คำตอบสั้น ๆ
งานวิจัยในไทยพบว่ายูคาลิปตัสบนคันนาเพิ่มรายได้ต่อไร่ได้ถ้าปลูกห่างพอ แต่ก็ดึงน้ำและธาตุอาหารบางตัวจากดินจริง ต้องเลือกระยะปลูก ทิศแถว และไถตัดรากให้เหมาะกับแปลง
คำตอบเร็ว: คุ้มได้ถ้าปลูกห่างพอและมีลานรับซื้อไม้ใกล้บ้าน งานวิจัยที่ฉะเชิงเทราคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของนาที่ปลูกยูคาลิปตัสบนคันได้สูงกว่านาข้าวอย่างเดียวราวสองเท่า และเกษตรกรไม่พบข้าวลดลงชัดเจน แต่ยูคาลิปตัสดึงน้ำจริง ต้นหนึ่งใช้น้ำได้ถึงราว 4,000 ลิตรต่อปี และดินใต้แถวมีโพแทสเซียม แมกนีเซียม และอินทรียวัตถุลดลง ถ้าปลูกถี่กว่า 1.5 เมตรหรือคันนาแคบ การแข่งขันของรากและร่มเงากับข้าวริมคันจะชัดขึ้น (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
เรื่องยูคาลิปตัสบนคันนาเป็นเรื่องที่คุยกันในหมู่บ้านทีไรก็มีสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งบอกว่าได้เงินก้อนทุกสี่ปีโดยไม่ต้องเสียพื้นที่ปลูกข้าว อีกฝั่งบอกว่าข้าวริมคันไม่ขึ้นเพราะยูคาฯ ดูดน้ำหมด ทั้งสองฝั่งมีส่วนถูก บทความนี้จะใช้งานวิจัยของกรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน และวารสารวนศาสตร์ มาช่วยตัดสินใจทีละเงื่อนไข ว่าแปลงแบบไหนควรปลูก และถ้าปลูกแล้วต้องทำอะไรเพื่อไม่ให้ข้าวเสียหาย
ข้อมูลจากงานวิจัย: แย่งน้ำแย่งธาตุอาหารจริงไหม

วารสารวนศาสตร์ปีที่ 28 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2552 ลงชุดงานวิจัยยูคาลิปตัสบนคันนาหลายเรื่อง โดยงานทดลองระยะปลูกทำที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ผลที่เกี่ยวกับคำถามนี้สรุปได้ดังตาราง
| ประเด็น | สิ่งที่งานวิจัยพบ | ความหมายต่อชาวนา |
|---|---|---|
| ระยะปลูก | ทดลองโคลน K51 ที่ระยะ 0.5, 1.0, 1.5, 2.0 และ 2.5 เมตร ระยะ 0.5-1 เมตร ต้นอายุ 3 ปีเล็กเกินไปสำหรับไม้สับ และเห็นการแข่งขันของรากและเรือนยอดชัด แนะนำระยะ 1.5 เมตร | ปลูกถี่ไม่ได้ไม้มากขึ้น แต่ทำให้ร่มและรากรบกวนข้าวมากขึ้น |
| ราก | รากฝอยอยู่ที่ความลึก 0-50/60 เซนติเมตร รากใหญ่อยู่ที่ 0-60 เซนติเมตร โคลน K51 รากลึกกว่า ส่วน K58, K59 และ K7 รากตื้นกว่า | รากอยู่ในชั้นดินตื้น ใกล้ชั้นที่พืชไร่และข้าวใช้ จึงควรไถตัดรากริมคัน |
| การใช้น้ำ | K7 ใช้น้ำมากที่สุดราว 4,068.58 ลิตรต่อต้นต่อปี ต้นอายุ 2 ปีใช้น้ำมากช่วงพฤษภาคม-กันยายน ต้นอายุ 3 ปีใช้น้ำมากช่วงพฤศจิกายน-มกราคม K58 ใช้น้ำได้มีประสิทธิภาพที่สุด | ช่วงที่ต้นใหญ่ใช้น้ำมากตรงกับฤดูแล้ง แปลงที่ทำนาปรังหรือปลูกพืชหลังนาจะรู้สึกผลกระทบมากกว่า |
| ดิน | ใน 3 ปี ความหนาแน่นดินเพิ่ม ช่องว่างในดินลด pH สูงขึ้น อินทรียวัตถุลด โพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยนได้และค่า CEC ลดลงในทุกระยะปลูก ไนโตรเจนรวมเพิ่มขึ้น | ยูคาลิปตัสดึงธาตุบางตัวออกจากดินจริง ต้องใส่อินทรียวัตถุคืนและดูแลดินริมคัน |
สรุปตรง ๆ คือ คำว่าแย่งน้ำแย่งธาตุอาหารมีหลักฐานรองรับ แต่ขนาดของผลกระทบขึ้นกับระยะปลูก ความกว้างของคัน และฤดูที่ใช้นา ไม่ได้แปลว่าปลูกแล้วข้าวทั้งแปลงจะเสียหาย งานวิจัยชุดเดียวกันยังระบุว่าไทยมีพื้นที่นามากกว่า 60 ล้านไร่และคันนายาวรวมราว 12 ล้านกิโลเมตร ซึ่งเป็นเหตุผลที่หน่วยงานป่าไม้สนใจคันนาเป็นแหล่งปลูกไม้
ข้อมูลด้านเงิน: คุ้มไหม
งานวิจัยด้านการเงินในวารสารฉบับเดียวกันเปรียบเทียบสามแบบที่ฉะเชิงเทรา คือ นาข้าวอย่างเดียว ปลูกแถวเดี่ยว 75 ต้นต่อไร่ และปลูกสองแถว 150 ต้นต่อไร่ ใช้อัตราคิดลด 7%
| รูปแบบ | มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (บาทต่อไร่) | ข้อสังเกตจากงานวิจัย |
|---|---|---|
| นาข้าวอย่างเดียว | 8,375 | สมมติข้าว 500 กิโลกรัมต่อไร่ ราคา 10 บาทต่อกิโลกรัม |
| ยูคาลิปตัสแถวเดี่ยว 75 ต้นต่อไร่ | 17,133 | ความเสี่ยงต่ำที่สุดในสามแบบ |
| ยูคาลิปตัสสองแถว 150 ต้นต่อไร่ | 17,595 | ได้มากที่สุดเล็กน้อย แต่ต้องใช้คันกว้าง |
สมมติฐานด้านไม้ในงานนี้คือ ต้นอายุ 4 ปีให้ไม้ 120 กิโลกรัมต่อต้น รอบแตกหน่อ 3 ปีให้ 42 กิโลกรัมต่อต้น และราคาไม้ 1,200 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นข้อมูลปี 2552 เกษตรกรที่ให้ข้อมูลบอกว่าผลผลิตข้าวไม่ลดลงในช่วง 4 ปีแรกและรอบแตกหน่อ สภาพอากาศมีผลต่อข้าวมากกว่า อีกงานหนึ่งที่พระนครศรีอยุธยา (วารสารวนศาสตร์ ปีที่ 31 ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2555) พบว่ารูปแบบสองแถวสลับฟันปลา ระยะ 1 เมตร รอบตัด 3 ปี ให้ผลดีที่สุด อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน 1.70 มูลค่าปัจจุบันสุทธิ 7,724.91 บาทต่อไร่ และอัตราผลตอบแทนภายใน 9.42% ที่อัตราคิดลด 8%
ข้อควรระวังในการอ่านตัวเลข ราคาข้าวและราคาไม้ในงานวิจัยเป็นราคาเมื่อสิบกว่าปีก่อน ณ ต.ค. 2569 ยังไม่พบราคาไม้สับที่หน่วยงานรัฐประกาศเป็นรายวันแบบที่ใช้อ้างอิงได้ ให้ใช้วิธีคิดของงานวิจัย แต่แทนราคาด้วยราคาที่ลานรับซื้อไม้ใกล้บ้านให้จริง
ตัวอย่างการคิด (สมมติ ไม่ใช่ราคาตลาด): ถ้าคันนารอบแปลงปลูกได้ 75 ต้นต่อไร่ และใช้ตัวเลขผลผลิตจากงานวิจัยที่ 120 กิโลกรัมต่อต้นที่อายุ 4 ปี จะได้ไม้ราว 9 ตันต่อไร่ ให้เอาราคาต่อตันที่ลานรับซื้อเสนอคูณ 9 แล้วหักค่ากล้า ค่าปุ๋ย ค่าตัดและขน จะรู้ว่าคุ้มหรือไม่ ถ้าลานรับซื้อไกลมาก ค่าขนอาจกินกำไรเกือบหมด
ตัดสินใจทีละเงื่อนไข: ถ้าแปลงเป็นแบบนี้ ให้ทำแบบนี้
- ถ้าเป็นนาดินเค็มเล็กน้อยถึงปานกลางในภาคอีสาน ให้พิจารณาปลูก กรมพัฒนาที่ดินแนะนำยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส สายพันธุ์ H4 บนคันนา เพราะช่วยลดระดับน้ำใต้ดินและลดเกลือที่ขึ้นมาที่ผิวดิน เอกสารระบุว่าผลผลิตข้าวในพื้นที่ที่ทำเพิ่มจาก 200-250 เป็น 250-300 กิโลกรัมต่อไร่ ถ้าแปลงมีปัญหาดินเค็ม อ่านวิธีจัดการร่วมได้ที่ การจัดการดินเค็ม
- ถ้าคันนาแคบกว่า 0.5 เมตร ให้ขยายคันก่อน หรือไม่ปลูกเลย เพราะรากและร่มจะลงแปลงข้าวทันที
- ถ้าทำนาปรังหรือปลูกพืชหลังนาที่ต้องใช้น้ำ ให้ปลูกแถวเดี่ยว ระยะต้นไม่น้อยกว่า 1.5-2 เมตร และเลือกด้านที่ไม่บังแดดพืชหลัก เพราะต้นใหญ่ใช้น้ำมากช่วงฤดูแล้ง
- ถ้าปลูกข้าวหอมมะลิพันธุ์ไวแสงในนาปีอย่างเดียว ผลกระทบด้านน้ำจะน้อยกว่า แต่ยังต้องระวังร่มเงาช่วงข้าวออกรวง วิธีดูแลข้าวหอมมะลิอ่านต่อได้ที่ ปลูกข้าวหอมมะลิ
- ถ้าลานรับซื้อหรือโรงสับไม้อยู่ไกลเกินกว่าจะขนคุ้ม ให้ถามราคาและค่าขนก่อนลงกล้า หรือเลือกไม้ยืนต้นชนิดอื่นที่ใช้เองได้
- ถ้าที่ดินไม่ใช่โฉนดหรือหนังสือแสดงสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ให้สอบถามหน่วยงานที่ดูแลที่ดินก่อนปลูกไม้ยืนต้นเพื่อขาย บทความ สคทช. คืออะไร และเกษตรกรติดต่อเรื่องอะไรได้บ้าง อธิบายว่าเรื่องที่ดินรัฐติดต่อใครได้
ขั้นตอนปลูกบนคันนาแบบลดผลกระทบต่อข้าว
- วางแนวแถว กรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้ปลูกแนวตะวันออก-ตะวันตก เพื่อลดร่มเงาที่ทอดลงแปลงข้าว
- เลือกรูปแบบตามความกว้างคัน คันกว้าง 0.5 เมตร ปลูกแถวเดี่ยวระยะต้น 2 เมตร คันกว้าง 1.5 เมตร ปลูกสองแถวสลับฟันปลาระยะ 2 เมตร
- เตรียมหลุมและกล้า ใช้กล้าอายุ 3 เดือน ขุดหลุมขนาด 30x30x30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 0.5 กิโลกรัมและแกลบ 0.5 กิโลกรัม
- ใส่ปุ๋ย เอกสารกรมพัฒนาที่ดินแนะนำปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 50-100 กรัมต่อต้น เมื่ออายุ 8 เดือน แล้วใส่ปีละ 2 ครั้งในปีที่ 2-4
- ไถตัดรากริมคัน ไถชิดขอบคันทุกฤดูปลูกข้าว เพื่อตัดรากแขนงที่แผ่เข้ามาในแปลง ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดในการลดการแย่งน้ำ
- กำจัดวัชพืช ทำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะปีแรก
- ใส่อินทรียวัตถุคืนดิน งานวิจัยพบว่าอินทรียวัตถุ โพแทสเซียม และแมกนีเซียมในดินลดลง ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือไถกลบตอซังข้าวแทนการเผา
- ตัดตามรอบ ตัดที่อายุ 4 ปีด้วยเลื่อย ให้รอยตัดเฉียง ตอจะแตกหน่อให้ตัดได้อีกรอบที่ราวอายุ 7 ปี
เรื่องเล็กที่มักลืม คือการตัดไม้บนคันต้องโค่นออกนอกแปลงข้าว และเลือกช่วงที่ไม่มีข้าวในนา ถ้าโค่นตอนข้าวกำลังตั้งท้อง กิ่งที่ล้มทับจะทำให้เสียหายมากกว่าที่ได้จากไม้
หนังสือรับรองไม้และการขาย
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 16 เมษายน 2562 กำหนดว่าไม้ทุกชนิดที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่เป็นไม้หวงห้าม เจ้าของจึงตัดและขายได้ แต่สามารถยื่นขอหนังสือรับรองไม้จากกรมป่าไม้ตามมาตรา 18/1 และ 18/2 ได้ตามความสมัครใจ หนังสือนี้ช่วยเวลาขนย้ายหรือขายให้ผู้ซื้อที่ต้องการเอกสารที่มาของไม้ ถ้าใช้เพื่อการค้าหรือส่งออกอาจมีค่าธรรมเนียม รายละเอียดการขึ้นทะเบียนไม้เศรษฐกิจอ่านเพิ่มได้ที่ ขึ้นทะเบียนสวนป่าและไม้เศรษฐกิจ และคำถามทั่วไปเรื่องวนเกษตรดูได้ที่ คำถามที่พบบ่อยเรื่องป่าและวนเกษตร
ผู้ซื้อไม้ยูคาลิปตัสจากคันนาส่วนใหญ่เป็นลานรับซื้อไม้และโรงสับไม้ที่ส่งต่อให้โรงงานเยื่อกระดาษหรือโรงงานแปรรูปอื่น เอกสารกรมพัฒนาที่ดินอ้างข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรและบริษัทสยามฟอเรสทรีว่ารายได้สุทธิราว 1,087 บาทต่อไร่ต่อปี แต่เอกสารไม่ได้ระบุปีของข้อมูล จึงควรใช้เป็นภาพคร่าว ๆ เท่านั้น ก่อนปลูกให้ถามลานรับซื้อว่ารับไม้อายุเท่าไร ขนาดลำต้นขั้นต่ำเท่าไร และมีบริการตัดและขนเองหรือไม่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปลูกถี่เพราะคิดว่าได้ไม้มากขึ้น งานวิจัยพบว่าระยะ 0.5-1 เมตรได้ต้นเล็กเกินไปสำหรับไม้สับ และรากกับเรือนยอดแข่งกันชัด
- ไม่ไถตัดรากริมคัน รากแขนงอยู่ในชั้นดิน 0-60 เซนติเมตร ถ้าไม่ตัด รากจะลามเข้าแปลงข้าว
- ปลูกแนวเหนือ-ใต้บนคันที่ขวางแดด ร่มเงาจะทอดลงแปลงข้าวทั้งวัน กรมพัฒนาที่ดินแนะนำแนวตะวันออก-ตะวันตก
- ไม่ใส่อินทรียวัตถุคืน ดินใต้แถวมีอินทรียวัตถุ โพแทสเซียม และแมกนีเซียมลดลงใน 3 ปี ถ้าปล่อยไว้ดินริมคันจะแน่นและเสื่อม
- ใช้ราคาไม้จากงานวิจัยเก่าเป็นราคาจริง ราคา 1,200 บาทต่อตันเป็นข้อมูลปี 2552 ต้องถามลานรับซื้อในปัจจุบัน
- โค่นไม้ช่วงที่มีข้าวอยู่ในนา ต้นที่ล้มลงแปลงทำให้ข้าวเสียหาย ควรวางแผนตัดหลังเกี่ยวข้าว
สรุป
ยูคาลิปตัสบนคันนาเพิ่มรายได้ต่อไร่ได้ตามงานวิจัยในไทย และเกษตรกรในงานวิจัยไม่พบข้าวลดลงชัดเจน แต่ต้นใช้น้ำมากในฤดูแล้งและทำให้ธาตุอาหารบางตัวในดินลดลงจริง ถ้าจะปลูกให้ใช้ระยะต้นไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร วางแถวตะวันออก-ตะวันตก ไถตัดรากริมคันทุกฤดู และถามราคาจากลานรับซื้อใกล้บ้านก่อนลงกล้า
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมพัฒนาที่ดิน: การปลูกยูคาลิปตัสบนคันนาในพื้นที่ดินเค็ม — สายพันธุ์ H4 วิธีปลูก ระยะปลูก ปุ๋ย รอบตัด ผลผลิตข้าว และรายได้จากการสัมภาษณ์ https://lddmordin.ldd.go.th/web/data/Knowledge_33.pdf
- วารสารวนศาสตร์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 3 (2552): ระยะปลูกยูคาลิปตัสบนคันนา — ผลของระยะปลูก 0.5-2.5 เมตร และข้อแนะนำระยะ 1.5 เมตร https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/download/255781/174651/934953
- วารสารวนศาสตร์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 3 (2552): การกระจายของรากยูคาลิปตัสบนคันนา — ความลึกของรากฝอยและรากใหญ่ของโคลน K7, K51, K58, K59 https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/download/255784/174654/934960
- วารสารวนศาสตร์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 3 (2552): การใช้น้ำของยูคาลิปตัสบนคันนา — ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อต้นต่อปีและช่วงเดือนที่ใช้น้ำมาก https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/download/255785/174655/934962
- วารสารวนศาสตร์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 3 (2552): การเปลี่ยนแปลงสมบัติดินใต้แถวยูคาลิปตัส — ความหนาแน่นดิน อินทรียวัตถุ โพแทสเซียม แมกนีเซียม และ CEC https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/download/255786/174656/934963
- วารสารวนศาสตร์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 3 (2552): การวิเคราะห์ทางการเงินยูคาลิปตัสบนคันนา จังหวัดฉะเชิงเทรา — มูลค่าปัจจุบันสุทธิของสามรูปแบบ และสมมติฐานผลผลิตและราคาไม้ https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/download/255789/174659/934966
- วารสารวนศาสตร์ ปีที่ 31 ฉบับที่ 1 (2555): ผลตอบแทนยูคาลิปตัสบนคันนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา — อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน มูลค่าปัจจุบันสุทธิ และอัตราผลตอบแทนภายใน https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/download/255652/174560/934086
- ไทยพีบีเอส: พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 — ไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ไม่เป็นไม้หวงห้าม และการขอหนังสือรับรองไม้ https://www.thaipbs.or.th/news/content/279318
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ละมุดผลร่วงและผลเล็ก ต้องปรับการให้น้ำและตัดแต่งอย่างไร
แยกสาเหตุละมุดผลร่วงและผลเล็กจากงานวิจัยกรมวิชาการเกษตรที่สุโขทัย ทั้งการให้น้ำช่วงแล้ง การตัดแต่งทรงพุ่ม และแมลงวันผลไม้ที่เริ่มทำลายราว 190 วัน
ปลูกจำปาดะต่างจากขนุนอย่างไร พื้นที่ไหนปลูกแล้วติดผลดี
เทียบจำปาดะกับขนุนจากงานวิจัยกรมวิชาการเกษตร ทั้งขนาดผล สภาพพื้นที่ที่ชอบ ระยะปลูก และปัญหาต้นพันธุ์ที่ยังไม่มีพันธุ์แนะนำทางการ
ปลูกข้าวฟ่างหลังนาเป็นอาหารสัตว์ ใช้น้ำน้อยกว่าข้าวโพดจริงไหม
ข้าวฟ่างไม่ได้ใช้น้ำทั้งฤดูน้อยกว่าข้าวโพดชัดเจนตามตัวเลขของกรมวิชาการเกษตร แต่ทนการขาดน้ำช่วงสั้นและดินเค็มได้ดีกว่า บทความนี้เทียบสองพืชแบบตารางและบอกวิธีปลูกหลังนาช่วงพฤศจิกายน
ปลูกมันเทศเนื้อสีม่วงขาย พันธุ์ไหนมีในไทย และกี่เดือนขุดได้
สายพันธุ์มันเทศเนื้อสีม่วงที่มีข้อมูลทางราชการคือ พจ.1-9 และ พจ.10-6 ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ซึ่งในแปลงเกษตรกรขุดได้ที่ 96–102 วันหลังปลูก
เพาะเห็ดนางรมหน้าหนาว ต่างจากเห็ดนางฟ้าอย่างไร และต้องคุมโรงเรือนแบบไหน
เห็ดนางรมและนางฟ้าอยู่สกุลเดียวกันและชื่อในไทยใช้ปนกัน งานของกรมวิชาการเกษตรชี้ว่าหน้าร้อนคือช่วงผลผลิตตก หน้าหนาวจึงเป็นโอกาสถ้าคุมความชื้นในโรงเรือนได้
ปลูกพลับในไทยต้องอยู่สูงเท่าไร และพันธุ์ไหนที่โครงการหลวงใช้
ข้อมูลพลับบนพื้นที่สูงจากเอกสารโครงการหลวงและ สวพส. ทั้งพันธุ์ฝาด ไม่ฝาด และพันธุ์ทำแห้ง วิธีขจัดความฝาด และสิ่งที่ยังไม่มีตัวเลขทางการ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

4-20mA เอาต์พุต RS485 เซ็นเซอร์ความชื้นดินอิเล็กทรอนิกส์…
เครื่องวัดดิน
ใช้ตรวจความชื้นหรือค่า pH ดินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำ
เช็กก่อนซื้อ
- วัดค่าอะไรได้บ้าง (pH ความชื้น แสง) ตามที่ร้านระบุ
- ใช้ถ่านหรือไม่ต้องใช้ไฟ

พลั่วพลาสติกเสริมเหล็ก BTUZ
เครื่องมือทำสวน
เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว
เช็กก่อนซื้อ
- วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
- ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ชุดหมุดปักดิน แผ่นยึดหมุดปักดินสีดำ + หมุดปักดินตัวU 2.5mm…
วัสดุคลุมดิน
คลุมหน้าดินลดวัชพืชและการระเหยของน้ำ

เมล็ดพันธุ์ข้าว ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวเหนียวดำ ข้าวญี่ปุ่น…
เมล็ดพันธุ์/ต้นพันธุ์
เมล็ดหรือต้นพันธุ์ของพืชที่กำลังวางแผนปลูก ตรวจวันบรรจุและอัตรางอกบนซอง
เช็กก่อนซื้อ
- ชื่อพันธุ์และฤดูปลูกที่เหมาะ
- วันบรรจุหรือวันหมดอายุบนซอง
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ยูคาลิปตัสบนคันนาทำให้ข้าวได้ผลผลิตลดลงไหม
งานวิจัยด้านการเงินที่ฉะเชิงเทรารายงานว่าเกษตรกรไม่พบผลผลิตข้าวลดลงในช่วง 4 ปีแรกและรอบตัดแตกหน่ออีก 3 ปี และสภาพอากาศมีผลมากกว่า แต่การปลูกถี่ 0.5-1 เมตรทำให้เห็นการแข่งขันของรากและเรือนยอดชัด จึงควรปลูกห่างอย่างน้อย 1.5 เมตร
ยูคาลิปตัสแย่งน้ำข้าวมากแค่ไหน
การศึกษาในวารสารวนศาสตร์พบว่าโคลน K7 ใช้น้ำมากที่สุดราว 4,068.58 ลิตรต่อต้นต่อปี ต้นอายุ 3 ปีใช้น้ำมากช่วงพฤศจิกายน-มกราคม ซึ่งตรงกับฤดูแล้ง ถ้าทำนาปรังหรือปลูกพืชหลังนา ผลกระทบจะชัดกว่านาปี
ปลูกยูคาลิปตัสบนคันนาระยะเท่าไรดี
งานทดลองที่พนมสารคามแนะนำระยะต้น 1.5 เมตร ส่วนกรมพัฒนาที่ดินแนะนำแถวเดี่ยวระยะ 2 เมตรบนคันกว้าง 0.5 เมตร หรือสองแถวสลับฟันปลาระยะ 2 เมตรบนคันกว้าง 1.5 เมตร และวางแนวแถวตะวันออก-ตะวันตก
ตัดยูคาลิปตัสบนคันนาได้เมื่อไร
เอกสารกรมพัฒนาที่ดินระบุว่าตัดขายได้ที่อายุ 4 ปีและ 7 ปี ตอที่เหลือแตกหน่อใหม่ได้ ควรตัดด้วยเลื่อยให้รอยตัดเฉียงเพื่อไม่ให้น้ำขังบนตอ
ปลูกยูคาลิปตัสในที่นาโฉนด ต้องขออนุญาตตัดไหม
พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 กำหนดว่าไม้ในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองไม่เป็นไม้หวงห้าม แต่เจ้าของขอหนังสือรับรองไม้จากกรมป่าไม้ได้ตามความสมัครใจ ซึ่งช่วยเรื่องการขายและการขนย้าย ถ้าเป็นที่ดินประเภทอื่นให้สอบถามหน่วยงานที่ดูแลก่อน
ไม้ยูคาลิปตัสจากคันนาขายที่ไหน ราคาเท่าไร
ผู้ซื้อหลักคือลานรับซื้อไม้และโรงสับไม้ในพื้นที่ ราคาที่อยู่ในงานวิจัยคือ 1,200 บาทต่อตันซึ่งเป็นข้อมูลปี 2552 ใช้เป็นราคาปัจจุบันไม่ได้ ก่อนปลูกควรถามลานรับซื้อใกล้บ้านอย่างน้อย 2-3 แห่ง
