คำตอบสั้น ๆ
เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งขาวหรือกุ้งกุลาดำหลายคนเจอปัญหาเดียวกัน คือกุ้งอ่อนแอ ลอกคราบไม่สมบูรณ์ หรือตายเป็นกลุ่มหลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน สาเหตุหนึ่งที
คำตอบเร็ว: รีแฟรกโตมิเตอร์วัดความเค็มด้วยหลักการหักเหแสงผ่านตัวอย่างน้ำ ราคาถูก ไม่ใช้ไฟฟ้า เหมาะกับฟาร์มขนาดเล็กที่วัดเป็นจุด ๆ วันละ 1-2 ครั้ง ส่วนเครื่องวัด EC/TDS ใช้โพรบวัดค่าการนำไฟฟ้า อ่านค่าเร็วกว่า แช่วัดต่อเนื่องได้ และมักมีระบบชดเชยอุณหภูมิ แต่ราคาสูงกว่าหลายเท่าและต้องดูแลโพรบเป็นประจำ บ่อกุ้งขนาดเล็กเริ่มจากรีแฟรกโตมิเตอร์ก่อน ส่วนฟาร์มใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวังความเค็มหลายบ่อพร้อมกันควรลงทุนเครื่อง EC
เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งขาวหรือกุ้งกุลาดำหลายคนเจอปัญหาเดียวกัน คือกุ้งอ่อนแอ ลอกคราบไม่สมบูรณ์ หรือตายเป็นกลุ่มหลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน สาเหตุหนึ่งที่ตรวจสอบยากด้วยตาเปล่าคือ "ความเค็มของน้ำเปลี่ยนเร็วเกินไปโดยไม่รู้ตัว" เพราะฝนที่เทลงบ่อทำให้น้ำจืดลงเฉพาะผิวหน้า ถ้าไม่มีเครื่องมือวัดที่แม่นยำและวัดสม่ำเสมอ ก็จะรู้ตัวช้าเกินไปเมื่อกุ้งเริ่มแสดงอาการแล้ว คำถามที่ตามมาคือควรลงทุนซื้อเครื่องมือแบบไหน ระหว่างรีแฟรกโตมิเตอร์แบบมือถือราคาย่อมเยากับเครื่องวัด EC/TDS แบบดิจิทัลที่ราคาสูงกว่าแต่ดูทันสมัยกว่า
หลักการวัดที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
รีแฟรกโตมิเตอร์ (Refractometer) ทำงานบนหลักการดัชนีหักเหแสง เมื่อหยดน้ำตัวอย่างลงบนปริซึม แสงที่ผ่านน้ำเกลือจะหักเหมุมต่างจากแสงที่ผ่านน้ำจืด ยิ่งน้ำเค็มมาก มุมหักเหก็ยิ่งเปลี่ยนมาก เครื่องจะแปลงมุมนั้นเป็นสเกลตัวเลขที่มองผ่านช่องเล็งด้วยตา ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ใด ๆ เลย เป็นเครื่องมือเชิงกล-แสงล้วน ๆ
เครื่องวัด EC (Electrical Conductivity) หรือ TDS ทำงานคนละแบบ คือปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านขั้วโพรบสองขั้วที่จุ่มลงในน้ำ แล้ววัดความสามารถในการนำไฟฟ้าของน้ำ ยิ่งน้ำมีไอออนของเกลือละลายอยู่มาก กระแสไฟฟ้าก็ยิ่งไหลผ่านได้ดี เครื่องจะประมวลผลเป็นค่า EC (หน่วย mS/cm หรือ µS/cm) แล้วแปลงเป็นค่าความเค็มโดยประมาณผ่านสูตรคำนวณภายในเครื่อง เครื่องรุ่นดีจะมีเซนเซอร์วัดอุณหภูมิในตัวเพื่อชดเชยผลของอุณหภูมิต่อค่าการนำไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นจุดที่รีแฟรกโตมิเตอร์แบบพื้นฐานไม่มี (ต้องอ่านค่าจากสเกลที่มักคำนวณชดเชยอุณหภูมิมาตรฐานไว้แล้วในระดับหนึ่ง)
| หัวข้อเปรียบเทียบ | รีแฟรกโตมิเตอร์ | เครื่องวัด EC/TDS ดิจิทัล |
|---|---|---|
| หลักการวัด | ดัชนีหักเหแสง (optical) | ค่าการนำไฟฟ้าผ่านโพรบ (electrical) |
| ต้องใช้ไฟฟ้า/แบตเตอรี่ | ไม่ต้อง | ต้องใช้แบตเตอรี่ |
| ความเร็วในการอ่านค่า | ต้องหยดน้ำ เช็ดปริซึม ยกส่องแสง ใช้เวลาต่อจุดนานกว่า | จุ่มโพรบแล้วอ่านตัวเลขบนจอได้เร็วกว่า |
| เหมาะกับการวัดต่อเนื่อง/แช่ทิ้งไว้ | ไม่เหมาะ ใช้วัดเป็นจุด ๆ เท่านั้น | บางรุ่นแช่ต่อเนื่องหรือต่อสายบันทึกข้อมูลได้ |
| ระดับราคาโดยประมาณ | ต่ำกว่า มักอยู่ในหลักร้อยถึงพันบาทต้น ๆ | สูงกว่าหลายเท่า ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นตามความละเอียด |
| ชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพง่าย | ปริซึมเป็นรอย ยางขอบเสื่อม | โพรบสกปรก/หมดอายุ แบตเตอรี่เสื่อม |
ความแม่นยำและราคาต่างกันแค่ไหน
ในน้ำทะเลหรือน้ำกร่อยที่ใสสะอาดและไม่มีอุณหภูมิสุดขั้ว ทั้งสองแบบให้ค่าใกล้เคียงกันพอใช้งานเทียบเคียงกันได้ในระดับฟาร์ม แต่ความแม่นยำเริ่มต่างกันชัดในสภาพจริงของบ่อกุ้ง คือน้ำที่มีตะกอนแขวนลอยหรือสีเข้มจากแพลงก์ตอนหนาแน่น รีแฟรกโตมิเตอร์อาจอ่านค่าคลาดเคลื่อนได้ถ้าตะกอนบดบังแนวแสงผ่านปริซึม ส่วนเครื่อง EC จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากความขุ่น แต่กลับไวต่อคราบอินทรีย์ที่เกาะบนผิวโพรบมากกว่า ถ้าไม่ล้างโพรบให้สะอาดก่อนวัดทุกครั้ง ค่าที่อ่านได้จะค่อย ๆ เพี้ยนไปทีละน้อยแบบที่ผู้ใช้ไม่ทันสังเกต
ด้านราคา รีแฟรกโตมิเตอร์แบบมือถือคุณภาพใช้งานได้จริงสำหรับฟาร์มกุ้งอยู่ในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเครื่อง EC มาก เพราะโครงสร้างเรียบง่ายไม่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนเครื่อง EC ที่มีจอดิจิทัลและระบบชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติจะมีต้นทุนสูงกว่าหลายเท่าตัว และยิ่งเป็นรุ่นที่ต่อบันทึกข้อมูลต่อเนื่องหรือส่งสัญญาณเตือนอัตโนมัติได้ ราคาจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก ราคาที่แน่นอนขึ้นกับยี่ห้อและรุ่นในตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ควรเช็กราคาปัจจุบันจากร้านอุปกรณ์ประมงหรือตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง
สถานการณ์ไหนควรใช้เครื่องมือแบบไหน
ถ้าฟาร์มมีบ่อไม่กี่บ่อ วัดความเค็มวันละ 1-2 ครั้งตอนเช้าเพื่อดูแนวโน้มหลังฝนตก รีแฟรกโตมิเตอร์เพียงพอและคุ้มค่ากว่า ไม่จำเป็นต้องลงทุนเครื่อง EC ที่ต้องดูแลแบตเตอรี่และโพรบเพิ่มเติม แต่ถ้าฟาร์มมีหลายบ่อพร้อมกัน ต้องการอ่านค่าเร็วหลายจุดต่อวันเพื่อเปรียบเทียบระหว่างบ่อ หรือเลี้ยงกุ้งระบบความหนาแน่นสูงที่ความเค็มผันผวนไวและต้องตัดสินใจเติมน้ำจืด/น้ำเค็มอย่างรวดเร็ว เครื่อง EC ที่อ่านค่าได้ทันทีบนจอดิจิทัลจะช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดจากการอ่านสเกลด้วยตาในที่แสงน้อยตอนเช้ามืดหรือกลางคืน อีกจุดที่ควรพิจารณาคือถ้าต้องบันทึกข้อมูลย้อนหลังเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มระยะยาวหรือเชื่อมกับระบบเตือนภัยอัตโนมัติ เครื่อง EC บางรุ่นที่ต่อกับตัวบันทึกข้อมูลจะตอบโจทย์ได้ดีกว่ารีแฟรกโตมิเตอร์ซึ่งต้องอ่านและจดด้วยมือทุกครั้ง
การบำรุงรักษาที่ต่างกัน
รีแฟรกโตมิเตอร์ต้องเช็ดปริซึมด้วยผ้านุ่มสะอาดทุกครั้งหลังใช้ ห้ามขัดแรงเพราะจะทำให้ผิวปริซึมเป็นรอยและอ่านค่าคลาดเคลื่อนถาวร ควรสอบเทียบศูนย์ด้วยน้ำกลั่นหรือน้ำสะอาดก่อนเริ่มวัดทุกกะทำงาน ไม่ใช่แค่สัปดาห์ละครั้ง เพราะการเก็บในกล่องที่โดนความชื้นหรือแดดจัดจะทำให้สเกลเพี้ยนเร็วกว่าที่คิด เก็บในที่แห้งและหลีกเลี่ยงการทำตกกระแทก
เครื่อง EC ต้องล้างโพรบด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังใช้เพื่อไม่ให้คราบอินทรีย์หรือสาหร่ายเกาะสะสม สอบเทียบกับสารละลายมาตรฐาน (calibration solution) ตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนดอย่างเคร่งครัด และต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือชาร์จให้พร้อมใช้งานเสมอ เพราะแบตเตอรี่อ่อนจะทำให้ค่าที่อ่านได้ไม่เสถียร โพรบที่ใช้งานหนักในน้ำกร่อยควรตรวจสภาพเป็นระยะและเปลี่ยนเมื่อค่าที่วัดได้เริ่มเบี่ยงเบนแม้สอบเทียบแล้วก็ตาม
ต้นทุนรวมระยะยาวที่มักถูกมองข้าม
เวลาเปรียบเทียบราคา หลายคนดูแค่ราคาหน้าเครื่องตอนซื้อครั้งแรก แต่ต้นทุนที่แท้จริงต้องรวมค่าใช้จ่ายต่อเนื่องด้วย รีแฟรกโตมิเตอร์แทบไม่มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องนอกจากเปลี่ยนเครื่องใหม่เมื่อปริซึมเป็นรอยมากจนอ่านค่าไม่ได้ ส่วนเครื่อง EC มีค่าใช้จ่ายแฝงคือแบตเตอรี่ที่ต้องเปลี่ยนตามรอบ สารละลายมาตรฐานสำหรับสอบเทียบที่ต้องซื้อซ้ำเป็นระยะ และค่าเปลี่ยนโพรบเมื่อเสื่อมสภาพซึ่งบางรุ่นราคาโพรบทดแทนใกล้เคียงครึ่งหนึ่งของราคาเครื่องทั้งชุดเลยทีเดียว ฟาร์มที่จะซื้อเครื่อง EC จึงควรสอบถามร้านหรือตัวแทนจำหน่ายเรื่องค่าใช้จ่ายอะไหล่และสารสอบเทียบล่วงหน้า ไม่ใช่ดูแค่ราคาป้ายตอนซื้อ เพื่อประเมินความคุ้มค่าที่แท้จริงตลอดอายุการใช้งาน 2-3 ปีขึ้นไป
อีกประเด็นที่ควรคิดคู่กันคือจำนวนคนที่ต้องใช้เครื่องพร้อมกัน ถ้าฟาร์มมีลูกน้องหลายคนที่ต้องวัดค่าคนละบ่อในเวลาใกล้เคียงกันตอนเช้า การมีรีแฟรกโตมิเตอร์หลายเครื่องราคาถูกกระจายให้แต่ละคนอาจคุ้มกว่าการซื้อเครื่อง EC เครื่องเดียวราคาแพงแล้วต้องผลัดกันใช้จนเสียเวลารอคิว ในทางกลับกันถ้ามีคนวัดคนเดียวที่ต้องเดินตรวจหลายบ่อต่อเนื่อง เครื่อง EC ที่อ่านค่าไวจะช่วยประหยัดเวลารวมทั้งวันได้มากกว่า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกและใช้เครื่องวัดความเค็ม
- ซื้อเครื่อง EC ราคาแพงเกินความจำเป็นของฟาร์มขนาดเล็ก ทั้งที่รีแฟรกโตมิเตอร์ก็เพียงพอกับความถี่การวัดจริง
- ไม่สอบเทียบเครื่องก่อนใช้งานทุกครั้ง ปล่อยให้ใช้ค่าที่คลาดเคลื่อนสะสมมาตัดสินใจจัดการบ่อ
- เช็ดปริซึมของรีแฟรกโตมิเตอร์ด้วยผ้าหยาบจนเป็นรอย ทำให้ค่าที่อ่านได้คลาดเคลื่อนถาวรโดยไม่รู้ตัว
- ปล่อยให้โพรบเครื่อง EC สกปรกสะสมคราบนาน ๆ ไม่ล้างทุกครั้งหลังใช้ ค่าที่อ่านได้เพี้ยนไปทีละน้อย
- วัดน้ำตัวอย่างจากจุดเดียวของบ่อ (เช่นผิวหน้าน้ำริมขอบบ่อ) แล้วเข้าใจว่าเป็นค่าเฉลี่ยทั้งบ่อ ทั้งที่ความเค็มอาจต่างกันระหว่างผิวหน้ากับก้นบ่อหลังฝนตกใหม่ ๆ
- ไม่บันทึกค่าที่วัดได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ไม่เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองช้าเกินไปเมื่อความเค็มเปลี่ยนเร็ว
สรุป
รีแฟรกโตมิเตอร์และเครื่องวัด EC/TDS ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้แทนกันได้แบบสุ่มเลือก แต่ต่างกันตั้งแต่หลักการวัด ราคา และรูปแบบการใช้งานจริงในฟาร์ม ฟาร์มขนาดเล็กที่วัดเป็นจุด ๆ ไม่กี่ครั้งต่อวันควรเริ่มจากรีแฟรกโตมิเตอร์เพราะคุ้มค่าและดูแลง่ายกว่า ส่วนฟาร์มที่ต้องอ่านค่าเร็วหลายจุดหรือเฝ้าระวังความเค็มต่อเนื่องควรลงทุนเครื่อง EC แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน หัวใจสำคัญคือต้องสอบเทียบเครื่องมือให้สม่ำเสมอและดูแลรักษาส่วนสัมผัสน้ำ (ปริซึมหรือโพรบ) อย่างถูกวิธี ไม่เช่นนั้นเครื่องมือราคาแพงแค่ไหนก็ให้ค่าที่เชื่อถือไม่ได้เช่นกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมประมง — แนวทางการจัดการคุณภาพน้ำและความเค็มในบ่อเลี้ยงกุ้งทะเล/กุ้งกร่อย
- กรมวิชาการเกษตร — มาตรฐานเครื่องมือวัดคุณภาพน้ำที่ใช้ในภาคเกษตรและประมง
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูเครื่องมือเทคโนโลยีเกษตรอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ หมวดเทคโนโลยีและเครื่องมือเกษตร
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เพาะถั่งเช่าสีทองขาย ต้องลงทุนห้องเพาะเท่าไหร่ และคุมอุณหภูมิอย่างไร
แนวทางเพาะถั่งเช่าสีทองสำหรับมือใหม่ จากข้อมูลกรมวิชาการเกษตรและ อย. พร้อมรายการต้นทุนที่ต้องคิดและตัวอย่างคำนวณที่บอกฐานตัวเลขชัดเจน
ลูกเห็บและพายุฤดูร้อนถล่มแปลงผักกับโรงเรือน ต้องทำอะไรก่อนและหลังพายุ
ลำดับงานรับมือลูกเห็บและพายุฤดูร้อนสำหรับแปลงผักและโรงเรือน ตั้งแต่ได้ข่าวเตือนจนถึงสองสัปดาห์หลังพายุ อิงข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา สวพส. และกรมส่งเสริมการเกษตร
เครื่องสูบน้ำและเครื่องตัดหญ้าโดนน้ำท่วม ล้างเองได้แค่ไหน เมื่อไหร่ต้องส่งช่าง
เครื่องสูบน้ำกับเครื่องตัดหญ้าเป็นเครื่องมือที่เกษตรกรต้องใช้ทันทีหลังน้ำลด เครื่องหนึ่งใช้สูบน้ำที่ยังขังในแปลง อีกเครื่องใช้เคลียร์หญ้าและวัชพืชที่ล
รถไถ รถเกี่ยวข้าว เครื่องยนต์เกษตรจมน้ำ ห้ามสตาร์ต แล้วต้องทำอะไรก่อน
พอน้ำลด ภาพที่เห็นบ่อยในหมู่บ้านคือรถไถเดินตามหรือรถเกี่ยวข้าวจอดจมโคลนอยู่ข้างโรงเก็บ เจ้าของหลายคนอยากรู้ทันทีว่าเครื่องยังไหวไหม จึงลองบิดกุญแจหรือ
โรงเรือนผักและโรงเรือนเกษตรน้ำท่วม ซ่อมอย่างไร ขอเงินช่วยได้ไหม
น้ำลดแล้วสิ่งแรกที่เจ้าของแปลงผักเห็นคือโรงเรือนที่เอียง พลาสติกหลังคาฉีก ตาข่ายกันแมลงเต็มไปด้วยโคลน และตู้ควบคุมปั๊มน้ำที่จมน้ำมาหลายวัน หลายคนอยากร
เจาะบ่อบาดาลราคาเท่าไหร่ ต้องขออนุญาตไหม
แยกต้นทุนเจาะบ่อบาดาลตามความลึกและขนาดท่อ รวมค่าปั๊ม ค่าไฟ และค่าระบบ พร้อมขั้นตอนขออนุญาตใช้น้ำบาดาล และวิธีลดความเสี่ยงเจาะแล้วไม่ได้น้ำ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

เครื่องวัด EC / เครื่องวัด pH วัดน้ำ วัดกรด วัดปุ๋ย วัดความเค็มน้ำประปา วัดเกลือเจือจาง
ดูรายละเอียด
ปลูกข้าวโพด ปลูกถั่วลิสง ปลูกถั่ว อุปกรณ์ปลูก เครื่องปลูกพิเศษ เครื่องเพาะ เครื่องใส่ปุ๋ยรวม ปลูกข้าว ปลูกถั่ว เครื่อง
ดูรายละเอียด
กระชังน้ำ กระชังบก กระชังเลี้ยงปลากระชังกุ้ง กระชังกบ กระชังเลี้ยงกบ เลี้ยงกบ ปลา กุ้ง พร้อมใช้งาน
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
รีแฟรกโตมิเตอร์กับเครื่องวัด EC วัดค่าอะไรต่างกันจริง ๆ หรือแค่หน่วยต่างกัน
วัดคนละหลักการจริง ไม่ใช่แค่หน่วยต่างกัน รีแฟรกโตมิเตอร์อาศัยดัชนีหักเหแสงที่เปลี่ยนไปตามความเข้มข้นของเกลือที่ละลายในน้ำ ส่วนเครื่อง EC วัดความสามารถในการนำไฟฟ้าของน้ำผ่านโพรบ ทั้งสองแบบแปลงผลกลับมาเป็นค่าความเค็ม (ppt) ได้ใกล้เคียงกันในน้ำทะเลปกติ แต่จะเริ่มคลาดเคลื่อนต่างกันเมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูง มีตะกอนขุ่น หรือมีสารละลายอื่นปนอยู่มาก
บ่อกุ้งขนาดเล็ก 2-3 บ่อ ควรซื้อรีแฟรกโตมิเตอร์หรือเครื่อง EC ก่อน
สำหรับฟาร์มขนาดเล็กที่วัดวันละ 1-2 ครั้งและไม่ต้องรีบอ่านค่า รีแฟรกโตมิเตอร์แบบใช้มือคุ้มค่ากว่า เพราะราคาต่อเครื่องต่ำกว่ามาก ไม่ใช้แบตเตอรี่ และอายุการใช้งานยาวถ้าดูแลปริซึมดี ค่อยพิจารณาเครื่อง EC เมื่อฟาร์มขยายจนต้องการอ่านค่าเร็วหลายจุดต่อวัน
เครื่อง EC ราคาแพงกว่ารีแฟรกโตมิเตอร์เพราะอะไร
เครื่อง EC มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โพรบเซนเซอร์ และระบบชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติอยู่ภายใน ต้นทุนผลิตและความซับซ้อนสูงกว่าเลนส์แก้วกับสเกลของรีแฟรกโตมิเตอร์มาก อีกทั้งเครื่อง EC ระดับที่ใช้แช่ต่อเนื่องยังต้องมีวัสดุกันน้ำและโพรบทนกัดกร่อนเพิ่มอีกด้วย
รีแฟรกโตมิเตอร์ต้องสอบเทียบบ่อยแค่ไหน
ควรเช็กศูนย์ (zero calibration) ด้วยน้ำกลั่นหรือน้ำสะอาดก่อนใช้งานทุกครั้งที่เริ่มกะวัด ไม่ใช่แค่สัปดาห์ละครั้ง เพราะการเก็บรักษาที่โดนความชื้นหรือกระแทกบ่อยจะทำให้สเกลคลาดเคลื่อนได้เร็วกว่าที่คิด
ใช้เครื่อง EC วัดได้เลยโดยไม่ต้องสอบเทียบเลยหรือไม่
ไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้ โพรบของเครื่อง EC ต้องสอบเทียบกับสารละลายมาตรฐาน (calibration solution) ตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนดเป็นประจำ เพราะพื้นผิวโพรบจะสะสมคราบอินทรีย์และตะกอนจากน้ำบ่อ ทำให้ค่าที่อ่านได้เพี้ยนไปทีละน้อยโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว
ถ้ามีทั้งสองเครื่อง ค่าที่อ่านได้ไม่ตรงกันควรเชื่อตัวไหน
ให้สอบเทียบทั้งสองเครื่องใหม่ก่อน แล้ววัดน้ำตัวอย่างเดียวกันซ้ำ ถ้ายังต่างกันเกิน 1-2 ppt ให้สงสัยว่าเครื่องใดเครื่องหนึ่งเสื่อมสภาพ (ปริซึมเป็นรอย หรือโพรบสกปรก/หมดอายุ) มากกว่าจะฟันธงว่าเครื่องไหนถูกโดยไม่ตรวจสอบ