คำตอบสั้น ๆ
กระชังปิดทางน้ำเข้าไม่ได้ ความต่างอยู่ที่รู้ตัวเร็วแค่ไหนและเตรียมอะไรไว้ บทความนี้สรุปช่วงเสี่ยง การวัดน้ำ การจัดกระชัง แผนย้ายปลา และเครือข่ายแจ้งเตือนในลำน้ำ
คำตอบเร็ว: ลดความเสี่ยงได้ด้วยห้าเรื่อง คือ รู้ช่วงเสี่ยง (หน้าแล้งน้ำน้อย ฝนแรกหลังแล้ง และช่วงอากาศเปลี่ยนกะทันหัน) วัดออกซิเจนละลายน้ำและ pH ทุกเช้ามืดที่จุดเดิมจนรู้ค่าปกติของตัวเอง ลดความหนาแน่นและจับปลาที่ได้ขนาดก่อนเข้าช่วงเสี่ยง วางแผนย้ายกระชังและเตรียมเครื่องเพิ่มออกซิเจนไว้ล่วงหน้า และตั้งเครือข่ายแจ้งเตือนกับผู้เลี้ยงและคนต้นน้ำ เมื่อเห็นน้ำผิดปกติให้หยุดให้อาหาร แจ้งประมงอำเภอและสายด่วน 1650 พร้อมเก็บหลักฐาน (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
กระชังต่างจากบ่อดินตรงที่เราปิดทางน้ำเข้าไม่ได้ น้ำที่ไหลมาจากต้นน้ำคือน้ำที่ปลาเราต้องอยู่ ถ้าต้นน้ำมีโรงงาน ชุมชน หรือฟาร์มขนาดใหญ่ ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเจอน้ำเสียหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเจอแล้วเรารู้ตัวเร็วแค่ไหน และมีอะไรเตรียมไว้บ้าง คนเลี้ยงที่เสียหายหนักมักไม่ใช่คนที่โชคร้ายที่สุด แต่เป็นคนที่ปล่อยปลาเต็มกระชังเข้าหน้าแล้ง และไม่มีแผนสำรองเลย
เรื่องการขออนุญาตตั้งกระชังในแม่น้ำ ดูที่ เลี้ยงปลานิลในกระชังแม่น้ำ ต้องขออนุญาตอะไร บทความนี้เน้นเฉพาะการรับมือความเสี่ยงน้ำเสียจากต้นน้ำ
ขั้นที่ 1: รู้ช่วงเสี่ยงของแม่น้ำสายตัวเอง
น้ำทิ้งจากต้นน้ำจะส่งผลแรงหรือเบาขึ้นกับปริมาณน้ำที่ช่วยเจือจาง ช่วงที่ควรวางแผนล่วงหน้ามีดังนี้
- หน้าแล้ง น้ำน้อย ไหลช้า น้ำทิ้งปริมาณเท่าเดิมเจือจางได้น้อยลง และออกซิเจนในน้ำต่ำลงง่าย สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีแนะนำผู้เลี้ยงกระชังในแม่น้ำป่าสักให้ลดการผลิตหรือพักการเลี้ยงในฤดูแล้ง และจับปลาที่ได้ขนาดขึ้นขาย
- ฝนแรกหลังแล้งนาน น้ำฝนชะของที่สะสมบนพื้นดิน ลานโรงงาน และทางระบายลงแม่น้ำพร้อมกัน น้ำอาจขุ่นและเปลี่ยนสีภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังฝนตกหนัก
- อากาศหรืออุณหภูมิเปลี่ยนกะทันหัน ประกาศเดียวกันแนะนำให้เตรียมเครื่องเพิ่มออกซิเจน เช่น ปั๊มไดโว่ เครื่องตีน้ำ หรือหัวทราย ไว้สำหรับช่วงนี้
- ช่วงที่โรงงานต้นน้ำผลิตหนัก เช่น ฤดูหีบอ้อยหรือฤดูแปรรูปผลผลิต ถ้าต้นน้ำเป็นโรงงานกลุ่มนี้ ให้ถามคนในพื้นที่ว่าที่ผ่านมาน้ำเปลี่ยนช่วงไหน และจดไว้เป็นปฏิทินของตัวเอง
ขั้นที่ 2: วัดน้ำทุกวัน และรู้ค่าปกติของจุดตัวเอง
เครื่องวัดออกซิเจนละลายน้ำ (DO) และเครื่องวัด pH ช่วยให้รู้ตัวก่อนปลาลอยหัว แต่ตัวเลขครั้งเดียวไม่ค่อยบอกอะไร ที่มีประโยชน์คือการวัดซ้ำที่จุดเดิม เวลาเดิม ทุกวัน แล้วดูว่าวันไหนผิดจากที่เคย
- วัดช่วงเช้ามืด ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะออกซิเจนในน้ำต่ำสุดช่วงก่อนรุ่งสาง และสูงสุดช่วงบ่ายแก่ ถ้าทำได้วัดช่วงบ่ายด้วยเพื่อเทียบ
- วัดสองจุด ในกระชังและในแม่น้ำเหนือแนวกระชัง ถ้าค่าในแม่น้ำต่ำลงด้วย แสดงว่าปัญหามาจากน้ำที่ไหลมา ไม่ใช่จากความแน่นในกระชัง
- จดลงสมุดหรือโทรศัพท์ วันเวลา ค่า DO ค่า pH สีน้ำ กลิ่น ระดับน้ำ และการกินอาหารของปลา
- ใช้มาตรฐานแหล่งน้ำเป็นกรอบอ้างอิง ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2537) กำหนดแหล่งน้ำประเภทที่ 2 ซึ่งใช้เพื่อการอนุรักษ์สัตว์น้ำและการประมง ให้มี DO ไม่ต่ำกว่า 6.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ประเภทที่ 3 ไม่ต่ำกว่า 4.0 และประเภทที่ 4 ไม่ต่ำกว่า 2.0 ระดับที่ปลาชนิดที่เราเลี้ยงเริ่มอันตรายให้ถามประมงอำเภอ
- ดูแลเครื่องวัด ทำความสะอาดหัววัดและตั้งค่าตามคู่มือเครื่อง ค่าที่ผิดเพราะเครื่องสกปรกทำให้ตกใจผิดหรือนิ่งนอนใจผิด
ขั้นที่ 3: สัญญาณเตือนและสิ่งที่ต้องทำทันที
| สัญญาณที่เห็น | ระดับความเสี่ยง | สิ่งที่ทำ |
|---|---|---|
| ปลากินอาหารลดลง ค่า DO เช้ามืดต่ำกว่าค่าปกติของจุดเรา | เฝ้าระวัง | ลดอาหาร วัดซ้ำ ถามในกลุ่มว่าจุดอื่นเป็นด้วยไหม |
| สีน้ำ กลิ่น หรือฟองจากต้นน้ำผิดปกติ มีคราบลอย | สูง | หยุดให้อาหาร ถ่ายวิดีโอพร้อมวันเวลา เก็บตัวอย่างน้ำ แจ้งกลุ่มและประมงอำเภอ |
| ปลาลอยหัวหลายกระชัง หรือเห็นปลาตายลอยมาจากต้นน้ำ | วิกฤต | เปิดเครื่องเพิ่มออกซิเจน เริ่มแผนจับหรือย้าย แจ้งสายด่วน 1650 และประมงอำเภอ |
| ปลาตายในกระชัง | เสียหายแล้ว | นับ ชั่ง ถ่ายรูป เก็บตัวอย่าง แล้วฝังหรือเผา ห้ามทิ้งลงแม่น้ำ |
เรื่องการกำจัดปลาตาย สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีระบุให้ฝังหรือเผา ห้ามทิ้งลงแม่น้ำหรือบ่อ และเมื่อพบสัตว์น้ำผิดปกติให้แจ้งผู้เลี้ยงข้างเคียง ข้อนี้สำคัญกับกระชังมาก เพราะปลาตายที่ทิ้งลงแม่น้ำจะลอยไปหากระชังท้ายน้ำทันที
ขั้นที่ 4: จัดกระชังให้รับแรงกระแทกได้
- ลดความหนาแน่นก่อนเข้าช่วงเสี่ยง ประกาศสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีแนะนำให้ปล่อยปลาในอัตราที่ต่ำลงและใช้ลูกปลาขนาดใหญ่ขึ้น ปลาน้อยในกระชังใช้ออกซิเจนน้อยกว่าและรอดได้ดีกว่าเมื่อน้ำแย่ลง เรื่องอัตราปล่อยดูเพิ่มที่ อัตราการปล่อยปลาที่เหมาะสม
- พื้นกระชังสูงจากพื้นแม่น้ำอย่างน้อย 50 เซนติเมตร ตามคำแนะนำเดียวกัน และไม่วางกระชังแน่นจนน้ำไหลผ่านไม่สะดวก ช่วงน้ำลดต้องตรวจบ่อย
- ลดอาหาร โดยเฉพาะอาหารสด ในช่วงเสี่ยง อาหารที่เหลือจะเน่าและดึงออกซิเจน
- ล้างกระชังสม่ำเสมอ ให้น้ำไหลผ่านตาข่ายได้ดี
- เตรียมเครื่องเพิ่มออกซิเจน ให้พร้อมใช้ มีน้ำมันหรือไฟสำรอง
ขั้นที่ 5: แผนย้ายหรือจับปลาก่อนเกิดเหตุ
แผนที่ใช้ได้จริงต้องตอบคำถามเหล่านี้ไว้ก่อน ไม่ใช่คิดตอนน้ำเปลี่ยนสี
- ใครเป็นคนตัดสินใจ และใช้สัญญาณอะไรเป็นตัวเริ่มแผน เช่น ค่า DO เช้ามืดต่ำกว่าค่าปกติต่อเนื่อง หรือได้ข่าวจากต้นน้ำว่าน้ำเปลี่ยนสี
- ย้ายไปที่ไหน จุดปลายทางต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ถามประมงอำเภอไว้ล่วงหน้าว่าการย้ายจุดต้องแจ้งหรือขออะไร
- ใช้อะไรย้าย เรือ เชือก สมอ และคนช่วยกี่คน ติดต่อใครได้ตอนกลางคืน
- ถ้าย้ายไม่ทัน จะขายใคร มีรายชื่อแพหรือพ่อค้าที่รับปลาได้ขนาดในเวลาสั้น การจับปลาที่ได้ขนาดก่อนคือทางลดความเสียหายที่ทำได้เร็วที่สุด
- อย่าขนย้ายปลาที่อ่อนแออยู่แล้ว โดยไม่จำเป็น ประกาศของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีแนะนำให้หลีกเลี่ยงการขนย้ายปลาช่วงที่สภาพน้ำไม่ดี
ขั้นที่ 6: ตั้งเครือข่ายแจ้งเตือนในลำน้ำ
น้ำเสียไหลจากต้นน้ำลงมาก่อนถึงกระชังเรา คนที่อยู่ต้นน้ำจึงเห็นก่อนเสมอ ผู้เลี้ยงกระชังที่ตั้งกลุ่มไลน์ร่วมกับชาวบ้านต้นน้ำ คนหาปลา และผู้นำชุมชน มักได้เวลาเพิ่มหลายชั่วโมงในการจับหรือย้ายปลา กติกาง่าย ๆ ของกลุ่มคือ ส่งวิดีโอพร้อมเวลาและจุดที่เห็น ไม่ส่งข่าวลือ และมีคนรับหน้าที่แจ้งประมงอำเภอกับสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650 หรือ ecap.pcd.go.th ทุกครั้ง การแจ้งในนามกลุ่มพร้อมหลักฐานหลายจุดยังช่วยให้หน่วยงานเห็นภาพชัดกว่าการแจ้งรายเดียว
เงินชดเชยที่มีอยู่จริง
ต้องพูดตรง ๆ ว่ายังไม่พบประกาศที่ระบุชัดว่าความเสียหายของกระชังจากน้ำเสียโรงงานได้รับช่วยเหลือแบบเดียวกับภัยธรรมชาติ ให้สอบถามประมงอำเภอเป็นกรณีไป ช่องทางที่มีในกฎหมายคือมาตรา 96 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษชดใช้ค่าเสียหาย แม้ไม่ได้จงใจหรือประมาท แต่ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ว่าความเสียหายมาจากแหล่งนั้น สมุดบันทึกค่า DO รายวัน วิดีโอ และบันทึกการลงทุน จึงเป็นทั้งเครื่องมือเตือนภัยและหลักฐานในวันที่ต้องเรียกค่าเสียหาย อ่านเพิ่มที่ เกษตรกรเรียกค่าเสียหายจากผู้ปล่อยน้ำเสียได้ไหม และถ้าคิดต้นทุนกระชังเพื่อตั้งตัวเลขความเสียหาย ดู ต้นทุนเลี้ยงปลาสวายในกระชังแม่น้ำ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปล่อยปลาเต็มกระชังเข้าหน้าแล้ง ทั้งที่รู้ว่าน้ำจะน้อย ความเสียหายต่อครั้งจึงสูงสุด
- ซื้อเครื่องวัดแล้ววัดเฉพาะตอนปลามีอาการ ไม่มีค่าปกติให้เทียบ จึงบอกไม่ได้ว่าน้ำเปลี่ยนไปแค่ไหน
- วัดเฉพาะตอนสาย ซึ่งออกซิเจนสูงขึ้นแล้ว ทำให้นิ่งนอนใจ
- ทิ้งปลาตายลงแม่น้ำ ทำให้กระชังท้ายน้ำเสียหายตาม และหลักฐานหายไป
- รู้ข่าวจากต้นน้ำแต่รอดูก่อน จนน้ำมาถึงแล้วจึงเริ่มหาเรือหาคน
- ไม่ถ่ายวิดีโอ ไม่จดบันทึก เมื่อต้องร้องเรียนหรือเรียกค่าเสียหายจึงไม่มีอะไรยืนยัน
เช็กลิสต์ก่อนเข้าช่วงเสี่ยง
- ลดความหนาแน่นหรือจับปลาที่ได้ขนาดแล้ว
- ตรวจระยะพื้นกระชังกับพื้นแม่น้ำไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร
- เครื่องวัด DO และ pH ใช้งานได้ มีสมุดบันทึกค่าปกติ
- เครื่องเพิ่มออกซิเจนพร้อม มีน้ำมันหรือไฟสำรอง
- แผนย้ายหรือจับปลา มีจุดปลายทาง เรือ คน และผู้ซื้อ
- กลุ่มแจ้งเตือนกับคนต้นน้ำและเบอร์ประมงอำเภอ
- เก็บใบเสร็จพันธุ์ปลาและอาหารไว้ครบ
สรุป
กระชังท้ายโรงงานปิดน้ำเข้าไม่ได้ จึงต้องลดความเสี่ยงด้วยการรู้ช่วงเสี่ยง วัดออกซิเจนทุกเช้ามืดจนรู้ค่าปกติ ลดความหนาแน่นและจับปลาที่ได้ขนาดก่อนหน้าแล้ง และมีแผนย้ายหรือจับปลาพร้อมเครือข่ายแจ้งเตือนจากต้นน้ำ เมื่อน้ำผิดปกติ ให้หยุดให้อาหาร เก็บหลักฐาน และแจ้งประมงอำเภอกับสายด่วน 1650 ทันที ส่วนเงินชดเชยจากรัฐยังไม่มีเกณฑ์ชัดเจน ช่องทางที่มีคือการเรียกค่าเสียหายจากผู้ปล่อยน้ำเสียซึ่งต้องอาศัยหลักฐาน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี กรมประมง — ประกาศเตือนการเลี้ยงสัตว์น้ำช่วงฤดูร้อน (2564) — คำแนะนำสำหรับกระชังในแม่น้ำป่าสักและบ่อดิน การลดความหนาแน่น การลดอาหาร พื้นกระชังห่างพื้นน้ำ การเตรียมเครื่องเพิ่มออกซิเจน และการกำจัดปลาตาย https://www4.fisheries.go.th/local/file_announce/202103261345121_announce.pdf
- ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2537) มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน (สำเนาจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม) — ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ขั้นต่ำของแหล่งน้ำประเภทที่ 2, 3 และ 4 และการใช้ประโยชน์เพื่อการประมง https://e-report.diw.go.th/uploads/standardInfo/202311104.pdf
- American Fisheries Society — Small Impoundment Management in North America บทที่ 10 — รูปแบบออกซิเจนละลายน้ำรอบวัน ต่ำสุดก่อนรุ่งสาง สูงสุดช่วงบ่ายแก่ https://fisheries.org/doi/9781934874349-ch10
- กรมควบคุมมลพิษ — คู่มือการปฏิบัติงาน การจัดการเรื่องร้องเรียนปัญหามลพิษ (สคพ.7 มีนาคม 2568) — ช่องทางร้องเรียน สายด่วน 1650 ระบบ ecap.pcd.go.th อีเมล e-petition@pcd.go.th เวลาทำการ และกรอบเวลาการตอบกลับ https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2025/08/pcdnew-2025-08-19_08-54-46_414047.pdf
- พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (ตัวบทจากวิกิซอร์ซ อ้างราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 37) — มาตรา 4 นิยามน้ำเสียและแหล่งกำเนิดมลพิษ มาตรา 70 ระบบบำบัดน้ำเสีย มาตรา 96 ความรับผิดของเจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษ และมาตรา 97 https://th.wikisource.org/wiki/พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ_พ.ศ._๒๕๓๕
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เลี้ยงตะพาบน้ำขาย ต้องขออนุญาตไหม และเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ได้ไหม
ตะพาบน้ำไทยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ ต้องมีใบอนุญาตจากกรมประมง ส่วนตะพาบไต้หวันสถานะยังไม่ชัด บ่อซีเมนต์ใช้ได้ถ้าจัดพื้นและขอบบ่อถูก
เลี้ยงปลาคาร์ปขายในบ่อดิน ต้องเตรียมน้ำและคัดปลาอย่างไร
ราคาปลาคาร์ปขึ้นกับสีและลาย ไม่ใช่น้ำหนัก งานหลักในบ่อดินจึงเป็นการคุมคุณภาพน้ำและคัดลูกปลาทิ้งเป็นรอบตั้งแต่ปลายังเล็ก
น้ำในคลองกลายเป็นสีดำ ปลาในบ่อลอยหัว ต้องทำอะไรใน 24 ชั่วโมงแรก
ขั้นตอนรายชั่วโมงเมื่อน้ำคลองดำและปลาในบ่อลอยหัว ทั้งการกู้ปลาที่เหลือ การแยกออกซิเจนต่ำกับสารพิษ และการเก็บหลักฐานก่อนน้ำเสียไหลผ่านไป
เพาะไรแดงไว้เลี้ยงลูกปลาเอง ทำไมเพาะแล้วล่ม และแก้อย่างไร
บ่อไรแดงล่มเพราะน้ำเขียวไม่พร้อม ออกซิเจนต่ำ pH ตก หรือมีศัตรู ดูอาการที่เห็นแล้วแก้ตามแนวทางกรมประมงและคู่มือ มข. ได้ตรงจุด
กุ้งขาวหน้าหนาวโตช้า ปรับอาหารและจัดการบ่ออย่างไร
สรุปผลวิจัยเรื่องอุณหภูมิน้ำกับการโตและการกินอาหารของกุ้งขาว พร้อมวิธีปรับอาหารและจัดการบ่อให้ผ่านหน้าหนาวตามคำแนะนำกรมประมง
หน้าหนาวกบไม่กินอาหาร ควรเลี้ยงต่อหรือจับขายก่อน
คู่มือตัดสินใจแบบถ้าเจอแบบนี้ให้ทำแบบนี้ สำหรับคนเลี้ยงกบที่เห็นกบกินน้อยลงช่วงหน้าหนาว อิงงานวิจัยกบนาช่วงหนาวและคำแนะนำกรมประมง
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
![[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fdown-aka-th.img.susercontent.com%2Fth-11134207-81zto-mgm3v98fo26j4a.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_J7MCY4aTZeB4kvt4Z3stHoQ4VhGj)
[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…
ปั๊มลม/ให้อากาศในบ่อ
เพิ่มออกซิเจนในบ่อหรือถังเลี้ยงสัตว์น้ำ
เช็กก่อนซื้อ
- กำลังลมหรือขนาดบ่อ/ถังที่รองรับตามที่ร้านระบุ
- ใช้ไฟบ้าน แบตเตอรี่สำรอง หรือไฟ DC

ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…
ชุดตรวจคุณภาพน้ำ
ใช้ตรวจค่าน้ำเบื้องต้นก่อนปรับการจัดการบ่อหรือสารละลาย
เช็กก่อนซื้อ
- ค่าที่วัดได้ (pH TDS EC ออกซิเจน) ตรงกับที่ต้องการติดตาม
- ต้องคาลิเบรตหรือเปลี่ยนน้ำยาบ่อยแค่ไหน

บ่อผ้าใบ กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา สูง60, 80 ,…
บ่อผ้าใบ/กระชัง
ใช้เป็นบ่อหรือกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จำกัด แยกกักหรืออนุบาลได้

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา
สวิง/อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ
ใช้ตัก คัดขนาด หรือย้ายสัตว์น้ำในบ่อ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ช่วงไหนที่กระชังท้ายโรงงานเสี่ยงที่สุด
ช่วงที่ควรระวังเป็นพิเศษคือหน้าแล้งที่น้ำในแม่น้ำน้อยและไหลช้า เพราะน้ำทิ้งเจือจางได้น้อย สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีจึงแนะนำให้ลดการผลิตหรือพักการเลี้ยงในกระชังช่วงฤดูแล้ง อีกช่วงคือฝนแรกหลังแล้งนาน ซึ่งน้ำฝนชะของที่สะสมบนพื้นและในทางระบายลงแม่น้ำพร้อมกัน และช่วงอากาศหรืออุณหภูมิเปลี่ยนกะทันหัน
ควรวัดออกซิเจนในน้ำตอนไหน
อย่างน้อยช่วงเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะออกซิเจนละลายน้ำต่ำสุดช่วงก่อนรุ่งสาง และวัดช่วงบ่ายเพื่อเทียบ จดค่าทุกวันที่จุดเดิม พอมีข้อมูลสักระยะจะรู้ว่าค่าปกติของจุดเราเป็นเท่าไร เมื่อค่าลดลงผิดจากที่เคยเป็นจะเห็นได้เร็ว
ถ้าปลาตายเพราะน้ำเสียจากโรงงาน มีเงินชดเชยจากรัฐไหม
ยังไม่พบประกาศที่ระบุชัดว่าความเสียหายจากมลพิษเข้าเกณฑ์ช่วยเหลือแบบเดียวกับภัยพิบัติธรรมชาติ ให้สอบถามประมงอำเภอเป็นกรณีไป ช่องทางที่มีในกฎหมายคือมาตรา 96 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่ให้เจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งต้องมีหลักฐานโยงไปถึงแหล่งปล่อยน้ำ
ย้ายกระชังหนีน้ำเสียได้จริงไหม
ทำได้ถ้าเตรียมไว้ก่อน ทั้งจุดปลายทางที่ได้รับอนุญาตแล้ว เรือ เชือก คนช่วย และคนตัดสินใจ ถ้าเริ่มคิดตอนน้ำเปลี่ยนสีแล้วมักไม่ทัน และการขนย้ายเองทำให้ปลาเครียด สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีแนะนำให้หลีกเลี่ยงการขนย้ายปลาช่วงที่ปลาอ่อนแอ ทางเลือกที่มักทำได้เร็วกว่าคือจับปลาที่ได้ขนาดขายก่อน
พื้นกระชังควรห่างพื้นแม่น้ำเท่าไร
ประกาศของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีสำหรับกระชังในแม่น้ำป่าสักแนะนำให้พื้นกระชังสูงจากพื้นน้ำอย่างน้อย 50 เซนติเมตร และไม่ควรวางกระชังแน่นจนน้ำไหลผ่านไม่สะดวก ช่วงน้ำลดต้องตรวจระยะนี้บ่อย ๆ เพราะระดับน้ำเปลี่ยนเร็ว
เห็นน้ำเปลี่ยนสีจากต้นน้ำ ต้องแจ้งใคร
แจ้งกรมควบคุมมลพิษทางสายด่วน 1650 หรือ ecap.pcd.go.th แจ้งประมงอำเภอ และส่งข่าวในกลุ่มผู้เลี้ยงกระชังท้ายน้ำทันที พร้อมวิดีโอที่มีวันเวลาและตำแหน่ง
