คำตอบสั้น ๆ
ลองกองกระจุกออกเดือนกันยายนถึงตุลาคมจนราคาตกเกือบทุกปี บทความนี้เปรียบเทียบการคัดเกรด ขายตรง และแปรรูป พร้อมข่าวราคาอุตรดิตถ์ปี 2569 และข้อมูลหลังการเก็บเกี่ยวจากมหาวิทยาลัย
คำตอบเร็ว: ไม่มีช่องทางเดียวที่ใช้ได้ทุกสวน ให้ตัดสินใจตามสัดส่วนเกรดในสวนและระยะเวลาที่ผลสดอยู่ได้ ลองกองส่วนใหญ่ออกพร้อมกันช่วงกันยายนถึงตุลาคม (ตัวอย่างปี 2566 สศก. คาดว่าสองเดือนนี้ออกราว 75% ของผลผลิตทั้งประเทศ) การคัดเกรดคุ้มเมื่อมีผลเกรดดีมากพอให้ขายแยก การขายตรงใช้ได้กับปริมาณไม่มากที่ส่งถึงมือผู้ซื้อทันเวลา ส่วนการแปรรูปเป็นทางออกของผลเกรดต่ำที่ขายสดไม่คุ้ม แต่ต้องใช้เวลาและทุนเตรียมก่อนฤดู ปีนี้ (25 กันยายน 2569) ที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ราคาลองกองเกรดคละตามข่าวลงมาที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม และกรมการค้าภายในเปิดจุดรับซื้อ 14-15 บาทต่อกิโลกรัมช่วง 25-29 กันยายน ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะพื้นที่และเฉพาะช่วงนั้น
ลองกองมีลักษณะที่ทำให้ชาวสวนเจ็บตัวซ้ำทุกปี คือเก็บแล้วเก็บไว้ไม่ได้นาน และสวนจำนวนมากเก็บในสัปดาห์เดียวกัน ผมเรียบเรียงบทความนี้จากข่าวและเอกสารที่เปิดตรวจได้ทั้งหมด บางตัวเลขเก่า (ปี 2553 ปี 2564 ปี 2566) ผมระบุปีกำกับไว้ทุกครั้ง เพราะต้องการให้เห็นรูปแบบของปัญหา ไม่ได้ต้องการให้ใช้เป็นราคาปีนี้ ส่วนปฏิทินจัดการปีเว้นปีของลองกองเขียนไว้แล้วในบทความอื่นของเว็บนี้ (/articles/plants-longkong-alternate-bearing-calendar) บทความนี้จึงตอบอีกมุมหนึ่ง คือเมื่อผลสุกแล้วและตลาดล้น จะเลือกขายอย่างไร
ทำไมลองกองจึงออกมาพร้อมกันและราคาร่วงทุกปี
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เคยประเมินสถานการณ์ลองกองปี 2566 โดยใช้ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2566 ว่าเนื้อที่ให้ผลทั้งประเทศ 161,441 ไร่ ผลผลิตรวม 62,272 ตัน ออกมากที่สุดช่วงกันยายนถึงตุลาคมรวม 46,696 ตัน คิดเป็นราว 75% ของทั้งปี แบ่งเป็นกันยายน 24,860 ตัน (ประมาณ 40%) และตุลาคม 21,836 ตัน (ประมาณ 35%) ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตภาคใต้และภาคเหนือ ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลปี 2566 จึงไม่ใช่ปริมาณปี 2569 แต่ช่วยให้เห็นว่ารูปแบบของฤดูกาลเป็นอย่างไร คือเกือบสามในสี่ของผลผลิตมารวมกันในสองเดือน ราคาจึงถูกกดดันได้ง่ายเมื่อผู้ซื้อรับของไม่ทัน
ข่าวเดียวกันยังบอกว่าชาวสวนภาคใต้โค่นลองกองที่ปลูกเป็นพืชแซมเพื่อดูแลพืชหลัก เช่น ทุเรียน เพราะราคาลองกองตกต่ำต่อเนื่อง เนื้อที่ให้ผลจึงลดลงทุกภาค นี่คือข้อมูลเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ถ้าสวนของคุณยังอยู่ในกลุ่มที่ลองกองเป็นรายได้หลัก การวางช่องทางขายให้ได้ราคาเฉลี่ยดีขึ้นมีผลมากกว่าการหวังให้ราคาทั้งตลาดดีขึ้นเอง
ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ของปีนี้ (ต.ค. 2569)
ท็อปนิวส์รายงานเมื่อ 25 กันยายน 2569 ว่าที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ลองกองเกรดคละถูกกดราคาลงเหลือ 10 บาทต่อกิโลกรัมตามจุดรับซื้อหน้าสวน ชาวสวนที่ให้สัมภาษณ์บอกว่าราคานี้จ่ายค่าแรงเก็บกับค่าน้ำมันขนส่งลงจากเขาก็หมดแล้ว กลุ่มเกษตรกรเสนอให้รัฐ 3 ข้อ คือเร่งกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่ จับคู่หาตลาดรองรับ และพยุงหรือประกันราคาชั่วคราว
วันถัดมา (26 กันยายน 2569) ท็อปนิวส์รายงานว่ากรมการค้าภายในร่วมกับผู้ประกอบการเปิดจุดรับซื้อนำตลาดราคา 14-15 บาทต่อกิโลกรัม 2 แห่ง คือตลาดกลางผลไม้สินค้า OTOP เทศบาลตำบลหัวดง และตลาดผลไม้นานกกก ระหว่าง 25-29 กันยายน หลังจากนั้นตั้งแต่ 30 กันยายน 2569 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์จะรับช่วงดูแลร่วมกับผู้ประกอบการ (ล้ง) 19 ราย รับซื้อตามกลไกตลาด เกษตรกรที่นำลองกองมาขายต้องแสดงสมุดทะเบียนเกษตรกร (เล่มเขียว) และบัตรประจำตัวประชาชน
ข้อนี้มีสองบทเรียน บทเรียนแรก ราคาที่รัฐเปิดรับซื้อเป็นมาตรการเฉพาะพื้นที่และเฉพาะช่วงวัน ไม่ได้แปลว่าทุกจังหวัดจะมี ถ้าสวนของคุณอยู่นอกพื้นที่ ให้โทรสอบถามพาณิชย์จังหวัดและเกษตรอำเภอก่อนว่ามีโครงการหรือไม่ บทเรียนที่สอง ทะเบียนเกษตรกรเป็นเงื่อนไขของสิทธิ์ ผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลควรทำก่อนฤดู ไม่ใช่รอให้ราคาตก
เปรียบเทียบสามทางเลือก คัดเกรด ขายตรง แปรรูป
| ทางเลือก | เหมาะกับสวนแบบไหน | สิ่งที่ต้องมี | ข้อจำกัดที่ตรวจสอบได้ |
|---|---|---|---|
| คัดเกรดแล้วขายแยก | สวนที่มีผลขนาดสม่ำเสมอ ผิวสวย สัดส่วนเกรดบนมากพอ | แรงงานคัดและบรรจุ ลังหรือตะกร้า ผู้ซื้อที่จ่ายส่วนต่างตามเกรด | ไม่พบมาตรฐานเกรดบังคับระดับประเทศ ต้องใช้เกณฑ์ของผู้ซื้อแต่ละราย |
| ขายตรงถึงผู้บริโภคหรือร้านค้า | สวนที่ปริมาณไม่มาก อยู่ใกล้เมืองหรือมีฐานลูกค้า | ช่องทางสั่งซื้อ รถขนส่งที่ไม่ทำให้ผลช้ำ คนที่ดูแลลูกค้า | ต้นทุนขนส่งและเวลา ผลหลุดร่วงระหว่างทางหากบรรจุปิดทึบ |
| แปรรูป | สวนที่มีผลเกรดต่ำหรือผลล้นเกินที่ขายสดไม่คุ้ม | เทคโนโลยี เครื่องมือ สถานที่ผลิต ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง | ไม่มีตัวเลขต้นทุนและกำไรที่ผมตรวจยืนยันได้ ต้องทดลองขนาดเล็กก่อน |
เกณฑ์ตัดสินใจที่ผมใช้คือถามสามข้อ ผลที่เก็บวันนี้ถึงผู้ซื้อภายในกี่วัน ในลังหนึ่งมีผลเกรดบนกี่ส่วน และถ้าขายสดไม่ได้ ผลส่วนที่เหลือมีที่ไปหรือไม่ ถ้าตอบข้อสามไม่ได้ แปลว่าต้องมีแผนแปรรูปหรือแผนส่งตลาดสำรองก่อนลงมือเก็บ
ทางเลือกที่ 1 คัดเกรด ต้องรู้สัดส่วนก่อนจ้างคนคัด
ข้อมูลเก่าที่เห็นภาพชัดคือรายงานของ DeepSouthWatch ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2553 ในจังหวัดปัตตานี มีสองชุดตัวเลขในข่าวเดียวกัน ชุดแรกจากประธานศูนย์คัดแยกผลไม้ชุมชน ณ 26 กันยายน 2553 เกรด A 16 บาท เกรด B 12 บาท เกรด C 8 บาท เกรดคละ 8 บาท ชุดที่สองจากนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรของจังหวัด ณ 24 กันยายน 2553 เกรด A 22 บาท เกรด B 18 บาท เกรด C 10 บาท เกรดคละ 8 บาท ทั้งสองชุดบอกตรงกันว่าผลผลิตส่วนใหญ่เป็นเกรด C และเกรดคละ ต้นทุนผลิตปี 2553 อยู่ที่ 18.90 บาทต่อกิโลกรัม ตัวเลขเหล่านี้อายุ 16 ปีแล้ว ใช้เป็นราคาไม่ได้ แต่ใช้ดูสัดส่วนได้ว่าเกรดบนต่างจากเกรดคละเท่าไร และถ้าผลผลิตส่วนใหญ่เป็นเกรดล่าง การคัดเกรดแล้วขายเกรดบนอย่างเดียวไม่ช่วยให้รายได้เฉลี่ยทั้งสวนดีขึ้นมาก
ตัวอย่างคำนวณการคัดเกรด (สมมติ ใช้ฝึกคิด)
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นข้อสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด สมมติเก็บ 1,000 กิโลกรัม ค่าแรงคัดและบรรจุ 1 บาทต่อกิโลกรัมของผลทั้งหมด สมมติสัดส่วน เกรดบน 20% เกรดกลาง 30% เกรดล่าง 50% และสมมติราคาเกรดบน 20 บาท เกรดกลาง 14 บาท เกรดล่าง 8 บาท รายได้รวม = (200 × 20) + (300 × 14) + (500 × 8) = 4,000 + 4,200 + 4,000 = 12,200 บาท หักค่าคัด 1,000 บาท เหลือ 11,200 บาท เฉลี่ย 11.2 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าขายเหมาเกรดคละที่ 10 บาทไม่คัด ได้ 10,000 บาท การคัดจึงได้เพิ่มราว 1,200 บาทเท่านั้น และถ้าสัดส่วนเกรดบนเหลือ 10% ส่วนเพิ่มจะหายไปเกือบทั้งหมด ข้อสรุปที่ได้คือ ควรจับเวลาและนับสัดส่วนจากแปลงทดลองสัก 100 กิโลกรัมก่อนตัดสินใจจ้างคนคัดทั้งสวน
จุดที่คัดแล้วเสียหายโดยไม่รู้ตัว
ศาสตราจารย์ ดร. จริงแท้ ศิริพานิช (ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว) อธิบายไว้ว่าผลลองกองหลุดร่วงได้สองตำแหน่ง ตำแหน่งแรกอยู่ระหว่างผลกับจุก เกิดจากแรงภายนอกระหว่างคัดขนาด คัดคุณภาพ และบรรจุ ตำแหน่งที่สองอยู่ระหว่างจุกกับก้านช่อผล มีก๊าซเอทิลีนเป็นปัจจัยสำคัญ ผลลองกองสร้างเอทิลีนเองและถ้าอยู่ในภาชนะปิดมิดชิดจะสะสม ทำให้ผลหลุดง่ายแม้ไม่มีแรงกระทำ แปลเป็นงานจริงคือ คนคัดควรจับช่อเบา ๆ ไม่เหวี่ยง และไม่ควรอัดลังจนแน่นปิดทึบ ผมไม่แนะนำให้ใช้สารตามที่ในเอกสารทดลอง เพราะผู้เขียนเองระบุว่าเป็นผลในห้องปฏิบัติการ และการค้าจริงซับซ้อนกว่า
ทางเลือกที่ 2 ขายตรง ต้องรู้ต้นทุนส่งก่อนตั้งราคา
ข้อมูลชุดเดียวกันจาก DeepSouthWatch ปี 2553 บันทึกต้นทุนขนส่งของศูนย์คัดแยกชุมชนเฉลี่ย 2-3 บาทต่อกิโลกรัม และในปี 2552 กรมการค้าภายในอุดหนุนศูนย์รับซื้อ 5 บาทต่อกิโลกรัม แบ่งเป็นค่าบริหารจัดการ 2 บาทกับค่าขนส่ง 3 บาท ตัวเลขนี้เก่ามาก ผมเอามาเพื่อให้เห็นว่าค่าขนส่งคือส่วนที่ผู้ผลิตลืมคิดบ่อย ถ้าขายที่ 10 บาทแล้วค่าขนส่งกินไปอีกสองสามบาท กำไรหายหมด ปีนี้กลุ่มชาวสวนลับแลเองก็ขอให้รัฐช่วยสนับสนุนรถขนผลผลิตไปขายห้างและตลาดสดต่างจังหวัด ซึ่งแสดงว่าต้นทุนและช่องทางขนส่งเป็นคอขวดจริง
ถ้าจะลองขายตรง ผมแนะนำให้เริ่มจากกลุ่มเล็ก เช่น ลูกค้าในเมืองใกล้สวน ร้านผลไม้ หรือกลุ่มสั่งล่วงหน้าเป็นรอบ แล้วนับต้นทุนทุกอย่างที่เกิดจริง ตั้งแต่ลัง รถ น้ำมัน เวลา และค่าเสียหาย ก่อนจะขยายปริมาณ ปริมาณที่ขายตรงได้ในแต่ละวันมักน้อยกว่าที่ผลสุกพร้อมกันทั้งสวน ช่องทางนี้จึงเป็นส่วนเสริมของการขายผ่านล้ง ไม่ใช่ตัวแทนทั้งหมด
ทางเลือกที่ 3 แปรรูป เมื่อผลเกรดต่ำขายสดไม่คุ้ม
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เคยแนะนำเมื่อกันยายน 2564 ว่ามีเทคโนโลยีแปรรูปลองกอง 5 ผลิตภัณฑ์ คือเครื่องดื่มน้ำลองกองแบบพลาสเจอร์ไรซ์บรรจุขวด (เก็บได้ไม่น้อยกว่า 1 เดือนที่ 4 องศาเซลเซียส) แบบสเตอริไรซ์บรรจุกล่อง (ไม่น้อยกว่า 1 ปีที่ 25 องศาเซลเซียส) แยมและเยลลี่ลองกอง ลองกองลอยแก้ว (เก็บ 1-2 เดือนที่อุณหภูมิห้อง) และลองกองแช่อิ่มอบแห้ง และยังพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสารสกัดเปลือก 3 รายการ ข้อมูลนี้เป็นของปี 2564 และเป็นคำแนะนำเชิงเทคโนโลยี ผมไม่พบตัวเลขต้นทุน ราคาขาย หรือกำไรต่อกิโลกรัมที่ตรวจยืนยันได้ จึงไม่ประมาณให้ ผู้ที่สนใจควรติดต่อ วว. หรือหน่วยงานในพื้นที่ที่ให้คำปรึกษาแปรรูป และสอบถามเรื่องการขึ้นทะเบียนหรือใบอนุญาตผลิตอาหารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนขายจริง
ข้อสังเกตจากประสบการณ์ภาคสนาม ผลที่เข้าโรงงานแปรรูปไม่ได้แปลว่า "ผลที่ตกเกรด" ทุกผล ผู้แปรรูปมักต้องการวัตถุดิบที่สะอาดและสดพอสมควร ผลที่เน่าแตกแล้วเอามาแปรรูปไม่ได้ ดังนั้นการตัดสินใจแปรรูปต้องเกิดตั้งแต่วันเก็บ ไม่ใช่หลังจากขายสดไม่ออกสามวัน และควรคุยเรื่องปริมาณ ความสด และราคากับผู้แปรรูปก่อนฤดูกาล
ทางเลือกที่เกี่ยวข้องและเทียบกันได้คือการขายผลไม้อื่นผ่านล้งส่งออกกับตลาดค้าส่งในประเทศ ดูตัวอย่างเงาะโรงเรียนได้ที่ /articles/market-rambutan-schoolvariety-export และกรณีผลไม้ฟรีซดรายที่แปรรูปเพื่อส่งออกที่ /articles/market-market-freeze-dried-fruit-export ซึ่งไม่ใช่ลองกองโดยตรง แต่ช่วยให้เห็นว่าการเปลี่ยนรูปผลไม้ต้องดูผู้ซื้อก่อน
ขั้นตอนเตรียมก่อนฤดูกาลปีหน้า
- มกราคม-มีนาคม ตรวจทะเบียนเกษตรกร. ให้สมุดทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลพื้นที่ปลูกตรงกับของจริง เพราะมาตรการรับซื้อปีนี้ขอเอกสารนี้ทุกครั้ง
- ก่อนฤดู แบ่งผลผลิตคร่าว ๆ เป็นสามกอง. ผลเกรดดีสำหรับขายสด ผลปานกลางสำหรับล้ง ผลเกรดต่ำสำหรับแปรรูปหรือขายราคาต่ำ นับสัดส่วนจากแปลงตัวอย่างปีก่อน
- คุยกับผู้ซื้อและผู้แปรรูปล่วงหน้า. ถามว่ารับปริมาณเท่าไร เกณฑ์เกรดอะไร จ่ายกี่วัน จะไปรับเองหรือให้ส่ง
- ทยอยเก็บ ไม่เก็บทั้งสวนพร้อมกัน. ถ้าสุกไม่พร้อมกันให้ทยอยตามช่อ เพื่อไม่ให้ล้นช่องทางขายของสวนเอง
- จดต้นทุนต่อกิโลกรัมของทุกช่องทาง. ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ผันแปร แล้วหารด้วยปริมาณที่ขายได้จริง ใช้ตัดสินใจเลือกช่องทางปีถัดไป
ความผิดพลาดที่เจอบ่อยเมื่อลองกองล้นตลาด
- รอให้ราคาฟื้นแล้วค้างผลไว้ในสวนหรือในรถ ลองกองเก็บไม่ได้นานและเสื่อมคุณภาพเร็ว สุดท้ายต้องขายราคาต่ำกว่าเดิม
- คัดเกรดทั้งสวนโดยไม่นับสัดส่วนก่อน ค่าแรงคัดอาจมากกว่าส่วนต่างราคาที่ได้
- อัดลังแน่นและปิดทึบเพื่อส่งไกล ผลหลุดร่วงจากเอทิลีนสะสมและแรงกดทับ
- เชื่อว่าโครงการรับซื้อของรัฐมีทุกพื้นที่ ทั้งที่ปีนี้ข่าวที่ผมเปิดพบเป็นของอุตรดิตถ์ ต้องถามพาณิชย์จังหวัดของตนเอง
- ไม่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือไม่ปรับปรุงข้อมูล พอมีมาตรการแล้วใช้สิทธิ์ไม่ได้
- ลงทุนเครื่องแปรรูปก่อนมีผู้ซื้อและยังไม่ได้ตรวจเรื่องใบอนุญาต
สรุป
ลองกองล้นตลาดเพราะผลผลิตกว่าครึ่งถึงสามในสี่กระจุกอยู่ในกันยายนถึงตุลาคม (ตามตัวอย่างปี 2566) คำตอบที่ใช้ได้จริงคือจับสัดส่วนเกรดในสวนของตนเองก่อน แล้วเลือกช่องทางตามสัดส่วนนั้น คัดเกรดเมื่อเกรดบนมากพอ ขายตรงเฉพาะปริมาณที่ส่งทัน แปรรูปสำหรับผลที่ขายสดไม่คุ้ม ทั้งหมดต้องเตรียมก่อนฤดู ตัวเลขราคาในบทความมีวันที่กำกับ ปีนี้อ้างอิงเฉพาะข่าว 25-26 กันยายน 2569 (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) ตรวจราคาและมาตรการล่าสุดกับพาณิชย์จังหวัดก่อนตัดสินใจ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- TopNews (25 ก.ย. 2569): อุตรดิตถ์ ลองกองลับแลราคาดิ่งเหลือ 10 บาท — ราคาเกรดคละ ข้อเสนอของเกษตรกร จุดรับซื้อ 14-15 บาท เงื่อนไขเอกสาร https://www.topnews.co.th/news/1702215
- TopNews (26 ก.ย. 2569): รับซื้อลองกองลับแลพยุงราคา 14-15 บาท/กก. — กรมการค้าภายใน จุดรับซื้อ 2 แห่ง 25-29 ก.ย. พาณิชย์จังหวัดรับช่วงตั้งแต่ 30 ก.ย. ล้ง 19 ราย https://www.topnews.co.th/news/1702683
- กรุงเทพธุรกิจ: กระทรวงเกษตรฯ ชวนซื้อลองกองใต้ (ข้อมูลพยากรณ์ สศก. ปี 2566) — เนื้อที่ให้ผล ผลผลิต สัดส่วนรายเดือน ก.ย.-ต.ค. 2566 https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1085318
- DeepSouthWatch (2 ต.ค. 2553): ลองกองราคาดิ่งเหว เกษตรกรบ่นขาดทุนยับ — ราคาตามเกรดปี 2553 ต้นทุนผลิต ต้นทุนขนส่ง เงินอุดหนุนปี 2552 (ข้อมูลเก่า ใช้เทียบสัดส่วน) https://deepsouthwatch.org/th/node/1003
- ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว (มช.): การยืดอายุหลังการเก็บเกี่ยวลองกองเพื่อการส่งออก — ตำแหน่งผลหลุดร่วงและเอทิลีน ผลทดลองห้องปฏิบัติการ https://www.phtnet.org/2012/01/111/
- ESG Universe (6 ก.ย. 2564): นวัตกรรมจาก วว. แปรรูปลองกอง — ผลิตภัณฑ์แปรรูป 5 รายการและเครื่องสำอาง 3 รายการ อายุเก็บรักษา https://esguniverse.com/content/245091/
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ราคาโคเนื้อตกต่ำเพราะอะไร และผู้เลี้ยงรายย่อยจะรับมืออย่างไร
สรุปสิ่งที่แหล่งข้อมูลทางการยืนยันได้เรื่องราคาโคเนื้อตกต่ำ สาเหตุ และแนวทางตัดสินใจของผู้เลี้ยงรายย่อย โดยไม่ใส่ราคาตลาดที่ไม่มีแหล่งลงวันที่
ขายใบตองช่วงลอยกระทง ปลูกกล้วยตานีตัดใบอย่างไรให้ใบสวย
ใบตองกล้วยตานีให้ใบสวยได้ด้วยแนวกันลม ความชื้นดิน และการตัดที่ถูกเวลา บทความนี้รวมราคาปีที่ผ่านมาจากแหล่งที่ระบุวันที่ และบอกสิ่งที่ยังตรวจไม่ได้
ช่วงกินเจผักชนิดไหนขายดี และเกษตรกรรายย่อยจะขายตรงอย่างไร
ช่วงกินเจ 10-18 ต.ค. 2569 ผักใบหอมราคายังสูงจากฝนและน้ำท่วม ขณะที่กะหล่ำปลีเริ่มถูกลง บทความนี้บอกว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังไม่มีข้อมูล และรายย่อยควรขายตรงอย่างไร
ส้มโอช่วงไหว้พระจันทร์ คัดผลและแพ็กอย่างไรให้ขายได้ราคาเทศกาล
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2569 ผ่านไปแล้ว บทความนี้จึงวางแผนสำหรับปีหน้า ตั้งแต่คัดผล แพ็ก ไปจนถึงไทม์ไลน์และตัวอย่างต้นทุนที่ระบุเป็นสมมติฐาน
ทำข้าวเม่าขาย เกี่ยวข้าวระยะไหน คั่วอย่างไร และส่งร้านกระยาสารท
เกษตรกรที่อยากทำข้าวเม่าขายช่วงกระยาสารทต้องรู้ระยะเกี่ยวข้าว วิธีคั่วตำ และการแพ็กส่งร้าน บทความนี้สรุปขั้นตอนพร้อมตัวอย่างต้นทุนที่บอกฐานตัวเลขชัดเจน
ทุเรียนใต้ออกตลาดช่วงไหน ชาวสวนชุมพรควรขายต้นฤดูหรือช่วงพีค
ทุเรียนใต้ปี 2569 มีผลผลิตเพิ่มขึ้นและราคาถูกกดดันช่วงพีค บทความนี้รวมปฏิทินวันเริ่มตัดรายจังหวัด ตัวเลขผลผลิตชุมพร และกรอบตัดสินใจว่าควรขายต้นฤดูหรือช่วงพีค
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ต้น อบเชบเทศ หรือ อบเชยลังกา ชำกิ่ง ขนาด50-60เซนฯไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบเปลือกต้นตากแห้งบดมีกลิ่นหอมเป็นสมุนไพร
ดูรายละเอียด
เครื่องหยอดข้าว 4 แถว ตราง้าว เป็นเครื่องที่ใช้สำหรับการปลูกข้าวนาแห้ง หรือ นารอฝน หยอดข้าว หยอดเมล็ด หยอดข้าวโพด
ดูรายละเอียด
แผงไข่พลาสติก 6 ฟอง อย่างหนา พร้อมฝาล็อค (ราคา ต่อ1กล่อง)
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ลองกองออกพร้อมกันจนราคาร่วง ชาวสวนจะคัดเกรด ขายตรง หรือแปรรูปอย่างไร
ขึ้นกับสัดส่วนเกรดและเวลาที่ผลอยู่ได้ คัดเกรดคุ้มเมื่อผลเกรดบนมีสัดส่วนมากพอ ขายตรงเหมาะกับปริมาณน้อยที่ส่งทัน แปรรูปเหมาะกับผลเกรดต่ำที่ขายสดไม่คุ้ม ควรจับตัวอย่างจากแปลงจริงแล้วคำนวณก่อนตัดสินใจ
ราคาลองกองปีนี้เท่าไร
ข่าวที่เปิดพบคือ 25 กันยายน 2569 ที่อำเภอลับแล เกรดคละ 10 บาทต่อกิโลกรัม และจุดรับซื้อของกรมการค้าภายในที่ 14-15 บาทต่อกิโลกรัมช่วง 25-29 กันยายน ราคาแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน ควรตรวจกับพาณิชย์จังหวัดหรือผู้รับซื้อในพื้นที่ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
มีมาตรฐานเกรดลองกองที่ใช้ทั่วประเทศไหม
ค้นแล้วไม่พบประกาศมาตรฐานบังคับระดับประเทศที่เปิดอ่านได้ ผู้รับซื้อแต่ละรายกำหนดเกณฑ์เอง ควรสอบถามเกณฑ์จากผู้ซื้อโดยตรงหรือหน่วยงานด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร
ทำไมลองกองร่วงจากช่อระหว่างขนส่ง
เอกสารของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุสองสาเหตุ คือแรงกระทำระหว่างคัดและบรรจุที่ทำให้ผลหลุดจากจุก กับเอทิลีนที่ผลสร้างเองและสะสมในภาชนะปิดซึ่งทำให้ก้านจุกอ่อนแอ แก้เบื้องต้นด้วยการจับช่ออย่างเบาและไม่อัดลังปิดทึบ
แปรรูปลองกองทำเป็นอะไรได้บ้าง
วว. แนะนำเมื่อปี 2564 ว่าทำได้ 5 แบบ คือน้ำลองกอง แยมและเยลลี่ ลองกองลอยแก้ว และลองกองแช่อิ่มอบแห้ง ไม่พบตัวเลขต้นทุนและกำไรที่ยืนยันได้ จึงควรทดลองขนาดเล็กและสอบถามเรื่องใบอนุญาตก่อน
ลองกองออกมากที่สุดช่วงไหน
ตามข้อมูลพยากรณ์ของ สศก. ปี 2566 ออกมากที่สุดเดือนกันยายนถึงตุลาคม รวมราว 75% ของผลผลิตทั้งปี เป็นข้อมูลปี 2566 ใช้ดูรูปแบบฤดูกาลเท่านั้น
