิ่มเติมจากการขายฟางอีกหลายพันถึงหมื่นกว่าบาทต่อฤดูกาล ขึ้นอยู่กับว่ามีตลาดรับซื้อในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ ถ้าไม่มีตลาดรับซื้อฟางในพื้นที่ อาจต้องเสียค่าขนส่งเพิ่มเติมซึ่งลดกำไรลงไปอีก
วิธีเลือกผู้ให้บริการอัดฟางและต่อรองราคา
ในหลายพื้นที่ปลูกข้าวมักมีผู้ให้บริการอัดฟางหลายรายแข่งขันกัน โดยเฉพาะช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่มีความต้องการสูง เกษตรกรควรสอบถามราคาจากผู้ให้บริการอย่างน้อย 2-3 รายก่อนตัดสินใจ เพราะราคาอาจต่างกันได้ถึง 10-20 บาทต่อก้อน ปัจจัยที่มีผลต่อราคา ได้แก่ ระยะทางจากจุดจอดเครื่องถึงแปลงนา ปริมาณฟางรวมทั้งหมูบ้านหรือกลุ่มเกษตรกรที่จองพร้อมกัน (ยิ่งจองรวมกันหลายรายในพื้นที่ใกล้เคียงยิ่งได้ราคาถูกลง) และช่วงเวลาที่จอง หากจองล่วงหน้าก่อนฤดูเก็บเกี่ยวมักได้ราคาดีกว่าจองกะทันหันในช่วงที่ทุกคนต้องการพร้อมกัน เกษตรกรที่รวมกลุ่มกันในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนหรือกลุ่มนาแปลงใหญ่มักมีอำนาจต่อรองราคาได้ดีกว่าการจ้างรายบุคคล เพราะผู้ให้บริการได้งานต่อเนื่องในพื้นที่เดียวโดยไม่ต้องเสียเวลาย้ายเครื่องบ่อย
ทางเลือกเช่าเครื่องอัดฟางระยะสั้นแทนการซื้อขาด
นอกจากการจ้างรถอัดฟางแบบเหมาบริการหรือซื้อเครื่องเป็นของตัวเอง ยังมีทางเลือกกลางคือการเช่าเครื่องอัดฟางมาใช้เองในช่วงสั้นๆ ตามฤดูกาล ซึ่งเหมาะกับเกษตรกรที่มีรถแทรกเตอร์กำลังแรงม้าเพียงพอลากเครื่องอยู่แล้ว และต้องการควบคุมคุณภาพก้อนฟางเองโดยไม่ต้องรอคิวผู้ให้บริการ ค่าเช่าเครื่องอัดฟางต่อวันอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 บาทแล้วแต่ประเภทเครื่อง ถ้าอัดฟาง 20 ไร่ให้เสร็จภายใน 1-2 วัน ค่าเช่ารวมอาจใกล้เคียงหรือสูงกว่าค่าจ้างเหมาบริการเล็กน้อย แต่ข้อดีคือได้ควบคุมเวลาทำงานเอง ไม่ต้องรอคิว อย่างไรก็ตามทางเลือกนี้ต้องมีคนขับรถแทรกเตอร์และมีทักษะควบคุมเครื่องอัดฟางเองด้วย ซึ่งถ้าไม่มีประสบการณ์อาจทำให้ก้อนฟางไม่แน่นหรือเครื่องติดขัดบ่อย
ผลตอบแทนระยะยาวถ้ารวมกลุ่มเกษตรกรซื้อเครื่องร่วมกัน
อีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดข้อจำกัดเรื่องพื้นที่นาไม่ถึงจุดคุ้มทุน คือการรวมกลุ่มเกษตรกรในหมู่บ้านหรือตำบลเดียวกันซื้อเครื่องอัดฟางร่วมกันในรูปแบบกองทุนเครื่องจักรกลการเกษตรหรือสหกรณ์การเกษตร วิธีนี้ช่วยกระจายต้นทุนการลงทุนและค่าบำรุงรักษาให้กับสมาชิกหลายราย ทำให้แต่ละครัวเรือนจ่ายเงินลงทุนเริ่มต้นน้อยลงมาก ขณะเดียวกันเครื่องก็ได้ใช้งานคุ้มค่าเพราะมีพื้นที่รวมของสมาชิกทั้งกลุ่มมากพอที่จะทำให้คุ้มทุนเร็วขึ้น หลายพื้นที่ที่มีกลุ่มนาแปลงใหญ่หรือสหกรณ์การเกษตรเข้มแข็งมักดำเนินการในลักษณะนี้ได้ผลดี โดยกรมส่งเสริมการเกษตรมีโครงการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรให้กลุ่มเกษตรกรบางส่วน เกษตรกรที่สนใจควรติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่เพื่อสอบถามเงื่อนไขการสนับสนุนที่มีในปัจจุบัน
ข้อควรพิจารณาด้านคุณภาพฟางที่ส่งผลต่อราคาขาย
คุณภาพฟางอัดก้อนที่ขายได้ราคาดีต้องมีความชื้นที่เหมาะสม ไม่เปียกจนขึ้นราและไม่แห้งกรอบจนแตกหักง่าย โดยทั่วไปความชื้นที่เหมาะสมสำหรับอัดฟางอยู่ที่ประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ หากฟางชื้นเกินไปเมื่ออัดเป็นก้อนแน่นจะเกิดความร้อนสะสมภายในก้อนจนขึ้นราหรือแม้กระทั่งเกิดการลุกไหม้เองได้ในบางกรณี ผู้รับซื้อฟางที่เป็นฟาร์มปศุสัตว์มักตรวจสอบความชื้นและกลิ่นก่อนรับซื้อ ฟางที่มีสีเขียวอมเหลืองสด ไม่มีเชื้อราสีดำหรือกลิ่นเหม็นอับ มักขายได้ราคาสูงกว่าฟางที่เก็บไว้นานจนสีซีดหรือขึ้นรา นอกจากนี้พันธุ์ข้าวก็มีผลต่อคุณภาพฟางเช่นกัน ฟางจากข้าวพันธุ์ที่มีลำต้นแข็งแรงและใบมากมักเป็นที่ต้องการของฟาร์มโคนมมากกว่าฟางจากพันธุ์ที่ลำต้นเปราะบาง
ตัวอย่างการคำนวณเปรียบเทียบสำหรับนา 20 ไร่แบบละเอียด
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองสมมติกรณีชาวนารายหนึ่งมีนา 20 ไร่ ผลผลิตข้าวเฉลี่ยไร่ละ 600-700 กิโลกรัม ได้ฟางประมาณ 10-12 ก้อนต่อไร่ รวมทั้งหมดประมาณ 200-240 ก้อน หากจ้างรถอัดฟางในราคา 45 บาทต่อก้อน ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 9,000-10,800 บาท เมื่อขายฟางอัดก้อนได้ราคาเฉลี่ย 60 บาทต่อก้อนให้ฟาร์มโคนมในพื้นที่ใกล้เคียง จะได้รายรับรวมประมาณ 12,000-14,400 บาท หักค่าจ้างอัดฟางแล้วเหลือกำไรสุทธิประมาณ 3,000-3,600 บาทต่อฤดูกาล ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมที่ดีโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติมนอกจากค่าจ้างอัดฟางที่จ่ายไปแล้ว ในทางกลับกันหากตัดสินใจซื้อเครื่องอัดฟางราคา 200,000 บาทมาใช้เอง แม้จะไม่ต้องจ่ายค่าจ้างอัดฟางอีก แต่ต้องแบกรับค่าเสื่อมราคาเครื่องเฉลี่ยปีละประมาณ 20,000 บาท (คิดอายุการใช้งาน 10 ปี) บวกค่าบำรุงรักษาและเชื้อเพลิงอีกปีละ 15,000-25,000 บาท รวมต้นทุนคงที่ต่อปีประมาณ 35,000-45,000 บาท ซึ่งสูงกว่าค่าจ้างอัดฟางทั้งปีของนา 20 ไร่ถึง 3-4 เท่าตัว ตัวเลขนี้ยืนยันชัดเจนว่าการจ้างรถอัดฟางยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าสำหรับพื้นที่นาขนาดนี้
ปัจจัยฤดูกาลและสภาพอากาศที่ต้องวางแผนล่วงหน้า
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอัดฟางมักตรงกับช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งในหลายพื้นที่ของประเทศไทยตรงกับช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมสำหรับข้าวนาปี และช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนสำหรับข้าวนาปรัง ช่วงเวลาดังกล่าวมักมีฝนตกไม่แน่นอนโดยเฉพาะข้าวนาปรังที่เก็บเกี่ยวใกล้ฤดูฝน เกษตรกรจึงควรติดตามพยากรณ์อากาศและจองคิวรถอัดฟางทันทีหลังเก็บเกี่ยวเสร็จ ไม่ควรปล่อยฟางทิ้งไว้ในนานานเกิน 3-5 วันเพราะเสี่ยงเปียกฝนจนขึ้นราหรือเน่าเสียก่อนอัด ในบางพื้นที่ที่มีฝนตกบ่อยผู้ให้บริการอัดฟางอาจคิวยาวมากเพราะเกษตรกรทุกรายต้องการอัดฟางพร้อมกันในช่วงที่อากาศแห้ง การจองล่วงหน้าและมีแผนสำรองผู้ให้บริการรายที่สองไว้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
สำหรับเกษตรกรที่ยังลังเลระหว่างสองทางเลือกนี้ อาจลองเริ่มจากการติดตามบันทึกค่าใช้จ่ายจริงในการจ้างอัดฟางของตัวเองต่อเนื่องสัก 2-3 ฤดูกาล เพื่อดูแนวโน้มราคาค่าจ้างในพื้นที่ว่ามีการปรับขึ้นมากน้อยเพียงใด พร้อมทั้งสำรวจว่ามีเพื่อนบ้านหรือกลุ่มเกษตรกรใกล้เคียงที่สนใจร่วมลงทุนซื้อเครื่องด้วยกันหรือไม่ หากพื้นที่รวมของกลุ่มมีแนวโน้มขยายเกิน 100 ไร่ในอนาคตอันใกล้ ก็อาจเริ่มวางแผนศึกษาการซื้อเครื่องร่วมกันได้ แต่ตราบใดที่ยังมีเพียงนา 20 ไร่ของตัวเองโดยไม่มีแผนขยายหรือรับจ้างอัดให้ผู้อื่น การจ้างรถอัดฟางยังคงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดทั้งในแง่การเงินและการบริหารความเสี่ยง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คำนวณความคุ้มค่าซื้อเครื่องจากราคาเครื่องอย่างเดียว โดยไม่รวมค่าบำรุงรักษาและค่าเสื่อมราคาต่อปี
- ไม่คิดต้นทุนรถแทรกเตอร์ที่ต้องใช้ลากเครื่องอัดฟาง ถ้ายังไม่มีอยู่แล้วต้องซื้อเพิ่มซึ่งเพิ่มต้นทุนอีกมาก
- ไม่ประเมินตลาดรับซื้อฟางในพื้นที่ก่อนตัดสินใจอัดฟางจำนวนมาก ทำให้เก็บฟางไว้ขายไม่ออกจนเสื่อมคุณภาพ
- เก็บฟางอัดก้อนไว้กลางแจ้งโดยไม่มีที่กำบัง ทำให้ฟางเปียกฝนขึ้นราขายไม่ได้ราคา
- จ้างรถอัดฟางล่าช้าเกินไปหลังเก็บเกี่ยว ทำให้ฟางแห้งเกินไปหรือเปียกฝนก่อนอัดจนคุณภาพลดลง
- ไม่เปรียบเทียบราคาจ้างจากผู้ให้บริการหลายรายในพื้นที่ ทำให้จ่ายราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น
สรุป
สำหรับชาวนาที่มีพื้นที่นา 20 ไร่ การจ้างรถอัดฟางมาให้บริการยังคุ้มค่ากว่าการซื้อเครื่องอัดฟางเองอย่างชัดเจน เพราะต้นทุนซื้อเครื่องสูงมากเมื่อเทียบกับปริมาณงานที่มี ควรพิจารณาซื้อเครื่องเองก็ต่อเมื่อมีพื้นที่นารวมทั้งของตัวเองและรับจ้างอัดให้คนอื่นมากกว่า 100-200 ไร่ขึ้นไป นอกจากนี้การขายฟางอัดก้อนยังเป็นช่องทางรายได้เสริมที่ช่วยลดต้นทุนการทำนาโดยรวมได้ ควรวางแผนติดต่อผู้ให้บริการอัดฟางและตลาดรับซื้อฟางในพื้นที่ล่วงหน้าก่อนถึงฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมส่งเสริมการเกษตร — ข้อมูลเครื่องจักรกลการเกษตรและการรวมกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่เพื่อใช้เครื่องจักรร่วมกัน
- กรมปศุสัตว์ — มาตรฐานฟางอัดก้อนสำหรับใช้เป็นอาหารหยาบในการเลี้ยงโคเนื้อโคนม
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลต้นทุนการผลิตข้าวและราคาผลพลอยได้จากนาข้าว
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูอุปกรณ์และเทคโนโลยีเกษตรอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่หมวด เทคโนโลยีและเครื่องมือ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

เครื่องปลูกต้นกล้าสแตนเลส เครื่องปลูก เครื่องปลูกเมล็ดข้าวโพดแตงโม เครื่องปลูกพืชในเรือนกระจก เครื่องแยกดินผัก เครื่อง
ดูรายละเอียด
ปลูกข้าวโพด ปลูกถั่วลิสง ปลูกถั่ว อุปกรณ์ปลูก เครื่องปลูกพิเศษ เครื่องเพาะ เครื่องใส่ปุ๋ยรวม ปลูกข้าว ปลูกถั่ว เครื่อง
ดูรายละเอียด
ต้น อบเชบเทศ หรือ อบเชยลังกา ชำกิ่ง ขนาด50-60เซนฯไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบเปลือกต้นตากแห้งบดมีกลิ่นหอมเป็นสมุนไพร
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
เครื่องอัดฟางก้อน จ้างรถมาอัดหรือซื้อเองคุ้มกว่า ถ้ามีนาข้าว 20 ไร่
จ้างรถอัดฟางคุ้มกว่าชัดเจนสำหรับนา 20 ไร่ เพราะค่าจ้างทั้งหมดตกราว 6,000-12,000 บาทต่อฤดูกาล ขณะที่ซื้อเครื่องเองต้องลงทุนอย่างน้อย 150,000 บาทขึ้นไป และต้องมีพื้นที่นาอย่างน้อย 100-200 ไร่ถึงจะคุ้มทุน
ค่าจ้างอัดฟางคิดราคายังไง ต่อก้อนหรือต่อไร่
ผู้ให้บริการส่วนใหญ่คิดราคาต่อก้อน โดยทั่วไปอยู่ที่ 30-60 บาทต่อก้อน ถ้าคำนวณเป็นราคาต่อไร่จะตกประมาณ 300-600 บาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับปริมาณฟางในแปลง
ฟางอัดก้อนขายได้ราคาเท่าไหร่
ราคาขายฟางอัดก้อนให้ฟาร์มปศุสัตว์อยู่ที่ประมาณ 40-80 บาทต่อก้อน แล้วแต่คุณภาพฟางและความต้องการในพื้นที่ ควรตรวจสอบราคาปัจจุบันในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ
ควรอัดฟางตอนไหนหลังเก็บเกี่ยว
ควรอัดฟางภายในไม่กี่วันหลังเก็บเกี่ยวขณะที่ฟางยังมีความชื้นเหมาะสม ควรวางแผนจองคิวรถอัดฟางล่วงหน้าเพราะช่วงเก็บเกี่ยวมักมีความต้องการใช้บริการพร้อมกันหลายราย
ถ้ามีนา 100 ไร่ขึ้นไป ควรซื้อเครื่องเองเลยไหม
ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่น เช่น มีรถแทรกเตอร์พอลากเครื่องอยู่แล้วหรือไม่ มีแผนรับจ้างอัดฟางให้คนอื่นเพื่อลดระยะคืนทุนหรือไม่ และมีที่เก็บเครื่องกันฝนได้เพียงพอหรือไม่
ฟางอัดก้อนเก็บได้นานแค่ไหนก่อนเสื่อมคุณภาพ
ถ้าเก็บในที่ร่มกันฝนและระบายอากาศดี สามารถเก็บได้นานหลายเดือนถึงเป็นปี แต่ถ้าเก็บกลางแจ้งหรือที่ชื้นจะขึ้นราและเสื่อมคุณภาพเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์
ต้องมีรถแทรกเตอร์เองด้วยไหมถ้าจะซื้อเครื่องอัดฟาง
ต้องมี เพราะเครื่องอัดฟางส่วนใหญ่เป็นแบบลากพ่วงที่ต้องใช้รถแทรกเตอร์กำลังแรงม้าเพียงพอลาก ถ้ายังไม่มีต้องคิดต้นทุนซื้อรถแทรกเตอร์เพิ่มเข้าไปในการคำนวณความคุ้มค่าด้วย
