ปลูกพืชเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

เดือนมกราคมปลูกผักอะไรดี อากาศเย็นแบบนี้ผักชนิดไหนโตเร็ว

เดือนมกราคมเหลือหนาวอีกราว 6 สัปดาห์ ควรเลือกผักอายุสั้น เช่น ฮ่องเต้ ปวยเล้ง ผักกาดหอม แรดิช พร้อมตารางอุณหภูมิ วันเก็บเกี่ยว และข้อควรระวังผักห่อหัว

เดือนมกราคมปลูกผักอะไรดี อากาศเย็นแบบนี้ผักชนิดไหนโตเร็ว

คำตอบสั้น ๆ

มกราคมคือครึ่งหลังของฤดูหนาว ผักที่ควรปลูกคือผักอายุสั้นที่เก็บได้ก่อนอากาศร้อนกลับมา บทความนี้เทียบอุณหภูมิและอายุเก็บเกี่ยวจากข้อมูลหน่วยงานรัฐให้เลือกได้ตรงพื้นที่

คำตอบเร็ว: เดือนมกราคมอยู่ครึ่งหลังของฤดูหนาว กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าหน้าหนาวของไทยเริ่มราวกลางตุลาคมและสิ้นสุดราวกลางกุมภาพันธ์ จึงเหลือความเย็นให้ใช้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ ผักที่ควรปลูกคือผักอายุสั้นที่โตดีในอากาศเย็นและเก็บได้ทันก่อนร้อน เช่น แรดิช (20-28 วัน) ปวยเล้ง (33-45 วัน) ฮ่องเต้ (35-45 วัน) ผักกาดหอม (40-60 วันหลังย้ายกล้า) และคะน้า ส่วนผักห่อหัวอายุยาวอย่างผักกาดขาวปลีหรือแครอท ควรปลูกเฉพาะพื้นที่ที่ยังหนาวยาว

คำถามว่า "มกราคมปลูกผักอะไรดี" ฟังเหมือนง่าย แต่คำตอบไม่เหมือนเดือนพฤศจิกายน เพราะคนที่เริ่มปลูกเดือนนี้กำลังแข่งกับเวลา ผักที่หยอดเมล็ดวันนี้จะโตช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ซึ่งอากาศเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว หลักคิดจึงไม่ใช่ "ผักอะไรชอบหนาว" อย่างเดียว แต่ต้องถามว่า "ผักชนิดนี้ช่วงที่มันต้องการอากาศเย็นที่สุด จะตรงกับวันไหน" บทความนี้ใช้ข้อมูลอุณหภูมิที่เหมาะสมและอายุเก็บเกี่ยวจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) กับคำแนะนำของกรมส่งเสริมการเกษตร มาช่วยเลือก (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ถ้าต้องการแผนปลูกทั้งปีแบบเห็นภาพรวม 12 เดือน อ่านต่อได้ที่ แผนฟาร์มผสม 12 เดือน ส่วนบทความนี้เจาะเฉพาะการตัดสินใจของเดือนมกราคม ว่าผักไหนยังคุ้มลงแปลง และผักไหนควรรอรอบหน้า

ทำไมมกราคมต้องคิดต่างจากต้นหนาว

ภาพประกอบ ทำไมมกราคมต้องคิดต่างจากต้นหนาว

กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่าฤดูหนาวของไทยเกิดจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และภาคกลางตอนล่างกับภาคตะวันออกจะเย็นช้ากว่าและเย็นน้อยกว่าภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แปลว่าคนปลูกผักแถวสุพรรณบุรี ราชบุรี ฉะเชิงเทรา หรือชลบุรี มีช่วงเย็นจริงสั้นกว่าคนที่เชียงใหม่ เลย หรือสกลนคร

เมื่อเอาอายุผักมาบวกวันปลูก จะเห็นปัญหาทันที ตัวอย่างเช่นผักกาดขาวปลี สวพส. ระบุว่าช่วงแรกชอบอากาศ 18-20 องศาเซลเซียส แต่ช่วงห่อหัวต้องการ 10-16 องศาเซลเซียส และใช้เวลาราว 60 วัน ถ้าย้ายกล้าวันที่ 15 มกราคม ช่วงห่อหัวจะตกราวต้นถึงกลางมีนาคม ในพื้นราบภาคกลางช่วงนั้นอากาศมักอุ่นเกินที่ผักต้องการ หัวจึงหลวมหรือไม่ห่อ เกษตรกรหลายรายเจอแบบนี้แล้วไปโทษเมล็ดพันธุ์ ทั้งที่ต้นเหตุคือปลูกช้าไปหนึ่งถึงสองเดือน

ในทางกลับกัน ผักกินใบอายุสั้นใช้ความเย็นที่เหลืออยู่ได้เต็มที่ ปลูกต้นมกราคม เก็บได้ราวกลางถึงปลายกุมภาพันธ์ ยังอยู่ในช่วงที่อากาศยังไม่ร้อนจัด

ตารางเทียบผักที่น่าปลูกในเดือนมกราคม

ตัวเลขในตารางมาจากหน้าความรู้ของ สวพส. ซึ่งเก็บข้อมูลในพื้นที่สูงภาคเหนือ อายุเก็บเกี่ยวในพื้นราบอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ตามอุณหภูมิจริง ใช้ตารางนี้เพื่อเทียบกันระหว่างชนิดผัก ไม่ใช่ใช้เป็นตัวเลขตายตัว

ผักอุณหภูมิที่เหมาะ (°C)อายุเก็บเกี่ยวโดยประมาณความเหมาะกับการเริ่มเดือนมกราคม
แรดิช15-2120-28 วันเหมาะมาก ใช้เวลาสั้นที่สุด
ปวยเล้ง18-20 (ไม่ควรเกิน 24, ต่ำกว่า 10 หยุดโต)33-45 วันเหมาะ ถ้าเริ่มภายในต้นถึงกลางเดือน
ผักกาดฮ่องเต้20-25 (ปลูกได้ทั้งปี)35-45 วันหลังปลูกเหมาะ ทนอากาศเริ่มอุ่นได้ดีกว่าผักเมืองหนาวอื่น
ผักกาดหอม10-2440-60 วันหลังย้ายกล้าเหมาะ ควรใช้กล้าอายุ 3-4 สัปดาห์
คะน้าใบหยิก20-25 (ต่ำกว่า 15 โตช้า)ย้ายกล้าที่อายุ 18-21 วันเหมาะ ภาคกลางและภาคใต้ทำได้ดี
ถั่วลันเตา13-1855-60 วันพอได้ในภาคเหนือและอีสานที่ยังเย็น
กะหล่ำปลี15-2060-70 วันหลังย้ายกล้าเสี่ยง เหมาะกับพื้นที่หนาวยาว
ผักกาดขาวปลี18-20 ช่วงแรก, 10-16 ช่วงห่อหัวราว 60 วันเสี่ยง ช่วงห่อหัวจะตรงปลายหนาว
แครอทหัวโตดีในอากาศเย็น100-130 วันไม่แนะนำในพื้นราบ เก็บตรงหน้าร้อน

ถ้าจำง่าย ๆ คือ เดือนมกราคมให้เลือกผักที่อายุไม่เกินราว 60 วันเป็นหลัก และยิ่งอยู่ภาคกลางตอนล่างหรือภาคตะวันออก ยิ่งควรเลือกผักอายุสั้นลงไปอีก

ผักกินใบอายุสั้น ตัวหลักของเดือนนี้

ผักกาดหอม

สวพส. ระบุว่าผักกาดหอมชอบอากาศ 10-24 องศาเซลเซียส กล้าที่ใช้ย้ายควรอายุ 3-4 สัปดาห์ และไม่ควรเกิน 30 วัน เพราะกล้าแก่จะตั้งตัวช้า เก็บเกี่ยวได้ราว 40-60 วันหลังย้ายกล้า ส่วนข้อมูลของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษระบุว่าเมล็ดงอกใน 3-5 วัน และเก็บได้ราว 40-45 วัน ซึ่งใกล้เคียงกันสำหรับพื้นราบภาคอีสาน

เหตุผลที่ผักกาดหอมคุ้มกับหน้าหนาวเห็นได้จากข้อมูลของ สวพส. ที่เทียบผักกาดหอมคอสในพื้นที่สูง ช่วงฤดูหนาวได้น้ำหนักราว 150-200 กรัมต่อต้น แต่ฤดูฝนได้เพียงราว 20-50 กรัมต่อต้น ตัวเลขนี้เป็นของพื้นที่สูงและไม่ได้แปลว่าพื้นราบจะได้เท่ากัน แต่บอกชัดว่าอากาศเย็นช่วยให้ผักกาดหอมได้น้ำหนักดีกว่าฤดูอื่นมาก

ระยะปลูกที่ สวพส. ใช้คือ 30x30 เซนติเมตรในฤดูร้อน และ 40x40 เซนติเมตรในฤดูฝน เดือนมกราคมอากาศแห้ง โรคเน่าน้อยกว่าหน้าฝน ใช้ระยะแคบได้ แต่ถ้าแปลงอยู่ที่ลุ่มมีหมอกลงจัดทุกเช้า ให้ห่างขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ใบแห้งเร็ว

ปวยเล้ง

ปวยเล้งเป็นผักที่บอกขอบเขตอุณหภูมิชัดมาก สวพส. ระบุว่าโตดีที่ 18-20 องศาเซลเซียส ไม่ควรเกิน 24 องศาเซลเซียส และถ้าต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสจะหยุดเจริญเติบโต อายุเก็บเกี่ยว 33-45 วัน จึงเหมาะกับการเริ่มต้นถึงกลางมกราคม ถ้าเริ่มปลายเดือนในภาคกลาง ช่วงท้ายอายุจะเจออากาศเกิน 24 องศาเซลเซียส ต้นมักยืดและแทงช่อดอกเร็ว

ผักกาดฮ่องเต้และคะน้า

ฮ่องเต้ชอบอากาศ 20-25 องศาเซลเซียส สวพส. ระบุว่าปลูกได้ทั้งปี เก็บเกี่ยวได้ 35-45 วันหลังปลูก และต้องเก็บก่อนออกดอก นี่จึงเป็นผักที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนที่เริ่มช้าหรืออยู่ภาคกลางตอนล่าง ส่วนคะน้าใบหยิกชอบ 20-25 องศาเซลเซียสเหมือนกัน และถ้าต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียสจะโตช้า สวพส. ย้ายกล้าที่อายุ 18-21 วัน คะน้าจึงเหมาะกับพื้นที่ที่หนาวไม่จัด ส่วนบนดอยที่กลางคืนเย็นจัด คะน้าอาจโตช้ากว่าที่คาด

แรดิช

แรดิชอายุสั้นที่สุดในกลุ่มนี้ เก็บได้ 20-28 วัน และชอบอากาศ 15-21 องศาเซลเซียส แต่ สวพส. เตือนจุดหนึ่งที่คนพื้นราบไม่ค่อยรู้ คือถ้าต้นเจออากาศ 2-7 องศาเซลเซียสติดกันราว 4 วัน แรดิชจะแทงช่อดอกโดยไม่ลงหัว เรื่องนี้เกิดได้บนพื้นที่สูงที่หนาวจัดช่วงต้นมกราคม ถ้าแปลงอยู่ที่สูงและพยากรณ์บอกว่าความหนาวจะลงหนัก ให้เลื่อนการหยอดเมล็ดไปหลังคลื่นความหนาวผ่านไป

ผักที่ควรคิดให้ดีก่อนปลูกในเดือนมกราคม

กลุ่มนี้ไม่ใช่ห้ามปลูก แต่ต้องดูว่าพื้นที่ของเรายังเย็นอีกนานแค่ไหน

  • กะหล่ำปลี ชอบ 15-20 องศาเซลเซียส เก็บได้ 60-70 วันหลังย้ายกล้า เท่ากับต้องอาศัยความเย็นถึงราวปลายมีนาคม ในพื้นราบภาคกลางจึงเสี่ยงหัวเล็กหรือหลวม
  • ผักกาดขาวปลี ต้องการ 10-16 องศาเซลเซียสช่วงห่อหัว สวพส. เตือนเรื่องการขาดธาตุโบรอนด้วย ถ้าปลูกช้าและอากาศเริ่มร้อน ปัญหามักซ้อนกัน
  • ผักกาดหางหงษ์ ชอบ 18-20 องศาเซลเซียส ช่วงห่อหัวต้องการ 15-16 องศาเซลเซียส และถ้าเกิน 25 องศาเซลเซียสการห่อหัวจะช้า อายุ 60-75 วัน
  • เซเลอรี ชอบ 15.5-18 องศาเซลเซียส อายุเก็บเกี่ยว 2.5-3.5 เดือน ยาวเกินไปสำหรับพื้นราบที่เริ่มเดือนมกราคม
  • แครอท อายุ 100-130 วัน เริ่มมกราคมจะเก็บหน้าร้อน ควรย้ายไปเริ่มต้นฤดูหนาวรอบถัดไป

ใครที่อยากเห็นว่าเดือนก่อนหน้านี้ควรปลูกอะไร เพื่อวางแผนรอบหน้าให้ทัน อ่านได้ที่ เดือนธันวาคมปลูกผักอะไรดี และถ้าจะต่อแปลงหลังเก็บรอบมกราคม ดู เดือนกุมภาพันธ์ปลูกผักอะไรดี

ปรับตามภาค ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวทั้งประเทศ

ภาคเหนือและพื้นที่สูง ยังเย็นต่อได้ ปลูกผักห่อหัวได้มากกว่าภาคอื่น แต่ต้องระวังคืนที่หนาวจัด ซึ่งทำให้แรดิชแทงดอก และทำให้ปวยเล้งหยุดโตถ้าต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เย็นและแห้ง น้ำเป็นข้อจำกัดหลัก หลายพื้นที่ใช้แปลงหลังเกี่ยวข้าว ถ้ากำลังคิดจะปลูกผักต่อจากนา ดูการเทียบต้นทุนและน้ำได้ที่ ปลูกพืชผักอายุสั้นหลังเก็บเกี่ยวข้าว เลือกพืชอะไรดี

ภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าเย็นช้าและเย็นน้อยกว่า ควรยึดผักอายุไม่เกิน 45 วัน เช่น ฮ่องเต้ คะน้า ผักกาดหอม แรดิช

ภาคใต้ สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาแนะนำผักหน้าหนาว ได้แก่ ผักกาดหอม กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก คะน้า ต้นหอม แครอท กระเทียม หอมแดง มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว และพริกใหญ่ แต่ภาคใต้ไม่หนาวเท่าภาคเหนือ ผักที่ต้องการความเย็นจัดควรลองแปลงเล็กก่อน และถามเกษตรอำเภอเรื่องพันธุ์ที่ปลูกได้ในอากาศอุ่น

การดูแลแปลงในอากาศเย็นและแห้ง

สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาให้หลักไว้ 5 ข้อ คือ เลือกพันธุ์ให้เหมาะ รดน้ำเช้าและเย็น คลุมแปลงด้วยฟางหรือวัสดุคลุมดิน ใช้เชื้อไตรโคเดอร์มาช่วยลดโรคทางดิน และหมั่นสำรวจแมลง ในทางปฏิบัติ มีรายละเอียดที่ช่วยได้ดังนี้

  1. ดูความชื้นดินก่อนรดรอบเย็น ลมหนาวทำให้ผิวดินแห้งเร็ว แต่ดินลึกลงไปอาจยังชื้น กดนิ้วลงดินดู ถ้ายังชื้นให้ลดน้ำรอบเย็น เพราะใบที่เปียกข้ามคืนในหน้าหนาวมีหมอกลง เสี่ยงโรคใบมากขึ้น
  2. คลุมดินทันทีหลังย้ายกล้า ฟางช่วยกันน้ำระเหยและลดหญ้า สำคัญมากในอีสานที่น้ำน้อย
  3. ย้ายกล้าตอนบ่ายแก่ เพื่อให้กล้ามีคืนแรกที่เย็นชื้นได้ตั้งตัว ก่อนเจอแดดกลางวัน
  4. เดินดูแปลงตอนเช้า ใต้ใบคะน้าและผักกาดเป็นที่หลบของหนอนและเพลี้ย หน้าหนาวที่อากาศแห้ง เพลี้ยมักเพิ่มเร็ว ถ้าเห็นตั้งแต่จุดเล็กจะจัดการง่ายกว่ารอให้ทั้งแปลงเหลือง
  5. ปลูกแบบขั้นบันไดเวลา แบ่งหยอดเมล็ดทุก 7-10 วัน แทนการปลูกทีเดียวทั้งแปลง ช่วยให้มีผักขายต่อเนื่อง และถ้าอากาศร้อนเร็ว ความเสียหายจะไม่ตกทั้งแปลง

เรื่องราคาและตลาด

บทความนี้ไม่ใส่ตัวเลขราคาผัก เพราะยังไม่พบแหล่งราคาทางการที่ระบุวันที่ชัดเจนสำหรับเดือนมกราคม 2570 แนวโน้มที่เกษตรกรเห็นทุกปีคือ หน้าหนาวผักกินใบออกสู่ตลาดมาก เพราะหลายพื้นที่ปลูกได้พร้อมกัน ราคาช่วงผักออกมากจึงมักไม่สูง ส่วนช่วงปลายหนาวต่อหน้าร้อนที่ผักเมืองหนาวเริ่มน้อยลง ผักที่คุณภาพดีมักขายง่ายขึ้น การปลูกแบบขั้นบันไดเวลาจึงช่วยกระจายความเสี่ยงด้านราคาด้วย ก่อนปลูกจำนวนมาก ควรถามพ่อค้าหรือตลาดใกล้บ้านว่ารับผักชนิดไหน ปริมาณเท่าไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปลูกผักห่อหัวตามเพื่อนที่ปลูกเดือนพฤศจิกายน โดยไม่นับว่าช่วงห่อหัวจะตรงปลายหนาว ผลคือหัวหลวมหรือไม่ห่อ
  • ใช้กล้าแก่เกิน สวพส. แนะนำกล้าผักกาดหอมอายุ 3-4 สัปดาห์ และไม่เกิน 30 วัน กล้าแก่ตั้งตัวช้าและเสียเวลาที่มีอยู่น้อย
  • รดน้ำตามเวลาแต่ไม่ดูดิน หน้าหนาวที่หมอกลง ใบเปียกนานทำให้โรคใบเพิ่ม
  • หยอดแรดิชบนที่สูงช่วงคลื่นหนาวจัด อุณหภูมิ 2-7 องศาเซลเซียสต่อเนื่องราว 4 วันทำให้แทงดอกโดยไม่ลงหัว
  • ปลูกทีเดียวทั้งแปลง ผักออกพร้อมกันในช่วงที่ตลาดมีผักมาก ขายไม่ทัน
  • ไม่คลุมดินในพื้นที่น้ำน้อย ดินแห้งเร็ว ต้องรดน้ำบ่อยขึ้นและผักชะงัก

สรุป

เดือนมกราคมเหลือความเย็นอีกราว 4-6 สัปดาห์ก่อนหนาวจะหมดราวกลางกุมภาพันธ์ จึงควรเลือกผักกินใบอายุสั้น เช่น แรดิช ปวยเล้ง ฮ่องเต้ ผักกาดหอม และคะน้า ผักห่อหัวและแครอทเหมาะกับพื้นที่สูงหรือภาคเหนือที่ยังหนาวยาวมากกว่า ก่อนปลูกให้นับวันว่าช่วงที่ผักต้องการความเย็นที่สุดจะตรงกับวันไหน แล้วปลูกเป็นรุ่นทุก 7-10 วันเพื่อกระจายความเสี่ยง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมอุตุนิยมวิทยา: ภูมิอากาศของประเทศไทย — ช่วงฤดูหนาวกลางตุลาคมถึงกลางกุมภาพันธ์ และความต่างของแต่ละภาค tmd.go.th
  • 📄สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร: ฤดูหนาวปลูกผักอะไรดี? — รายชื่อผักหน้าหนาวและหลักการดูแล 5 ข้อ esc.doae.go.th
  • 📄สวพส.: ผักกาดหอม — อุณหภูมิ 10-24°C อายุกล้า ระยะปลูก อายุเก็บเกี่ยว 40-60 วัน hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/2
  • 📄สวพส.: กะหล่ำปลี — อุณหภูมิ 15-20°C อายุเก็บเกี่ยว 60-70 วันหลังย้ายกล้า hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/11
  • 📄สวพส.: ผักกาดขาวปลี — 18-20°C ช่วงแรก 10-16°C ช่วงห่อหัว อายุราว 60 วัน และเรื่องโบรอน hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/21
  • 📄สวพส.: ผักกาดหางหงษ์ — ห่อหัวช้าเมื่อเกิน 25°C อายุ 60-75 วัน hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/22
  • 📄สวพส.: ผักกาดฮ่องเต้ — 20-25°C ปลูกได้ทั้งปี เก็บ 35-45 วัน hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/23
  • 📄สวพส.: แรดิช — 15-21°C เก็บ 20-28 วัน และการแทงดอกที่ 2-7°C hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/28
  • 📄สวพส.: คะน้าใบหยิก — 20-25°C โตช้าเมื่อต่ำกว่า 15°C ย้ายกล้า 18-21 วัน hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/31
  • 📄สวพส.: แครอท / เซเลอรี / ถั่วลันเตา / ปวยเล้ง — อายุเก็บเกี่ยวและอุณหภูมิที่เหมาะ detail/56 · detail/59 · detail/65 · detail/68
  • 📄สวพส.: การปลูกผักในฤดูฝน — น้ำหนักผักกาดหอมคอสฤดูหนาวเทียบฤดูฝน hrdi.or.th/articles/Detail/1534
  • 📄สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ: การปลูกผักกาดหอม — งอก 3-5 วัน เก็บเกี่ยว 40-45 วัน opsmoac.go.th

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เดือนมกราคมปลูกผักกาดขาวปลีได้ไหม

ปลูกได้ แต่เสี่ยงกว่าปลูกช่วงพฤศจิกายน เพราะผักกาดขาวปลีอายุราว 60 วันและต้องการอากาศ 10-16 องศาเซลเซียสช่วงห่อหัว ถ้าปลูกกลางมกราคม ช่วงห่อหัวจะตรงกับปลายหนาวต้นร้อน หัวอาจห่อไม่แน่น

ผักอะไรเก็บได้เร็วที่สุดถ้าเริ่มปลูกมกราคม

แรดิชเก็บได้ราว 20-28 วัน ปวยเล้ง 33-45 วัน ฮ่องเต้ 35-45 วันหลังปลูก ผักกาดหอม 40-60 วันหลังย้ายกล้า ตัวเลขนี้มาจากข้อมูลของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง พื้นราบอาจต่างไปบ้าง

ปลูกแครอทเดือนมกราคมทันไหม

แครอทอายุเก็บเกี่ยว 100-130 วัน ถ้าเริ่มกลางมกราคมจะเก็บราวปลายเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นหน้าร้อนในพื้นราบ หัวมักไม่สวย ถ้าอยากปลูกแครอทควรเริ่มตั้งแต่ต้นฤดูหนาวหรืออยู่ในพื้นที่สูงที่อากาศเย็นนานกว่า

ภาคใต้ปลูกผักเมืองหนาวในเดือนมกราคมได้หรือไม่

สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาแนะนำผักหน้าหนาว เช่น ผักกาดหอม คะน้า ต้นหอม มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว พริกใหญ่ แต่ภาคใต้ไม่หนาวจัดเท่าภาคเหนือ ผักที่ต้องการอากาศเย็นจัดอย่างกะหล่ำดอกหรือผักกาดขาวปลีควรลองแปลงเล็กก่อน และปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องพันธุ์ที่ทนร้อน

หน้าหนาวต้องรดน้ำวันละกี่ครั้ง

สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลาแนะนำให้รดน้ำเช้าและเย็น แต่หน้าหนาวลมแห้ง ดินบนแห้งเร็ว ควรดูความชื้นดินจริงด้วยการกดนิ้วลงดินลึกราว 2-3 ข้อนิ้ว ถ้ายังชื้นก็ลดน้ำรอบเย็นลงเพื่อไม่ให้ใบเปียกข้ามคืน

ผักกาดหอมหน้าหนาวได้น้ำหนักต่างจากหน้าฝนแค่ไหน

ข้อมูลของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงระบุว่าผักกาดหอมคอสในพื้นที่สูงช่วงฤดูหนาวได้น้ำหนักราว 150-200 กรัมต่อต้น ส่วนฤดูฝนได้เพียงราว 20-50 กรัมต่อต้น ตัวเลขนี้เป็นของพื้นที่สูง ใช้ดูแนวโน้มได้ แต่ไม่ใช่ค่าที่พื้นราบจะได้เท่ากัน