ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 21 ตุลาคม 2569

เกษตรกรเรียกค่าเสียหายจากผู้ปล่อยน้ำเสียได้ไหม ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง

น้ำเสียทำบ่อปลาหรือนาเสียหาย เรียกค่าเสียหายได้ตามมาตรา 96 พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 ต้องเก็บหลักฐานอะไร ร้องเรียนที่ไหน อายุความกี่ปี และขอช่วยค่าทนายได้จากใคร

เกษตรกรเรียกค่าเสียหายจากผู้ปล่อยน้ำเสียได้ไหม ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง

คำตอบสั้น ๆ

กฎหมายสิ่งแวดล้อมให้เจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษชดใช้ค่าเสียหายแม้ไม่ได้ประมาท แต่เกษตรกรยังต้องพิสูจน์ความเสียหายและโยงให้ถึงจุดปล่อยน้ำ บทความนี้สรุปหลักฐานที่ต้องเก็บตั้งแต่วันแรกและเส้นทางเรียกค่าเสียหาย

คำตอบเร็ว: เรียกได้ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 96 ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต้องชดใช้ค่าเสียหายเมื่อน้ำเสียจากแหล่งนั้นทำให้คนเจ็บป่วยหรือทรัพย์สินเสียหาย แม้ไม่ได้จงใจหรือประมาท แต่เกษตรกรต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเสียหายจริง เสียหายเท่าไร และมาจากน้ำของแหล่งนั้น หลักฐานหลักคือ ภาพและวิดีโอจุดปล่อยน้ำพร้อมวันเวลา ผลตรวจน้ำที่หน่วยงานเก็บ บันทึกความเสียหายรายวัน และเอกสารต้นทุน และต้องระวังอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ตัวผู้ทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

หลายครั้งที่ไปเจอเกษตรกรหลังน้ำเสียลงนา ลงบ่อปลา สิ่งที่เขามีอยู่ในมือคือรูปปลาตายสองสามรูปกับความโกรธ ส่วนอีกฝ่ายมีนักกฎหมาย มีผลตรวจน้ำของตัวเอง และมีเวลา คดีแบบนี้ไม่ได้แพ้เพราะกฎหมายไม่คุ้มครอง แต่มักแพ้เพราะหลักฐานไม่พอจะโยงความเสียหายไปหาจุดปล่อยน้ำ บทความนี้จึงเน้นว่ากฎหมายให้สิทธิอะไร ต้องเก็บหลักฐานแบบไหน และเลือกเส้นทางเรียกค่าเสียหายอย่างไร

ถ้ายังไม่ได้ร้องเรียน หรืออยากรู้ขั้นตอนแจ้งเรื่องโรงงานปล่อยน้ำเสียโดยละเอียด อ่านคู่กับ วิธีร้องเรียนโรงงานปล่อยน้ำเสีย ก่อน บทความนี้ต่อจากจุดนั้น คือหลังจากร้องเรียนแล้ว จะเอาค่าเสียหายคืนอย่างไร

กฎหมายเขียนไว้ว่าอย่างไร

ภาพประกอบ กฎหมายเขียนไว้ว่าอย่างไร

มาตรา 4 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ให้นิยาม "น้ำเสีย" ว่าเป็นของเสียที่อยู่ในสภาพเป็นของเหลว รวมทั้งมลสารที่ปะปนหรือปนเปื้อนอยู่ในของเหลวนั้น และ "แหล่งกำเนิดมลพิษ" ครอบคลุมทั้งชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม อาคาร และสถานที่ประกอบกิจการใด ๆ ที่เป็นแหล่งที่มาของมลพิษ แปลว่าไม่ได้จำกัดเฉพาะโรงงานใหญ่ ฟาร์มขนาดใหญ่ อาคาร หรือสถานประกอบการอื่นก็อยู่ในข่ายได้

มาตรา 96 คือหัวใจของเรื่องนี้ เนื้อหาโดยสรุปคือ ถ้าการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษเกิดจากแหล่งกำเนิดมลพิษ และทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัย หรือทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของรัฐเสียหาย เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งนั้นต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ไม่ว่าจะเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ นักกฎหมายเรียกหลักนี้ว่าความรับผิดโดยเคร่งครัด ข้อยกเว้นมีสามกลุ่ม คือ เหตุสุดวิสัยหรือสงคราม การกระทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือเจ้าพนักงาน และการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้เสียหายเองหรือของบุคคลอื่นที่ต้องรับผิดชอบต่อการรั่วไหลนั้น ค่าสินไหมทดแทนยังรวมถึงค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องเสียจริงในการขจัดมลพิษด้วย

มาตรา 97 เป็นอีกส่วนหนึ่ง ว่าด้วยผู้ที่ทำลายหรือทำให้ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐเสียหายโดยมิชอบต้องชดใช้มูลค่าให้รัฐ ส่วนนี้รัฐเป็นผู้เรียก ไม่ใช่เกษตรกร แต่บอกให้รู้ว่าความเสียหายต่อแม่น้ำลำคลองสาธารณะเองก็มีช่องทางให้รัฐเรียกคืน ส่วนมาตรา 70 กำหนดให้แหล่งกำเนิดมลพิษบางประเภทต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียตามที่เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษกำหนด ข้อนี้เป็นเรื่องที่หน่วยงานตรวจสอบ และผลการตรวจมักเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักในคดีแพ่ง

ข้อควรรู้อีกเรื่องคือ บทความวิชาการในวารสารนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย วิเคราะห์ว่าหลังกฎหมายนี้แก้ไขในปี 2561 ความรับผิดโดยเคร่งครัดตามมาตรา 96 อาจใช้กับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ไม่แน่นอนหรือกระจายตัวไม่ได้ เช่น คลองที่รับน้ำจากหลายแหล่ง กรณีแบบนี้ภาระพิสูจน์ว่าความเสียหายมาจากใครจะหนักขึ้น ต้องคุยกับทนายความถึงแนวทางที่เหมาะกับข้อเท็จจริงของตัวเอง

สิ่งที่เกษตรกรต้องพิสูจน์ และหลักฐานที่ใช้

ถึงไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของอีกฝ่าย แต่ยังต้องพิสูจน์สามเรื่อง ได้แก่ ความเสียหายเกิดขึ้นจริง มูลค่าความเสียหาย และความเชื่อมโยงระหว่างน้ำเสียกับความเสียหาย เรื่องที่สามคือจุดที่คดีส่วนใหญ่ติด ตารางนี้สรุปว่าแต่ละเรื่องใช้หลักฐานอะไรและใครช่วยได้

เรื่องที่ต้องพิสูจน์หลักฐานที่ควรมีใครช่วยได้
มีน้ำเสียไหลออกจากแหล่งนั้นจริงวิดีโอท่อหรือรางระบายขณะกำลังปล่อย ระบุวันเวลาและพิกัด ภาพสีน้ำและฟองก่อนและหลังจุดปล่อย คำให้การพยานในหมู่บ้านกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด กรณีเป็นโรงงาน
น้ำที่ไหลออกมีคุณภาพผิดปกติผลวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำที่เจ้าหน้าที่เก็บ เทียบจุดหน้าท่อ เหนือท่อ และในแปลงหรือบ่อของเราหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียน ห้องปฏิบัติการที่หน่วยงานแนะนำ
ความเสียหายเกิดหลังน้ำเสียเข้าบันทึกลำดับเวลา วันที่น้ำเข้า วันที่ปลาเริ่มลอยหรือข้าวเริ่มเหลือง ภาพปลาตายหรือพืชเสียหายเป็นรายวันประมงอำเภอ เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ ที่มาดูพื้นที่และบันทึกไว้
มูลค่าความเสียหายใบเสร็จค่าพันธุ์ ค่าอาหาร ค่าปุ๋ย ค่าแรง สมุดบันทึกการลงทุน ราคาขายรอบก่อน จำนวนหรือน้ำหนักผลผลิตที่เสียหายทำเองเป็นหลัก ให้เจ้าหน้าที่ที่มาตรวจลงชื่อรับรองการนับได้ยิ่งดี
ไม่ได้เกิดจากเหตุอื่นบันทึกว่าช่วงนั้นไม่ได้ใช้สารเคมีเอง ไม่ได้เปลี่ยนอาหาร บ่อข้างเคียงที่ไม่รับน้ำจากคลองไม่เป็นอะไรเพื่อนบ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ที่มาตรวจ

แถวสุดท้ายสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะข้อยกเว้นในมาตรา 96 ข้อหนึ่งคือการกระทำของผู้เสียหายเอง ถ้าอีกฝ่ายพิสูจน์ได้ว่าปลาตายเพราะเราให้อาหารมากเกิน หรือข้าวเสียเพราะเราฉีดสารเอง ค่าเสียหายจะหลุดไปทันที

ขั้นตอนเก็บหลักฐานตั้งแต่วันแรก

  1. ถ่ายวิดีโอก่อนทำอย่างอื่น เดินถ่ายจากจุดปล่อยน้ำมาจนถึงแปลงหรือบ่อของเรา พูดวันเวลาและสถานที่ลงในคลิป เปิดตำแหน่งในโทรศัพท์ไว้ เก็บไฟล์ต้นฉบับ ไม่ตัดต่อ
  2. แจ้งหน่วยงานให้มาเก็บตัวอย่างโดยเร็ว กรมควบคุมมลพิษรับเรื่องทางสายด่วน 1650 ระบบ ecap.pcd.go.th อีเมล e-petition@pcd.go.th และโทร 0-2298-2000 รับเรื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนเรื่องในวันทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 08.30–16.30 น. ถ้าเกิดเหตุคืนวันศุกร์ ให้แจ้งหน่วยงานในจังหวัดควบคู่ไปด้วย
  3. เก็บตัวอย่างสำรองเอง ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ น้ำเสียบางชนิดเจือจางหรือไหลผ่านไปเร็ว ให้ตักน้ำหลายจุดใส่ภาชนะสะอาด ติดฉลากจุด วันเวลา และถ่ายวิดีโอขณะตัก ถามหน่วยงานที่จะรับตัวอย่างเรื่องภาชนะและการเก็บรักษาก่อน เพราะสารแต่ละกลุ่มเก็บไม่เหมือนกัน
  4. ให้เจ้าหน้าที่ด้านเกษตรมาดูความเสียหาย ประมงอำเภอสำหรับบ่อปลาหรือกระชัง เกษตรอำเภอสำหรับพืช ปศุสัตว์อำเภอสำหรับสัตว์ ขอให้บันทึกการตรวจเป็นลายลักษณ์อักษรถ้าทำได้
  5. นับและชั่งความเสียหาย ก่อนกำจัดปลาตาย นับหรือชั่งเป็นชุด ถ่ายรูปพร้อมตาชั่ง สำหรับพืช ถ่ายภาพแปลงทั้งแปลงและระยะใกล้ วัดพื้นที่ที่เสียหาย
  6. รวบรวมเอกสารต้นทุน ใบเสร็จพันธุ์ปลา อาหาร ปุ๋ย ค่าเช่าที่ ค่าแรง ใบส่งของรอบก่อน และบันทึกการเลี้ยงหรือการปลูก
  7. ทำบันทึกลำดับเหตุการณ์ เขียนเป็นวันต่อวัน ว่าเห็นอะไร แจ้งใคร เจ้าหน้าที่มาเมื่อไร พูดว่าอะไร พร้อมชื่อและเบอร์โทร

คิดมูลค่าความเสียหายอย่างไรให้มีหลักฐานรองรับ

ไม่มีสูตรตายตัวที่หน่วยงานประกาศไว้ให้เกษตรกรใช้คิดค่าเสียหายจากมลพิษ ศาลหรือคู่เจรจาจะดูจากหลักฐาน ดังนั้นแยกรายการให้ชัดแล้วแนบเอกสารทุกบรรทัด รายการที่มักเรียกได้มีดังนี้ ต้นทุนที่ลงไปแล้วและสูญเปล่า เช่น พันธุ์ปลา อาหาร ปุ๋ย ค่าแรง รายได้ที่ควรได้หากไม่เกิดเหตุ ซึ่งต้องอ้างอิงผลผลิตและราคาขายรอบก่อนของตัวเองหรือราคาที่มีแหล่งอ้างอิงลงวันที่ ค่าใช้จ่ายในการกู้สถานการณ์ เช่น ค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ ค่าเปลี่ยนน้ำ ค่าขนปลาไปฝัง และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพถ้ามีคนเจ็บป่วย

ข้อที่ทำให้ตัวเลขถูกตัดบ่อยคือรายได้ที่คาดว่าจะได้แต่ไม่มีหลักฐานรองรับ เช่น บอกว่าบ่อนี้ปกติขายได้มาก แต่ไม่มีใบส่งของสักใบ ถ้าที่ผ่านมาไม่ได้จดบัญชี ให้เริ่มจดตั้งแต่วันนี้ และขอสำเนาบิลย้อนหลังจากแพปลาหรือโรงสีที่เคยขาย

เส้นทางเรียกค่าเสียหาย เลือกอย่างไร

ในทางปฏิบัติมีสามทาง และไม่จำเป็นต้องเลือกทางเดียว

  • เจรจาโดยตรงหรือผ่านคนกลาง หลายกรณีผู้ประกอบการยอมจ่ายเมื่อหน่วยงานตรวจพบความผิดปกติแล้ว ข้อดีคือเร็ว ข้อควรระวังคือก่อนรับเงินและเซ็นเอกสาร ให้อ่านว่ามีข้อความสละสิทธิเรียกร้องในอนาคตหรือไม่ เพราะความเสียหายบางอย่าง เช่น ดินหรือบ่อที่ต้องฟื้นฟู อาจยังไม่ปรากฏเต็มที่ ถ้าไม่แน่ใจให้ทนายความอ่านก่อน
  • ร้องเรียนหน่วยงานรัฐควบคู่ การร้องเรียนไม่ได้ให้เงินชดเชยโดยตรง แต่ทำให้มีการตรวจและสั่งการแหล่งกำเนิดมลพิษ ตามคู่มือของกรมควบคุมมลพิษ ผู้ร้องควรได้รับคำตอบเบื้องต้นภายใน 5 วันทำการ ส่วนเรื่องที่ต้องส่งต่อหน่วยงานรับผิดชอบตั้งเป้าภายใน 45 วันทำการ เว้นกรณีต้องเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมไปวิเคราะห์ซึ่งใช้เวลานานกว่า และไม่มีค่าธรรมเนียม
  • ฟ้องคดีแพ่งต่อศาล ใช้เมื่อเจรจาไม่ได้หรือข้อเสนอต่ำเกินจริง ต้องคำนึงถึงอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด ตามมาตรา 448 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขั้นตอนเฉพาะของคดีสิ่งแวดล้อมให้ปรึกษาทนายความ

ถ้าผู้เสียหายในหมู่บ้านมีหลายราย การรวมกลุ่มกันทำบันทึกความเสียหายและยื่นเรื่องพร้อมกันช่วยได้มาก ทั้งในแง่น้ำหนักของหลักฐาน และการแบ่งภาระค่าตรวจวิเคราะห์ บางพื้นที่น้ำเสียที่ลงนายังกระทบเรื่องสิทธิการใช้น้ำด้วย อ่านเพิ่มที่ สิทธิการใช้น้ำของเกษตรกรตามกฎหมาย

ความช่วยเหลือทางกฎหมายสำหรับคนที่ไม่มีทุนฟ้อง

กองทุนยุติธรรมตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 ช่วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย และคณะกรรมการจะดูหลักฐานก่อนอนุมัติ ซึ่งกลับมาที่เรื่องเดิม คือถ้าเก็บหลักฐานมาดี โอกาสได้รับความช่วยเหลือก็ดีขึ้น สอบถามขั้นตอนยื่นคำขอได้ที่สำนักงานกองทุนยุติธรรมหรือหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมในจังหวัด เงื่อนไขละเอียดอาจปรับเปลี่ยน ให้ถามข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ยื่น นอกจากนั้นยังขอคำปรึกษาจากสภาทนายความได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รีบฝังปลาตายก่อนนับและถ่ายรูป ทำให้พิสูจน์ปริมาณความเสียหายไม่ได้ ควรนับ ชั่ง และถ่ายภาพก่อน แล้วค่อยกำจัดอย่างถูกวิธี
  • ถ่ายแต่ปลาตาย ไม่ถ่ายจุดปล่อยน้ำ ภาพความเสียหายอย่างเดียวไม่บอกว่ามาจากใคร ต้องมีภาพหรือวิดีโอที่โยงจากท่อหรือรางระบายมาถึงแปลง
  • เก็บน้ำจุดเดียว ควรมีอย่างน้อยจุดเหนือแหล่งปล่อย จุดหน้าท่อ และในบ่อหรือแปลงของเรา เพื่อให้เห็นความแตกต่าง
  • รับเงินก้อนแรกแล้วเซ็นสละสิทธิ โดยยังไม่รู้ว่าความเสียหายจริงทั้งหมดเท่าไร
  • รอจนเลยอายุความ เพราะคิดว่าหน่วยงานจะจัดการให้ การร้องเรียนไม่ได้หยุดอายุความฟ้องละเมิดของเราเอง
  • เรียกตัวเลขเกินหลักฐาน ตัวเลขที่ไม่มีเอกสารรองรับทำให้ความน่าเชื่อถือของรายการอื่นลดลงไปด้วย

เช็กลิสต์ก่อนไปพบทนายความหรือยื่นขอความช่วยเหลือ

  • วิดีโอและภาพต้นฉบับ พร้อมวันเวลาและพิกัด
  • หลักฐานการร้องเรียน เลขเรื่อง และหนังสือตอบกลับจากหน่วยงาน
  • ผลตรวจน้ำ ทั้งที่หน่วยงานเก็บและที่เก็บเอง
  • บันทึกการตรวจพื้นที่ของประมงอำเภอ เกษตรอำเภอ หรือปศุสัตว์อำเภอ
  • ตารางความเสียหายแยกรายการ พร้อมใบเสร็จ
  • รายชื่อและเบอร์โทรพยาน และผู้เสียหายรายอื่นในพื้นที่
  • บันทึกลำดับเหตุการณ์รายวัน

ถ้าความเสียหายเกิดกับปลาในบ่อ ช่วง 24 ชั่วโมงแรกมีงานที่ต้องทำทั้งด้านกู้ปลาและเก็บหลักฐาน อ่านต่อที่ น้ำในคลองกลายเป็นสีดำ ปลาลอยหัว ต้องทำอะไรใน 24 ชั่วโมงแรก และถ้าเป็นบ่อที่ใช้น้ำจากคลองหรือน้ำทิ้งหมุนเวียน ดูแนวทางที่ การนำน้ำจากบ่อกลับมาใช้รดแปลง

สรุป

เกษตรกรเรียกค่าเสียหายจากผู้ปล่อยน้ำเสียได้ตามมาตรา 96 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายจงใจหรือประมาท แต่ต้องพิสูจน์ความเสียหาย มูลค่า และความเชื่อมโยงกับแหล่งปล่อยน้ำ หลักฐานที่ดีที่สุดเกิดในวันแรก คือวิดีโอจุดปล่อย ตัวอย่างน้ำที่เจ้าหน้าที่เก็บ และการนับความเสียหายก่อนกำจัด ร้องเรียนหน่วยงานควบคู่กับเจรจาหรือฟ้อง และอย่าปล่อยให้เลยอายุความ 1 ปี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (ตัวบทจากวิกิซอร์ซ อ้างราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 37) — มาตรา 4 นิยามน้ำเสียและแหล่งกำเนิดมลพิษ มาตรา 70 ระบบบำบัดน้ำเสีย มาตรา 96 ความรับผิดของเจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษ และมาตรา 97 https://th.wikisource.org/wiki/พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ_พ.ศ._๒๕๓๕
  • 📄วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (ThaiJO) — บทวิเคราะห์ความรับผิดโดยเคร่งครัดตามมาตรา 96 และข้อจำกัดกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ไม่แน่นอนหลังแก้ไขกฎหมายปี 2561 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/lawcrru/article/view/290911
  • 📄Thai Law Online — สรุปคำพิพากษาฎีกาที่ 399/2568 — อายุความฟ้องละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 (1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด) https://www.thailawonline.com/th/supreme-court-decisions/399-2568-tort-damages-from-wrongful-property-retention-one-year-limit/
  • 📄กรมควบคุมมลพิษ — คู่มือการปฏิบัติงาน การจัดการเรื่องร้องเรียนปัญหามลพิษ (สคพ.7 มีนาคม 2568) — ช่องทางร้องเรียน สายด่วน 1650 ระบบ ecap.pcd.go.th อีเมล e-petition@pcd.go.th เวลาทำการ และกรอบเวลาการตอบกลับ https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2025/08/pcdnew-2025-08-19_08-54-46_414047.pdf
  • 📄iLaw — กองทุนยุติธรรม — สาระของพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ https://www.ilaw.or.th/articles/16523

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ต้องพิสูจน์ว่าโรงงานจงใจหรือประมาทไหม ถึงจะเรียกค่าเสียหายได้

ตามมาตรา 96 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ว่าการรั่วไหลจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่เกษตรกรยังต้องพิสูจน์คือความเสียหายเกิดขึ้นจริง และเกิดจากน้ำเสียของแหล่งนั้น ส่วนผู้ปล่อยจะหลุดพ้นได้เมื่อพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือสงคราม การทำตามคำสั่งรัฐ หรือการกระทำของผู้เสียหายเองหรือบุคคลอื่น

ถ้ามีหลายโรงงานปล่อยน้ำลงคลองเดียวกัน จะเรียกจากใคร

เป็นจุดที่ยากที่สุดของคดีแบบนี้ บทความทางวิชาการในวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ชี้ว่าความรับผิดโดยเคร่งครัดตามมาตรา 96 อาจใช้ไม่ได้กับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ไม่แน่นอน ดังนั้นหลักฐานต้องโยงให้ถึงจุดปล่อยที่ชัด เช่น ภาพท่อที่กำลังปล่อยน้ำ ผลตรวจน้ำที่เก็บหน้าท่อเทียบกับเหนือท่อ และลำดับเวลา ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจฟ้องรายใดรายหนึ่ง

มีเวลาฟ้องนานแค่ไหน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 กำหนดอายุความฟ้องละเมิดไว้ 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด หากการกระทำนั้นเป็นความผิดอาญาที่มีอายุความยาวกว่าให้ใช้อายุความที่ยาวกว่า การนับเริ่มต้นวันไหนในคดีจริงขึ้นกับข้อเท็จจริง จึงไม่ควรรอจนใกล้ครบปี

ร้องเรียนกรมควบคุมมลพิษแล้ว จะได้ค่าเสียหายเลยไหม

ไม่ใช่ การร้องเรียนทำให้หน่วยงานรับรู้ ตรวจสอบ และสั่งการแหล่งกำเนิดมลพิษ ตามคู่มือการจัดการเรื่องร้องเรียนของกรมควบคุมมลพิษ ผู้ร้องควรได้รับการตอบกลับเบื้องต้นภายใน 5 วันทำการ และเรื่องจะถูกส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบภายใน 45 วันทำการ เว้นแต่ต้องเก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์ ส่วนค่าเสียหายต้องเจรจากับผู้ปล่อยหรือฟ้องศาลแยกต่างหาก แต่ผลการตรวจของหน่วยงานใช้เป็นหลักฐานประกอบได้มาก

ไม่มีเงินจ้างทนาย ทำอย่างไร

กองทุนยุติธรรมตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและการช่วยเหลือทางกฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย และจะพิจารณาหลักฐานก่อนอนุมัติ ติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานกองทุนยุติธรรมหรือหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมในจังหวัด นอกจากนี้ยังสอบถามความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนายความได้

เก็บน้ำใส่ขวดเองแล้วส่งแล็บเอกชน ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม

ใช้ประกอบได้ แต่น้ำหนักจะน้อยกว่าตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่เก็บเอง เพราะอีกฝ่ายมักโต้แย้งว่าเก็บผิดวิธีหรือเก็บจากจุดอื่น ทางที่ดีคือแจ้งหน่วยงานให้มาเก็บโดยเร็ว และระหว่างรอให้ถ่ายวิดีโอขณะตักน้ำเอง ระบุวันเวลาและพิกัด เก็บไว้หลายจุดทั้งหน้าท่อ เหนือท่อ และในบ่อของเรา และสอบถามหน่วยงานหรือห้องปฏิบัติการเรื่องภาชนะกับการเก็บรักษาก่อนตัก