เลี้ยงสัตว์เผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

สัตว์ตายจากน้ำท่วม กำจัดซากอย่างไร และขอชดเชยได้ไหม

สัตว์ตายจากน้ำท่วม ถ่ายรูปซากก่อน แจ้งปศุสัตว์อำเภอหรือแอป DLD 4.0 กำจัดซากด้วยการฝังกลบตามหลักสัตวแพทย์ พร้อมอัตราเยียวยาปศุสัตว์น้ำท่วม 2569 ตามชนิดและอายุ

สัตว์ตายจากน้ำท่วม กำจัดซากอย่างไร และขอชดเชยได้ไหม

คำตอบสั้น ๆ

เช้าวันที่น้ำเริ่มลด หลายบ้านเดินเข้าคอกแล้วเจอภาพเดียวกัน วัวที่ผูกไว้จมน้ำตาย หมูลอยติดรั้วคอก ไก่กองอยู่มุมเล้า คำถามแรกที่ตามมาคือ "จะเอาซากไปไว้ไ

คำตอบเร็ว: ถ้าสัตว์ตายจากน้ำท่วม ให้ถ่ายรูปซากพร้อมจุดที่พบ นับจำนวนและแยกชนิด/อายุไว้ก่อน แล้วแจ้งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือแอปพลิเคชัน DLD 4.0 (ตลอด 24 ชั่วโมง) เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการซากด้วยการฝังกลบตามหลักวิชาการสัตวแพทย์และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ส่วนเงินชดเชยขอได้ตามหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 ซึ่งจ่าย "ตามจำนวนที่เสียหายจริง แต่ไม่เกินเกณฑ์" เช่น โคอายุเกิน 2 ปี ตัวละไม่เกิน 35,000 บาท สุกรอายุเกิน 30 วัน ตัวละไม่เกิน 3,000 บาท โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่าต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมปศุสัตว์ไว้ก่อนเกิดภัย (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

เช้าวันที่น้ำเริ่มลด หลายบ้านเดินเข้าคอกแล้วเจอภาพเดียวกัน วัวที่ผูกไว้จมน้ำตาย หมูลอยติดรั้วคอก ไก่กองอยู่มุมเล้า คำถามแรกที่ตามมาคือ "จะเอาซากไปไว้ไหน" และคำถามที่สองคือ "ได้เงินชดเชยไหม" สองเรื่องนี้ผูกกันแน่นกว่าที่คิด เพราะถ้ารีบฝังซากเองก่อนมีหลักฐาน การพิสูจน์ความเสียหายตอนยื่นขอเยียวยาปศุสัตว์น้ำท่วมจะยากขึ้นมาก บทความนี้เรียงขั้นตอนตามลำดับเวลาจริง ตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่พบซาก จนถึงการยื่นขอชดเชย โดยใช้เฉพาะข้อมูลที่ยืนยันได้จากเอกสารราชการและการแถลงของกรมปศุสัตว์

ภาพรวมความเสียหายด้านปศุสัตว์ น้ำท่วม 2569

ภาพประกอบ ภาพรวมความเสียหายด้านปศุสัตว์ น้ำท่วม 2569

เพื่อให้เห็นขนาดของปัญหา ศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานข้อมูล ณ วันที่ 2 ต.ค. 2569 เวลา 15.00 น. ว่าด้านปศุสัตว์มีจังหวัดได้รับผลกระทบ 26 จังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบ 14,359 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบรวม 12,574,982 ตัว และแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ได้รับผลกระทบ 1,715 ไร่ ในจำนวนนี้มีเกษตรกร 48 รายที่สัตว์ตายหรือสูญหายรวม 3,903,831 ตัว แบ่งเป็นโค 3,423 ตัว กระบือ 2 ตัว สุกร 9,028 ตัว แพะ/แกะ 5 ตัว และสัตว์ปีก 3,891,373 ตัว ตัวเลขนี้บอกเราว่าความสูญเสียส่วนใหญ่เป็นสัตว์ปีกในฟาร์มขนาดใหญ่ แต่สำหรับเกษตรกรรายย่อย การเสียวัวหนึ่งตัวก็คือทุนทั้งปี

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือกรณีจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อ 6 ต.ค. 2569 ฟาร์มสุกรขุนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งมีสุกรจมน้ำตายประมาณ 2,000 ตัว เจ้าหน้าที่เลือกเคลื่อนย้ายสุกรที่ยังมีชีวิตออกจากพื้นที่เสี่ยงเป็นลำดับแรก แล้วจึงจัดการซากตามหลักสุขาภิบาล โดยใช้กำลังกว่า 50 นาย รถบรรทุก 6 ล้อ 5 คัน รถตัก 1 คัน รถแบคโฮสำหรับขุดหลุมฝังกลบ และเรือท้องแบน ลำเลียงซากไปฝังกลบตามหลักวิชาการสัตวแพทย์แล้ว 50 ตัว พร้อมฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณฟาร์ม แหล่งน้ำ และพื้นที่โดยรอบ ลำดับนี้คือ "ช่วยตัวที่ยังรอดก่อน แล้วค่อยจัดการซาก" ซึ่งเกษตรกรรายย่อยควรใช้ลำดับเดียวกัน

ขั้นตอนจัดการเมื่อสัตว์ตายจากน้ำท่วม เรียงตามลำดับเวลา

ขั้นที่ 1: ย้ายสัตว์ที่ยังมีชีวิตออกก่อน

อย่าเพิ่งเสียแรงลากซาก ถ้ายังมีตัวที่รอดยืนแช่น้ำอยู่ ให้ย้ายขึ้นที่สูงและแยกออกจากบริเวณที่มีซาก สัตว์ที่ยืนอยู่ใกล้ซากเน่าและกินน้ำขังรอบ ๆ มีโอกาสติดโรคตามมา หน้าโรคและสุขภาพสัตว์ของกรมปศุสัตว์ระบุว่าเชื้อเลปโตสไปร่า (โรคฉี่หนู) อยู่ในดินหรือในน้ำได้นานถึง 6 เดือน และฝูงสัตว์ได้รับเชื้อจากการเล็มหญ้า ดื่มน้ำที่ปนเปื้อน หรือกินอาหารที่ปนเปื้อนปัสสาวะหนู

ขั้นที่ 2: เก็บหลักฐานก่อนแตะซาก

ก่อนเคลื่อนย้ายซากแม้แต่ตัวเดียว ให้ถ่ายรูปและวิดีโอเก็บไว้ในมือถือ เพราะเงื่อนไขของรัฐคือ "มีความเสียหายจริง" และจ่ายตามจำนวนที่เสียหายจริง หลักฐานที่ควรมีคือ

  • รูปซากแต่ละตัวให้เห็นทั้งตัว ถ้าเป็นโค กระบือ ให้ถ่ายเบอร์หู ตำหนิ หรือสีที่ระบุตัวได้
  • รูปมุมกว้างที่เห็นคอก โรงเรือน หรือระดับน้ำ เพื่อยืนยันว่าตายในพื้นที่น้ำท่วม
  • บันทึกจำนวนแยกตามชนิดและช่วงอายุ เพราะอัตราชดเชยแบ่งตามอายุ เช่น โคต่ำกว่า 6 เดือน กับโคเกิน 2 ปี ได้ไม่เท่ากัน
  • เปิดตำแหน่ง (location) ในกล้องมือถือไว้ หรือถ่ายรูปป้ายบ้านเลขที่/จุดสังเกตให้ติดอยู่ในภาพ
  • ถ้ามีเพื่อนบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยตอนนับ ให้ถ่ายติดไว้ด้วย

จากประสบการณ์ภาคสนาม สัตว์ปีกเป็นกลุ่มที่นับพลาดบ่อยที่สุด เพราะกองรวมกันและเริ่มเน่าเร็ว วิธีที่ช่วยได้คือนับแยกเป็นกอง กองละเท่า ๆ กัน แล้วถ่ายรูปทีละกองก่อนจะขนออก

ขั้นที่ 3: แจ้งหน่วยงาน อย่าฝังเองเงียบ ๆ

กรมปศุสัตว์ขอให้เกษตรกรและประชาชนที่พบซากสัตว์หรือต้องการความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ ติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ซึ่งเปิดรับแจ้งตลอด 24 ชั่วโมง สื่อบางแห่งรายงานเบอร์ติดต่อกรมปศุสัตว์ไว้ที่ 0 2653 4444 ต่อ 3315 แต่ช่องทางที่ใกล้ตัวและรู้จักพื้นที่ที่สุดคือปศุสัตว์อำเภอ การแจ้งตั้งแต่ต้นมีประโยชน์สองชั้น คือได้คำแนะนำเรื่องจุดฝังกลบ และมีบันทึกว่าคุณแจ้งความเสียหายไว้แล้ว

ขั้นที่ 4: กำจัดซากสัตว์น้ำท่วมตามหลักสุขาภิบาล

แนวทางที่กรมปศุสัตว์ใช้จริงในปี 2569 คือ "ฝังกลบตามหลักวิชาการสัตวแพทย์" แล้ว "ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ" บริเวณฟาร์ม แหล่งน้ำ และพื้นที่โดยรอบ ส่วนรายละเอียดเชิงเทคนิค เช่น ความลึกหลุม ปริมาณปูน หรือระยะห่างจากแหล่งน้ำ ยังไม่พบเอกสารทางการปี 2569 ที่ระบุไว้ บทความนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขเหล่านั้น ให้สอบถามปศุสัตว์อำเภอว่าในพื้นที่ของคุณควรฝังที่ไหน อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อดินยังชุ่มน้ำและระดับน้ำใต้ดินสูง

หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ควรถือไว้ระหว่างรอเจ้าหน้าที่

  • สวมถุงมือยางและรองเท้าบูทเมื่อจับซากหรือเดินลุยน้ำขังในคอก ลดการสัมผัสเชื้อจากน้ำและดิน
  • ห้ามนำซากสัตว์ที่ตายจากน้ำท่วมไปชำแหละขายหรือบริโภค เพราะไม่รู้สาเหตุการตายและอาจมีเชื้อโรค
  • ห้ามทิ้งซากลงแม่น้ำ คลอง หรือปล่อยลอยไปตามน้ำ เพราะเป็นการกระจายเชื้อไปยังหมู่บ้านปลายน้ำ
  • รวบรวมซากไว้จุดเดียวที่น้ำไม่ท่วมซ้ำ ห่างจากบ่อน้ำใช้ของบ้าน แล้วรอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
  • ถ้าซากมีจำนวนมากเกินกำลัง แจ้งปศุสัตว์อำเภอให้ประสานเครื่องจักร เช่นที่ปราจีนบุรีใช้รถแบคโฮขุดหลุมฝังกลบ

ขั้นที่ 5: เฝ้าดูสัตว์ที่รอดและแจ้งอาการผิดปกติทันที

หลังน้ำลดคือช่วงที่โรคตามมา กรมปศุสัตว์ระบุโรคช่วงฤดูฝน เช่น โรคพยาธิ ท้องอืด ไข้สามวัน ปากและเท้าเปื่อย คอบวม ตาอักเสบติดต่อในโค กีบเน่า และโรคฉี่หนู โดยเฉพาะโรคคอบวมในโค กระบือ ถ้าเป็นแบบเฉียบพลันอาจตายภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมง อาการที่สังเกตได้คือหายใจหอบลึกมีเสียงดัง คอและหน้าบวมแข็ง เมื่อพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ในท้องที่และแยกสัตว์ป่วยออกจากฝูง ถ้ามีตัวตายเพิ่มในช่วงนี้ อย่าลืมถ่ายรูปและแจ้งเพิ่มเหมือนขั้นที่ 2 และ 3 เพราะเป็นความเสียหายต่อเนื่องที่ควรอยู่ในบันทึก

สัตว์ตายจากน้ำท่วม เยียวยาได้เท่าไหร่

อัตราทางการมาจาก "หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569" ประกาศเมื่อ 21 สิงหาคม 2569 ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564 ข้อ 5.3.3 ระบุว่ากรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย "ให้ช่วยเหลือตามจำนวนที่เสียหายจริง แต่ไม่เกินเกณฑ์การช่วยเหลือที่กำหนด" อัตราต่อตัวด้านล่างคือเพดานสูงสุด ไม่ใช่ยอดที่ได้อัตโนมัติ

ชนิดสัตว์อัตราตัวละไม่เกิน (บาท) ตามช่วงอายุไม่เกินต่อราย
โคต่ำกว่า 6 เดือน 13,000 · 6 เดือน–1 ปี 22,000 · เกิน 1–2 ปี 29,000 · เกิน 2 ปี 35,0005 ตัว
กระบือต่ำกว่า 6 เดือน 15,000 · 6 เดือน–1 ปี 24,000 · เกิน 1–2 ปี 32,000 · เกิน 2 ปี 39,0005 ตัว
สุกร1–30 วัน 1,500 · เกิน 30 วัน 3,00010 ตัว
แพะ / แกะ1–30 วัน 1,500 · เกิน 30 วัน 3,00010 ตัว
ไก่พื้นเมือง / ไก่งวง1–21 วัน 30 · เกิน 21 วัน 80300 ตัว
ไก่ไข่1–21 วัน 30 · เกิน 21 วัน 1001,000 ตัว
ไก่เนื้อ1–21 วัน 20 · เกิน 21 วัน 501,000 ตัว
เป็ดไข่1–21 วัน 30 · เกิน 21 วัน 1001,000 ตัว
เป็ดเนื้อ / เป็ดเทศ1–21 วัน 30 · เกิน 21 วัน 801,000 ตัว
นกกระทา1–21 วัน 10 · เกิน 21 วัน 301,000 ตัว
นกกระจอกเทศ5,00010 ตัว
ห่าน100300 ตัว

ตารางนี้ถอดจากเอกสารต้นฉบับที่เป็นภาพสแกน ก่อนยื่นเรื่องควรยืนยันตัวเลขกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภออีกครั้ง นอกจากเงินค่าสัตว์ตาย หลักเกณฑ์เดียวกันยังมีความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องอีก 3 ส่วน

  • แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ ที่ตายหรือเสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้ ไร่ละ 3,180 บาท ไม่เกินรายละ 30 ไร่
  • ความช่วยเหลือเป็นสิ่งของ คือจัดหาอาหารสัตว์ วัคซีนและเวชภัณฑ์รักษาสัตว์ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ที่รอด
  • ค่าจ้างเหมารถและเรือของเอกชน เพื่อขนย้ายสัตว์หรือขนเสบียงอาหารสัตว์ จ่ายเป็นรายวันตามราคาท้องถิ่น

ตัวอย่างการคำนวณ (เป็นตัวอย่างเพื่อความเข้าใจเท่านั้น)

สมมติเกษตรกรรายหนึ่งมีโคอายุเกิน 2 ปีตาย 2 ตัว ลูกโคอายุต่ำกว่า 6 เดือนตาย 1 ตัว และสุกรอายุเกิน 30 วันตาย 4 ตัว ยอดสูงสุดตามเพดานจะเป็น (2 × 35,000) + (1 × 13,000) + (4 × 3,000) = 70,000 + 13,000 + 12,000 = 95,000 บาท ยอดที่ได้จริงขึ้นกับผลตรวจสอบความเสียหายของเจ้าหน้าที่ และถ้ามีโคตายเกิน 5 ตัว หรือสุกรตายเกิน 10 ตัว ส่วนที่เกินจะไม่อยู่ในเกณฑ์ต่อราย

เงื่อนไขและขั้นตอนขอชดเชย

เงื่อนไขที่ตัดสิทธิ์คนมากที่สุดคือเรื่องทะเบียน เอกสารหลักเกณฑ์ข้อ 5 ระบุให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ "ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับหน่วยงานที่กำกับดูแลแต่ละด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้น" ผู้เลี้ยงสัตว์จึงต้องมีชื่อในทะเบียนของกรมปศุสัตว์ก่อนน้ำมา

ลำดับสิ่งที่ต้องทำจุดตัดสินใจ / ข้อควรรู้
1เช็กว่าตัวเองขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสัตว์กับกรมปศุสัตว์ไว้แล้วหรือยังถ้าขึ้นทะเบียนหลังเกิดภัย จะไม่เข้าเงื่อนไขของหลักเกณฑ์
2แจ้งความเสียหายที่ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด หรือแอป DLD 4.0แจ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอป
3เตรียมรูปถ่ายซาก จำนวนแยกชนิด/อายุ และข้อมูลที่ตั้งฟาร์มอัตราแบ่งตามอายุ จดอายุให้ใกล้ความจริงที่สุด
4รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและติดตามผลการช่วยเหลือจ่ายตามจำนวนที่เสียหายจริง ไม่เกินเพดาน

เรื่องชื่อแบบฟอร์ม ข้อมูลที่ยืนยันได้ตอนนี้คือแบบ กษ 01 ใช้กับด้านประมง ส่วนด้านปศุสัตว์ยังไม่พบชื่อแบบฟอร์มเฉพาะของกรมปศุสัตว์ที่ประกาศชัด ให้ถามปศุสัตว์อำเภอว่าต้องกรอกแบบใด รวมถึงวันปิดรับเรื่องและขั้นตอนอุทธรณ์ซึ่งยังไม่มีประกาศที่ยืนยันได้ งบที่ใช้จ่ายมาจากเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568

ถ้าบ้านของคุณเสียหายด้วย สิทธิด้านครัวเรือนแยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อ่านภาพรวมได้ที่ คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569 เงินเยียวยา สิทธิ และขั้นตอน และดูข้อมูลรวมทุกด้านของเกษตรกรได้ที่ ศูนย์รวมข้อมูลเกษตรกรน้ำท่วม 2569

แยกตามชนิดสัตว์ อะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • โค กระบือ: มูลค่าต่อตัวสูงและเพดานต่อรายอยู่ที่ 5 ตัว หลักฐานที่ระบุตัวสัตว์ได้จึงสำคัญมาก ส่วนตัวที่รอดให้เฝ้าระวังโรคคอบวม อ่านต่อเรื่องการดูแลที่ วัวควายน้ำท่วม อพยพและดูแลอย่างไรให้รอด
  • สุกร: ฟาร์มที่มีซากจำนวนมากควรให้เจ้าหน้าที่เข้าจัดการและฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรอบฟาร์มและแหล่งน้ำ เพดานต่อรายอยู่ที่ 10 ตัว ดูการฟื้นฟูฟาร์มที่ หมูน้ำท่วม ดูแลฟาร์มและป้องกันโรคหลังน้ำลดอย่างไร
  • ไก่ เป็ด: เพดานคิดเป็นหลักร้อยถึงหลักพันตัว แต่อัตราต่อตัวต่ำ การนับให้ครบและแยกช่วงอายุ 1–21 วัน กับเกิน 21 วัน มีผลกับยอดรวมโดยตรง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รีบฝังซากก่อนถ่ายรูป ทำให้ไม่มีหลักฐานจำนวนและชนิดสัตว์ตอนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
  • นับรวมทุกตัวเป็นก้อนเดียว ไม่แยกอายุ ทั้งที่อัตราของโค กระบือ สุกร และสัตว์ปีกต่างกันตามช่วงอายุ
  • ทิ้งซากลงคลองหรือปล่อยลอยไปกับน้ำ ซึ่งเป็นการแพร่เชื้อไปยังพื้นที่อื่น
  • นำซากสัตว์ตายไปชำแหละกินหรือขาย ทั้งที่ไม่รู้สาเหตุการตาย
  • เข้าใจว่าขึ้นทะเบียนหลังน้ำท่วมแล้วยังได้สิทธิ์ ทั้งที่หลักเกณฑ์กำหนดให้ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยเท่านั้น
  • เชื่ออัตราชดเชยจากโพสต์โซเชียลที่ไม่ระบุที่มา แทนที่จะถามปศุสัตว์อำเภอโดยตรง
  • ลืมแจ้งความเสียหายรอบสอง เมื่อสัตว์ที่รอดป่วยตายตามมาหลังน้ำลด

สรุป

เมื่อสัตว์ตายจากน้ำท่วม ลำดับที่ถูกคือ ย้ายตัวที่รอดก่อน ถ่ายรูปและนับซากแยกชนิด/อายุ แจ้งปศุสัตว์อำเภอหรือแอป DLD 4.0 แล้วให้กำจัดซากด้วยการฝังกลบตามหลักวิชาการสัตวแพทย์และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เงินชดเชยจ่ายตามจำนวนที่เสียหายจริงแต่ไม่เกินเพดานในหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 และสิทธิ์ทั้งหมดขึ้นกับการขึ้นทะเบียนไว้ก่อนเกิดภัย ตัวเลขทุกตัวควรยืนยันกับปศุสัตว์อำเภออีกครั้งก่อนยื่นเรื่อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (เผยแพร่โดยกรมประมง) — หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ พ.ศ. 2569 ข้อ 5.3 อัตราช่วยเหลือปศุสัตว์ https://www4.fisheries.go.th/local/file_document/20260824100414_1_file.pdf
  • 📄กรมประมง — ประกาศส่งสำเนาหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 (25 ส.ค. 2569) https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_blog/1245/299893
  • 📄Thai PBS — ช่องทางแจ้งขอความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์และแอป DLD 4.0 (27 ก.ย. 2569) https://www.thaipbs.or.th/news/content/558710
  • 📄เดลินิวส์ — กรณีฟาร์มสุกรปราจีนบุรีและการจัดการซาก (6 ต.ค. 2569) https://dailynews.co.th/news/6251386
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ — ข้อมูลความเสียหายด้านปศุสัตว์ ณ 2 ต.ค. 2569 https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/670571
  • 📄สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ — โรคสัตว์ช่วงฤดูฝน https://niah.dld.go.th/index.php/th/news-head/animal-disease-warning/phon
  • 📄Real News Thailand — เบอร์ติดต่อกรมปศุสัตว์ https://www.realnewsthailand.net/article/73533/

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

สัตว์ตายจากน้ำท่วม ต้องแจ้งใคร

แจ้งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ซึ่งรับแจ้งตลอด 24 ชั่วโมง

ฝังซากเองได้ไหม

แนวทางที่กรมปศุสัตว์ใช้คือฝังกลบตามหลักวิชาการสัตวแพทย์และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ยังไม่มีเอกสารทางการปี 2569 ระบุสเปกหลุม ควรแจ้งและขอคำแนะนำจากปศุสัตว์อำเภอก่อน และถ่ายรูปเก็บหลักฐานก่อนฝังทุกครั้ง

วัวตายจากน้ำท่วม ได้ชดเชยตัวละเท่าไหร่

ตามหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2569 โคต่ำกว่า 6 เดือน ตัวละไม่เกิน 13,000 บาท, 6 เดือน–1 ปี 22,000 บาท, เกิน 1–2 ปี 29,000 บาท และเกิน 2 ปี 35,000 บาท ไม่เกินรายละ 5 ตัว จ่ายตามความเสียหายจริง

ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ ขอชดเชยได้ไหม

หลักเกณฑ์กำหนดให้ช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนไว้ก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้น หากไม่แน่ใจสถานะของตัวเอง ให้สอบถามปศุสัตว์อำเภอ

นอกจากเงินค่าสัตว์ตาย มีความช่วยเหลืออื่นไหม

มีอาหารสัตว์ วัคซีนและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ที่รอด แปลงหญ้าที่เสียหายจนฟื้นฟูไม่ได้ไร่ละ 3,180 บาท ไม่เกิน 30 ไร่ และค่าจ้างรถหรือเรือเอกชนขนย้ายสัตว์ตามราคาท้องถิ่น

หลักเกณฑ์นี้ใช้กับน้ำท่วมช่วงไหน

ใช้กับภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2564