คำตอบสั้น ๆ
กฎหมายสิ่งแวดล้อมให้เจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษชดใช้ค่าเสียหายแม้ไม่ได้ประมาท แต่เกษตรกรยังต้องพิสูจน์ความเสียหายและโยงให้ถึงจุดปล่อยน้ำ บทความนี้สรุปหลักฐานที่ต้องเก็บตั้งแต่วันแรกและเส้นทางเรียกค่าเสียหาย
คำตอบเร็ว: เรียกได้ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 96 ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต้องชดใช้ค่าเสียหายเมื่อน้ำเสียจากแหล่งนั้นทำให้คนเจ็บป่วยหรือทรัพย์สินเสียหาย แม้ไม่ได้จงใจหรือประมาท แต่เกษตรกรต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเสียหายจริง เสียหายเท่าไร และมาจากน้ำของแหล่งนั้น หลักฐานหลักคือ ภาพและวิดีโอจุดปล่อยน้ำพร้อมวันเวลา ผลตรวจน้ำที่หน่วยงานเก็บ บันทึกความเสียหายรายวัน และเอกสารต้นทุน และต้องระวังอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ตัวผู้ทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
หลายครั้งที่ไปเจอเกษตรกรหลังน้ำเสียลงนา ลงบ่อปลา สิ่งที่เขามีอยู่ในมือคือรูปปลาตายสองสามรูปกับความโกรธ ส่วนอีกฝ่ายมีนักกฎหมาย มีผลตรวจน้ำของตัวเอง และมีเวลา คดีแบบนี้ไม่ได้แพ้เพราะกฎหมายไม่คุ้มครอง แต่มักแพ้เพราะหลักฐานไม่พอจะโยงความเสียหายไปหาจุดปล่อยน้ำ บทความนี้จึงเน้นว่ากฎหมายให้สิทธิอะไร ต้องเก็บหลักฐานแบบไหน และเลือกเส้นทางเรียกค่าเสียหายอย่างไร
ถ้ายังไม่ได้ร้องเรียน หรืออยากรู้ขั้นตอนแจ้งเรื่องโรงงานปล่อยน้ำเสียโดยละเอียด อ่านคู่กับ วิธีร้องเรียนโรงงานปล่อยน้ำเสีย ก่อน บทความนี้ต่อจากจุดนั้น คือหลังจากร้องเรียนแล้ว จะเอาค่าเสียหายคืนอย่างไร
กฎหมายเขียนไว้ว่าอย่างไร

มาตรา 4 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ให้นิยาม "น้ำเสีย" ว่าเป็นของเสียที่อยู่ในสภาพเป็นของเหลว รวมทั้งมลสารที่ปะปนหรือปนเปื้อนอยู่ในของเหลวนั้น และ "แหล่งกำเนิดมลพิษ" ครอบคลุมทั้งชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม อาคาร และสถานที่ประกอบกิจการใด ๆ ที่เป็นแหล่งที่มาของมลพิษ แปลว่าไม่ได้จำกัดเฉพาะโรงงานใหญ่ ฟาร์มขนาดใหญ่ อาคาร หรือสถานประกอบการอื่นก็อยู่ในข่ายได้
มาตรา 96 คือหัวใจของเรื่องนี้ เนื้อหาโดยสรุปคือ ถ้าการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษเกิดจากแหล่งกำเนิดมลพิษ และทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัย หรือทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของรัฐเสียหาย เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งนั้นต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ไม่ว่าจะเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ นักกฎหมายเรียกหลักนี้ว่าความรับผิดโดยเคร่งครัด ข้อยกเว้นมีสามกลุ่ม คือ เหตุสุดวิสัยหรือสงคราม การกระทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือเจ้าพนักงาน และการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้เสียหายเองหรือของบุคคลอื่นที่ต้องรับผิดชอบต่อการรั่วไหลนั้น ค่าสินไหมทดแทนยังรวมถึงค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องเสียจริงในการขจัดมลพิษด้วย
มาตรา 97 เป็นอีกส่วนหนึ่ง ว่าด้วยผู้ที่ทำลายหรือทำให้ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐเสียหายโดยมิชอบต้องชดใช้มูลค่าให้รัฐ ส่วนนี้รัฐเป็นผู้เรียก ไม่ใช่เกษตรกร แต่บอกให้รู้ว่าความเสียหายต่อแม่น้ำลำคลองสาธารณะเองก็มีช่องทางให้รัฐเรียกคืน ส่วนมาตรา 70 กำหนดให้แหล่งกำเนิดมลพิษบางประเภทต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียตามที่เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษกำหนด ข้อนี้เป็นเรื่องที่หน่วยงานตรวจสอบ และผลการตรวจมักเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักในคดีแพ่ง
ข้อควรรู้อีกเรื่องคือ บทความวิชาการในวารสารนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย วิเคราะห์ว่าหลังกฎหมายนี้แก้ไขในปี 2561 ความรับผิดโดยเคร่งครัดตามมาตรา 96 อาจใช้กับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ไม่แน่นอนหรือกระจายตัวไม่ได้ เช่น คลองที่รับน้ำจากหลายแหล่ง กรณีแบบนี้ภาระพิสูจน์ว่าความเสียหายมาจากใครจะหนักขึ้น ต้องคุยกับทนายความถึงแนวทางที่เหมาะกับข้อเท็จจริงของตัวเอง
สิ่งที่เกษตรกรต้องพิสูจน์ และหลักฐานที่ใช้
ถึงไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของอีกฝ่าย แต่ยังต้องพิสูจน์สามเรื่อง ได้แก่ ความเสียหายเกิดขึ้นจริง มูลค่าความเสียหาย และความเชื่อมโยงระหว่างน้ำเสียกับความเสียหาย เรื่องที่สามคือจุดที่คดีส่วนใหญ่ติด ตารางนี้สรุปว่าแต่ละเรื่องใช้หลักฐานอะไรและใครช่วยได้
| เรื่องที่ต้องพิสูจน์ | หลักฐานที่ควรมี | ใครช่วยได้ |
|---|---|---|
| มีน้ำเสียไหลออกจากแหล่งนั้นจริง | วิดีโอท่อหรือรางระบายขณะกำลังปล่อย ระบุวันเวลาและพิกัด ภาพสีน้ำและฟองก่อนและหลังจุดปล่อย คำให้การพยานในหมู่บ้าน | กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด กรณีเป็นโรงงาน |
| น้ำที่ไหลออกมีคุณภาพผิดปกติ | ผลวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำที่เจ้าหน้าที่เก็บ เทียบจุดหน้าท่อ เหนือท่อ และในแปลงหรือบ่อของเรา | หน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียน ห้องปฏิบัติการที่หน่วยงานแนะนำ |
| ความเสียหายเกิดหลังน้ำเสียเข้า | บันทึกลำดับเวลา วันที่น้ำเข้า วันที่ปลาเริ่มลอยหรือข้าวเริ่มเหลือง ภาพปลาตายหรือพืชเสียหายเป็นรายวัน | ประมงอำเภอ เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ ที่มาดูพื้นที่และบันทึกไว้ |
| มูลค่าความเสียหาย | ใบเสร็จค่าพันธุ์ ค่าอาหาร ค่าปุ๋ย ค่าแรง สมุดบันทึกการลงทุน ราคาขายรอบก่อน จำนวนหรือน้ำหนักผลผลิตที่เสียหาย | ทำเองเป็นหลัก ให้เจ้าหน้าที่ที่มาตรวจลงชื่อรับรองการนับได้ยิ่งดี |
| ไม่ได้เกิดจากเหตุอื่น | บันทึกว่าช่วงนั้นไม่ได้ใช้สารเคมีเอง ไม่ได้เปลี่ยนอาหาร บ่อข้างเคียงที่ไม่รับน้ำจากคลองไม่เป็นอะไร | เพื่อนบ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ที่มาตรวจ |
แถวสุดท้ายสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะข้อยกเว้นในมาตรา 96 ข้อหนึ่งคือการกระทำของผู้เสียหายเอง ถ้าอีกฝ่ายพิสูจน์ได้ว่าปลาตายเพราะเราให้อาหารมากเกิน หรือข้าวเสียเพราะเราฉีดสารเอง ค่าเสียหายจะหลุดไปทันที
ขั้นตอนเก็บหลักฐานตั้งแต่วันแรก
- ถ่ายวิดีโอก่อนทำอย่างอื่น เดินถ่ายจากจุดปล่อยน้ำมาจนถึงแปลงหรือบ่อของเรา พูดวันเวลาและสถานที่ลงในคลิป เปิดตำแหน่งในโทรศัพท์ไว้ เก็บไฟล์ต้นฉบับ ไม่ตัดต่อ
- แจ้งหน่วยงานให้มาเก็บตัวอย่างโดยเร็ว กรมควบคุมมลพิษรับเรื่องทางสายด่วน 1650 ระบบ ecap.pcd.go.th อีเมล e-petition@pcd.go.th และโทร 0-2298-2000 รับเรื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนเรื่องในวันทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 08.30–16.30 น. ถ้าเกิดเหตุคืนวันศุกร์ ให้แจ้งหน่วยงานในจังหวัดควบคู่ไปด้วย
- เก็บตัวอย่างสำรองเอง ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ น้ำเสียบางชนิดเจือจางหรือไหลผ่านไปเร็ว ให้ตักน้ำหลายจุดใส่ภาชนะสะอาด ติดฉลากจุด วันเวลา และถ่ายวิดีโอขณะตัก ถามหน่วยงานที่จะรับตัวอย่างเรื่องภาชนะและการเก็บรักษาก่อน เพราะสารแต่ละกลุ่มเก็บไม่เหมือนกัน
- ให้เจ้าหน้าที่ด้านเกษตรมาดูความเสียหาย ประมงอำเภอสำหรับบ่อปลาหรือกระชัง เกษตรอำเภอสำหรับพืช ปศุสัตว์อำเภอสำหรับสัตว์ ขอให้บันทึกการตรวจเป็นลายลักษณ์อักษรถ้าทำได้
- นับและชั่งความเสียหาย ก่อนกำจัดปลาตาย นับหรือชั่งเป็นชุด ถ่ายรูปพร้อมตาชั่ง สำหรับพืช ถ่ายภาพแปลงทั้งแปลงและระยะใกล้ วัดพื้นที่ที่เสียหาย
- รวบรวมเอกสารต้นทุน ใบเสร็จพันธุ์ปลา อาหาร ปุ๋ย ค่าเช่าที่ ค่าแรง ใบส่งของรอบก่อน และบันทึกการเลี้ยงหรือการปลูก
- ทำบันทึกลำดับเหตุการณ์ เขียนเป็นวันต่อวัน ว่าเห็นอะไร แจ้งใคร เจ้าหน้าที่มาเมื่อไร พูดว่าอะไร พร้อมชื่อและเบอร์โทร
คิดมูลค่าความเสียหายอย่างไรให้มีหลักฐานรองรับ
ไม่มีสูตรตายตัวที่หน่วยงานประกาศไว้ให้เกษตรกรใช้คิดค่าเสียหายจากมลพิษ ศาลหรือคู่เจรจาจะดูจากหลักฐาน ดังนั้นแยกรายการให้ชัดแล้วแนบเอกสารทุกบรรทัด รายการที่มักเรียกได้มีดังนี้ ต้นทุนที่ลงไปแล้วและสูญเปล่า เช่น พันธุ์ปลา อาหาร ปุ๋ย ค่าแรง รายได้ที่ควรได้หากไม่เกิดเหตุ ซึ่งต้องอ้างอิงผลผลิตและราคาขายรอบก่อนของตัวเองหรือราคาที่มีแหล่งอ้างอิงลงวันที่ ค่าใช้จ่ายในการกู้สถานการณ์ เช่น ค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ ค่าเปลี่ยนน้ำ ค่าขนปลาไปฝัง และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพถ้ามีคนเจ็บป่วย
ข้อที่ทำให้ตัวเลขถูกตัดบ่อยคือรายได้ที่คาดว่าจะได้แต่ไม่มีหลักฐานรองรับ เช่น บอกว่าบ่อนี้ปกติขายได้มาก แต่ไม่มีใบส่งของสักใบ ถ้าที่ผ่านมาไม่ได้จดบัญชี ให้เริ่มจดตั้งแต่วันนี้ และขอสำเนาบิลย้อนหลังจากแพปลาหรือโรงสีที่เคยขาย
เส้นทางเรียกค่าเสียหาย เลือกอย่างไร
ในทางปฏิบัติมีสามทาง และไม่จำเป็นต้องเลือกทางเดียว
- เจรจาโดยตรงหรือผ่านคนกลาง หลายกรณีผู้ประกอบการยอมจ่ายเมื่อหน่วยงานตรวจพบความผิดปกติแล้ว ข้อดีคือเร็ว ข้อควรระวังคือก่อนรับเงินและเซ็นเอกสาร ให้อ่านว่ามีข้อความสละสิทธิเรียกร้องในอนาคตหรือไม่ เพราะความเสียหายบางอย่าง เช่น ดินหรือบ่อที่ต้องฟื้นฟู อาจยังไม่ปรากฏเต็มที่ ถ้าไม่แน่ใจให้ทนายความอ่านก่อน
- ร้องเรียนหน่วยงานรัฐควบคู่ การร้องเรียนไม่ได้ให้เงินชดเชยโดยตรง แต่ทำให้มีการตรวจและสั่งการแหล่งกำเนิดมลพิษ ตามคู่มือของกรมควบคุมมลพิษ ผู้ร้องควรได้รับคำตอบเบื้องต้นภายใน 5 วันทำการ ส่วนเรื่องที่ต้องส่งต่อหน่วยงานรับผิดชอบตั้งเป้าภายใน 45 วันทำการ เว้นกรณีต้องเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมไปวิเคราะห์ซึ่งใช้เวลานานกว่า และไม่มีค่าธรรมเนียม
- ฟ้องคดีแพ่งต่อศาล ใช้เมื่อเจรจาไม่ได้หรือข้อเสนอต่ำเกินจริง ต้องคำนึงถึงอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด ตามมาตรา 448 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขั้นตอนเฉพาะของคดีสิ่งแวดล้อมให้ปรึกษาทนายความ
ถ้าผู้เสียหายในหมู่บ้านมีหลายราย การรวมกลุ่มกันทำบันทึกความเสียหายและยื่นเรื่องพร้อมกันช่วยได้มาก ทั้งในแง่น้ำหนักของหลักฐาน และการแบ่งภาระค่าตรวจวิเคราะห์ บางพื้นที่น้ำเสียที่ลงนายังกระทบเรื่องสิทธิการใช้น้ำด้วย อ่านเพิ่มที่ สิทธิการใช้น้ำของเกษตรกรตามกฎหมาย
ความช่วยเหลือทางกฎหมายสำหรับคนที่ไม่มีทุนฟ้อง
กองทุนยุติธรรมตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 ช่วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย และคณะกรรมการจะดูหลักฐานก่อนอนุมัติ ซึ่งกลับมาที่เรื่องเดิม คือถ้าเก็บหลักฐานมาดี โอกาสได้รับความช่วยเหลือก็ดีขึ้น สอบถามขั้นตอนยื่นคำขอได้ที่สำนักงานกองทุนยุติธรรมหรือหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมในจังหวัด เงื่อนไขละเอียดอาจปรับเปลี่ยน ให้ถามข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ยื่น นอกจากนั้นยังขอคำปรึกษาจากสภาทนายความได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- รีบฝังปลาตายก่อนนับและถ่ายรูป ทำให้พิสูจน์ปริมาณความเสียหายไม่ได้ ควรนับ ชั่ง และถ่ายภาพก่อน แล้วค่อยกำจัดอย่างถูกวิธี
- ถ่ายแต่ปลาตาย ไม่ถ่ายจุดปล่อยน้ำ ภาพความเสียหายอย่างเดียวไม่บอกว่ามาจากใคร ต้องมีภาพหรือวิดีโอที่โยงจากท่อหรือรางระบายมาถึงแปลง
- เก็บน้ำจุดเดียว ควรมีอย่างน้อยจุดเหนือแหล่งปล่อย จุดหน้าท่อ และในบ่อหรือแปลงของเรา เพื่อให้เห็นความแตกต่าง
- รับเงินก้อนแรกแล้วเซ็นสละสิทธิ โดยยังไม่รู้ว่าความเสียหายจริงทั้งหมดเท่าไร
- รอจนเลยอายุความ เพราะคิดว่าหน่วยงานจะจัดการให้ การร้องเรียนไม่ได้หยุดอายุความฟ้องละเมิดของเราเอง
- เรียกตัวเลขเกินหลักฐาน ตัวเลขที่ไม่มีเอกสารรองรับทำให้ความน่าเชื่อถือของรายการอื่นลดลงไปด้วย
เช็กลิสต์ก่อนไปพบทนายความหรือยื่นขอความช่วยเหลือ
- วิดีโอและภาพต้นฉบับ พร้อมวันเวลาและพิกัด
- หลักฐานการร้องเรียน เลขเรื่อง และหนังสือตอบกลับจากหน่วยงาน
- ผลตรวจน้ำ ทั้งที่หน่วยงานเก็บและที่เก็บเอง
- บันทึกการตรวจพื้นที่ของประมงอำเภอ เกษตรอำเภอ หรือปศุสัตว์อำเภอ
- ตารางความเสียหายแยกรายการ พร้อมใบเสร็จ
- รายชื่อและเบอร์โทรพยาน และผู้เสียหายรายอื่นในพื้นที่
- บันทึกลำดับเหตุการณ์รายวัน
ถ้าความเสียหายเกิดกับปลาในบ่อ ช่วง 24 ชั่วโมงแรกมีงานที่ต้องทำทั้งด้านกู้ปลาและเก็บหลักฐาน อ่านต่อที่ น้ำในคลองกลายเป็นสีดำ ปลาลอยหัว ต้องทำอะไรใน 24 ชั่วโมงแรก และถ้าเป็นบ่อที่ใช้น้ำจากคลองหรือน้ำทิ้งหมุนเวียน ดูแนวทางที่ การนำน้ำจากบ่อกลับมาใช้รดแปลง
สรุป
เกษตรกรเรียกค่าเสียหายจากผู้ปล่อยน้ำเสียได้ตามมาตรา 96 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายจงใจหรือประมาท แต่ต้องพิสูจน์ความเสียหาย มูลค่า และความเชื่อมโยงกับแหล่งปล่อยน้ำ หลักฐานที่ดีที่สุดเกิดในวันแรก คือวิดีโอจุดปล่อย ตัวอย่างน้ำที่เจ้าหน้าที่เก็บ และการนับความเสียหายก่อนกำจัด ร้องเรียนหน่วยงานควบคู่กับเจรจาหรือฟ้อง และอย่าปล่อยให้เลยอายุความ 1 ปี
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (ตัวบทจากวิกิซอร์ซ อ้างราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 37) — มาตรา 4 นิยามน้ำเสียและแหล่งกำเนิดมลพิษ มาตรา 70 ระบบบำบัดน้ำเสีย มาตรา 96 ความรับผิดของเจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษ และมาตรา 97 https://th.wikisource.org/wiki/พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ_พ.ศ._๒๕๓๕
- วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (ThaiJO) — บทวิเคราะห์ความรับผิดโดยเคร่งครัดตามมาตรา 96 และข้อจำกัดกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ไม่แน่นอนหลังแก้ไขกฎหมายปี 2561 https://so06.tci-thaijo.org/index.php/lawcrru/article/view/290911
- Thai Law Online — สรุปคำพิพากษาฎีกาที่ 399/2568 — อายุความฟ้องละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 (1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด) https://www.thailawonline.com/th/supreme-court-decisions/399-2568-tort-damages-from-wrongful-property-retention-one-year-limit/
- กรมควบคุมมลพิษ — คู่มือการปฏิบัติงาน การจัดการเรื่องร้องเรียนปัญหามลพิษ (สคพ.7 มีนาคม 2568) — ช่องทางร้องเรียน สายด่วน 1650 ระบบ ecap.pcd.go.th อีเมล e-petition@pcd.go.th เวลาทำการ และกรอบเวลาการตอบกลับ https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2025/08/pcdnew-2025-08-19_08-54-46_414047.pdf
- iLaw — กองทุนยุติธรรม — สาระของพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ https://www.ilaw.or.th/articles/16523
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำเสียโรงงานไหลเข้านาหรือบ่อปลา ร้องเรียนที่ไหน และเก็บหลักฐานอย่างไรให้หน่วยงานรับเรื่อง
น้ำเสียไหลเข้านาหรือบ่อปลา หลักฐานที่เก็บในชั่วโมงแรกและช่องทางที่ถูกต้องทำให้เรื่องเดินเร็วขึ้น สรุปขั้นตอนพร้อมบทเรียนจากกรณีปทุมธานีและปราจีนบุรี
แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ทำนาปรังได้แค่ไหน เกษตรกรต้องเช็กประกาศจากไหน
ณ 19 ต.ค. 2569 ยังไม่มีแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 2569/70 ออกมา น้ำในอ่างทั้งประเทศอยู่ที่ร้อยละ 84 ให้รอแผนกรมชลประทานและรอบส่งน้ำของโครงการในพื้นที่ก่อนตัดสินใจทำนาปรัง
ปุ๋ยทางใบคืออะไร ใช้เมื่อไหร่ ใช้ทดแทนปุ๋ยทางดินได้หรือไม่
ปุ๋ยทางใบคือการให้ธาตุอาหารผ่านใบ ใช้เสริมหรือแก้อาการขาดธาตุที่ยืนยันแล้ว ไม่ใช่ตัวแทนปุ๋ยทางดิน บทความนี้สรุปจากแหล่งทางการพร้อมวิธีตัดสินใจ
เกษตรกรประสบภัยแล้งขอความช่วยเหลือ เยียวยาอะไรได้บ้าง ต้องลงทะเบียนที่ไหน
สรุปเงื่อนไขขอเงินช่วยเหลือภัยแล้งตามเกณฑ์ใหม่ที่มีผล 21 ส.ค. 2569 พร้อมแนวตัดสินใจ ถ้า...ให้ทำ อัตราต่อไร่ไม่ระบุเพราะข่าวไม่ตรงกัน ให้ตรวจกับเกษตรอำเภอ
พื้นที่ไหนห้ามหรือควบคุมการขุดบ่อบาดาล เกษตรกรเช็กได้ที่ไหนก่อนจ้างเจาะ
การจะเจาะบ่อบาดาลได้หรือไม่ขึ้นกับว่าที่ดินอยู่ในเขตแบบไหน บทความนี้แยกให้เห็นเขตน้ำบาดาล เขตวิกฤตการณ์ และเขตห้ามสูบตามกฎหมาย แล้วบอกว่าต้องเช็กรายแปลงที่หน่วยงานใดก่อนจ้างเจาะ
ค่าขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อการเกษตรเท่าไหร่ ราคาอ้างอิงภาครัฐกับราคาจริงต่างกันอย่างไร
ตัวเลขราคากลางที่ภาครัฐใช้กับงานบ่อบาดาลมีที่มาและเงื่อนไขชัด แต่ไม่ใช่ราคาที่ผู้รับเหมาเสนอให้เกษตรกร บทความนี้อ่านตัวเลขฉบับธันวาคม 2568 ให้ดู แล้วพาเทียบกับใบเสนอราคาจริงทีละรายการ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องพิสูจน์ว่าโรงงานจงใจหรือประมาทไหม ถึงจะเรียกค่าเสียหายได้
ตามมาตรา 96 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ว่าการรั่วไหลจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่เกษตรกรยังต้องพิสูจน์คือความเสียหายเกิดขึ้นจริง และเกิดจากน้ำเสียของแหล่งนั้น ส่วนผู้ปล่อยจะหลุดพ้นได้เมื่อพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือสงคราม การทำตามคำสั่งรัฐ หรือการกระทำของผู้เสียหายเองหรือบุคคลอื่น
ถ้ามีหลายโรงงานปล่อยน้ำลงคลองเดียวกัน จะเรียกจากใคร
เป็นจุดที่ยากที่สุดของคดีแบบนี้ บทความทางวิชาการในวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ชี้ว่าความรับผิดโดยเคร่งครัดตามมาตรา 96 อาจใช้ไม่ได้กับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ไม่แน่นอน ดังนั้นหลักฐานต้องโยงให้ถึงจุดปล่อยที่ชัด เช่น ภาพท่อที่กำลังปล่อยน้ำ ผลตรวจน้ำที่เก็บหน้าท่อเทียบกับเหนือท่อ และลำดับเวลา ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจฟ้องรายใดรายหนึ่ง
มีเวลาฟ้องนานแค่ไหน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 กำหนดอายุความฟ้องละเมิดไว้ 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด หากการกระทำนั้นเป็นความผิดอาญาที่มีอายุความยาวกว่าให้ใช้อายุความที่ยาวกว่า การนับเริ่มต้นวันไหนในคดีจริงขึ้นกับข้อเท็จจริง จึงไม่ควรรอจนใกล้ครบปี
ร้องเรียนกรมควบคุมมลพิษแล้ว จะได้ค่าเสียหายเลยไหม
ไม่ใช่ การร้องเรียนทำให้หน่วยงานรับรู้ ตรวจสอบ และสั่งการแหล่งกำเนิดมลพิษ ตามคู่มือการจัดการเรื่องร้องเรียนของกรมควบคุมมลพิษ ผู้ร้องควรได้รับการตอบกลับเบื้องต้นภายใน 5 วันทำการ และเรื่องจะถูกส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบภายใน 45 วันทำการ เว้นแต่ต้องเก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์ ส่วนค่าเสียหายต้องเจรจากับผู้ปล่อยหรือฟ้องศาลแยกต่างหาก แต่ผลการตรวจของหน่วยงานใช้เป็นหลักฐานประกอบได้มาก
ไม่มีเงินจ้างทนาย ทำอย่างไร
กองทุนยุติธรรมตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและการช่วยเหลือทางกฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย และจะพิจารณาหลักฐานก่อนอนุมัติ ติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานกองทุนยุติธรรมหรือหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมในจังหวัด นอกจากนี้ยังสอบถามความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนายความได้
เก็บน้ำใส่ขวดเองแล้วส่งแล็บเอกชน ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม
ใช้ประกอบได้ แต่น้ำหนักจะน้อยกว่าตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่เก็บเอง เพราะอีกฝ่ายมักโต้แย้งว่าเก็บผิดวิธีหรือเก็บจากจุดอื่น ทางที่ดีคือแจ้งหน่วยงานให้มาเก็บโดยเร็ว และระหว่างรอให้ถ่ายวิดีโอขณะตักน้ำเอง ระบุวันเวลาและพิกัด เก็บไว้หลายจุดทั้งหน้าท่อ เหนือท่อ และในบ่อของเรา และสอบถามหน่วยงานหรือห้องปฏิบัติการเรื่องภาชนะกับการเก็บรักษาก่อนตัก
