ตลาดและการขายเผยแพร่ 20 กันยายน 2569

ตลาดเกษตรกรคืออะไร เอาของไปขายต้องทำยังไง

ตลาดเกษตรกรคืออะไร ต่างจากตลาดนัดทั่วไปตรงไหน ใครสมัครเป็นผู้ขายได้ ใช้เอกสารอะไร พร้อมขั้นตอนสมัคร วิธีเตรียมสินค้า ตั้งราคา และเทคนิคให้ขายหมดทุกรอบ

ตลาดเกษตรกรคืออะไร เอาของไปขายต้องทำยังไง

คำตอบสั้น ๆ

ตลาดเกษตรกรคือตลาดที่รัฐจัดให้เกษตรกรผู้ผลิตจริงขายตรงถึงผู้บริโภค บทความนี้อธิบายเงื่อนไขการสมัคร เอกสารที่ใช้ และวิธีเตรียมของกับตั้งราคาให้ขายหมดในแต่ละรอบ

คำตอบเร็ว: ตลาดเกษตรกรคือตลาดที่หน่วยงานรัฐจัดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตที่ผลิตเองมาขายตรงถึงผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ที่พบมากที่สุดคือตลาดเกษตรกรระดับจังหวัดซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับจังหวัดจัดขึ้น และตลาดที่เปิดในบริเวณหน่วยงานรัฐ เช่น ศาลากลาง โรงพยาบาล และสำนักงานเกษตรจังหวัด ถ้าอยากเอาของไปขาย ให้ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่เพื่อยื่นสมัครเป็นผู้จำหน่าย เงื่อนไขหลักที่ทุกแห่งมีเหมือนกันคือผู้ขายต้องเป็นเกษตรกรตัวจริงที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้แล้ว และสินค้าที่นำมาขายต้องเป็นผลผลิตของตัวเองหรือของกลุ่ม ไม่ใช่ของที่รับมาขายต่อ ส่วนรายละเอียดวันเปิดตลาด ค่าบำรุงสถานที่ และเอกสารที่ต้องใช้ ต่างกันไปในแต่ละจังหวัด ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากสำนักงานเกษตรจังหวัดโดยตรง

เกษตรกรที่ปลูกผักหรือทำสวนแล้วโดนกดราคาหน้าแปลงมักได้ยินคำว่า "ตลาดเกษตรกร" จากเพื่อนบ้าน แต่พอจะไปขายจริงกลับไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ไปตั้งแผงเองได้เลยหรือเปล่า ต้องจ่ายค่าที่เท่าไร และของแบบไหนที่เขารับให้ขาย บทความนี้ตอบให้จบตั้งแต่ตลาดเกษตรกรคืออะไร ใครสมัครได้ ใช้เอกสารอะไร ไปจนถึงวิธีเตรียมของและตั้งราคาให้ขายหมดก่อนปิดตลาดในแต่ละรอบ

ตลาดเกษตรกรคืออะไร ต่างจากตลาดนัดทั่วไปอย่างไร

ภาพประกอบ ตลาดเกษตรกรคืออะไร ต่างจากตลาดนัดทั่วไปอย่างไร

หัวใจของตลาดเกษตรกรคือเงื่อนไข "ผู้ขายต้องเป็นผู้ผลิต" ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ต่างจากตลาดนัดเช่าแผงทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ตลาดนัดทั่วไปใครมีเงินค่าแผงก็เช่าขายได้ ทำให้ผักชุดเดียวกันจากตลาดค้าส่งไปโผล่หลายแผง ส่วนตลาดเกษตรกรคัดกรองผู้ขายก่อน เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่ากำลังซื้อของจากคนปลูกจริง และเพื่อให้เกษตรกรได้ราคาปลีกแทนราคาที่ถูกกดหน้าแปลง

ประเด็นตลาดเกษตรกรระดับจังหวัดตลาดในหน่วยงานรัฐหรือโรงพยาบาลตลาดนัดเช่าแผงทั่วไป
ผู้จัดสำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯหน่วยงานเจ้าของสถานที่ ร่วมกับเกษตรอำเภอหรือกลุ่มเกษตรกรเอกชนหรือเทศบาลที่เป็นเจ้าของพื้นที่
คุณสมบัติผู้ขายต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและผ่านการคัดเลือกส่วนใหญ่ยึดแนวเดียวกัน บางแห่งให้สิทธิ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ก่อนใครก็เช่าได้ ไม่จำกัดว่าต้องผลิตเอง
สินค้าที่ขายได้ผลผลิตของตนเองหรือของกลุ่ม รวมถึงสินค้าแปรรูปจากผลผลิตของตนเองเน้นของสดและของแปรรูปพร้อมกิน ตามความต้องการของคนทำงานในหน่วยงานไม่จำกัด รวมของที่รับมาขายต่อ
ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าบำรุงสถานที่ในอัตราต่ำ บางแห่งไม่เก็บ ตรวจสอบกับสำนักงานเกษตรจังหวัดแล้วแต่ข้อตกลงกับหน่วยงานเจ้าของสถานที่ค่าเช่าแผงตามราคาตลาด
ความถี่มักกำหนดวันประจำ เช่น สัปดาห์ละหนึ่งถึงสองวันมักเป็นวันประจำสัปดาห์ที่คนในหน่วยงานสะดวกซื้อตามรอบของตลาดนั้น
สิ่งที่ผู้ขายได้เพิ่มโอกาสเจอลูกค้าประจำ เข้าถึงการอบรม และการเชื่อมต่อกับช่องทางของจังหวัดฐานลูกค้าประจำที่ซื้อซ้ำทุกสัปดาห์ในเวลาเดิมปริมาณคนเดินผ่านสูง แต่แข่งราคาสูงตามไปด้วย

ตลาดเกษตรกรมีที่ไหนบ้าง หาข้อมูลจากไหน

ช่องทางที่แม่นที่สุดคือถามสำนักงานเกษตรอำเภอที่ตัวเองขึ้นทะเบียนไว้ เพราะเจ้าหน้าที่จะรู้ทั้งตลาดประจำจังหวัดและตลาดย่อยในหน่วยงานที่กำลังเปิดรับผู้ขายเพิ่ม อีกช่องทางคือเพจหรือเว็บไซต์ของสำนักงานเกษตรจังหวัด ซึ่งมักประกาศวันเปิดตลาดและรอบการรับสมัคร นอกจากนี้กรมส่งเสริมการเกษตรยังมีช่องทางตลาดเกษตรกรออนไลน์ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้วนำสินค้าขึ้นขาย ซึ่งใช้ควบคู่กับการออกร้านหน้าตลาดได้ ให้สอบถามเงื่อนไขการสมัครล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่

ใครสมัครเป็นผู้ขายได้ และต้องเตรียมเอกสารอะไร

เงื่อนไขปลีกย่อยต่างกันไปตามจังหวัด แต่แกนหลักที่เจอเหมือนกันแทบทุกแห่งคือสามข้อ คือเป็นเกษตรกรตัวจริง ขายของที่ตัวเองผลิต และสินค้าปลอดภัยตรวจสอบย้อนกลับได้

  • หลักฐานว่าเป็นเกษตรกร โดยทั่วไปคือสมุดหรือหลักฐานการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ยังเป็นปัจจุบัน ถ้ายังไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือยังไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลปีนี้ ให้ไปดำเนินการที่สำนักงานเกษตรอำเภอก่อน
  • บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้ที่จะเป็นผู้ขายหลัก และรายชื่อผู้ช่วยขายที่จะสลับกันมาประจำแผง
  • ข้อมูลแปลงและชนิดสินค้า ที่ตั้งแปลง เนื้อที่ ชนิดพืชหรือสัตว์ที่ผลิต และปริมาณที่คาดว่าจะนำมาขายต่อรอบ เพื่อให้คณะกรรมการดูว่าผลิตได้จริงตามที่แจ้ง
  • ใบรับรองมาตรฐานถ้ามี เช่น ใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีหรือใบรับรองเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช่ทุกตลาดที่บังคับ แต่เป็นแต้มต่อชัดเจนตอนคัดเลือกและตอนตั้งราคา
  • เอกสารเพิ่มเติมตามชนิดสินค้า สินค้าแปรรูปที่บรรจุพร้อมจำหน่ายมักต้องมีเลขสารบบอาหารหรือหลักฐานการขออนุญาตตามประเภทผลิตภัณฑ์ ส่วนสินค้าจากสัตว์และสัตว์น้ำอาจมีเงื่อนไขด้านสุขอนามัยเพิ่ม ให้สอบถามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กรมปศุสัตว์ หรือกรมประมงตามประเภทสินค้า
  • แบบคำขอของตลาดนั้น ซึ่งรับได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจุดประสานงานของตลาด

ขั้นตอนตั้งแต่ยื่นสมัครจนได้ขายจริง

  1. ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อถามรอบรับสมัคร ตลาดส่วนใหญ่มีจำนวนแผงจำกัดและเปิดรับเมื่อมีแผงว่าง จึงควรแจ้งความประสงค์ไว้ล่วงหน้าแม้ยังไม่มีรอบ
  2. ยื่นแบบคำขอพร้อมเอกสาร ระบุชนิดสินค้าและปริมาณต่อรอบให้ตรงกับกำลังผลิตจริง อย่าแจ้งเกินเพราะจะถูกตรวจสอบภายหลัง
  3. รอการพิจารณาของคณะกรรมการตลาด ซึ่งมักดูความหลากหลายของสินค้าในตลาดประกอบด้วย ถ้าแผงผักสวนครัวเต็มแล้ว คนที่มีของต่างจากที่มีอยู่จะได้เปรียบ
  4. ตรวจแปลงหรือยืนยันแหล่งผลิต บางตลาดมีการลงพื้นที่ดูแปลงจริงก่อนอนุมัติ เตรียมแปลงและบันทึกการผลิตให้พร้อมตรวจ
  5. รับทราบกติกาและตารางวันขาย ทั้งเวลาเข้าจัดร้าน เวลาปิด การแต่งกาย ป้ายราคา และกติกาเรื่องการเก็บขยะ ซึ่งหลายตลาดถือเป็นเงื่อนไขในการต่ออายุสิทธิ์แผง
  6. ทดลองขายรอบแรกด้วยปริมาณพอดี รอบแรกให้เน้นเรียนรู้ว่าลูกค้าตลาดนี้เป็นใคร ซื้ออะไร ช่วงเวลาไหนคนแน่น แล้วค่อยปรับปริมาณในรอบถัดไป

เตรียมสินค้าและตั้งราคาอย่างไรให้ขายหมดในแต่ละรอบ

ปัญหาที่เจอบ่อยกว่าการขายไม่ออกคือการเอาของไปมากเกินกำลังซื้อของตลาดนั้น แล้วต้องขนกลับหรือลดราคาตอนท้ายจนกำไรหาย หลักคิดคือเริ่มจากของน้อยแต่ครบชนิดก่อน แล้วขยายตามยอดที่ขายได้จริง

รอบที่ขายสิ่งที่ควรทำตัวชี้วัดที่ต้องจดกลับบ้าน
รอบที่ 1-2เอาของ 4-6 ชนิด ชนิดละปริมาณน้อย ตั้งป้ายราคาให้ชัดทุกชนิดชนิดไหนหมดก่อนเที่ยง ชนิดไหนเหลือ และลูกค้าถามหาอะไรที่เราไม่มี
รอบที่ 3-5เพิ่มปริมาณเฉพาะชนิดที่หมดเร็ว ตัดชนิดที่เหลือทุกครั้งออกยอดขายต่อรอบ และเวลาที่ยอดเริ่มนิ่ง
รอบที่ 6 ขึ้นไปเพิ่มสินค้าแปรรูปจากของที่เหลือ เช่น ผักหั่นพร้อมปรุงหรือของดอง เพื่อลดการขนกลับสัดส่วนของที่ขนกลับต่อรอบ ควรลดลงเรื่อย ๆ
เมื่อมีลูกค้าประจำเปิดรับจองล่วงหน้าทางโทรศัพท์หรือแชท แล้วจัดเป็นชุดไว้ก่อนเปิดตลาดจำนวนชุดที่จองล่วงหน้า ซึ่งคือยอดที่ขายได้ก่อนตั้งแผง

ตั้งราคาอย่างไรไม่ให้ขาดทุนและไม่ทุบตลาดเพื่อนบ้าน

เริ่มจากรู้ต้นทุนต่อหน่วยของตัวเองก่อน โดยเอาต้นทุนรวมของรอบการผลิตหารด้วยปริมาณที่ขายได้จริง แล้วบวกค่าขนส่ง ค่าถุง และค่าเวลาที่ใช้ยืนขายทั้งวันเข้าไปด้วย เพราะสามก้อนนี้คือต้นทุนของการขายปลีกที่ไม่มีตอนขายส่งหน้าแปลง จากนั้นค่อยเทียบกับราคาปลีกในตลาดนั้น จุดที่ต้องระวังคือการตั้งราคาต่ำกว่าเพื่อนแผงข้าง ๆ เพื่อแย่งลูกค้า ซึ่งจะทำให้ทั้งตลาดเสียราคาและตัวเองก็เหนื่อยฟรี ทางที่ยั่งยืนกว่าคือสร้างความต่างด้วยความสด ความสะอาด การตัดแต่ง และการจัดชุดขนาดพอดีสำหรับคนซื้อกินสองถึงสามวัน ส่วนราคาอ้างอิงของสินค้าเกษตรแต่ละชนิด ให้ตรวจสอบราคาปัจจุบันจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรหรือตลาดกลางสินค้าเกษตรประกอบการตัดสินใจ

เทคนิคหน้าแผงที่ทำให้ของหมดเร็วขึ้น

  • วางของสดที่สุดและมีสีสดที่สุดไว้ด้านหน้า เพราะคนเดินตลาดตัดสินใจจากภาพแรกในระยะไม่กี่ก้าว
  • ติดป้ายบอกชื่อพันธุ์และตำบลที่ปลูก ลูกค้าตลาดเกษตรกรให้ค่ากับการรู้ที่มามากกว่าตลาดทั่วไป
  • จัดชุดขายเป็นกำหรือถุงราคาลงตัว ช่วยให้ตัดสินใจเร็วและลดเวลาชั่งต่อคน
  • เตรียมของกินเล่นชิมฟรีเล็กน้อยสำหรับสินค้าแปรรูป เพราะการชิมหนึ่งคำปิดการขายได้ดีกว่าคำอธิบายยาว
  • ช่วงใกล้ปิดตลาดให้จัดชุดรวมแทนการลดราคาทีละชนิด เพื่อไม่ให้ลูกค้าประจำเรียนรู้ว่ามารอตอนท้ายแล้วได้ถูกกว่า
  • เก็บเบอร์หรือช่องทางแชทของลูกค้าประจำไว้ แล้วแจ้งล่วงหน้าว่าสัปดาห์หน้ามีอะไรเข้า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนเริ่มขายในตลาดเกษตรกร

  • รับของจากตลาดค้าส่งมาเสริมเพราะของตัวเองไม่พอ ผิดเงื่อนไขหลักของตลาดและเป็นเหตุให้ถูกตัดสิทธิ์แผง ถ้าของไม่พอจริงให้ลดปริมาณขายหรือรวมกับกลุ่มในรูปแบบที่ตลาดอนุญาต
  • ไม่ติดป้ายราคา ลูกค้าจำนวนมากเดินผ่านแผงที่ต้องถามราคา และผู้จัดตลาดหลายแห่งกำหนดให้ติดป้ายเป็นกติกา
  • ขนของไปมากเกินไปในรอบแรก ขายไม่หมดแล้วของช้ำจากการขนกลับ กลายเป็นต้นทุนจมทั้งที่ยังไม่รู้ว่าตลาดนี้ขายอะไรได้
  • เก็บผลผลิตเช้ามืดแล้ววางตากแดดหน้าแผง ผักใบเหี่ยวภายในหนึ่งถึงสองชั่วโมง ควรมีผ้าคลุม ที่พรมน้ำ หรือกล่องโฟมเก็บความเย็นสำหรับของที่ไวต่ออุณหภูมิ
  • มาขายไม่สม่ำเสมอ ลูกค้าตลาดเกษตรกรซื้อจากคนที่เขาเชื่อใจและรู้ว่ามาทุกสัปดาห์ ขาดไปสองสามรอบลูกค้าประจำจะย้ายแผงถาวร
  • ไม่จดยอดขายรายรอบ ทำให้ไม่รู้ว่าชนิดไหนทำกำไรจริง และวางแผนปลูกรอบหน้าด้วยความรู้สึกแทนตัวเลข

อ่านแนวทางการขายและช่องทางตลาดอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ในหมวดตลาดและการขาย

สรุป

ตลาดเกษตรกรคือช่องทางขายตรงที่หน่วยงานรัฐจัดให้เกษตรกรผู้ผลิตจริงเท่านั้น จุดเริ่มต้นสำหรับคนที่อยากเอาของไปขายคือการมีทะเบียนเกษตรกรที่เป็นปัจจุบัน แล้วติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัดเพื่อยื่นสมัครและรอการพิจารณาจากคณะกรรมการตลาด เมื่อได้แผงแล้ว สิ่งที่ตัดสินว่าจะอยู่รอดคือการเอาของไปในปริมาณที่ขายหมดจริง การติดป้ายราคาชัดเจน การมาขายสม่ำเสมอจนมีลูกค้าประจำ และการจดยอดขายรายรอบเพื่อปรับแผนปลูก ทั้งนี้เงื่อนไขการสมัคร ค่าบำรุงสถานที่ และวันเปิดตลาดต่างกันในแต่ละจังหวัด ให้ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากสำนักงานเกษตรจังหวัดก่อนเตรียมของ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร — การดำเนินงานตลาดเกษตรกร การขึ้นทะเบียนเกษตรกร และการสมัครเป็นผู้จำหน่ายผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอและเกษตรจังหวัด
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาสินค้าเกษตรและสถานการณ์การผลิต สำหรับใช้อ้างอิงเวลาตั้งราคาขายปลีกหน้าแผง
  • 📄สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและข้อกำหนดการตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าเกษตร
  • 📄กรมปศุสัตว์ และ กรมประมง — เงื่อนไขด้านสุขอนามัยและการจำหน่ายสินค้าจากสัตว์และสัตว์น้ำ สำหรับผู้ขายที่นำสินค้ากลุ่มนี้เข้าตลาด

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร สมัครขายในตลาดเกษตรกรได้ไหม

โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะทะเบียนเกษตรกรคือหลักฐานที่ผู้จัดใช้ยืนยันว่าผู้ขายเป็นผู้ผลิตจริง ถ้ายังไม่เคยขึ้นทะเบียน ให้นำบัตรประชาชนและเอกสารสิทธิ์ที่ดินหรือหลักฐานการใช้ที่ดินไปติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงตั้งอยู่ และถ้าขึ้นทะเบียนไว้นานแล้วควรปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก่อนยื่นสมัคร เพราะข้อมูลชนิดพืชที่ปลูกต้องสอดคล้องกับสินค้าที่จะนำมาขาย

ค่าแผงในตลาดเกษตรกรแพงไหม

ส่วนใหญ่เป็นค่าบำรุงสถานที่ในอัตราต่ำกว่าตลาดนัดเช่าแผงทั่วไปมาก และบางแห่งไม่เก็บเลยเพราะใช้พื้นที่ของหน่วยงานรัฐ แต่ละจังหวัดกำหนดไม่เหมือนกันและอาจมีค่าไฟหรือค่าทำความสะอาดแยกต่างหาก ให้ตรวจสอบอัตราปัจจุบันและเงื่อนไขการต่ออายุสิทธิ์แผงกับสำนักงานเกษตรจังหวัดหรือผู้ประสานงานตลาดก่อนตัดสินใจ

ขายสินค้าแปรรูป เช่น กล้วยตากหรือน้ำพริก ได้ไหม

ได้ถ้าเป็นการแปรรูปจากผลผลิตของตัวเองหรือของกลุ่ม แต่สินค้าที่บรรจุพร้อมจำหน่ายมีข้อกำหนดด้านฉลากและการขออนุญาตตามประเภทผลิตภัณฑ์ ซึ่งต่างจากการขายของสด ก่อนเริ่มผลิตเพื่อขายควรสอบถามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเรื่องสถานที่ผลิตและเลขสารบบอาหาร และขอคำแนะนำเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสำนักงานเกษตรจังหวัด

ต้องมีใบรับรองมาตรฐานก่อนถึงจะสมัครได้หรือไม่

ไม่ใช่ทุกตลาดที่บังคับ หลายแห่งเปิดรับเกษตรกรที่ยังไม่มีใบรับรองแต่ยินดีเข้าสู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับและยอมให้สุ่มตรวจสารตกค้าง อย่างไรก็ตามใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีช่วยเพิ่มโอกาสได้แผงเมื่อมีผู้สมัครมากกว่าจำนวนแผง และทำให้ตั้งราคาสูงขึ้นได้ตามความเชื่อมั่นของลูกค้า สอบถามขั้นตอนขอรับรองได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ

ควรเอาของไปขายกี่ชนิดและเท่าไรในรอบแรก

แนะนำ 4-6 ชนิดในปริมาณน้อยแต่สดที่สุดเท่าที่มี เป้าหมายของรอบแรกไม่ใช่กำไรสูงสุดแต่คือการเก็บข้อมูลว่าลูกค้าตลาดนี้ซื้ออะไรและซื้อช่วงเวลาไหน ให้จดไว้ว่าชนิดไหนหมดก่อนเที่ยง ชนิดไหนเหลือกลับบ้าน และลูกค้าถามหาอะไรที่เราไม่มี แล้วปรับสัดส่วนในรอบถัดไปตามข้อมูลจริง

ขายไม่หมดตอนท้ายตลาด ควรลดราคาหรือขนกลับ

ขึ้นกับชนิดสินค้า ผักใบและของที่เสียเร็วควรระบายออกในวันนั้นด้วยการจัดเป็นชุดรวมราคาเดียว ดีกว่าขนกลับแล้วทิ้ง ส่วนของที่เก็บได้หลายวัน เช่น ฟักทอง มันเทศ หรือของแปรรูป ให้ขนกลับได้โดยไม่เสียหาย สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการลดราคาทีละชนิดทุกสัปดาห์ในเวลาเดิม เพราะลูกค้าประจำจะเลื่อนเวลามาซื้อตอนท้ายจนราคาปกติขายไม่ได้

มีตลาดเกษตรกรในหน่วยงานรัฐแบบไหนบ้างที่ขายดี

ตลาดที่ตั้งในโรงพยาบาล ศาลากลาง และหน่วยงานที่มีพนักงานประจำจำนวนมาก มักขายดีเพราะกลุ่มลูกค้าคือคนทำงานที่ซื้อกลับบ้านหลังเลิกงาน สินค้าที่หมุนเร็วในตลาดลักษณะนี้คือผักสดที่จัดเป็นชุดพร้อมปรุง ไข่ ผลไม้ตัดแต่ง และของแปรรูปพร้อมกิน ให้สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอว่ามีตลาดลักษณะนี้เปิดรับผู้ขายในจังหวัดหรือไม่