ปลูกพืชเผยแพร่ 19 ตุลาคม 2569

ปลูกเคลในไทยช่วงหน้าหนาว เก็บใบแบบไหนให้ต้นแตกใบได้นาน

วิธีปลูกผักเคล kale ในไทยหน้าหนาว 2569 เพาะกล้า ระยะปลูกสำหรับเก็บใบทยอย วิธีเด็ดใบล่างให้ยอดแตกใบต่อเนื่อง กันหนอนใยผักและเพลี้ยอ่อน และขายตลาดผักสุขภาพ

ปลูกเคลในไทยช่วงหน้าหนาว เก็บใบแบบไหนให้ต้นแตกใบได้นาน

คำตอบสั้น ๆ

เคลในไทยปลูกได้ดีที่สุดช่วงหน้าหนาว และจะเก็บได้นานถ้าเด็ดใบล่างที่โตเต็มที่ทีละรอบโดยไม่แตะยอด พร้อมเว้นระยะให้กว้างและกันหนอนใยผักตั้งแต่ต้นกล้า

คำตอบเร็ว: ให้เด็ดใบล่างที่โตเต็มที่ทีละรอบ เริ่มจากใบที่อยู่ต่ำสุดไล่ขึ้นมา แล้วปล่อยกลุ่มใบอ่อนตรงยอดไว้เสมอ ต้นจะสร้างใบใหม่จากยอดต่อไปได้อีกหลายสัปดาห์ อย่าตัดยอดและอย่ารูดใบจนเหลือแต่ยอดเล็ก ๆ ปลูกห่างกว่าคะน้าไทย สวพส. แนะนำ 30x40 ซม. ในฤดูหนาวสำหรับการเก็บแบบทยอย และเริ่มกันหนอนใยผักตั้งแต่ต้นกล้า เพราะเป็นศัตรูหลักของพืชตระกูลกะหล่ำ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ทำไมหน้าหนาวคือเวลาที่เคลในไทยโตดีที่สุด

ภาพประกอบ ทำไมหน้าหนาวคือเวลาที่เคลในไทยโตดีที่สุด

เคลหรือคะน้าใบหยิกเป็นพืชตระกูลกะหล่ำที่ชอบอากาศเย็น สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ระบุว่าอุณหภูมิที่เหมาะคือ 20–25 องศาเซลเซียส ถ้าต่ำกว่า 15 องศาต้นจะโตช้า ลำต้นและใบหนาขึ้น ข้อสั้น ถ้าสูงกว่า 30 องศาคุณภาพจะต่ำ ใบเหนียวและมีเส้นใยมาก ในพื้นที่ความสูง 300–800 เมตร เคลได้คุณภาพดีในฤดูหนาวช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ส่วนพื้นที่สูงกว่า 1,000 เมตรปลูกได้ตลอดปี

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าฤดูหนาวปีนี้ของประเทศไทยตอนบนคาดว่าจะเริ่มราวสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม 2569 ช้ากว่าค่าเฉลี่ยราว 1 สัปดาห์ สิ้นสุดราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยคาดว่าสูงกว่าปกติราว 2 องศา คนปลูกในที่ราบจึงมีช่วงเย็นจริงสั้นกว่าที่คิด ถ้าเพาะกล้าในปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน ช่วงเก็บใบจะไปตรงกับธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่หนาวที่สุด ถ้าเพาะช้าไปถึงมกราคม ใบรุ่นหลังจะเจอเดือนมีนาคมที่ร้อนขึ้น ใบเริ่มเหนียวและขมกว่าเดิม

เลือกพันธุ์ให้ตรงกับตลาดที่จะขาย

นิตยสารบ้านและสวน Garden&Farm ยกตัวอย่างพันธุ์ที่พบในไทย เช่น Curly Green Kale ใบหยิกสีเขียว และ Dinosaur Kale ใบยาวผิวย่น ผู้ซื้อแต่ละกลุ่มชอบไม่เหมือนกัน ร้านสลัดและร้านน้ำผักมักถามหาแบบใบหยิก ส่วนร้านอาหารบางร้านใช้แบบใบยาว ก่อนซื้อเมล็ดให้ถามลูกค้าก่อนว่าใช้แบบไหน จะได้ไม่ต้องหาตลาดใหม่ตอนผักออก

เคลเป็นผักที่ขายในกลุ่มผักสุขภาพเป็นหลัก ไม่ใช่ผักที่แม่ค้าตลาดสดทั่วไปรับไปกองขาย ราคาขึ้นกับช่องทางและการรับรอง บทความนี้ไม่ใส่ตัวเลขราคาเพราะยังไม่พบแหล่งข้อมูลราคาที่ระบุวันที่ชัดเจน คนที่จะขายตลาดเขียวหรือร้านอาหาร ดูการเปรียบเทียบช่องทางได้ที่ การขายผักอินทรีย์ในตลาดเขียว

เพาะกล้าและย้ายปลูก

ภาพประกอบ เพาะกล้าและย้ายปลูก

ข้อมูลจากสองแหล่งต่างกันเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนว่าทำได้หลายแบบ

ขั้นตอนสวพส.คลังความรู้เกษตรกรไทย มก. (28 พ.ค. 2568)
วัสดุเพาะแปลงเพาะผสมทราย:ขุยมะพร้าว:หน้าดิน 2:1:1 หรือใช้ถาดหลุมดินร่วนผสมขุยมะพร้าว 2 : ปุ๋ยหมัก 1 : ทรายหยาบ 1
การงอกถ้าเพาะในแปลง ย้ายแยกต้นเมื่ออายุราว 5 วันงอกใน 3–5 วัน
ย้ายปลูกอายุ 18–21 วัน หรือมีใบจริง 2–3 ใบอายุ 7–10 วัน มีใบจริง 2–3 ใบ สูง 5–10 ซม.

จุดที่ตรงกันคือย้ายเมื่อมีใบจริง 2–3 ใบ ส่วนนิตยสารบ้านและสวนระบุว่าย้ายปลูกเมื่อกล้ามีใบจริง 3–5 ใบหรืออายุราว 30 วัน ในทางปฏิบัติให้ดูใบจริงเป็นหลักมากกว่านับวัน กล้าในถาดที่อายุเกินแล้วรากพันก้นหลุมจะชะงักนานหลังย้าย ช่วงนี้เองที่หนอนใยผักชอบเข้ามาวางไข่บนกล้าที่อ่อนแอ

คนที่ปลูกแปลงเล็กหลายรอบอาจใช้เครื่องหยอดเมล็ดช่วยให้ระยะเท่ากัน ดูได้ที่ เครื่องหยอดเมล็ดผักแบบเข็นสำหรับแปลงเล็ก แต่สำหรับเคลที่ต้องเว้นระยะกว้าง การเพาะกล้าในถาดแล้วย้ายปลูกยังได้ต้นสม่ำเสมอกว่า

เตรียมดินและระยะปลูก: ปลูกเพื่อเก็บนาน ต้องปลูกห่าง

สวพส. ให้ข้อมูลการเตรียมดินไว้ว่า ดิน pH 5.5–6.5 ใส่ปูนหรือโดโลไมต์ 0–100 กรัมต่อตารางเมตรตามสภาพดิน ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 3 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 120 กรัมต่อตารางเมตร ต้องการความชื้นในดินราว 80% และแดดเต็มวัน ถ้าดินแห้งใบจะมีเส้นใยมากและรสไม่ดี สวพส. แนะนำให้น้ำแบบสปริงเกลอร์

รูปแบบการเก็บ / ฤดูระยะปลูกตาม สวพส.
เก็บใบทยอย ฤดูร้อน (ไม่เกิน 28°C)30x30 ซม.
เก็บใบทยอย ฤดูฝนและฤดูหนาว30x40 ซม.
เก็บครั้งเดียวทั้งต้น25x25 ซม.

คนที่ปลูกคะน้าไทยมาก่อนมักปลูกเคลถี่ตามความเคยชิน ผลคือพอต้นสูงขึ้นใบล่างซ้อนกัน แสงไม่ถึง ใบล่างเหลืองเร็ว และพลิกหาหนอนไม่ได้ ถ้าปลูกในกระถาง คลังความรู้เกษตรกรไทยแนะนำกระถาง 10–14 นิ้ว ลึกอย่างน้อย 25 ซม. ระยะ 20–30 ซม. และได้แดดอย่างน้อย 4–6 ชั่วโมงต่อวัน หรือทำแปลงยกสูงกว้าง 1 เมตร ยาว 2–3 เมตร สูง 30–60 ซม.

ปุ๋ยหลังปลูกตามแผนของ สวพส. คือวันที่ 7 ใส่ 46-0-0 หรือ 21-0-0 อัตรา 120 กรัมต่อตารางเมตร วันที่ 14 ใส่ 46-0-0 ผสม 15-15-15 อัตรา 1:2 รวม 120 กรัมต่อตารางเมตร และวันที่ 21 ฉีดพ่นปุ๋ย 30-20-10 อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร แผนนี้เป็นของการผลิตบนพื้นที่สูง ถ้าเก็บใบนานหลายเดือนต้องเติมปุ๋ยเป็นระยะตามสภาพต้น ใบที่ซีดเหลืองทั้งต้นเป็นสัญญาณว่าเริ่มขาดอาหาร

วิธีเก็บใบให้ต้นแตกใบได้นาน

คลังความรู้เกษตรกรไทยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุว่าเริ่มเก็บได้ราว 45–60 วันหลังย้ายปลูก ให้เก็บใบล่างก่อน แล้วยอดจะเจริญต่อไปได้อีกหลายสัปดาห์ สวพส. ระบุอายุเก็บเกี่ยวราว 3 เดือนหลังเพาะเมล็ด และช่วงผลผลิตออกตลาดคือธันวาคมถึงมีนาคม ส่วนนิตยสารบ้านและสวนเล่าว่าบางต้นเก็บต่อเนื่องได้นาน 2–3 ปี ซึ่งเป็นกรณีในสภาพอากาศที่เหมาะ ในที่ราบไทยต้นมักโทรมเมื่อเข้าหน้าร้อน

  1. เริ่มจากใบที่อยู่ต่ำสุดซึ่งโตเต็มขนาดแล้ว ใบที่เหลืองหรือมีรูหนอนมากให้เด็ดทิ้งไปด้วย ไม่ต้องเก็บไว้บนต้น
  2. จับโคนก้านใบแล้วโน้มลงด้านล่างจนหลุดจากลำต้น หรือใช้กรรไกรตัดชิดลำต้น อย่าดึงขึ้นจนเปลือกลำต้นฉีกเป็นแผลยาว
  3. ปล่อยกลุ่มใบอ่อนตรงยอดไว้เสมอ เพราะเป็นจุดที่ต้นสร้างใบใหม่ ไม่มีเอกสารทางการกำหนดจำนวนใบที่ต้องเหลือ แต่ต้นที่ถูกรูดใบจนเหลือแค่ยอดเล็ก ๆ จะแตกใบใหม่ช้าและต้นผอม
  4. เก็บเป็นรอบ เช่น สัปดาห์ละครั้ง ไล่เก็บทีละชั้นจากล่างขึ้นบน ลำต้นจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเรื่องปกติ
  5. เก็บตอนเช้าที่ใบเต่ง แล้วรีบเข้าที่เย็น สวพส. ระบุว่าเก็บที่ 0°C ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 95–100 ได้ 2–3 สัปดาห์
  6. ต้นที่สูงมากแล้วโยกตามลม ให้ปักไม้ค้ำหรือพูนโคน

ข้อที่คนขายเคลรู้กันดีคือ ลูกค้าร้านอาหารต้องการใบขนาดสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ ไม่ใช่ได้เยอะสัปดาห์เดียวแล้วหายไป การเก็บใบล่างทีละรอบช่วยให้ส่งของได้ต่อเนื่อง ส่วนการเก็บรักษา ฟาร์มที่เริ่มส่งร้านประจำอาจต้องคิดเรื่องห้องเย็นขนาดเล็ก ดูได้ที่ ห้องเย็นแบบวอล์กอินสำหรับฟาร์มเล็ก

หนอนใยผักและเพลี้ยอ่อน ศัตรูที่ทำให้ใบขายไม่ได้

ภาพประกอบ หนอนใยผักและเพลี้ยอ่อน ศัตรูที่ทำให้ใบขายไม่ได้

คลังความรู้เกษตรกรไทยเผยแพร่ประกาศเตือนเมื่อ 16 ม.ค. 2569 โดยอ้างอิงสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ว่าหนอนใยผักเข้าทำลายคะน้า กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี กะหล่ำดอก และบรอกโคลี ได้ทุกระยะ หนอนจะดิ้นและทิ้งตัวลงด้วยเส้นใยเมื่อถูกรบกวน ใบที่โดนจะเป็นรูพรุนคล้ายร่างแห เคลอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ใบที่มีรูพรุนลูกค้าร้านสลัดไม่รับ

  • ใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง และในพื้นที่ปลูกกว้างมีการใช้กับดักแสงไฟสีฟ้า 20 วัตต์
  • ปลูกในโรงเรือนมุ้งตาข่ายไนลอนขนาด 16 ตา ที่ปิดมิดชิด เลือกขนาดตาข่ายดูได้ที่ ขนาดตาข่ายกันแมลง
  • เชื้อบีที (Bt) สายพันธุ์ไอซาไวหรือเคอร์สตากี ใช้กับหนอนวัยเล็ก ประกาศระบุอัตรา 100–200 มล. ต่อน้ำ 20 ลิตร ให้ตรวจฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้อีกครั้ง
  • ไถตากดิน เก็บเศษซากพืช และหมุนเวียนพืช
  • ถ้าต้องใช้สารเคมี ให้สลับกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ทุก 14 วัน และเฝ้าระวังเป็นพิเศษช่วงอากาศร้อนแห้ง

ข้อนี้สำคัญกับเคลเป็นพิเศษ เพราะเราเก็บใบจากต้นเดิมทุกสัปดาห์ ถ้าพ่นสารที่ต้องเว้นระยะก่อนเก็บนาน จะติดรอบเก็บถัดไปทันที คนปลูกเคลส่งตลาดสุขภาพส่วนใหญ่จึงพึ่งมุ้งกับเชื้อบีทีเป็นหลัก ส่วนเพลี้ยอ่อน คลังความรู้เกษตรกรไทยระบุว่าเป็นศัตรูสำคัญของเคลคู่กับหนอน ชอบเกาะใต้ใบและยอดอ่อน ให้พลิกดูทุกครั้งที่เก็บใบ อ่านเรื่องหนอนใยผักแบบละเอียดได้ที่ ปัญหาหนอนใยผักในกะหล่ำ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปลูกถี่แบบคะน้าไทย พอต้นโตใบล่างซ้อนกัน เหลืองเร็ว และตรวจหนอนไม่ทั่ว
  • ตัดยอดหรือรูดใบจนเหลือแค่ยอดเล็ก ๆ เพราะอยากได้ปริมาณมากในรอบเดียว ต้นแตกใบใหม่ช้าและโทรม
  • เพาะเมล็ดช้าจนช่วงเก็บใบไปตรงกับเดือนที่ร้อน ใบเหนียวและมีเส้นใยมาก
  • ปล่อยให้ดินแห้งเพราะคิดว่าหน้าหนาวไม่ต้องรดบ่อย ทั้งที่ สวพส. ระบุว่าดินแห้งทำให้ใบมีเส้นใยและรสไม่ดี
  • ปลูกก่อนหาตลาด แล้วไปเสนอขายแม่ค้าตลาดสดที่ไม่รู้จักเคล

สรุป

เคลในไทยให้ใบคุณภาพดีที่สุดในช่วงหน้าหนาว จึงควรวางวันเพาะให้ช่วงเก็บใบตรงกับธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ปลูกห่างตามระยะสำหรับการเก็บแบบทยอย แล้วเก็บใบล่างที่โตเต็มที่ทีละรอบโดยไม่แตะยอด ต้นจะแตกใบได้อีกหลายสัปดาห์ สิ่งที่ทำให้ขายไม่ได้มากที่สุดคือรูหนอน จึงควรใช้มุ้งและเชื้อบีทีตั้งแต่ต้น และหาตลาดผักสุขภาพไว้ก่อนลงเมล็ด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) องค์ความรู้ “คะน้าใบหยิก” — อุณหภูมิที่เหมาะ ฤดูปลูกตามระดับความสูง ดิน การเพาะกล้า ระยะปลูกตามรูปแบบการเก็บ แผนปุ๋ย อายุเก็บเกี่ยว และการเก็บรักษา https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/31
  • 📄คลังความรู้เกษตรกรไทย สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (28 พ.ค. 2568) — การงอก วัสดุเพาะ อายุย้ายปลูก การปลูกในกระถางและแปลงยกสูง การเก็บใบล่างก่อน และศัตรูพืชของเคล https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/news/68368a855a818f664981750c
  • 📄บ้านและสวน Garden&Farm (12 ก.ค. 2567) — ตัวอย่างพันธุ์เคลในไทย อายุย้ายปลูก ระยะปลูก และระยะเวลาเก็บเกี่ยว https://gardenandfarm.baanlaesuan.com/343868/edible-library/kale-2
  • 📄คลังความรู้เกษตรกรไทย ประกาศเตือนหนอนใยผัก (16 ม.ค. 2569) อ้างอิงสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร — ลักษณะการทำลายของหนอนใยผัก กับดัก มุ้งตาข่าย 16 ตา เชื้อบีที และการสลับกลุ่มสาร https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/announcement/6969b9bbab3df666ce1239c2
  • 📄ไทยโพสต์ รายงานประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องฤดูหนาว 2569 (14 ต.ค. 2569) — ช่วงเวลาฤดูหนาวและอุณหภูมิที่คาดการณ์ ตรวจสอบประกาศต้นฉบับได้ที่ https://www.tmd.go.th https://thaipost.net/hi-light/1088666

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

อุปกรณ์เพาะกล้า

ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง

เช็กก่อนซื้อ

  • จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
  • เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

ดินปลูก/วัสดุปลูก

ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ

เช็กก่อนซื้อ

  • เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
  • น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง
100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

เครื่องมือทำสวน

เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว

เช็กก่อนซื้อ

  • วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
  • ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

เก็บใบเคลแบบไหนต้นถึงแตกใบได้นาน

เด็ดใบล่างที่โตเต็มที่ก่อน แล้วปล่อยกลุ่มใบอ่อนตรงยอดไว้ให้ต้นสร้างใบใหม่ต่อ คลังความรู้เกษตรกรไทยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุว่าการเก็บใบล่างก่อนทำให้ยอดเจริญต่อไปได้อีกหลายสัปดาห์ อย่าตัดยอดหรือรูดใบจนเหลือแต่ยอดเล็ก ๆ เพราะต้นจะแตกใบใหม่ช้าลงมาก

เคลปลูกในที่ราบช่วงหน้าหนาวได้ไหม

ได้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงระบุว่าคะน้าใบหยิกหรือเคลชอบอุณหภูมิ 20–25 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ความสูง 300–800 เมตรได้คุณภาพดีช่วงฤดูหนาวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ถ้าเกิน 30 องศาใบจะเหนียวและมีเส้นใยมาก ในที่ราบจึงควรปลูกให้ช่วงเก็บใบตรงกับเดือนที่เย็นที่สุด

เคลเริ่มเก็บใบได้เมื่อไร

คลังความรู้เกษตรกรไทยระบุราว 45–60 วันหลังย้ายปลูก ส่วนเอกสาร สวพส. ระบุราว 3 เดือนหลังเพาะเมล็ด ตัวเลขต่างกันเพราะนับจากคนละจุดและคนละสภาพปลูก ให้ดูจากใบล่างที่โตเต็มขนาดพร้อมใช้เป็นหลัก

หนอนใยผักกับเพลี้ยอ่อนบนเคล ควรเริ่มจัดการอย่างไร

หนอนใยผักเข้าทำลายพืชตระกูลกะหล่ำทุกระยะ หนอนจะดิ้นแล้วทิ้งตัวลงด้วยเส้นใยเมื่อถูกรบกวน ใบเป็นรูพรุนคล้ายร่างแห คำแนะนำที่คลังความรู้เกษตรกรไทยรวบรวมไว้คือใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง ปลูกในโรงเรือนมุ้งตาข่ายไนลอน 16 ตาที่ปิดมิดชิด และใช้เชื้อบีที (Bt) กับหนอนวัยเล็กตามอัตราบนฉลาก ส่วนเพลี้ยอ่อนให้หมั่นพลิกใต้ใบและยอดอ่อนตรวจ

เคลกับคะน้าไทยต่างกันอย่างไรในการปลูก

เป็นพืชตระกูลกะหล่ำเหมือนกัน แต่เคลมักปลูกเพื่อเก็บใบทีละรอบจากต้นเดิม ไม่ได้ถอนทั้งต้นทีเดียว จึงต้องเว้นระยะกว้างกว่า สวพส. แนะนำระยะ 30x40 ซม. ในฤดูฝนและฤดูหนาวสำหรับการเก็บแบบทยอย ขณะที่ถ้าเก็บครั้งเดียวใช้ 25x25 ซม.

ใบเคลที่เก็บแล้วเก็บรักษาอย่างไรให้สด

สวพส. ระบุว่าเก็บที่ 0 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 95–100 ได้ 2–3 สัปดาห์ ในฟาร์มเล็กที่ไม่มีห้องเย็น ให้เก็บใบตอนเช้า ล้างและสะเด็ดน้ำ แล้วรีบเข้าตู้เย็นหรือส่งลูกค้า อย่าวางทิ้งในที่ร้อน