คำตอบสั้น ๆ
สรุปเส้นทางส่งผลไม้ไทยไปจีนทั้งทางบก ทางเรือ และทางราง ด่านที่ใช้จริง เอกสารตั้งแต่ GAP สวน โรงคัดบรรจุ GMP ถึงใบรับรองสุขอนามัยพืช และข้อควรระวังเรื่องศัตรูพืชกักกัน
คำตอบเร็ว: ผลไม้ไทยส่งออกไปจีนได้สามทางหลัก คือทางบกผ่านเส้นทาง R9 และ R12 ออกทางลาวหรือเวียดนามเข้าด่านโหย่วอี้กวานและด่านโม่ฮาน ทางเรือเข้าท่าเรือกวางโจว เซี่ยงไฮ้ และชินโจว และทางรถไฟจีนลาวผ่านสถานีบ่อเต็นโม่ฮาน ส่วนเอกสารหลักที่ต้องมีครบก่อนออกตู้คือ ใบรับรองแหล่งผลิต GAP ของสวน การขึ้นทะเบียนสวนและโรงคัดบรรจุกับกรมวิชาการเกษตรเพื่อให้ได้รหัสที่ฝ่ายจีนรับรอง ใบรับรองโรงคัดบรรจุตามมาตรฐาน GMP ใบรับรองสุขอนามัยพืชจากกรมวิชาการเกษตร ใบกำกับสินค้า ใบตราส่ง และใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อใช้สิทธิลดภาษี ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือการตรวจพบศัตรูพืชกักกัน เช่น เพลี้ยแป้งหรือแมลงวันผลไม้ ซึ่งฝ่ายจีนสามารถสั่งตีกลับหรือทำลายทั้งตู้ได้ ควรตรวจสอบรายชื่อด่านที่เปิดและเงื่อนไขล่าสุดจากกรมวิชาการเกษตรและกรมการค้าต่างประเทศก่อนวางแผนส่งทุกครั้ง
จีนยังเป็นตลาดผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด ลำไย และมะพร้าวอ่อน แต่ความต่างระหว่างล้งที่ส่งได้ราบรื่นกับล้งที่โดนตู้ตีกลับไม่ได้อยู่ที่คุณภาพผลไม้อย่างเดียว มันอยู่ที่ความครบของเอกสารและการเลือกด่านให้เหมาะกับสินค้า บทความนี้เรียงให้เห็นทั้งเส้นทาง ด่านที่ใช้จริง ลำดับการเตรียมเอกสาร และจุดที่ผู้ส่งออกรายใหม่มักพลาด
เส้นทางและด่านที่ใช้จริงในการส่งผลไม้ไปจีน
การเลือกเส้นทางมีผลโดยตรงต่อระยะเวลาขนส่ง ต้นทุนต่อตู้ และความเสี่ยงที่ผลไม้จะเสื่อมคุณภาพระหว่างทาง ผลไม้อายุสั้นอย่างทุเรียนสุกและมังคุดมักเลือกทางบกเพราะเร็วกว่า ส่วนผลไม้ที่ทนกว่าหรือปริมาณมากต่อเที่ยวมักเลือกทางเรือเพราะต้นทุนต่อกิโลกรัมต่ำกว่า
| เส้นทาง | ด่านที่ใช้ | ระยะเวลาโดยประมาณ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| ทางบก R9 ผ่านลาวเข้าเวียดนาม | ด่านโหย่วอี้กวาน มณฑลกว่างซี | ราว 3-5 วัน | ทุเรียน มังคุด ที่ต้องถึงตลาดเร็ว |
| ทางบก R12 ผ่านนครพนมและลาว | ด่านโหย่วอี้กวาน และด่านตงซิง | ราว 3-5 วัน | ผลไม้สดจากภาคตะวันออกและภาคเหนือ |
| ทางบก R3A ผ่านเชียงของและลาว | ด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน | ราว 2-4 วัน | ลำไย ลิ้นจี่ จากภาคเหนือ |
| ทางรถไฟจีนลาว | สถานีบ่อเต็นและโม่ฮาน | ราว 3-5 วัน | ปริมาณมากต่อเที่ยว ลดปัญหารถติดหน้าด่าน |
| ทางเรือจากแหลมฉบัง | ท่าเรือกวางโจว เซี่ยงไฮ้ ชินโจว | ราว 7-14 วัน | มะพร้าวอ่อน ลำไยอบแห้ง ผลไม้ที่เก็บได้นาน |
ช่วงฤดูทุเรียนออกพร้อมกันหลายจังหวัด ด่านทางบกมักแน่นจนรถต่อคิวข้ามวัน ผู้ส่งออกที่มีประสบการณ์จึงไม่ผูกตัวเองกับด่านเดียว แต่เตรียมแผนสำรองไว้สองเส้นทางเสมอ และติดตามประกาศเรื่องการเปิดปิดด่านอย่างใกล้ชิด เพราะการปิดด่านชั่วคราวเกิดขึ้นได้จากหลายเหตุ ทั้งเรื่องโรคพืช มาตรการด้านสาธารณสุข และการปรับปรุงพื้นที่ด่าน รายชื่อด่านที่เปิดให้นำเข้าผลไม้ไทยกำหนดโดยพิธีสารระหว่างสองประเทศ ควรตรวจสอบรายชื่อล่าสุดจากกรมวิชาการเกษตรก่อนวางแผน
ข้อสังเกตจากหน้างานเรื่องการเลือกเส้นทาง
- เวลาถึงตลาดสำคัญกว่าค่าขนส่งสำหรับผลไม้สุกเร็ว ทุเรียนที่ถึงช้าไปสองวันอาจสุกเกินจนราคาตก ส่วนต่างนี้มักมากกว่าค่าขนส่งที่ประหยัดได้
- อุณหภูมิในตู้ต้องนิ่งตลอดทาง การเปลี่ยนตู้หรือรอที่ด่านนานทำให้อุณหภูมิแกว่ง ซึ่งเร่งการสุกและเพิ่มโอกาสเกิดเชื้อรา
- ทางรถไฟช่วยลดปัญหาคิวรถ แต่ต้องวางแผนตารางล่วงหน้าและมีปริมาณพอต่อเที่ยว จึงเหมาะกับผู้ส่งออกที่มีของสม่ำเสมอ
เอกสารที่ต้องมีครบก่อนออกตู้
เอกสารส่งออกผลไม้ไปจีนแบ่งได้เป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มที่พิสูจน์แหล่งผลิต กลุ่มที่พิสูจน์สุขอนามัยพืช และกลุ่มการค้าและศุลกากร ทั้งสามกลุ่มต้องสอดคล้องกัน ชื่อสวน รหัสสวน รหัสโรงคัดบรรจุ และชนิดผลไม้ในทุกใบต้องตรงกันทุกตัวอักษร ความไม่ตรงเล็กน้อยก็ทำให้ตู้ถูกกักที่ด่านได้
- ใบรับรองแหล่งผลิต GAP ของสวน ออกโดยกรมวิชาการเกษตร เป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ สวนที่ยังไม่มีให้ยื่นขอผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตในพื้นที่ กระบวนการมีทั้งการตรวจแปลง การสุ่มตรวจสารตกค้าง และการจัดทำบันทึกการใช้ปัจจัยการผลิต
- การขึ้นทะเบียนสวนเพื่อการส่งออกไปจีน สวนที่จะส่งผลไม้ไปจีนต้องได้รับรหัสทะเบียนสวนที่ฝ่ายจีนรับรอง โดยกรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รวบรวมและแจ้งรายชื่อ รหัสนี้ต้องปรากฏบนกล่องและในเอกสารประกอบตู้
- ใบรับรองโรงคัดบรรจุตามมาตรฐาน GMP และรหัสโรงคัดบรรจุ โรงคัดบรรจุต้องผ่านการตรวจรับรองเรื่องสุขลักษณะ การแยกพื้นที่สะอาดกับพื้นที่สกปรก ระบบควบคุมศัตรูพืช และการบันทึกย้อนกลับ พร้อมได้รหัสที่ขึ้นทะเบียนกับฝ่ายจีนเช่นเดียวกับสวน
- ใบรับรองสุขอนามัยพืช ออกโดยกรมวิชาการเกษตรเป็นรายตู้ ต้องยื่นขอพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสินค้าก่อนปิดตู้ ใบนี้ระบุชนิดพืช ปริมาณ ปลายทาง และข้อความรับรองว่าปลอดจากศัตรูพืชกักกันตามที่ปลายทางกำหนด
- เอกสารการค้าและศุลกากร ได้แก่ ใบกำกับสินค้า บัญชีรายการบรรจุหีบห่อ ใบตราส่ง สัญญาซื้อขาย และใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบที่ใช้สิทธิลดภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนจีน ซึ่งขอได้ที่กรมการค้าต่างประเทศ
- เอกสารเพิ่มเติมตามชนิดผลไม้และมาตรการของฝ่ายจีน ผลไม้บางชนิดมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น รายงานผลตรวจสารบางรายการในบางช่วงเวลา ข้อกำหนดนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศ จึงต้องตรวจสอบกับกรมวิชาการเกษตรก่อนส่งทุกฤดู
ผู้ส่งออกรายใหม่ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนที่ช้าที่สุดสองขั้น คือการขอ GAP สวนซึ่งใช้เวลาเป็นเดือนเพราะต้องรอรอบตรวจแปลงและผลตรวจสารตกค้าง กับการขอรับรองโรงคัดบรรจุซึ่งต้องปรับปรุงสถานที่ตามข้อกำหนดก่อนขอตรวจ สองขั้นนี้ควรเริ่มก่อนฤดูผลผลิตอย่างน้อยหนึ่งฤดู การรอเริ่มตอนผลไม้ออกแล้วมักไม่ทัน ข้อมูลเรื่องช่องทางขายและราคาตลาดดูเพิ่มได้ในหมวด การตลาดและราคา
ศัตรูพืชกักกันและความเสี่ยงตีกลับทั้งตู้
นี่คือความเสี่ยงที่แพงที่สุดของธุรกิจนี้ เพราะการตรวจพบศัตรูพืชกักกันหนึ่งตัวในตู้เดียวสามารถทำให้ตู้นั้นถูกส่งกลับหรือถูกทำลาย และในกรณีที่พบซ้ำหลายครั้ง ฝ่ายจีนอาจระงับรหัสสวนหรือรหัสโรงคัดบรรจุนั้นชั่วคราว ซึ่งกระทบทุกล็อตที่ใช้รหัสเดียวกันหลังจากนั้น ศัตรูพืชที่เป็นปัญหาในผลไม้ไทยมาตลอดคือเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และแมลงวันผลไม้
แนวทางลดความเสี่ยงที่ใช้ได้จริงเริ่มตั้งแต่ในสวน ไม่ใช่ที่โรงคัดบรรจุ เพราะการล้างหรือคัดออกที่ปลายทางแก้ได้เฉพาะสิ่งที่มองเห็น
- จัดการเพลี้ยแป้งในสวนตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว เพลี้ยแป้งชอบซ่อนตามขั้วผล ร่องหนาม และรอยต่อของผล จุดเหล่านี้คือจุดที่เจ้าหน้าที่ตรวจเป็นอันดับแรก ควบคุมมดในสวนด้วยเพราะมดเป็นตัวพาเพลี้ยแป้งกระจาย
- ห่อผลหรือใช้วิธีป้องกันแมลงวันผลไม้ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร พร้อมเก็บผลร่วงออกจากแปลงสม่ำเสมอเพื่อตัดวงจรการขยายพันธุ์
- ตรวจและทำความสะอาดผลที่โรงคัดบรรจุอย่างจริงจัง โดยเฉพาะขั้วและซอกผล พร้อมคัดผลที่มีร่องรอยทำลายออก ไม่ควรเสี่ยงส่งผลที่ไม่แน่ใจไปรวมในตู้
- ทำความสะอาดตู้และวัสดุบรรจุก่อนบรรจุ ตู้ที่เคยบรรจุสินค้าอื่นอาจมีเศษพืชหรือแมลงติดค้าง กล่องและลังที่ใช้ซ้ำก็เป็นแหล่งสะสมได้
- เก็บบันทึกย้อนกลับให้ครบทุกล็อต ระบุว่าผลไม้ล็อตนี้มาจากสวนรหัสใด เก็บเกี่ยววันไหน คัดบรรจุเมื่อใด ถ้าเกิดปัญหาที่ปลายทาง บันทึกนี้ช่วยจำกัดขอบเขตความเสียหายให้อยู่เฉพาะล็อตที่เกี่ยวข้อง
อีกประเด็นที่ต้องระวังคือสารตกค้าง จีนกำหนดค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุดของตัวเองซึ่งบางรายการเข้มกว่าที่เกษตรกรคุ้นเคยในตลาดในประเทศ การใช้สารในระยะใกล้เก็บเกี่ยวโดยไม่เว้นระยะปลอดภัยตามฉลากเป็นสาเหตุที่พบบ่อย ควรวางแผนการใช้สารตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร เว้นระยะเก็บเกี่ยวตามฉลากอย่างเคร่งครัด และสุ่มส่งตัวอย่างตรวจก่อนถึงฤดูส่งออก
ต้นทุนและสิ่งที่ควรคำนวณก่อนเริ่มส่งออกเอง
เกษตรกรที่คิดจะส่งออกเองแทนการขายให้ล้งควรคำนวณต้นทุนให้ครบก่อน เพราะรายการที่มองไม่เห็นมักเป็นตัวที่ทำให้กำไรที่คำนวณไว้หายไป ต้นทุนหลักประกอบด้วยค่าขนส่งในประเทศถึงโรงคัดบรรจุ ค่าคัดบรรจุและวัสดุ ค่าตู้และค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าธรรมเนียมเอกสารและพิธีการ ค่าประกันภัยสินค้า และค่าความเสียหายจากผลที่คัดตกซึ่งมีทุกล็อต
| รายการต้นทุน | สิ่งที่ต้องถามก่อนตัดสินใจ |
|---|---|
| ค่าตู้และค่าระวาง | ราคาผันผวนตามฤดูและเส้นทาง ขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการหลายรายในช่วงเวลาเดียวกัน |
| ค่าคัดบรรจุและวัสดุ | คิดต่อกิโลกรัมหรือต่อกล่อง และรวมค่ากล่อง โฟม แผ่นกันกระแทกแล้วหรือยัง |
| อัตราการคัดตก | ผลที่ไม่ผ่านเกรดส่งออกจะขายที่ไหน ราคาเท่าไหร่ ตัวเลขนี้กระทบกำไรโดยตรง |
| ค่าธรรมเนียมเอกสาร | ใบรับรองสุขอนามัยพืช ใบรับรองถิ่นกำเนิด และค่าดำเนินพิธีการศุลกากร |
| เงื่อนไขการชำระเงิน | รับเงินก่อนออกตู้ หรือหลังของถึงปลายทาง ความเสี่ยงต่างกันมาก |
ค่าระวางและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนตามฤดูกาลและนโยบาย ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันจากผู้ให้บริการขนส่งและตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากกรมการค้าต่างประเทศก่อนทำสัญญาซื้อขาย สำหรับสวนขนาดเล็กที่ยังไม่มีปริมาณพอต่อหนึ่งตู้ ทางเลือกที่ใช้กันคือรวมกลุ่มผ่านสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้ได้ปริมาณและแบ่งค่าใช้จ่ายด้านเอกสาร ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดและกรมส่งเสริมสหกรณ์มีคำแนะนำอยู่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เริ่มขอ GAP และรับรองโรงคัดบรรจุตอนผลไม้ออกแล้ว สองขั้นนี้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ต้องเริ่มก่อนฤดูอย่างน้อยหนึ่งฤดู
- ข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกัน ชื่อสวน รหัสสวน รหัสโรงคัดบรรจุ น้ำหนัก และจำนวนกล่องในใบกำกับสินค้ากับใบรับรองสุขอนามัยพืชต้องตรงกันทุกจุด
- ยืมรหัสสวนหรือรหัสโรงคัดบรรจุของคนอื่น เป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขและทำให้รหัสนั้นถูกระงับ กระทบทั้งเจ้าของรหัสและผู้ที่ใช้ร่วม
- ไม่เว้นระยะปลอดภัยก่อนเก็บเกี่ยวตามฉลากสารเคมี เป็นสาเหตุหลักของปัญหาสารตกค้างเกินค่าที่ปลายทางกำหนด
- ไม่ตรวจขั้วผลและซอกผลก่อนบรรจุ จุดเหล่านี้เป็นที่ซ่อนของเพลี้ยแป้ง และเป็นจุดแรกที่เจ้าหน้าที่ปลายทางเปิดดู
- ไม่ทำสัญญาซื้อขายเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ซื้อปลายทาง เมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องคุณภาพหรือการชำระเงินจะไม่มีหลักฐานใช้เจรจา
- วางแผนใช้ด่านเดียวโดยไม่มีแผนสำรอง ช่วงผลผลิตออกพร้อมกันด่านแน่นหรืออาจปิดชั่วคราว ทำให้ผลไม้เสื่อมคุณภาพระหว่างรอ
สรุป
ผลไม้ไทยไปจีนได้ทั้งทางบกผ่าน R9 R12 และ R3A เข้าด่านโหย่วอี้กวานและโม่ฮาน ทางรถไฟจีนลาวผ่านบ่อเต็นโม่ฮาน และทางเรือเข้ากวางโจว เซี่ยงไฮ้ และชินโจว โดยเลือกจากอายุการเก็บของผลไม้และปริมาณต่อเที่ยว ส่วนเอกสารต้องครบทั้งสามกลุ่ม คือ GAP สวนพร้อมรหัสทะเบียนสวน โรงคัดบรรจุ GMP พร้อมรหัสที่ฝ่ายจีนรับรอง ใบรับรองสุขอนามัยพืชรายตู้ และชุดเอกสารการค้ากับใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ความเสี่ยงที่ต้องจัดการหนักที่สุดคือศัตรูพืชกักกันและสารตกค้าง ซึ่งเริ่มแก้ได้ตั้งแต่ในสวน ไม่ใช่ที่โรงคัดบรรจุ ควรตรวจสอบรายชื่อด่านและเงื่อนไขล่าสุดจากกรมวิชาการเกษตรและกรมการค้าต่างประเทศก่อนส่งทุกฤดู
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร — การรับรอง GAP การขึ้นทะเบียนสวนและโรงคัดบรรจุเพื่อส่งออก และการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช
- กรมการค้าต่างประเทศ — การออกใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าและการใช้สิทธิภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียนจีน
- กรมศุลกากร — พิธีการศุลกากรส่งออกและเอกสารประกอบการผ่านด่าน
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการผลิตผลไม้คุณภาพเพื่อการส่งออกและการรวมกลุ่มเกษตรกร
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร — สถิติการส่งออกผลไม้และข้อมูลราคาสำหรับวางแผนการผลิต
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ราคาโคเนื้อตกต่ำเพราะอะไร และผู้เลี้ยงรายย่อยจะรับมืออย่างไร
สรุปสิ่งที่แหล่งข้อมูลทางการยืนยันได้เรื่องราคาโคเนื้อตกต่ำ สาเหตุ และแนวทางตัดสินใจของผู้เลี้ยงรายย่อย โดยไม่ใส่ราคาตลาดที่ไม่มีแหล่งลงวันที่
ขายใบตองช่วงลอยกระทง ปลูกกล้วยตานีตัดใบอย่างไรให้ใบสวย
ใบตองกล้วยตานีให้ใบสวยได้ด้วยแนวกันลม ความชื้นดิน และการตัดที่ถูกเวลา บทความนี้รวมราคาปีที่ผ่านมาจากแหล่งที่ระบุวันที่ และบอกสิ่งที่ยังตรวจไม่ได้
ช่วงกินเจผักชนิดไหนขายดี และเกษตรกรรายย่อยจะขายตรงอย่างไร
ช่วงกินเจ 10-18 ต.ค. 2569 ผักใบหอมราคายังสูงจากฝนและน้ำท่วม ขณะที่กะหล่ำปลีเริ่มถูกลง บทความนี้บอกว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังไม่มีข้อมูล และรายย่อยควรขายตรงอย่างไร
ส้มโอช่วงไหว้พระจันทร์ คัดผลและแพ็กอย่างไรให้ขายได้ราคาเทศกาล
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2569 ผ่านไปแล้ว บทความนี้จึงวางแผนสำหรับปีหน้า ตั้งแต่คัดผล แพ็ก ไปจนถึงไทม์ไลน์และตัวอย่างต้นทุนที่ระบุเป็นสมมติฐาน
ทำข้าวเม่าขาย เกี่ยวข้าวระยะไหน คั่วอย่างไร และส่งร้านกระยาสารท
เกษตรกรที่อยากทำข้าวเม่าขายช่วงกระยาสารทต้องรู้ระยะเกี่ยวข้าว วิธีคั่วตำ และการแพ็กส่งร้าน บทความนี้สรุปขั้นตอนพร้อมตัวอย่างต้นทุนที่บอกฐานตัวเลขชัดเจน
ลองกองออกพร้อมกันจนราคาร่วง ชาวสวนจะคัดเกรด ขายตรง หรือแปรรูปอย่างไร
ลองกองกระจุกออกเดือนกันยายนถึงตุลาคมจนราคาตกเกือบทุกปี บทความนี้เปรียบเทียบการคัดเกรด ขายตรง และแปรรูป พร้อมข่าวราคาอุตรดิตถ์ปี 2569 และข้อมูลหลังการเก็บเกี่ยวจากมหาวิทยาลัย
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กล่องพลาสติกใส BP 104 ใส่ผัก ผลไม้ (500 กรัม ราคายกลัง 600 ใบ สุดคุ้มค่า ใส่ผลไม้ ตามฤดูกาล สวยงาม
ดูรายละเอียด
กล่องพลาสติกใส ใส่ผัก ผลไม้ BP 102 (ราคายกลัง 800 ใบ ) สำหรับใส่ ผลไม้ สุดคุ้มค่า
ดูรายละเอียด
เมล็ดพันธุ์ เมล็ดถั่วเหลือง เชียงใหม่ 2 Soybean Seed เมล็ดถั่วเหลืองสามเอ มีแบ่งขาย ปลูกถั่วหัวโตได้
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
เกษตรกรรายเดียวส่งผลไม้ไปจีนเองได้ไหม
ทำได้ในทางกฎหมายหากมีเอกสารครบ ทั้งรหัสสวนที่ขึ้นทะเบียน โรงคัดบรรจุที่ได้รับรอง และใบรับรองสุขอนามัยพืชรายตู้ แต่ในทางปฏิบัติมีอุปสรรคเรื่องปริมาณต่อตู้และความเสี่ยงทางการเงิน สวนขนาดเล็กส่วนใหญ่จึงรวมกลุ่มผ่านสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน หรือขายผ่านล้งที่มีรหัสโรงคัดบรรจุอยู่แล้ว
GAP กับการขึ้นทะเบียนสวนส่งออกต่างกันอย่างไร
GAP เป็นมาตรฐานการผลิตในประเทศที่รับรองว่าสวนปฏิบัติตามหลักการผลิตที่ดี ส่วนการขึ้นทะเบียนสวนเพื่อส่งออกไปจีนคือการที่กรมวิชาการเกษตรรวบรวมรายชื่อสวนที่ผ่านเกณฑ์แจ้งให้ฝ่ายจีนรับรองและออกรหัสประจำสวน ต้องมีทั้งสองอย่าง เพราะ GAP อย่างเดียวยังส่งออกไปจีนไม่ได้ถ้าไม่มีรหัสที่ฝ่ายจีนรับรอง
ใบรับรองสุขอนามัยพืชขอที่ไหน ใช้เวลานานไหม
ขอได้ที่ด่านตรวจพืชหรือสำนักงานของกรมวิชาการเกษตรที่รับผิดชอบพื้นที่ โดยยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบและให้เจ้าหน้าที่ตรวจสินค้าก่อนปิดตู้ ระยะเวลาดำเนินการขึ้นกับคิวตรวจและความครบถ้วนของเอกสาร ช่วงฤดูผลไม้ออกมากควรนัดหมายล่วงหน้าและตรวจสอบขั้นตอนกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก่อน
ถ้าตู้ถูกตีกลับ ใครรับผิดชอบ
ขึ้นกับเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายและเงื่อนไขการส่งมอบที่ตกลงกันไว้ ถ้าเหตุเกิดจากคุณภาพสินค้าหรือศัตรูพืชที่ติดไปจากต้นทาง ความรับผิดมักตกที่ผู้ส่งออก จึงต้องทำสัญญาให้ชัดว่าใครรับความเสี่ยงช่วงไหนและควรทำประกันภัยสินค้าไว้ เพราะยังมีค่าขนส่งขากลับและค่าทำลายสินค้าตามมาด้วย
ส่งทางรถไฟจีนลาวคุ้มกว่าทางรถบรรทุกไหม
ขึ้นกับปริมาณและความสม่ำเสมอของสินค้า ทางรถไฟได้เปรียบเรื่องไม่ต้องต่อคิวหน้าด่านยาวและรับปริมาณมากต่อเที่ยว แต่ต้องวางแผนตารางล่วงหน้าและมีของพอเต็มเที่ยว ส่วนรถบรรทุกยืดหยุ่นกว่าสำหรับปริมาณน้อย ควรเทียบราคาและระยะเวลาจริงในช่วงที่จะส่ง
จีนกำหนดสารตกค้างเข้มกว่าไทยจริงไหม
จีนมีรายการค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุดของตัวเอง ซึ่งบางรายการต่างจากของไทยและอาจเข้มกว่าในบางสาร ผู้ส่งออกจึงต้องวางแผนการใช้สารโดยอ้างอิงข้อกำหนดของปลายทาง ไม่ใช่มาตรฐานในประเทศอย่างเดียว วิธีที่ปลอดภัยคือเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวตามฉลากอย่างเคร่งครัดและสุ่มส่งตัวอย่างตรวจก่อนฤดูส่งออก
ด่านไหนที่ผลไม้ไทยใช้ส่งเข้าจีนมากที่สุด
ทางบกใช้ด่านโหย่วอี้กวานในมณฑลกว่างซีมากที่สุดสำหรับเส้นทาง R9 และ R12 ส่วนเส้นทาง R3A จากเชียงของเข้าด่านโม่ฮานในมณฑลยูนนาน ทางรถไฟใช้จุดผ่านบ่อเต็นและโม่ฮาน ส่วนทางเรือเข้าท่าเรือกวางโจว เซี่ยงไฮ้ และชินโจว รายชื่อด่านที่เปิดรับผลไม้ไทยกำหนดตามพิธีสารระหว่างสองประเทศ ควรตรวจสอบรายชื่อล่าสุดจากกรมวิชาการเกษตร
