ประมงเผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569

ปลานิลในกระชังตายช่วงต้นหนาว น้ำพลิกตัวเกิดจากอะไร ป้องกันอย่างไร

ปลานิลในกระชังตายพร้อมกันช่วงต้นหนาว อาจเกิดจากน้ำพลิกตัว น้ำก้นอ่างที่ขาดออกซิเจนถูกดันขึ้นมา อธิบายกลไก วิธีแยกจากโรค สิ่งที่ทำก่อนหนาวและเช้าวันเกิดเหตุ

ปลานิลในกระชังตายช่วงต้นหนาว น้ำพลิกตัวเกิดจากอะไร ป้องกันอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

อธิบายว่าน้ำพลิกตัวเกิดอย่างไร แยกจากโรคหน้าหนาวอย่างไร และสิ่งที่คนเลี้ยงกระชังทำได้ทั้งก่อนหนาวและเช้าวันที่น้ำเริ่มเปลี่ยน

คำตอบเร็ว: น้ำพลิกตัวเกิดเมื่อน้ำผิวบนเย็นลงในช่วงต้นหนาวจนหนักกว่าน้ำชั้นล่าง น้ำบนจึงจมลง ดันน้ำก้นอ่างหรือก้นแม่น้ำที่ขาดออกซิเจนและมีตะกอน แก๊สไข่เน่า และแอมโมเนียขึ้นมาแทน ปลาในกระชังหนีไม่ได้จึงตายพร้อมกันจำนวนมาก การป้องกันที่ทำได้จริงคือ วางแผนไม่ให้ปลาเต็มกระชังในช่วงหนาวจัด ลดความหนาแน่น ลดอาหาร สังเกตสีและกลิ่นน้ำทุกเช้า ถ้าน้ำขุ่นมีกลิ่นผิดปกติหรือปลาลอยหัวให้หยุดอาหารและแจ้งประมงอำเภอทันที

คนเลี้ยงปลานิลในกระชังที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำ เขื่อน หรือแม่น้ำช่วงน้ำนิ่ง มักเล่าเหตุการณ์คล้ายกัน เช้าวันหนึ่งหลังลมหนาวพัดแรงหรือหลังคืนที่อุณหภูมิลดลงฮวบ น้ำรอบกระชังขุ่น มีกลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่าหรือโคลน ปลาลอยหัวอ้าปากที่ผิวน้ำ แล้วไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มตายทั้งกระชัง กระชังข้างเคียงก็เป็นพร้อมกัน นี่คือภาพของน้ำพลิกตัว ซึ่งต่างจากปลาป่วยตายทีละตัวสองตัวจากโรค บทความนี้เน้นอธิบายกลไก วิธีแยกอาการ และสิ่งที่ทำได้ทั้งก่อนและระหว่างเกิดเหตุ ส่วนการดูแลสัตว์น้ำหน้าหนาวทั่วไปทั้งบ่อดินและบ่อซีเมนต์ อ่านได้ที่ การดูแลปลาช่วงหน้าหนาว

น้ำพลิกตัวเกิดขึ้นได้อย่างไร

ภาพประกอบ น้ำพลิกตัวเกิดขึ้นได้อย่างไร

ในช่วงที่อากาศร้อน น้ำผิวบนอุ่นและเบากว่า น้ำชั้นล่างเย็นกว่าและหนักกว่า ทั้งสองชั้นจึงแยกกันอยู่ ไม่ค่อยผสมกัน น้ำชั้นล่างไม่ได้สัมผัสอากาศและไม่มีแสงให้แพลงก์ตอนพืชสร้างออกซิเจน แต่มีเศษอาหารปลา ขี้ปลา และซากอินทรีย์ตกลงไปเน่าสะสมทุกวัน มหาวิทยาลัยแห่งรัฐลุยเซียนา (LSU AgCenter) อธิบายว่าน้ำชั้นล่างที่แยกชั้นแบบนี้จะขาดออกซิเจน และสะสมไฮโดรเจนซัลไฟด์กับแอมโมเนีย เมื่อมีลมแรงหรือฝนตกหนักกวนให้สองชั้นผสมกัน น้ำเสียข้างล่างจะขึ้นมาทั้งบ่อ ทำให้ปลาตายจำนวนมาก

ในช่วงต้นหนาวของไทย กลไกที่เจอบ่อยคือน้ำผิวบนเย็นลงในตอนกลางคืน กลายเป็นน้ำที่หนักกว่าจึงจมลง และดันน้ำก้นอ่างขึ้นมา เหตุการณ์ที่มีรายงานชัดคือเดือนมกราคม 2564 ที่ปลากดคังในกระชังของเกษตรกรราว 30 ราย บ้านบ้องตี้ หมู่ 2 ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ตายระหว่างวันที่ 21–23 มกราคม ความเสียหายหลายล้านบาท ทางเขื่อนอธิบายตามสื่อว่าเป็นช่วงที่น้ำผิวเย็นลงและจมลง ทำให้น้ำก้นอ่างที่มีตะกอนขึ้นมา น้ำจึงขุ่นและมีกลิ่น ส่วนนักวิชาการธรณีศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี มองว่าสาเหตุหลักของความขุ่นอาจมาจากน้ำใต้ดินและน้ำไหลเข้าอ่างที่ลดลงในหน้าแล้งด้วย ตะกอนที่ฟุ้งขึ้น การย่อยสลาย มีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ และไข่เน่าทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง และยังมีเศษอาหารปลากับสารเคมีเกษตรเป็นปัจจัยร่วม

สิ่งที่เรียนได้จากกรณีนี้คือ น้ำพลิกตัวไม่ได้มีสาเหตุเดียว อากาศเย็น น้ำลด ตะกอนก้นอ่าง และของเสียจากกระชังเองช่วยกันทำให้เกิด คนเลี้ยงควบคุมอากาศไม่ได้ แต่ควบคุมความหนาแน่น อาหาร และจังหวะการลงปลาได้

ช่วงไหนต้องระวังเป็นพิเศษในปีนี้

รายงานคาดการณ์ที่สื่อเผยแพร่จากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าไทยตอนบนเข้าฤดูหนาวสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม 2569 ช้ากว่าค่าเฉลี่ยราว 1 สัปดาห์ และสิ้นสุดราวกลางกุมภาพันธ์ 2570 ช่วงหนาวที่สุดคือปลายธันวาคมถึงต้นกุมภาพันธ์ อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยไทยตอนบนราว 22–23°C ภาคเหนือตอนบนและอีสานตอนบนอาจลดลงถึง 10–12°C และคาดว่าจะหนาวน้อยกว่าปีที่แล้ว (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) หนาวน้อยไม่ได้แปลว่าปลอดภัย จุดเสี่ยงคือวันที่อากาศเปลี่ยนเร็ว เช่น วันที่มวลอากาศเย็นระลอกใหม่เข้ามาพร้อมลมแรง หรือวันที่ฟ้าครึ้มต่อเนื่องหลายวัน

สถานการณ์ทำไมเสี่ยงสิ่งที่ควรทำ
คืนแรก ๆ ที่อุณหภูมิลดลงชัดหลังมวลอากาศเย็นเข้าน้ำผิวเย็นลงเร็ว จมลงและดันน้ำล่างขึ้นเช้าวันรุ่งขึ้นดูสีและกลิ่นน้ำก่อนให้อาหาร ลดอาหารมื้อเช้า
ลมแรงหลายวันLSU ระบุว่าลมแรงเป็นตัวกวนให้น้ำสองชั้นผสมกันตรวจเชือกยึดกระชัง เฝ้าดูอาการปลาบ่อยขึ้น
ฟ้าครึ้มต่อเนื่องLSU ระบุว่าฟ้าครึ้มนานทำให้แพลงก์ตอนพืชที่สร้างออกซิเจนลดลงลดอาหาร ถ้าเลี้ยงในบ่อให้เปิดเครื่องให้อากาศ ตามคำแนะนำกรมประมง
ระดับน้ำในอ่างลดลงมากกระชังอยู่ใกล้ก้นอ่างและตะกอนมากขึ้นปรึกษาประมงอำเภอเรื่องย้ายกระชังหรือจับปลาก่อน
หลังฝนตกหนักนอกฤดูช่วงหนาวฝนหนักกวนน้ำและพัดตะกอนลงอ่างงดอาหาร 1 มื้อแล้วดูอาการ

หมายเหตุ: ผู้เขียนยังไม่พบเกณฑ์ทางการของกรมประมงที่กำหนดค่าออกซิเจนต่ำสุดหรือระยะห่างจากก้นอ่างสำหรับกระชังปลานิลแบบตัวเลขชัดเจน จึงไม่ใส่ตัวเลขในตาราง ถ้าต้องการค่ามาตรฐานเฉพาะพื้นที่ ให้ถามประมงจังหวัดหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดที่ดูแลแหล่งน้ำนั้น

แยกให้ออก น้ำพลิกตัวกับโรคหน้าหนาว

ภาพประกอบ แยกให้ออก น้ำพลิกตัวกับโรคหน้าหนาว

ช่วงปลายฝนต้นหนาว กรมประมงเตือนทุกปีว่าสัตว์น้ำอ่อนแอและป่วยง่าย อธิบดีกรมประมงระบุเมื่อพฤศจิกายน 2567 ว่าโรคที่พบในช่วงนี้มีทั้งโรคตัวเปื่อยแผลเน่าหรือ EUS ซึ่งไม่มียารักษาและปลาจะหายเองเมื่อน้ำอุ่นขึ้น โรคตัวด่างหรือโรคคอลัมนาริส และโรคไวรัส KHV ในปลาไน ปลาคาร์ป ที่ทำให้ปลาตายได้ตั้งแต่ราวครึ่งหนึ่งไปจนเกือบทั้งหมด การแยกให้ออกช่วยให้ตัดสินใจถูก

  • ตายพร้อมกันทั้งกระชัง และกระชังข้างเคียงเป็นด้วยในวันเดียวกัน: สงสัยน้ำพลิกตัวหรือคุณภาพน้ำ มากกว่าโรคติดต่อ
  • ปลาลอยหัวอ้าปากที่ผิวน้ำตอนเช้า น้ำขุ่นผิดปกติ มีกลิ่นไข่เน่าหรือโคลน: สัญญาณน้ำขาดออกซิเจนและมีแก๊สจากก้นอ่าง
  • ปลาตายทีละน้อยต่อเนื่องหลายวัน มีแผล ตัวด่าง ครีบกร่อน: มีแนวโน้มเป็นโรค ต้องเก็บตัวอย่างส่งตรวจ
  • ปลาเซื่องซึมไม่กินอาหารแต่ไม่ลอยหัว: อาจเป็นผลจากน้ำเย็นธรรมดา ให้ลดอาหารและเฝ้าดู

การแยกด้วยตาไม่แม่นยำเสมอไป สองปัญหาเกิดซ้อนกันได้ เพราะน้ำแย่ทำให้ปลาเครียดและติดโรคง่ายขึ้น ถ้าไม่แน่ใจให้แจ้งประมงอำเภอหรือศูนย์วิจัยในพื้นที่ตามคำแนะนำกรมประมง

สิ่งที่ทำได้ก่อนถึงหน้าหนาว

  1. วางแผนรอบการเลี้ยงไม่ให้ปลาเต็มกระชังช่วงหนาวจัด: คำแนะนำของห้องสมุดเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้วางแผนปล่อยลูกปลาหลีกเลี่ยงฤดูหนาว และอธิบดีกรมประมงแนะนำให้พิจารณางดการเลี้ยงในกระชังช่วงนี้ ถ้าปลาใกล้ขนาดตลาดแล้ว การทยอยจับก่อนปลายธันวาคมช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
  2. ลดความหนาแน่น: กรมประมงแนะนำให้ลดความหนาแน่นในช่วงนี้ ปลาแน่นกระชังใช้ออกซิเจนมาก และเมื่อเกิดเหตุจะตายเร็วกว่า ความหนาแน่นที่เหมาะกับแหล่งน้ำแต่ละแห่งให้ถามประมงอำเภอ อ่านพื้นฐานการเลี้ยงได้ที่ การเลี้ยงปลานิลในกระชังแม่น้ำ
  3. ทำความสะอาดกระชัง: กรมประมงแนะนำให้ทำความสะอาดกระชังให้น้ำไหลผ่านได้ ตาข่ายที่ตะไคร่หรือตะกอนเกาะอุดทำให้น้ำในกระชังหมุนเวียนน้อย
  4. ใช้อาหารที่ขึ้นทะเบียนและให้พอดี: อาหารที่เหลือจมลงก้นอ่างเป็นต้นทุนของน้ำเสียก้นอ่างในวันที่น้ำพลิกตัว
  5. รู้จักแหล่งน้ำตัวเอง: หลังกรณีกาญจนบุรี นักวิชาการแนะนำให้ประเมินสภาพอ่างแต่ละฤดูและตรวจคุณภาพน้ำสม่ำเสมอ จดระดับน้ำ สีน้ำ และวันที่ปลาเคยมีปัญหาไว้ทุกปี
  6. ตรวจเรื่องสิทธิ์และตำแหน่งกระชัง: การเลี้ยงในแหล่งน้ำสาธารณะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของหน่วยงาน อ่านต่อที่ ขออนุญาตเลี้ยงปลานิลในกระชังแม่น้ำ

เช้าวันที่น้ำเริ่มเปลี่ยน ต้องทำอะไร

  1. หยุดให้อาหารทันที: ปลาที่กินอาหารต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มในการย่อย และอาหารที่ไม่ถูกกินจะเน่าเพิ่ม
  2. ดูทุกกระชัง ไม่ใช่แค่กระชังเดียว: นับคร่าว ๆ ว่ากระชังไหนลอยหัวมาก ตายแล้วกี่ตัว
  3. ตักปลาตายออก: ปลาตายที่ค้างในกระชังเน่าเร็วและซ้ำเติมคุณภาพน้ำ ห้ามทิ้งซากลงแหล่งน้ำ
  4. แจ้งประมงอำเภอหรือประมงจังหวัด: กรมประมงขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือศูนย์วิจัยในพื้นที่เมื่อสัตว์น้ำตาย เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจน้ำและแยกสาเหตุได้ และข้อมูลจะใช้ประกอบการช่วยเหลือ
  5. ปรึกษาเรื่องย้ายกระชังหรือจับปลาขาย: ถ้าน้ำยังขุ่นและมีกลิ่นต่อเนื่อง ทางเลือกคือย้ายไปจุดที่น้ำลึกและไหลดีกว่า หรือจับปลาที่ได้ขนาดขายก่อน ตัดสินใจร่วมกับเจ้าหน้าที่และเพื่อนบ้านในกลุ่มกระชังเดียวกัน
  6. ห้ามใส่สารเคมีลงแหล่งน้ำสาธารณะเอง: การใช้ปูนหรือเกลือในบ่อดินเป็นคนละเรื่องกับการเทลงอ่างหรือแม่น้ำ ตัวเลขเกลือ 200–300 กก. ต่อบ่อ 1 ไร่ ที่ห้องสมุดเกษตร มก. แนะนำเป็นตัวเลขสำหรับบ่อ ไม่ใช่กระชัง

ระหว่างหน้าหนาว ให้อาหารอย่างไร

ภาพประกอบ ระหว่างหน้าหนาว ให้อาหารอย่างไร

ปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนตามน้ำ ห้องสมุดเกษตร มก. อธิบายว่าน้ำที่ต่างกันมากระหว่างกลางวันกับกลางคืนทำให้ปลาใช้พลังงานปรับตัวมากจนป่วยง่าย และแนะนำให้ลดอาหารลง 10–15% และให้ในช่วงที่อากาศอุ่น ในทางปฏิบัติสำหรับกระชัง หมายถึงเลื่อนมื้อเช้าออกไปจนแดดขึ้นแล้ว ให้ทีละน้อยและดูว่าปลากินหมดก่อนเติม วันที่ปลาขึ้นกินน้อยให้ตัดมื้อนั้นลงทันที เรื่องการวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นอ่านได้ที่ คุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงปลา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปล่อยลูกปลาชุดใหม่ช่วงปลายฝน ทำให้ปลาโตเต็มกระชังพอดีกับช่วงหนาวที่สุด
  • ให้อาหารเท่าเดิมทุกมื้อทั้งที่ปลากินน้อยลง อาหารเหลือจมลงไปสะสมก้นอ่าง
  • เห็นปลาลอยหัวแล้วรีบโยนอาหารให้ เพราะคิดว่าปลาหิว
  • วางกระชังในจุดน้ำนิ่งใกล้ก้นอ่างตอนน้ำลด เพราะสะดวกต่อการเข้าออก
  • ทิ้งปลาตายลงน้ำข้างกระชัง ทำให้น้ำแย่ลงและโรคแพร่ไปกระชังอื่น
  • ซื้อสารเคมีหรือยามาเทลงกระชังตามคำบอกเล่า โดยไม่ได้แยกสาเหตุและไม่ได้ปรึกษาเจ้าหน้าที่
  • ไม่แจ้งประมงอำเภอเพราะคิดว่าเสียเวลา ทำให้ไม่มีข้อมูลยืนยันความเสียหาย

สรุป

น้ำพลิกตัวคือการที่น้ำก้นอ่างซึ่งขาดออกซิเจนและมีแก๊สพิษถูกดันขึ้นมาเมื่อน้ำผิวเย็นลงหรือถูกลมฝนกวน ปลาในกระชังหนีไม่ได้จึงตายพร้อมกัน สิ่งที่คนเลี้ยงคุมได้คือรอบการเลี้ยง ความหนาแน่น ปริมาณอาหาร และการเฝ้าดูน้ำทุกเช้าในช่วงปลายธันวาคมถึงต้นกุมภาพันธ์ เมื่อเห็นสัญญาณให้หยุดอาหาร ตักปลาตาย และแจ้งประมงอำเภอทันที

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄ผู้จัดการออนไลน์ (25 ม.ค. 2564) — กรณีปลากดคังในกระชังตายที่ ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี คำอธิบายของเขื่อนวชิราลงกรณและนักวิชาการ ม.มหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี (https://mgronline.com/local/detail/9640000007596)
  • 📄แนวหน้า (25 พ.ย. 2567) อธิบดีกรมประมงเตือนช่วงเปลี่ยนฤดู — โรคที่พบช่วงปลายฝนต้นหนาว คำแนะนำลดความหนาแน่น งดเลี้ยงในกระชัง ทำความสะอาดกระชัง ให้อาหารพอดี แจ้งเจ้าหน้าที่ (https://www.naewna.com/local/843480)
  • 📄ห้องสมุดเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (6 ม.ค. 2568) การดูแลสัตว์น้ำช่วงฤดูหนาว — ปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น การวางแผนหลีกเลี่ยงฤดูหนาว ลดอาหาร 10–15% เกลือสำหรับบ่อ (https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/announcement/677b9f0cc4e89c293aa6b429)
  • 📄LSU AgCenter / Louisiana Sea Grant (7 ต.ค. 2548) Fish kills — กลไกการแยกชั้นของน้ำ ออกซิเจนต่ำ ไฮโดรเจนซัลไฟด์และแอมโมเนียในน้ำชั้นล่าง ลมและฝนทำให้น้ำพลิกตัว (https://www.lsu.edu/departments/seagrantfish/news/2005/fishkills.htm)
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ รายงานคาดการณ์ฤดูหนาว 2569 ของกรมอุตุนิยมวิทยา (19 ต.ค. 2569) — ช่วงเริ่มและสิ้นสุดฤดูหนาว ช่วงหนาวที่สุด อุณหภูมิต่ำสุดที่คาดการณ์ (https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1256451)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…

[มีประกัน] ปั้มออกซิเจนตู้ปลา เสียงเงียบ…

ปั๊มลม/ให้อากาศในบ่อ

เพิ่มออกซิเจนในบ่อหรือถังเลี้ยงสัตว์น้ำ

เช็กก่อนซื้อ

  • กำลังลมหรือขนาดบ่อ/ถังที่รองรับตามที่ร้านระบุ
  • ใช้ไฟบ้าน แบตเตอรี่สำรอง หรือไฟ DC
ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…

ชุดแถบทดสอบค่า pH น้ําจืด/น้ําเค็ม 3/5/6/7/14/16 in 1 100…

ชุดตรวจคุณภาพน้ำ

ใช้ตรวจค่าน้ำเบื้องต้นก่อนปรับการจัดการบ่อหรือสารละลาย

เช็กก่อนซื้อ

  • ค่าที่วัดได้ (pH TDS EC ออกซิเจน) ตรงกับที่ต้องการติดตาม
  • ต้องคาลิเบรตหรือเปลี่ยนน้ำยาบ่อยแค่ไหน
หนังสือ คู่มือการเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลากระชัง เงินล้าน…

หนังสือ คู่มือการเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลากระชัง เงินล้าน…

บ่อผ้าใบ/กระชัง

ใช้เป็นบ่อหรือกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่จำกัด แยกกักหรืออนุบาลได้

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา

สวิงช้อนปลา ด้ายขาวขนาดใหญ่ สำหรับตักและย้ายปลา

สวิง/อุปกรณ์จับสัตว์น้ำ

ใช้ตัก คัดขนาด หรือย้ายสัตว์น้ำในบ่อ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

น้ำพลิกตัวเกิดได้ทุกปีไหม

ไม่ได้เกิดทุกปีหรือทุกแหล่งน้ำ ขึ้นกับความลึก ระดับน้ำ ตะกอน ลม และความเปลี่ยนแปลงของอากาศในปีนั้น แหล่งน้ำที่เคยเกิดมาแล้วควรถือว่ามีความเสี่ยงสูงและเฝ้าระวังทุกหน้าหนาว

ปลานิลทนน้ำเย็นได้ดีกว่าปลาชนิดอื่นไหม

ผู้เขียนยังไม่พบตัวเลขอุณหภูมิต่ำสุดจากกรมประมงที่ยืนยันได้สำหรับปลานิลในกระชังไทย จึงไม่ขอระบุตัวเลข ข้อสังเกตคือน้ำพลิกตัวทำให้ปลาตายจากการขาดออกซิเจนและแก๊สพิษ ไม่ใช่จากความเย็นอย่างเดียว ปลาที่ทนเย็นก็ตายได้

ใช้เครื่องให้อากาศในกระชังช่วยได้ไหม

กรมประมงแนะนำให้เปิดเครื่องให้อากาศในช่วงฟ้าครึ้มนาน ซึ่งเป็นคำแนะนำสำหรับบ่อ ในกระชังที่อยู่กลางอ่างทำได้ยากและได้ผลจำกัด ถ้าจะลงทุนให้ปรึกษาประมงอำเภอว่าเหมาะกับแหล่งน้ำนั้นหรือไม่

ปลาที่รอดจากน้ำพลิกตัวกินได้ไหม ขายได้ไหม

ปลาที่ยังมีชีวิตและแข็งแรงจับขายได้ตามปกติ แต่ปลาที่ตายแล้วไม่ควรนำไปขายเป็นปลาสด ถ้ามีปลาป่วยหรือมีแผลร่วมด้วยให้ถามประมงอำเภอก่อน

เสียหายแล้วขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน

แจ้งประมงอำเภอหรือประมงจังหวัดโดยเร็ว เงื่อนไขการช่วยเหลือขึ้นกับการประกาศภัยและระเบียบในแต่ละครั้ง ผู้เขียนไม่ได้ยืนยันเงื่อนไขของปี 2569 ให้สอบถามสำนักงานประมงในพื้นที่โดยตรง (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)