โรคและการดูแลเผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2569

โรคแอนแทรคโนสช่วงออกดอกที่มีหมอกและน้ำค้าง เสี่ยงกับพืชอะไรบ้างและลดความเสี่ยงอย่างไร

แอนแทรคโนสช่วงออกดอกที่หมอกลงและมีน้ำค้าง เสี่ยงกับมะม่วง สตรอว์เบอร์รี กาแฟ อย่างไร ดูอาการและลดความเสี่ยงตามตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

โรคแอนแทรคโนสช่วงออกดอกที่มีหมอกและน้ำค้าง เสี่ยงกับพืชอะไรบ้างและลดความเสี่ยงอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

แอนแทรคโนสช่วงออกดอกทำให้ช่อดอกมะม่วงเหี่ยวและดอกร่วง และอาจแฝงในผลอ่อน บทความสรุปพืชที่เสี่ยง อาการ และการลดความเสี่ยงตามตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร

คำตอบเร็ว: ในมะม่วง แอนแทรคโนสช่วงออกดอกทำให้ช่อดอกเหี่ยวแห้งและดอกร่วงก่อนติดผล และอาจแฝงในผลอ่อนจนมาแสดงอาการตอนสุก ตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรจัดโรคนี้ไว้ในช่วงอากาศเย็นและความชื้นสูงตอนกลางคืนถึงเช้า พืชอื่นที่กรมระบุมีสตรอว์เบอร์รีและกาแฟ แนวทางหลักคือตรวจแปลงสม่ำเสมอ ตัดส่วนที่เป็นโรคไปทำลายนอกแปลง กำจัดวัชพืช ไม่ใส่ไนโตรเจนมากเกินไป และหลีกเลี่ยงการพ่นสารตอนดอกบาน ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

เมื่อคืนมีหมอกและเช้ามีน้ำค้างเกาะช่อดอกมะม่วง คำถามที่ตามมาคือจะเสี่ยงแอนแทรคโนสหรือไม่ บทความนี้ตอบเฉพาะประเด็นออกดอกในช่วงหมอกและน้ำค้าง และพืชที่กรมวิชาการเกษตรระบุโรคนี้ไว้ในตารางเตือนภัย ส่วนเรื่องโรคนี้ในมะม่วงแบบลงลึกกว่านี้ ผู้อ่านดูบทความอื่นของเว็บที่ลิงก์ไว้ด้านล่างได้

ข้อจำกัดของข้อมูลต้องบอกก่อน ตารางเตือนภัยรอบต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ผู้เขียนเปิดไม่ได้ในวันที่เขียน (7 พ.ย. 2569) เพราะเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตรตอบกลับว่าระบบขัดข้อง และตารางที่เปิดอ่านได้ไม่ได้ระบุกฎเฉพาะเรื่อง "หมอก" หรือ "น้ำค้าง" ตรง ๆ สิ่งที่ตารางระบุคือสภาพอากาศเย็นและความชื้นสูงตอนกลางคืนถึงเช้า ผู้เขียนจึงใช้คำว่าหมอกและน้ำค้างในความหมายของสภาพความชื้นสูงตอนเช้านี้เท่านั้น

พืชที่กรมวิชาการเกษตรระบุว่าเป็นแอนแทรคโนส

ภาพประกอบ พืชที่กรมวิชาการเกษตรระบุว่าเป็นแอนแทรคโนส
พืชระยะที่ตารางระบุที่มาของข้อมูล
มะม่วงออกดอก ถึงติดผลเล็ก (รอบ 28 ธ.ค. 2565 ถึง 10 ม.ค. 2566) และแทงช่อดอก ถึงพัฒนาผล (รอบ 10 ถึง 23 ธ.ค. 2568)เตือนภัยการเกษตร ลำปาง และพิจิตร
สตรอว์เบอร์รีทุกระยะการเจริญเติบโต (รอบ 10 ถึง 23 ธ.ค. 2568)เตือนภัยการเกษตร พิจิตร
กาแฟทุกระยะการเจริญเติบโต (รอบ 18 ก.พ. ถึง 3 มี.ค. 2569)เตือนภัยการเกษตร ปทุมธานี

ตารางนี้ไม่ใช่รายชื่อพืชทั้งหมดที่เป็นแอนแทรคโนสได้ แต่เป็นพืชที่ปรากฏในเอกสารที่ผู้เขียนเปิดอ่านจริง พริก องุ่น และพืชอื่นก็มีแอนแทรคโนส ดูบทความเฉพาะที่ลิงก์ไว้ในแต่ละหัวข้อ

มะม่วง อาการตามระยะ

กรมวิชาการเกษตรอธิบายว่าเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides เข้าทำลายมะม่วงได้ทุกระยะการเจริญเติบโต อาการเรียงตามส่วนของต้นได้ดังนี้

  • ใบอ่อน: จุดฉ่ำน้ำ ต่อมาเป็นแผลสีน้ำตาลดำ ถ้ารุนแรงแผลขยายติดกันทั้งผืนใบ ใบบิดเบี้ยว ยอดอ่อนเหี่ยวและดำ
  • ใบแก่: แผลค่อนข้างเหลี่ยม ถ้ารุนแรงแผลทะลุเป็นรู
  • ช่อดอก: จุดหรือขีดสีน้ำตาลแดงเล็ก ๆ บนก้านช่อดอก แผลขยายใหญ่ ถ้าความชื้นสูงพบเมือกสีส้มซึ่งเป็นกลุ่มสปอร์ ช่อดอกเหี่ยวแห้งและดอกหลุดร่วงก่อนติดผล
  • ผลอ่อน: จุดแผลสีน้ำตาลดำ ถ้าสภาพเหมาะสมผลที่ถูกทำลายเป็นสีดำและหลุดร่วงก่อนกำหนด บางครั้งเชื้อเข้าแบบแฝงโดยไม่แสดงอาการ แล้วแสดงอาการเมื่อผลสุก
  • ผลแก่หรือผลสุกหลังเก็บเกี่ยว: จุดแผลสีดำเล็ก ๆ ขยายลุกลามและยุบตัว หลายแผลรวมกันเป็นแอ่งบุ๋มจนเน่าทั้งผล บางครั้งพบเมือกสีส้ม

จุดที่ควรย้ำคือการเข้าทำลายแบบแฝงในผลอ่อน ผลที่เก็บเกี่ยวดูปกติอาจแสดงโรคหลังจากส่งถึงปลายทาง ผู้ที่ปลูกเพื่อส่งออกหรือขายผลสุกควรตรวจความเสี่ยงตั้งแต่ช่วงออกดอกและติดผลอ่อน ไม่ใช่รอตรวจแค่ช่วงเก็บเกี่ยว ดูแนวทางส่งออกได้ที่ แอนแทรคโนสมะม่วงเพื่อการส่งออก และการแยกวินิจฉัยที่ วินิจฉัยแอนแทรคโนสมะม่วง

ทำไมช่วงหมอกและน้ำค้างจึงต้องระวัง

ตารางเตือนภัยรอบ 28 ธันวาคม 2565 ถึง 10 มกราคม 2566 (ลำปาง) ระบุสภาพของรอบนั้นว่า "อากาศเย็น มีความชื้นสูงในตอนกลางคืนและเช้า" แล้วจัดมะม่วงระยะออกดอกถึงติดผลเล็กไว้เป็นพืชที่อาจเกิดผลกระทบ โดยมีแอนแทรคโนสอยู่ในรายการปัญหา เอกสารที่นครปฐมเรียบเรียงจากกรมวิชาการเกษตรก็ระบุว่า ถ้าความชื้นสูงจะพบเมือกสีส้มซึ่งเป็นสปอร์ที่แผลช่อดอกและแผลผล

อ่านรวมกันแล้ว ความชื้นสูงตอนเช้าเป็นเงื่อนไขที่เอกสารเชื่อมกับการพบสปอร์ที่แผล ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อพร้อมแพร่ แต่เอกสารไม่ได้ให้ตัวเลขชั่วโมงใบเปียกหรืออุณหภูมิที่ทำให้ระบาด ผู้เขียนจึงไม่ใส่ตัวเลขเหล่านั้น เกษตรกรที่ต้องการเกณฑ์เชิงตัวเลขสำหรับพื้นที่ตัวเองควรถามเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยที่ดูแลพื้นที่

แยกจากโรคที่ช่อดอกหน้าตาคล้ายกัน

โรคสิ่งที่เห็นที่ช่อดอกที่มาของข้อมูล
แอนแทรคโนสจุดหรือขีดสีน้ำตาลแดงบนก้านช่อดอก แผลขยาย เมือกสีส้มเมื่อชื้น ดอกเหี่ยวและร่วงกรมวิชาการเกษตร (ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม)
ราแป้ง (Oidium mangiferae)ผงสีขาวคล้ายแป้งขึ้นฟูตามก้านช่อดอก ก้านดอกย่อยและดอก ดอกช้ำเป็นสีน้ำตาลอ่อนแล้วดำ แห้งและร่วงเอกสารเดียวกัน
ราดำ (Capnodium sp., Meliola sp.)คราบราสีดำบนใบ กิ่ง ช่อดอก หรือผล เกิดบนสารเหนียวที่แมลงปากดูดขับถ่ายกรมวิชาการเกษตร (ลำปาง รอบ 28 ธ.ค. 2565)

สามโรคนี้จัดการต่างกัน ราดำเอกสารแนะนำให้ล้างด้วยน้ำเปล่าและจัดการแมลงปากดูดเป็นต้นเหตุ ราแป้งมีสารกลุ่มที่เอกสารระบุไว้ต่างจากแอนแทรคโนส ถ้าเห็นเมือกสีส้มบนแผลคล้ำเมื่อความชื้นสูงก็เข้าข่ายแอนแทรคโนสมากกว่า ถ้าไม่แน่ใจให้ถ่ายรูปช่อดอกไปถามเกษตรอำเภอ ผู้อ่านที่เจอแผลบนใบและผลไม้ตระกูลอื่นดู เปรียบเทียบแอนแทรคโนสองุ่นกับมะม่วง

สตรอว์เบอร์รีและกาแฟ

สตรอว์เบอร์รี

ตารางเตือนภัยรอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568 ระบุว่าอาการบนก้านใบและลำต้นเริ่มจากแผลสีม่วงแดงขนาดเล็ก ขยายตามความยาวของก้านใบและลำต้น แล้วเป็นสีน้ำตาลและเนื้อเยื่อแห้งเป็นรอยคอด รุนแรงทำให้ต้นเหี่ยวและตาย บนไหลพบแผลสีม่วงแดงที่กลายเป็นสีน้ำตาลและเกิดรอยคอด บนผลแผลฉ่ำน้ำสีน้ำตาลเข้ม ขอบซีด ยุบตัว และผลเน่าเมื่อรุนแรง ในอากาศชื้นอาจพบกลุ่มสปอร์สีส้มที่แผล

แนวทางที่เอกสารให้ คือใช้ส่วนขยายพันธุ์จากแหล่งที่ไม่มีโรคระบาดและไม่มีอาการของโรค ตรวจแปลงสม่ำเสมอ ตัดส่วนที่เป็นโรคไปทำลายนอกแปลง และเก็บซากพืชหลังเก็บเกี่ยวไปทำลายนอกแปลงในแปลงที่เป็นโรค เอกสารมีชื่อสารผสมสำหรับพ่นด้วย แต่ผู้เขียนไม่ยกชื่อมา ให้ดูฉลากและถามเกษตรอำเภอ

กาแฟ

ตารางรอบ 18 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569 ระบุว่าแอนแทรคโนสของกาแฟ (หรือที่เรียกใบไหม้สีน้ำตาล กิ่งแห้ง ผลแห้ง) เกิดจากเชื้อ Colletotrichum gloeosporioides และ Colletotrichum coffeanum อาการที่ใบเป็นจุดสีน้ำตาลที่ขยายเป็นแผลใหญ่จนใบไหม้ ที่กิ่งทำให้ใบเหลืองร่วงและกิ่งแห้ง ที่ผลเป็นจุดสีน้ำตาลเข้มที่ขยายรวมกัน เนื้อเยื่อยุบตัว ผลหยุดเจริญเปลี่ยนเป็นสีดำ แต่ยังติดอยู่บนกิ่ง

แนวทางในเอกสาร ได้แก่ รักษาระดับร่มเงาให้เหมาะสมเพื่อรักษาระดับความชื้น ตรวจแปลงสม่ำเสมอ เก็บผล ตัดกิ่ง ใบ และดอกที่เป็นโรคไปทำลายนอกแปลง สำรวจและป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟในระยะติดผลเพราะรอยเจาะเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าทำลายผล และหลังเก็บเกี่ยวตัดแต่งกิ่งและให้ปุ๋ยบำรุงต้น

พริกและพืชอื่น

ผู้เขียนไม่ได้เปิดตารางเตือนภัยที่ระบุแอนแทรคโนสของพริกในช่วงหมอกและน้ำค้างโดยตรง จึงไม่ขอเขียนอาการหรืออัตราใช้ของพริกในบทความนี้ ผู้ที่ปลูกพริกดูแนวทางจัดการหน้าฝนที่ แอนแทรคโนสพริกหน้าฝน แล้วตรวจกับเกษตรอำเภอว่ารอบเตือนภัยล่าสุดเรื่องพริกระบุอะไรไว้

ขั้นตอนลดความเสี่ยงในแปลง

ข้อต่อไปนี้ดัดแปลงจากข้อแนะนำของกรมวิชาการเกษตรสำหรับมะม่วงเป็นหลัก ส่วนพืชอื่นดูหัวข้อของพืชนั้น

  1. เดินตรวจแปลงสม่ำเสมอ เมื่อพบต้นเริ่มมีอาการ ให้ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคไปทำลายนอกแปลงเพื่อลดปริมาณเชื้อ
  2. กำจัดวัชพืชรอบโคนต้นเพื่อลดความชื้นในทรงพุ่ม
  3. ควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสม ไม่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป
  4. ในแหล่งปลูกที่พบโรคระบาดเป็นประจำ ช่วงที่มะม่วงแตกใบอ่อน เริ่มแทงช่อดอก และหลังติดผลอ่อน เป็นช่วงที่เอกสารแนะนำให้พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช
  5. หลีกเลี่ยงการพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชในช่วงดอกบาน เพื่อไม่กระทบการผสมเกสร
  6. หลังเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง โดยเฉพาะกิ่งที่เป็นโรค และเก็บส่วนที่เป็นโรคไปทำลายนอกแปลงเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมโรคในฤดูถัดไป

เรื่องสารป้องกันกำจัดโรคพืช

สำหรับแอนแทรคโนสมะม่วงในแหล่งที่พบโรคเป็นประจำ เอกสารของกรมวิชาการเกษตรยกตัวอย่างสารสามัญสามชื่อ คือ แมนโคเซบ อะซอกซีสโตรบิน และโพรคลอราซ พ่นทุก 7 ถึง 10 วัน ผู้เขียนไม่ใส่อัตราใช้และไม่ระบุยี่ห้อ เพราะอัตราและช่วงเก็บเกี่ยวหลังพ่นเปลี่ยนตามฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน ก่อนใช้ควรอ่านฉลาก ดูว่าขึ้นทะเบียนกับมะม่วงหรือไม่ และถามเกษตรอำเภอว่าแปลงของคุณจำเป็นต้องพ่นหรือไม่

ข้อที่ควรย้ำตามเอกสารคือไม่พ่นตอนดอกบานเพื่อไม่กระทบการผสมเกสร ซึ่งแปลว่ามะม่วงที่กำลังออกดอกเต็มที่ต้องวางแผนช่วงพ่นให้ดี และถ้าเป็นกาแฟ เอกสารบอกให้หยุดพ่นเมื่อผลเริ่มแก่จนกระทั่งเก็บเกี่ยว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ดูแค่ใบที่อ่อนแล้วละเลยก้านช่อดอก ทั้งที่แผลช่อดอกคือจุดที่ทำให้ดอกร่วงก่อนติดผล
  • เข้าใจว่าผลอ่อนที่ไม่มีแผลปลอดภัยแล้ว ทั้งที่เชื้ออาจแฝงอยู่และมาแสดงอาการตอนสุก
  • พ่นสารตอนดอกบานเต็มที่โดยไม่คำนึงถึงการผสมเกสร
  • ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไปเพื่อเร่งใบ จนทรงพุ่มแน่นและชื้น
  • ทิ้งช่อดอกและกิ่งที่เป็นโรคไว้ในแปลง แทนที่จะนำไปทำลายนอกแปลง
  • สับสนระหว่างแอนแทรคโนส ราแป้ง และราดำ แล้วใช้วิธีของโรคหนึ่งกับอีกโรคหนึ่ง

เช็กลิสต์ตอนเช้าที่มีหมอก

  • ตรวจก้านช่อดอกและใบอ่อน มีจุดสีน้ำตาลแดงหรือเมือกสีส้มหรือไม่
  • แยกจากผงสีขาวของราแป้ง และคราบดำของราดำ
  • ถ่ายรูปพร้อมวันที่เพื่อเทียบการลุกลาม
  • ตัดส่วนที่เป็นโรคใส่ถุงปิดนำออกนอกแปลง
  • ตรวจวัชพืชรอบโคนต้นและความโปร่งของทรงพุ่ม
  • อย่าตัดสินใจพ่นสารตอนดอกบาน ถามเกษตรอำเภอและเปิดตารางเตือนภัยรอบล่าสุดที่ at.doa.go.th/ew

สรุป

แอนแทรคโนสช่วงออกดอกเป็นโรคที่ต้องตรวจตั้งแต่ก้านช่อดอก เพราะช่อดอกเหี่ยวและดอกร่วงทำให้ไม่ติดผล และผลอ่อนอาจมีเชื้อแฝงจนแสดงอาการตอนสุก ตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรเชื่อมโรคนี้กับความชื้นสูงตอนกลางคืนถึงเช้า แต่ไม่ได้ให้เกณฑ์เฉพาะเรื่องหมอก ข้อมูลในบทความเป็น ณ พ.ย. 2569 และอิงตารางเตือนภัยหลายรอบที่เปิดอ่านจริง ให้ตรวจตารางรอบล่าสุดและปรึกษาเกษตรอำเภอก่อนเลือกใช้สาร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร: เตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 28 ธันวาคม 2565 ถึง 10 มกราคม 2566 (ฉบับสำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง) — อากาศเย็น ความชื้นสูงตอนกลางคืนและเช้า มะม่วงออกดอกถึงติดผลเล็ก แอนแทรคโนสและราดำ (https://www.opsmoac.go.th/lampang-warning-files-451891791022)
  • 📄กรมวิชาการเกษตร: ระวัง โรคแอนแทรคโนส ในมะม่วง (เรียบเรียงโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม) — อาการตามส่วนของต้น การเข้าทำลายแบบแฝง แนวทางป้องกัน และการหลีกเลี่ยงการพ่นสารช่วงดอกบาน รวมถึงราแป้งมะม่วง (https://www.opsmoac.go.th/nakhonpathom-warning-files-442991791434)
  • 📄กรมวิชาการเกษตร: เตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 10-23 ธันวาคม 2568 (ฉบับสำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร) — แอนแทรคโนสมะม่วงระยะแทงช่อดอกถึงพัฒนาผล และสตรอว์เบอร์รี (https://www.opsmoac.go.th/phichit-warning-files-472991791009)
  • 📄กรมวิชาการเกษตร: เตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569 (ฉบับสำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี) — แอนแทรคโนสกาแฟ อาการและแนวทางจัดการ (https://www.opsmoac.go.th/pathumthani-warning-files-481991791034)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ชีวภัณฑ์

ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เครื่องพ่น/ถังพ่น

ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม

เช็กก่อนซื้อ

  • ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
  • ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์
รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน

ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

แอนแทรคโนสช่วงออกดอกกับราแป้งในมะม่วงแยกกันอย่างไร

แอนแทรคโนสที่ช่อดอกเริ่มจากจุดหรือขีดสีน้ำตาลแดงเล็ก ๆ บนก้านช่อดอก แผลขยายใหญ่ และเมื่อความชื้นสูงอาจพบเมือกสีส้ม ส่วนราแป้งเป็นผงสีขาวคล้ายแป้งขึ้นฟูตามก้านช่อดอก ก้านดอกย่อยและดอก ตามเอกสารของกรมวิชาการเกษตร สองโรคจัดการต่างกัน จึงควรแยกให้ถูกก่อนเลือกวิธี

มะม่วงติดผลอ่อนแล้วไม่เห็นแผล ปลอดภัยแล้วใช่ไหม

ยังสรุปไม่ได้ เอกสารเตือนภัยระบุว่าบางครั้งเชื้อเข้าทำลายแบบแฝงในผลอ่อนโดยไม่แสดงอาการ แล้วค่อยแสดงอาการเมื่อผลสุกและรุนแรงขึ้นตามความสุกของผล จึงควรตรวจและจัดการแปลงต่อเนื่องแม้ผลอ่อนดูปกติ

ฉีดสารป้องกันโรคตอนดอกบานเต็มที่ได้หรือไม่

กรมวิชาการเกษตรในเอกสารเดียวกันแนะนำให้หลีกเลี่ยงการพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชในช่วงดอกบาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการผสมเกสรของพืช หากจำเป็นต้องจัดการโรคช่วงนี้ ควรปรึกษาเกษตรอำเภอก่อน

กาแฟเป็นแอนแทรคโนสต้องหยุดพ่นสารเมื่อไร

เอกสารเตือนภัยรอบ 18 ก.พ. ถึง 3 มี.ค. 2569 ระบุให้หยุดพ่นสารเมื่อผลเริ่มแก่จนกระทั่งเก็บเกี่ยว และให้ตรวจสอบฉลากของสารที่ใช้เสมอ เพราะช่วงเก็บเกี่ยวหลังพ่นแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์

สตรอว์เบอร์รีเป็นแอนแทรคโนสควรทำอย่างไรก่อน

เอกสารเตือนภัยรอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568 แนะนำให้ใช้ส่วนขยายพันธุ์จากแหล่งที่ไม่มีโรคระบาดและไม่มีอาการของโรค ตรวจแปลงสม่ำเสมอ ตัดส่วนที่เป็นโรคไปทำลายนอกแปลง และเก็บซากพืชทำลายนอกแปลงหลังเก็บเกี่ยวในแปลงที่เป็นโรค

พริกกับแอนแทรคโนสช่วงนี้ควรดูบทความไหน

ผู้เขียนไม่ได้เปิดตารางเตือนภัยรอบล่าสุดที่ระบุพริกโดยตรง จึงไม่ขอสรุปแทน บทความเกี่ยวกับพริกและแอนแทรคโนสหน้าฝนมีอยู่แล้วในเว็บ ให้ใช้เป็นพื้นฐาน แล้วถามเกษตรอำเภอเรื่องรอบเตือนภัยล่าสุด