ตลาดและการขายเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ทุเรียนตะวันออกออกตลาด ขายล้งหรือขายเองแบบไหนได้ราคาดีกว่า

ทุเรียนตะวันออกปี 2569 คาดออกตลาดกว่าล้านตัน ขายล้งกับขายเองต่างกันตรงไหน เทียบเงินสุทธิต่อกิโล ค่าคัดเกรด ค่าส่ง มาตรฐาน GAP และเกณฑ์ตัดสินใจก่อนตัดขาย

ทุเรียนตะวันออกออกตลาด ขายล้งหรือขายเองแบบไหนได้ราคาดีกว่า

คำตอบสั้น ๆ

เทียบการขายทุเรียนตะวันออกให้ล้งกับการขายเองแบบต่าง ๆ ด้วยสูตรเงินสุทธิต่อกิโล พร้อมข้อมูลฤดูกาลและมาตรฐานส่งออกปี 2569 จากหน่วยงานรัฐ

คำตอบเร็ว: ไม่มีช่องทางไหนได้ราคาดีกว่าเสมอไป ขายล้งเหมาะกับสวนที่มีผลผลิตมาก มีใบรับรอง GAP และอยากปิดการขายให้จบในวันเดียว ส่วนขายเอง (หน้าสวน ออนไลน์ หรือส่งตลาดในประเทศ) มักได้ราคาต่อกิโลสูงกว่าแต่ต้องหักค่ากล่อง ค่าส่ง ค่าแรง และความเสี่ยงลูกค้าตีกลับออกก่อน ให้เทียบที่ "เงินสุทธิต่อกิโล" ไม่ใช่ราคาที่ประกาศ แล้วแบ่งขายสองทางตามเกรดของทุเรียนในสวนตัวเอง

ช่วงพฤษภาคมเป็นช่วงที่ทุเรียนตะวันออกออกมาพร้อมกันมากที่สุด ชาวสวนจันทบุรี ระยอง ตราดหลายรายเจอปัญหาเดียวกัน คือราคาหน้าล้งขยับลงทุกวัน ขณะที่ญาติหรือเพื่อนบ้านบอกว่าขายออนไลน์ได้กิโลละหลายสิบบาทมากกว่า คำถามที่ตามมาคือควรแบ่งผลผลิตไปขายเองหรือไม่ บทความนี้ไม่ได้บอกว่าทางไหนดีกว่า แต่ให้วิธีคิดตัวเลขของสวนตัวเอง ว่าทางไหนเหลือเงินเข้ากระเป๋ามากกว่าจริง

ทุเรียนตะวันออกปี 2569 ออกตลาดมากแค่ไหน และพีกช่วงไหน

ภาพประกอบ ทุเรียนตะวันออกปี 2569 ออกตลาดมากแค่ไหน และพีกช่วงไหน

กรมส่งเสริมการเกษตรคาดการณ์ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกฤดูกาลผลิตปี 2569 (ช่วงมีนาคมถึงกรกฎาคม) ไว้ที่ 1,066,980 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.4 จากปี 2568 โดยจันทบุรีจังหวัดเดียวคาดไว้ 683,027 ตัน และคาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม ตัวเลขนี้บอกเราว่าช่วงกลางฤดูเป็นช่วงที่ของล้นมือผู้รับซื้อ อำนาจต่อรองของสวนรายย่อยจะลดลงตามธรรมชาติ

ส่วนวันเริ่มตัดที่ทางการกำหนดสำหรับภาคตะวันออกปี 2569 คือ พันธุ์กระดุมทองตั้งแต่ 20 มีนาคม ชะนีและพวงมณีตั้งแต่ 10 เมษายน หมอนทองและก้านยาวตั้งแต่ 20 เมษายน และทุเรียนต้องมีน้ำหนักเนื้อแห้งไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ตามมาตรฐาน มกษ. 3-2567 คือ กระดุมทองร้อยละ 27 ชะนีและพวงมณีร้อยละ 30 หมอนทองและก้านยาวร้อยละ 32 ถ้าต่ำกว่านี้ถือเป็นทุเรียนอ่อน ไม่ว่าจะขายช่องทางไหนก็ตาม (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ประกาศวันตัดออกใหม่ทุกปี ให้ติดตามจากสำนักงานเกษตรจังหวัดก่อนฤดูปี 2570)

เรื่องราคา ไทยพีบีเอสรายงานเมื่อ 26 มกราคม 2569 ว่าราคาเฉลี่ยทุเรียนปี 2568 ลดลงราวร้อยละ 16 เหลือเฉลี่ยประมาณ 92.5 บาทต่อกิโลกรัม และทุเรียนไทยกำลังเจอการแข่งขันจากเวียดนามในตลาดจีนหนักขึ้น ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยทั้งปีไม่ใช่ราคาวันใดวันหนึ่ง ราคาจริงหน้าล้งจะเปลี่ยนรายวันตามเกรด ตามพันธุ์ และตามจังหวะที่ของออกพร้อมกัน จึงไม่ควรเอาตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งไปตั้งความหวัง

ขายล้งทำงานอย่างไร ได้อะไร เสียอะไร

ล้งหรือโรงคัดบรรจุคือผู้รับซื้อที่รวบรวมทุเรียนจากหลายสวนไปคัด บรรจุ และส่งออกเป็นหลัก ข้อดีที่ชาวสวนพูดตรงกันคือ "จบในวันเดียว" ตัดเสร็จ ชั่งเสร็จ ได้เงินหรือได้ใบรับซื้อ ไม่ต้องห่วงเรื่องการแพ็กหรือการส่งของ ขายได้ทีละหลายตัน และไม่ต้องหาลูกค้าเอง

แต่ล้งก็มีเงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อนขน

  • คัดเกรดก่อนให้ราคา ล้งจะแยกลูกที่ทรงสวย พูเต็ม ไม่มีตำหนิ ไปเป็นเกรดส่งออก ส่วนลูกเล็ก ทรงไม่สวย หรือมีรอยหนอน จะได้ราคาต่ำกว่าหรือถูกตีกลับ เกณฑ์คัดของแต่ละล้งไม่เหมือนกัน ให้ถามเกณฑ์และราคาแต่ละเกรดของวันนั้นให้ชัดก่อนลงของ
  • ต้องมี GAP ถ้าจะเข้าระบบส่งออกจีน กรมวิชาการเกษตรย้ำในฤดูปี 2569 ว่าสวนต้องได้รับรอง GAP และโรงคัดบรรจุต้องได้มาตรฐาน GMP มีการตรวจสอบย้อนกลับจากแปลงถึงโรงคัดบรรจุ สวนที่ไม่มีรหัสแปลง GAP จะขายเข้าล้งส่งออกได้ยากหรือได้ราคาต่ำ ดูรายละเอียดเรื่องการขึ้นทะเบียนได้ที่บทความ GACC คืออะไร ทำไมสวนทุเรียนที่จะส่งออกจีนต้องขึ้นทะเบียน
  • มาตรการ "4 ไม่" อธิบดีกรมวิชาการเกษตรประกาศเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าทุเรียนส่งออกต้อง ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และไม่มีสี/ไม่มีสาร หากพบฝ่าฝืนจะระงับการส่งออกทันที ล้งจึงเข้มกับสวนมากขึ้น ทุเรียนที่ตัดก่อนกำหนดเสี่ยงถูกปฏิเสธ
  • ราคาขึ้นกับจังหวะ ในช่วงที่ผลผลิตทั้งภาคออกพร้อมกัน ราคาเกรดเดียวกันอาจต่างกันมากระหว่างต้นฤดูกับกลางฤดู สวนที่ต้องตัดตามความแก่ของผล เลือกวันขายเองได้น้อย

ถ้าสงสัยว่าทำไมทุเรียนตะวันออกต้องวิ่งผ่านจันทบุรีก่อนออกนอกประเทศ อ่านต่อได้ที่ ทำไมทุเรียนภาคตะวันออกต้องผ่านตลาดกลางจันทบุรีก่อนส่งออก

ขายเองมีกี่แบบ และแต่ละแบบมีต้นทุนแฝงอะไร

ภาพประกอบ ขายเองมีกี่แบบ และแต่ละแบบมีต้นทุนแฝงอะไร

1. ขายหน้าสวนหรือแผงริมทาง

เหมาะกับสวนที่อยู่ติดถนนสายท่องเที่ยวหรือมีลูกค้าประจำ ได้ราคาปลีกต่อกิโลสูงกว่าราคาล้ง ไม่มีค่าส่ง แต่ขายได้ทีละไม่มาก ต้องมีคนเฝ้าแผงทั้งวัน และต้องจัดการลูกที่สุกเกินขายไม่ทัน ทุเรียนที่ตัดแล้วรอได้ไม่กี่วัน ของเหลือหนึ่งวันคือของที่ต้องลดราคา

2. ขายออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภค

ราคาต่อกิโลมักสูงที่สุดในทุกช่องทาง แต่ต้นทุนแฝงก็มากที่สุดเช่นกัน ได้แก่ กล่องและวัสดุกันกระแทก ค่าขนส่งซึ่งคิดตามน้ำหนักทั้งลูกรวมเปลือก ค่าโฆษณาหรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม เวลาตอบแชตและแพ็กของ และที่ชาวสวนมือใหม่มักลืมคือ "ค่าเคลม" เมื่อลูกค้าได้ลูกอ่อน ลูกแตก หรือเนื้อเละจากการขนส่งร้อน ๆ ถ้าสวนมีนโยบายเปลี่ยนลูกใหม่ให้ ต้นทุนส่วนนี้ต้องคิดไว้ล่วงหน้า

3. ส่งตลาดค้าส่งในประเทศหรือขายผ่านพ่อค้าคนกลางรายย่อย

รับของได้หลากหลายเกรดกว่าล้งส่งออก รวมถึงลูกที่ไม่ผ่านเกรดส่งออก เป็นทางระบายลูกตกเกรดได้ดี แต่ราคาขึ้นกับปริมาณของในตลาดวันนั้น และต้องมีค่าขนส่งเอง

4. แปรรูปหรือแกะเนื้อขาย

บางสวนแกะเนื้อแพ็กกล่องขาย หรือทำทุเรียนทอด ทุเรียนกวน เพื่อเก็บมูลค่าจากลูกตกเกรด ทางนี้ต้องลงทุนแรงงาน ภาชนะ ห้องเย็น และถ้าจะขายเป็นสินค้าอาหารบรรจุ ต้องตรวจเรื่องการขออนุญาตกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดก่อน

ตารางเปรียบเทียบช่องทางขายทุเรียน

ช่องทางราคาต่อกิโล (เทียบกันเอง)ปริมาณที่ระบายได้ต้นทุนและงานที่สวนต้องรับเองเหมาะกับใคร
ขายล้งต่ำกว่าขายปลีก ขึ้นกับเกรดและจังหวะมากที่สุด ขายยกสวนได้ค่าตัด ค่าขนไปล้ง ต้องมี GAP ถ้าจะเข้าเกรดส่งออกสวนขนาดกลางถึงใหญ่ แรงงานน้อย
หน้าสวน/แผงสูงกว่าล้งน้อย ขึ้นกับทำเลคนเฝ้าแผง ของสุกเกินขายไม่ทันสวนติดถนนหรือมีลูกค้าประจำ
ออนไลน์ส่งตรงมักสูงสุดน้อยถึงปานกลางกล่อง ค่าส่ง ค่าโฆษณา ค่าเคลม เวลาตอบลูกค้าสวนที่มีคนรุ่นใหม่ดูแลการขาย
ตลาดในประเทศ/พ่อค้ารายย่อยปานกลาง ผันผวนรายวันปานกลางค่าขนส่ง ความเสี่ยงราคาวันนั้นสวนที่มีลูกตกเกรดส่งออกมาก
แปรรูป/แกะเนื้อเพิ่มมูลค่าลูกตกเกรดขึ้นกับแรงงานแรงงาน ภาชนะ ห้องเย็น ใบอนุญาตอาหารกลุ่มแม่บ้าน วิสาหกิจชุมชน

ตารางนี้ไม่ได้ใส่ตัวเลขราคา เพราะราคาทุเรียนเปลี่ยนรายวันและต่างกันตามพันธุ์และเกรด ให้เติมตัวเลขของสวนตัวเองในวันที่ตัดสินใจ

วิธีคิดว่าทางไหนเหลือเงินมากกว่า (คิดเป็นเงินสุทธิต่อกิโล)

สูตรที่ใช้ได้ทุกช่องทางคือ

เงินสุทธิต่อกิโล = ราคาขายต่อกิโล − ต้นทุนการขายต่อกิโล − มูลค่าที่เสียไปจากลูกเสีย/เคลม/ขายไม่ทัน

ตัวอย่างการคิด (ตัวเลขสมมติทั้งหมด เพื่อสาธิตวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ราคาตลาด): สมมติวันหนึ่งล้งให้ราคาเกรดที่สวนคุณตัดได้ที่ A บาทต่อกิโล ส่วนออนไลน์ตั้งราคาขายได้ B บาทต่อกิโล ให้ไล่หักต้นทุนฝั่งออนไลน์ทีละรายการ ได้แก่ ค่ากล่องหารด้วยน้ำหนักทุเรียนต่อกล่อง ค่าส่งต่อกล่องหารด้วยน้ำหนักต่อกล่อง ค่าโฆษณาทั้งเดือนหารด้วยกิโลที่ขายได้ทั้งเดือน และสัดส่วนกล่องที่ต้องส่งใหม่หรือคืนเงิน ถ้าในฤดูที่แล้วคุณเคลม 1 ใน 20 กล่อง ให้คิดค่าเสียหายราว 1 ใน 20 ของต้นทุนต่อกล่องรวมเข้าไปด้วย เมื่อได้ต้นทุนรวมต่อกิโลแล้ว ถ้า B ลบต้นทุนต่อกิโลยังมากกว่า A ลบค่าขนไปล้ง การขายเองจึงคุ้ม ถ้าห่างกันไม่กี่บาท เวลาที่เสียไปกับการแพ็กและตอบแชตอาจไม่คุ้ม

อีกเรื่องที่ต้องคิดคือปริมาณ ถ้าสวนตัดได้วันละหลายตัน แต่ออนไลน์ระบายได้วันละไม่กี่สิบกิโล ส่วนที่เหลือก็ต้องเข้าล้งอยู่ดี การตัดสินใจจริงจึงไม่ใช่ "เลือกทางเดียว" แต่เป็นการแบ่งสัดส่วนให้เหมาะ

เกณฑ์ตัดสินใจแบบชาวสวน: แบ่งขายอย่างไรให้คุ้ม

ภาพประกอบ เกณฑ์ตัดสินใจแบบชาวสวน: แบ่งขายอย่างไรให้คุ้ม
  1. ตรวจความแก่ก่อนตัดทุกครั้ง ในปี 2569 กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดจุดบริการ "ตรวจก่อนตัด" 53 จุด (จันทบุรี 35 ตราด 10 ระยอง 8) ทุเรียนที่ผ่านเกณฑ์เนื้อแห้งช่วยลดความเสี่ยงถูกล้งตีกลับ และลดการเคลมเมื่อขายเอง
  2. แยกเกรดในสวนก่อนขน ลูกสวยพูเต็มที่ล้งให้ราคาเกรดส่งออก ส่งล้งได้คุ้ม ลูกตกเกรดที่ล้งกดราคามาก ให้กันไว้ขายหน้าสวน ส่งตลาดในประเทศ หรือแกะเนื้อ
  3. เทียบราคาอย่างน้อย 2–3 ล้ง ในวันเดียวกัน ถามราคาแยกเกรดและเงื่อนไขการคัดให้ชัด จดลงสมุดทุกวัน เพื่อใช้วางแผนปีหน้า
  4. ทดลองขายเองแบบจำกัดจำนวน เริ่มจากลูกค้าประจำหรือคนรู้จัก ตั้งจำนวนกล่องต่อวันที่ทีมแพ็กไหว อย่ารับออร์เดอร์เกินกำลังในช่วงพีก
  5. ถ้าไม่มี GAP ช่องทางล้งส่งออกจะแคบลง ให้ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อขอรับรองก่อนฤดูถัดไป เพราะเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการส่งออกจีน

เลือกพันธุ์ก็มีผลต่อช่องทาง เช่น ก้านยาวมีตลาดเฉพาะกลุ่มที่ขายตรงได้ดี เปรียบเทียบเพิ่มได้ที่ ทุเรียนก้านยาวกับหมอนทอง ปลูกพันธุ์ไหนขายได้ราคาดีกว่า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เทียบราคาประกาศ แต่ไม่หักต้นทุนขาย ราคาออนไลน์ดูสูง แต่พอหักกล่อง ค่าส่ง ค่าโฆษณา และค่าเคลม เงินที่เหลืออาจใกล้ราคาล้ง
  • ตัดก่อนแก่เพราะกลัวราคาตก ทุเรียนอ่อนเสี่ยงถูกล้งปฏิเสธ เสี่ยงผิดมาตรการ และถ้าขายเอง ลูกค้าคนเดียวที่ได้ลูกอ่อนแล้วรีวิวไม่ดี กระทบการขายทั้งฤดู
  • รับออร์เดอร์ออนไลน์เกินกำลังแพ็ก ช่วงพีกพฤษภาคม แรงงานตัดและแพ็กหายาก กล่องที่ส่งช้าหนึ่งวันในอากาศร้อนคือกล่องที่เสี่ยงเสีย
  • ไม่จดบันทึกราคาและน้ำหนักรายวัน ทำให้ปีหน้าไม่มีข้อมูลตัดสินใจ ต้องเริ่มเดาใหม่ทุกปี
  • ปล่อยให้คนนอกใช้รหัส GAP ของสวน การสวมสิทธิ์ GAP เป็นหนึ่งในมาตรการ "4 ไม่" ที่ทางการเข้มงวด ถ้าถูกตรวจพบ สวนเจ้าของรหัสก็เดือดร้อน
  • ไม่ดูแลต้นหลังเก็บเกี่ยว เมื่อขายเสร็จแล้วรีบปล่อยสวน ต้นโทรมเข้าหน้าฝน เสี่ยงโรค ดูวิธีป้องกันได้ที่ โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน ระบาดหน้าฝน

สรุป

ทุเรียนตะวันออกปี 2569 ออกมากกว่าปีก่อนราวหนึ่งในห้าและพีกในเดือนพฤษภาคม อำนาจต่อรองของสวนรายย่อยจึงลดลงในช่วงกลางฤดู ทางที่ได้เงินมากที่สุดสำหรับสวนส่วนใหญ่คือแบ่งขาย ลูกเกรดดีเข้าล้งที่ให้ราคาดีที่สุดในวันนั้น ลูกตกเกรดหรือส่วนที่ทีมแพ็กไหวไปขายเอง โดยตัดสินใจจากเงินสุทธิต่อกิโลที่จดไว้จริง และตรวจความแก่ก่อนตัดทุกครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — คาดการณ์ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกปี 2569 วันตัดหมอนทอง 20 เม.ย. 2569 และจุดบริการตรวจก่อนตัด 53 จุด (https://doaenews.doae.go.th/archives/31324)
  • 📄กรมประชาสัมพันธ์ / กรมวิชาการเกษตร — มาตรการ "4 ไม่" และข้อกำหนด GAP/GMP สำหรับทุเรียนส่งออก ฤดูปี 2569 (https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/479819)
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ — วันเริ่มตัดทุเรียนภาคตะวันออกปี 2569 แยกพันธุ์ และเกณฑ์น้ำหนักเนื้อแห้งตาม มกษ. 3-2567 (https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1223000)
  • 📄ไทยพีบีเอส — สถานการณ์ราคาทุเรียนปี 2568 และการแข่งขันในตลาดจีน รายงาน 26 ม.ค. 2569 (https://www.thaipbs.or.th/news/content/501453)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ขายล้งกับขายเอง แบบไหนได้ราคาดีกว่า

ขายเองมักได้ราคาต่อกิโลสูงกว่า แต่เมื่อหักค่ากล่อง ค่าส่ง ค่าโฆษณา และค่าเคลมแล้ว เงินสุทธิอาจต่างจากล้งไม่มาก ให้คิดเป็นเงินสุทธิต่อกิโลของสวนตัวเองแล้วแบ่งขายตามเกรด

สวนที่ไม่มี GAP ขายล้งได้ไหม

ขายได้ในบางล้งหรือขายเข้าตลาดในประเทศ แต่การส่งออกจีนต้องมีสวนที่ได้รับรอง GAP และโรงคัดบรรจุมาตรฐาน GMP สวนที่ไม่มี GAP จึงเข้าเกรดส่งออกได้ยาก ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อขอรับรอง

ทุเรียนตะวันออกออกมากที่สุดช่วงไหน

กรมส่งเสริมการเกษตรคาดว่าผลผลิตฤดูปี 2569 ออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม ฤดูผลิตทั้งหมดอยู่ราวมีนาคมถึงกรกฎาคม

หมอนทองต้องมีเนื้อแห้งเท่าไรจึงตัดได้

ตามมาตรฐาน มกษ. 3-2567 หมอนทองและก้านยาวต้องมีน้ำหนักเนื้อแห้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 32 ชะนีและพวงมณีร้อยละ 30 กระดุมทองร้อยละ 27 ต่ำกว่านี้ถือเป็นทุเรียนอ่อน

ขายออนไลน์ต้องคิดต้นทุนอะไรบ้าง

ค่ากล่องและวัสดุกันกระแทก ค่าขนส่งที่คิดจากน้ำหนักทั้งลูก ค่าโฆษณาหรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าแรงแพ็ก และค่าเคลมเมื่อลูกค้าได้ลูกเสีย ให้หารทุกรายการเป็นต่อกิโลก่อนเทียบกับราคาล้ง

ดูราคาล้งล่าสุดได้ที่ไหน

ราคาล้งเปลี่ยนรายวันและต่างกันแต่ละล้ง ให้สอบถามจากล้งโดยตรงอย่างน้อย 2–3 แห่ง และติดตามข้อมูลสถานการณ์ผลไม้จากสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด