คำตอบเร็ว: โรค PRRS (Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome) หรือที่เกษตรกรไทยเรียกกันทั่วไปว่า "โรคหูเขียว" เกิดจากไวรัสในกลุ่ม Arterivirus ทำให้แม่สุกรแท้งลูกหรือคลอดลูกอ่อนแอ ส่วนสุกรรุ่น-ขุนจะมีอาการทางเดินหายใจ ซึม เบื่ออาหาร ไข้สูง แพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรง ละอองอากาศ น้ำเชื้อผสมเทียม และพาหะอย่างรถขนส่งหรือรองเท้าที่ปนเปื้อน มาตรการป้องกันหลักคือระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosecurity) ที่เข้มงวด ควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม กักโรคสุกรใหม่ก่อนนำเข้าฝูง และทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทุกจุดสัมผัส
ฟาร์มสุกรหลายแห่งเจอปัญหาแม่พันธุ์แท้งลูกผิดปกติหรือคลอดลูกอ่อนแอตายเร็วโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด บางฟาร์มสุกรรุ่นก็ป่วยเป็นชุด ๆ มีไข้ ไอ ซึม กินอาหารน้อยลงพร้อมกันหลายตัว ทำให้ต้นทุนอาหารและยาพุ่งสูงขึ้นโดยที่ผลผลิตกลับลดลง สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเหล่านี้ในฟาร์มสุกรไทยคือโรค PRRS ซึ่งเป็นโรคที่ควบคุมยากเพราะไวรัสแพร่กระจายได้หลายช่องทางพร้อมกัน บทความนี้จะอธิบายว่า PRRS คืออะไร แพร่ระบาดอย่างไร อาการที่สังเกตได้ และมาตรการป้องกันที่ฟาร์มควรทำจริง
PRRS คืออะไร เกิดจากอะไร และแพร่ระบาดอย่างไร
PRRS ย่อมาจาก Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome หรือโรคระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจในสุกร เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Arterivirus ซึ่งวงการเลี้ยงสุกรไทยมักเรียกกันด้วยชื่อสามัญว่า "โรคหูเขียว" เพราะสุกรบางตัวที่ป่วยรุนแรงจะมีอาการหูคล้ำหรือเขียวคล้ำจากการไหลเวียนเลือดผิดปกติ เชื้อไวรัสนี้แพร่กระจายได้หลายทาง ทั้งการสัมผัสโดยตรงระหว่างสุกรป่วยกับสุกรปกติ ผ่านละอองอากาศในระยะใกล้ ผ่านน้ำเชื้อจากการผสมเทียม และผ่านพาหะภายนอกอย่างรถขนส่งอาหาร รองเท้าบูท หรือมือของคนงานที่ปนเปื้อนเชื้อจากฟาร์มอื่น ทำให้แม้ฟาร์มที่ดูแลดีก็ยังเสี่ยงติดเชื้อได้หากควบคุมคนและพาหนะเข้า-ออกไม่รัดกุมพอ
อาการในสุกรที่ติดเชื้อ PRRS แยกตามกลุ่มอายุ
อาการของ PRRS แตกต่างกันชัดเจนตามกลุ่มสุกรที่ติดเชื้อ ทำให้บางฟาร์มไม่ทันสังเกตว่าเป็นโรคเดียวกันที่กำลังระบาดอยู่ในฝูง
| กลุ่มสุกร | อาการที่พบ |
|---|---|
| แม่สุกรอุ้มท้อง | แท้งลูกในช่วงท้ายของการตั้งท้อง คลอดก่อนกำหนด ลูกอ่อนแอหรือตายคลอด |
| ลูกสุกรแรกเกิด | อ่อนแอ กินนมไม่ดี อัตราตายก่อนหย่านมสูงกว่าปกติ |
| สุกรรุ่น-ขุน | ไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร หายใจลำบาก ไอ การเจริญเติบโตช้าลง |
| พ่อพันธุ์ | คุณภาพน้ำเชื้อลดลง อาจแพร่เชื้อผ่านการผสมเทียมได้แม้ไม่แสดงอาการชัดเจน |
จุดที่ต้องระวังคือสุกรบางตัวติดเชื้อแล้วไม่แสดงอาการชัดเจนแต่ยังแพร่เชื้อได้ ทำให้การพึ่งสายตาสังเกตอาการอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วยเมื่อสงสัยการระบาด
มาตรการป้องกัน PRRS ในฟาร์มสุกร
- ควบคุมคนและยานพาหนะเข้า-ออกฟาร์ม จัดจุดเปลี่ยนรองเท้าบูทฟาร์มและชุดปฏิบัติงานก่อนเข้าโซนเลี้ยง ไม่ให้รถขนส่งจากฟาร์มอื่นเข้าใกล้คอกโดยไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
- กักโรคสุกรใหม่ก่อนนำเข้าฝูง แยกเลี้ยงในพื้นที่ต่างหากอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์และสังเกตอาการก่อนรวมฝูง
- ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อคอกอย่างสม่ำเสมอ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อคอกสัตว์ล้างพื้นคอกและอุปกรณ์ระหว่างรอบการเลี้ยง โดยเฉพาะก่อนนำสุกรชุดใหม่เข้าคอก
- จัดระบบการเลี้ยงแบบเข้า-ออกพร้อมกันทั้งรุ่น (all-in all-out) ลดโอกาสที่สุกรต่างอายุปะปนกันจนเชื้อแพร่ข้ามรุ่น
- ปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องแผนวัคซีนที่เหมาะกับฟาร์ม เนื่องจากการใช้วัคซีน PRRS ต้องพิจารณาสายพันธุ์ไวรัสในพื้นที่และสถานะฝูงร่วมกับสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเสมอ ไม่ควรตัดสินใจใช้เองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ผลกระทบต่อผลผลิตถ้าฟาร์มมีการระบาด
เมื่อ PRRS ระบาดในฟาร์ม ผลกระทบที่เห็นชัดที่สุดคือจำนวนลูกสุกรต่อครอกลดลงจากอัตราแท้งและคลอดก่อนกำหนดที่สูงขึ้น อัตราการตายของลูกสุกรก่อนหย่านมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สุกรรุ่น-ขุนที่ติดเชื้อจะโตช้าลง อัตราการแลกเนื้อ (feed conversion) แย่ลง เพราะพลังงานส่วนหนึ่งถูกใช้ต่อสู้กับการติดเชื้อแทนการเจริญเติบโต นอกจากนี้สุกรที่ป่วยด้วย PRRS มักมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงจนติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น ทำให้ต้นทุนค่ายาและอัตราการสูญเสียโดยรวมของฟาร์มสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ผู้เลี้ยงจึงควรบันทึกข้อมูลอัตราแท้ง อัตราตายลูกสุกร และอัตราการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอเพื่อสังเกตความผิดปกติได้เร็ว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการรับมือ PRRS
- ไม่กักโรคสุกรใหม่ก่อนรวมฝูง นำสุกรจากแหล่งอื่นเข้าคอกทันทีโดยไม่สังเกตอาการล่วงหน้า
- ปล่อยให้รถขนส่งอาหารหรือรถรับซื้อสุกรเข้าใกล้คอกโดยไม่ผ่านจุดฆ่าเชื้อ เป็นช่องทางแพร่เชื้อที่พบบ่อยที่สุด
- ใช้รองเท้าบูทหรืออุปกรณ์เดียวกันเดินข้ามระหว่างโรงเรือนโดยไม่ทำความสะอาด พาเชื้อจากคอกป่วยไปติดคอกปกติ
- สังเกตแค่สุกรที่แสดงอาการชัดเจน โดยไม่ตระหนักว่าสุกรบางตัวติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการแต่ยังแพร่เชื้อได้
- ตัดสินใจใช้วัคซีนหรือยาเองโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ อาจเลือกใช้ไม่ตรงกับสายพันธุ์ไวรัสในพื้นที่
สรุป
PRRS เป็นโรคไวรัสที่ส่งผลกระทบทั้งด้านระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจของสุกร แพร่กระจายได้หลายช่องทางทำให้ควบคุมยากหากฟาร์มไม่มีระบบ biosecurity ที่รัดกุม หัวใจสำคัญของการป้องกันคือการควบคุมคนและพาหนะเข้า-ออกฟาร์ม กักโรคสุกรใหม่ก่อนรวมฝูง และทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องแผนวัคซีนที่เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละฟาร์ม ผู้เลี้ยงที่สนใจข้อมูลโรคสัตว์อื่นเพิ่มเติมสามารถดูได้ในหมวด โรคและการดูแล
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมปศุสัตว์ — ข้อมูลโรค PRRS ในสุกรและมาตรการเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลผลกระทบโรคระบาดสัตว์ต่อผลผลิตปศุสัตว์
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
โรคราสีชมพูในสวนทุเรียนและยางพารา สังเกตอาการอย่างไร ป้องกันแบบไหนได้ผล
เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและชาวสวนยางพาราหลายรายเจอปัญหากิ่งแห้งตายทั้งที่ใบยังเขียวสมบูรณ์อยู่ด้านล่าง เมื่อสังเกตใกล้ๆ จะพบคราบสีชมพูอมส้มเกาะอยู่ตามผิว
โรคโคนเน่าปาล์มน้ำมันจากเชื้อ Ganoderma สังเกตอาการและป้องกันอย่างไร
เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแปลงที่เคยปลูกปาล์มรุ่นเก่ามาก่อน มักเจอปัญหาต้นปาล์มที่เคยให้ผลผลิตดีเริ่มทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ใบยอดเหลือ
โรคราน้ำค้างในข้าวโพด สังเกตอาการเริ่มต้นอย่างไร ป้องกันแบบไหนได้ผล
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลายรายเจอปัญหาต้นข้าวโพดแคระแกร็นไม่โตตามปกติ ใบมีลายทางสีขาวหรือเหลืองซีดเป็นแนวขนานกับเส้นใบตั้งแต่ระ
โรคเต้านมอักเสบในโคนม สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกัน
เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมหลายรายเจอปัญหาน้ำนมที่รีดออกมาผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นลิ่มเลือดปนในน้ำนม น้ำนมเป็นก้อนคล้ายเนยแข็ง หรือสีน้ำนมที่เปลี่ยนไปจากสีขาวครี
โรคตัวแดงดวงขาว (WSSV) ในกุ้งป้องกันอย่างไรให้ฟาร์มปลอดภัย
เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวและกุ้งกุลาดำจำนวนไม่น้อยเคยเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน คือกุ้งในบ่อว่ายขึ้นมาเกาะขอบบ่อในเวลากลางวันซึ่งผิดธรรมชาติ ลำตัวเปลี่ยนเป
โรคจุดขาว (Ich) ในปลานิล สังเกตอาการและรักษาอย่างไร
สังเกตอาการโรคจุดขาว (Ich) ในปลานิล สาเหตุจากปรสิตและคุณภาพน้ำ วิธีรักษาด้วยการปรับอุณหภูมิ-ความเค็ม และป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กรงไก่ขนาดใหญ่ ใช้งานได้หลากหลาย ประกอบง่าย มีล้อเลื่อน กันน้ำ กลางแจ้ง ฟาร์ม สวนหลังบ้าน พร้อมตาข่ายและฝาครอบ เล้าไก่
ดูรายละเอียด
กรงไก่แบบปล่อยอิสระ อุโมงค์ กรงไก่และกระต่าย กรงเลี้ยงในสวนหลังบ้าน ฟาร์ม ลู่วิ่งปศุสัตว์ขนาดใหญ่
ดูรายละเอียด![Zagro พริมโซ่ [ขนาด 1 ลิตร ] อะซีโทคลอร์ 50% EC คุมหญ้าก่อนปลูก ใน อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง พริก](/_next/image?url=%2Fimages%2Fproducts%2F27424125085.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_5m9YGeLthSnbjAcMLaZk9ipd3KhA)
Zagro พริมโซ่ [ขนาด 1 ลิตร ] อะซีโทคลอร์ 50% EC คุมหญ้าก่อนปลูก ใน อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง พริก
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
PRRS คือโรคเดียวกับที่เรียกว่าโรคหูเขียวหรือไม่
ใช่ PRRS เป็นชื่อทางวิชาการของโรคระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจในสุกร ส่วน "โรคหูเขียว" เป็นชื่อสามัญที่เกษตรกรไทยเรียกกันเพราะสุกรป่วยรุนแรงบางตัวมีอาการหูคล้ำเขียว
PRRS แพร่จากฟาร์มหนึ่งไปอีกฟาร์มหนึ่งได้อย่างไร
แพร่ผ่านการสัมผัสโดยตรงระหว่างสุกร ละอองอากาศในระยะใกล้ น้ำเชื้อผสมเทียม และพาหะภายนอกอย่างรถขนส่ง รองเท้า และอุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเชื้อจากฟาร์มอื่น
ลูกสุกรที่แม่ติดเชื้อ PRRS ระหว่างท้องจะเป็นอย่างไร
มักคลอดก่อนกำหนด อ่อนแอ กินนมไม่ดี และมีอัตราตายก่อนหย่านมสูงกว่าลูกสุกรจากแม่ที่ไม่ติดเชื้อ
ฟาร์มขนาดเล็กจำเป็นต้องทำ biosecurity เข้มงวดเท่าฟาร์มใหญ่ไหม
จำเป็น เพราะไวรัส PRRS ไม่ได้เลือกขนาดฟาร์ม ฟาร์มขนาดเล็กที่ควบคุมคนและพาหนะเข้า-ออกไม่รัดกุมก็มีความเสี่ยงติดเชื้อได้เช่นกัน มาตรการพื้นฐานอย่างจุดฆ่าเชื้อและกักโรคสุกรใหม่ทำได้แม้ในฟาร์มขนาดเล็ก
ควรฉีดวัคซีน PRRS เองหรือต้องปรึกษาสัตวแพทย์
ควรปรึกษาสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเสมอ เพราะการเลือกชนิดวัคซีนต้องพิจารณาสายพันธุ์ไวรัสที่ระบาดในพื้นที่และสถานะสุขภาพของฝูงประกอบกัน การตัดสินใจใช้เองอาจไม่ได้ผลตามที่ต้องการ
