โรคและการดูแลเผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569

โรคใบจุดสีม่วงในหอมแดงและหอมหัวใหญ่ ระบาดหน้าหนาว ป้องกันอย่างไร

โรคใบจุดสีม่วงในหอมแดงและหอมหัวใหญ่ระบาดช่วงต้นหนาวที่หมอกลงจัด ดูแผลสีม่วงขอบเหลือง แยกจากหอมเลื้อย แช่หัวพันธุ์ คุมเพลี้ยไฟ และพ่นสารตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตร

โรคใบจุดสีม่วงในหอมแดงและหอมหัวใหญ่ ระบาดหน้าหนาว ป้องกันอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

โรคใบจุดสีม่วงจากเชื้อ Alternaria porri ระบาดเมื่อหมอกและน้ำค้างลงหนัก บทความนี้ช่วยแยกอาการจากแอนแทรคโนส และวางแผนป้องกันตั้งแต่หัวพันธุ์จนถึงหลังเก็บเกี่ยว

คำตอบเร็ว: โรคใบจุดสีม่วงเกิดจากเชื้อรา Alternaria porri ระบาดช่วงปลายฝนต่อต้นหนาวที่มีหมอกและน้ำค้างหนัก แผลเป็นวงรีสีม่วงเข้มยุบตัว มีขอบสีขาวหรือเหลืองส้มล้อมรอบ ป้องกันโดยใช้หัวพันธุ์ปลอดโรคและแช่หัวพันธุ์ก่อนปลูก จัดการเพลี้ยไฟ เก็บซากพืชเป็นโรคออก และเมื่อพบโรคให้พ่นสารตามคำแนะนำกรมวิชาการเกษตรทุก 5–7 วัน ไม่เกิน 4 ครั้ง แล้วสลับกลุ่มสาร ทำตามฉลากทุกครั้ง

ใครปลูกหอมแดงหรือหอมหัวใหญ่ช่วงปลายปี คงเคยเจอใบที่มีแผลยาวสีม่วงคล้ำ เช้า ๆ ที่น้ำค้างยังเกาะ แผลดูชื้นและมีผงดำ ๆ ขึ้น ผ่านไปสัปดาห์เดียวปลายใบแห้งหักพับทั้งแปลง ชาวบ้านหลายแห่งเรียกโรคนี้ว่า "โรคใบลาย" ส่วนเอกสารทางการเรียกว่าโรคใบจุดสีม่วง ปัญหาคือหลายคนแยกไม่ออกกับโรคแอนแทรคโนสหรือหอมเลื้อย จึงพ่นสารผิดตัวหรือพ่นช้าไป บทความนี้จะช่วยให้แยกอาการได้ และวางแผนป้องกันได้ก่อนเข้าช่วงหมอกลงจัด (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ทำไมโรคนี้มากับหมอกและน้ำค้าง

ภาพประกอบ ทำไมโรคนี้มากับหมอกและน้ำค้าง

รายงานผลการทดลองของกรมวิชาการเกษตรระบุว่าโรคใบจุดสีม่วงมักระบาดช่วงปลายฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว หรือช่วงต้นหนาวที่อากาศเย็น อุณหภูมิประมาณ 21–30 องศาเซลเซียส และมีหมอกหรือน้ำค้างลงจัด ถ้าอุณหภูมิอยู่ที่ 22–25 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 80% ต่อเนื่องนานเกิน 4 ชั่วโมง เชื้อจะเจริญได้รวดเร็ว

ปีนี้ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเมื่อ 16 ต.ค. 2569 ว่าฤดูหนาวของไทยตอนบนจะเริ่มราวสัปดาห์ที่ 3 ของตุลาคม และคาดว่าจะมีหมอกหนาในหลายพื้นที่ช่วงธันวาคมถึงมกราคม อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 22–23 องศาเซลเซียส สภาพนี้ตรงกับย่านที่เชื้อชอบพอดี แปลงหอมที่ปลูกช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคมจึงต้องเฝ้าระวังตลอดอายุ

รายงานเดียวกันยังระบุว่าแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่ที่สำคัญอยู่ที่เชียงใหม่ กาญจนบุรี และนครสวรรค์ หอมหัวใหญ่นอกฤดูปลูกราวกันยายนถึงตุลาคม เก็บเกี่ยวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ส่วนในฤดูปลูกพฤศจิกายนถึงมกราคม เก็บเกี่ยวมกราคมถึงเมษายน ทั้งสองรุ่นอยู่ในช่วงหมอกเกือบทั้งหมด

อาการของโรคใบจุดสีม่วง ดูอย่างไร

ประกาศเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรบรรยายอาการไว้เป็นลำดับ ดังนี้

  • เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ฉ่ำน้ำ รูปกลมหรือรี ต่อมาแห้งเป็นจุดสีขาว
  • แผลขยายยาวไปตามใบเป็นวงรี เนื้อแผลยุบตัว สีม่วงเข้มหรือม่วงปนน้ำตาล ตรงกลางสีจางกว่า
  • รอบแผลมีขอบสีขาวหรือสีเหลืองส้ม
  • อากาศชื้นจะเห็นผงสปอร์สีดำบนแผล
  • หลายแผลรวมกันทำให้ใบแห้ง ถ้าเชื้อเข้าถึงหัว หัวจะเน่าในช่วงเก็บรักษา

จุดที่ต้องดูคือ ตรวจตอนเช้าหลังหมอกจางเล็กน้อย เพราะแผลที่ชื้นจะเห็นผงสปอร์ดำชัดกว่าตอนบ่าย ให้เดินตรวจเป็นแนวทแยงของแปลง ไม่ใช่ดูแค่ริมคันที่เดินผ่านทุกวัน เพราะกลางแปลงที่ลมผ่านน้อยมักเป็นก่อน

อีกเรื่องที่คนมองข้าม: รายงานของกรมวิชาการเกษตรระบุว่าแปลงหอมที่ถูกเพลี้ยไฟทำลายจะอ่อนแอต่อโรคมากขึ้น ใบที่มีรอยขีดสีเงินจากเพลี้ยไฟจึงเป็นทางเปิดให้เชื้อ ถ้ายังคุมเพลี้ยไฟไม่ได้ การพ่นสารกันราอย่างเดียวมักไม่ค่อยได้ผล อ่านวิธีจัดการเพิ่มที่ เพลี้ยไฟ

แยกให้ออก: ใบจุดสีม่วง กับ แอนแทรคโนส (หอมเลื้อย)

สองโรคนี้ระบาดในช่วงอากาศชื้นเหมือนกันและเป็นพร้อมกันได้ แต่ใช้สารบางตัวต่างกัน ตารางนี้สรุปจากประกาศเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรทั้งสองฉบับ

ประเด็นโรคใบจุดสีม่วงโรคแอนแทรคโนส (หอมเลื้อย/หมานอน)
เชื้อสาเหตุAlternaria porriColletotrichum gloeosporioides
ลักษณะแผลวงรียาวตามใบ สีม่วงเข้มหรือม่วงปนน้ำตาล ขอบขาวหรือเหลืองส้มแผลกลมหรือรียุบตัว มีเมือกสปอร์สีชมพูส้ม แห้งแล้วเป็นจุดน้ำตาลดำเรียงเป็นวง
ผงหรือเมือกบนแผลผงสปอร์สีดำเมื่ออากาศชื้นเมือกสีชมพูส้ม
ทรงต้นใบแห้งจากแผลที่รวมกันก่อนลงหัว ต้นแคระ ใบบิดเป็นเกลียว ต้นล้มเลื้อย ไม่ลงหัว ถ้าเป็นช่วงลงหัว หัวยาว คอยืด รากสั้น
ผลต่อหัวหัวเน่าในช่วงเก็บรักษาหัวยาวและโค้งงอ คอยืดยาว

ถ้าแปลงของคุณใบบิดเป็นเกลียวและต้นล้มเลื้อย ให้ไปอ่าน โรคแอนแทรคโนสในหอมแดง ส่วนโรคใบไหม้ในหอมซึ่งมีอาการปลายใบแห้งคล้ายกัน ผู้เขียนไม่พบเอกสารทางการที่บรรยายอาการเปรียบเทียบไว้ชัดเจนพอจะสรุปในที่นี้ ให้ดูข้อมูลแยกที่ โรคใบไหม้ และถ้ายังแยกไม่ได้ ให้นำใบไปให้เกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรใกล้บ้านตรวจ

ป้องกันตั้งแต่ก่อนปลูก

1. เตรียมดินและเลือกหัวพันธุ์

กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้เตรียมดินด้วยปูนขาว ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ และใช้หัวพันธุ์ที่ปลอดโรค หัวพันธุ์ที่เก็บเองจากแปลงที่เคยเป็นโรคเป็นทางพาเชื้อข้ามฤดูที่พบบ่อยมาก ถ้าเห็นหัวมีรอยเน่าหรือแผลช้ำ ให้คัดออกก่อน อย่าเสียดาย

2. แช่หัวพันธุ์หรือต้นกล้าก่อนปลูก

ประกาศเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรแนะนำให้แช่หัวพันธุ์หรือต้นกล้าในสารอย่างใดอย่างหนึ่งนาน 15–20 นาทีก่อนปลูก ได้แก่ ไดฟีโนโคนาโซล 25% EC อัตรา 30–40 มิลลิลิตร หรือ ไอโพรไดโอน 50% WP อัตรา 30–40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

เรื่องเล็กที่คนข้ามบ่อย คือแช่หัวพันธุ์เป็นกระสอบทั้งกระสอบ น้ำยาไม่ทั่วหัวที่อยู่ตรงกลาง ควรแบ่งใส่ตะกร้าหรือถุงตาข่ายใบเล็กแล้วจุ่มให้มิด และสวมถุงมือทุกครั้ง

3. ไม่ปลูกแน่นจนลมไม่ผ่าน

ระยะปลูกที่เหมาะกับพันธุ์และพื้นที่ต่างกันไป ผู้เขียนไม่พบตัวเลขทางการที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ ให้ยึดระยะที่แนะนำสำหรับพันธุ์ที่ใช้ และหลีกเลี่ยงการปลูกถี่เพื่อหวังจำนวนหัว เพราะช่วงหมอกลงจัด แปลงแน่นจะเก็บความชื้นไว้ที่ใบนาน ดูวิธีปลูกพื้นฐานได้ที่ วิธีปลูกหอมแดง

เมื่อพบโรคในแปลง: สารที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำ

ประกาศเตือนภัยการเกษตรของกรมวิชาการเกษตร (ช่วง 16–30 พฤศจิกายน 2565 และช่วง 16–29 ธันวาคม 2565) แนะนำให้พ่นสารอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อพบโรค ทุก 5–7 วัน ไม่ควรเกิน 4 ครั้ง แล้วสลับกับแมนโคเซบเพื่อป้องกันเชื้อดื้อสาร

ชื่อสามัญของสารสูตรอัตราต่อน้ำ 20 ลิตรหมายเหตุ
ไดฟีโนโคนาโซล25% EC20 มิลลิลิตรพ่นเมื่อพบโรค ทุก 5–7 วัน ไม่เกิน 4 ครั้ง
ไอโพรไดโอน50% WP30 กรัมพ่นเมื่อพบโรค ทุก 5–7 วัน ไม่เกิน 4 ครั้ง
โพรคลอราซ50% WP20 กรัมพ่นเมื่อพบโรค ทุก 5–7 วัน ไม่เกิน 4 ครั้ง
แมนโคเซบ80% WP40–50 กรัมใช้สลับเพื่อลดการดื้อสาร

รายงานผลการทดลองของกรมวิชาการเกษตรในแปลงหอมหัวใหญ่ที่ ต.บ้านแม อ.สันป่าตอง (ธันวาคม 2561 ถึงมีนาคม 2562) และ ต.ดอนเปา อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ (ธันวาคม 2562 ถึงกุมภาพันธ์ 2563) พ่นสาร 4 ครั้งทุก 5 วัน พบว่าฟลูโอไพแรม + ไตรฟลอกซีสโตรบิน 25% + 25% SC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ควบคุมโรคได้ดีที่สุด รองลงมาคือไอโพรไดโอน 50% WP อัตรา 30 กรัม ไพราโคลสโตรบิน 25% EC อัตรา 15 มิลลิลิตร อะซอกซีสโตรบิน 25% SC อัตรา 15 มิลลิลิตร ทีบูโคนาโซล 25% EC อัตรา 15 มิลลิลิตร และไดฟีโนโคนาโซล 25% EC อัตรา 15 มิลลิลิตร

รายงานเดียวกันกำชับให้อ่านฉลากก่อนใช้ สลับกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ และหยุดพ่นสารอย่างน้อย 15 วันก่อนเก็บเกี่ยว ถ้าฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมากำหนดระยะนานกว่านั้น ให้ยึดตามฉลาก หอมแดงที่ตั้งใจเก็บขายเป็นหอมใบหรือต้นหอมต้องนับระยะนี้ให้ดี เพราะเก็บเร็วกว่าหอมหัว

หลังเก็บเกี่ยวและรอบปลูกถัดไป

กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้เก็บซากพืชที่เป็นโรคออกนอกแปลงไปทำลาย และในพื้นที่ที่เคยระบาดให้ปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชตระกูลหอมกระเทียม ใบแห้งที่กองไว้ริมคันคือแหล่งเชื้อที่ปลิวกลับเข้าแปลงรอบหน้าได้ ถ้าเอาไปหมักปุ๋ยให้หมักจนสลายดี ไม่ใช่โรยกลับลงแปลงสด ๆ

หัวที่จะเก็บไว้ทำพันธุ์หรือรอขาย ให้คัดหัวที่มีแผลออก ผึ่งในที่ลมโกรกและแห้ง เพราะเชื้อที่ติดหัวทำให้หัวเน่าระหว่างเก็บรักษาตามที่ประกาศของกรมวิชาการเกษตรระบุ ดูช่วงปลูกและเก็บเกี่ยวทั้งปีได้ที่ ปฏิทินปลูกหอมแดง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้หัวพันธุ์จากแปลงที่เคยเป็นโรคโดยไม่คัดและไม่แช่สารก่อนปลูก
  • เห็นปลายใบแห้งแล้วเหมาว่าเป็นโรคเดียวกันหมด ไม่ได้ดูสีแผลและผงสปอร์ จึงพ่นสารไม่ตรงโรค
  • คุมแต่โรค ปล่อยเพลี้ยไฟระบาด ใบเป็นแผลจนเชื้อเข้าง่าย
  • พ่นสารตัวเดียวกันเกิน 4 ครั้งติดกัน ไม่สลับกลุ่ม จนเชื้อดื้อสาร
  • พ่นจนใกล้วันเก็บเกี่ยว ไม่นับระยะหยุดพ่นอย่างน้อย 15 วันหรือตามฉลาก
  • กองใบหอมที่เป็นโรคไว้ริมแปลงหลังตัดแต่ง กลายเป็นแหล่งเชื้อรอบถัดไป

สรุป

โรคใบจุดสีม่วงในหอมแดงและหอมหัวใหญ่เป็นโรคของช่วงต้นหนาวที่หมอกและน้ำค้างลงจัด ซึ่งปี 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีหมอกหนาช่วงธันวาคมถึงมกราคม ป้องกันที่ต้นทางด้วยหัวพันธุ์ปลอดโรค การแช่หัวพันธุ์ คุมเพลี้ยไฟ และไม่ปลูกแน่น เมื่อพบโรคให้ใช้สารตามชื่อสามัญที่กรมวิชาการเกษตรแนะนำ ไม่เกิน 4 ครั้งแล้วสลับกลุ่ม หยุดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวตามฉลาก และเก็บซากพืชเป็นโรคออกจากแปลงทุกรอบ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ประกาศเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 16–30 พฤศจิกายน 2565: อาการโรคใบจุดสีม่วง การแช่หัวพันธุ์ และสารแนะนำพร้อมอัตรา https://www.doa.go.th/hort/wp-content/uploads/2023/02/เตือนภัยช่วง16พยถึง30พย2565.pdf
  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ประกาศเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 16–29 ธันวาคม 2565 (เนื้อหาโรคใบจุดสีม่วงซ้ำกับฉบับพฤศจิกายน) https://www.doa.go.th/hort/wp-content/uploads/2023/02/เตือนภัยช่วง16ธคถึง29ธค2565.pdf
  • 📄กรมวิชาการเกษตร — รายงานผลการทดลองประสิทธิภาพสารป้องกันกำจัดโรคใบจุดสีม่วงของหอมหัวใหญ่ จ.เชียงใหม่ สภาพอากาศที่เอื้อต่อโรค และฤดูปลูก https://doa.go.th/plan/wp-content/uploads/2023/08/2942.33ทดลองประสิทธิภาพสารป้องกันกำจัดโรคใบจุดสีม่ว.pdf
  • 📄กรมวิชาการเกษตร — ประกาศเตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 16–31 มกราคม 2569: อาการโรคแอนแทรคโนสหรือหอมเลื้อย https://www.doa.go.th/hort/wp-content/uploads/2026/01/เตือนภัยการเกษตร-ช่วงวันที่-16-31-มกราคม-2569.pdf
  • 📄ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา — ประกาศการเริ่มต้นฤดูหนาวและการคาดหมายลักษณะอากาศฤดูหนาว 2569–2570 (16 ต.ค. 2569) https://cmmet.tmd.go.th/forecast/winter.pdf

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ชีวภัณฑ์

ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เครื่องพ่น/ถังพ่น

ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม

เช็กก่อนซื้อ

  • ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
  • ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์
รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน

ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

โรคใบจุดสีม่วงในหอมเกิดจากอะไร

เกิดจากเชื้อรา Alternaria porri ตามประกาศของกรมวิชาการเกษตร ระบาดในหอมแดง หอมหัวใหญ่ หอมแบ่ง และกระเทียม ชาวบ้านบางพื้นที่เรียกว่าโรคใบลาย

สภาพอากาศแบบไหนที่โรคใบจุดสีม่วงระบาด

รายงานของกรมวิชาการเกษตรระบุว่าระบาดช่วงปลายฝนถึงหน้าหนาว อุณหภูมิราว 21–30 องศาเซลเซียส มีหมอกหรือน้ำค้างลงจัด และเชื้อเจริญเร็วเมื่ออุณหภูมิ 22–25 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์เกิน 80% นานกว่า 4 ชั่วโมง

แยกโรคใบจุดสีม่วงกับหอมเลื้อยอย่างไร

ใบจุดสีม่วงมีแผลวงรีสีม่วงเข้ม ขอบขาวหรือเหลืองส้ม มีผงสปอร์ดำเมื่อชื้น ส่วนหอมเลื้อยหรือแอนแทรคโนสมีเมือกสปอร์สีชมพูส้ม ต้นบิดเป็นเกลียว ล้มเลื้อย และไม่ลงหัว

ต้องแช่หัวพันธุ์หอมก่อนปลูกไหม

กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ใช้หัวพันธุ์ปลอดโรค และแช่หัวพันธุ์หรือต้นกล้าในไดฟีโนโคนาโซล 25% EC 30–40 มิลลิลิตร หรือไอโพรไดโอน 50% WP 30–40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร นาน 15–20 นาที ทำตามฉลาก

พ่นสารป้องกันโรคใบจุดสีม่วงได้กี่ครั้ง

ประกาศของกรมวิชาการเกษตรแนะนำพ่นทุก 5–7 วัน ไม่ควรเกิน 4 ครั้ง แล้วสลับกับแมนโคเซบเพื่อป้องกันเชื้อดื้อสาร และรายงานผลการทดลองแนะนำให้หยุดพ่นอย่างน้อย 15 วันก่อนเก็บเกี่ยว

เพลี้ยไฟเกี่ยวกับโรคใบจุดสีม่วงอย่างไร

รายงานของกรมวิชาการเกษตรระบุว่าหอมที่ถูกเพลี้ยไฟทำลายจะอ่อนแอต่อโรคมากขึ้น จึงต้องคุมเพลี้ยไฟไปพร้อมกับการป้องกันโรค