โรคและการดูแลเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

น้ำส้มควันไม้ใช้ยังไง ผสมกี่ส่วนถึงไล่แมลงได้จริง

น้ำส้มควันไม้ใช้ยังไง ผสมกี่ส่วน รวมอัตราเจือจางสำหรับพ่นใบไล่แมลง ราดดิน และแช่เมล็ด ช่วงเวลาพ่น ความเข้มข้นที่ทำให้ใบไหม้ และข้อจำกัดที่ต้องพ่นซ้ำทุกรอบ

น้ำส้มควันไม้ใช้ยังไง ผสมกี่ส่วนถึงไล่แมลงได้จริง

คำตอบสั้น ๆ

รวมอัตราเจือจางน้ำส้มควันไม้สำหรับพ่นใบไล่แมลง ราดดิน และแช่เมล็ด พร้อมช่วงเวลาพ่นที่ปลอดภัย ความเข้มข้นที่ทำให้ใบไหม้ และข้อจำกัดที่ต้องพ่นซ้ำเป็นรอบ

คำตอบเร็ว: น้ำส้มควันไม้ใช้โดยเจือจางกับน้ำก่อนเสมอ และอัตราส่วนต่างกันตามงาน งานพ่นใบเพื่อไล่แมลงใช้ราว 1 ส่วนต่อน้ำ 200-300 ส่วน งานราดดินก่อนปลูกเพื่อไล่แมลงและเชื้อในดินใช้เข้มขึ้นราว 1 ต่อ 20-50 ส่วนงานแช่เมล็ดก่อนเพาะใช้ราว 1 ต่อ 200 แช่ราว 12 ชั่วโมง ต้องพ่นช่วงเช้าก่อนแดดจัดหรือเย็นหลังแดดอ่อน เพราะความเข้มข้นที่เกินราว 1 ต่อ 100 บวกกับแดดแรงทำให้ขอบใบไหม้ภายในหนึ่งถึงสองวัน ข้อจำกัดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือมันไล่แมลงไม่ใช่ฆ่าแมลง ฤทธิ์อยู่ได้สั้นและถูกฝนชะล้าง จึงต้องพ่นซ้ำทุก 7-10 วันและพ่นใหม่หลังฝน

น้ำส้มควันไม้เป็นของที่หาได้ง่ายและราคาถูก แต่คนส่วนใหญ่ใช้แล้วบอกว่าไม่ได้ผล ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากสามสาเหตุเดิม คือผสมเข้มเกินจนใบไหม้แล้วเลิกใช้ ผสมจางเกินจนไม่มีกลิ่นพอจะไล่อะไรได้ หรือคาดหวังให้มันฆ่าหนอนที่ระบาดเต็มแปลงไปแล้ว บทความนี้เรียงให้ครบตั้งแต่การเลือกน้ำส้มควันไม้ที่ใช้ได้ อัตราผสมของแต่ละงาน ช่วงเวลาพ่น ไปจนถึงข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ เพื่อให้ใช้แล้วเห็นความต่างจริงในแปลง ดูเรื่องโรคและการดูแลพืชประกอบเพื่อวางแผนป้องกันทั้งระบบ

ก่อนผสม ต้องเลือกน้ำส้มควันไม้ที่ใช้ได้ก่อน

ภาพประกอบ ก่อนผสม ต้องเลือกน้ำส้มควันไม้ที่ใช้ได้ก่อน

น้ำส้มควันไม้ได้จากการควบแน่นควันที่เกิดระหว่างเผาถ่าน ช่วงควันที่เก็บได้คือช่วงที่อุณหภูมิปากปล่องอยู่ราว 80-150 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงควันสีขาว ถ้าเก็บควันช่วงแรกที่อุณหภูมิต่ำกว่านี้จะได้น้ำที่เจือจางและเน่าง่าย ถ้าเก็บช่วงท้ายที่ร้อนจัดจะได้น้ำมันดินปนมามาก

น้ำที่เก็บได้สด ๆ ยังใช้กับพืชไม่ได้ทันที ต้องตั้งทิ้งไว้ในภาชนะทึบแสง ปากกว้างพอให้ระบายแก๊ส ในที่ร่มและไม่สั่นสะเทือน อย่างน้อยราว 3 เดือน จนแยกชั้นชัดเจนสามชั้น

  • ชั้นบน เป็นน้ำมันเบาลอยหน้า สีอ่อน มีกลิ่นฉุนแหลม ตักทิ้ง
  • ชั้นกลาง คือน้ำส้มควันไม้ที่ใช้งานได้ สีน้ำตาลใสคล้ายชา ไม่ขุ่น ไม่มีตะกอนแขวนลอย นี่คือส่วนที่ต้องดูดออกมาใช้
  • ชั้นล่าง เป็นน้ำมันดินสีดำข้น มีสารกลุ่มพอลิไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ควรนำไปพ่นพืชที่จะกิน ให้แยกทิ้งหรือนำไปใช้งานทารักษาเนื้อไม้เท่านั้น

วิธีเช็กง่าย ๆ หน้างานคือรินใส่แก้วใสส่องกับแสง ถ้ายังขุ่นเป็นสีโคลนหรือมีคราบดำลอย แปลว่ายังตกตะกอนไม่พอ อย่าเพิ่งเอาไปพ่น และถ้าได้มาเป็นขวดแบ่งจากเพื่อนบ้านโดยไม่รู้ที่มา ให้ถือว่าความเข้มข้นไม่เท่ากับขวดที่เคยใช้ ต้องทดลองกับต้นไม่กี่ต้นก่อนพ่นทั้งแปลงทุกครั้ง เพราะน้ำส้มควันไม้ที่ทำกันเองแต่ละเตาเข้มข้นไม่เท่ากัน ตัวเลขอัตราส่วนทุกตัวในบทความนี้จึงเป็นจุดตั้งต้น ไม่ใช่ค่าตายตัว

อัตราเจือจางตามงาน

หลักจำง่ายคือยิ่งสัมผัสใบและสัมผัสรากโดยตรงยิ่งต้องเจือจางมาก ส่วนงานที่ใช้กับดินเปล่าก่อนปลูกใช้เข้มได้ ตารางนี้รวมอัตราที่ใช้กันทั่วไปในแปลงเกษตรไทยและที่หน่วยงานส่งเสริมมักแนะนำไว้

งานที่ใช้อัตราส่วนโดยประมาณตวงจริงต่อน้ำ 20 ลิตรความถี่ข้อควรระวัง
พ่นใบไล่แมลงปากดูดและแมลงปากกัด1 ต่อ 200-300ราว 70-100 มิลลิลิตรทุก 7-10 วัน และหลังฝนทุกครั้งพ่นให้โดนใต้ใบซึ่งเป็นที่อยู่จริงของเพลี้ย
พ่นบำรุงและกระตุ้นการแตกใบอ่อน1 ต่อ 500-1,000ราว 20-40 มิลลิลิตรทุก 10-14 วันจางกว่ากลุ่มไล่แมลง ใช้กับผักใบบางได้ปลอดภัยกว่า
ราดดินก่อนปลูกเพื่อลดแมลงและเชื้อในดิน1 ต่อ 20-50ราว 0.4-1 ลิตรครั้งเดียว แล้วทิ้งช่วง 7-10 วันก่อนปลูกห้ามราดโคนต้นที่ปลูกอยู่แล้ว รากอ่อนเสียหาย
แช่เมล็ดก่อนเพาะ1 ต่อ 200ราว 100 มิลลิลิตรแช่ราว 12 ชั่วโมงก่อนเพาะทดลองกับเมล็ดจำนวนน้อยก่อนเสมอ เมล็ดแต่ละชนิดทนต่างกัน
ราดกองปุ๋ยหมักเพื่อลดกลิ่นและเร่งการย่อย1 ต่อ 100-200ราว 100-200 มิลลิลิตรทุกครั้งที่กลับกองถ้าเข้มเกินจะยับยั้งจุลินทรีย์ที่ต้องการ
ไล่มดและปลวกรอบโคนต้นหรือรอบโรงเรือน1 ต่อ 20ราว 1 ลิตรซ้ำทุก 1-2 สัปดาห์ราดลงดินรอบนอก เลี่ยงบริเวณรากฝอย
ยับยั้งวัชพืชบนทางเดินหรือพื้นที่ไม่ปลูกพืชใช้เข้มข้นถึงไม่เจือจางใช้ตามสภาพพื้นที่ตามต้องการห้ามให้ละอองปลิวไปโดนแปลงพืชโดยเด็ดขาด

เครื่องมือตวงที่แนะนำคือกระบอกฉีดยาพลาสติกหรือถ้วยตวงมีขีด เพราะอัตราระดับ 1 ต่อ 200 คือราว 100 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ซึ่งประมาณด้วยสายตาผิดได้ง่ายเป็นเท่าตัว และเท่าตัวนี่แหละคือเส้นแบ่งระหว่างพ่นแล้วปลอดภัยกับพ่นแล้วใบไหม้

ขั้นตอนผสมและพ่นแบบละเอียด

  1. ดูดเฉพาะชั้นกลางของน้ำส้มควันไม้ออกมา อย่าเขย่าถังก่อนดูด เพราะจะทำให้ตะกอนน้ำมันดินฟุ้งขึ้นมาปน
  2. เติมน้ำสะอาดลงถังพ่นก่อนประมาณครึ่งถัง แล้วค่อยเทน้ำส้มควันไม้ที่ตวงแล้วลงไป จากนั้นเติมน้ำจนครบ วิธีนี้ช่วยให้ผสมเข้ากันและลดการกัดกร่อนอุปกรณ์จากการเทเข้มข้นลงก้นถัง
  3. คนหรือเขย่าให้เข้ากันแล้วใช้ทันทีภายในวันนั้น อย่าผสมทิ้งค้างข้ามคืน
  4. ทดสอบกับต้นไม่กี่ต้นที่มุมแปลงก่อน แล้วรอดูขอบใบ 24-48 ชั่วโมง ถ้าไม่พบรอยไหม้จึงพ่นทั้งแปลง ขั้นตอนนี้ข้ามไม่ได้เมื่อเปลี่ยนขวดหรือเปลี่ยนเตาที่ผลิต
  5. พ่นให้โดนใต้ใบและซอกยอด ซึ่งเป็นที่เกาะจริงของเพลี้ยอ่อนและไรแดง การพ่นแต่ด้านบนใบคือสาเหตุที่คนบอกว่าพ่นแล้วเพลี้ยไม่หนี
  6. บันทึกวันที่พ่น อัตราที่ใช้ และสิ่งที่สังเกตได้ ลงสมุดแปลง เพื่อให้รู้ว่ารอบหน้าควรปรับขึ้นหรือลง

ช่วงเวลาพ่นและความเข้มข้นที่ทำให้ใบไหม้

น้ำส้มควันไม้มีสภาพเป็นกรดอ่อน ค่าความเป็นกรดด่างมักอยู่ราว 3 ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ใบไหม้เมื่อใช้ผิดเงื่อนไข ปัจจัยที่ทำให้ไหม้ไม่ได้มีแค่ความเข้มข้น แต่เป็นความเข้มข้นบวกกับแดดและอุณหภูมิใบในตอนนั้น

  • ช่วงเวลาที่ควรพ่น เช้าก่อนประมาณ 9 โมง หรือเย็นหลังประมาณ 16 นาฬิกาเมื่อแดดอ่อนลงแล้ว ช่วงนี้ปากใบเปิดและละอองยังอยู่บนใบได้นานพอ
  • ช่วงที่ห้ามพ่น ระหว่างสายถึงบ่ายที่แดดจัด เพราะน้ำระเหยเร็วจนความเข้มข้นบนผิวใบสูงขึ้นกว่าที่ผสมไว้หลายเท่า นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของใบไหม้ทั้งที่ผสมตามสูตร
  • เลี่ยงช่วงดอกบาน กลิ่นควันไล่ทั้งแมลงศัตรูและแมลงผสมเกสร การพ่นตอนไม้ผลกำลังบานทำให้ติดผลน้อยลง ให้เว้นช่วงบานแล้วค่อยกลับมาพ่นหลังติดผลอ่อน
  • เลี่ยงพ่นตอนพืชขาดน้ำ ต้นที่เหี่ยวอยู่แล้วปากใบปิดและเนื้อเยื่อเครียด จะไหม้ง่ายกว่าปกติมาก ให้รดน้ำก่อนแล้วค่อยพ่นในวันถัดไป

เรื่องความเข้มข้น จุดที่เริ่มเสี่ยงคือเข้มกว่าราว 1 ต่อ 100 สำหรับการพ่นใบ โดยเฉพาะกับพืชใบบางอย่างผักสลัด ผักชี ขึ้นฉ่าย คะน้าต้นอ่อน และกล้าที่เพิ่งย้ายลงแปลงไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ กลุ่มนี้ควรเริ่มที่ 1 ต่อ 300 ขึ้นไป ส่วนไม้ผลใบหนาอย่างมะม่วง ลำไย ฝรั่ง ทนได้ดีกว่าแต่ก็ไม่ควรเกิน 1 ต่อ 200 ในการพ่นปกติ

อาการที่บอกว่าเข้มเกินไปจะเห็นภายใน 24-48 ชั่วโมง เริ่มจากขอบใบและปลายใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแห้งเหมือนถูกลวก ลามเข้าในเป็นรูปตัววี ใบอ่อนที่สุดจะแสดงอาการก่อนใบแก่เสมอ ถ้าเจออาการนี้ให้ฉีดล้างด้วยน้ำเปล่าทันที หยุดพ่นอย่างน้อยสองสัปดาห์ให้ต้นแตกใบใหม่ แล้วกลับมาเริ่มใหม่ที่อัตราจางลงครึ่งหนึ่ง

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยและการผสมกับสารอื่น

  • เป็นกรดที่กัดผิวหนังและระคายเคืองตา ต้องใส่ถุงมือ แว่นกันสารเคมี และหน้ากากขณะผสมและพ่น เช่นเดียวกับการใช้สารอื่นในแปลง
  • ห้ามผสมกับสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น ปูนขาว ปูนโดโลไมต์ น้ำปูนใส หรือสารที่ฉลากระบุว่าเป็นด่าง เพราะจะทำปฏิกิริยากันและเสียฤทธิ์ทั้งสองตัว
  • อย่าผสมรวมกับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชอื่นในถังเดียวกันโดยไม่ทดสอบก่อน เพราะสภาพกรดอาจทำให้สารบางชนิดสลายตัวหรือตกตะกอน หากจำเป็นให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรหรืออ่านฉลากผลิตภัณฑ์นั้นโดยละเอียด
  • เก็บในภาชนะทึบแสง ปิดฝาหลวม ๆ ในที่ร่ม ห่างมือเด็ก และห้ามใช้ภาชนะโลหะเพราะกรดกัดกร่อน
  • ล้างถังพ่นด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังใช้ เพราะกรดค้างในปั๊มและหัวฉีดทำให้ยางและซีลเสื่อมเร็ว
  • หากทำเกษตรอินทรีย์หรือขอการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ให้ตรวจสอบกับหน่วยตรวจรับรองหรือ มกอช. ก่อนว่าปัจจัยการผลิตชนิดนี้ใช้ได้ภายใต้มาตรฐานที่ขอหรือไม่ และต้องบันทึกการใช้อย่างไร

ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจ ไล่ได้แต่ไม่ฆ่า

นี่คือส่วนที่กำหนดว่าจะใช้แล้วพอใจหรือผิดหวัง น้ำส้มควันไม้ทำงานด้วยกลิ่นและสภาพกรดบนผิวใบ ซึ่งรบกวนการหาที่วางไข่และการเกาะกินของแมลง มันจึงเป็นสารไล่ ไม่ใช่สารที่ฆ่าแมลงที่อยู่ในแปลงแล้ว

สถานการณ์น้ำส้มควันไม้ช่วยได้แค่ไหนสิ่งที่ควรทำเพิ่ม
แมลงยังไม่ระบาด ต้องการป้องกันล่วงหน้าเหมาะที่สุด ใช้พ่นเป็นรอบทุก 7-10 วันทำควบคู่กับกับดักกาวเหลืองและการกำจัดวัชพืชรอบแปลง
เริ่มพบเพลี้ยอ่อนหรือไรประปรายช่วยชะลอการขยายตัวได้บ้างเพิ่มความถี่เป็นทุก 5-7 วัน และตัดยอดที่มีกลุ่มไข่ทิ้ง
หนอนกินใบระบาดเต็มแปลงแล้วเอาไม่อยู่ เพราะไม่มีฤทธิ์ฆ่าตัวหนอนใช้มาตรการเฉพาะเช่นชีวภัณฑ์หรือสารที่ขึ้นทะเบียน และปรึกษาเกษตรอำเภอ
โรคเชื้อราลุกลามบนใบแล้วไม่ใช่สารกำจัดเชื้อรา อย่าใช้แทนตัดส่วนที่เป็นโรคออกเผาทำลาย และจัดการความชื้นในทรงพุ่ม
หลังฝนตกหนักฤทธิ์หายไปเกือบหมดเพราะถูกชะล้างพ่นซ้ำเมื่อใบแห้ง ไม่ต้องรอครบรอบเดิม

ข้อจำกัดอีกข้อที่ควรพูดให้ชัดคือน้ำส้มควันไม้ที่ผลิตกันเองไม่ได้เป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ขึ้นทะเบียนสำหรับใช้กำจัดศัตรูพืช จึงไม่มีฉลากที่ระบุอัตราใช้และระยะปลอดภัยแบบสารขึ้นทะเบียน การใช้จึงต้องอยู่บนฐานของการทดลองในแปลงตัวเองและการสังเกตอย่างมีระบบ ไม่ใช่การยึดตัวเลขจากที่ใดที่หนึ่งแล้วใช้ตายตัว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้น้ำส้มควันไม้ที่ยังไม่ตกตะกอนครบ 3 เดือน มีน้ำมันดินปนทำให้ใบไหม้ง่ายกว่าปกติและทิ้งคราบเหนียวบนผิวใบ
  • กะอัตราด้วยสายตา เช่น เทเอาจากปากขวดลงถัง 20 ลิตร ซึ่งมักเกินเป้าไปหลายเท่า ต้องใช้กระบอกตวงจริง
  • พ่นตอนแดดจัดเพราะว่างช่วงนั้น เป็นสาเหตุใบไหม้อันดับหนึ่ง ทั้งที่ผสมถูกสูตร
  • คิดว่าเข้มกว่าดีกว่า เพิ่มความเข้มข้นเพราะเห็นว่าแมลงยังอยู่ ผลคือใบเสียหายและต้นชะงักโตนานกว่าความเสียหายจากแมลงเสียอีก
  • พ่นแต่หลังใบด้านบน แมลงปากดูดอยู่ใต้ใบเป็นหลัก ถ้าละอองไม่ถึงก็เท่ากับไม่ได้พ่น
  • ไม่พ่นซ้ำหลังฝน ฤทธิ์ถูกชะล้างไปแล้วแต่ยังนับรอบเดิมอยู่ ทำให้ช่วงว่างระหว่างรอบยาวเกินจนแมลงกลับเข้าแปลง
  • ราดดินเข้มข้นลงโคนต้นที่ปลูกอยู่แล้ว อัตราสำหรับราดดินเป็นอัตราสำหรับดินเปล่าก่อนปลูก การราดลงโคนต้นที่มีรากฝอยทำให้รากเสียหายและใบเหลืองตามมา
  • ใช้แทนสารกำจัดโรคพืชเมื่อโรคลุกลามแล้ว ทำให้เสียเวลาและปล่อยให้โรคขยายจนเอาไม่อยู่

สรุป

น้ำส้มควันไม้ใช้ได้ผลเมื่อเลือกเฉพาะชั้นกลางที่ตกตะกอนครบราว 3 เดือน ตวงอัตราด้วยกระบอกตวงจริง และเลือกอัตราให้ตรงงาน คือราว 1 ต่อ 200-300 สำหรับพ่นใบไล่แมลง ราว 1 ต่อ 20-50 สำหรับราดดินก่อนปลูก และราว 1 ต่อ 200 สำหรับแช่เมล็ดราว 12 ชั่วโมง ช่วงเวลาพ่นสำคัญพอ ๆ กับอัตรา ให้พ่นเช้าก่อน 9 โมงหรือเย็นหลัง 16 นาฬิกา เพราะพ่นกลางแดดจัดหรือเข้มกว่าราว 1 ต่อ 100 ทำให้ขอบใบไหม้ภายในหนึ่งถึงสองวัน และต้องยอมรับข้อจำกัดว่ามันไล่แมลงไม่ใช่ฆ่าแมลง ฤทธิ์สั้นและถูกฝนชะล้าง จึงต้องพ่นซ้ำเป็นรอบและใช้ร่วมกับมาตรการอื่น ส่วนการใช้ในแปลงที่ขอการรับรองมาตรฐาน ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยตรวจรับรองหรือ มกอช. ก่อนทุกครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — คำแนะนำการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานและข้อมูลวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ขึ้นทะเบียน
  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — แนวทางการผลิตและการใช้น้ำส้มควันไม้ในแปลงเกษตร และการขอคำแนะนำจากสำนักงานเกษตรอำเภอ
  • 📄กรมป่าไม้ — ข้อมูลการเผาถ่านและการเก็บน้ำส้มควันไม้จากเตาเผาถ่านอย่างถูกวิธี
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — ข้อกำหนดการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเกษตรอินทรีย์ว่าด้วยปัจจัยการผลิตที่อนุญาตให้ใช้

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คำถามที่พบบ่อย

น้ำส้มควันไม้ผสมกี่ส่วนถึงไล่แมลงได้

สำหรับการพ่นใบเพื่อไล่แมลง อัตราที่ใช้กันทั่วไปคือ 1 ส่วนต่อน้ำ 200-300 ส่วน หรือราว 70-100 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พืชใบบางอย่างผักสลัดและผักชีควรเริ่มที่ฝั่งจาง คือ 1 ต่อ 300 แล้วค่อยปรับ ส่วนไม้ผลใบหนาใช้ 1 ต่อ 200 ได้ แต่ไม่ควรเข้มกว่านั้น ควรพ่นทดสอบกับต้นไม่กี่ต้นก่อนทุกครั้งที่เปลี่ยนขวด เพราะความเข้มข้นของแต่ละเตาไม่เท่ากัน

น้ำส้มควันไม้ฆ่าแมลงได้ไหม

ไม่ได้ มันทำงานโดยกลิ่นและสภาพกรดที่รบกวนการเกาะกินและการวางไข่ จึงเป็นสารไล่มากกว่าสารกำจัด ใช้ได้ผลดีที่สุดในช่วงป้องกันก่อนที่แมลงจะตั้งตัวในแปลง ถ้าหนอนหรือเพลี้ยระบาดเต็มแปลงแล้วจะเอาไม่อยู่ ต้องใช้มาตรการอื่นร่วมด้วย เช่น ชีวภัณฑ์หรือสารที่ขึ้นทะเบียนตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตรและเกษตรอำเภอในพื้นที่

ต้องพ่นน้ำส้มควันไม้บ่อยแค่ไหน

ทุก 7-10 วันในช่วงปกติ และเพิ่มเป็นทุก 5-7 วันในช่วงที่เริ่มพบแมลง จุดสำคัญคือต้องพ่นใหม่ทุกครั้งหลังฝนตก เพราะฤทธิ์ถูกชะล้างไปเกือบหมด การยึดรอบเดิมโดยไม่ดูฝนทำให้เกิดช่วงว่างที่แมลงกลับเข้าแปลงได้ ควรจดวันที่พ่นไว้ในสมุดแปลงเพื่อไม่ให้สับสนเมื่อพ่นหลายแปลง

ใช้น้ำส้มควันไม้แช่เมล็ดก่อนเพาะอย่างไร

ใช้อัตราราว 1 ส่วนต่อน้ำ 200 ส่วน แช่นานราว 12 ชั่วโมงก่อนนำไปเพาะ วัตถุประสงค์คือช่วยลดเชื้อที่ติดมากับผิวเมล็ดและกระตุ้นการงอก ข้อควรระวังคือเมล็ดแต่ละชนิดทนกรดต่างกัน เมล็ดผักขนาดเล็กและเมล็ดที่เปลือกบางเสี่ยงเสียหายมากกว่า จึงควรทดลองกับเมล็ดจำนวนน้อยก่อนแล้วดูอัตราการงอกเทียบกับชุดที่แช่น้ำเปล่า

พ่นน้ำส้มควันไม้แล้วใบไหม้ ควรทำอย่างไร

ฉีดล้างด้วยน้ำเปล่าให้ทั่วทรงพุ่มทันทีที่พบ แล้วหยุดพ่นอย่างน้อยสองสัปดาห์เพื่อให้ต้นแตกใบใหม่ จากนั้นกลับมาเริ่มที่อัตราจางลงครึ่งหนึ่งและเปลี่ยนเวลาพ่นเป็นช่วงเย็นหลังแดดอ่อน สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดสองอย่างคือพ่นตอนแดดจัดและตวงอัตราด้วยสายตาจนเข้มเกิน ให้แก้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน

ราดดินด้วยน้ำส้มควันไม้ทำตอนไหน

ทำในขั้นตอนเตรียมแปลงก่อนปลูก ใช้อัตราราว 1 ต่อ 20-50 ราดให้ทั่วแล้วทิ้งช่วง 7-10 วันก่อนลงกล้าหรือหยอดเมล็ด เพื่อให้กรดสลายตัวและจุลินทรีย์ในดินฟื้นตัว ห้ามใช้อัตรานี้ราดลงโคนต้นที่ปลูกไปแล้ว เพราะรากฝอยจะเสียหายและเห็นเป็นใบเหลืองตามมาในไม่กี่วัน หากต้องการใช้กับแปลงที่มีพืชอยู่ ให้เจือจางลงไปที่ระดับเดียวกับการพ่นใบ

ใช้น้ำส้มควันไม้ในแปลงที่ขอการรับรองมาตรฐานได้หรือไม่

ขึ้นกับมาตรฐานที่ขอและหน่วยตรวจรับรองที่ใช้ เนื่องจากน้ำส้มควันไม้ที่ผลิตเองไม่ใช่วัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ขึ้นทะเบียน จึงไม่มีฉลากระบุอัตราและระยะปลอดภัยแบบสารขึ้นทะเบียน ควรสอบถามหน่วยตรวจรับรองหรือ มกอช. ก่อนใช้ในแปลงที่อยู่ระหว่างขอการรับรอง และบันทึกวันที่ อัตรา และพื้นที่ที่ใช้ไว้ทุกครั้งเพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้