ตลาดและการขายเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ราคาโคเนื้อตกต่ำเพราะอะไร และผู้เลี้ยงรายย่อยจะรับมืออย่างไร

ราคาโคเนื้อตกต่ำเพราะอะไร ราคากลางโคประกาศหรือยัง ต้นทุนอ้างอิงต่อกิโลกรัม และแผนรับมือของผู้เลี้ยงรายย่อย พร้อมตารางตัดสินใจขายหรือเก็บไว้ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

ราคาโคเนื้อตกต่ำเพราะอะไร และผู้เลี้ยงรายย่อยจะรับมืออย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

สรุปสิ่งที่แหล่งข้อมูลทางการยืนยันได้เรื่องราคาโคเนื้อตกต่ำ สาเหตุ และแนวทางตัดสินใจของผู้เลี้ยงรายย่อย โดยไม่ใส่ราคาตลาดที่ไม่มีแหล่งลงวันที่

คำตอบเร็ว: ราคาโคเนื้อที่หน้าฟาร์มต่ำมาเกิน 3 ปีตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวไว้เมื่อ 10 ต.ค. 2568 สาเหตุที่หน่วยงานและสภาเกษตรกรแห่งชาติระบุมี 3 เรื่องหลัก คือโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม ผู้เลี้ยงมีอำนาจต่อรองน้อย และเนื้อนำเข้าราคาถูกรวมถึงเนื้อเถื่อน ส่วนผู้เลี้ยงรายย่อยควรเริ่มจากรู้ต้นทุนต่อกิโลกรัมของตัวเอง เทียบกับต้นทุนอ้างอิงที่สมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทยเสนอ แล้วต่อรองด้วยน้ำหนักและเกรดที่ชั่งจริง ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ยังไม่พบประกาศตัวเลขราคากลางอย่างเป็นทางการ

ถ้าคุณเลี้ยงวัวอยู่ไม่กี่ตัวถึงสิบกว่าตัว แล้วพ่อค้าเข้ามาให้ราคาต่ำกว่าที่คิดไว้จนต้องยืนคิดหน้าคอกว่าจะขายหรือเลี้ยงต่อ คุณไม่ได้เป็นคนเดียว ในวันที่ลงพื้นที่แม่สอด จังหวัดตาก เมื่อ 10 ต.ค. 2568 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยอมรับต่อหน้าสื่อว่าปัญหาราคาโคตกต่ำยืดเยื้อมาเกิน 3 ปี และตั้งเป้าให้ราคาโคหน้าฟาร์มกลับมาที่ 80 บาทต่อกิโลกรัมภายใน 3 เดือน บทความนี้ไล่ให้เห็นว่าปัญหามาจากไหน ภาครัฐกำลังทำอะไรกับ "ราคากลางโค" และรายย่อยควรเตรียมตัวอย่างไร โดยแยกให้ชัดว่าตัวเลขไหนมีแหล่งที่มา ตัวเลขไหนยังไม่มีประกาศ

ราคาโคเนื้อตกต่ำ: สิ่งที่แหล่งข้อมูลทางการยืนยันได้

ภาพประกอบ ราคาโคเนื้อตกต่ำ: สิ่งที่แหล่งข้อมูลทางการยืนยันได้

ก่อนวิเคราะห์สาเหตุ ขอวางข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ไว้ก่อน เพราะข่าวเรื่องโคมักมีตัวเลขปะปนกันหลายปีหลายระดับ

  • 10 ต.ค. 2568: รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่าราคาโคตกต่ำมา 3 ปี และต้องเห็นราคาหน้าฟาร์มที่ 80 บาทต่อกิโลกรัมภายใน 3 เดือน (รายงานโดยกรุงเทพธุรกิจ) คำพูดนี้คือเป้าหมายทางนโยบาย ไม่ใช่ราคาที่ตลาดจ่ายจริงในวันนั้น
  • 2 ก.ค. 2569: สภาเกษตรกรแห่งชาติรายงานว่าที่ประชุมรับทราบปัญหาผู้เลี้ยงโคเนื้อ กระบือ แพะ แกะ ที่เจอโครงสร้างราคาไม่เป็นธรรม อำนาจต่อรองน้อย และเนื้อนำเข้าราคาถูก คณะกรรมการนโยบายพัฒนาโคเนื้อ-กระบือและผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (Beef Board) เตรียมมาตรการเร่งด่วน 13 ข้อ
  • 27 ก.ค. 2569: มีการประชุมคณะอนุกรรมการครั้งที่ 4 เพื่อหาแนวทางราคากลางโคเนื้อ โดยตั้งเป้าสรุปกรอบราคาแนะนำแยกตามเกรดและน้ำหนักให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2569
  • 5 ส.ค. 2569: ข่าวจาก Pasusart ระบุว่าคณะอนุกรรมการจะเสนอผลต่อ Beef Board ก่อน แล้วสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทยจะประกาศต้นทุนอ้างอิง พร้อมตัวเลขต้นทุนเฉลี่ยของโคขุน 3 ประเภท

ข้อสำคัญคือ ในแหล่งข้อมูลที่เปิดอ่านได้ ยังไม่เห็นประกาศตัวเลขราคากลางแยกเกรดและน้ำหนักอย่างเป็นทางการ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 จึงขออย่าเอาตัวเลขต้นทุนอ้างอิงไปเรียกว่า "ราคากลางที่รัฐประกาศแล้ว" เพราะยังไม่ใช่ ถ้ามีประกาศใหม่ ให้ตรวจกับกรมปศุสัตว์หรือสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทยอีกครั้ง

ทำไมราคาโคเนื้อถึงตกต่ำ

จากเอกสารที่เปิดอ่านได้ สาเหตุที่หน่วยงานและตัวแทนผู้เลี้ยงระบุมี 3 กลุ่ม ผมไม่ขอเพิ่มสาเหตุที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงรองรับ

1) โครงสร้างราคาไม่เป็นธรรมและอำนาจต่อรองน้อย

สภาเกษตรกรแห่งชาติระบุตรง ๆ ว่าผู้เลี้ยงเจอโครงสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรมและอำนาจต่อรองต่ำ ในภาคสนามหมายความว่าผู้เลี้ยงรายย่อยที่ไม่มีที่ชั่ง ไม่รู้ต้นทุนต่อกิโล และมีวัวหลักไม่กี่ตัว มักรับราคาที่พ่อค้าเสนอมาโดยไม่มีตัวเลขอ้างอิงของตัวเองไปคุย นี่คือเหตุผลที่ฝ่ายนโยบายพูดถึง "ราคากลาง" เพราะให้เกษตรกรใช้เป็นเครื่องมือต่อรองด้านการตลาดได้ ตามเอกสารของ Pasusart

2) เนื้อนำเข้าราคาถูก รวมถึงเนื้อเถื่อน

สภาเกษตรกรฯ ระบุเรื่องเนื้อนำเข้าราคาถูกที่ทะลักเข้าตลาด และหนึ่งในมาตรการเร่งด่วน 13 ข้อคือการปราบปรามการลักลอบนำเข้าเนื้อ ส่วนคำพูดของผู้นำวงการที่ไทยพีบีเอสอ้างไว้เมื่อ 11 มิ.ย. 2567 ระบุว่า "เนื้อเถื่อนหรือเนื้อกล่องที่ลักลอบนำเข้าประเทศไทยได้ทำลายตลาด" ตรงนี้ต้องแยกคำให้ถูก คำว่า "โคเถื่อน" ที่คนใช้เรียกกัน มีอย่างน้อยสองความหมาย คือโคมีชีวิตที่ลักลอบข้ามแดน กับเนื้อโคหรือซากที่ลักลอบนำเข้า ซึ่งกระทบตลาดคนละทาง

  • โคมีชีวิตข้ามแดน: ตัวอย่างที่บันทึกไว้คือเมื่อ 22 พ.ค. 2567 กรมปศุสัตว์ร่วมกับหน่วยงานอื่นจับโค 29 ตัว (ตัวผู้ 12 ตัว ตัวเมีย 17 ตัว) ที่ท่าข้ามธรรมชาติแม่น้ำเมย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากรและเตรียมแจ้งความตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 มาตรา 31 พร้อมกักโคและเก็บตัวอย่างเลือดตรวจโรค ผลที่กระทบผู้เลี้ยงคือความเสี่ยงโรคระบาดและแรงกดดันด้านอุปทาน
  • เนื้อลักลอบนำเข้า: กระทบราคาปลายทางที่โรงเชือดและตลาดเนื้อ เมื่อเนื้อราคาถูกผิดกฎหมายเข้ามาแข่ง โรงเชือดและผู้ค้าจึงมีแรงจูงใจกดราคาโคมีชีวิต

ผมไม่มีแหล่งที่ระบุว่าโคเถื่อนกระทบราคาเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือกี่บาทต่อกิโลกรัม ใครเขียนตัวเลขแบบนั้นมาโดยไม่มีที่มาให้ถือว่ายังพิสูจน์ไม่ได้ สิ่งที่พูดได้อย่างปลอดภัยคือหน่วยงานรัฐและตัวแทนเกษตรกรยอมรับว่ามันเป็นปัจจัยหนึ่ง และรัฐบรรจุการปราบปรามไว้ในมาตรการเร่งด่วน

3) ผู้เลี้ยงบางส่วนกู้เงินมาซื้อโคและเจอราคาตกพอดี

ไทยพีบีเอสรายงานเมื่อ 11 มิ.ย. 2567 ว่าผู้เลี้ยงจำนวนหนึ่งกู้เงินจากโครงการสินเชื่อ "ล้านละร้อย" ของ ธ.ก.ส. ซึ่งคิดดอกเบี้ย 0.01 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แล้วเจอราคาโคตกจนขาดทุน รัฐจึงมีโครงการโคแสนล้านวงเงินนำร่อง 5,000 ล้านบาท เน้นแม่พันธุ์โคเพศเมียผ่านกองทุนชุมชน กลุ่มละ 1 ล้านบาท เป้าหมายคือต้นน้ำ ไม่ใช่โคขุน และใช้เวลา 2-3 ปีกว่าผลจะเข้าตลาด

ราคากลางโคคืออะไร และตอนนี้ไปถึงไหน

ภาพประกอบ ราคากลางโคคืออะไร และตอนนี้ไปถึงไหน

ตามที่ Daily News รายงานเมื่อ 26 มิ.ย. 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องการกำหนดราคากลางของโคเนื้อ แพะ และแกะ ให้ครอบคลุมตั้งแต่เกษตรกร โรงเชือด ผู้แปรรูป จนถึงผู้ค้าปลีก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน จุดที่ควรเข้าใจให้ตรงคือ ราคากลางตามเอกสารเหล่านี้เป็น "ราคาแนะนำ" ที่เปิดช่องให้ยืดหยุ่นตามกลไกตลาด และเกษตรกรใช้ต่อรองได้ ไม่ใช่ราคาประกันที่รัฐจ่ายส่วนต่างให้

ตามข่าวเดือนสิงหาคม 2569 ผู้ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการมาจากกระทรวงเกษตรฯ กรมปศุสัตว์ กรมการค้าภายใน สมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ โรงงานแปรรูปเนื้อขนาดกลางและใหญ่ หอการค้าไทย และห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งแปลว่าตัวเลขที่ออกมาจะผ่านการต่อรองของหลายฝ่าย ไม่ใช่ตัวเลขที่ฝ่ายผู้เลี้ยงกำหนดฝ่ายเดียว

ต้นทุนอ้างอิงที่สมาคมโคเนื้อฯ ให้ไว้

ประเภทโคต้นทุนเฉลี่ยอ้างอิง (บาทต่อกิโลกรัม)ข้อควรระวังในการอ่านตัวเลข
โคขุนลูกผสมบราห์มัน82เป็นต้นทุนเฉลี่ย ไม่ใช่ราคากลาง
โคขุนลูกผสมยุโรป108ต้นทุนสูงกว่าเพราะอาหารและระยะขุนต่างกัน
โคพื้นเมือง67ถ้าเลี้ยงแบบปล่อยแทะเล็ม ต้นทุนจริงของแต่ละฟาร์มอาจต่างไปมาก

ที่มา: Pasusart ฉบับ 5 ส.ค. 2569 ที่อ้างสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย ข่าวไม่ได้ขยายความว่าตัวเลขเป็นต่อกิโลกรัมน้ำหนักมีชีวิตหรือน้ำหนักซาก และไม่ได้บอกวิธีคำนวณ ก่อนเอาไปอ้างกับพ่อค้า ให้ถามสมาคมหรือปศุสัตว์อำเภอว่าฐานน้ำหนักเป็นแบบไหน ไม่เช่นนั้นเทียบกันผิดฐาน

ราคาที่เห็นในตลาดตอนนี้: เรื่องที่ต้องระวัง

ไทยพีบีเอส 11 มิ.ย. 2567 รายงานว่าโคอายุราว 6 เดือนถึง 1 ปีมีราคาตัวละ 3,000-5,000 บาท หรือเฉลี่ยราว 70 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่เนื้อขายปลีกอยู่ที่ราว 270-300 บาทต่อกิโลกรัม ตัวเลขชุดนี้เป็นของกลางปี 2567 และเป็นโคต้นน้ำ (ลูกโค) ไม่ใช่โคขุน จึงใช้เทียบกับต้นทุนโคขุน 82 บาทไม่ได้ ผมจงใจไม่ลงราคาโคหน้าฟาร์มของเดือนตุลาคม 2569 เพราะยังไม่มีแหล่งที่ลงวันที่และยืนยันได้ กรมปศุสัตว์เผยแพร่ราคาสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้เป็นรายสัปดาห์ ให้เปิดดูฉบับล่าสุดเองที่เว็บไซต์กรมปศุสัตว์ และเทียบกับราคาตลาดนัดโคกระบือในพื้นที่ของคุณ ราคาโคต่างกันตามพันธุ์ เพศ อายุ น้ำหนัก ภูมิภาค และช่องทางขาย

รายย่อยรับมืออย่างไร: ขั้นตอนใช้ได้จริง

ภาพประกอบ รายย่อยรับมืออย่างไร: ขั้นตอนใช้ได้จริง

ขั้นที่ 1 คำนวณต้นทุนต่อกิโลกรัมของตัวเอง

สูตรที่ใช้ได้กับทุกฟาร์ม คือ ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร และต้นทุนต่อหน่วย = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณขาย ให้รวมค่าลูกโคหรือโคตั้งต้น อาหารข้นและหยาบ ค่าสัตวแพทย์และวัคซีน ค่าแรง ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมของคอกด้วย ตัวอย่างคำนวณด้านล่างนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีคิด ใช้ต้นทุนอ้างอิง 82 บาทต่อกิโลกรัมจากสมาคมโคเนื้อฯ คูณกับน้ำหนักสมมติ ไม่ใช่ข้อมูลฟาร์มจริง

รายการตัวเลขตัวอย่างที่มาของตัวเลข
ต้นทุนอ้างอิงโคขุนลูกผสมบราห์มัน82 บาทต่อกิโลกรัมสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย ผ่าน Pasusart 5 ส.ค. 2569
น้ำหนักโคที่สมมติ500 กิโลกรัมต่อตัวสมมติเพื่อให้คิดเลขง่าย ไม่ใช่ข้อมูลจริง
ต้นทุนต่อตัว41,000 บาท82 x 500
ราคาขายที่เสมอทุนต่อกิโลกรัม82 บาท41,000 ÷ 500
ถ้าพ่อค้าให้ 70 บาทต่อกิโลกรัมขาดทุน 12 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 6,000 บาทต่อตัว(82 - 70) x 500 ใช้ 70 เป็นตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ราคาตลาดปัจจุบัน

ตารางนี้ไม่ได้บอกว่าราคาตลาดตอนนี้เท่าไร มันบอกแค่ว่าถ้าคุณมีต้นทุนที่คิดไว้ ก็จะรู้ทันทีว่าราคาที่ถูกเสนอมาอยู่เหนือหรือใต้เส้นเสมอทุน ซึ่งช่วยให้ตัดสินใจขายหรือชะลอได้เร็วขึ้น เรื่องการตั้งราคาขายขั้นต่ำมีอธิบายต่อใน ตั้งราคาขายขั้นต่ำยังไงไม่ให้ขาดทุน

ขั้นที่ 2 ชั่งน้ำหนักก่อนต่อรอง

เอกสารราคากลางตามข่าวจะแยกตามเกรดและน้ำหนัก การมีน้ำหนักจริงติดมือจึงสำคัญกว่าเดิม รัฐเองก็มีแนวคิดย้ายการซื้อขายในตลาดกลางจากการประเมินด้วยสายตาไปเป็นการซื้อขายตามน้ำหนัก ถ้าคอกคุณยังไม่มีเครื่องชั่ง ให้ถามปศุสัตว์อำเภอหรือกลุ่มผู้เลี้ยงว่ามีเครื่องชั่งกลางให้ยืมหรือมีที่ชั่งที่ตลาดนัดโค ภาพถ่ายน้ำหนักบนหน้าจอเครื่องชั่งพร้อมวันที่คือหลักฐานต่อรองที่ง่ายที่สุด

ขั้นที่ 3 อย่าขายด้วยแรงกดดันเรื่องโรค

ถ้ามีเห็บเกาะมาก ผิวหนังเป็นตุ่ม หรือวัวซึม พ่อค้าจะกดราคาทันที และที่ร้ายกว่าคือโรคลามทั้งฝูง ถ้าสงสัยโรคผิวหนังก้อนหรือโรคระบาดสัตว์ ให้แจ้งปศุสัตว์อำเภอ ห้ามรีบขายออกเพื่อหนีปัญหา เพราะเป็นความเสี่ยงต่อฟาร์มอื่นและอาจผิดกฎหมายโรคระบาดสัตว์ เรื่องเห็บและไข้เห็บอ่านเพิ่มที่ วัวมีเห็บเกาะเยอะ ต้องรีบกำจัดแค่ไหน

ขั้นที่ 4 รวมกลุ่มเพื่อขายเป็นล็อต

เมื่ออำนาจต่อรองเป็นหนึ่งในปัญหาที่หน่วยงานยอมรับ ทางที่ได้ผลจริงในภาคสนามคือการรวมกลุ่มผู้เลี้ยงในอำเภอ นัดวันชั่ง และเสนอขายเป็นล็อตให้โรงเชือดหรือผู้ขุน การที่ผู้ซื้อต้องวิ่งรถมาครั้งเดียวได้ปริมาณพอ ทำให้คุณต่อรองได้มากกว่าการขายทีละตัว สหกรณ์ กลุ่มวิสาหกิจ หรือสมาคมโคเนื้อในพื้นที่คือจุดเริ่ม

ขั้นที่ 5 เลือกพันธุ์และระยะเลี้ยงให้ตรงช่องทางขาย

ต้นทุนต่อกิโลกรัมของโคลูกผสมยุโรปสูงกว่าลูกผสมบราห์มันตามตัวเลขอ้างอิงข้างต้น ถ้าคุณขายเข้าช่องทางที่ไม่จ่ายพรีเมียมให้เนื้อพันธุ์ยุโรป การเลี้ยงให้ได้ต้นทุนต่ำกว่าอาจเหมาะกว่า ลองเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของพันธุ์ที่ โคเนื้อพันธุ์ชาโรเลส์เลี้ยงในไทยคุ้มไหม ต่างจากบราห์มันอย่างไร

ตารางตัดสินใจ ขายตอนนี้หรือเก็บไว้ก่อน

สถานการณ์ของคุณแนวทางที่ควรพิจารณา
ราคาที่ถูกเสนอสูงกว่าต้นทุนต่อกิโลกรัมที่คำนวณไว้ขายได้ถ้าเงินสดจำเป็น เพราะยังมีกำไรเหนือต้นทุน
ราคาที่ถูกเสนอต่ำกว่าต้นทุน แต่โคอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักตลาดลองหาผู้ซื้อรายอื่นหรือขายผ่านกลุ่มก่อน อย่ารับราคาแรก
โคยังไม่ถึงน้ำหนักขาย และค่าอาหารต่อวันสูงกว่าน้ำหนักที่เพิ่มคำนวณว่าเลี้ยงต่ออีกเดือนเพิ่มต้นทุนเท่าไร เทียบน้ำหนักที่คาดว่าจะเพิ่ม ถ้าไม่คุ้มให้ขายออก
มีหนี้ดอกเบี้ยเดินอยู่และราคาต่ำกว่าต้นทุนปรึกษา ธ.ก.ส. สหกรณ์ หรือเจ้าหนี้เรื่องการพักชำระหรือปรับโครงสร้างหนี้ก่อนตัดสินใจขายขาดทุน
สงสัยโรคในฝูงแจ้งปศุสัตว์อำเภอก่อน ห้ามเคลื่อนย้ายขายโดยไม่แจ้ง

ข้อผิดพลาดที่ผู้เลี้ยงรายย่อยมักทำเมื่อราคาตก

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่ผู้เลี้ยงรายย่อยมักทำเมื่อราคาตก
  • กู้เงินขยายฝูงโดยยังไม่มีช่องทางขายที่ชัดเจน ผู้เลี้ยงที่ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสแนะนำให้เริ่มจากเงินทุนที่มีอยู่และเริ่มทีละ 1-2 ตัวเพื่อเรียนรู้ก่อน
  • ถือตัวเลขต้นทุนอ้างอิงเป็นราคาที่รัฐรับซื้อ ทั้งที่เป็นแค่ข้อมูลประกอบการต่อรอง
  • ไม่ชั่งน้ำหนัก ปล่อยให้ผู้ซื้อประเมินด้วยสายตาแล้วมานั่งเสียใจทีหลัง
  • ซื้อโคนำเข้าตามแนวชายแดนหรือซื้อโคที่ไม่มีที่มาชัดเจนเพราะราคาถูก เสี่ยงทั้งโรคและกฎหมาย
  • ไม่แยกบัญชีต้นทุนกับเงินครัวเรือน จึงไม่รู้ว่าจุดไหนขาดทุนจริง
  • ขายตอนพ่อค้ากดราคาเพราะเห็บหรือโรคผิวหนัง แทนที่จะรักษาและเลื่อนขายออกไป

สิ่งที่ควรติดตามในช่วงถัดไป

  • ประกาศของ Beef Board และสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทยว่าราคากลางแยกเกรดและน้ำหนักออกมาเป็นตัวเลขเท่าไร และบังคับใช้หรือเป็นเพียงคำแนะนำ
  • ราคาสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้หน้าฟาร์มรายสัปดาห์ของกรมปศุสัตว์
  • ความคืบหน้าของมาตรการ 13 ข้อ เช่น ฐานข้อมูลปศุสัตว์ดิจิทัล และพื้นที่ปลอดโรค (Sandbox) เพื่อการส่งออกเนื้อแปรรูปไปจีน มาเลเซีย และตะวันออกกลาง ตามที่สภาเกษตรกรฯ รายงาน
  • ข่าวการจับกุมโคและเนื้อลักลอบ ซึ่งสะท้อนว่ามาตรการปราบปรามเดินไปแค่ไหน

สรุป

ราคาโคเนื้อหน้าฟาร์มต่ำมาเกิน 3 ปีตามที่รัฐมนตรีกล่าวไว้ สาเหตุที่หน่วยงานยอมรับคือโครงสร้างราคาไม่เป็นธรรม อำนาจต่อรองน้อย และเนื้อนำเข้าราคาถูกรวมถึงของเถื่อน ราคากลางที่กำลังทำเป็นราคาแนะนำที่ใช้ต่อรองได้ ณ ต.ค. 2569 ยังไม่พบประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการ มีแต่ต้นทุนอ้างอิง 82, 108 และ 67 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับโคขุนลูกผสมบราห์มัน ลูกผสมยุโรป และโคพื้นเมืองตามลำดับ รายย่อยควรรู้ต้นทุนของตัวเอง ชั่งน้ำหนักก่อนต่อรอง รวมกลุ่มขายเป็นล็อต และตรวจสอบประกาศล่าสุดกับกรมปศุสัตว์ก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄Pasusart — เดินหน้าดัน "ราคากลางโคเนื้อ" ข่าว 5 ส.ค. 2569 ต้นทุนอ้างอิง 82/108/67 บาทต่อกิโลกรัม และกระบวนการเสนอ Beef Board (https://pasusart.com/เดินหน้าดัน-ราคากลางโค/)
  • 📄Pasusart — ก.เกษตรฯ ลุย "กำหนดราคากลาง" แก้ราคาโคเนื้อตกต่ำ ข่าว 2 ก.ค. 2569 แผนบูรณาการตลาดกลางและพื้นที่ปลอดโรค (https://pasusart.com/ก-เกษตรฯ-ลุย-กำหนดราคากล/)
  • 📄สภาเกษตรกรแห่งชาติ — เร่งติดตามโคเนื้อราคาตกต่ำ มาตรการเร่งด่วน 13 ข้อ ข้อมูล 2 ก.ค. 2569 (https://www.nfc.or.th/content/32801)
  • 📄Daily News — กำหนดราคากลางโคเนื้อ แพะ และแกะ สร้างความเป็นธรรมห่วงโซ่อุปทาน 26 มิ.ย. 2569 (https://www.dailynews.co.th/news/5978263/)
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ — ธรรมนัสแก้ปัญหาราคาโคตกต่ำ เป้า 80 บาทต่อกิโลกรัมใน 3 เดือน 10 ต.ค. 2568 (https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1202660)
  • 📄ไทยพีบีเอส — วิกฤตโคเนื้อราคาตกต่ำ ความสิ้นหวังของเกษตรกร 11 มิ.ย. 2567 (https://www.thaipbs.or.th/news/content/340885)
  • 📄เรื่องเล่าข่าวเกษตร (Agrinewsthai) — กรมปศุสัตว์สกัดการลักลอบนำเข้าโคมีชีวิตริมแม่น้ำเมย 22 พ.ค. 2567 (https://www.agrinewsthai.com/domestic-animal/131859)
  • 📄กรมปศุสัตว์ — ราคาสินค้าปศุสัตว์ที่เกษตรกรขายได้ ณ หน้าฟาร์ม รายสัปดาห์ (https://www.dld.go.th/webnew/index.php/service/livestock-price/infoprice256908-1)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ราคากลางโคประกาศแล้วหรือยัง

จากแหล่งข้อมูลที่เปิดอ่านได้ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ยังไม่พบประกาศตัวเลขราคากลางแยกเกรดและน้ำหนักอย่างเป็นทางการ พบเพียงต้นทุนอ้างอิงเฉลี่ยจากสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย ให้ตรวจกับกรมปศุสัตว์หรือสมาคมโคเนื้อฯ

ราคากลางเป็นราคาที่ผู้ซื้อต้องจ่ายหรือไม่

ตามเอกสารที่เปิดอ่านได้ ราคากลางมีวัตถุประสงค์เป็นเครื่องมือต่อรองและสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน มีลักษณะยืดหยุ่นตามกลไกตลาด ไม่ใช่ราคาบังคับ ส่วนรายละเอียดทางกฎหมายต้องรอประกาศจริง

โคเถื่อนกับเนื้อเถื่อนต่างกันอย่างไร

โคเถื่อนมักหมายถึงโคมีชีวิตที่ลักลอบข้ามแดน เช่น เหตุจับกุมที่แม่น้ำเมยเมื่อ พ.ค. 2567 ส่วนเนื้อเถื่อนหรือเนื้อกล่องคือเนื้อ/ซากที่ลักลอบนำเข้า ทั้งสองอย่างผิดกฎหมายและกระทบผู้เลี้ยงในไทย แต่ไม่มีแหล่งทางการที่ระบุสัดส่วนความเสียหายเป็นตัวเลขตายตัว

ต้นทุน 82 บาทต่อกิโลกรัมใช้กับฟาร์มของผมได้ไหม

ใช้เป็นจุดเทียบได้ แต่ฟาร์มแต่ละแห่งต่างกันมาก ทั้งค่าอาหาร ค่าแรง ดอกเบี้ย และระยะขุน ให้คำนวณต้นทุนของตัวเองด้วยสูตรต้นทุนรวมหารปริมาณขาย แล้วใช้ตัวเลขอ้างอิงเป็นเพียงเกณฑ์ประกอบ

เห็นพ่อค้าให้ราคาต่ำมาก ควรรอไหม

ขึ้นอยู่กับค่าเลี้ยงต่อวันกับน้ำหนักที่เพิ่มได้ ถ้าเลี้ยงต่อแล้วต้นทุนเพิ่มเร็วกว่ากำไรจากน้ำหนักที่เพิ่ม การรอไม่ช่วย ให้คิดเป็นตัวเลขก่อน ไม่ควรตัดสินใจจากข่าวลือเรื่องราคาจะขึ้น

ควรเริ่มเลี้ยงโคเนื้อใหม่ในช่วงนี้ไหม

ผู้เลี้ยงที่ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสแนะนำให้เริ่มจากทุนของตัวเองและทีละน้อย และต้องมีช่องทางขายที่ชัดเจนก่อน หน่วยงานรัฐยังอยู่ระหว่างกำหนดราคากลางและมาตรการ จึงควรรอดูประกาศและตรวจสอบกับปศุสัตว์อำเภอก่อนลงทุนเพิ่ม