เทคโนโลยีและเครื่องมือเผยแพร่ 15 ตุลาคม 2569

สร้างโรงเรือนในที่ดินเกษตรต้องขออนุญาตก่อสร้างหรือไม่ ขนาดไหนเข้าข่าย

สร้างโรงเรือนปลูกพืชต้องขออนุญาตไหม ดูนิยามอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ค่าธรรมเนียม 20 หรือ 200 บาท เลข 100 ตร.ม. คืออะไร และต้องถามใครก่อนลงเสาจริง ปี 2569

สร้างโรงเรือนในที่ดินเกษตรต้องขออนุญาตก่อสร้างหรือไม่ ขนาดไหนเข้าข่าย

คำตอบสั้น ๆ

ตัวเลข 100 ตารางเมตรที่แชร์กันเป็นแค่ระดับค่าธรรมเนียม ไม่ใช่เส้นยกเว้น บทความนี้เรียงเป็นแบบถ้าเป็นแบบนี้ให้ทำแบบนี้ พร้อมบอกจุดที่ไม่มีประกาศกลางและต้องถามท้องถิ่น

คำตอบเร็ว: ไม่มีตัวเลขขนาดเดียวที่ใช้ตัดสินได้ทั่วประเทศว่าโรงเรือนต้องขออนุญาตหรือไม่ เพราะ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ใช้กับ "อาคาร" ที่คนเข้าไปอยู่หรือใช้สอยได้ และใช้บังคับเฉพาะพื้นที่ที่ประกาศไว้ ถ้าที่ดินของคุณอยู่ในเขตที่กฎหมายนี้ใช้ และโรงเรือนมีโครงสร้างถาวรที่คนเดินเข้าไปทำงานได้ ให้ถือว่าต้องไปถามเจ้าพนักงานท้องถิ่น (เทศบาล อบต. หรือสำนักงานเขต) ก่อนลงเสา ส่วนตัวเลข 100 ตารางเมตรที่คนมักพูดถึงเป็นแค่อัตราค่าธรรมเนียม ไม่ใช่เส้นแบ่งว่าได้รับยกเว้น (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

คนที่โทรมาถามเรื่องนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้อยากรู้ทฤษฎีกฎหมาย เขามีโครงเหล็กกับพลาสติกรอเข้าที่แล้ว ช่างนัดวันตั้งเสา และกลัวว่าพอสร้างเสร็จจะมีหนังสือจากเทศบาลมาสั่งรื้อ บทความนี้จึงเรียงเป็นแบบ "ถ้าเป็นอย่างนี้ ให้ทำอย่างนี้" โดยอิงข้อความในกฎหมายที่เปิดอ่านจริง และบอกตรง ๆ ว่าตรงไหนไม่มีประกาศกลางที่ชี้ชัด ต้องไปถามที่สำนักงานท้องถิ่นของคุณเอง

โรงเรือนของคุณเข้านิยามคำว่า "อาคาร" หรือเปล่า

ภาพประกอบ โรงเรือนของคุณเข้านิยามคำว่า "อาคาร" หรือเปล่า

มาตรา 4 ของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 นิยามคำว่า "อาคาร" ว่าเป็น ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงาน และสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ จุดที่ต้องสังเกตคือท้ายประโยค "บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้" โรงเรือนปลูกผักหรือโรงเห็ดที่คนต้องเดินเข้าไปรดน้ำ เก็บผลผลิต ยืนทำงานข้างใน จึงมีโอกาสเข้านิยามนี้มากกว่าร่มกันแดดที่คลุมแปลงเตี้ย ๆ ซึ่งคนไม่ได้เข้าไปใช้สอย

ผมไม่พบประกาศหรือคำวินิจฉัยกลางของหน่วยงานรัฐที่เขียนเจาะจงว่า "โรงเรือนพลาสติกปลูกพืช" เป็นอาคารหรือไม่ จึงไม่ขอฟันธงแทนเทศบาลของคุณ สิ่งที่ยืนยันได้จากตัวบทคือหลักการข้างต้น ส่วนการตีความว่าโรงเรือนแบบไหนเป็นอาคาร เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่ละแห่งอาจถือต่างกันเล็กน้อย โดยเฉพาะเรื่องโครงเหล็กถาวรกับโครงไม้ไผ่หลังคาพลาสติก

ลักษณะที่ทำให้เข้าข่ายมากขึ้น

  • ฐานรากเป็นคอนกรีตหรือเสาเหล็กฝังปูน ย้ายไม่ได้ในวันเดียว
  • มีหลังคาคลุมพื้นที่ที่คนเดินเข้าไปทำงานได้ทั้งหลัง
  • ใช้งานต่อเนื่องหลายปี ไม่ได้รื้อทุกฤดู
  • มีการต่อไฟฟ้า พัดลม หรือระบบน้ำถาวรเข้าไปในโรงเรือน
  • มีความสูงหรือช่วงกว้างมาก เช่น โรงเรือนโครงเหล็กโค้งขนาดใหญ่

ลักษณะที่ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ก็ต้องถามก่อน

ร่มเงาตาข่ายพรางแสงเตี้ย ๆ ที่คนก้มลงทำงาน โครงอุโมงค์เล็กคลุมแปลงที่ตั้งชั่วคราว หรือแปลงเพาะกล้าที่รื้อได้ในไม่กี่ชั่วโมง มักไม่เข้าลักษณะอาคาร แต่คำว่า "มักไม่" ไม่ใช่คำตอบทางกฎหมาย ถ้าโครงสร้างใหญ่ถึงระดับคนเดินเข้าไปได้สบาย ให้ถือว่าควรถามไว้ก่อน

กฎหมายบังคับใช้ที่ดินของคุณหรือไม่

มาตรา 2 ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันกำหนดว่ากฎหมายนี้ใช้บังคับในท้องที่ที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนด และในพื้นที่ที่มีการบังคับใช้ผังเมืองรวม (ตามขอบเขตของผังนั้น) ส่วนอาคารบางประเภท เช่น อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารที่ใช้ชุมนุมคน และโรงมหรสพ ถูกควบคุมไม่ว่าจะอยู่ท้องที่ไหน ผลคือที่นาในตำบลหนึ่งอาจอยู่ในเขตผังเมืองรวม ส่วนอีกตำบลที่ติดกันอาจไม่อยู่ ทั้งที่ห่างกันแค่คลองสายเดียว

วิธีเช็กที่ใช้ได้จริงคือโทรหรือเดินเข้าไปถามฝ่ายช่างหรือกองช่างของเทศบาล หรือ อบต. ว่า "ที่ดินแปลงเลขที่นี้ อยู่ในเขตที่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารใช้บังคับหรือไม่" ถ้าอยู่ในเขตผังเมืองรวม ให้ถามเพิ่มว่าสีของผังในแปลงนั้นอนุญาตให้ใช้ที่ดินแบบใดบ้าง เรื่องผังสีเป็นอีกชั้นหนึ่งที่แยกจากใบอนุญาตก่อสร้าง และผมไม่ได้เปิดอ่านข้อกำหนดผังเมืองรายจังหวัด จึงไม่ขอระบุเงื่อนไขของแต่ละจังหวัด

ตัวเลข 100 ตารางเมตร: ค่าธรรมเนียม ไม่ใช่เส้นยกเว้น

ที่เห็นแชร์กันบ่อยคือ "อาคารเก็บผลผลิตเกษตรหรือโรงเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 100 ตารางเมตร ไม่ต้องขออนุญาต" ผมเปิดอ่านกฎกระทรวงฉบับที่ 70 (พ.ศ. 2564) ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนที่ 38 ก ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2564 แล้วพบว่านี่คือตารางค่าธรรมเนียม ไม่ใช่รายการยกเว้น

ตามกฎกระทรวงนั้น อาคารประเภทที่ (1) ซึ่งรวมบ้านอยู่อาศัยไม่เกิน 2 ชั้นและไม่เกิน 150 ตารางเมตร อาคารเก็บผลิตผลการเกษตรที่มีพื้นที่รวมไม่เกิน 100 ตารางเมตรในหลังเดียว โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ไม่เกิน 100 ตารางเมตร และรั้วกำแพงประตู เสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตก่อสร้างฉบับละ 20 บาท ส่วนอาคารอื่น ๆ เสียฉบับละ 200 บาท

รายการอาคารประเภท (1) ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 70อาคารอื่น
ใบอนุญาตก่อสร้าง20 บาท200 บาท
ใบอนุญาตดัดแปลง10 บาท100 บาท
ใบอนุญาตรื้อถอน10 บาท50 บาท
ใบอนุญาตเคลื่อนย้าย10 บาท50 บาท
ใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้20 บาท200 บาท
ใบแทนใบอนุญาต5 บาท10 บาท

ตัวเลขข้างบนคือค่าธรรมเนียมตามที่ประกาศ ณ ต.ค. 2569 ที่ผมอ่านได้จากฉบับสำเนา ไม่รวมค่าจ้างเขียนแบบ ค่าวิศวกรเซ็นรับรอง ค่าถ่ายเอกสาร และค่าเดินทางที่มักแพงกว่าค่าธรรมเนียมหลายเท่า สิ่งที่ยังไม่ชัดคือโรงเรือนปลูกพืชจัดอยู่ในช่อง "อาคารเก็บผลิตผลการเกษตร" หรือไม่ คำตอบที่ถูกต้องขึ้นกับการตีความของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ไม่ควรอ้างตัวเลข 20 บาทไปก่อนโดยยังไม่ได้ถาม

ตารางตัดสินใจ: ถ้าเป็นแบบนี้ ให้ทำแบบนี้

สถานการณ์ของคุณสิ่งที่ควรทำข้อควรระวัง
โรงเรือนโครงเหล็กถาวร คนเดินเข้าไปทำงาน อยู่ในเขตเทศบาลหรือผังเมืองรวมไปที่กองช่าง ขอรายละเอียดว่าต้องขอใบอนุญาตหรือแจ้งตามมาตรา 39 ทวิห้ามเริ่มตั้งเสาก่อนได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร
โรงเรือนเล็ก โครงเบา ย้ายได้ ตั้งในที่ดินนอกเขตผังเมืองรวมถามอบต. ว่าท้องที่นี้อยู่ในเขตที่กฎหมายควบคุมอาคารใช้หรือไม่ และขอคำตอบไว้การที่เพื่อนบ้านสร้างได้ไม่ได้แปลว่าเขตคุณเหมือนกัน
ต้องการสร้างให้เสร็จเร็ว ช่วงปลูกกำลังจะหมดฤดูยื่นขอคู่กับการเตรียมพื้นที่ ไม่รอสร้างก่อนแล้วค่อยขอมาตรา 65 มีทั้งจำคุกและปรับ ไม่คุ้มกับเวลาที่ประหยัด
ที่ดินเป็นของพ่อแม่หรือเช่าผู้อื่นอยู่เตรียมหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดินไปยื่นด้วยผู้เช่าระยะสั้นมักไม่ควรลงทุนโครงถาวร
ที่ดินเป็นเอกสารสิทธิ์แบบอื่นหรืออยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินถามหน่วยงานเจ้าของที่ดินแยกอีกชั้น เช่น สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดผมไม่ได้เปิดอ่านระเบียบใช้ที่ดินกลุ่มนี้ จึงไม่ระบุเงื่อนไข

ขั้นตอนเช็กที่สำนักงานท้องถิ่น (ทำตามลำดับ)

  1. เตรียมสำเนาโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ แผนที่ตั้งแปลงที่ถ่ายจากมือถือก็ช่วยได้ และสเก็ตช์โรงเรือนที่วัดความกว้าง ยาว สูงแล้ว
  2. ถามฝ่ายช่างว่าท้องที่ของแปลงนี้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารใช้บังคับหรือไม่ และอยู่ในเขตผังเมืองรวมหรือเปล่า
  3. ถ้าใช้บังคับ ให้ถามต่อว่าโรงเรือนแบบนี้เข้านิยามอาคาร ต้องขอใบอนุญาตตามมาตรา 21 หรือเข้าทางแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ได้หรือไม่
  4. ขอรายการเอกสารที่ต้องใช้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะว่าต้องมีวิศวกรหรือสถาปนิกเซ็นแบบหรือไม่
  5. จดชื่อเจ้าหน้าที่ วันที่ถาม และคำตอบสั้น ๆ ไว้ในสมุด ถ้าเขาตอบปากเปล่าให้ขอหนังสือตอบกลับ
  6. ค่อยสั่งโครงสร้างและนัดช่าง หลังได้คำตอบแล้ว

อย่างหนึ่งที่คนมักพลาดคือไปถามกับช่างเหล็กหรือร้านขายโครงสำเร็จรูป ร้านมักตอบว่า "ไม่ต้องขอ ลูกค้าเยอะ ไม่เคยมีปัญหา" ซึ่งอาจจริงในอำเภอที่ร้านขายอยู่ แต่ผู้ที่ตัดสินใจจริงคือเจ้าพนักงานท้องถิ่นในเขตที่ดินของคุณ ไม่ใช่ร้านค้า

ถ้าสร้างโดยไม่ขอ เสี่ยงอะไรบ้าง

มาตรา 21 กำหนดว่าผู้ใดจะก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ผู้ฝ่าฝืนตามมาตรา 65 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าฝ่าฝืนต่อเนื่องจะถูกปรับเพิ่มวันละไม่เกิน 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ตัวเลขเหล่านี้คือเพดานโทษตามตัวบท ไม่ได้แปลว่าทุกรายจะโดนเต็มอัตรา แต่ความเสี่ยงจริงอยู่ที่คำสั่งรื้อถอน ซึ่งทำให้ต้นทุนโครงเหล็ก พลาสติก และค่าแรงจมไปทั้งก้อน

อีกเรื่องที่มักถูกลืมคือกฎกระทรวงบางฉบับยกเว้นอาคารบางประเภทไว้ เช่น อาคารของทางราชการ แต่กฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น พ.ศ. 2550 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนที่ 15 ก วันที่ 18 มีนาคม 2550) ข้อ 9 ที่ยกเว้นเต็นท์หรือศาลาชั้นเดียวชั่วคราว กำหนดให้ไม่ใช้เพื่อพาณิชย์ อุตสาหกรรม หรือการศึกษา และต้องรื้อถอนภายใน 10 วัน ซึ่งไม่เหมาะกับโรงเรือนปลูกพืชเชิงการค้า อย่านำข้อยกเว้นนี้ไปอ้าง

ความผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องใบอนุญาตโรงเรือน

  • เอาตัวเลข 100 ตารางเมตรไปอ้างว่ายกเว้นการขออนุญาต ทั้งที่เป็นแค่ระดับค่าธรรมเนียมในกฎกระทรวงฉบับที่ 70
  • เชื่อคำตอบของร้านขายโครงเหล็กแทนการถามเทศบาลหรือ อบต. ที่ดูแลแปลงของตัวเอง
  • ถามแค่ว่า "ต้องขอไหม" แต่ไม่ถามว่าที่ดินอยู่ในเขตผังเมืองรวมหรือเปล่า และผังสีอนุญาตให้ใช้ที่ดินแบบนี้หรือไม่
  • สร้างก่อนแล้วค่อยไปขอย้อนหลัง จนถูกสั่งแก้แบบหรือรื้อ
  • เอาแบบโรงเรือนที่เคยผ่านในอำเภออื่นมาใช้ โดยไม่เช็กว่าแบบกับสภาพดินและลมในที่ดินตัวเองเหมาะหรือไม่
  • ขยายโรงเรือนเพิ่มภายหลัง ทั้งที่ตอนแรกไม่ต้องขอ แต่การต่อเติมหรือดัดแปลงอาจเป็นการดัดแปลงอาคารตามมาตรา 21 ที่ต้องถามใหม่

เรื่องอื่นในฟาร์มที่ต้องขออนุญาตแยกจากโรงเรือน

ใบอนุญาตก่อสร้างเป็นแค่หนึ่งใน หลายอย่างที่เกษตรกรต้องเจอ ถ้าในโรงเรือนมีบ่อบาดาลสำหรับน้ำ อ่านเรื่อง ขุดบ่อบาดาลเพื่อการเกษตร ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง ประกอบ ถ้าวางแผนแปรรูปผลผลิตในพื้นที่เดียวกัน เช่น ล้างตัดแพ็ก หรือทำอาหาร ให้ดู ใบอนุญาต วอ./อ.1 สำหรับโรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็ก ต้องขอที่ไหน และถ้ามีกระชังหรือสิ่งปลูกสร้างในลำน้ำ มีบทความ เลี้ยงปลานิลกระชังในแม่น้ำ ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง เลือกจุดวางกระชังยังไงไม่ให้น้ำเสีย ที่แสดงให้เห็นว่ากฎหมายแต่ละฉบับตัดกันอย่างไร เมื่อเริ่มลงทุนจริงควรเทียบกับบทความเรื่อง โรงเรือนปลูกผักแบบประหยัด: วัสดุ ระบายอากาศ และการคุมฝน เพื่อตัดสินว่าจะเลือกโครงแบบไหน แบบที่รื้อได้ง่ายมักคุยกับท้องถิ่นได้ง่ายกว่าแบบฝังฐานคอนกรีตถาวร

สรุป

ถ้าจะสร้างโรงเรือนที่คนเดินเข้าไปทำงานได้ ให้ถือว่ามีโอกาสเข้านิยาม "อาคาร" ตามมาตรา 4 และให้ถามเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนลงทุน เรื่องที่ต้องยืนยันมีสามข้อ คือที่ดินอยู่ในท้องที่ที่กฎหมายใช้หรือไม่ โรงเรือนแบบนี้เข้านิยามหรือไม่ และเอกสารที่ต้องใช้มีอะไร ตัวเลข 100 ตารางเมตรเป็นเรื่องค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงฉบับที่ 70 ไม่ใช่การยกเว้น และเรื่องที่ไม่มีประกาศกลางชี้ชัด ให้ขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากท้องถิ่นเก็บไว้ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 กฎหมายและอัตราอาจเปลี่ยนแปลง)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (ฉบับปรับปรุง สมาคมสถาปนิกสยาม) — ตัวบทมาตรา 2, 4, 21, 39 ทวิ, 65 https://download.asa.or.th/03media/04law/cba/cba22-upd60.pdf
  • 📄กฎกระทรวงฉบับที่ 70 (พ.ศ. 2564) ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร — อัตราค่าธรรมเนียม ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนที่ 38 ก ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2564 https://www.reic.or.th/Upload/16_62899_1625821085_98433.PDF
  • 📄กฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้นการขออนุญาต พ.ศ. 2550 (ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร) — ข้อยกเว้นและอาคารชั่วคราว ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนที่ 15 ก ลงวันที่ 18 มีนาคม 2550 https://download.asa.or.th/03media/04law/cba/mr/mr50-60h.pdf
  • 📄กฎกระทรวงฉบับที่ 68 (พ.ศ. 2563) — ระยะร่นอาคารสูงตั้งแต่ 10 เมตร ราชกิจจานุเบกษา 3 ธันวาคม 2563 https://www.reic.or.th/Upload/13_87356_1611219769_45409.PDF

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

โรงเรือนพลาสติกกางชั่วคราวต้องขอใบอนุญาตไหม

ไม่มีประกาศกลางที่ตอบตรง ๆ ให้ดูว่าเป็นอาคารตามมาตรา 4 หรือไม่ และท้องที่อยู่ในเขตที่กฎหมายใช้บังคับหรือเปล่า แล้วถามเจ้าพนักงานท้องถิ่นพร้อมสเก็ตช์

ที่ดินอยู่นอกเขตเทศบาลต้องขอไหม

ไม่ได้แปลว่าไม่ต้อง เพราะกฎหมายใช้ตามท้องที่ที่ประกาศและเขตผังเมืองรวม ให้ถาม อบต. หรือสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด

ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตก่อสร้างโรงเรือนเท่าไร

ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 70 อาคารประเภท (1) เสีย 20 บาท อาคารอื่นเสีย 200 บาท โรงเรือนปลูกพืชจะอยู่ช่องไหนต้องให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตีความ

มีโทษอย่างไรถ้าสร้างโดยไม่ขออนุญาต

มาตรา 65 จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับเพิ่มวันละไม่เกิน 10,000 บาทตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน

ต้องจ้างวิศวกรหรือไม่

ไม่ได้เปิดอ่านเกณฑ์ขนาดที่ต้องมีวิศวกร จึงไม่ระบุตัวเลข ให้ถามกองช่างตอนขอรายการเอกสาร

ไม่แน่ใจว่าต้องถามใคร

เริ่มที่กองช่างของเทศบาลหรือ อบต. ที่ที่ดินตั้งอยู่ ถ้าไม่แน่ใจให้ถามสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด