คำตอบสั้น ๆ
ไตรโคเดอร์มาคุมโรครากเน่าโคนเน่าจากเชื้อราในดิน บทความนี้อธิบายอัตราใช้แต่ละรูปแบบ วิธีขยายเชื้อในข้าวสุก ข้อจำกัดที่ทำไม่ได้ และจุดขอเชื้อฟรีจากหน่วยงานรัฐ
คำตอบเร็ว: ไตรโคเดอร์มาคือเชื้อราปฏิปักษ์ที่ใช้คุมโรคพืชที่เกิดจาก "เชื้อราในดิน" เท่านั้น เช่น รากเน่า โคนเน่า เน่าคอดิน และเหี่ยวจากฟูซาเรียม มันไม่ฆ่าแมลง ไม่คุมโรคจากแบคทีเรียหรือไวรัส และไม่ใช่ยารักษาต้นที่รากเน่าไปมากแล้ว วิธีใช้หลักมีสามแบบคือคลุกเมล็ด รองก้นหลุมผสมปุ๋ยหมักในอัตรา 1 ต่อ 4 ต่อ 100 และราดโคนด้วยเชื้อสดผสมน้ำ โดยขอหัวเชื้อหรือเชื้อสดได้ฟรีจากศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน สำนักงานเกษตรอำเภอ และศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชในเขตของคุณ
ไตรโคเดอร์มาเป็นชีวภัณฑ์ที่เกษตรกรไทยพูดถึงมากที่สุดตัวหนึ่ง แต่ก็เป็นตัวที่ใช้ผิดมากที่สุดเช่นกัน ปัญหาที่พบซ้ำ ๆ คือซื้อมาแล้วพ่นเหมือนยา พ่นกลางแดด พ่นผสมรวมถังกับสารป้องกันกำจัดเชื้อรา แล้วสรุปว่าไม่ได้ผล ทั้งที่จริงแล้วเชื้อตายไปตั้งแต่ยังอยู่ในถังพ่น
บทความนี้เจาะเฉพาะไตรโคเดอร์มาในฐานะเครื่องมือจัดการโรคที่มาจากดิน ไม่รวมเรื่องการกำจัดแมลง เพราะเชื้อราที่ใช้กำจัดแมลงเป็นคนละกลุ่มกันโดยสิ้นเชิง ถ้าปัญหาของคุณคือเพลี้ยหรือหนอน ให้ดูบทความเรื่องชีวภัณฑ์กำจัดแมลงในหมวด โรคและการดูแล แทน
ไตรโคเดอร์มาคืออะไร ทำงานอย่างไรในดิน
ไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) เป็นเชื้อราที่พบได้ตามธรรมชาติในดินที่มีอินทรียวัตถุสูง สายพันธุ์ที่หน่วยงานวิจัยของไทยคัดเลือกและส่งเสริมให้ใช้กันแพร่หลายคือกลุ่ม Trichoderma harzianum ซึ่งกรมวิชาการเกษตรและสถาบันการศึกษาด้านโรคพืชได้คัดสายพันธุ์ที่ควบคุมเชื้อโรคพืชในดินได้ดีไว้แล้ว ก่อนขอเชื้อควรสอบถามว่าเชื้อที่ได้รับเป็นสายพันธุ์ที่หน่วยงานรับรองในปีปัจจุบันหรือไม่
กลไกการทำงานของมันมีสี่ทางพร้อมกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงต้องมีชีวิตอยู่จริงในดินจึงจะได้ผล
- แย่งพื้นที่และอาหาร เส้นใยไตรโคเดอร์มาเจริญเร็วมาก เข้ายึดครองผิวรากและเศษอินทรียวัตถุก่อนที่เชื้อโรคจะตั้งตัวได้
- เข้าทำลายเชื้อโรคโดยตรง เส้นใยพันรัดเส้นใยของเชื้อโรคแล้วปล่อยเอนไซม์ย่อยผนังเซลล์ของเชื้อโรค
- สร้างสารยับยั้ง ปล่อยสารที่ยับยั้งการงอกของสปอร์เชื้อโรคบริเวณรอบราก
- กระตุ้นความต้านทานของพืช ทำให้พืชสร้างกลไกป้องกันตัวเองไว้ล่วงหน้า
สี่ข้อนี้อธิบายหลักการใช้ทั้งหมดในบทความนี้ คือต้องใส่ "ก่อน" ที่เชื้อโรคจะยึดพื้นที่ ต้องมีอินทรียวัตถุให้มันกิน และต้องไม่มีสารที่ฆ่ามันอยู่ในดินหรือในถังพ่น
คุมโรคอะไรได้บ้าง และคุมอะไรไม่ได้
โรคที่ไตรโคเดอร์มาใช้ได้ผล
- เน่าคอดินและกล้าเน่ายุบ จากเชื้อ Pythium และ Rhizoctonia ในแปลงกล้าผักและกล้าไม้ผล เป็นการใช้ที่เห็นผลชัดที่สุดเพราะเป็นการป้องกันตั้งแต่ก่อนปลูก
- รากเน่าโคนเน่า จากเชื้อ Phytophthora ในทุเรียน พริกไทย ส้ม และพืชสวนอื่น ๆ ใช้ในลักษณะคุมประชากรเชื้อโรคในดินรอบทรงพุ่มอย่างต่อเนื่อง
- โรคเหี่ยวจากเชื้อรา Fusarium ในมะเขือเทศ แตงโม พริก และกล้วย
- โคนเน่าและราเม็ดผักกาด จากเชื้อ Sclerotium rolfsii ที่สร้างเม็ดสเคลอโรเทียมอยู่ในดินข้ามฤดู
- กาบใบแห้งในข้าว จากเชื้อ Rhizoctonia solani ซึ่งเชื้ออาศัยอยู่ในดินและเศษตอซัง
สิ่งที่ไตรโคเดอร์มาทำไม่ได้ ต้องเข้าใจก่อนซื้อ
- ไม่ฆ่าแมลง เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง หนอน ด้วง ไม่เกี่ยวกับไตรโคเดอร์มาเลย เป็นงานของชีวภัณฑ์กำจัดแมลงคนละกลุ่ม
- ไม่คุมโรคจากแบคทีเรีย โดยเฉพาะโรคเหี่ยวเขียวในมะเขือเทศ พริก ขิง และมันฝรั่ง ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียในดิน อาการคล้ายเหี่ยวจากเชื้อรามากจนแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า แต่ใช้ไตรโคเดอร์มาแล้วไม่ได้ผล
- ไม่คุมไวรัส โรคใบด่าง ใบหงิก ที่มีแมลงพาหะ ต้องจัดการที่แมลงพาหะและต้นเป็นโรค
- ไม่ใช่ตัวหลักของโรคทางใบ ราน้ำค้าง ราแป้ง ใบจุด แอนแทรคโนสบนผล เป็นเชื้อที่มากับลมและน้ำฝนบนส่วนเหนือดิน ไม่ใช่สนามของไตรโคเดอร์มา
- ไม่ใช่ยารักษาต้นที่ทรุดหนักแล้ว ถ้าต้นทุเรียนยืนต้นแห้งและเปลือกโคนเน่าล่อนไปมากแล้ว การราดเชื้อจะไม่ทำให้รากที่ตายฟื้นกลับมา บทบาทของมันคือป้องกันต้นที่เหลือในสวนและป้องกันการลุกลามในฤดูถัดไป
วิธีแยกอาการเบื้องต้นก่อนตัดสินใจใช้
สัญญาณที่ใช้แยกในแปลงจริงคือ ถ้าตัดลำต้นตามขวางแล้วเห็นท่อน้ำท่ออาหารเป็นสีน้ำตาลเข้ม และเมื่อแช่ก้านที่ตัดในแก้วน้ำใสแล้วมีของเหลวขุ่นขาวไหลออกมาเป็นสาย มักบ่งชี้ไปทางแบคทีเรีย ซึ่งไตรโคเดอร์มาไม่ช่วย ส่วนโรคจากเชื้อราในดินมักเริ่มจากรากฝอยเปื่อยดำและเปลือกรากลอกออกจากแกนกลางเมื่อดึง หากไม่แน่ใจ ให้ส่งตัวอย่างต้นที่เป็นโรคไปยังคลินิกพืชของสำนักงานเกษตรจังหวัดหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดเพื่อวินิจฉัยก่อน จะประหยัดกว่าการซื้อชีวภัณฑ์มาลองผิดลองถูก ดูแนวทางเบื้องต้นได้ที่ เครื่องมือตรวจอาการโรคพืชเบื้องต้น
วิธีขยายเชื้อไตรโคเดอร์มาในข้าวสุก
การขยายเชื้อเองคือเหตุผลหลักที่ชีวภัณฑ์ตัวนี้ถูกมาก เพราะหัวเชื้อบริสุทธิ์หนึ่งขวดขยายเป็นเชื้อสดได้หลายสิบถุง ต้นทุนที่เหลือคือปลายข้าวสารกับถุงพลาสติกทนร้อนเท่านั้น ขั้นตอนที่หน่วยงานส่งเสริมสอนในเวทีอบรมทั่วประเทศเป็นดังนี้
- หุงปลายข้าว ใช้ปลายข้าวสารกับน้ำในสัดส่วนประมาณ 3 ส่วนต่อ 2 ส่วน หุงให้สุกแบบร่วน ไม่แฉะและไม่เป็นไต ถ้าข้าวแฉะเกินไปเชื้อจะเดินไม่ทั่วและมีเชื้ออื่นปนได้ง่าย
- ตักใส่ถุงขณะร้อน ตักข้าวสุกใส่ถุงพลาสติกทนร้อนขนาดประมาณ 8 x 12 นิ้ว ถุงละราว 250-300 กรัม หรือประมาณสองทัพพี แล้วรีดอากาศออกพับปากถุงไว้
- รอให้เย็นสนิท ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ถ้าใส่หัวเชื้อขณะข้าวยังอุ่น สปอร์จะตาย ต้องรอจนถุงเย็นเท่าอุณหภูมิห้องจริง ๆ
- เขี่ยหัวเชื้อ ใช้ปลายช้อนสะอาดเขี่ยหัวเชื้อประมาณครึ่งถึงหนึ่งกรัมต่อถุง ทำในที่ลมนิ่ง ไม่มีลมพัดผ่าน และเช็ดมือกับอุปกรณ์ด้วยแอลกอฮอล์ก่อน
- รัดปากถุงและเขย่า รัดยางให้แน่นแล้วเขย่าให้หัวเชื้อกระจายทั่วเมล็ดข้าว
- เจาะรูระบายอากาศ ใช้เข็มสะอาดแทงรอบปากถุงประมาณ 20-30 รู เพื่อให้เชื้อหายใจได้ รูมากเกินไปจะทำให้ข้าวแห้ง รูน้อยเกินไปเชื้อจะไม่เดิน
- บ่มเชื้อ วางถุงในที่ร่ม อากาศถ่ายเท มีแสงสว่างรำไร อุณหภูมิห้องปกติราว 25-32 องศาเซลเซียส ห้ามโดนแดดตรง ๆ และห้ามวางซ้อนกันเป็นกอง
- เกลี่ยข้าวในวันที่สอง เมื่อเห็นเส้นใยสีขาวเริ่มเดิน ให้บีบถุงเบา ๆ เกลี่ยเมล็ดข้าวให้กระจายเป็นแผ่นบาง จะทำให้เชื้อเดินทั่วเร็วขึ้น
- ครบ 5-7 วัน จะเห็นสปอร์สีเขียวเข้มปกคลุมเมล็ดข้าวทั้งถุง นั่นคือเชื้อสดพร้อมใช้
สัญญาณว่าเชื้อที่ขยายเสีย ห้ามนำไปใช้
- มีสีดำ สีเหลือง สีส้ม หรือสีชมพูปนขึ้นมาเป็นหย่อม แสดงว่ามีเชื้อราชนิดอื่นปนเปื้อน ให้ทิ้งทั้งถุงโดยไม่นำไปใส่แปลง
- มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรือกลิ่นบูด แสดงว่ามีแบคทีเรียปน มักเกิดจากข้าวแฉะเกินไปหรือรัดถุงตอนข้าวยังร้อน
- ครบเจ็ดวันแล้วยังเป็นเส้นใยขาวล้วนไม่มีสปอร์เขียว แสดงว่าเชื้ออ่อนหรืออุณหภูมิบ่มต่ำเกินไป ประสิทธิภาพจะไม่เต็มที่
อัตราผสมสำหรับการใช้แต่ละรูปแบบ
อัตราด้านล่างเป็นอัตราที่ใช้กันทั่วไปในเอกสารส่งเสริมของหน่วยงานรัฐสำหรับ "เชื้อสดที่ขยายบนข้าวสุกเอง" ซึ่งไม่ใช่อัตราเดียวกับชีวภัณฑ์ชนิดผงหรือชนิดน้ำที่วางขายเชิงการค้า ถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีทะเบียนวัตถุอันตราย ให้ยึดอัตราบนฉลากผลิตภัณฑ์เป็นหลักเสมอ และสอบถามเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่เมื่อไม่แน่ใจ
| รูปแบบการใช้ | อัตราโดยประมาณ | ช่วงเวลาที่ใช้ | จุดที่มักพลาด |
|---|---|---|---|
| คลุกเมล็ดก่อนเพาะ | เชื้อสดราว 10-20 กรัม ต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม | ก่อนหว่านหรือเพาะกล้าทันที | คลุกแห้งเกินไปจนเชื้อไม่เกาะเมล็ด ควรพรมน้ำพอหมาด |
| ผสมวัสดุเพาะกล้า | เชื้อสด 1 กิโลกรัม ต่อวัสดุเพาะ 50-100 กิโลกรัม | ก่อนหยอดเมล็ดลงถาดเพาะ | ผสมแล้วทิ้งไว้นานจนวัสดุแห้งสนิท |
| รองก้นหลุมและหว่านรอบทรงพุ่ม | เชื้อสด 1 ส่วน ต่อรำละเอียด 4 ส่วน ต่อปุ๋ยหมัก 100 ส่วน โดยน้ำหนัก | วันปลูก และซ้ำต้นฤดูฝนของทุกปี | ผสมแล้วตากแดดไว้ในกองก่อนใช้ |
| ราดโคนและพ่นลงดิน | เชื้อสด 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 100-200 ลิตร กรองเอากากออก | เย็นหรือเช้ามืด ขณะดินชื้น | ราดลงดินแห้งสนิทหรือราดกลางแดด |
| แช่ท่อนพันธุ์หรือหัวพันธุ์ | ใช้น้ำเชื้อที่กรองแล้วแช่ราว 10-30 นาที | ก่อนปลูก | แช่นานเกินจนท่อนพันธุ์อิ่มน้ำและเน่า |
วิธีเตรียมน้ำเชื้อสำหรับราดโคน
- ใส่เชื้อสดลงในถังน้ำสะอาด ควรเป็นน้ำบ่อหรือน้ำฝน ถ้าใช้น้ำประปาให้พักไว้อย่างน้อยหนึ่งคืนเพื่อให้คลอรีนระเหย
- ขยำเมล็ดข้าวในน้ำให้สปอร์สีเขียวหลุดออกจนน้ำเป็นสีเขียวขุ่น ประมาณห้าถึงสิบนาที
- กรองด้วยผ้าขาวบางหรือตะแกรงถี่เพื่อไม่ให้กากข้าวอุดหัวพ่น
- ใช้ให้หมดภายในวันเดียว อย่าผสมทิ้งค้างคืนเพราะสปอร์จะเริ่มงอกแล้วตายในถัง
- ราดโคนต้นให้ดินชื้นถึงระดับรากฝอย ในไม้ผลให้ราดบริเวณชายพุ่มซึ่งเป็นตำแหน่งที่รากดูดอาหารอยู่จริง ไม่ใช่ราดชิดโคนต้นอย่างเดียว
เงื่อนไขที่ทำให้เชื้อทำงานได้จริง
ไตรโคเดอร์มาเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่สารเคมี ดังนั้นสิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์คือสภาพแวดล้อมที่เราจัดให้มันมากกว่าอัตราที่ใช้
- ความชื้นดิน ต้องชื้นพอหมาดต่อเนื่อง สปอร์จึงจะงอกและเข้าครอบครองผิวราก ดินที่แห้งสนิทจะทำให้สปอร์พักตัวและไม่เกิดผลใด ๆ ส่วนดินที่น้ำขังจนขาดอากาศก็ทำให้เชื้อตายเช่นกัน
- แสงแดดและช่วงเวลา รังสีอัลตราไวโอเลตทำลายสปอร์ ให้ราดหรือพ่นช่วงเย็นหลังแดดอ่อนหรือเช้ามืด และรดน้ำตามเล็กน้อยเพื่อชะสปอร์ลงสู่ดิน
- อุณหภูมิ เชื้อเจริญได้ดีในช่วงอุณหภูมิดินประมาณ 25-32 องศาเซลเซียส ในดินที่ร้อนจัดกลางฤดูแล้งประสิทธิภาพจะลดลง การคลุมโคนด้วยเศษพืชช่วยลดอุณหภูมิดินและยืดอายุเชื้อได้
- อินทรียวัตถุ ดินทรายจัดที่ไม่มีอินทรียวัตถุเลยจะรักษาประชากรเชื้อไว้ไม่ได้ ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกร่วมด้วยเสมอ นี่คือเหตุผลที่สูตร 1 ต่อ 4 ต่อ 100 ถึงต้องมีปุ๋ยหมักเป็นตัวพา
- ความถี่ การใส่ครั้งเดียวแล้วคาดหวังผลข้ามปีเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย ควรใส่ซ้ำตามรอบ เช่น ทุก 15-30 วันในแปลงผักช่วงฤดูฝน หรืออย่างน้อยต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝนในไม้ผล
ข้อควรระวังเรื่องการใช้ร่วมกับสารเคมีและการเก็บรักษา
สิ่งที่ห้ามผสมร่วมถังเด็ดขาด
- สารป้องกันกำจัดโรคพืช ทุกกลุ่มที่ออกฤทธิ์กับเชื้อรา เช่น กลุ่มคาร์บาเมต กลุ่มเบนซิมิดาโซล กลุ่มไตรอะโซล และสารคลุกเมล็ดที่มีฤทธิ์ป้องกันเชื้อรา เพราะไตรโคเดอร์มาเองก็เป็นเชื้อรา สารเหล่านี้จึงฆ่ามันเหมือนกับที่ฆ่าเชื้อโรค นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรรู้สึกว่าใช้แล้วไม่ได้ผล
- ปูนขาวหรือสารที่ทำให้น้ำเป็นด่างจัด ควรใช้น้ำที่มีความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกลาง ถ้าเพิ่งใส่ปูนขาวปรับดิน ควรเว้นระยะก่อนราดเชื้อ
- น้ำที่มีคลอรีนสูง น้ำประปาที่เพิ่งรองใส่ถังจะทำให้สปอร์เสียหาย ให้พักน้ำอย่างน้อยหนึ่งคืนก่อนใช้
- ปุ๋ยเคมีหรือธาตุอาหารเข้มข้นในถังเดียวกัน ความเข้มข้นของเกลือแร่สูงทำให้สปอร์เสียสภาพ ควรแยกรอบการใส่
ระยะเว้นเมื่อจำเป็นต้องใช้สารเคมีร่วมด้วย
ถ้าแปลงมีความจำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชอยู่แล้ว ให้วางแผนเว้นระยะแทนการเลิกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเว้นอย่างน้อยประมาณ 7-10 วันระหว่างการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชกับการใส่ไตรโคเดอร์มา และให้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์เป็นหลักเสมอ เพราะสารบางกลุ่มมีฤทธิ์ตกค้างในดินนานกว่านั้น หากไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่อารักขาพืชของสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนวางแผนรอบการใช้
สำหรับสารกำจัดแมลงและสารชีวภัณฑ์กำจัดแมลงในกลุ่มบีที โดยทั่วไปไม่ได้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา จึงมีความเสี่ยงต่อไตรโคเดอร์มาน้อยกว่า แต่ยังคงไม่แนะนำให้ผสมรวมถังเพราะสารเสริมประสิทธิภาพในผลิตภัณฑ์แต่ละตัวต่างกัน ส่วนสารกำจัดวัชพืชที่ใช้ในแปลง ควรเว้นระยะและหลีกเลี่ยงการราดเชื้อทับพื้นที่ที่เพิ่งพ่นสารกำจัดวัชพืช
ข้อควรรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสถูกยกระดับเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครอง มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม หากยังมีสารเหล่านี้เก็บไว้ในโรงเก็บ ให้ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง และควรตรวจสอบสถานะล่าสุดของสารแต่ละชนิดกับกรมวิชาการเกษตรก่อนซื้อใช้เสมอ
การเก็บรักษาเชื้อสดและหัวเชื้อ
- เชื้อสดที่ขยายเสร็จควรใช้ภายในประมาณ 7-15 วัน เพราะหลังจากนั้นสปอร์จะเริ่มเสื่อมและมีเชื้ออื่นปนได้ง่าย
- ถ้าจำเป็นต้องเก็บ ให้เก็บในช่องธรรมดาของตู้เย็นที่อุณหภูมิเย็นแต่ไม่แช่แข็ง จะยืดอายุได้ประมาณหนึ่งเดือน ห้ามเก็บในช่องแช่แข็งเพราะสปอร์จะเสียหาย
- ห้ามวางถุงเชื้อไว้ในรถกระบะที่จอดกลางแดด อุณหภูมิในรถสูงพอที่จะฆ่าเชื้อทั้งถุงภายในไม่กี่ชั่วโมง เป็นความผิดพลาดที่เกิดบ่อยหลังไปรับเชื้อฟรีจากหน่วยงานแล้วแวะทำธุระต่อ
- หัวเชื้อบริสุทธิ์ที่ได้รับมาให้เก็บในตู้เย็นตามคำแนะนำของหน่วยงานที่แจก และดูวันหมดอายุที่ระบุบนขวด
ขอเชื้อฟรีหรือซื้อได้ที่ไหน
ช่องทางหลักที่เกษตรกรขอรับหัวเชื้อหรือเชื้อสด รวมถึงเข้าอบรมวิธีขยายเชื้อได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก มีดังนี้
- สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัด จุดเริ่มต้นที่ใกล้ที่สุด เจ้าหน้าที่จะแนะนำต่อไปยังหน่วยที่มีเชื้อในช่วงนั้น
- ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรตั้งไว้กระจายทั่วประเทศกว่าพันแห่ง หลายแห่งผลิตเชื้อสดเองและแจกจ่ายให้สมาชิกในชุมชน สอบถามรายชื่อศูนย์ในอำเภอของคุณได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ
- ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช ของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยที่ผลิตหัวเชื้อและจัดอบรมเป็นภารกิจหลัก ตั้งอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ให้ตรวจสอบศูนย์ที่รับผิดชอบจังหวัดของคุณ
- ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัด ของกรมวิชาการเกษตร มีทั้งหัวเชื้อและคำแนะนำเชิงวิชาการ รวมถึงบริการวินิจฉัยโรคพืช
- สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด ของกรมพัฒนาที่ดิน มีผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สำหรับควบคุมโรครากเน่าโคนเน่าแจกจ่ายให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน พร้อมคำแนะนำวิธีขยายเชื้อ
- ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรประจำอำเภอ หลายแห่งมีแปลงสาธิตและฐานเรียนรู้เรื่องชีวภัณฑ์ให้ดูของจริง
จำนวนและที่ตั้งของศูนย์เหล่านี้รวมถึงเงื่อนไขการรับเชื้อเปลี่ยนแปลงได้ตามปีงบประมาณและนโยบาย ให้โทรสอบถามล่วงหน้าก่อนเดินทางเสมอ เพราะบางช่วงเชื้อหมดสต๊อกและต้องรอรอบผลิตถัดไป สำหรับผลิตภัณฑ์เชิงการค้า ให้เลือกเฉพาะที่มีเลขทะเบียนวัตถุอันตรายจากกรมวิชาการเกษตรบนฉลาก และตรวจสอบวันผลิตกับวันหมดอายุทุกครั้ง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ตอนต้นเป็นโรคหนักแล้ว ไตรโคเดอร์มาเป็นเครื่องมือป้องกันและควบคุมประชากรเชื้อโรค ไม่ใช่ยาฉุกเฉิน ควรเริ่มใช้ตั้งแต่ขั้นเตรียมดินและคลุกเมล็ด
- ผสมรวมถังกับสารป้องกันกำจัดโรคพืช เป็นการฆ่าเชื้อที่ซื้อมาทิ้งตั้งแต่ยังไม่ถึงแปลง
- ราดกลางแดดจัดตอนเที่ยง สปอร์เสียหายจากรังสียูวีและความร้อนก่อนจะซึมลงดิน
- ราดลงดินแห้งสนิทแล้วไม่ให้น้ำตาม สปอร์จะไม่งอกและไม่เกิดการครอบครองราก
- ขยายเชื้อโดยใส่หัวเชื้อตอนข้าวยังร้อน ทำให้เชื้อตายตั้งแต่วันแรก ปลายทางคือถุงที่ขึ้นราสีอื่นแทน
- เก็บเชื้อสดไว้นานเกินหนึ่งเดือนนอกตู้เย็น ประสิทธิภาพลดลงมากและเสี่ยงเชื้อปนเปื้อน
- ใส่ครั้งเดียวต่อฤดูแล้วคาดหวังผลตลอดปี ประชากรเชื้อในดินลดลงตามเวลา ต้องมีรอบเติมที่ชัดเจน
- ใช้กับโรคที่ไม่ใช่เชื้อราในดิน โดยเฉพาะโรคเหี่ยวจากแบคทีเรีย ซึ่งเสียทั้งเงินและเสียเวลาที่ควรใช้จัดการต้นเป็นโรคออกจากแปลง
สรุป
ไตรโคเดอร์มาเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและถูกมากสำหรับโรคที่มาจากเชื้อราในดิน แต่มีเงื่อนไขชัดเจนสามข้อที่ตัดสินว่าจะได้ผลหรือไม่ คือใส่ก่อนที่โรคจะระบาด ใส่ในดินที่ชื้นและมีอินทรียวัตถุ และไม่ให้เจอสารป้องกันกำจัดโรคพืชทั้งในถังและในดิน
ก่อนตัดสินใจใช้ ให้แน่ใจก่อนว่าปัญหาที่เจอเป็นโรคจากเชื้อราในดินจริง ไม่ใช่โรคจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือปัญหาแมลง เพราะสามอย่างหลังไตรโคเดอร์มาช่วยไม่ได้เลย และให้ติดต่อขอเชื้อพร้อมคำแนะนำที่ตรงกับพืชของคุณจากสำนักงานเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรในจังหวัด ซึ่งข้อมูลสายพันธุ์และอัตราแนะนำอาจปรับปรุงได้ตามงานวิจัยใหม่ในแต่ละปี
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลสายพันธุ์ไตรโคเดอร์มาที่แนะนำ คำแนะนำการใช้ชีวภัณฑ์ควบคุมโรคพืช และการตรวจสอบทะเบียนวัตถุอันตราย
- กรมส่งเสริมการเกษตร — ขั้นตอนการขยายเชื้อในข้าวสุก อัตราการใช้ และช่องทางขอรับเชื้อผ่านศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนและศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช
- กรมพัฒนาที่ดิน — ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ควบคุมโรครากเน่าโคนเน่าและการขอรับบริการจากสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด
- ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย — สถานะวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ของพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส มีผลบังคับ 1 มิถุนายน 2563
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
โรคพุ่มแจ้มันสำปะหลัง สังเกตอาการ แมลงพาหะ และวิธีจัดการ
โรคพุ่มแจ้ทำให้มันสำปะหลังแคระ แตกยอดเป็นพุ่มฝอย และมีเส้นดำใต้เปลือก บทความนี้เล่าอาการ หลักฐานเรื่องพาหะที่ยังไม่ตรงกัน และแนวทางจัดการตามกรมส่งเสริมการเกษตรและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
แมลงวันผลไม้เจาะผลมะม่วง ใช้กับดักและเหยื่อโปรตีนอย่างไรให้ได้ผล
กับดักเมทิลยูจีนอลกับเหยื่อโปรตีนทำงานต่างกัน บทความนี้อธิบายวิธีใช้คู่กับการห่อผลและสุขาภิบาลสวนตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร
ข้าวนาปรังเจออากาศหนาว ใบเหลือง ต้นชะงัก เมล็ดลีบ ต้องแก้อย่างไร
ข้าวกระทบหนาวเกิดเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส อาการต่างกันตามระยะของต้นข้าว บทความนี้แยกอาการแต่ละระยะ วิธีแก้ที่หน่วยงานรัฐแนะนำ และการวางวันปลูกรอบหน้าเพื่อหลบหนาว
โรคสัตว์เลี้ยงหลังน้ำท่วม ฉี่หนูในสุนัข อาการแบบไหนต้องพาไปหาหมอ
หลังน้ำลด เจ้าของหมาแมวหลายคนเจอคำถามเดียวกัน หมาซึมไปสองวัน ไม่ยอมกินข้าว เป็นแค่เหนื่อยจากการอพยพ หรือเริ่มป่วยแล้ว บทความนี้ไม่ใช่คู่มือดูแลสัตว์ทั
โรคสัตว์หลังน้ำท่วมและการทำวัคซีน ควรทำเมื่อไหร่
หลังน้ำลด คนเลี้ยงสัตว์มักถามคำถามเดียวกันว่า ควรรีบฉีดวัคซีนทั้งฝูงเลยไหม หรือควรรอ คำตอบขึ้นกับว่าสัตว์ตอนนี้อยู่ในสภาพไหน และโรคที่เสี่ยงคือโรคอะไร
ไม้ผลรากเน่าหลังน้ำท่วม สังเกตอาการและแก้อย่างไร
หลายสวนเจอปัญหาเดียวกันหลังน้ำลด คือ ช่วงแรกต้นไม้ผลยังดูปกติ แต่ผ่านไปไม่นานใบเริ่มเหลือง ร่วงทีละน้อย บางต้นยืนต้นแห้งตายทั้งที่น้ำลดไปแล้ว นี่คืออา
คำถามที่พบบ่อย
ไตรโคเดอร์มาใช้กับพืชอะไรได้บ้าง
ใช้ได้กับพืชแทบทุกชนิดที่มีปัญหาโรคจากเชื้อราในดิน ตั้งแต่ข้าว พืชผัก พืชไร่ ไม้ผล ไปจนถึงไม้ดอกไม้ประดับ เพราะเชื้อไม่ได้เลือกชนิดพืชแต่ทำงานกับเชื้อโรคในดิน สิ่งที่ต่างกันคือรูปแบบการใช้ เช่น พืชผักเน้นคลุกเมล็ดและผสมวัสดุเพาะ ส่วนไม้ผลเน้นหว่านผสมปุ๋ยหมักรอบชายพุ่มและราดโคน
ใช้ไตรโคเดอร์มาแล้วยังต้องใส่ปุ๋ยหมักอีกไหม
ต้องใส่ เพราะปุ๋ยหมักคืออาหารและที่อยู่ของเชื้อ ถ้าใส่เชื้อลงดินที่ไม่มีอินทรียวัตถุเลย ประชากรเชื้อจะลดลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ สูตรผสม 1 ต่อ 4 ต่อ 100 ถูกออกแบบมาด้วยเหตุผลนี้ คือให้รำเป็นอาหารเริ่มต้นและปุ๋ยหมักเป็นแหล่งอาศัยระยะยาว
ขยายเชื้อเองกับซื้อชีวภัณฑ์สำเร็จรูป แบบไหนดีกว่า
การขยายเองถูกกว่ามากและได้เชื้อที่ยังสดใหม่ แต่ต้องมีความสะอาดในขั้นตอนและใช้ให้หมดเร็ว ส่วนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปสะดวก เก็บได้นานกว่า และมีอัตราใช้ที่ระบุชัดบนฉลาก เหมาะกับแปลงใหญ่ที่ไม่มีเวลาขยายเอง ถ้าเลือกซื้อ ให้ดูเลขทะเบียนวัตถุอันตรายและวันหมดอายุบนฉลากทุกครั้ง
ทำไมใช้แล้วต้นทุเรียนที่เป็นโรคยังตาย
เพราะไตรโคเดอร์มาไม่สามารถฟื้นรากและเนื้อเยื่อที่ตายไปแล้วได้ ต้นที่เปลือกโคนเน่าล่อนเป็นบริเวณกว้างและใบร่วงหมดแล้ว มักเกินขีดที่จะฟื้น บทบาทที่เหมาะสมคือใช้ป้องกันต้นที่ยังดีในสวน ควบคู่กับการแก้ปัญหาต้นเหตุ เช่น การระบายน้ำในสวนที่ไม่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เชื้อสาเหตุรากเน่าระบาด
ไตรโคเดอร์มาปลอดภัยกับคน สัตว์ และผึ้งหรือไม่
เชื้อกลุ่มที่ส่งเสริมใช้ในทางการเกษตรจัดเป็นชีวภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ แต่ระหว่างขยายเชื้อและคลุกเชื้อควรสวมหน้ากากอนามัย เพราะการสูดสปอร์จำนวนมากอาจระคายเคืองทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคภูมิแพ้หรือหอบหืด และควรล้างมือให้สะอาดหลังทำงานทุกครั้ง
