ประมงเผยแพร่ 21 ตุลาคม 2569

เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำที่มีโรงงานอยู่ต้นน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำเสียอย่างไร

เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำที่มีโรงงานอยู่ต้นน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำเสียอย่างไร ช่วงเสี่ยงหน้าแล้งและฝนแรก วัดออกซิเจนเช้ามืด แผนย้ายกระชัง และเครือข่ายแจ้งเตือน

เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำที่มีโรงงานอยู่ต้นน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำเสียอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

กระชังปิดทางน้ำเข้าไม่ได้ ความต่างอยู่ที่รู้ตัวเร็วแค่ไหนและเตรียมอะไรไว้ บทความนี้สรุปช่วงเสี่ยง การวัดน้ำ การจัดกระชัง แผนย้ายปลา และเครือข่ายแจ้งเตือนในลำน้ำ

คำตอบเร็ว: ลดความเสี่ยงได้ด้วยห้าเรื่อง คือ รู้ช่วงเสี่ยง (หน้าแล้งน้ำน้อย ฝนแรกหลังแล้ง และช่วงอากาศเปลี่ยนกะทันหัน) วัดออกซิเจนละลายน้ำและ pH ทุกเช้ามืดที่จุดเดิมจนรู้ค่าปกติของตัวเอง ลดความหนาแน่นและจับปลาที่ได้ขนาดก่อนเข้าช่วงเสี่ยง วางแผนย้ายกระชังและเตรียมเครื่องเพิ่มออกซิเจนไว้ล่วงหน้า และตั้งเครือข่ายแจ้งเตือนกับผู้เลี้ยงและคนต้นน้ำ เมื่อเห็นน้ำผิดปกติให้หยุดให้อาหาร แจ้งประมงอำเภอและสายด่วน 1650 พร้อมเก็บหลักฐาน (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

กระชังต่างจากบ่อดินตรงที่เราปิดทางน้ำเข้าไม่ได้ น้ำที่ไหลมาจากต้นน้ำคือน้ำที่ปลาเราต้องอยู่ ถ้าต้นน้ำมีโรงงาน ชุมชน หรือฟาร์มขนาดใหญ่ ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเจอน้ำเสียหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเจอแล้วเรารู้ตัวเร็วแค่ไหน และมีอะไรเตรียมไว้บ้าง คนเลี้ยงที่เสียหายหนักมักไม่ใช่คนที่โชคร้ายที่สุด แต่เป็นคนที่ปล่อยปลาเต็มกระชังเข้าหน้าแล้ง และไม่มีแผนสำรองเลย

เรื่องการขออนุญาตตั้งกระชังในแม่น้ำ ดูที่ เลี้ยงปลานิลในกระชังแม่น้ำ ต้องขออนุญาตอะไร บทความนี้เน้นเฉพาะการรับมือความเสี่ยงน้ำเสียจากต้นน้ำ

ขั้นที่ 1: รู้ช่วงเสี่ยงของแม่น้ำสายตัวเอง

ภาพประกอบ ขั้นที่ 1: รู้ช่วงเสี่ยงของแม่น้ำสายตัวเอง

น้ำทิ้งจากต้นน้ำจะส่งผลแรงหรือเบาขึ้นกับปริมาณน้ำที่ช่วยเจือจาง ช่วงที่ควรวางแผนล่วงหน้ามีดังนี้

  • หน้าแล้ง น้ำน้อย ไหลช้า น้ำทิ้งปริมาณเท่าเดิมเจือจางได้น้อยลง และออกซิเจนในน้ำต่ำลงง่าย สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีแนะนำผู้เลี้ยงกระชังในแม่น้ำป่าสักให้ลดการผลิตหรือพักการเลี้ยงในฤดูแล้ง และจับปลาที่ได้ขนาดขึ้นขาย
  • ฝนแรกหลังแล้งนาน น้ำฝนชะของที่สะสมบนพื้นดิน ลานโรงงาน และทางระบายลงแม่น้ำพร้อมกัน น้ำอาจขุ่นและเปลี่ยนสีภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังฝนตกหนัก
  • อากาศหรืออุณหภูมิเปลี่ยนกะทันหัน ประกาศเดียวกันแนะนำให้เตรียมเครื่องเพิ่มออกซิเจน เช่น ปั๊มไดโว่ เครื่องตีน้ำ หรือหัวทราย ไว้สำหรับช่วงนี้
  • ช่วงที่โรงงานต้นน้ำผลิตหนัก เช่น ฤดูหีบอ้อยหรือฤดูแปรรูปผลผลิต ถ้าต้นน้ำเป็นโรงงานกลุ่มนี้ ให้ถามคนในพื้นที่ว่าที่ผ่านมาน้ำเปลี่ยนช่วงไหน และจดไว้เป็นปฏิทินของตัวเอง

ขั้นที่ 2: วัดน้ำทุกวัน และรู้ค่าปกติของจุดตัวเอง

เครื่องวัดออกซิเจนละลายน้ำ (DO) และเครื่องวัด pH ช่วยให้รู้ตัวก่อนปลาลอยหัว แต่ตัวเลขครั้งเดียวไม่ค่อยบอกอะไร ที่มีประโยชน์คือการวัดซ้ำที่จุดเดิม เวลาเดิม ทุกวัน แล้วดูว่าวันไหนผิดจากที่เคย

  1. วัดช่วงเช้ามืด ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะออกซิเจนในน้ำต่ำสุดช่วงก่อนรุ่งสาง และสูงสุดช่วงบ่ายแก่ ถ้าทำได้วัดช่วงบ่ายด้วยเพื่อเทียบ
  2. วัดสองจุด ในกระชังและในแม่น้ำเหนือแนวกระชัง ถ้าค่าในแม่น้ำต่ำลงด้วย แสดงว่าปัญหามาจากน้ำที่ไหลมา ไม่ใช่จากความแน่นในกระชัง
  3. จดลงสมุดหรือโทรศัพท์ วันเวลา ค่า DO ค่า pH สีน้ำ กลิ่น ระดับน้ำ และการกินอาหารของปลา
  4. ใช้มาตรฐานแหล่งน้ำเป็นกรอบอ้างอิง ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2537) กำหนดแหล่งน้ำประเภทที่ 2 ซึ่งใช้เพื่อการอนุรักษ์สัตว์น้ำและการประมง ให้มี DO ไม่ต่ำกว่า 6.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ประเภทที่ 3 ไม่ต่ำกว่า 4.0 และประเภทที่ 4 ไม่ต่ำกว่า 2.0 ระดับที่ปลาชนิดที่เราเลี้ยงเริ่มอันตรายให้ถามประมงอำเภอ
  5. ดูแลเครื่องวัด ทำความสะอาดหัววัดและตั้งค่าตามคู่มือเครื่อง ค่าที่ผิดเพราะเครื่องสกปรกทำให้ตกใจผิดหรือนิ่งนอนใจผิด

ขั้นที่ 3: สัญญาณเตือนและสิ่งที่ต้องทำทันที

สัญญาณที่เห็นระดับความเสี่ยงสิ่งที่ทำ
ปลากินอาหารลดลง ค่า DO เช้ามืดต่ำกว่าค่าปกติของจุดเราเฝ้าระวังลดอาหาร วัดซ้ำ ถามในกลุ่มว่าจุดอื่นเป็นด้วยไหม
สีน้ำ กลิ่น หรือฟองจากต้นน้ำผิดปกติ มีคราบลอยสูงหยุดให้อาหาร ถ่ายวิดีโอพร้อมวันเวลา เก็บตัวอย่างน้ำ แจ้งกลุ่มและประมงอำเภอ
ปลาลอยหัวหลายกระชัง หรือเห็นปลาตายลอยมาจากต้นน้ำวิกฤตเปิดเครื่องเพิ่มออกซิเจน เริ่มแผนจับหรือย้าย แจ้งสายด่วน 1650 และประมงอำเภอ
ปลาตายในกระชังเสียหายแล้วนับ ชั่ง ถ่ายรูป เก็บตัวอย่าง แล้วฝังหรือเผา ห้ามทิ้งลงแม่น้ำ

เรื่องการกำจัดปลาตาย สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีระบุให้ฝังหรือเผา ห้ามทิ้งลงแม่น้ำหรือบ่อ และเมื่อพบสัตว์น้ำผิดปกติให้แจ้งผู้เลี้ยงข้างเคียง ข้อนี้สำคัญกับกระชังมาก เพราะปลาตายที่ทิ้งลงแม่น้ำจะลอยไปหากระชังท้ายน้ำทันที

ขั้นที่ 4: จัดกระชังให้รับแรงกระแทกได้

  • ลดความหนาแน่นก่อนเข้าช่วงเสี่ยง ประกาศสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีแนะนำให้ปล่อยปลาในอัตราที่ต่ำลงและใช้ลูกปลาขนาดใหญ่ขึ้น ปลาน้อยในกระชังใช้ออกซิเจนน้อยกว่าและรอดได้ดีกว่าเมื่อน้ำแย่ลง เรื่องอัตราปล่อยดูเพิ่มที่ อัตราการปล่อยปลาที่เหมาะสม
  • พื้นกระชังสูงจากพื้นแม่น้ำอย่างน้อย 50 เซนติเมตร ตามคำแนะนำเดียวกัน และไม่วางกระชังแน่นจนน้ำไหลผ่านไม่สะดวก ช่วงน้ำลดต้องตรวจบ่อย
  • ลดอาหาร โดยเฉพาะอาหารสด ในช่วงเสี่ยง อาหารที่เหลือจะเน่าและดึงออกซิเจน
  • ล้างกระชังสม่ำเสมอ ให้น้ำไหลผ่านตาข่ายได้ดี
  • เตรียมเครื่องเพิ่มออกซิเจน ให้พร้อมใช้ มีน้ำมันหรือไฟสำรอง

ขั้นที่ 5: แผนย้ายหรือจับปลาก่อนเกิดเหตุ

แผนที่ใช้ได้จริงต้องตอบคำถามเหล่านี้ไว้ก่อน ไม่ใช่คิดตอนน้ำเปลี่ยนสี

  1. ใครเป็นคนตัดสินใจ และใช้สัญญาณอะไรเป็นตัวเริ่มแผน เช่น ค่า DO เช้ามืดต่ำกว่าค่าปกติต่อเนื่อง หรือได้ข่าวจากต้นน้ำว่าน้ำเปลี่ยนสี
  2. ย้ายไปที่ไหน จุดปลายทางต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ถามประมงอำเภอไว้ล่วงหน้าว่าการย้ายจุดต้องแจ้งหรือขออะไร
  3. ใช้อะไรย้าย เรือ เชือก สมอ และคนช่วยกี่คน ติดต่อใครได้ตอนกลางคืน
  4. ถ้าย้ายไม่ทัน จะขายใคร มีรายชื่อแพหรือพ่อค้าที่รับปลาได้ขนาดในเวลาสั้น การจับปลาที่ได้ขนาดก่อนคือทางลดความเสียหายที่ทำได้เร็วที่สุด
  5. อย่าขนย้ายปลาที่อ่อนแออยู่แล้ว โดยไม่จำเป็น ประกาศของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีแนะนำให้หลีกเลี่ยงการขนย้ายปลาช่วงที่สภาพน้ำไม่ดี

ขั้นที่ 6: ตั้งเครือข่ายแจ้งเตือนในลำน้ำ

น้ำเสียไหลจากต้นน้ำลงมาก่อนถึงกระชังเรา คนที่อยู่ต้นน้ำจึงเห็นก่อนเสมอ ผู้เลี้ยงกระชังที่ตั้งกลุ่มไลน์ร่วมกับชาวบ้านต้นน้ำ คนหาปลา และผู้นำชุมชน มักได้เวลาเพิ่มหลายชั่วโมงในการจับหรือย้ายปลา กติกาง่าย ๆ ของกลุ่มคือ ส่งวิดีโอพร้อมเวลาและจุดที่เห็น ไม่ส่งข่าวลือ และมีคนรับหน้าที่แจ้งประมงอำเภอกับสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650 หรือ ecap.pcd.go.th ทุกครั้ง การแจ้งในนามกลุ่มพร้อมหลักฐานหลายจุดยังช่วยให้หน่วยงานเห็นภาพชัดกว่าการแจ้งรายเดียว

เงินชดเชยที่มีอยู่จริง

ต้องพูดตรง ๆ ว่ายังไม่พบประกาศที่ระบุชัดว่าความเสียหายของกระชังจากน้ำเสียโรงงานได้รับช่วยเหลือแบบเดียวกับภัยธรรมชาติ ให้สอบถามประมงอำเภอเป็นกรณีไป ช่องทางที่มีในกฎหมายคือมาตรา 96 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษชดใช้ค่าเสียหาย แม้ไม่ได้จงใจหรือประมาท แต่ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ว่าความเสียหายมาจากแหล่งนั้น สมุดบันทึกค่า DO รายวัน วิดีโอ และบันทึกการลงทุน จึงเป็นทั้งเครื่องมือเตือนภัยและหลักฐานในวันที่ต้องเรียกค่าเสียหาย อ่านเพิ่มที่ เกษตรกรเรียกค่าเสียหายจากผู้ปล่อยน้ำเสียได้ไหม และถ้าคิดต้นทุนกระชังเพื่อตั้งตัวเลขความเสียหาย ดู ต้นทุนเลี้ยงปลาสวายในกระชังแม่น้ำ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปล่อยปลาเต็มกระชังเข้าหน้าแล้ง ทั้งที่รู้ว่าน้ำจะน้อย ความเสียหายต่อครั้งจึงสูงสุด
  • ซื้อเครื่องวัดแล้ววัดเฉพาะตอนปลามีอาการ ไม่มีค่าปกติให้เทียบ จึงบอกไม่ได้ว่าน้ำเปลี่ยนไปแค่ไหน
  • วัดเฉพาะตอนสาย ซึ่งออกซิเจนสูงขึ้นแล้ว ทำให้นิ่งนอนใจ
  • ทิ้งปลาตายลงแม่น้ำ ทำให้กระชังท้ายน้ำเสียหายตาม และหลักฐานหายไป
  • รู้ข่าวจากต้นน้ำแต่รอดูก่อน จนน้ำมาถึงแล้วจึงเริ่มหาเรือหาคน
  • ไม่ถ่ายวิดีโอ ไม่จดบันทึก เมื่อต้องร้องเรียนหรือเรียกค่าเสียหายจึงไม่มีอะไรยืนยัน

เช็กลิสต์ก่อนเข้าช่วงเสี่ยง

  • ลดความหนาแน่นหรือจับปลาที่ได้ขนาดแล้ว
  • ตรวจระยะพื้นกระชังกับพื้นแม่น้ำไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร
  • เครื่องวัด DO และ pH ใช้งานได้ มีสมุดบันทึกค่าปกติ
  • เครื่องเพิ่มออกซิเจนพร้อม มีน้ำมันหรือไฟสำรอง
  • แผนย้ายหรือจับปลา มีจุดปลายทาง เรือ คน และผู้ซื้อ
  • กลุ่มแจ้งเตือนกับคนต้นน้ำและเบอร์ประมงอำเภอ
  • เก็บใบเสร็จพันธุ์ปลาและอาหารไว้ครบ

สรุป

กระชังท้ายโรงงานปิดน้ำเข้าไม่ได้ จึงต้องลดความเสี่ยงด้วยการรู้ช่วงเสี่ยง วัดออกซิเจนทุกเช้ามืดจนรู้ค่าปกติ ลดความหนาแน่นและจับปลาที่ได้ขนาดก่อนหน้าแล้ง และมีแผนย้ายหรือจับปลาพร้อมเครือข่ายแจ้งเตือนจากต้นน้ำ เมื่อน้ำผิดปกติ ให้หยุดให้อาหาร เก็บหลักฐาน และแจ้งประมงอำเภอกับสายด่วน 1650 ทันที ส่วนเงินชดเชยจากรัฐยังไม่มีเกณฑ์ชัดเจน ช่องทางที่มีคือการเรียกค่าเสียหายจากผู้ปล่อยน้ำเสียซึ่งต้องอาศัยหลักฐาน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี กรมประมง — ประกาศเตือนการเลี้ยงสัตว์น้ำช่วงฤดูร้อน (2564) — คำแนะนำสำหรับกระชังในแม่น้ำป่าสักและบ่อดิน การลดความหนาแน่น การลดอาหาร พื้นกระชังห่างพื้นน้ำ การเตรียมเครื่องเพิ่มออกซิเจน และการกำจัดปลาตาย https://www4.fisheries.go.th/local/file_announce/202103261345121_announce.pdf
  • 📄ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2537) มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน (สำเนาจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม) — ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ขั้นต่ำของแหล่งน้ำประเภทที่ 2, 3 และ 4 และการใช้ประโยชน์เพื่อการประมง https://e-report.diw.go.th/uploads/standardInfo/202311104.pdf
  • 📄American Fisheries Society — Small Impoundment Management in North America บทที่ 10 — รูปแบบออกซิเจนละลายน้ำรอบวัน ต่ำสุดก่อนรุ่งสาง สูงสุดช่วงบ่ายแก่ https://fisheries.org/doi/9781934874349-ch10
  • 📄กรมควบคุมมลพิษ — คู่มือการปฏิบัติงาน การจัดการเรื่องร้องเรียนปัญหามลพิษ (สคพ.7 มีนาคม 2568) — ช่องทางร้องเรียน สายด่วน 1650 ระบบ ecap.pcd.go.th อีเมล e-petition@pcd.go.th เวลาทำการ และกรอบเวลาการตอบกลับ https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2025/08/pcdnew-2025-08-19_08-54-46_414047.pdf
  • 📄พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (ตัวบทจากวิกิซอร์ซ อ้างราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 37) — มาตรา 4 นิยามน้ำเสียและแหล่งกำเนิดมลพิษ มาตรา 70 ระบบบำบัดน้ำเสีย มาตรา 96 ความรับผิดของเจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษ และมาตรา 97 https://th.wikisource.org/wiki/พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ_พ.ศ._๒๕๓๕

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…

[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…

ปั๊มลม/ให้อากาศในบ่อ

เพิ่มออกซิเจนในบ่อหรือถังเลี้ยงสัตว์น้ำ

เช็กก่อนซื้อ

  • กำลังลมหรือขนาดบ่อ/ถังที่รองรับตามที่ร้านระบุ
  • ใช้ไฟบ้าน แบตเตอรี่สำรอง หรือไฟ DC
ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…

ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…

ชุดตรวจคุณภาพน้ำ

ใช้ตรวจค่าน้ำเบื้องต้นก่อนปรับการจัดการบ่อหรือสารละลาย

เช็กก่อนซื้อ

  • ค่าที่วัดได้ (pH TDS EC ออกซิเจน) ตรงกับที่ต้องการติดตาม
  • ต้องคาลิเบรตหรือเปลี่ยนน้ำยาบ่อยแค่ไหน
บ่อผ้าใบ กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา สูง60, 80 ,…

บ่อผ้าใบ กระชังบก บ่อผ้าใบเลี้ยงปลา สูง60, 80 ,…

บ่อผ้าใบ/กระชัง

ใช้เป็นบ่อหรือกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จำกัด แยกกักหรืออนุบาลได้

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา

สวิง/อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ

ใช้ตัก คัดขนาด หรือย้ายสัตว์น้ำในบ่อ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ช่วงไหนที่กระชังท้ายโรงงานเสี่ยงที่สุด

ช่วงที่ควรระวังเป็นพิเศษคือหน้าแล้งที่น้ำในแม่น้ำน้อยและไหลช้า เพราะน้ำทิ้งเจือจางได้น้อย สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีจึงแนะนำให้ลดการผลิตหรือพักการเลี้ยงในกระชังช่วงฤดูแล้ง อีกช่วงคือฝนแรกหลังแล้งนาน ซึ่งน้ำฝนชะของที่สะสมบนพื้นและในทางระบายลงแม่น้ำพร้อมกัน และช่วงอากาศหรืออุณหภูมิเปลี่ยนกะทันหัน

ควรวัดออกซิเจนในน้ำตอนไหน

อย่างน้อยช่วงเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะออกซิเจนละลายน้ำต่ำสุดช่วงก่อนรุ่งสาง และวัดช่วงบ่ายเพื่อเทียบ จดค่าทุกวันที่จุดเดิม พอมีข้อมูลสักระยะจะรู้ว่าค่าปกติของจุดเราเป็นเท่าไร เมื่อค่าลดลงผิดจากที่เคยเป็นจะเห็นได้เร็ว

ถ้าปลาตายเพราะน้ำเสียจากโรงงาน มีเงินชดเชยจากรัฐไหม

ยังไม่พบประกาศที่ระบุชัดว่าความเสียหายจากมลพิษเข้าเกณฑ์ช่วยเหลือแบบเดียวกับภัยพิบัติธรรมชาติ ให้สอบถามประมงอำเภอเป็นกรณีไป ช่องทางที่มีในกฎหมายคือมาตรา 96 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่ให้เจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งต้องมีหลักฐานโยงไปถึงแหล่งปล่อยน้ำ

ย้ายกระชังหนีน้ำเสียได้จริงไหม

ทำได้ถ้าเตรียมไว้ก่อน ทั้งจุดปลายทางที่ได้รับอนุญาตแล้ว เรือ เชือก คนช่วย และคนตัดสินใจ ถ้าเริ่มคิดตอนน้ำเปลี่ยนสีแล้วมักไม่ทัน และการขนย้ายเองทำให้ปลาเครียด สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีแนะนำให้หลีกเลี่ยงการขนย้ายปลาช่วงที่ปลาอ่อนแอ ทางเลือกที่มักทำได้เร็วกว่าคือจับปลาที่ได้ขนาดขายก่อน

พื้นกระชังควรห่างพื้นแม่น้ำเท่าไร

ประกาศของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรีสำหรับกระชังในแม่น้ำป่าสักแนะนำให้พื้นกระชังสูงจากพื้นน้ำอย่างน้อย 50 เซนติเมตร และไม่ควรวางกระชังแน่นจนน้ำไหลผ่านไม่สะดวก ช่วงน้ำลดต้องตรวจระยะนี้บ่อย ๆ เพราะระดับน้ำเปลี่ยนเร็ว

เห็นน้ำเปลี่ยนสีจากต้นน้ำ ต้องแจ้งใคร

แจ้งกรมควบคุมมลพิษทางสายด่วน 1650 หรือ ecap.pcd.go.th แจ้งประมงอำเภอ และส่งข่าวในกลุ่มผู้เลี้ยงกระชังท้ายน้ำทันที พร้อมวิดีโอที่มีวันเวลาและตำแหน่ง