โรคและการดูแลเผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569

วัวควายไอ น้ำมูกไหลช่วงหน้าหนาว เมื่อไรต้องเรียกสัตวแพทย์

วัวควายไอหรือมีน้ำมูกหน้าหนาว อาการแบบไหนเฝ้าดูได้ แบบไหนต้องเรียกสัตวแพทย์ทันที รู้จักโรคคอบวมและไอบีอาร์ตามข้อมูลกรมปศุสัตว์ พร้อมวิธีแยกคอกและวางแผนวัคซีน

วัวควายไอ น้ำมูกไหลช่วงหน้าหนาว เมื่อไรต้องเรียกสัตวแพทย์

คำตอบสั้น ๆ

ไอและน้ำมูกในวัวควายช่วงหน้าหนาวอาจเป็นแค่อาการเล็กน้อย หรือเป็นสัญญาณแรกของโรคคอบวมที่รักษาได้ผลเฉพาะระยะแรก บทความนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าเมื่อไรต้องโทรหาสัตวแพทย์

คำตอบเร็ว: วัวควายที่ไอหรือมีน้ำมูกใสเล็กน้อยแต่ยังกินหญ้า เคี้ยวเอื้อง และเดินตามฝูงได้ ให้แยกคอก กันลม และเฝ้าดูใกล้ชิด แต่ถ้ามีไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร หายใจหอบมีเสียงดัง อ้าปากหายใจ คอยืด หรือมีอาการบวมที่หัว คอ หรือหน้าอก ต้องเรียกสัตวแพทย์หรือแจ้งปศุสัตว์อำเภอทันที เพราะอาจเป็นโรคคอบวม (เฮโมรายิกเซพติซีเมีย) ซึ่งสัตว์อาจตายภายใน 24 ชั่วโมงถึง 2–3 วัน และรักษาได้ผลเฉพาะระยะแรก ห้ามซื้อยามาฉีดเอง

หน้าหนาว ลมเหนือพัดแรงตอนเช้ามืด คอกที่เปิดโล่งด้านเหนือ บวกกับการขนย้ายวัวไปขายช่วงปลายปี ทำให้หลายบ้านเจอวัวควายไอ มีน้ำมูก คำถามที่ตอบยากที่สุดคือ แค่หวัดธรรมดาที่รอได้ หรือเป็นโรคร้ายแรงที่ต้องโทรหาหมอเดี๋ยวนี้ บทความนี้ไม่ได้พูดเรื่องการเตรียมคอกและอาหารหน้าหนาวทั้งหมด ซึ่งอ่านได้ที่ การดูแลปศุสัตว์ช่วงหน้าหนาว แต่จะเน้นการอ่านอาการทางเดินหายใจ และเส้นแบ่งว่าเมื่อไรต้องเรียกสัตวแพทย์ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

หนาวปีนี้กับความเครียดของสัตว์

ภาพประกอบ หนาวปีนี้กับความเครียดของสัตว์

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเมื่อ 16 ต.ค. 2569 ว่าฤดูหนาวของไทยตอนบนเริ่มราวสัปดาห์ที่ 3 ของตุลาคม 2569 และสิ้นสุดราวกลางกุมภาพันธ์ 2570 ช่วงที่หนาวที่สุดคือปลายธันวาคมถึงต้นกุมภาพันธ์ อุณหภูมิต่ำสุดในภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอาจลงไปที่ 10–12 องศาเซลเซียส แม้ภาพรวมจะอุ่นกว่าปกติราว 2 องศา แต่ช่วงที่อากาศเปลี่ยนเร็วและลมแรงคือช่วงที่สัตว์เครียดที่สุด

คู่มือสุขภาพโคเนื้อของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ระบุว่าสาเหตุโน้มนำที่ทำให้สัตว์ป่วยเป็นโรคคอบวมได้ง่าย ได้แก่ ความเครียดจากการเคลื่อนย้าย อากาศร้อนจัด หนาวจัด การอยู่ในที่เปียกหรือชื้นแฉะเกินไป อาหารไม่มีคุณภาพ แร่ธาตุไม่ได้สัดส่วน และการขาดอาหาร ต้องพูดตรง ๆ ว่าเอกสารของกรมปศุสัตว์ระบุว่าโรคคอบวมมักระบาดในฤดูฝน ไม่ใช่ฤดูหนาว แต่ความหนาวจัดและการขนย้ายช่วงปลายปีเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สัตว์ที่มีเชื้ออยู่แล้วป่วยได้

อาการทางเดินหายใจที่คู่มือกรมปศุสัตว์ให้สังเกต

ภาพประกอบ อาการทางเดินหายใจที่คู่มือกรมปศุสัตว์ให้สังเกต

คู่มือสุขภาพโคเนื้อแนะนำให้ผู้เลี้ยงจัดกลุ่มอาการก่อน ถ้าสัตว์หายใจหอบ มีน้ำมูก จาม ไอ ให้ถือว่าเป็นอาการทางระบบหายใจ และอธิบายเพิ่มว่าสัตว์อาจหายใจด้วยท้อง คือซี่โครงแทบไม่ขยับ แต่กล้ามเนื้อท้องยุบพองชัด บางครั้งมีเลือดไหลจากโพรงจมูก โรคทางระบบหายใจที่คู่มือยกตัวอย่างในโคเนื้อ ได้แก่ วัณโรค โรคไอบีอาร์ และโรคบีวีดี ส่วนโรคคอบวมถูกจัดไว้ในกลุ่มโรคที่มีอาการเฉียบพลัน ไข้สูง หายใจหอบ

วิธีดูแบบคนเลี้ยง คือยืนดูห่าง ๆ ตอนเช้าก่อนปล่อยแปลง นับว่าตัวไหนนอนแยกฝูง ไม่ลุกมากินอาหาร หรือยืนก้มหัว คอยืดไปข้างหน้า แล้วสังเกตการหายใจจากสีข้างและท้อง ตัวที่ไอบ้างแต่ยังแย่งอาหารเป็นตัวที่น่าห่วงน้อยกว่าตัวที่ไม่ไอเลยแต่ยืนนิ่ง หายใจแรง

เส้นแบ่ง: เฝ้าดูได้ หรือ ต้องเรียกหมอทันที

ตารางนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่เป็นแนวคิดให้ผู้เลี้ยงตัดสินใจโทรหาสัตวแพทย์ได้เร็วขึ้น โดยอิงอาการที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติระบุไว้

สิ่งที่เห็นระดับควรทำ
ไอเป็นครั้งคราว น้ำมูกใส ยังกินหญ้า เคี้ยวเอื้อง เดินตามฝูงได้เฝ้าระวังแยกคอก กันลม ให้น้ำสะอาดและอาหารดี จดอาการทุกเช้าเย็น ถ้าแย่ลงภายใน 1–2 วันให้เรียกสัตวแพทย์
น้ำมูกข้นปนหนอง ตาแดง น้ำลายไหล เบื่ออาหาร หายใจเร็วควรให้สัตวแพทย์ตรวจแจ้งสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอ แยกตัวจากฝูง ไม่นำไปขายหรือเคลื่อนย้าย
ไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร หายใจหอบมีเสียงดัง อ้าปากหายใจ คอยืด ลิ้นจุกปากฉุกเฉินโทรหาสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอทันที
บวมแข็งร้อนที่หัว คอ ไหล่ หรือหน้าอกฉุกเฉินโทรทันที อาการเข้ากับโรคคอบวม
มีสัตว์ตายกะทันหันในฝูงฉุกเฉินแจ้งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ ห้ามชำแหละหรือนำเนื้อไปกิน

ถ้ามีเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ทางทวารหนัก ให้วัดและจดตัวเลขไว้บอกสัตวแพทย์ คู่มือของกรมปศุสัตว์ระบุว่าโรคคอบวมทำให้ไข้สูง 41–42 องศาเซลเซียส และโรคไอบีอาร์ทำให้ไข้สูง 40–42 องศาเซลเซียส ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้หมอประเมินได้เร็วขึ้นทางโทรศัพท์

โรคคอบวม: ทำไมต้องรีบ

ภาพประกอบ โรคคอบวม: ทำไมต้องรีบ

สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ระบุว่าโรคคอบวมหรือเฮโมรายิกเซพติซีเมียเกิดจากแบคทีเรีย Pasteurella multocida สัตว์ที่เป็นพาหะขับเชื้อปนกับอาหารและน้ำ ส่วนสัตว์ป่วยขับเชื้อออกมากับน้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระ คู่มือสุขภาพโคเนื้อระบุว่าเชื้ออยู่ในดินชื้นแฉะ ทุ่งหญ้า และน้ำได้นาน 2–3 สัปดาห์ แต่ถูกทำลายง่ายด้วยความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป และระบุว่ากระบือมักป่วยรุนแรงกว่าโค

อาการที่คู่มือบรรยายไว้ คือ ไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร น้ำมูกน้ำตาไหล น้ำลายฟูมปาก บวมที่หัว คอ ไหล่ อก เยื่อเมือกในปากและตาแดงคล้ำ หายใจหอบถี่มีเสียงดัง อ้าปากหายใจ คอยืด ลิ้นจุกปาก ระยะแรกท้องผูกแล้วต่อมาท้องร่วง สัตว์มักตายใน 2–3 วัน บางตัวตายภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มซึมและมีไข้ หรือตายกะทันหันโดยไม่แสดงอาการ

ทั้งหน้าเว็บของสถาบันและคู่มือระบุตรงกันว่าการรักษาได้ผลดีเมื่อเริ่มในระยะแรก ถ้าสัตว์อาการหนักแล้วการรักษามักไม่ได้ผล นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรรอดูอาการข้ามคืน เมื่อเห็นสัญญาณฉุกเฉินในตาราง การเลือกยาและขนาดยาต้องให้สัตวแพทย์เป็นผู้ตัดสิน การซื้อยามาฉีดเองนอกจากเสี่ยงผิดโรคแล้ว ยังทำให้เก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อได้ยาก เพราะสถาบันแนะนำให้เก็บตัวอย่างเลือด น้ำลาย หรือน้ำมูกก่อนให้การรักษา

โรคไอบีอาร์: อีกโรคที่ทำให้ไอและน้ำมูกไหล

ภาพประกอบ โรคไอบีอาร์: อีกโรคที่ทำให้ไอและน้ำมูกไหล

คู่มือสุขภาพโคเนื้อระบุว่าโรคไอบีอาร์เกิดจากไวรัส Bovine herpesvirus 1 อาการคือ ซึม เบื่ออาหาร ไข้สูง มีน้ำมูก ไอ หายใจหอบ ตาอักเสบ น้ำลายไหล บางตัวท้องเสีย และอาจแท้งลูกในช่วงท้ายของการตั้งท้อง อัตราการตายต่ำแต่กระทบการผสมติดของฝูง คู่มือระบุว่าไม่มียารักษาเฉพาะ และแม้จะมีวัคซีน แต่ประเทศไทยไม่อนุญาตให้ใช้ เพราะจะทำให้แยกสัตว์ติดเชื้อกับสัตว์ที่ได้รับวัคซีนด้วยการตรวจเลือดไม่ได้ การป้องกันจึงอาศัยการตรวจโรคในฝูงอย่างน้อยปีละครั้งและคัดแยกตัวที่เป็นโรค

ประเด็นที่ผู้เลี้ยงควรรู้: ไอและน้ำมูกในฝูงแม่พันธุ์ ไม่ควรมองแค่เรื่องหวัด ถ้ามีแม่วัวแท้งตามมา ให้แจ้งสัตวแพทย์เพื่อส่งตรวจ คู่มือระบุว่ากรณีสงสัยโรคนี้ต้องเจาะเลือดตรวจ 2 ครั้งห่างกัน 3–4 สัปดาห์

วัคซีนคอบวม: ทำก่อนสัตว์ป่วย

สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติระบุว่าวัคซีนป้องกันโรคคอบวมเป็นวัคซีนเชื้อตายผสมน้ำมัน ฉีดได้ตั้งแต่สัตว์อายุ 4 เดือนขึ้นไป และสัตว์จะเริ่มมีภูมิคุ้มกันประมาณ 3 สัปดาห์หลังฉีด ส่วนรอบการฉีดซ้ำ เอกสารของกรมปศุสัตว์ที่ผู้เขียนเปิดอ่านระบุไม่ตรงกัน หน้าเว็บของสถาบันระบุปีละครั้ง ขณะที่คู่มือสุขภาพโคเนื้อปี 2565 ระบุให้ฉีดซ้ำทุก 6 เดือน จึงแนะนำให้ยึดรอบที่ปศุสัตว์อำเภอกำหนดในพื้นที่ และสอบถามกำหนดรอบรณรงค์ฉีดวัคซีนในพื้นที่ของคุณ

สิ่งที่คนเลี้ยงพลาดบ่อย คือคิดถึงวัคซีนตอนที่สัตว์ป่วยแล้ว ซึ่งช้าเกินไป เพราะภูมิคุ้มกันใช้เวลาราว 3 สัปดาห์ ถ้าวางแผนจะขนย้ายสัตว์ไปขายหรือรับสัตว์ใหม่เข้าฝูงช่วงปลายปี ให้ติดต่อปศุสัตว์อำเภอล่วงหน้า และเก็บบันทึกการฉีดของแต่ละตัวไว้ ดูช่องทางติดต่อและบริการของกรมปศุสัตว์ได้ที่ กรมปศุสัตว์ช่วยเรื่องโรคสัตว์และวัคซีนอย่างไร

แยกสัตว์ป่วยและลดความเครียดในคอก

ภาพประกอบ แยกสัตว์ป่วยและลดความเครียดในคอก
  • แยกตัวที่ไอหรือมีน้ำมูกไปไว้คอกต่างหาก ใช้รางน้ำรางอาหารแยก เพราะเชื้อคอบวมแพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน
  • ทำความสะอาดรางน้ำรางอาหารสม่ำเสมอ และให้คอกมีอากาศถ่ายเท ตามที่คู่มือของกรมปศุสัตว์แนะนำ
  • กันลมด้านที่ลมเหนือเข้า แต่อย่าปิดทึบจนอับชื้น เพราะคู่มือของกรมปศุสัตว์แนะนำให้สัตว์อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี รายละเอียดการทำคอกดูที่ การทำคอกโคขุน
  • พื้นคอกต้องแห้ง คู่มือระบุว่าการอยู่ในที่เปียกหรือชื้นแฉะเป็นสาเหตุโน้มนำของโรคคอบวม
  • เลี่ยงการขนย้ายสัตว์ป่วยหรือสัตว์ที่เพิ่งหายป่วย และกักสัตว์ใหม่ไว้ดูอาการก่อนรวมฝูง

ถ้ามีสัตว์ตาย คู่มือกรมปศุสัตว์ระบุว่าโรคคอบวมเป็นโรคระบาดที่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ทันที และให้ฝังหรือเผาซาก ห้ามนำไปบริโภค การชำแหละซากแบ่งกันในหมู่บ้านคือทางที่ทำให้เชื้อกระจายไปฝูงอื่น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • เห็นวัวไอแล้วซื้อยาจากร้านมาฉีดเอง ทำให้เสียเวลาช่วงที่การรักษายังได้ผล และเก็บตัวอย่างตรวจไม่ได้
  • รอดูอาการข้ามคืนทั้งที่สัตว์หายใจหอบ อ้าปากหายใจ หรือคอบวมแล้ว
  • ปล่อยตัวป่วยกินน้ำรางเดียวกับฝูง เชื้อจึงแพร่ทั้งคอก
  • ขนย้ายวัวไปขายช่วงปลายปีทั้งที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนตามรอบ
  • ปิดคอกทึบเพื่อกันหนาวจนอับชื้น พื้นเปียก แทนที่จะกันเฉพาะด้านลม
  • ชำแหละซากสัตว์ที่ตายกะทันหันมาแบ่งกันกิน ทั้งที่เป็นสัญญาณของโรคระบาด

สรุป

วัวควายที่ไอหรือมีน้ำมูกเล็กน้อยแต่ยังกินและเคี้ยวเอื้องได้ ให้แยกคอก กันลม และเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด แต่ไข้สูง ซึม หายใจหอบมีเสียงดัง อ้าปากหายใจ หรือบวมที่หัว คอ อก คือสัญญาณที่ต้องเรียกสัตวแพทย์หรือแจ้งปศุสัตว์อำเภอทันที เพราะโรคคอบวมรักษาได้ผลเฉพาะระยะแรก การป้องกันที่ดีที่สุดคือฉีดวัคซีนตามรอบที่ปศุสัตว์อำเภอกำหนดก่อนเข้าช่วงที่สัตว์เครียด และไม่ใช้ยาเองโดยไม่มีสัตวแพทย์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ — โรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย (โรคคอบวม) ในโค: สาเหตุ การแพร่เชื้อ อาการ การเก็บตัวอย่าง และวัคซีน https://niah.dld.go.th/index.php/th/knowledge/knowledge-major-diseases-in-animals/cattle/septicemia
  • 📄สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ — คู่มือสุขภาพโคเนื้อ (2565): อาการทางระบบหายใจ โรคคอบวม และโรคไอบีอาร์ https://niah.dld.go.th/images/niah/knowledge/books/2565/manual_Beef_diseases.pdf
  • 📄ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา — ประกาศการเริ่มต้นฤดูหนาวและการคาดหมายลักษณะอากาศฤดูหนาว 2569–2570 (16 ต.ค. 2569) https://cmmet.tmd.go.th/forecast/winter.pdf

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Ployfy จุกนมหลอกปศุสัตว์จุกนมถังป้อนอาหารพร้อมวาล์ว 1…

Ployfy จุกนมหลอกปศุสัตว์จุกนมถังป้อนอาหารพร้อมวาล์ว 1…

อาหารสัตว์

อาหารสำเร็จรูปสำหรับชนิดสัตว์ที่กำลังเลี้ยง ตรวจสูตรและช่วงอายุบนถุงก่อนใช้

เบต้า มีเดียม (เบทาโกร) น้ำยาฆ่าเชื้อโรงเรือน 1 ลิตร

เบต้า มีเดียม (เบทาโกร) น้ำยาฆ่าเชื้อโรงเรือน 1 ลิตร

น้ำยาทำความสะอาดโรงเรือน

ใช้ในแผนทำความสะอาดโรงเรือนตามที่ฉลากระบุ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งผลผลิต

ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

4-20mA เอาต์พุต RS485 เซ็นเซอร์ความชื้นดินอิเล็กทรอนิกส์…

4-20mA เอาต์พุต RS485 เซ็นเซอร์ความชื้นดินอิเล็กทรอนิกส์…

เครื่องวัดดิน

ใช้ตรวจความชื้นหรือค่า pH ดินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำ

เช็กก่อนซื้อ

  • วัดค่าอะไรได้บ้าง (pH ความชื้น แสง) ตามที่ร้านระบุ
  • ใช้ถ่านหรือไม่ต้องใช้ไฟ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

วัวไอแต่ยังกินหญ้าได้ ต้องเรียกสัตวแพทย์ไหม

ถ้ายังกินหญ้า เคี้ยวเอื้อง และเดินตามฝูงได้ ให้แยกคอก กันลม และจดอาการทุกเช้าเย็น แต่ถ้าแย่ลง เช่น เบื่ออาหาร น้ำมูกข้น หรือหายใจหอบ ให้เรียกสัตวแพทย์

อาการแบบไหนที่ต้องโทรหาสัตวแพทย์ทันที

ไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร หายใจหอบมีเสียงดัง อ้าปากหายใจ คอยืด ลิ้นจุกปาก หรือบวมที่หัว คอ ไหล่ อก รวมถึงมีสัตว์ตายกะทันหันในฝูง

โรคคอบวมเกิดในหน้าหนาวไหม

เอกสารของกรมปศุสัตว์ระบุว่าโรคคอบวมมักระบาดในฤดูฝน แต่ความเครียดจากการเคลื่อนย้าย อากาศหนาวจัด และพื้นที่เปียกแฉะเป็นสาเหตุโน้มนำที่ทำให้สัตว์ป่วยได้ทุกฤดู

ซื้อยามาฉีดวัวที่ไอเองได้ไหม

ไม่ควร การเลือกยาและขนาดยาต้องให้สัตวแพทย์ตัดสิน และสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติแนะนำให้เก็บตัวอย่างก่อนให้การรักษา การฉีดยาเองจึงอาจทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก

วัคซีนคอบวมฉีดตอนไหน

สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติระบุว่าฉีดได้ตั้งแต่อายุ 4 เดือน และภูมิคุ้มกันเริ่มขึ้นประมาณ 3 สัปดาห์หลังฉีด ส่วนรอบฉีดซ้ำเอกสารของกรมปศุสัตว์ระบุไม่ตรงกัน ให้ยึดรอบที่ปศุสัตว์อำเภอกำหนด

โรคไอบีอาร์ในวัวมีวัคซีนไหม

คู่มือสุขภาพโคเนื้อของกรมปศุสัตว์ระบุว่ามีวัคซีน แต่ประเทศไทยไม่อนุญาตให้ใช้ และไม่มียารักษาเฉพาะ การป้องกันอาศัยการตรวจโรคในฝูงอย่างน้อยปีละครั้งและคัดแยกตัวที่เป็นโรค